เข้าสู่ระบบหนูนาเดินทางไปยังสถานที่นัดเลี้ยงลูกค้าพร้อมกับธีร์ คราแรกเธอก็นึกว่าเป็นร้านอาหารกึ่งบาร์ทั่วไป ทว่ารถของพี่เลี้ยงกลับเลี้ยวเข้าไปที่คลับแห่งหนึ่ง เธอจำต้องก้าวลงจากรถ เดินตามหลังอีกฝ่ายเข้าไปข้างใน ก่อนตัดสินใจเอ่ยถาม ขณะหยุดยืนอยู่หน้าห้องวีไอพี“นัดลูกค้าที่นี่เหรอคะ”“อืม คุณวัฒนาไม่ชอบสถานที่ผู้คนพลุกพล่าน มันแอร์อัด พี่ก็เลยจองห้องวีไอพีไว้รับรองลูกค้า”หนูนาเดินตามอีกฝ่ายเข้าไปห้องรับรองส่วนตัวของสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง ก่อนจะหย่อนก้นลงนั่งบนโซฟาคนละตัว ด้านหน้ามีโต๊ะกลาง และเมนูอาหารวางอยู่“อยากกินอะไรสั่งได้เลยนะครับ ไม่ต้องเกรงใจ”“พี่ธีร์สั่งได้เลยค่ะ หนูขอแค่น้ำเปล่าก็พอ”“มาเที่ยวทั้งทีจะกินแค่น้ำเปล่าได้ไงครับ งั้นพี่สั่งเป็นคอกเทลให้แล้วกัน ดื่มง่าย ค่อย ๆ จิบไป”“ค่ะ”ไม่นานพนักงานของคลับก็ได้ทยอยนำเครื่องดื่มและกับแกล้มที่ลูกค้าสั่งเข้ามาวางไว้บนโต๊ะ สักพักประตูห้องวีไอพีก็ถูกเปิดออก ก่อนที่ชายวัยกลางคนอายุประมาณสี่สิบปลาย ๆ จะก้าวเดินเข้ามา พร้อมกับกวาดสายตามองคนที่นั่งอยู่ภายในห้องเขาคือ วัฒนา เจ้าของบริษัทผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่ม เป็นคนรูปร่างสูงท้วมเล็กน้อย ตั
หนูนาพาพี่ชายเข้าไปล้างแผลในห้องน้ำ เนื่องจากเธอต้องใช้น้ำเกลือราดลงบนบาดแผลโดยตรง ไม่ได้ใช้วิธีเช็ด ก่อนจะส่งเสียงพึมพำ“ไม่รู้ว่าไปโดนเลือดของพวกมันด้วยรึเปล่า ต้องล้างให้สะอาดก่อนค่ะ”หนูนาหยิบผ้าสะอาดมาซับคราบน้ำที่มือของพี่ชาย ทั้งสองคนก็เดินออกจากห้องน้ำไปนั่งตรงปลายเตียง เธอบีบเนื้อครีมของยาฆ่าเชื้อพร้อมสมานแผลลงบนนิ้ว จากนั้นค่อย ๆ เกลี่ยตัวยาลงบนแผลถลอกด้านหลังมือ ซึ่งเป็นผิวหนังตรงกระดูกที่เชื่อมต่อไปยังนิ้วมือทั้งห้าด้วยความระมัดระวัง“แสบไหมคะ”เธอช้อนดวงตาขึ้นมองใบหน้าของพี่ชายที่เอาแต่นั่งนิ่ง สีหน้าไม่เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย อีกฝ่ายก็ส่ายหน้าให้เธอเป็นคำตอบ“หนูนาไม่อยากเห็นพี่ทิศเหนือเจ็บตัวแบบนี้เลย”“หึ เห็นแผลแค่นี้ทำเป็นใจเสาะไปได้ พี่ก็แค่เจ็บมือ ไม่ได้ตายสักหน่อย”มือเล็กยกขึ้นปิดริมฝีปากของทิศเหนือเมื่อได้ยินเขาเอ่ยถึงเรื่องอัปมงคล“ห้ามพูดค่ะ พี่ทิศเหนือจะต้องไม่เป็นอะไรทั้งนั้น”เขาจับมือของน้องสาวออก แล้วเอ่ย“ต่อไปพี่จะระวังให้มากกว่านี้ เธอเองก็เหมือนกัน ถ้ารู้ว่าสู้ไม่ได้ทำไมถึงไม่โทรมาหาพี่”“หนูนาขอโทษค่ะ ตอนนั้นเหตุการณ์มันฉุกละหุก แต่คิดว่ายังไงก็ต้องมีพระ
คนถูกหมัดไม่มีแรงแม้แต่จะลุกขึ้นนั่ง นอนยกมือสั่นเทาไหว้หนุ่มรุ่นน้องที่กำลังใช้เท้าเหยียบหน้าอกเต็มแรง ร้องขอความเห็นใจด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ“ปะ ปล่อยฉันไปเถอะ สร้อยเส้นนี้ฉันจะยกให้แทนคำขอโทษ”มาเฟียหนุ่มโน้มกายลงไปจับสร้อยเส้นหนาน้ำหนักสิบบาท มุมปากของเขายกยิ้มเย้ยหยัน ก่อนผละมือออก เมื่อของสิ่งนั้นช่างไร้ค่าในสายตาของเขา“กูจะเอาสร้อยของมึงมาทำห่าอะไร ถ้ามึงไม่เสนอหน้ามายุ่งกับน้องกูก่อน จุดจบของมึงก็คงไม่เป็นแบบนี้”ทิศเหนือกระทืบซ้ำหลายครั้งระบายอารมณ์ ก่อนจะเตะสวนเข้าใบหน้าของคนที่มันกล้ามายุ่งกับหนูนาจนหน้าหัน สลบไปทันที“ฆ่าพวกมันเลยไหมครับ” สิงห์เอ่ยถาม“ความตายมันง่ายไป คนอย่างพวกมันต้องไปลิ้มรสข้าวแดงในคุก มึงโทรหาผู้กำกับกิตติ แล้วขอยาเสพติดที่รอทำลายมายัดใส่ท้ายรถของพวกมัน จากนั้นก็จัดฉากเหมือนว่าขัดผลประโยชน์กันเอง แล้วให้ผู้กำกับนำทีมมาจับพวกมันซะ อย่าลืมจัดการกับภาพที่หลุดไปในคืนนี้ด้วยล่ะ”ทิศเหนือเคยเห็นเสี่ยคนนี้หลายครั้ง มาที่ผับของเขาแต่ละทีก็มักจะตอแยนักท่องเที่ยวสาวไปทั่ว บางครั้งก็มีการนัดรับส่งอะไรบางอย่างกันที่โรงจอดรถของผับ ในเมื่อมันกล้ามาหยามเขาถึงที่ เขา
โชคดีที่การ์ดของผับหลายคนเข้ามาขวางเอาไว้ได้ทันก่อนที่ลูกน้องของเสี่ยจะถึงตัวพวกเธอ จากนั้นก็มีชายในชุดสูตคนหนึ่ง เซตผมเป็นทรงดูดี จ้ำอ้าวเข้ามาหา“คุณหนูนาเป็นยังไงบ้างครับ”“ฉันไม่เป็นไรค่ะ คุณคือ…” คิ้วเรียวย่นเข้าหากัน จ้องมองอีกฝ่ายด้วยแววตาสงสัย“ผมเป็นผู้จัดการผับครับ ต้องขอโทษด้วยที่ดูแลคุณหนูนากับเพื่อนได้ไม่ดี”“ไม่เป็นไรค่ะ ไม่ใช่ความผิดของคุณ”ผู้จัดการผับหันไปส่งสายตาให้กับพวกการ์ดที่กำลังล็อกตัวเสี่ยและลูกน้องอีกสองคนกดลงกับพื้น ท่ามกลางสายตาของนักดื่มที่จ้องมองมาทางโต๊ะของหนูนา บางคนก็นำโทรศัพท์ขึ้นมาบันทึกภาพและถ่ายวิดีโอ แล้วสามคนนั้นก็ถูกคนของผับลากตัวออกไป“เชิญดื่มต่อได้เลยนะครับ ส่วนคนพวกนั้นเดี๋ยวผมจัดการให้เอง”ผู้จัดการผับโค้งศีรษะลงเล็กน้อย ก่อนจะเดินตามหลังคนเหล่านั้นออกไปทางด้านมาเฟียหนุ่มและเพื่อนสนิทกำลังนั่งตรวจบัญชีรายรับรายจ่ายที่ฝ่ายการเงินสรุปยอดมาให้ ประตูห้องทำงานก็มีเสียงเคาะดังขึ้น ก่อนที่สิงห์จะเปิดประตูเข้ามาแจ้งข่าวให้แก่ผู้เป็นนาย“เกิดเรื่องกับคุณหนูนาแล้วครับ”ทิศเหนือตวัดสายตาคมจ้องหน้าลูกน้องคนสนิท “น้องกูทำไม”“มีคนเข้าไปหาเรื่องคุณหนูนา
หลังจากมาเฟียหนุ่มเดินออกไป หนุ่มสาวทั้งห้าคนที่ใส่ชุดเที่ยวคนละสไตล์ก็พากันสั่งกับแกล้มและเครื่องดื่มกับพนักงาน ระหว่างรอของที่สั่ง วินก็เปิดประเด็นขึ้น“เป็นยังไงกันบ้าง ฝึกงานหนึ่งเดือนยังไหวกันอยู่ไหม”“ไม่ไหวก็ต้องไหว ฉันนั่งจ้องหน้าจอเทรดจนตาลาย ถึงขั้นเก็บเอาไปฝันอะคิดดู” ครีมเอ่ยถึงประสบการณ์ที่พบเจอ“อย่างน้อยแกก็ได้นั่งกินข้าวกับพี่โซ่ทุกวันไม่ใช่เหรอ” หนูนาเอ่ยแซว ส่งผลให้เพื่อนของเธออมยิ้มเขิน“แล้วเธอล่ะหนูนา” บอลอยากรู้เรื่องของเธอ เพราะไม่ได้เจอหน้าคนที่ชอบตลอดหนึ่งเดือนเต็ม“ช่วงนี้ถูกพี่เลี้ยงหิ้วไปทำงานที่บริษัทของลูกค้า สลับกับมานั่งตรวจเอกสารที่ออฟฟิศ บางวันเปิดเอกสารเทียบกันจนตาลายไม่ต่างจากยัยครีมหรอก”“ต้องออกไปบริษัทลูกค้าบ่อยไหม” วินเอ่ยถาม“แล้วแต่งาน บางช่วงก็ไปติดกันหลายวัน บางครั้งก็ครึ่งวัน จากนั้นก็นำเอกสารกลับมาทำต่อที่ออฟฟิศ”“ฉันแทบไม่ได้ไปไหนเลย อุดอู้อยู่แต่สำนักงานใหญ่ทั้งวัน แต่ละงานขั้นตอนเยอะมาก กว่าจะทำอะไรเสร็จแต่ละอย่างต้องตรวจซ้ำไม่รู้ตั้งกี่รอบ”วินพยักหน้าเห็นด้วยกับประโยคบอกเล่าแกมบ่นของมาเบล ก่อนจะถูกเพื่อนสาวหันมาส่งเสียงเอ็ด“นายจะพยัก
ทิศเหนือย่องเข้าห้องนอนของน้องสาวต่างสายเลือดในช่วงกลางดึก ทว่าพอขึ้นไปนอนบนเตียง สอดแขนเข้าไปใต้ลำคอของเธอ กระชับร่างเล็กเข้ามานอนแนบชิด อีกฝ่ายกลับส่งเสียงแง่งอนออกมา พร้อมกับยกมือขึ้นดันแผงอกของเขา ผละตัวออกไปเล็กน้อย“มาทำไมคะ”“ตอนเย็นยังพูดคุยหยอกล้อกับพี่อยู่เลย ทำไมตอนนี้ทำเป็นงอนพี่อีกแล้ว”“พี่ทิศเหนือผิดสัญญา”“สัญญาอะไร”“พี่บอกจะมานอนเป็นเพื่อนหนูนาบ่อย ๆ แต่ไม่คิดเลยว่าจะหายหน้าไปทั้งอาทิตย์ ถ้าหนูนาไม่กลับมานอนที่บ้านวันนี้ พี่ก็คงไม่เข้ามาหาใช่ไหมคะ”“แค่ห้าวัน ยังไม่ถึงอาทิตย์สักหน่อย”“มันก็เหมือนกันนั่นแหละค่ะ”“ออกไปบ่อยพ่อก็สงสัยน่ะสิ อีกอย่างเธอก็คุยกับพี่ทุกคืน”“คุยกันทุกคืน แต่มันไม่เหมือนตอนคุยต่อหน้า แล้วได้นอนกอดพี่ด้วยนี่คะ หนูนาแค่คิดถึงพี่ทิศเหนือ ตอนไปรับไปส่งก็มีพี่สิงห์อยู่ด้วย เราแทบไม่ได้คุยกันเลย”“งั้นก็เป็นความผิดของไอ้สิงห์”“ตัวเองนั่นแหละผิด ไปโยนให้พี่สิงห์ทำไมคะ”“โอเค ๆ พี่ผิดเอง”“พี่ทิศเหนือขับรถไม่เป็นเหรอคะ ตั้งแต่หนูนาเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ หนูนาก็ไม่เคยเห็นพี่ขับรถเองเลย”หญิงสาวเอ่ยถามด้วยความสงสัย ทว่าคำถามของเธอได้ทำให้มาเฟียหนุ่ม







