เข้าสู่ระบบตอนที่7
“ชมพูทนอยู่ได้ยังไงตั้งนานครับ” คราวนี้พีระวิทย์เองเป็นฝ่ายถามขึ้นอย่างห่วงใย เขารู้สึกสงสารเธอเป็นที่สุด “ชมพูไม่อยากให้ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายผิดใจกันค่ะ” “แกก็อ้างแต่คำนี้ทั้งปี พี่เบื่อแล้วนะชมพู มันถึงเวลาที่แม่เราจะรู้ความจริงเกี่ยวกับไอ้เจ้าลูกเขยนิสัยเสียที่ฉาบหน้าเป็นคนดีอย่างไอ้เสือมันได้แล้ว แกจะไปปกป้องมันทำไมกัน ตั้งแต่แต่งงานกันมามันเคยทำหน้าที่ผัวที่ดีไหมก็เปล่า...อีกอย่างเหตุผลที่มันแต่งงานกับแกก็รู้ๆ กันอยู่ ว่าเป็นเพราะต้องการจะเอาชนะไอ้พี!! ในเมื่อแกไม่ได้รักคนเลวๆ อย่างมัน แล้วจะแคร์ทำไม!!” ชนกันต์เอ่ยขึ้นอย่างเดือดดาล “มึงพูดอย่างนั้นมันก็ไม่ถูกนะเว้ยชน” พีระวิทย์หันมาสะกิดเพื่อน เพราะรู้สึกว่าถ้อยวลีประโยคต่อมาของชนกันต์จะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ “กูพูดไม่ถูกตรงไหนวะ” “ชมพูเป็นผู้หญิงนะ ทำแบบนั้นก็ถูกต้องแล้ว” “ถูกต้อง? ถูกต้องอะไรกันวะ ถูกต้องโดยยอมเป็นเครื่องมือรองรับอารมณ์ไอ้เสืออยู่ฝ่ายเดียวน่ะเหรอ...มึงน่ะหยุดพูดไปเลยไอ้พี ไม่ต้องแสดงตัวเป็นพระเอกให้มากนัก หัดเป็นตัวโกงบ้างก็ได้ ไอ้เสือมันเล่นบทร้ายแต่ดันเป็นพระเอกในสายตาแม่กู โดยการยื่นมือเข้ามาช่วยเรื่องธุรกิจของครอบครัวที่กำลังจะพังแหล่ไม่พังแหล่ แต่จริงๆ แล้วมันแค่ต้องการชนะคนอย่างมึง และสุดท้ายมันก็เลยชนะมึงนี่ไงวะ ส่วนมึงก็ต้องมานั่งทำหน้าหงอยเพราะอกหักอยู่นี่ไง เป็นไงล่ะบทพระเอกของมึง กูบอกให้พาชมพูหนีตั้งแต่วันแต่งงานเพื่อฉีกหน้าไอ้ชั่วนั่น แต่มึงก็ยังดื้อดึงยืนยันจะเป็นคนน้ำใจประเสริฐอยู่นั่นแหละ...แล้วนี่ตกลงจะเอาไงล่ะชมพู หรือแกยังจะเป็นคนดีต่อ!!” ประโยคหลังชนกันต์เป็นคนหันมาถามน้องสาวตนเองบ้าง แต่คำตอบที่ได้ก็คือเงียบเช่นเดิม “แค่แกพูดมาคำเดียวนะว่าอยากจะหย่า พรุ่งนี้พี่จะรีบหาทนายมาฟ้องไอ้เสือมันทันที” “แล้วมึงจะฟ้องยังไงวะไอ้ชน” “กูก็จะฟ้องเรื่องที่มันทำร้ายน้องกูน่ะสิ...มีผู้ชายดีๆ ที่ไหนที่มันทำร้ายเพศแม่กันบ้างล่ะ แบบนี้มันหน้าตัวเมียแล้ว” “แล้วหลักฐานล่ะ” พีระวิทย์ถามขึ้นมาอีกครั้ง “ก็ชมพูไงหลักฐาน…หากมีการขึ้นศาลชมพูก็จะต้องพูดให้หมดว่ามันทำยังไงกับแกบ้าง!” “ขอชมพูคิดก่อนได้ไหมคะพี่ชน เพราะคุณเสือเองเขาก็ไม่เคยทำร้ายร่างกายชมพูเลยสักครั้ง” “นี่แกยังจะต้องคิดอยู่อีกเหรอ แค่นี้ยังเจ็บตัวไม่พอหรือไง ยังจะบอกว่ามันไม่เคยทำร้ายอีก!!” ชนกันต์ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายที่น้องสาวตนเองนั้นไม่ได้ดั่งใจเอาซะเลย “เรื่องนี้ชมพูว่าค่อยเราว่ากันทีหลังก็แล้วกัน ตอนนี้เรามาพักผ่อนไม่ใช่เหรอคะ จะมาพูดเรื่องเครียดๆ ทำไม” ชมพูเอ่ยขึ้นตัดบท “จะรอให้มันฆ่าหมกเตียงก่อนใช่ไหมถึงจะยอม… ถึงเวลานั้นจริงๆ คงทำได้หรอก” ชนกันต์กล่าวอย่างเสียอารมณ์ ก่อนจะผละออกไปย่างกุ้งและปลาหมึกมาเพิ่ม ก่อนหน้านั้น…. ร่างสูงโปร่งกำยำเดินปรี่เข้าไปในบ้านหลังใหญ่ซึ่งเป็นเรือนหอของเขากับภรรยาอย่างรีบร้อน เพราะเขาไม่ได้กลับมานอนที่บ้านเป็นเวลาสองวันเพราะติดงานสำคัญ ทั้งงานในบริษัท และต้องไปตรวจเช็คสินค้าก่อนส่งมอบที่โกดัง แม้จะรู้สึกห่วงใยภรรยาอยู่บ้าง แต่เขาก็ยังให้ลูกน้องอีกสองคนคอยเฝ้าและคอยดูแลความปลอดภัยจึงไม่ค่อยห่วงอะไรมาก แต่ทันทีที่เขาก้าวขาเข้ามาภายในบ้านทุกอย่างกลับเงียบเชียบ ไม่เจอแม้แต่เงาของเมียตัวเอง ทัชชกรเดินเข้าห้องนั้นออกห้องนี้พร้อมกับตะโกนเรียกชื่อของชมพูนุชแต่ก็ไร้เสียงตอบรับใดๆ สายตาคมกริบกวาดสายตามองหาคนตัวเล็กให้ทั่ว แต่กลับมีเพียงแค่ความเงียบและอุณภูมิห้องที่ปกติ บ่งบอกได้ว่าเครื่องปรับอากาศได้ถูกปิดใช้งานไปหลายชั่วโมงแล้ว เขาจึงรีบเดินลงไปข้างล่างเพื่อสอบถามลูกน้องที่ดูแลความปลอดภัยให้กับภรรยาในระหว่างที่เขาไม่อยู่ “เมียกูไปไหน!” เสียงเข้มดุเอ่ยขึ้น ดวงตาคมจ้องเขม็งอย่างเอาเรื่อง “คะ ครับนาย?” ไทสันขมวดคิ้วยุ่งเมื่อถูกผู้เป็นเจ้านายตั้งคำถาม เพราะเขาเองก็เพิ่งจะกลับมาพร้อมกันกับผู้เป็นเจ้านายเมื่อสักครู่นี้แท้ๆ ก่อนจะหันไปมองหน้าออสตินและเจย์ลูกน้องอีกสองคนของเขา ที่รับหน้าที่ดูแลความปลอดภัยในบ้านหลังนี้ รวมทั้งดูแลภรรยาของผู้เป็นเจ้านายด้วย “กูถามว่าเมียกูไปไหน พวกมึงไม่มีหูเลยรึไงวะ!!” ทัชชกรถามย้ำขึ้นมาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวโกรธ ก่อนจะตวัดสายตาคมกริบมองจ้องเขม็งเพื่อเอาคำตอบด้วยอารมณ์ที่กำลังเดือดดาล “เอ่อ…ขะ คุณชมพูออกไปกับคุณชนกันต์พี่ชายของเธอตั้งแต่เมื่อวานแล้วครับนาย” ออสตินก้มหน้าก้มตาตอบคำถาม “แล้วออกไปไหน ทำไมมึงไม่รีบโทรมารายงานกู!!” เสียงตวาดด้วยความโมโหอย่างถึงขั้นสุดดังลั่นขึ้นมาอีกครั้ง จนทำให้ลูกน้องทั้งสามคนต่างสะดุ้งโหยง “ขะ คุณชมพูไม่ได้บอกไว้ครับว่าไปไหน คุณชมพูบอกเพียงแค่ว่านายเป็นคนอนุญาตให้เธอออกไปได้ครับ” เจย์ลูกน้องอีกคนเอ่ยตอบเจ้านายอย่างกล้าๆ กลัวๆ “ไอ้พวกโง่เอ้ย!!” เพี๊ยะ เพี๊ยะ!! ทัชชกรง้างฝ่ามือตบเข้าที่ใบหน้าลูกน้องทั้งสองคนอย่างสุดแรงด้วยความโมโหที่ถึงขีดสุด หัวใจแกร่งตอนนี้สั่นไหว เขาลนลานไปหมดเพียงแค่ไม่เห็นเมียรักหัวใจที่ใครๆ ก็คิดว่ามันด้านชาได้ตกไปอยู่ที่ตาตุ่มแล้ว “กูสั่งพวกมึงแล้วไม่ใช่รึไงวะ ว่าถ้าเมียกูไปไหนมาไหนให้รีบรายงานกูตลอด กูจ้างพวกมึงให้มาทำงาน ไม่ได้จ้างให้พวกมึงมายืนหายใจทิ้งไปวันๆ!!” แววตาอันดุดันและน้ำเสียงอันทรงพลังที่ถูกพ่นออกมาอย่างเดือดดาล ทำเอาทุกคนที่อยู่ตรงนั้นต่างสะดุ้งโหยง และเริ่มจะเสียวสันหลังวาบไปตามๆ กัน ตอนนี้รังสีอำมหิตกำลังแผ่กระจายไปทั่วทั้งบริเวณบ้าน เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่เดินกระทบพื้นบ่งบอกได้ว่าตอนนี้เจ้านายของพวกเขากำลังเดือดดาลและโมโหมากมายแค่ไหน เขาแทบจะเอาปืนขึ้นมายิงแสกหน้าลูกน้องเรียงตัวได้อยู่แล้ว เช้าวันต่อมา… วันรุ่งขึ้นพีระวิทย์ไปส่งชมพูนุชที่บ้าน ทัชชกรซึ่งกลับมาบ้านตั้งแต่เมื่อคืนกำลังเดินออกมาดู ในมือหนาถือแก้วเหล้า ใบหน้าหล่อเหลานั้นแสดงความไม่พอใจขึ้นมาทันทีอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะตรงมายังทั้งสองหนุ่มสาวซึ่งเปิดประตูรถออกมาพร้อมกัน เล่นเอาชะงักทีเดียว “ผัวไม่อยู่แอบหนีไปคบชู้หรือไง แม่ตัวดี!” ไม่พูดเปล่าเจ้าของร่างสูงใหญ่เดินเข้ามากระชากต้นแขนของเธออย่างแรง ส่งผลให้ร่างบางลอยหวือไปปะทะกับหน้าอกแกร่งของเขาเข้าอย่างจัง จนชมพูนุชตื่นตระหนกตัวสั่นด้วยความตกใจ “มันไม่ใช่อย่างนั้นนะเว้ยเสือ เราแค่ไปแคมป์ที่พัทยากันเท่านั้น…ไอ้ชนพี่ของเธอก็ไป” พีระวิทย์เอ่ยขึ้น “หึ!...ไม่ต้องมาแก้ตัว มึงคงอยากจะทำอย่างนี้มาตั้งนานแล้วใช่ไหมล่ะไอ้พี” คราวนี้ทัชชกรหันมาเล่นงานคนพูดบ้าง พร้อมทั้งเปลี่ยนเป้าหมาย ก่อนจะปล่อยคนตัวเล็กแล้วเข้ามาผลักหน้าอกของพีระวิทย์อย่างแรง จนเจ้าตัวเซถอยหลังจนแทบจะล้ม “มึงก็รู้อยู่เต็มอกว่าชมพูเป็นเมียกู มึงยังจะมายุ่งวุ่นวายกับคนที่เขามีผัวแล้วทำไมวะ ไม่มีผู้ชายดีๆ ที่ไหนเขาทำกันหรอก มึงชอบนักหรือไงเป็นชู้กับเมียชาวบ้านเขาน่ะ ห๊ะ !!” “กูพูดความจริง กูกับชมพูเราสองคนไม่ได้มีอะไรกันอย่างที่มึงพูดเลยนะ” “เหอะ! จะให้กูเชื่องั้นเหรอ ผู้ชายกับผู้หญิงออกไปค้างคืนข้างนอกด้วยกันจะให้คิดอะไรได้อีกวะ!!…มึงไม่มีปัญญาหาเมียหรือยังไง ถึงอยากจะมาแอบกินของคนอื่นเขาแบบนี้” พีระวิทย์ถูกผลักอีกครั้งคราวนี้เสียหลักจนล้มลงไปกระแทกกับพื้นจริงๆ “หยุดนะเว้ยไอ้เสือ!!” น้ำเสียงแข็งกร้าวที่ดังขึ้นจากทางด้านหลังทำให้คนที่โมโหจนหน้าดำหน้าแดงอยู่นั้นหันกลับมามอง ชนกันต์ที่จอดรถอยู่ทางด้านนอกได้ยินเสียงที่ดังขึ้นจึงถลาเข้ามาหา ความจริงเขาขับรถมาพร้อมกันกับเพื่อนรัก แต่ไม่อยากเอารถเข้ามาจอดในบ้านเขาจึงรออยู่ทางด้านนอกตอนพิเศษ2อาทิตย์ต่อมา….หลังจากคนตัวโตอาบน้ำทำธุระส่วนตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาก็มานั่งทำงานต่ออยู่ในห้องทำงาน โดยที่ผมของเขายังไม่แห้งและมีหยดน้ำใสๆ อยู่ประปราย บนตัวนั้นมีเพียงกางเกงขายาวเนื้อนุ่ม และผ้าขนหนูผืนเล็กที่พาดบ่าแกร่งไว้ ช่วงหลังๆ มานี้เขามักจะหอบเอางานกลับมาทำที่บ้านอยู่บ่อยครั้งเพราะเมียอุ้มท้องลูกของเขาอยู่ แม้เขาจะจ้างแม่บ้านมาไว้คอยดูแลเรื่องงานบ้านและคอยดูแลเธอ แต่เขาก็ยังอดห่วงเธอไม่ได้ ที่สำคัญ…ช่วงนี้รู้สึกได้ว่าคนเป็นเมียติดเขาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน สิ่งที่ทำให้เขาแปลกใจคืออาการแพ้ท้องที่แปลกประหลาดของเธอ และสิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจมากไปกว่านั้นก็คือตอนที่เธอบอกว่าเธอติดกลิ่นของเขา เธอบอกว่าถ้าหากเธอไม่ได้กลิ่นเขาแล้วเธอเหมือนจะคลื่นไส้ จนเขาเองนั้นได้แต่คิดในใจว่าถ้ารู้ว่าแพ้ท้องแล้วอีกคนจะติดเขามากขนาดนี้ เขาคงเสกเด็กเข้าท้องเธอไปตั้งงานแล้วแกร่ก!!เพียงไม่นานคนตัวเล็กก็เดินออกมาจากห้องน้ำ พร้อมกับชุดนอนกระโปรงบางเบา ชมพูนุชเดินไปหย่อนสะโพกกลมกลึงนั่งลงบนหน้าตักแกร่งของผู้เป็นสามีอย่างถือวิสาสะ“มีอะไรครับ?” เขาถามขึ้นก่อนจะละสายตาออกจากหน้าจอแม็คบุ๊คเครื
ตอนพิเศษ1 3เดือนผ่านไป….“อรุณสวัสดิ์ครับที่รัก” เขาโน้มใบหน้าคมสันลงไปจูบหน้าผากมนอย่างทะนุถนอม เช้านี้เขาตื่นขึ้นมาก่อนเธอ สามีหนุ่มลืมตาขึ้นมาสำรวจใบหน้าหวานของภรรยาสาวที่นอนหันหน้าเข้ากับอกแกร่งของเขาเพียงครู่ ก่อนดวงตาคู่สวยจะค่อยๆ ปรือขึ้นมาช้าๆ มองสบสายตาคมของผู้เป็นสามี“อื้อ…เช้าอีกแล้วเหรอคะ” น้ำเสียงงัวเงียเอ่ยขึ้นพลางซุกไซ้ใบหน้าเข้าหาแผงอกของเขาราวกับลูกแมวเหมียวขี้เซา“ก็เช้าอีกแล้วสิครับ” เขาเอ่ยขึ้นเบาๆ ก่อนจะยื่นแขนแกร่งเข้าไปโอบกอดเจ้าของร่างนุ่มนิ่มที่ตอนนี้รู้สึกจะดูอวบอิ่มมีน้ำมีนวลมากกว่าแต่ก่อน ตอนนี้เธอตั้งท้องได้สี่เดือนกว่าๆ แล้ว แต่ร่างกายเธอไม่ได้เหมือนคนท้องเลยสักนิด จะมีเพียงแค่หน้าท้องที่นูนป่องขึ้นมาเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น หากไม่บอกว่าท้องใครๆ ก็คงจะดูไม่ออก“วันนี้เป็นวันหยุดไม่ใช่เหรอคะ ขอฉันนอนต่ออีกหน่อยไม่ได้เหรอ เมื่อคืนคุณก็…เอ่อ…”จู่ๆ เธอก็พูดติดๆ ขัดๆ ขึ้นมาเอาเสียดื้อๆ เมื่อหวนนึกไปถึงบทรักอันเร่าร้อนจากเขาเมื่อคืน เขาจับเธอกินครั้งแล้วครั้งเล่าจนแทบจะถึงเช้า เพราะตั้งแต่ออกจากโรงพยาบาลมาเธอก็ไม่ยอมให้เขาแตะเนื้อต้องตัว เป็นเวลากว่าสามเดือน
ตอนที่36 “เธอเป็นเมียฉันนะชมพู...ฉันเป็นห่วงเธอมากเลยรู้ไหม”“เอาความห่วงใยของคุณเก็บไว้ให้บรรดาพวกผู้หญิงของคุณเถอะค่ะ ฉันไม่อยากรับหรอก”“ฉันขอโทษนะ...ขอโทษสำหรับทุกอย่างที่ฉันทำให้เธอหวาดกลัวและเจ็บปวด ฉันไม่ได้ตั้งใจทำให้เธอรู้สึกแบบนั้น...มันสมควรที่เธอจะโกรธจะเกลียดฉันจนต้องหนีกลับมาที่นี่ ฉันคงยังไม่เคยบอกเธอเลยสินะ ว่าตั้งแต่ที่ฉันเจอเธอวันแรกฉันก็หลงรักเธอ...แม้กระทั่งตอนนี้ฉันก็ยังรักเธอ ไม่เคยเกลียดเธอเลยแม้แต่นิดเดียว”“…..”“ฉันรักเธอมาก รักเธออยู่ฝ่ายเดียวมาตลอด รักมากจนต้องมานั่งคาดหวังว่าเธอเองจะรักฉันตอบ แต่พอฉันได้ยินที่เธอพูดกับพี่ชายเธอวันนั้น…ว่าเธอไม่รักฉันเลย มันทำให้ฉันเจ็บมาก เจ็บจนต้องเผลอทำอะไรรุนแรงกับเธอ เพียงเพราะว่าฉันหึงหวงเธอกับพีระวิทย์เลยทำให้ฉันเผลอทำอะไรที่ขาดสติยั้งคิดไป”ถ้อยวลีของผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีที่เพิ่งจะเอ่ยคำว่ารักออกจากปาก ทำให้คนที่นอนซมอยู่บนเตียงนั้นชะงักนิ่ง พลางคิดว่าจะเป็นได้ยังไงในเมื่อตลอดเวลาเขาทำราวกับว่ารังเกียจเธอเสียหนักหนา ทำเหมือนเธอไม่มีตัวตนในสายตาของเขาเลยด้วยซ้ำ เขาทำให้เธอเจ็บทั้งกายและใจ แต่พอมาวันนี้…จะมาบอกว่
ตอนที่35“คอยดูนะ ถ้าน้องสาวกูเป็นอะไรไปล่ะก็…กูฆ่ามึงแน่ไอ้สารเลว”“นี่มันเรื่องอะไรกันชน ทำไมลูกถึงไปว่าคุณเสือเขาแบบนั้น….คุณเสือพอจะบอกแม่ได้ไหมลูกว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้น”ผู้เป็นแม่ยายหันไปเอ่ยถามผู้เป็นลูกเขยบ้าง“ผมเป็นคนผิดเองแหละครับคุณแม่…ก็อย่างที่ผมบอก ก่อนหน้านี้ผมกับชมพูเรามีปากเสียงกันนิดหน่อยครับ..”“หึ มึงก็เลยทนไม่ไหว ทำร้ายร่างกายน้องสาวกูใช่ไหม!!”เสียงชนกันต์แทรกขึ้นอีกรอบ“ผมเปล่าทำร้ายชมพู!!”“ไอ้โกหก...ถ้ามึงไม่ทำร้ายแล้วน้องสาวกูจะเข้าโรงพยาบาลได้ไงวะ อย่าไปเชื่อคนอย่างมันนะครับแม่ มันกำลังหลอกแม่หลอกทุกคนอยู่ ตอนอยู่กรุงเทพฯ มันก็ทำร้ายร่างกายชมพูบ่อยๆ”ชนกันต์ตั้งท่าจะกระโจนเข้ามาหาทัชชกรอีกด้วยความโมโห แต่ยังดีที่พีระวิทย์รั้งร่างเอาไว้ และไทสันเองก็เข้ามาขวางไว้เสียก่อน ไม่งั้นรายการชกกันคงเกิดขึ้นอีกรอบแน่ และรอบนี้ก็ไม่แน่ใจเช่นกันว่าคนอย่างทัชชกรจะทนได้แค่ไหน“ผมสาบานครับ ว่าผมไม่เคยทำอะไรแบบนั้นจริงๆ ผมไม่เคยคิดที่จะตบตีหรือทำร้ายร่างกายชมพูเลยสักครั้งนะครับคุณแม่...”“มึง....ไอ้!..”ชนกันต์ยังไม่เลิก ดังนั้นพีระวิทย์จึงต้องลากเพื่อนออกไปที่อื่นแทน“น
ตอนที่34เช้าวันต่อมา….ดวงตาคมค่อยๆ ปรือตาขึ้นมาหลังจากนอนหลับได้เต็มอิ่ม การที่ได้นอนกอดเมียมันทำให้เขาหลับสบายทั้งคืน ชมพูนุชเดินกลับเข้ามาในห้องด้วยชุดที่สบายๆ เธอสวมเสื้อยืดสีขาวขนาดโอเวอร์ไซส์กับกางเกงขาสั้นสีครีมทำเอาผู้เป็นสามีมองเธอตาเป็นมัน นัยน์ตาสีเข้มจ้องมองเรียวขาขาวเนียนนั้นอย่างหลงใหล เขาชอบที่เธอใส่ชุดแบบนี้ที่สุด ชุดธรรมดาๆ แต่ทำให้เธอดูน่ารักน่าค้นหา เอาจริงๆ เขาก็อยากจะทำอะไรรับอรุณอย่างที่เขาเคยทำเป็นประจำ แต่เขาเองก็เพิ่งจะรังแกเธอไปและเธอเองก็ยังไม่ยอมยกโทษให้ ถ้าจะหาเรื่องรังแกเธอซ้ำรอยแผลเดิมอีกก็ใช่เรื่อง ถ้าขืนเขายังเอาแต่ใจเอาแต่อารมณ์ของตัวเองอีก คราวนี้เธอคงได้ขอหย่ากับเขาจริงๆ แน่ เพราะฉะนั้นเขาจึงได้แต่อดทน แม้เช้านี้เขาอยากจะเอาเมียมากแค่ไหนเขาก็ต้องบอกไอ้เจ้าลูกชายที่มันตื่นขึ้นมาในตอนเช้าทุกวันให้สงบลง“นั่นเธอจะทำอะไร?” น้ำเสียงที่ยังคงงัวเงียเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นเธอเดินไปตู้เสื้อผ้าแล้วหยิบนั่นจับนี่“ฉันจะอาบน้ำ คุณมีปัญหาหรือไง” น้ำเสียงห้วนๆ เอ่ยตอบอย่างหงุดหงิด ทั้งๆ ที่เขาเองก็ถามเธอดีๆ แท้ๆ แต่คนตัวเล็กกลับอารมณ์เสียใส่เขาซะงั้น ช่วงนี้ชมพูนุชรู้
ตอนที่33“ฉันว่าคุณกลับกรุงเทพฯไปเถอะค่ะ พวกคนเมืองกรุงฐานะร่ำรวยอย่างพวกคุณไม่เหมาะที่จะอยู่ที่นี่หรอก” เธอเอ่ยเพียงแค่นั้นก็ตั้งท่าจะเอี้ยวตัวหันหลังกลับ ทำให้คนที่กำลังก้มๆ เงยๆ ล้างมือที่เปรอะเปื้อนอยู่รีบดีดตัวลุกขึ้นมาจากสระน้ำทันที “ฉันไม่กลับ! จนกว่าเธอจะกลับไปกับฉันด้วย”เขาเอ่ยเสียงเข้มพลางยื่นมือไปกระชากข้อมือเธอไว้ให้หยุดเดิน “ฉันจะไม่กลับไปกับคุณค่ะ ฉันบอกแล้วไงคะว่าฉันจะไม่กลับไปอยู่กับคนใจร้ายอย่างคุณอีกแล้วค่ะคุณเสือ” เธอว่าพลางแกะมือเขาออกจากการเกาะกุม“แต่เราเป็นผัวเมียกันนะ ก็ต้องอยู่ด้วยกันสิ จะแยกกันอยู่ได้ยังไง”“ก็แค่ผัวเมีย เป็นได้...ก็เลิกเป็นได้เหมือนกัน ฉันจะไม่กลับไปเพื่อให้คุณกักขังฉันไว้ไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวันหรอกนะคะ!!” ประโยคที่เธอพูดมาทำเอาเขาชะงักนิ่งไปทันที“ฉะ ฉันโมโหก็เลยพูดไปอย่างงั้นเอง ฉันไม่ได้จะกักขังเธอจริงๆ สักหน่อย”“ฉันไม่คิดว่าคนอย่างคุณจะพูดเล่น และฉันก็จะไม่กลับ!!” เธอยังยืนยันหนักแน่น“ถ้าเธอไม่กลับฉันก็ไม่กลับ เธออยู่ที่ไหนฉันก็จะอยู่ที่นั่น ที่ไหนมีเธอที่นั่นก็ต้องมีฉัน!”“งั้นก็แล้วแต่คุณเลยค่ะ คนรวยอย่างคุณคงทนอยู่ที่บ้านนอกคอ







