เข้าสู่ระบบตอนที่5
“กูว่าเรื่องใหญ่ขนาดนี้ทำไมไม่บอกผู้ใหญ่วะ ปล่อยให้มันทำร้ายชมพูทำไม มึงควรจะบอกแม่นะไอ้ชน” “ก็เพราะผู้ใหญ่ไงวะที่พลอยเห็นดีเห็นงามไปตั้งแต่ต้น ใจกูเองอยากจะบอกตั้งแต่วันที่มันง้างมือจะตบหน้าน้องสาวกูแล้ว ไอ้ทัชชกรสารเลวนั่นมันไม่ใช่ลูกผู้ชาย หากรู้ว่าธาตุแท้มันเป็นแบบนี้ กูก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าแม่ยังจะเทิดทูนมันต่ออีกไหม” “แล้วมึงจะปล่อยให้น้องสาวตัวเองโดนรังแกแบบนี้ไปอีกนานไหมไอ้ชน” น้ำเสียงนั้นแสดงออกว่าเป็นห่วงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเพื่อนรักอย่างชนกันต์เองก็สัมผัสได้ “แล้วมึงจะให้กูทำยังไงวะ จะทำอะไรมันน้องสาวกูก็ดันห้ามไม่ให้ทำ เพราะกลัวผู้ใหญ่จะผิดใจกัน” “เลยต้องยอมเป็นลูกไก่ในกำมือแบบนี้น่ะเหรอ” “ก็เรื่องนี้แหละที่กูเองก็ไม่เข้าใจ กูยุแยงให้หย่ากันเสียด้วยซ้ำ แต่ชมพูก็บอกว่าหากทำอย่างนั้นครอบครัวกูและครอบครัวฝ่ายนั้นก็คงจะผิดใจกัน เฮ้อ!!…ยิ่งพูดยิ่งเครียดว่ะ เออ! แล้วที่ว่ามึงเจอน้องสาวกูน่ะ มึงไปเจอที่ไหนวะ” “เจอที่ห้างฯน่ะ พอดีกูไปซื้อของใช้ คุยกันได้สักพักไอ้เสือก็ดันโผล่เข้ามา กูก็เลยผละออกมาก่อน แต่ดันเสียมารยาทแอบดูพวกเขาอยู่ห่างๆ” ชนกันต์ได้ฟังแล้วก็อดที่จะสงสารคนพูดเสียไม่ได้ “กูเข้าใจมึงนะโว้ยไอ้พี มึงรักน้องกูไม่คิดจะเปลี่ยนเลยนะ” “ครั้งแรกรู้สึกกับชมพูยังไง ตอนนี้ความรู้สึกนั้นก็ยังเหมือนเดิม” “แม้จะรู้ว่าเขาเป็นของคนอื่นแล้วอย่างงั้นเหรอ” “มึงก็รู้ใจกูไม่ใช่เหรอวะชน หากกูรักใครผู้หญิงคนนั้นก็จะฝังอยู่ในใจกูแน่น การที่จะลบน้องสาวมึงออกไป มันเป็นเรื่องที่ยากมากนะสำหรับกู” เรื่องนี้ชนกันต์ย่อมรู้ดี แม้ว่าที่ผ่านมาหรือว่าปัจจุบันที่พีระวิทย์มีการงานที่มั่นคง และสามารถเปิดเป็นบริษัทเล็กๆ ได้เขายังมีสาวๆ แวะเวียนเข้ามาหาไม่ขาดสาย แต่เขาก็ไม่สนใจผู้หญิงคนไหน เพราะคนที่อยู่ในใจนั้นคือชมพูนุชน้องสาวของเขาคนเดียวนั่นเอง วันๆ เอาแต่ทำงานงกๆ ไม่ชายตาแลเพศตรงข้ามเลยสักคน จนพีระวิทย์เองถูกมองว่าเป็นเกย์ไปแล้ว “เออ…แล้วที่บริษัทมึงเป็นยังไงบ้างล่ะ” ชนกันต์หาเรื่องอื่นพูดเพราะเดี๋ยวจะเครียดกันไปใหญ่ “ก็ดี…” “แต่ได้ข่าวว่าต่างประเทศมาดูงานไม่ใช่เหรอ แบบนี้สินค้ามึงก็มีสิทธิ์โกอินเตอร์สิ” “เซ็นสัญญาไปแล้ว เขาให้กูส่งสินค้าไปให้เขาสิบปี” “ดีใจด้วยที่มึงประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน...นี่หากย้อนเวลาได้ กูก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าแม่กูจะว่ายังไง เมื่อรู้ว่าคนที่เคยถูกมองข้ามกำลังจะกลายเป็นเศรษฐีระดับประเทศ” “มึงก็พูดซะเวอร์ ถ้าเมื่อก่อนฐานะทางการเงินดีกว่านี้ กูคงช่วยเหลือครอบครัวมึงได้ ชมพูเองก็คงไม่ต้องเสียสละแต่งงานกับคนที่ตัวเองไม่ได้รักแบบนี้” “เอาเถอะ ยังไงซะเราก็ย้อนเวลากลับไปไม่ได้อยู่ดี แต่ตอนนี้ต่างประเทศทำสัญญาสิบปีแบบนี้บริษัทมึงมีแต่รุ่งกับรุ่งแน่ๆ ไว้วันไหนกูกลับขอนแก่น กูจะไปพูดเรื่องของมึงให้แม่ฟัง” “เล่าแล้วจะได้อะไรวะ” พีระวิทย์เอ่ยเสียงเรียบ “ความสะใจไง…หมั่นไส้” “แต่นั่นแม่มึงนะไอ้ชน พูดไปก็ทำให้แม่ไม่สบายใจเปล่าๆ” “กูไม่ลืมหรอกว่านั่นคือผู้ให้กำเนิด และก็ไม่คิดจะเนรคุณทอดทิ้งด้วย…ขนาดแม่สั่งให้กูเลิกคบกับมึงเพราะไม่อยากให้กูไปสุงสิงเกรงว่าคนบ้านนั้นเขาจะไม่พอใจ แต่กูก็ไม่สนเว้ย เพราะกูคบคนที่ใจไม่ใช่เงินทอง และก็ไม่สนใจใครหน้าไหนด้วย สำหรับกูเพื่อนก็คือเพื่อน” “แต่กูเข้าใจแม่มึงนะเว้ยชน ว่าเขาก็ต้องการให้ลูกสาวได้ลงเอยกับคนรวยๆ จะได้สบาย หากในตอนนั้นให้ชมพูแต่งงานกับกูอาจจะอดตายก็ได้ กูเองยังเอาตัวแทบไม่รอด แล้วจะเอาเงินที่ไหนไปช่วยพยุงกิจการของครอบครัวมึงให้ไปต่อได้” “นี่ยังไงล่ะที่กูยังคบกับมึงได้จนถึงทุกวันนี้ เพราะมึงเป็นคนจิตใจดี ไม่คิดจะว่าใครลับหลังแบบนี้ไง” “แต่เรื่องทุนบริษัทก้อนแรก หากไม่ได้มึงกูเองก็คงไม่มีวันนี้หรอก ยังไงก็ขอบใจมึงมากนะเว้ยไอ้ชน” “ทดแทนเรื่องแม่กับน้องกูไง และอีกอย่างมึงก็คืนมาให้กูแล้ว ก็ถือว่าไม่มีอะไรค้างคา แต่ถึงมึงไม่คืน…กูก็ไม่คิดจะเอาอยู่แล้ว เพราะอะไรรู้ไหม?..เพราะบริษัทกูตอนนี้ก็ยังใช้บริการบริษัทมึงอยู่ และที่สำคัญแม่กูก็ไม่รู้ หากรู้คงช็อกแน่ๆ ว่ะ” “ทำอย่างนั้นแล้วจะได้ประโยชน์อะไรวะ ในเมื่อตอนนี้สิ่งที่กูต้องการก็ไม่มีวันกลับมาหากูแล้ว ความรักที่กูมีให้น้องสาวมึงกูก็จะเก็บไว้ในความทรงจำตลอดไป จนกว่าจะตายจากนั่นแหละ” “แล้วถ้าเผื่อว่าสองคนนั้นเขาหย่ากันขึ้นมา แล้วมึงจะรังเกียจน้องสาวกูหรือเปล่าวะ” จบประโยคคนฟังก็หันมามองทางคนพูดทันที “กูไม่มีวันรังเกียจคนที่กูรักได้หรอก...ว่าแต่มึงถามแบบนี้ทำไม” ชนกันต์ไม่ได้ตอบนอกจากสั่งเหล้าจากบาร์เทนเดอร์ต่อ ปล่อยให้คำพูดประโยคนั้นเป็นปริศนาต่อไป และอีกฝ่ายก็ไม่ได้ถามอีกด้วย ทว่าในเวลานั้นสายตาของชนกันต์ก็เหลือบไปเห็นร่างสูงคุ้นตาของใครคนหนึ่ง พร้อมทั้งควงผู้หญิงสวยเซ็กซี่หน้าตาดีเข้ามาในผับด้วยท่าทางสนิทสนม แต่มองยังไงสตรีคนนั้นก็ไม่เหมือนน้องสาวตนเลยสักนิด ดังนั้นจึงสะกิดพีระวิทย์ให้ดูพร้อมทั้งบุ้ยปากไปยังจุดหมาย และแล้วฝ่ายนั้นก็เหลือบมาเห็นสองหนุ่มเข้าพอดี จึงก้าวเข้ามาหาด้วยท่าทางยิ้มแย้มราวกับว่าไม่ได้สะทกสะท้านอะไรเลยสักนิด แต่ชนกันต์เองกลับคิดไปว่ารอยยิ้มแบบนี้มันกวนฝ่าพระบาทชะมัด “ไม่คิดว่าจะเจอพวกคุณสองคนที่นี่ ว่าแต่คุณพี่ชายเมียมานานหรือยังล่ะครับ” “มาจนจะกลับแล้ว เพราะเห็นหน้าใครบางคนเลยทำให้หมดสนุก” ชนกันต์ตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก ส่วนพีระวิทย์ไม่ได้ทักทายทำตัวเงียบราวกับว่าไม่มีตัวตนเสียอย่างนั้น “มาเที่ยวแบบนี้…แล้วคนที่บ้านล่ะเขาจะรู้สึกยังไงวะ” ชนกันต์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ “หึ มาเที่ยวอะไรกันล่ะ ผมมาทำงานต่างหากเพราะนี่มันเป็นผับของผม ชมพูเองเขาก็ไม่ว่าอะไรหรอก ก่อนมาผมก็ชวนเธอแล้วแต่เธอก็ปฏิเสธ ว่าแต่…คุณพี่ชายเมียจะไปไหนอีกหรือเปล่าล่ะ ไปหาโต๊ะนั่งคุยกันฝั่งโน้นก็ได้นะ” ทัชชกรเอ่ยชวน “ไม่ล่ะ พวกฉันกำลังจะกลับพอดี” ว่าแล้วก็หันไปทางบริกรแล้วเป็นคนจ่ายตังค์เสียเองทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้พีระวิทย์บอกว่าจะเลี้ยง ชนกันต์รีบคว้าแขนเพื่อนรักออกมาจากผับอย่างรวดเร็ว ส่วนคนชวนรู้สึกเสียหน้าเล็กน้อย และรู้สึกโกรธด้วยที่ถูกพี่ชายภรรยาตัวเองปฏิเสธแบบนี้ ก่อนเขาจะกลับไปที่โต๊ะโซนวีไอพีด้านบนซึ่งมีสาวสวยคนนั้นรออยู่ “มึงพ่วงกูออกมาทำไมวะไอ้ชน” พอออกมานอกผับแล้วพีระวิทย์ก็เอ่ยถามทันที “ขืนอยู่ต่อกูคงกระเดือกเหล้าไม่ลงแน่ๆ เปลี่ยนไปร้านอื่นดีกว่า เห็นหน้ามันแล้วทนไม่ได้ว่ะ ถ้ารู้ว่าที่นี่เป็นผับของมันกูแม่งคงไม่มาให้ติดเสนียดหรอก” ชนกันต์เอ่ยอย่างเดือดดาล เขาพอจะรู้ว่าทัชชกรเป็นเจ้าของผับ แต่ไม่คิดว่าจะเป็นผับนี้ “เอ้านี่...” “อะไร” ชนกันต์ถามเพราะงงเมื่อเพื่อนรักยื่นเงินมาให้ “วันนี้กูบอกแล้วไงว่าจะเลี้ยง แต่มึงดันจ่ายก่อน...” “ช่างเถอะ” “งั้นเดี๋ยวไปต่อร้านอื่นคราวนี้กูจะจ่ายเอง” “เดี๋ยวก่อน ตกลงมึงแค่อยากระบายความในใจหรืออยากเมากันแน่วะ” คนถูกถามชะงักเล็กน้อย “ปกติมึงไม่ใช่นักท่องราตรีแล้วก็ไม่ใช่ไอ้ขี้เหล้านะโว้ย หากจะแค่ระบายก็ไปที่คอนโดกูก็ได้ พูดให้หมดเปลือกจนสบายใจดีกว่าไปเมา มึงว่าเข้าท่ากว่าไหม” “อืม ก็ใช่” พอตกลงได้ดังนั้นสองหนุ่มจึงตรงมาที่รถของตัวเอง ก่อนจะขับเคลื่อนตามๆ กันมา เพื่อมุ่งตรงไปยังที่หมายคือคอนโดของชนกันต์ทันที อีกอย่างพีระวิทย์เองก็ไม่ต้องห่วงอะไรเพราะที่บ้านก็ไม่มีใครอยู่แล้ว เขาเป็นเด็กกำพร้าเติบโตมาจากสถานสงเคราะห์ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใครเป็นพ่อเป็นแม่ แต่เพราะมีความมุมานะจึงทำให้พีระวิทย์ประสบความสำเร็จ ทว่าก็ไม่ลืมที่จะกลับไปเยี่ยมเยียนผู้มีอุปการะที่นั่นเสมอ ชนกันต์ก็เคยไปด้วยบ่อยๆ แถมยังบริจาคเงินช่วยเหลือทุกครั้งเช่นกัน เช้าวันต่อมา… “มึงจะกลับแล้วเหรอวะไอ้พี” เมื่อเห็นเพื่อนหนุ่มแต่งตัวจะออกไปในตอนเช้า ก็รีบเอาหูโทรศัพท์มือถือที่ตนกำลังคุยกับคนปลายสายอยู่ลงก่อนจะถาม “อืม..พอดีวันนี้เก้าโมงมีประชุมน่ะ ตอนเย็นมึงว่างหรือเปล่าล่ะ” “ว่างสิวะ ทำไมเหรอ” “ก็ถามก่อนไง เผื่อมึงมีนัดหรือว่าเอาสาวมาค้างที่ห้อง กูจะได้ไม่ทะเล่อทะล่ามาเป็นตัวขัดจังหวะ” “ช่วงนี้ไม่มีนัดกับใครที่ไหนหรอก เพราะงานมันรัดตัว สาวๆ หายเกลี้ยงเลยว่ะ” ชนกันต์พูดพลางหัวเราะ “งั้นกูไม่กวนมึงแล้ว กำลังคุยโทรศัพท์อยู่ไม่ใช่เหรอ ตามสบายนะเว้ย ไว้เจอกันเย็นนี้” ว่าแล้วพีระวิทย์ก็เปิดประตูออกไปทันที ส่วนเจ้าของห้องรีบก้าวตามตอนพิเศษ2อาทิตย์ต่อมา….หลังจากคนตัวโตอาบน้ำทำธุระส่วนตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาก็มานั่งทำงานต่ออยู่ในห้องทำงาน โดยที่ผมของเขายังไม่แห้งและมีหยดน้ำใสๆ อยู่ประปราย บนตัวนั้นมีเพียงกางเกงขายาวเนื้อนุ่ม และผ้าขนหนูผืนเล็กที่พาดบ่าแกร่งไว้ ช่วงหลังๆ มานี้เขามักจะหอบเอางานกลับมาทำที่บ้านอยู่บ่อยครั้งเพราะเมียอุ้มท้องลูกของเขาอยู่ แม้เขาจะจ้างแม่บ้านมาไว้คอยดูแลเรื่องงานบ้านและคอยดูแลเธอ แต่เขาก็ยังอดห่วงเธอไม่ได้ ที่สำคัญ…ช่วงนี้รู้สึกได้ว่าคนเป็นเมียติดเขาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน สิ่งที่ทำให้เขาแปลกใจคืออาการแพ้ท้องที่แปลกประหลาดของเธอ และสิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจมากไปกว่านั้นก็คือตอนที่เธอบอกว่าเธอติดกลิ่นของเขา เธอบอกว่าถ้าหากเธอไม่ได้กลิ่นเขาแล้วเธอเหมือนจะคลื่นไส้ จนเขาเองนั้นได้แต่คิดในใจว่าถ้ารู้ว่าแพ้ท้องแล้วอีกคนจะติดเขามากขนาดนี้ เขาคงเสกเด็กเข้าท้องเธอไปตั้งงานแล้วแกร่ก!!เพียงไม่นานคนตัวเล็กก็เดินออกมาจากห้องน้ำ พร้อมกับชุดนอนกระโปรงบางเบา ชมพูนุชเดินไปหย่อนสะโพกกลมกลึงนั่งลงบนหน้าตักแกร่งของผู้เป็นสามีอย่างถือวิสาสะ“มีอะไรครับ?” เขาถามขึ้นก่อนจะละสายตาออกจากหน้าจอแม็คบุ๊คเครื
ตอนพิเศษ1 3เดือนผ่านไป….“อรุณสวัสดิ์ครับที่รัก” เขาโน้มใบหน้าคมสันลงไปจูบหน้าผากมนอย่างทะนุถนอม เช้านี้เขาตื่นขึ้นมาก่อนเธอ สามีหนุ่มลืมตาขึ้นมาสำรวจใบหน้าหวานของภรรยาสาวที่นอนหันหน้าเข้ากับอกแกร่งของเขาเพียงครู่ ก่อนดวงตาคู่สวยจะค่อยๆ ปรือขึ้นมาช้าๆ มองสบสายตาคมของผู้เป็นสามี“อื้อ…เช้าอีกแล้วเหรอคะ” น้ำเสียงงัวเงียเอ่ยขึ้นพลางซุกไซ้ใบหน้าเข้าหาแผงอกของเขาราวกับลูกแมวเหมียวขี้เซา“ก็เช้าอีกแล้วสิครับ” เขาเอ่ยขึ้นเบาๆ ก่อนจะยื่นแขนแกร่งเข้าไปโอบกอดเจ้าของร่างนุ่มนิ่มที่ตอนนี้รู้สึกจะดูอวบอิ่มมีน้ำมีนวลมากกว่าแต่ก่อน ตอนนี้เธอตั้งท้องได้สี่เดือนกว่าๆ แล้ว แต่ร่างกายเธอไม่ได้เหมือนคนท้องเลยสักนิด จะมีเพียงแค่หน้าท้องที่นูนป่องขึ้นมาเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น หากไม่บอกว่าท้องใครๆ ก็คงจะดูไม่ออก“วันนี้เป็นวันหยุดไม่ใช่เหรอคะ ขอฉันนอนต่ออีกหน่อยไม่ได้เหรอ เมื่อคืนคุณก็…เอ่อ…”จู่ๆ เธอก็พูดติดๆ ขัดๆ ขึ้นมาเอาเสียดื้อๆ เมื่อหวนนึกไปถึงบทรักอันเร่าร้อนจากเขาเมื่อคืน เขาจับเธอกินครั้งแล้วครั้งเล่าจนแทบจะถึงเช้า เพราะตั้งแต่ออกจากโรงพยาบาลมาเธอก็ไม่ยอมให้เขาแตะเนื้อต้องตัว เป็นเวลากว่าสามเดือน
ตอนที่36 “เธอเป็นเมียฉันนะชมพู...ฉันเป็นห่วงเธอมากเลยรู้ไหม”“เอาความห่วงใยของคุณเก็บไว้ให้บรรดาพวกผู้หญิงของคุณเถอะค่ะ ฉันไม่อยากรับหรอก”“ฉันขอโทษนะ...ขอโทษสำหรับทุกอย่างที่ฉันทำให้เธอหวาดกลัวและเจ็บปวด ฉันไม่ได้ตั้งใจทำให้เธอรู้สึกแบบนั้น...มันสมควรที่เธอจะโกรธจะเกลียดฉันจนต้องหนีกลับมาที่นี่ ฉันคงยังไม่เคยบอกเธอเลยสินะ ว่าตั้งแต่ที่ฉันเจอเธอวันแรกฉันก็หลงรักเธอ...แม้กระทั่งตอนนี้ฉันก็ยังรักเธอ ไม่เคยเกลียดเธอเลยแม้แต่นิดเดียว”“…..”“ฉันรักเธอมาก รักเธออยู่ฝ่ายเดียวมาตลอด รักมากจนต้องมานั่งคาดหวังว่าเธอเองจะรักฉันตอบ แต่พอฉันได้ยินที่เธอพูดกับพี่ชายเธอวันนั้น…ว่าเธอไม่รักฉันเลย มันทำให้ฉันเจ็บมาก เจ็บจนต้องเผลอทำอะไรรุนแรงกับเธอ เพียงเพราะว่าฉันหึงหวงเธอกับพีระวิทย์เลยทำให้ฉันเผลอทำอะไรที่ขาดสติยั้งคิดไป”ถ้อยวลีของผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีที่เพิ่งจะเอ่ยคำว่ารักออกจากปาก ทำให้คนที่นอนซมอยู่บนเตียงนั้นชะงักนิ่ง พลางคิดว่าจะเป็นได้ยังไงในเมื่อตลอดเวลาเขาทำราวกับว่ารังเกียจเธอเสียหนักหนา ทำเหมือนเธอไม่มีตัวตนในสายตาของเขาเลยด้วยซ้ำ เขาทำให้เธอเจ็บทั้งกายและใจ แต่พอมาวันนี้…จะมาบอกว่
ตอนที่35“คอยดูนะ ถ้าน้องสาวกูเป็นอะไรไปล่ะก็…กูฆ่ามึงแน่ไอ้สารเลว”“นี่มันเรื่องอะไรกันชน ทำไมลูกถึงไปว่าคุณเสือเขาแบบนั้น….คุณเสือพอจะบอกแม่ได้ไหมลูกว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้น”ผู้เป็นแม่ยายหันไปเอ่ยถามผู้เป็นลูกเขยบ้าง“ผมเป็นคนผิดเองแหละครับคุณแม่…ก็อย่างที่ผมบอก ก่อนหน้านี้ผมกับชมพูเรามีปากเสียงกันนิดหน่อยครับ..”“หึ มึงก็เลยทนไม่ไหว ทำร้ายร่างกายน้องสาวกูใช่ไหม!!”เสียงชนกันต์แทรกขึ้นอีกรอบ“ผมเปล่าทำร้ายชมพู!!”“ไอ้โกหก...ถ้ามึงไม่ทำร้ายแล้วน้องสาวกูจะเข้าโรงพยาบาลได้ไงวะ อย่าไปเชื่อคนอย่างมันนะครับแม่ มันกำลังหลอกแม่หลอกทุกคนอยู่ ตอนอยู่กรุงเทพฯ มันก็ทำร้ายร่างกายชมพูบ่อยๆ”ชนกันต์ตั้งท่าจะกระโจนเข้ามาหาทัชชกรอีกด้วยความโมโห แต่ยังดีที่พีระวิทย์รั้งร่างเอาไว้ และไทสันเองก็เข้ามาขวางไว้เสียก่อน ไม่งั้นรายการชกกันคงเกิดขึ้นอีกรอบแน่ และรอบนี้ก็ไม่แน่ใจเช่นกันว่าคนอย่างทัชชกรจะทนได้แค่ไหน“ผมสาบานครับ ว่าผมไม่เคยทำอะไรแบบนั้นจริงๆ ผมไม่เคยคิดที่จะตบตีหรือทำร้ายร่างกายชมพูเลยสักครั้งนะครับคุณแม่...”“มึง....ไอ้!..”ชนกันต์ยังไม่เลิก ดังนั้นพีระวิทย์จึงต้องลากเพื่อนออกไปที่อื่นแทน“น
ตอนที่34เช้าวันต่อมา….ดวงตาคมค่อยๆ ปรือตาขึ้นมาหลังจากนอนหลับได้เต็มอิ่ม การที่ได้นอนกอดเมียมันทำให้เขาหลับสบายทั้งคืน ชมพูนุชเดินกลับเข้ามาในห้องด้วยชุดที่สบายๆ เธอสวมเสื้อยืดสีขาวขนาดโอเวอร์ไซส์กับกางเกงขาสั้นสีครีมทำเอาผู้เป็นสามีมองเธอตาเป็นมัน นัยน์ตาสีเข้มจ้องมองเรียวขาขาวเนียนนั้นอย่างหลงใหล เขาชอบที่เธอใส่ชุดแบบนี้ที่สุด ชุดธรรมดาๆ แต่ทำให้เธอดูน่ารักน่าค้นหา เอาจริงๆ เขาก็อยากจะทำอะไรรับอรุณอย่างที่เขาเคยทำเป็นประจำ แต่เขาเองก็เพิ่งจะรังแกเธอไปและเธอเองก็ยังไม่ยอมยกโทษให้ ถ้าจะหาเรื่องรังแกเธอซ้ำรอยแผลเดิมอีกก็ใช่เรื่อง ถ้าขืนเขายังเอาแต่ใจเอาแต่อารมณ์ของตัวเองอีก คราวนี้เธอคงได้ขอหย่ากับเขาจริงๆ แน่ เพราะฉะนั้นเขาจึงได้แต่อดทน แม้เช้านี้เขาอยากจะเอาเมียมากแค่ไหนเขาก็ต้องบอกไอ้เจ้าลูกชายที่มันตื่นขึ้นมาในตอนเช้าทุกวันให้สงบลง“นั่นเธอจะทำอะไร?” น้ำเสียงที่ยังคงงัวเงียเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นเธอเดินไปตู้เสื้อผ้าแล้วหยิบนั่นจับนี่“ฉันจะอาบน้ำ คุณมีปัญหาหรือไง” น้ำเสียงห้วนๆ เอ่ยตอบอย่างหงุดหงิด ทั้งๆ ที่เขาเองก็ถามเธอดีๆ แท้ๆ แต่คนตัวเล็กกลับอารมณ์เสียใส่เขาซะงั้น ช่วงนี้ชมพูนุชรู้
ตอนที่33“ฉันว่าคุณกลับกรุงเทพฯไปเถอะค่ะ พวกคนเมืองกรุงฐานะร่ำรวยอย่างพวกคุณไม่เหมาะที่จะอยู่ที่นี่หรอก” เธอเอ่ยเพียงแค่นั้นก็ตั้งท่าจะเอี้ยวตัวหันหลังกลับ ทำให้คนที่กำลังก้มๆ เงยๆ ล้างมือที่เปรอะเปื้อนอยู่รีบดีดตัวลุกขึ้นมาจากสระน้ำทันที “ฉันไม่กลับ! จนกว่าเธอจะกลับไปกับฉันด้วย”เขาเอ่ยเสียงเข้มพลางยื่นมือไปกระชากข้อมือเธอไว้ให้หยุดเดิน “ฉันจะไม่กลับไปกับคุณค่ะ ฉันบอกแล้วไงคะว่าฉันจะไม่กลับไปอยู่กับคนใจร้ายอย่างคุณอีกแล้วค่ะคุณเสือ” เธอว่าพลางแกะมือเขาออกจากการเกาะกุม“แต่เราเป็นผัวเมียกันนะ ก็ต้องอยู่ด้วยกันสิ จะแยกกันอยู่ได้ยังไง”“ก็แค่ผัวเมีย เป็นได้...ก็เลิกเป็นได้เหมือนกัน ฉันจะไม่กลับไปเพื่อให้คุณกักขังฉันไว้ไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวันหรอกนะคะ!!” ประโยคที่เธอพูดมาทำเอาเขาชะงักนิ่งไปทันที“ฉะ ฉันโมโหก็เลยพูดไปอย่างงั้นเอง ฉันไม่ได้จะกักขังเธอจริงๆ สักหน่อย”“ฉันไม่คิดว่าคนอย่างคุณจะพูดเล่น และฉันก็จะไม่กลับ!!” เธอยังยืนยันหนักแน่น“ถ้าเธอไม่กลับฉันก็ไม่กลับ เธออยู่ที่ไหนฉันก็จะอยู่ที่นั่น ที่ไหนมีเธอที่นั่นก็ต้องมีฉัน!”“งั้นก็แล้วแต่คุณเลยค่ะ คนรวยอย่างคุณคงทนอยู่ที่บ้านนอกคอ