เข้าสู่ระบบตอนที่6
“เฮ้ย! ไอ้พี มึงไม่อยากรู้หรือไงวะว่ากูกำลังคุยกับใคร” ชนกันต์เอ่ยถามตามหลังในขณะที่พีระวิทย์เดินห่างออกไปแล้ว ทว่าไม่มีเสียงตอบกลับจากเพื่อน ดังนั้นชายหนุ่มจึงหันกลับมาพูดโทรศัพท์ที่ยังคุยค้างไว้ต่อ “ไม่มีอะไรแล้ว...ไอ้พีมันจะรีบไปทำงานน่ะ” “พี่พีมาค้างที่ห้องพี่ชนเหรอคะ” ทางฝ่ายนั้นถามกลับมาด้วยเสียงราบเรียบ แต่ก็ยังแอบดีใจที่ได้ยินชื่อเขา “เมื่อคืนมันชวนพี่ไปโซ้ยเหล้า ขากลับก็เลยหมดสภาพต้องนอนที่คอนโดพี่น่ะ” “เอ๊ะ! ปกติพี่พีไม่ใช่คนแบบนั้นไม่ใช่เหรอคะ” “พี่ล้อเล่นน่ะ…เมื่อก่อนไอ้พีมันเป็นยังไง ตอนนี้มันก็ยังเป็นอย่างนั้นนั่นแหละ และที่สำคัญหัวใจมันก็ยังไม่เคยเปลี่ยน จนกระทั่งทุกวันนี้มันก็ยังรักชมพูอยู่นะ” คราวนี้ชมพูนุชเป็นฝ่ายเงียบขึ้นมาบ้าง เพราะเรื่องนั้นเธอรู้ดี แต่ก็ใช่ว่าเขาจะเจ็บปวดฝ่ายเดียวเสียเมื่อไหร่ เธอเองก็เจ็บปวดด้วยเช่นกันที่ความรักไม่สมปรารถนา ณ โกดังเก็บสินค้า… ทัชชกรนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้เนื้อเข้ม หันหลังให้หน้าต่างบานใหญ่ที่แสงจันทร์สาดส่องเข้ามาพอให้เห็นเพียงเงาลางๆ ของเขา บนโต๊ะมีแฟ้มเอกสารกองเป็นระเบียบ พร้อมทั้งกล่องบุหรี่เปิดทิ้งไว้กับเครื่องดื่มที่พร่องไปเกือบครึ่งแก้ว ไฟสลัวจากโคมไฟบนโต๊ะทำให้ใบหน้าคมสันนั้นยิ่งดูเคร่งขรึม ดวงตาคมกริบจ้องมองเอกสารที่อยู่ในมือด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ทันใดนั้นประตูห้องทำงานได้ถูกเปิดออก เพื่อนสนิทของเขาที่มีนามว่าฌอน และโฬมได้เดินเข้ามา ก่อนจะเดินตรงดิ่งไปนั่งที่เก้าอี้ตรงข้ามกับทัชชกร “สินค้าล็อตใหม่เป็นยังไงบ้างวะ” ฌอนถามขึ้นเบาๆ สายตาจับจ้องไปยังเอกสารในมือของทัชชกร เจ้าของใบหน้าคมสันยังตีสีหน้าเรียบเฉยไม่เผยอารมณ์ใด ๆ เขาพลิกหน้ากระดาษในมือแล้วหยิบอีกแฟ้มขึ้นมาดู “สินค้าล็อตนี้เป็นของพิเศษและคุณภาพสูง เราคงจะได้กำไรไม่น้อย” ทัชชกรพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่แฝงด้วยความมั่นใจ เขามองหน้าฌอนกับโฬมก่อนจะเลื่อนเอกสารไปให้เพื่อนสนิททั้งสองคนดูรายละเอียด “แผนการจัดส่งล่ะ?” โฬมถามขณะดูเอกสาร ทัชชกรยิ้มเล็กน้อยก่อนจะตอบ “เราจะใช้เส้นทางที่เคยใช้มาแล้ว มันมีคนของเราอยู่ตามจุดต่าง ๆ กูคิดว่าพวกเราสามารถเคลื่อนย้ายได้อย่างราบรื่นแน่ๆ” ฌอนและโฬมมองเอกสารอย่างตั้งใจ สีหน้าเริ่มครุ่นคิด “แต่ว่า…เส้นทางนี้เคยถูกจับตามองไปแล้วครั้งหนึ่งไม่ใช่เหรอวะ มึงคิดว่าจะไม่มีปัญหาจริงๆ เหรอ?” ฌอนยังคงตั้งคำถาม ก่อนทัชชกรจะพยักหน้า “นั่นสิวะ สินค้าล็อตนี้มีมูลค่ามหาศาล ถ้าเกิดพลาดขึ้นมาเราคงเสียหายไม่น้อยเลยนะเว้ย!” โฬมพูดแสดงความคิดเห็นขึ้นมาบ้างเช่นกัน “รอบนี้กูเพิ่มมาตรการป้องกันเป็นพิเศษ พวกเขาจะดูแลเรื่องการขนส่งสินค้าของเราให้ถึงที่หมายอย่างปลอดภัย และแน่นอนว่าคนอย่างกูวางแผนมาอย่างดิบดีอยู่แล้ว” พูดเพียงแค่นั้นทัชชกรก็หันไปหยิบบุหรี่ขึ้นมา สูดลมหายใจลึกก่อนจะจุดไฟแล้วพ่นควันออกเบาๆ ให้สารนิโคตินขับกล่อมประสาทให้เขาได้ผ่อนคลายลง เขาจ้องมองเพื่อนอย่างมั่นใจเหมือนจะส่งสัญญาณว่าเขาพร้อมจะรับมือกับทุกสถานการณ์ แม้ตอนนี้บรรยากาศในห้องจะเริ่มตึงเครียด สายตาของทุกคนสื่อถึงความเข้าใจในความเสี่ยง และความล่อแหลมของธุรกิจที่พวกเขาทำอยู่ แต่ฌอนและโฬมเองก็มั่นใจในตัวเพื่อนของตนเอง เพราะคนอย่างทัชชกรไม่เคยที่จะทำงานพลาดเลยสักครั้งตั้งแต่ร่วมสร้างธุรกิจผิดกฎหมายด้วยกันมา “แล้วมึงมีแผนสำรองไว้รึยังวะ” โฬมเอ่ยขึ้นก่อนทัชชกรจะพยักหน้าเป็นคำตอบ “ไม่ต้องห่วงหรอก กูคิดแผนสำรองไว้แล้ว คนอย่างกูไม่มีวันพลาดแน่นอน!” น้ำเสียงจริงจังหนักแน่นเอ่ยขึ้น หลังจากที่ทั้งสามหนุ่มสนทนากันจบต่างก็ตรวจสอบแผนงานอีกครั้งเกี่ยวกับรายละเอียดการขนส่ง รวมถึงความปลอดภัยของสินค้าระหว่างการเดินทาง พวกเขารู้ดีว่าสินค้าล็อตนี้มีมูลค่ามหาศาล หากเกิดข้อผิดพลาดอาจส่งผลต่อชื่อเสียงและความไว้วางใจของลูกค้าได้ วันต่อมา… ช่วงเย็นก่อนเลิกงานชนกันต์เป็นฝ่ายโทรหาพีระวิทย์ก่อน แล้วนัดหมายให้ไปยังบ้านพักส่วนตัวติดชายทะเลที่ครอบครัวของเขาซื้อไว้เมื่อหลายปีก่อน ที่บอกเช่นนั้นเพราะว่าพรุ่งนี้เป็นวันอาทิตย์พอดีจะได้ถือโอกาสพักผ่อนไปด้วย เพื่อนรักไม่มีปัญหาจึงรีบบึ่งรถมาทันที ราวๆ ชั่วโมงกว่าๆ ก็มาถึง แต่ตอนมาก็เกือบทุ่มแล้ว พอมาถึงที่หมายเห็นไฟในบ้านเปิดสว่างไว้ทั้งหลัง ประกอบกับได้ยินเสียงคลื่นซัดสาดกระทบชายหาดให้ได้ยินเป็นระยะๆ “พอดีกูตั้งแคมป์ที่หน้าชายหาดน่ะ มานี่สิ! กูมีอะไรเซอร์ไพรส์มึงด้วย” ชนกันต์เอ่ยขึ้น “อะไรของมึงวะ” พีระวิทย์ถามกลับด้วยท่าทางฉงน “เถอะน่า…เห็นแล้วเดี๋ยวมึงก็รู้เองแหละ” ชนกันต์ยิ้มแบบแปลกๆ ก่อนจะคว้าขวดแชมเปญที่อยู่ในมือเพื่อนแล้วลากไปยังจุดหมายทันที ก่อนร่างสูงจะหยุดชะงักไปชั่วขณะ เมื่อตะลึงกับสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาราวกับว่านี่เป็นความฝันเสียอย่างนั้น ทีแรกนึกว่าจะมีเพียงตนกับชนกันต์มาที่นี่เพียงสองคนเสียอีก แต่นี่ยังมีแขกร่วมด้วยอีกคน และยังเป็นคนที่ทำให้หัวใจของเขาเต้นตึกตักได้ทุกครั้งที่เจอเช่นกัน ตาต่อตาสบกันนิ่ง ก่อนที่ชมพูนุชจะหันกลับไปย่างอาหารทะเลที่อยู่บนเตาต่อ “เป็นไงวะ เซอร์ไฟรส์ไหมล่ะ!” ชนกันต์กล่าวพลางยักคิ้วหลิ่วตาส่งให้ด้วยอย่างอารมณ์ดี แน่นอนว่าพีระวิทย์เองนั้นยิ่งกว่าดีใจเสียอีกที่ได้เจอคนที่ตนเองรักที่นี่ “ชมพู ไอ้พีมันมาแล้ว” พี่ชายก้าวเข้าไปหาน้องสาวเพียงคนเดียวของตน “เดี๋ยวตรงนี้พี่จัดการต่อเอง ชมพูไปคุยกับไอ้พีเถอะ” “เอ่อ…แต่ว่า...” ชมพูนุชตอบพยายามเก็บซ่อนความเขินอายเอาไว้ เพราะหากจะทำเป็นว่าตนเองนั้นดีใจจนเกินเหตุที่เห็นอดีตคนรักมาอยู่ตรงหน้า ก็ทำไม่ได้เสียแล้ว เธอพยายามเตือนตัวเองอยู่เสมอว่ามีเจ้าของแล้ว แม้ว่าคนที่ขึ้นชื่อว่าสามีจะทำหน้าที่ได้ไม่สมบูรณ์เลยก็ตาม “เดี๋ยวพี่จัดการต่อให้” ชนกันต์รีบคว้าเหล็กย่างในมือของน้องสาว ก่อนจะดันร่างของเธอให้มานั่งที่ม้านั่งซึ่งตอนนี้มีพีระวิทย์นั่งอยู่ที่นั่น จากนั้นจึงรีบเผ่นออกไปที่เตาย่างอาหารซีฟู๊ดอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้เพื่อนหนุ่มและน้องสาวของตนอยู่กันตามลำพัง “น้องชมพูมาได้ยังไงครับ” คนที่นั่งอยู่เป็นคนเอ่ยถามขึ้นก่อน “พอดีพี่ชนเขาชวนชมพูมาค่ะ” “แล้วแบบนี้…เอ่อ…คนที่บ้านเขาไม่ว่าอะไรเหรอครับ” “เขายังไม่กลับมาตั้งแต่เมื่อวานแล้วล่ะค่ะ ไม่รู้ว่าเขาไปไหน ลูกน้องของเขาเมื่อเห็นว่าพี่ชนเป็นคนไปรับชมพูพวกเขาก็ไม่ได้ว่าอะไรค่ะ” เธอตอบไปตามความจริงพร้อมกับสีหน้าแววตาเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด “ชมพูเคยโทรตามเขาไหม” พีระวิทย์ถามอีกครั้ง และคำตอบที่ได้คือเธอส่ายหน้า “ชมพูไม่เคยยุ่งเรื่องส่วนตัวของเขาหรอกค่ะ…ซึ่งเขาก็เคยบอกแบบนั้นเช่นกัน” “พี่ถามจริงๆ นะครับชมพู ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา ชมพูรักเขาบ้างหรือยัง” คำถามตรงๆ ของอีกฝ่ายทำให้หญิงสาวถึงกับชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงปวดร้าว “ชมพูพยายามจะรักเขานะคะพี่พี แต่มันก็ยังทำไม่ได้ซักที” “ถ้าไม่รักก็เลิกไปเลยสิ!!” เสียงของชนกันต์ดังแทรกขึ้น เขาก้าวเข้ามาหาทั้งสองคนพร้อมด้วยจานอาหารทะเลย่างสองสามอย่างพร้อมน้ำจิ้มซีฟู๊ดรสเด็ด “หากมันไม่ยอมเลิก พี่จะหาทนายเก่งๆ มาฟ้องมันให้มันยอมเซ็นใบหย่าจนได้ล่ะ” ยิ่งพูดเสียงดุดันนั้นก็ยิ่งจริงจังมากขึ้น “ไอ้ชน มึงจะหาเรื่องให้ผัวเมียเขาผิดใจกันหรือไงวะ” พีระวิทย์ปรามเพื่อน “แต่ไอ้ผู้ชายเลวๆ นั่น นอกจากมันจะทำร้ายจิตใจน้องสาวกูแล้ว มันยังหาเรื่องทะเลาะกับน้องกูไม่เว้นวัน ถ้ากูเป็นชมพู กูจะขอหย่ากับมันตั้งแต่วันแรกที่แต่งงานกับมันแล้ว” พีระวิทย์ไม่รู้สึกแปลกใจเลยที่ทัชชกรเป็นคนแบบนั้น เพราะก็รู้ๆ กิตติศัพท์กันดีอยู่ตอนพิเศษ2อาทิตย์ต่อมา….หลังจากคนตัวโตอาบน้ำทำธุระส่วนตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาก็มานั่งทำงานต่ออยู่ในห้องทำงาน โดยที่ผมของเขายังไม่แห้งและมีหยดน้ำใสๆ อยู่ประปราย บนตัวนั้นมีเพียงกางเกงขายาวเนื้อนุ่ม และผ้าขนหนูผืนเล็กที่พาดบ่าแกร่งไว้ ช่วงหลังๆ มานี้เขามักจะหอบเอางานกลับมาทำที่บ้านอยู่บ่อยครั้งเพราะเมียอุ้มท้องลูกของเขาอยู่ แม้เขาจะจ้างแม่บ้านมาไว้คอยดูแลเรื่องงานบ้านและคอยดูแลเธอ แต่เขาก็ยังอดห่วงเธอไม่ได้ ที่สำคัญ…ช่วงนี้รู้สึกได้ว่าคนเป็นเมียติดเขาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน สิ่งที่ทำให้เขาแปลกใจคืออาการแพ้ท้องที่แปลกประหลาดของเธอ และสิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจมากไปกว่านั้นก็คือตอนที่เธอบอกว่าเธอติดกลิ่นของเขา เธอบอกว่าถ้าหากเธอไม่ได้กลิ่นเขาแล้วเธอเหมือนจะคลื่นไส้ จนเขาเองนั้นได้แต่คิดในใจว่าถ้ารู้ว่าแพ้ท้องแล้วอีกคนจะติดเขามากขนาดนี้ เขาคงเสกเด็กเข้าท้องเธอไปตั้งงานแล้วแกร่ก!!เพียงไม่นานคนตัวเล็กก็เดินออกมาจากห้องน้ำ พร้อมกับชุดนอนกระโปรงบางเบา ชมพูนุชเดินไปหย่อนสะโพกกลมกลึงนั่งลงบนหน้าตักแกร่งของผู้เป็นสามีอย่างถือวิสาสะ“มีอะไรครับ?” เขาถามขึ้นก่อนจะละสายตาออกจากหน้าจอแม็คบุ๊คเครื
ตอนพิเศษ1 3เดือนผ่านไป….“อรุณสวัสดิ์ครับที่รัก” เขาโน้มใบหน้าคมสันลงไปจูบหน้าผากมนอย่างทะนุถนอม เช้านี้เขาตื่นขึ้นมาก่อนเธอ สามีหนุ่มลืมตาขึ้นมาสำรวจใบหน้าหวานของภรรยาสาวที่นอนหันหน้าเข้ากับอกแกร่งของเขาเพียงครู่ ก่อนดวงตาคู่สวยจะค่อยๆ ปรือขึ้นมาช้าๆ มองสบสายตาคมของผู้เป็นสามี“อื้อ…เช้าอีกแล้วเหรอคะ” น้ำเสียงงัวเงียเอ่ยขึ้นพลางซุกไซ้ใบหน้าเข้าหาแผงอกของเขาราวกับลูกแมวเหมียวขี้เซา“ก็เช้าอีกแล้วสิครับ” เขาเอ่ยขึ้นเบาๆ ก่อนจะยื่นแขนแกร่งเข้าไปโอบกอดเจ้าของร่างนุ่มนิ่มที่ตอนนี้รู้สึกจะดูอวบอิ่มมีน้ำมีนวลมากกว่าแต่ก่อน ตอนนี้เธอตั้งท้องได้สี่เดือนกว่าๆ แล้ว แต่ร่างกายเธอไม่ได้เหมือนคนท้องเลยสักนิด จะมีเพียงแค่หน้าท้องที่นูนป่องขึ้นมาเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น หากไม่บอกว่าท้องใครๆ ก็คงจะดูไม่ออก“วันนี้เป็นวันหยุดไม่ใช่เหรอคะ ขอฉันนอนต่ออีกหน่อยไม่ได้เหรอ เมื่อคืนคุณก็…เอ่อ…”จู่ๆ เธอก็พูดติดๆ ขัดๆ ขึ้นมาเอาเสียดื้อๆ เมื่อหวนนึกไปถึงบทรักอันเร่าร้อนจากเขาเมื่อคืน เขาจับเธอกินครั้งแล้วครั้งเล่าจนแทบจะถึงเช้า เพราะตั้งแต่ออกจากโรงพยาบาลมาเธอก็ไม่ยอมให้เขาแตะเนื้อต้องตัว เป็นเวลากว่าสามเดือน
ตอนที่36 “เธอเป็นเมียฉันนะชมพู...ฉันเป็นห่วงเธอมากเลยรู้ไหม”“เอาความห่วงใยของคุณเก็บไว้ให้บรรดาพวกผู้หญิงของคุณเถอะค่ะ ฉันไม่อยากรับหรอก”“ฉันขอโทษนะ...ขอโทษสำหรับทุกอย่างที่ฉันทำให้เธอหวาดกลัวและเจ็บปวด ฉันไม่ได้ตั้งใจทำให้เธอรู้สึกแบบนั้น...มันสมควรที่เธอจะโกรธจะเกลียดฉันจนต้องหนีกลับมาที่นี่ ฉันคงยังไม่เคยบอกเธอเลยสินะ ว่าตั้งแต่ที่ฉันเจอเธอวันแรกฉันก็หลงรักเธอ...แม้กระทั่งตอนนี้ฉันก็ยังรักเธอ ไม่เคยเกลียดเธอเลยแม้แต่นิดเดียว”“…..”“ฉันรักเธอมาก รักเธออยู่ฝ่ายเดียวมาตลอด รักมากจนต้องมานั่งคาดหวังว่าเธอเองจะรักฉันตอบ แต่พอฉันได้ยินที่เธอพูดกับพี่ชายเธอวันนั้น…ว่าเธอไม่รักฉันเลย มันทำให้ฉันเจ็บมาก เจ็บจนต้องเผลอทำอะไรรุนแรงกับเธอ เพียงเพราะว่าฉันหึงหวงเธอกับพีระวิทย์เลยทำให้ฉันเผลอทำอะไรที่ขาดสติยั้งคิดไป”ถ้อยวลีของผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีที่เพิ่งจะเอ่ยคำว่ารักออกจากปาก ทำให้คนที่นอนซมอยู่บนเตียงนั้นชะงักนิ่ง พลางคิดว่าจะเป็นได้ยังไงในเมื่อตลอดเวลาเขาทำราวกับว่ารังเกียจเธอเสียหนักหนา ทำเหมือนเธอไม่มีตัวตนในสายตาของเขาเลยด้วยซ้ำ เขาทำให้เธอเจ็บทั้งกายและใจ แต่พอมาวันนี้…จะมาบอกว่
ตอนที่35“คอยดูนะ ถ้าน้องสาวกูเป็นอะไรไปล่ะก็…กูฆ่ามึงแน่ไอ้สารเลว”“นี่มันเรื่องอะไรกันชน ทำไมลูกถึงไปว่าคุณเสือเขาแบบนั้น….คุณเสือพอจะบอกแม่ได้ไหมลูกว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้น”ผู้เป็นแม่ยายหันไปเอ่ยถามผู้เป็นลูกเขยบ้าง“ผมเป็นคนผิดเองแหละครับคุณแม่…ก็อย่างที่ผมบอก ก่อนหน้านี้ผมกับชมพูเรามีปากเสียงกันนิดหน่อยครับ..”“หึ มึงก็เลยทนไม่ไหว ทำร้ายร่างกายน้องสาวกูใช่ไหม!!”เสียงชนกันต์แทรกขึ้นอีกรอบ“ผมเปล่าทำร้ายชมพู!!”“ไอ้โกหก...ถ้ามึงไม่ทำร้ายแล้วน้องสาวกูจะเข้าโรงพยาบาลได้ไงวะ อย่าไปเชื่อคนอย่างมันนะครับแม่ มันกำลังหลอกแม่หลอกทุกคนอยู่ ตอนอยู่กรุงเทพฯ มันก็ทำร้ายร่างกายชมพูบ่อยๆ”ชนกันต์ตั้งท่าจะกระโจนเข้ามาหาทัชชกรอีกด้วยความโมโห แต่ยังดีที่พีระวิทย์รั้งร่างเอาไว้ และไทสันเองก็เข้ามาขวางไว้เสียก่อน ไม่งั้นรายการชกกันคงเกิดขึ้นอีกรอบแน่ และรอบนี้ก็ไม่แน่ใจเช่นกันว่าคนอย่างทัชชกรจะทนได้แค่ไหน“ผมสาบานครับ ว่าผมไม่เคยทำอะไรแบบนั้นจริงๆ ผมไม่เคยคิดที่จะตบตีหรือทำร้ายร่างกายชมพูเลยสักครั้งนะครับคุณแม่...”“มึง....ไอ้!..”ชนกันต์ยังไม่เลิก ดังนั้นพีระวิทย์จึงต้องลากเพื่อนออกไปที่อื่นแทน“น
ตอนที่34เช้าวันต่อมา….ดวงตาคมค่อยๆ ปรือตาขึ้นมาหลังจากนอนหลับได้เต็มอิ่ม การที่ได้นอนกอดเมียมันทำให้เขาหลับสบายทั้งคืน ชมพูนุชเดินกลับเข้ามาในห้องด้วยชุดที่สบายๆ เธอสวมเสื้อยืดสีขาวขนาดโอเวอร์ไซส์กับกางเกงขาสั้นสีครีมทำเอาผู้เป็นสามีมองเธอตาเป็นมัน นัยน์ตาสีเข้มจ้องมองเรียวขาขาวเนียนนั้นอย่างหลงใหล เขาชอบที่เธอใส่ชุดแบบนี้ที่สุด ชุดธรรมดาๆ แต่ทำให้เธอดูน่ารักน่าค้นหา เอาจริงๆ เขาก็อยากจะทำอะไรรับอรุณอย่างที่เขาเคยทำเป็นประจำ แต่เขาเองก็เพิ่งจะรังแกเธอไปและเธอเองก็ยังไม่ยอมยกโทษให้ ถ้าจะหาเรื่องรังแกเธอซ้ำรอยแผลเดิมอีกก็ใช่เรื่อง ถ้าขืนเขายังเอาแต่ใจเอาแต่อารมณ์ของตัวเองอีก คราวนี้เธอคงได้ขอหย่ากับเขาจริงๆ แน่ เพราะฉะนั้นเขาจึงได้แต่อดทน แม้เช้านี้เขาอยากจะเอาเมียมากแค่ไหนเขาก็ต้องบอกไอ้เจ้าลูกชายที่มันตื่นขึ้นมาในตอนเช้าทุกวันให้สงบลง“นั่นเธอจะทำอะไร?” น้ำเสียงที่ยังคงงัวเงียเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นเธอเดินไปตู้เสื้อผ้าแล้วหยิบนั่นจับนี่“ฉันจะอาบน้ำ คุณมีปัญหาหรือไง” น้ำเสียงห้วนๆ เอ่ยตอบอย่างหงุดหงิด ทั้งๆ ที่เขาเองก็ถามเธอดีๆ แท้ๆ แต่คนตัวเล็กกลับอารมณ์เสียใส่เขาซะงั้น ช่วงนี้ชมพูนุชรู้
ตอนที่33“ฉันว่าคุณกลับกรุงเทพฯไปเถอะค่ะ พวกคนเมืองกรุงฐานะร่ำรวยอย่างพวกคุณไม่เหมาะที่จะอยู่ที่นี่หรอก” เธอเอ่ยเพียงแค่นั้นก็ตั้งท่าจะเอี้ยวตัวหันหลังกลับ ทำให้คนที่กำลังก้มๆ เงยๆ ล้างมือที่เปรอะเปื้อนอยู่รีบดีดตัวลุกขึ้นมาจากสระน้ำทันที “ฉันไม่กลับ! จนกว่าเธอจะกลับไปกับฉันด้วย”เขาเอ่ยเสียงเข้มพลางยื่นมือไปกระชากข้อมือเธอไว้ให้หยุดเดิน “ฉันจะไม่กลับไปกับคุณค่ะ ฉันบอกแล้วไงคะว่าฉันจะไม่กลับไปอยู่กับคนใจร้ายอย่างคุณอีกแล้วค่ะคุณเสือ” เธอว่าพลางแกะมือเขาออกจากการเกาะกุม“แต่เราเป็นผัวเมียกันนะ ก็ต้องอยู่ด้วยกันสิ จะแยกกันอยู่ได้ยังไง”“ก็แค่ผัวเมีย เป็นได้...ก็เลิกเป็นได้เหมือนกัน ฉันจะไม่กลับไปเพื่อให้คุณกักขังฉันไว้ไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวันหรอกนะคะ!!” ประโยคที่เธอพูดมาทำเอาเขาชะงักนิ่งไปทันที“ฉะ ฉันโมโหก็เลยพูดไปอย่างงั้นเอง ฉันไม่ได้จะกักขังเธอจริงๆ สักหน่อย”“ฉันไม่คิดว่าคนอย่างคุณจะพูดเล่น และฉันก็จะไม่กลับ!!” เธอยังยืนยันหนักแน่น“ถ้าเธอไม่กลับฉันก็ไม่กลับ เธออยู่ที่ไหนฉันก็จะอยู่ที่นั่น ที่ไหนมีเธอที่นั่นก็ต้องมีฉัน!”“งั้นก็แล้วแต่คุณเลยค่ะ คนรวยอย่างคุณคงทนอยู่ที่บ้านนอกคอ







![DarkZ [II] TRILOGY](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)