เข้าสู่ระบบหนูนาใช้เวลาเดินทางข้ามทวีปยาวนานถึงสิบสี่ชั่วโมง พอลงจากเครื่องและรอรับกระเป๋าเรียบร้อย เธอก็ขึ้นรถแท็กซีมุ่งหน้าไปยังมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงลอนดอนหญิงสาวลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่สองใบก้าวเข้าไปหยุดที่เคาน์เตอร์ของหอพักนักศึกษาที่มีความสูงแปดชั้น โดยแต่ละชั้นจะแบ่งออกเป็นสี่แฟลต แต่ละแฟลตจะมีห้าห้อง หลังจากแสดงเอกสารยืนยันตัวตนกับเจ้าหน้าที่ และได้รับคีย์การ์ดมาแล้ว เธอก็ขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นห้าหนูนาเปิดประตูเข้าไปยังแฟลต 501 สิ่งแรกที่เห็นก็คือทางเดินทอดยาว ผนังทั้งสองด้านทาสีขาวตัดกับพื้นไม้ลามิเนตสีโอ๊กอ่อน ตลอดทางเดินจะมีห้องพักส่วนตัวทั้งหมดห้าห้อง ประตูของแต่ละห้องมีตัวอักษรกำกับไว้อย่างชัดเจนมือเล็กนำคีย์การ์ดแตะที่ประตูห้อง B แล้วก้าวเข้าไปด้านใน ภายในห้องพักมีเตียงนอนขนาดสี่ฟุตวางชิดผนังทางด้านซ้ายมือ ผนังฝั่งขวามือเป็นพื้นที่ของโต๊ะอ่านหนังสือ เก้าอี้ ตู้เสื้อผ้าแบบบิวต์อิน ด้านในสุดเป็นห้องน้ำส่วนตัว และยังมีกระจกบานใสเพื่อเปิดรับแสงสว่างจากภายนอกแม้พื้นที่จะไม่ได้กว้างขวางมากนัก แต่ก็เพียงพอสำหรับเป็นที่หลับนอนของหญิงสาวตัวคนเดียว ส่วนห้องครัวต้องออกไปใช้พื้นที่ตรงส่วนก
2 วันต่อมาสิงห์ได้รับแจ้งจากพนักงานประจำเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ของตึก P.M. BODYGUARD VIP ว่ามีพัสดุส่งถึงผู้เป็นนายในช่วงบ่ายของวัน เขาจึงลงไปรับ แล้วนำขึ้นมาให้ทิศเหนือในห้องทำงาน “มีพัสดุชื่อคุณทิศเหนือครับ”มาเฟียหนุ่มละสายตาจากแฟ้มเอกสาร เงยหน้ามองลูกน้องคนสนิท“ใครส่งมา”“คุณหนูนา” สิงห์วางพัสดุกล่องเล็กลงบนโต๊ะทำงานของผู้นาย ก่อนเอ่ยถาม “ไม่แกะดูเหรอครับ”“มึงไม่มีอะไรทำเหรอ”“เอ่อ มีครับ”สิงห์ถูกสายตาคมของผู้เป็นนายจับจ้อง เขายกยิ้มเจื่อน พลันรีบออกไปจากห้องทำงานก่อนจะถูกอีกฝ่ายตำหนิคิ้วเข้มของมาเฟียหนุ่มย่นเข้าหากันเป็นปมขณะหลุบตามองกล่องสี่เหลี่ยมสีขาว ก่อนจะหยิบมันโยนไว้ในช่องเก็บของชั้นล่างสุดของโต๊ะทำงาน เพราะมันไม่มีค่าพอจะให้เขาเสียเวลางานมาเปิดดูเดี๋ยวนี้หนูนาคงรู้ตัวว่าที่ผ่านมาได้ทำตัวเอาแต่ใจมากแค่ไหน เลยคิดจะซื้อของมาง้อ ทว่าตอนนี้สถานะคู่นอนของเขาและเธอมันจบลงไปแล้ว เขาไม่จำเป็นต้องใส่ใจเธอเหมือนเมื่อก่อน เพื่อไม่ให้ความหวังที่เป็นไปไม่ได้กับเธออีก**เวลาผ่านไปจนครบสองสัปดาห์ที่หนูนาเดินทางไปรักษาแผลใจไกลถึงฝรั่งเศส พอเพื่อนทั้งสี่คนทราบว่าเธอเดินทางกลับมาถึ
เวลาผ่านไปไม่ถึงหนึ่งนาที โทรศัพท์ของหนูนาก็เริ่มส่งเสียงแจ้งเตือนข้อความเข้ามารัว ๆวอ_วิน: ทำไมถึงไปกะทันหันแบบนี้ล่ะมาเบล: เกิดอะไรขึ้นกับแกกันแน่ บอกฉันมาครีมมี่ ครีมมี่: ก่อนหน้านี้ไม่เห็นแกพูดถึงเรื่องนี้เลยบอล ภานุวัตน์: ไม่ไปไม่ได้เหรอ เหลืออีกแค่เทอมเดียวพวกเราก็จะเรียนจบพร้อมกันแล้วครีมมี่ ครีมมี่: ตอนนี้แกอยู่ที่ไหน อยู่คอนโดใช่ไหม เดี๋ยวฉันไปหามาเบล: บอกมาเร็ว ฉันจะออกจากห้องเดี๋ยวนี้เลยหนูนา นลินญา: มาเจอฉันที่สนามบินแล้วกัน อีกสองชั่วโมงฉันต้องขึ้นเครื่องแล้วหนูนากดออกจากแชตของกลุ่มเพื่อน จากนั้นก็จัดการบล็อกทุกช่องทางการติดต่อของพี่ชายต่างสายเลือด แล้วนำโทรศัพท์เก็บไว้ในกระเป๋าสะพายหญิงสาวลุกออกจากโซฟา กวาดสายตามองไปรอบห้องที่ยังมีความทรงจำแห่งความสุข และเคล้าไปด้วยคราบน้ำตาแห่งความทุกข์ใจที่เกิดขึ้นระหว่างเธอกับพี่ชายต่างสายเลือด ข้าวของที่ขนไปต่างประเทศด้วยไม่ได้ เธอได้เก็บใส่ลัง แล้วจ้างรถมาขนไปไว้ที่ห้องเช่าแห่งหนึ่ง ที่เหลืออยู่ตอนนี้ก็มีแค่เสื้อผ้าของทิศเหนือที่ยังแขวนอยู่ในตู้เสื้อผ้า รองเท้าสำหรับใส่ภายในบ้านของเขา และชุดผ้าปูที่นอนที่เขาและเธอช่วยกันเลือ
1 อาทิตย์ต่อมาทิศเหนือเดินทางออกจากตึก P.M. BODYGUARD VIP มาถึงคฤหาสน์ในช่วงหัวค่ำ เขาเข้าไปในห้องนั่งเล่นเพราะใกล้จะได้เวลากินมื้อเย็น ทว่ากลับไม่พบน้องสาวต่างสายเลือดที่ควรจะกลับมาถึงบ้านก่อนสิบเจ็ดนาฬิกานั่งอยู่ข้างกายผู้เป็นพ่อ “หนูนายังไม่กลับมาอีกเหรอครับ”“น้องฝากคนขับรถมาบอกว่าสองเดือนนี้จะไม่กลับมานอนที่บ้าน เพราะต้องเร่งทำโปรเจกต์จบครึ่งแรกให้เสร็จก่อนสอบไฟนอล” ฉัตรพลเอ่ยตอบลูกชาย**เวลาผ่านไปอีกหนึ่งเดือนกว่า“ช่วงนี้มหา’ลัยสอบเสร็จกันแล้วไม่ใช่เหรอวะ”มาเฟียหนุ่มเอ่ยถามลูกน้องคนสนิทหลังจากเปิดประตูเข้าไปนั่งอยู่ในรถหรู ขณะเดียวกันผู้เป็นพ่อก็นั่งรถตู้อีกคัน และยังมีรถของบรรดาบอดีการ์ดอีกสามคันซึ่งขับตามหลังกันออกจากคฤหาสน์มาติด ๆ“ครับ มหา’ลัยที่คุณหนูนาเรียน สอบเสร็จกันตั้งแต่เมื่อวาน” สิงห์เอ่ยตอบผู้เป็นนายก่อนหน้านี้ทิศเหนือแค่คิดว่าน้องสาวคงโกรธที่ได้รู้ความจริงเรื่องแม่ เธอไม่โทรหรือส่งข้อความมากวนใจ คงเป็นเพราะต้องการหลบหน้าเพื่อเลียแผลใจ และทำใจยอมรับกับทุกเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ไม่คิดเลยว่าสอบเสร็จแล้วเธอก็ยังไม่กลับเข้าบ้าน แม้แต่งานหมั้นของพี่ชายอย่างเขา เธอก็
ช่วงสายของอีกวันหนูนากำลังนั่งอยู่ในรถหรูกับพี่ชายต่างสายเลือด ซึ่งเธอไม่รู้เลยว่าจุดหมายปลายทางที่อีกฝ่ายได้สั่งให้ลูกน้องคนสนิทพาไปมันคือที่ไหนหลายนาทีต่อมา รถหรูก็จอดสนิทอยู่ริมทางของถนนสายหนึ่งที่มีรถสัญจรไปมา ระแวกนี้เต็มไปด้วยร้านเหล้าและร้านหมูกระทะ แล้วเส้นทางนี้ยังอยู่ระหว่างผับที่มาเฟียหนุ่มร่วมหุ้นเปิดกับเพื่อนและคฤหาสน์“จะให้ผมลงไปด้วยไหมครับ”“ไม่ต้อง”มาเฟียหนุ่มเอ่ยตอบลูกน้องคนสนิทด้วยน้ำเสียงเรียบ ก่อนจะเปิดประตูก้าวลงจากรถ หญิงสาวก็ลงไปยืนอยู่ข้างทางใกล้กับทิศเหนือ เงยใบหน้าที่ถูกแสงแดดสาดส่องมองหน้าคนตัวสูงขณะเอ่ยถาม“พาหนูนามาที่นี่ทำไมเหรอคะ”“เก้าปีก่อนพี่เคยประสบอุบัติเหตุที่นี่” เขาเริ่มเกริ่นถึงเรื่องที่ยังจำฝังใจแล้วเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยต่อ “เหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังหาเลี้ยงปากท้องและลูกสาว ต้องมาจบชีวิตลงเพราะความประมาทของพี่ นับตั้งแต่นั้นมาพี่ก็ไม่กล้าขับรถอีกเลย”“มันเป็นอุบัติเหตุ ในเมื่อสำนึกผิดแล้วพี่ก็อย่าโทษตัวเองเลยค่ะ”หญิงสาวยื่นมือออกไปจับมือของพี่ชายเพื่อปลอบประโลม เขาคงเสียใจกับเหตุการณ์ในอดีตมาก ทว่าเธอก็ยังนึกไม่ออ
หนึ่งชั่วโมงต่อมาเอวาได้เดินควงแขนของทิศเหนือเข้าไปในห้องนั่งเล่น เบี่ยงสายตามองพ่อของอีกฝ่าย แล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม“อาหารเสร็จแล้วค่ะ”“ไปลูก ไปกินข้าวกันเถอะ”ฉัตรพลเอ่ยกับลูกสาวบุญธรรม จากนั้นทั้งสี่คนก็พากันไปนั่งที่โต๊ะรับประทานอาหาร ลูกสาวของรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยก็เริ่มเอาอกเอาใจพ่อของว่าที่คู่หมั้นด้วยการตักอาหารวางลงในจาน และไม่ลืมตักให้ทิศเหนือด้วย“เอวาเพิ่งเรียนทำอาหารก็เลยชวนพี่ทิศเหนือมาลองทำด้วยกัน ไม่รู้ว่าจะถูกปากคุณลุงรึเปล่า” ฉัตรพลตักชิมไปหนึ่งคำ ก่อนเอ่ยชม“อืม อร่อยมาก”“ถ้าคุณลุงชอบ เอวาจะลองฝึกทำเมนูอื่นต่อ แล้วจะหาเวลามาทำให้คุณลุงกับพี่ทิศเหนือชิมบ่อย ๆ นะคะ”“ได้สิ อยากมาเมื่อไหร่ก็มา ยังไงหนูกับลูกชายของลุงก็จะหมั้นกันแล้ว คิดซะว่าที่นี่เป็นบ้านอีกหลัง”“ขอบคุณคุณลุงมากนะคะที่เอ็นดูเอวา ลองชิมปลาดูนะคะ”หนูนาลอบมองผู้หญิงคนนั้นเอ่ยกับบิดาบุญธรรมของเธอด้วยรอยยิ้มหวาน ก่อนที่เอวาจะตักปลาสามรสวางลงในจานของท่าน พลันรู้สึกว่าตัวเองกลายเป็นส่วนเกินอย่างไรไม่รู้ เธอก้มหน้ากินข้าวโดยไม่ได้สนใจกับบทสนทนาระหว่างมื้ออาหาร จนกระทั่งกินข้าวอิ่มทิศเหนือก็เดินออกไปส่งเอวาข







