Beranda / โรแมนติก / บ่วงรักผีเสื้อ / บทที่ 10 หึงไม่รู้ตัว - 25%

Share

บทที่ 10 หึงไม่รู้ตัว - 25%

last update Tanggal publikasi: 2024-12-30 11:30:06

ทั้งสามคนนั่งเพลิดเพลินกับความสนุกสนานที่รายล้อมรอบตัว รวิชาได้รู้จักกับเพื่อนใหม่ที่พรรณรายพามา เขาชื่อสกลธี และด้วยความที่สกลธีเป็นเกย์ควีนที่มีมนุษยสัมพันธ์ดีเลิศ เธอจึงสามารถสนิทกับเขาได้อย่างรวดเร็ว

“เออใช่ ฉันก็ลืมเล่าให้แกฟังเลยยายอาย ที่จริงวันนี้น่ะฉันชวนพี่ทิวมาด้วยนะ แต่เห็นพี่ทิวบอกว่าต้องไปเยี่ยมพี่วิชรที่โรงพยาบาล แกรู้ไหมว่าพี่วิชรเป็นอะไร”

พรรณรายพูดออกท่าออกทางอย่างตื่นเต้น มองสีหน้าของเพื่อนสนิทที่กำลังมองมาตาแป๋วรอให้ตนเป็นคนเฉลยคำตอบ

“พี่วิชรโดนซ้อมอาการหนักมาก ถึงกับต้องหามส่งโรงพยาบาลเลยนะแก ฉันว่างานนี้อาภีมของแกมีเอี่ยวแหง ๆ”

พรรณรายยักคิ้วให้รวิชาเพื่อยืนยันว่าสิ่งที่ตัวเองคาดเดานั้นถูกต้องแน่นอน เพราะเพิ่งมีเรื่องกันไปเมื่อตอนบ่าย

“ทำไมแกมั่นใจขนาดนั้น อาจจะไม่ใช่อาภีมก็ได้ แกก็รู้ว่าพี่วิชรน่ะกร่างไปทั่วนั่นแหละ” แม้จะคิดเหมือนเพื่อน ทว่าก็อดไม่ได้ที่จะแก้ต่างให้คู่หมั้น

“แหม วันนี้พี่วิชรมีเรื่องกับใครล่ะจ๊ะถ้าไม่ใช่คู่หมั้นสุดหล่อของเธอน่ะ”

“โอ๊ย! อิจฉาจังเลย ฉันอยากมีแฟนเป็นเจ้าพ่ออย่างนี้บ้างจัง ถ้ามีหลุดมาถึงท้องแบบอาภีมของเธอสักคนเนี่ยนะ ฉันจะนั่งกกไข่ทั้งวันทั้งคืนไม่ลุกไปไหนเลย”

สกลธีทำตาชวนฝัน ผู้ชายท่าทางภูมิฐานแถมยังหน้าตาดีมีราศีเจ้าพ่อจับแบบภีมพลนั้นเป็นสุดยอดปรารถนาของบรรดาเกย์อย่างตนเลยก็ว่าได้

“ต๊าย! ฉันภาวนาขอให้ได้ขอให้โดนนะยะ คุณสกลธี” พรรณรายจีบปากจีบคอล้อเลียนจนอีกฝ่ายหันมาทำตาเขียวใส่ เพราะไม่ชอบใจที่มีคนเรียกชื่อจริง

“นังพิงค์! ฉันบอกหล่อนจนปากจะฉีกถึงหูอยู่แล้วว่าอย่าเรียกชื่อจริง อยู่ข้างนอกฉันชื่อตีตี้ย่ะ ชื่อนั้นเอาไว้เรียกในบ้าน”

สกลธีสะบัดหน้าพรืดไปทางอื่น ที่บ้านยังไม่มีใครรู้ว่าเขาเป็นเกย์ เวลาอยู่บ้านเขาจะแสดงออกเหมือนผู้ชายทั่วไปทุกอย่าง นอกเหนือไปจากนั้น ทุกคนคิดว่าพรรณรายเป็นแฟนสาวของเขาด้วยซ้ำ เพราะหล่อนไปหาเขาถึงบ้านบ่อยที่สุด เขาจึงปล่อยเลยตามเลยไม่คิดแก้ไขความเข้าใจผิดนั้น ซึ่งพรรณรายก็รับรู้เรื่องนี้และร่วมมือด้วยเป็นอย่างดี

หลังจากนั่งคุยกันไปสักพัก รวิชารู้มาอีกเรื่องหนึ่งคือสกลธีนั้นเลือกสอบเข้ามหาวิทยาลัยและคณะเดียวกับเธอ ซึ่งเป็นสิ่งที่น่ายินดีมาก ได้แต่ภาวนาให้ผลการสอบออกมาเป็นที่น่าพอใจ เพราะจะได้เรียนในมหาวิทยาลัยเดียวกัน

“ฉันไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ” รวิชาบอกกับเพื่อนในโต๊ะก่อนจะลุกออกมา หญิงสาวไม่เข้าห้องน้ำในโซนวีไอพีทั้งที่ใกล้กว่า แต่กลับเดินไปเข้าอีกฝั่งเพราะอยากเดินเล่นในโซนอื่นบ้าง

ระหว่างที่เดินผ่านโซฟาที่นั่งของโต๊ะชุดวีไอพีตัวสุดท้าย สายตากลับไปสะดุดเข้ากับเงาลางเลือนของคนสองคนที่กำลังนัวเนียกันอยู่บนโซฟา ฝ่ายหญิงนั้นดูกระเหี้ยนกระหือรือปล้ำจูบลูบคลำฝ่ายชายอย่างไม่ลดละ ในขณะที่ฝ่ายชายพยายามปัดป้อง และห้ามปรามด้วยการดึงมือของหญิงสาวคนนั้นออกจากตัว

ตอนแรกรวิชาตั้งใจจะเดินผ่านเลยไป ถ้าไม่เพราะรู้สึกคุ้นเคยกับร่างสูงใหญ่ของชายคนนั้นเข้าอย่างจัง แผ่นหลังและเสื้อผ้าของเขาคนนั้นช่างคลับคล้ายคลับคลาจนรวิชาต้องเพ่งมองให้แน่ชัด

อาภีม!

รวิชาบอกไม่ถูกว่าความรู้สึกที่เป็นอยู่ในตอนนี้คืออะไร รู้แต่ว่าอยากจะเข้าไปกระชากคนทั้งคู่ให้แยกออกจากกันจนมือสั่น หัวใจเต้นเร็วแรงกับภาพที่เห็นเบื้องหน้าจนเธอต้องเผลอกำมือแน่นขึ้นมาอย่างลืมตัว และลืมแม้กระทั่งว่าตอนนี้เธอกำลังยืนมองคนทั้งคู่อยู่ตรงหน้าโต๊ะของพวกเขาจนแทบจะเรียกว่าระยะประชิด

หญิงสาวสะบัดหน้าพรืดแล้วเดินต่อพร้อมกับที่ผู้หญิงคนนั้นเงยหน้าขึ้นมองพอดี เจ้าหล่อนร้องออกมาด้วยความตกใจเล็กน้อยที่จู่ ๆ ก็มีคนมายืนมอง ภีมพลได้โอกาสจึงรีบเอามือยันสะโพกของสาวร้อนแรงคนนี้ให้ถอยห่างทันที

“คุณอินครับ ผมคงต้องขอตัวไปดูลูกค้าโต๊ะอื่นก่อน”

ภีมพลพูดเสียงราบเรียบ พยายามปกปิดความเหนื่อยหน่ายเอาไว้เพราะต้องรักษามารยาทกับลูกค้า ถึงแม้เขากับอรอินจะเคย ๆ กันมาก่อนแต่เพราะคราวนี้เขาไม่ใช่ตัวเปล่าอีกต่อไปแล้ว อย่างไรเสียก็ไม่ควรจะเข้าคลุกวงในกับอีกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นตอนนี้หรือว่าตอนไหน และยิ่งเป็นวันที่รวิชานั่งอยู่ไม่ห่างออกไปเขาก็ยิ่งต้องระวัง เพราะไม่รู้ว่าสาวน้อยของเขาจะวีนแตกหรือเปล่าหากมาเจอเข้า

“คุณภีมขา...แล้วจะปล่อยให้อินค้างอยู่อย่างนี้หรือคะ อินว่าเราไปต่อกันดีไหม หรือจะขึ้นไปข้างบนที่ห้องเดิมดีล่ะคะ อินรู้นะว่าคุณก็ต้องการ นะคะคุณภีม”

อรอินจงใจลูบปัดป่ายไปที่หน้าขา ในขณะที่คนถูกลูบต้องรีบคว้ามือเธอไว้ ก่อนที่อะไร ๆ จะเลยเถิดมากไปกว่านี้

“ผมขอโทษจริง ๆ ครับคุณอิน แต่ผมทำแบบเดิมไม่ได้อีกแล้ว อย่างที่คุณอินทราบนั่นแหละครับว่าผมหมั้นแล้ว และคืนนี้คู่หมั้นของผมก็มาเที่ยวที่นี่ด้วย”

ภีมพลส่งสายตาขออภัยให้หญิงสาวก่อนจะลุกเดินจากมา เขาตั้งใจจะลงมาหารวิชาแล้วค่อยกลับขึ้นไปทำงาน แต่ระหว่างทางกลับเจออรอิน ลูกค้าวีไอพีเข้าเสียก่อน เขาจึงต้องนั่งคุยด้วยตามมารยาท และคาดเอาไว้ไม่ผิดว่าเจ้าหล่อนจะต้องชวนเขาไปเสพความสุขเหมือนทุกครั้งที่แวะมาหา โชคดีที่อรอินเป็นคนคุยง่าย ถ้าเขาปฏิเสธ เธอก็ไม่เซ้าซี้ให้มากความ เพราะสาวสวยอย่างอรอินนั้นอย่างไรเสียคืนนี้ก็ไม่ได้กลับไปเพียงลำพังอยู่แล้ว

ชายหนุ่มมาหยุดยืนอยู่ที่โต๊ะของรวิชา เขาพบเพียงพรรณรายกับสกลธีนั่งอยู่เท่านั้นแต่ไม่เห็นร่างของคู่หมั้นสาวที่เขาตั้งใจลงมาหา

“น้องอายล่ะครับ”

“ไปห้องน้ำค่ะ เดี๋ยวก็คงมาแต่เดินไปเข้าทางนู้นนะคะ ไม่ได้เข้าทางนี้”

ภีมพลมองตามนิ้วที่พรรณรายชี้ไปแล้วก็นึกอะไรขึ้นมาได้

“น้องอายไปเข้าห้องน้ำนานหรือยัง”

“เพิ่งไปเมื่อกี้เองค่ะ” พรรณรายตอบอีกครั้ง เห็นเขาพยักหน้าให้แล้วเดินห่างออกไปจึงไม่ได้สนใจอะไรอีก ในขณะที่ภีมพลนั้นเริ่มหวั่นใจว่ารวิชาจะเห็นฉากคลุกวงในของเขากับอรอินหรือเปล่า

“หรือว่าคนที่มายืนมองเมื่อครู่จะเป็นน้องอาย...ฉิบหายแล้วไอ้ภีมเอ๊ย!”

ชายหนุ่มสบถด่าตัวเองอย่างหัวเสีย ป่านนี้ไม่รู้ว่าเจ้าตัวจะคิดเลยเถิดไปถึงไหนต่อไหน เขารีบเดินไปตามทางที่คาดว่าหญิงสาวน่าจะเดินผ่านไปทันที เผื่อเจอตัวจะได้สังเกตท่าทีว่าเธอมีอาการไม่พอใจบ้างหรือไม่ ถ้าเป็นอย่างที่คิดจะได้หาทางอธิบายให้เธอเข้าใจ ดีกว่าให้เธอรู้สึกและคิดเป็นตุเป็นตะไปเอง

รวิชายืนสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ เมื่อรู้สึกราวกับกำลังหายใจไม่ออก เธอจุกแน่นไปทั้งอกจนต้องยกมือขึ้นมากดตรงตำแหน่งหัวใจ ตั้งแต่เห็นคู่หมั้นของตัวเองไปนัวเนียกับผู้หญิงคนอื่น อาการนี้ก็เกิดขึ้นมาทันทีจนน่าสงสัย

หรือเธอจะเป็นโรคหัวใจโดยไม่รู้ตัว!

หญิงสาวเดินออกจากห้องน้ำด้วยอาการวูบโหวงในอกสลับกับปวดแปลบขึ้นมาเป็นระยะ จนต้องพยายามสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ อีกครั้ง เธออยากกลับบ้าน ไม่อยากอยู่ที่นี่แล้วเพราะรู้สึกว่าความสนุกมันหายไป

“น้องคะ”

เสียงเรียกจากผู้หญิงคนหนึ่งทำให้รวิชาหยุดเดินก่อนจะเปิดประตูออกไปที่ฮอลล์ด้านนอก เธอหันไปตามเสียงก็เห็นผู้หญิงที่ภีมพลแนะนำกับตนว่าเป็นนักร้องอะคูสติกประจำที่นี่กำลังยืนทำสีหน้าลำบากใจพลางหันรีหันขวางไปมาราวกับว่ากลัวคนมาเห็น

“มีอะไรหรือเปล่าคะ” รวิชาถามด้วยความสงสัย ยิ่งเห็นท่าทีของคนตรงหน้าที่เหมือนกับต้องการบอกอะไรบางอย่างแต่ไม่กล้าพูดออกมา เธอก็ยิ่งอยากรู้

“คือ...พี่เห็นว่าน้องเป็นคู่หมั้นของคุณภีมแถมยังเด็กมากเลยด้วย พี่ก็เลยอยากจะเตือนอะไรหน่อยน่ะค่ะ” วิคกี้ทำหน้าเกรงอกเกรงใจสุดฤทธิ์ ทั้งที่ในใจอยากจะกระชากแม่สาวเนื้ออ่อนคนนี้ไปตบในห้องน้ำให้หนำใจ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • บ่วงรักผีเสื้อ   บทส่งท้าย หยุดอยู่กับเธอคนเดียว - 100%

    “อ้าว! วันนี้คุณอายไม่เข้าบริษัทหรือ” เมื่อเช้าก็ออกมาด้วยกันแท้ ๆ แต่แม่เจ้าประคุณแอบหนีไปเที่ยวไหนกันล่ะนี่ ชายหนุ่มคิดอย่างเข่นเขี้ยวในใจเมื่อเจอ “เซอร์ไพรส์” สุดพิเศษจากศรีภรรยาภีมพลยิ้มกริ่มอย่างหมายมาด เห็นทีต้องรีบกลับไปรับขวัญก่อนเวลาเสียแล้ว ชายหนุ่มหยิบกระเป๋าสตางค์กับกุญแจรถออกมา เหลือบไปเห็นแฟ้มงานสองแฟ้มที่ยังคงแผ่หราอยู่เต็มโต๊ะ แล้วนึกขึ้นได้ว่ายังดูค้างเอาไว้ เขากวาดตามองอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ ใจจริงเขามีตัวเลือกเอาไว้อยู่แล้ว เมื่อตัดสินใจได้เขาก็คว้าแฟ้มขวามือเดินออกจากห้องทันที จากนั้นจึงไปยื่นให้กับเลขาฯ ส่วนตัว“ผมเลือกของบริษัทนี้ ให้ฝ่ายจัดซื้อทำเรื่องได้เลย อ้อ วันนี้ผมไม่เข้าแล้วนะ” พูดจบชายหนุ่มก็ผละออกไป และต้องหยุดชะงักเมื่อเลขาฯ รีบวิ่งมาถามถึงงานบางอย่างที่เขาให้เตรียมไว้สำหรับช่วงบ่ายนี้“คุณภีมคะ แล้วเรื่องที่ให้เตรียมเอาไว้บ่ายนี้ล่ะคะ”“ยังคอนเฟิร์มอยู่ แต่ว่าคุณช่วยอะไรผมหน่อยสิ”ภีมพลหันมายิ้มพรายเต็มวงหน้าเมื่อคิดอะไรดี ๆ ขึ้นมาได้

  • บ่วงรักผีเสื้อ   บทส่งท้าย หยุดอยู่กับเธอคนเดียว - 70%

    อดคิดไปถึงบิดามารดาผู้ล่วงลับไปแล้วไม่ได้ ท่านทั้งสองช่างมีความอดทนและมุมานะอย่างล้นเหลือที่สู้ฝ่าฟันจนกระทั่งบริษัทเป็นรูปเป็นร่างได้ขนาดนี้ นึกมาถึงตอนนี้แล้วก็โกรธตัวเองที่ตอนนั้นเอาแต่น้อยใจ คิดว่าท่านทำแต่งานจนไม่สนใจใยดีกับเธอผู้เป็นลูกสาวเพียงคนเดียว‘รวิชา แปลว่าลูกพระอาทิตย์ เพราะฉะนั้นหนูต้องเข้มแข็ง อดทนให้สมกับที่เป็นลูกสาวของพ่อ ชีวิตของหนูจะต้องรุ่งโรจน์สดใสเหมือนกับดวงอาทิตย์ที่ส่องสว่างอยู่บนท้องฟ้า’ถ้อยคำจากบิดายังคงดังก้องอยู่ในหัวทุกครั้งที่นึกถึงเวลาเมื่อรู้สึกอ่อนล้าทั้งร่างกายและจิตใจ ถ้าไม่มีแม่นมชราและสามีที่คอยเป็นกำลังใจให้ ป่านนี้ชีวิตเธอจะหักเหไปทางไหนแล้วบ้างก็สุดรู้“อรุณสวัสดิ์จ้ะ”เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้นพร้อมกับจุมพิตเบา ๆ ที่ข้างแก้ม จากนั้นคนตัวโตก็ทรุดตัวลงนั่งซ้อนหลังไว้พร้อมกับดึงบ่าของเธอให้เอนซบลงมาบนตัวเขา“อรุณสวัสดิ์ค่ะ ตื่นเช้าจังเลยนะคะ” หญิงสาวทักทายกลับไปก่อนจะคลี่ยิ้มกว้างเมื่อได้ยินประโยคถัดมาของสามี“จำเป็นต้องตื่นเช้าน่ะ จู่

  • บ่วงรักผีเสื้อ   บทส่งท้าย หยุดอยู่กับเธอคนเดียว - 35%

    หลังจากถวายสังฆทานจนกระทั่งกรวดน้ำเสร็จเรียบร้อย ภีมพล รวิชา และนมพิมก็พากันเดินออกมาเทน้ำที่ใต้ต้นไม้ใหญ่หน้ากุฏิ ชายหนุ่มสวดบทกรวดน้ำพึมพำโดยไม่ออกเสียง ในขณะที่หญิงสาวและนมพิมอธิษฐานเพื่อส่งผลบุญให้แก่ผู้ล่วงลับอยู่ในใจวันนี้เป็นวันครบรอบวันเสียชีวิตของบิดามารดาของรวิชา นมพิมเปรยเอาไว้หลายวันก่อนหน้าแล้วว่าอยากมาทำบุญให้ท่านทั้งสอง ซึ่งเธอเองก็เห็นด้วยเพราะคิดไว้เหมือนกันว่าจะมาทำบุญวันนี้ จึงชวนสามีหนุ่มให้มาด้วยกัน และเขาก็ไม่ขัดข้อง เพราะตั้งแต่ผ่านพ้นพิธีแต่งงานมาได้สองเดือน ภีมพลก็ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับพุทธศาสนาอีกเลยจากนั้นทั้งสามคนก็เดินทางกลับบ้าน พอมาถึง ชายหนุ่มปล่อยให้รวิชาได้อยู่กับแม่นมตามลำพังเพราะคิดว่าทั้งสองคนคงมีเรื่องอยากพูดคุยกัน เขาเองก็เห็นใจคนแก่อย่างนมพิม เพราะตั้งแต่รวิชาเรียนจบมาก็เอาแต่ทำงาน แถมหลังจากนั้นสองเดือนก็เข้าพิธีแต่งงานกับเขา ทำให้บางคืนรวิชาไม่ได้กลับไปนอนบ้านตัวเอง ถึงแม้เขากับรวิชาจะแก้ปัญหาด้วยการสลับบ้านนอนเป็นวันเว้นวันแล้วก็ตาม แต่หัวอกคนแก่ก็คงหงอยเหงาเป็นธรรมดา

  • บ่วงรักผีเสื้อ   บทที่ 24 ผีเสื้อสยายปีก - 100%

    “ตอบแบบนี้ค่อยชื่นใจหน่อย อย่างนี้ต้องให้รางวัล”ชายหนุ่มจับล็อกปลายคางมนของหญิงสาวไว้ แล้วก้มลงตบรางวัลให้คนปากหวานช่างจำนรรจาจนเขากระชุ่มกระชวยทุกทีที่ได้ฟังนาทีนี้ภีมพลเหมือนจะคลั่งเสียให้ได้ สาวน้อยช่างหวานจับจิตจับใจสมกับที่รอคอยมานานแสนนาน ถ้าไม่ติดว่าเธอยังใหม่กับความสัมพันธ์แบบนี้แล้วล่ะก็ รับรองได้เลยว่าทั้งเขาและเธอยังคงนัวเนียกันอยู่บนเตียงเป็นแน่“อื้ม...อาภีมขา นี่มันริมถนนนะคะ เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า”แค่หญิงสาวพูดเบา ๆ แต่สำหรับชายหนุ่มแล้วน้ำเสียงสั่นพร่านิด ๆ นั้นช่างฟังดูเซ็กซี่ยั่วยวนดีเหลือเกิน เขานึกถึงตอนเธอครวญครางอยู่ใต้ร่างของเขา ทั้งภาพทั้งเสียงยังคงติดตาตรึงใจเสียจนอะไร ๆ มันพรักพร้อมขึ้นมาอีกแล้ว“เราเข้าหมู่บ้านมาแล้ว ไม่ค่อยมีคนเดินผ่านมาหรอก รถอาก็มืด ใครจะมองเข้ามาเห็นล่ะคะ”เอาอีกแล้ว ลงท้ายด้วยคะ ขาแบบนี้แปลว่าเริ่มไม่ปลอดภัยแล้วเป็นแน่ ยังไม่ทันจะได้อ้าปากพูดอะไร แต่ชายหนุ่มก็ชิงพูดขึ้นเสียก่อน“แวะบ้านอาก่อนนะคะ”แค่เห็นแววตาระยิบระยับแพรวพราวของเข

  • บ่วงรักผีเสื้อ   บทที่ 24 ผีเสื้อสยายปีก - 70%

    “ถ้าอย่างนั้น...คืนนี้อยู่กับอาทั้งคืนได้ไหม ตามใจอาหน่อยได้ไหมคะ”เขาถามพร้อมกับประพรมจุมพิตไปทั่วหน้าอย่างหลงใหล ก่อนจะเอ่ยประโยคสำคัญที่ทำให้คนฟังหัวใจพองฟูคับอก“อาก็รักน้องอาย ไม่ใช่แค่คืนนี้ที่อาอยากให้น้องอายอยู่ด้วยแต่เป็นทุก ๆ คืน และตื่นมาตอนเช้าก็เห็นหน้าน้องอายเป็นคนแรกในทุก ๆ เช้า”ชายหนุ่มหยุดพูด แล้วก้มลงจุมพิตที่หน้าผากอีกครั้งหนึ่งแล้วไต่ระเรื่อยมาจนถึงใบหู ใจอยากจะโจนจ้วงเข้าหาร่างเย้ายวนนี้ให้สมกับที่รอคอยมานานแสนนาน แต่ก็อยากให้หญิงสาวได้สัมผัสกับความสวยงามจากประสบการณ์ในรักครั้งแรกมากกว่า เขาจึงต้องอ่อนโยนให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ แม้ว่าความต้องการจะอัดแน่นจนแทบระเบิดแล้วก็ตาม“แต่งงานกับอานะคะ”ไหน ๆ เธอก็เรียนจบแล้ว มีงานมีการทำถือว่าเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว หนำซ้ำยังจดทะเบียนสมรสเป็นคนคนเดียวกันในทางกฎหมายแล้วด้วย เขาจึงคิดว่าไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องรออีกต่อไป เพราะเขากับเธอก็แทบจะเป็นของกันและกันอยู่แล้ว จะเหลือก็แต่การอยู่ร่วมบ้านเดียวกันในฐานะของสามีภรรยาเท่านั้นรวิชาคลี่ยิ้มกว้างพล

  • บ่วงรักผีเสื้อ   บทที่ 24 ผีเสื้อสยายปีก - 35%

    ภีมพลยืนยิ้ม มองภรรยาทางนิตินัยที่กำลังยักย้ายส่ายสะโพกอย่างสนุกสนานกับเพื่อนกลุ่มใหญ่อยู่ข้างล่างด้วยแววตาทอดอ่อน เมื่อวานสอบวันสุดท้าย วันนี้รวิชาจึงขออนุญาตเขาพาเพื่อน ๆ มาสนุกกันที่คลับอย่างเต็มที่เพื่อเป็นการฉลองจบการศึกษา อีกทั้งฉลองที่ยอดขายผลิตภัณฑ์ในกลุ่มสปานั้นทะลุเป้าเกินกว่าที่คาดหมายไว้พอสมควรสาวน้อยของเขาเรียนจบแล้ว...ปีกว่ากับการอยู่ในตำแหน่งคู่หมั้น สองปีกว่ากับการอยู่ในตำแหน่งสามีตามกฎหมาย รวมแล้วร่วมสี่ปีเต็มกับการเฝ้าดูแลเด็กสาวคนหนึ่งให้เติบโตเป็นหญิงสาวแสนสวย และมากความสามารถจนเป็นที่ยอมรับของคนทั่วไปเมื่อก่อนเขาเอาแต่นั่งนับวันเวลาว่าเมื่อไรเธอจะเรียนจบ เพราะอยากตีตราจองเธอเอาไว้ด้วยร่างกาย ไม่ใช่แค่กระดาษแผ่นเดียวตามประสาผู้ชายทั่วไปที่คิดอยากมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับคนรัก ทว่าพอวันเวลาผ่านไป ความคิดของเขาก็ค่อยปรับเปลี่ยนไปทีละนิดตามความผูกพันที่เพิ่มขึ้นระหว่างเขากับเธอเซ็กซ์ไม่ใช่สิ่งจำเป็นที่เขาต้องการจากเธอเพียงอย่างเดียวเหมือนเมื่อก่อน เพราะมันถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกมั่นคงในรัก และการรับรู้ถึงการเป็นส่วนหนึ่งขอ

  • บ่วงรักผีเสื้อ   บทที่ 23 จำเป็นต้องเติบโต - 100%

    หลายเดือนผ่านไปเสียงถอนหายใจจากร่างเล็กที่กำลังเอนตัวนอนไปกับที่นั่งในศาลาไม้สักทำให้ชายหนุ่มที่เดินเข้ามาเงียบ ๆ ต้องชะงักเท้าแล้วหันมองตามเสียงนั้น ภีมพลเดินไปหา คนที่นอนหลับตาจึงไม่ได้ยินเสียงฝีเท้า และไม่รู้ถึงการมาของเขา ชายหนุ่มยืนกอดอกพิงกับเสา มุมปากยกยิ้มอย่างเอ็

  • บ่วงรักผีเสื้อ   บทที่ 22 สะกดใจ - 35%

    “ทำไมอุ้ยถึงคิดว่าจะมีเรื่องไม่ดีล่ะ เมื่อก่อนเนยก็เคยเป็นเพื่อนในกลุ่มเดียวกันไม่ใช่หรือ” เตชินทร์ออกปากถามอย่างสนใจใคร่รู้ อารดาหันมองเขาอย่างชั่งใจว่าจะเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังดีหรือไม่ แต่สุดท้ายหญิงสาวก็ตัดสินใจเล่าทุกอย่างให้เขาฟังอย่างหมดเปลือก ไม่เว้นแม้กระทั่ง

  • บ่วงรักผีเสื้อ   บทที่ 21 หญิงร้ายชายเลว - 100%

    “เดินไปที่รถคันสีดำนั่น แล้วเปิดประตูเข้าไปนั่งข้างใน เร็วเข้า!”สุนิตาพูดกำกับอยู่ทางด้านหลังด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเช่นเคย รวิชาตวัดตามองตามที่สุนิตาบอก จึงเห็นมีรถญี่ปุ่นสีดำติดฟิล์มดำทั้งคันจอดอยู่ริมทางเท้าไม่ห่างไปเท่าไรนัก และตอนนี้รถคันนั้นก็กำลังสตาร์ตเครื่องอยู่ นั่นก็แปลว

  • บ่วงรักผีเสื้อ   บทที่ 21 หญิงร้ายชายเลว - 70%

    “ไอ้วิชร เมื่อไรแกจะเป็นผู้เป็นคนกับเขาเสียที อีกเทอมเดียวก็จะจบอยู่แล้ว แกจะทำตัวให้มันดี ๆ หน่อยไม่ได้หรือยังไง พ่อมีแกคนเดียวนะ แต่แกกลับไม่เป็นโล้เป็นพาย แล้วพ่อจะฝากผีฝากไข้อะไรกับแกได้ เฮ้อ...”“คุณพ่อครับ จะบ่นให้มันได้อะไรขึ้นมา ถ้าเรียกผมมาเพื่อจะบ่นแค่นี้ ผมจะได

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status