LOGIN"ไม่รักก็คืนอิสระให้ฉัน" "ระหว่างเรามันเลยจุดที่จะถามหาความรักไปไกลแล้ว ดำดิ่งไปด้วยกันแบบนี้แหละ...ฉันขาดเธอไม่ได้ว่ะ"
View More“อะ อ๊า” เสียงครางหวานที่ดังหวิวทุกครั้งที่เขาตอกตรึงความใหญ่โตเข้ามา เสียงหอบหายใจเมื่อความรู้สึกถูกครอบครองแล่นพล่านไปตามหลอดเลือดเดือดพล่าน เสียงผิวเนื้อกระทบกันในความเงียบดังอยู่เนิ่นนาน…กระทั่งร่างกายถึงปลายขอบความปรารถนาเดียวกัน คนทั้งคู่จึงทิ้งตัวหอบหายใจกอดกันแนบแน่น มาเฟียหนุ่มซุกใบหน้าลงกับต้นคอขาวของภรรยาคนสวยแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วพร่า“ขอบคุณครับ…ทูนหัว” ดวงหน้าสวยชื้นเหงื่อคลี่รอยยิ้มบางพลางกระชับอ้อมกอดแน่น ขณะโน้มประทับจุมพิตหน้าผากเกลี้ยงเกลาของสามีด้วยความรักใคร่“ขอบคุณเรื่องอะไรคะ”อีกฝ่ายผละขึ้นมาสบตา ส่งผ่านทุกความรู้สึกที่เวียนว่ายในนัยน์ตารัตติกาลคู่คมที่ไม่เคยละไปจากเธอเลยสักครั้ง“ขอบคุณที่เธอขารักพี่อย่างดี” เสียงพร่าแผ่วของเขาราวกับปุยนุ่นที่ไล้ผ่านหัวใจดวงน้อยของเธอ บรูคลินคลี่ยิ้มขณะเขี่ยผมที่ปรกลงบนหน้าผากเขาเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู“ไม่เห็นต้องขอบคุณเลย…” คุณชายรองตระกูลหวังยกมือเรียวขาวของภรรยาขึ้นมากดจูบหนัก ๆ ด้วยความรักใคร่ ก่อนจะคลี่ยิ้มกว้างเมื่อได้ฟังประโยคถัดมาของอีกฝ่าย“…เพราะการรักที่รักมันง่ายมากเลยไงคะ” ที่ผ่านมา ‘ความรัก’ ครั้งนี้มันดูเหมือ
“ตอนนี้อยากทำมากกว่าถูหลังแล้วค่ะ” เสียงหวานออดอ้อนกระซิบแผ่วแล้วกดจูบลงบนสันจมูกโด่งของคนตรงหน้าแผ่วเบา ทว่าเปี่ยมไปด้วยความเย้ายวนในแบบที่ทำให้มาเฟียมากอำนาจอย่างเขาพ่ายแพ้ราบคาบทุกครั้ง“ยัยเด็ก” เสียงคนตรงหน้าเข้มขึ้นทันทีเมื่อเป็นฝ่ายถูกรุกไล่ ก่อนต้องขบกรามแน่นจนขึ้นสันนูนอีกครั้งเมื่อความเป็นเขาถูกเรียวมือเล็กข้างหนึ่งกอบกุมเอาไว้แล้วชักรูดขึ้นลงความรู้สึกแปลบปลาบจากการถูกมือนุ่มสัมผัสอย่างช่ำชองและรู้จุดกระสันแล่นปราดไปทั่วทั้งร่าง ก่อนที่วินาทีหลังจากนั้นความเสียวซ่านจะพุ่งโจมตีไปทั่วเรือนกายกำยำ เมื่อสะโพกกลมกลึงยกขึ้นน้อย ๆ แล้วกดลงครอบครองความเป็นเขาช้า ๆ ราวกับต้องการให้รู้สึกถึงทุกแรงปรารถนาที่อัดแน่นอยู่ภายใน“อืม...” ลำคอแกร่งส่งเสียงคราง มาร์คัสหวังปล่อยให้คนบนร่างควบคุมทุกจังหวะ ร่างกายเล็กขยับเนิบช้าทว่าหนักแน่น ความร้อนจากออนเซ็นแผ่ซ่านไปทั่วเรือนร่างคนทั้งคู่ ทว่าไม่มีอะไรร้อนระอุเท่าสัมผัสของทั้งสองฝ่ายที่กำลังโรมรันร่างกายเข้าหากันอย่างบ้าคลั่ง“อื้อ~” เสียงครางหวานดังประสานไปกับเสียงน้ำกระเพื่อม เมื่อจุดกระสันภายในถูกแกนกายใหญ่โตของคนใต้ร่างแตะเข้าซ้ำ ๆ“เธอขา
โตเกียวในค่ำคืนสุดสัปดาห์ ร่างสะโอดสะองของบรูคลินเดินตรงเข้าไปในลิฟต์แก้วของคลับหรูแห่งหนึ่งใจกลางย่านเศรษฐกิจ ขณะที่นัยน์ตารัตติกาลคู่คมของคุณชายรองตระกูลหวังมองตามหลังผู้เป็นภรรยาจากส่วนรับรองชั้นล่าง“ให้ผมขึ้นไปเสริมทีมฮาเซงาวะไหมครับ” ลูกน้องคนสนิทอย่างเล่ยหานกระซิบถามผู้เป็นนาย ก่อนอีกฝ่ายจะตอบ“ไม่ต้อง…เรารออยู่นี่จนกว่านายหญิงจะเสร็จธุระ”ลิฟต์แก้วเลื่อนขึ้นไปชั้นหก ที่มีห้องส่วนตัวสำหรับแขกวีไอพีที่ต้องการความเป็นส่วนตัวในการเจรจาธุรกิจมาร์คัสหวังนั่งนิ่ง ไม่ไถโทรศัพท์ ไม่อ่านอะไรทั้งนั้นแม้กระทั่งเมนูอาหาร เขาแค่นั่งเฝ้าประตูทางเข้าราวกับรู้ว่ามีใครกำลังจะย่างเท้าเข้ามาในไม่กี่นาทีข้างหน้าที่สุดแล้วบุคคลที่เขาเฝ้ารอก็มาชายวัยสามสิบต้น ๆ แต่งตัวเนี๊ยบเดินผ่านหน้าเขาไปโดยที่มีโทรศัพท์แนบหู เดิมทีเขาเพียงจะสังเกตท่าทีของว่าที่พาร์ทเนอร์ฮาเซงาวะที่วันนี้ภรรยาคนสวยของเขามาเป็นตัวแทนในการเจรจาทางธุรกิจทว่า…ตัวเล็กดีว่ะจัดสักน้ำก่อนเซ็นต์น่าจะง่ายหน่อยของแบบนี้ไม่ต้องรีบคุย ซอยไปคุยไปเร้าใจกว่าเยอะเพล้ง!!ไวกว่าความคิด แก้วบนโต๊ะแตกคามือมาเฟียตระกูลใหญ่ มาร์คัสหวังกดข่มอาร
ค่ำคืนนั้น ในครัวขนาดใหญ่ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอาหารอันคุ้นเคยของคนสองรุ่น เสียงหัวเราะของพ่อลูกจากห้องน้ำยังคงแว่วมาเป็นระยะ คลอเคล้าไปกับเสียงเคี้ยวของเด็กน้อยที่กำลังเพลินกับมื้อเย็นอย่างเอร็ดอร่อยองค์ประกอบภายในบ้านที่ถูกจัดวางอย่างดี กอปรกับเสียงหัวเราะและบทสนทนาถูกเชื่อมโยงเข้าหากันด้วยสายใยแห่งความรัก ทุกอย่างหลอมรวมกันเป็นบรรยากาศที่เปี่ยมไปด้วยความอบอุ่นและความหมายของคำว่า ‘บ้าน’“ปะป๊าช่วยยกกับข้าวทีค่ะ” เสียงหวานของหม่ามี้คนสวยเอ่ยจากหน้าเตาขณะอุ้มลูกสาวไปนั่งบนเก้าอี้ทานข้าวสำหรับเด็ก“ครับเมีย” มาเฟียหนุ่มตอบรับอย่างไม่ลังเล พร้อมรอยยิ้มที่เผยความภักดีที่มีให้อีกฝ่ายอย่างมั่นคงเสมอมา“อาหย่อยจัง” เสียงใสของเด็กหญิงตัวน้อยที่ยังพูดไม่คล่องนักดังขึ้นจากเก้าอี้สูงประจำตำแหน่ง เมื่อมือป้อมเล็กตักอาหารฝีมือผู้เป็นแม่เข้าปาก“หม่ามี้เหนื่อยไหมครับ” ขณะที่เด็กชายวัยสี่ขวบเงยหน้าจากจานข้าวตรงหน้าแล้วถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง จนหัวใจของคนเป็นแม่อบอุ่นขึ้นในวินาทีนั้น“คุนคุนไม่ดื้อ หม่ามี้ไม่เหนื่อยเลยค่ะ” บรูคลินยิ้มอ่อนโยนให้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน ก่อนจะยื่นมือไปลูบศีรษะเล็กเบา ๆ“คุนค
แสงไฟสีนวลทอดตัวลงบนพื้นห้องประชุมใหญ่บนตึกกาสิโนสาขาหลักของตระกูลหวัง ร่างสูงใหญ่ภายใต้สูทสีดำทั้งตัวเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยความเหนื่อยล้าจากการประชุมมาราธอนมาเกือบครึ่งวันในช่วงเบรกสั้น ๆ ก่อนการประชุมรอบต่อไป มาร์คัสหวังหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็กแชทกลุ่มครอบครัวด้วยนิสัยติดตัวที่เพิ่งเกิดขึ้นหลัง
ราวหกเดือนให้หลัง หลังคาโบสถ์เก่าแก่ของตระกูลหวังถูกอาบย้อมด้วยแสงสีทองละมุนจากธรรมชาติ ภายในโบสถ์อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้ขาวสะอาดที่เรียงประดับภายในงานมงคลอย่างพิถีพิถันภายในงานเงียบลงเมื่อเสียงเปียโนบรรเลงเพลงคลาสสิกดังขึ้นจากมุมหนึ่ง ประตูไม้บานใหญ่เปิดออกช้า ๆ ขณะแสงอาทิตย์ตกกระทบลงบนชุดเ
“ดูเรียกเข้า”“ก็นั่นมันของไม่ได้มาตรฐาน เมียพี่ต้องได้กินของดี ของมีคุณภาพเท่านั้น” คนฟังหัวเราะอ่อนใจให้กับความคลั่งรักเกินพอดีของเขา เห็นดังนั้นเรียวปากได้รูปจึงฉกเข้าที่ซอกคอขาวหนึ่งทีเป็นการเตือน“บอกกี่ทีแล้วว่าหัวเราะแบบนี้มันน่าฟัด” ว่าจบก็กดปลายจมูกโด่งลงบนพวงแก้มนวลใสด้วยความมันเขี้ยวคนบนต
ราวสองปีให้หลังเสียงกระดิ่งเหนือประตูหน้าร้านดังแผ่วเบาเมื่อสายลมยามเย็นพัดมากระทบเป็นระลอก แสงไฟวอร์มไลต์ไล้เงาต้นสนที่ประดับตรงมุมร้านคล้ายจะบอกว่าคริสต์มาสกำลังจะเวียนมาอีกครั้งแสงแดดอ่อน ๆ ตกกระทบผ่านกระจกหน้าร้านอาบไล้เครื่องรางจากวัดญี่ปุ่นที่คนให้อ้างว่าเป็นของเลียนแบบที่ยังคงวางอยู่ที่เดิ