تسجيل الدخول“ไม่รู้นี่คะว่ามีคนอื่นอยู่ด้วย พยายามหลบแล้ว แต่อานุชมาเห็นเข้าพอดี” บอกเขาราวกับเป็นความผิดอันใหญ่หลวง มาร์คินดึงมือข้างหนึ่งของเธอไป เขาแลหาอะไรสักอย่าง แล้วปลายนิ้วของเธอก็คือสิ่งที่เขาต้องการ พลาสเตอร์ยา แบบเรียบๆ ถูกแปะลงยังตำแหน่งที่โดนเศษแก้วบาด นึกว่าเขามองไม่เห็นเสียอีก “อ๊ะ! เจ็บๆๆ”
มาร์คินหน้าบึ้งขึ้นอีก ใครใช้ให้หล่อนจับกันล่ะ
“ความผิดผมสินะที่ไม่พาเข้าโรงแรม”
“จะว่างั้นก็ได้ค่ะ แต่ว่า...ไม่ต้องขอโทษหรอกนะ มันเป็นความผิดของฉันด้วย ฉันจะพยายามไม่ให้มันเกิดขึ้นอีก เรา...จบเรื่องนี้แล้วไปทางใครทางมันดีไหมคะ”
มาร์คินไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ จ้องมองคนตรงหน้าอย่างพิจารณาอีกครั้ง ทำไมเขาถึงไม่พอใจที่หล่อนเจ็บตัว ทำไมต้องกลัวเวลาที่หล่อนพูดแบบนี้ ไม่ได้สิ เขาจะหวั่นไหวเพียงเพราะหล่อนเป็นผู้หญิงที่เคยอยู่บนเตียงของตัวเองไม่ได้
“เก็บเรื่องของเราไว้เป็นความลับ อย่าพูดให้ใครฟัง เข้าใจไหม”
คนถูกสั่งค้อนเข้าให้ “ค่ะ เข้าใจแล้ว ฉันคงไม่ไปป่าวประกาศหรอกว่าเคยขึ้นเตียงเจ้านาย แต่ว่า...อานุช”
“อานุชไม่มีวันหักหลังหลานตัวเอง ผมจะไม่ยุ่งกับคุณอีก”
พริ้มเพราใจหายแปลกๆ ก้มมองแต่มือของตัวเอง มันสั่นอีกแล้ว ต้องคอยจับมันไว้ ทำไมรู้สึกแบบนี้ล่ะ รู้สึกเหมือนถูกหักหลัง เหมือนกำลังจะถูกทิ้งอย่างไรก็ไม่รู้ พวกเธอไม่ได้คบกันซะหน่อย ก็แค่ความสัมพันธ์ฉาบฉวย พอจบก็แยกจากทางใครทางมัน
“เรื่องที่ผ่านมา ถ้าคุณต้องการ...อะไรตอบแทน”
“หยุดค่ะ ถ้าอยากให้ฉันเคารพคุณในฐานะเจ้านายก็อย่าพูดสิ่งนั้นออกมาเลย เราสองคนก็แค่ผู้หญิงกับผู้ชาย จูนติดกันไวไปหน่อยแต่มันก็แค่นั้น แล้วก็...อย่ายัดเยียดความต้องการของคุณมาให้ฉัน คุณอาจเคยชินที่ต้องใช้เงินแลกมา แต่สำหรับฉันมันไม่ใช่ คุณรู้ดีว่าเพราะอะไร ฉันไม่ได้เสียใจในสิ่งที่สูญเสีย ฉัน...ดีใจ ที่เป็นคุณ”
พริ้มเพราเอ่ยแล้วลุกยืน การที่มาร์คินเป็นผู้ชายคนแรกของเธอก็ไม่ได้แย่นัก บนเตียงนั้นเธอเป็นที่รักของเขา เขาดูแลเอาใจใส่และปรนเปรอให้เธอมีความสุข ไม่รู้เลยว่าหากคนที่อยู่บนเตียงกับเธอคือพัชญะ เธอจะมีความสุขได้ถึงขนาดนั้นไหม ถือเสียว่าเป็นประสบการณ์อันดี ต่อไปนี้เธอก็ไม่ต้องยึดมั่นถือมั่นอะไรแล้ว เธอเคยมาแล้ว ชีวิตต่อจากนี้คงบันเทิงเริงใจมากขึ้น หาความสุขใส่ตัวให้มากขึ้น ไม่ต้องเกรงใจเยื่อพรหมจรรย์นั่นอีก
มาร์คินมองคนตรงหน้า หล่อนพูดออกมาว่าดีใจที่เป็นเขา แล้วจะให้เขาปล่อยไปง่ายๆ ได้อย่างไร แต่ว่า...หากนั่นคือการตัดสินใจของหล่อน แล้วเขาจะห้ามได้หรือ
“ถ้าคุณลำบาก หรือต้องการความช่วยเหลือ ได้โปรด คิดถึงผม”
พริ้มเพรายิ้มน้อยๆ คนแรกที่เธอจะหนีให้ห่างคือเขาต่างหาก อุตส่าห์ว่าจะไม่มีครั้งที่สอง แต่ก็มีขึ้นอีกจนได้ นับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป เธอกับเขาจะเป็นแค่เจ้านายกับลูกน้อง เป็นแค่บอสมาร์กับผู้ช่วยเลขา เท่านั้นก็พอ
“ฉันจะกลับแล้วค่ะ”
“ผมจะไปส่ง” พริ้มเพราเหล่มองเชือกเสื้อคลุม เขายังสวมเสื้อคลุมในขณะที่เธอแต่งตัวเสร็จแล้ว “ฉันนั่งแท็กซี่กลับเองก็ได้ แล้วรถฉันล่ะ”
“ผมให้คนขับไปไว้ที่บริษัท วันจันทร์...ผมจะไปรับคุณ...”
“ไม่ต้องไปรับค่ะ ฉันจะนั่งรถไฟฟ้า ขอบคุณสำหรับทุกอย่างค่ะบอส” หญิงสาวยิ้มยินดี การจากกันด้วยดีก็ดีนะ แต่ทำไมใจหายอย่างนี้ กลิ่นเขายังติดที่ปลายจมูก เสียงลมหายใจเขายังแว่วเข้าหู ฝ่ามือร้อนผ่าวที่เพียรลูบไล้ร่างเธอก็อีก เธอยังรู้สึกได้อยู่เลย
มาร์คินตามพริ้มเพราออกมาข้างนอก หล่อนเดินลงไปข้างล่างในขณะที่เขายืนมองที่ระเบียงชั้นสอง อานุชยังเตร่อยู่แถวบันได และมองขึ้นมาเห็นพริ้มเพราเข้า
มืออวบๆ ของมณีนุชทาบเข้าที่อกเบาๆ ยามเห็นพริ้มเพราในชุดเดรสคอจีน มันช่วยปกปิดรอยที่รอบลำคอ ทว่าไม่อาจปกปิดรอยหม่นเศร้าในแววตา เธอไม่ได้สนใจสีหน้าหรือความรู้สึกของผู้ช่วยเลขา เธอสนใจมาร์คินมากกว่า
“ขอโทษที่รบกวนนะคะอานุช” พริ้มเพรายกมือไหว้แล้วก้มลงหยิบรองเท้า
มณีนุชจ้องมาร์คินที่กำลังจ้องพริ้มเพราอยู่ หล่อนสวมชุดของปาลิดาได้พอดี ดูไปดูมาก็คล้ายปาลิดาไม่น้อย
“ทำไมสวมชุดนี้ล่ะ อยากเปลี่ยนไหม ชุดที่ห้องฉันก็มี เมื่อก่อนไม่ได้เจ้าเนื้อ ชุดตัวเล็กๆ ยังพอมีเหลือบ้าง” มณีนุชเอ่ย
“ใส่เถอะครับ เก็บไว้ในตู้ก็เปล่าประโยชน์”
มาร์คินบอกแล้วปลีกตัวกลับเข้าไป มณีนุชประหลาดใจยิ่งนัก นั่นเขาทำใจได้แล้วหรือ น่ายินดีหรือน่าหวั่นใจกันล่ะ
พริ้มเพราไม่ได้สนใจมาร์คิน เธอเดินตรงไปที่ประตู สวนกับสาวใช้นางหนึ่งก็เห็นมองมาหน้าตาตื่น เธอดูแย่หรือ ก็อาบน้ำน้ำแต่งตัวใหม่แล้วนี่นา
“รอก่อนสิ ฉันจะไปส่งที่บ้าน”
มณีนุชอาสา ยังประหลาดใจในคำพูดของหลานรัก
“แต่ว่าฉัน...”
“ไปเถอะ เผื่อมีเรื่องต้องคุยกัน ฉันไปบอกลูกก่อน เธอไปรอที่หน้าบ้านก็แล้วกัน”
พริ้มเพรามิอาจปฏิเสธ เธอเดินออกมาเงียบๆ มีรถคันหนึ่งจอดรออยู่ ดูที่นี่สิ บ้านหรือวังกันล่ะ ใหญ่โตมโหฬารซะ แค่รั้วบ้านนะ ถ้าเธอเดินออกไปคงได้เมื่อยตุ้ม น่าจะห้าร้อยเมตรได้กว่าจะถึงประตูใหญ่ สนามหญ้าเอย สวนดอกไม้เอย คฤหาสน์หลังใหญ่ ตึกเล็กตึกน้อย มาร์คินคงรวยมาก รวยมากๆ เลยล่ะ
“ขึ้นรถเถอะ”
เสียงมณีนุชดังขึ้นที่ด้านหลัง มณีนุชมาแล้ว สีหน้าของอีกฝ่ายเรียบเฉยจนพริ้มเพราไม่อาจคาดเดาว่าคิดอะไรอยู่
“บ้านอยู่ที่ไหน”
“แถวๆ ลาซาลค่ะ”
“ไกลเชียว” มณีนุชว่า
พัชญะมุ่นคิ้ว “อ่า...บอสให้คุณพริ้มกลับมาทำงานเลขาอีกแล้วหรือครับ ดีจัง ผมจะได้เจอเพื่อนเก่าบ้าง” ไม่เอ่ยเปล่าๆ แต่เอื้อมมือไปแตะศอกพริ้มเพราราวกับคนคุ้นเคยมาร์คินเลิกคิ้วสูง มองมือของพัชญะอย่างเคืองใจ“ใครบอกว่าเธอจะมาทำงาน” พูดจบก็ดึงร่างเมียรักเข้ามาใกล้ “พริ้มเพราเป็นเมียผม และเป็นแม่ของลูกผมด้วย”“หา!?” พัชญะช็อกไปเกือบครึ่งนาที“ที่สำคัญคือเธอกำลังท้องอยู่ แฝดสามน่ะ ถ้าไม่จำเป็นก็อย่าแตะต้องเธอล่ะ เพราะผม...หวงมาก”“อ่า...ครับๆ”“ถ้าจะให้ดี ช่วยปฏิบัติต่อเธออย่างมีมารยาท เจอเธอคราวหน้า ก้มหัวให้เธอซะ เพราะเธอเป็นเจ้านาย เข้าใจนะ”“ครับ...บอส!”พริ้มเพรานึกสมเพชอดีตแฟน เธอไม่เคยเห็นเขาหงอได้มากเท่านี้ตั้งแต่เกิดมา“ไปกันเถอะ”“ขอเวลาแป๊บนะคะ” เธอร้องขอ มาร์คินเลยเข้าลิฟต์ไปก่อน เธออยากพูดอะไรกับพัชญะสักนิด เขาจะได้เข้าใจสักที “ขอบคุณนะพอร์ช”“หือ? อ้อ...ครับ...คุณพริ้ม”“ขอบคุณนะที่ทิ้งกันไป ไม่อย่างนั้นพริ้มคงไม่ได้เจอมาร์คิน เรามาจบเรื่องในอดีตกันตรงนี้เถอะนะ ขอบคุณอีกครั้ง...สำหรับทุกอย่าง”“อ่า...ครับ...ยินดีด้วยครับ คุณพริ้ม...”พริ้มเพรายิ้มให้อดีตแฟน สิ่งเดียวที่นับว่าเป็
“ไปๆ หิวแล้ว ไปหาอะไรกินกัน ได้ยินว่ามื้อเช้ามีข้าวห่อใบบัว โอ๊ย...อยาก”“เออๆๆ ไปๆๆ” กุ้งนางเร่งเร้า จะซอยเท้าตามเพื่อนไปแต่ชายเสื้อถูกดึงยิกๆ “เร็วเข้านังกุ้ง พาผู้ชายแกมาด้วยสิยะ” กมลศักดิ์เร่งเร้ากุ้งนางนึกเคือง ผู้ชายของเธอเหรอ หึ! นังกิ๊บ! ฉันอยากจะฆ่าแกเพราะเรื่องนี่ล่ะ“น้องคะ ไปเร็วค่ะ ไปหาข้าวกินกัน”นะโมทำหน้ายู่ ดึงชายเสื้อพี่กุ้งเอาไว้“พี่กุ้ง...นะโมเหนื่อย เนี่ย...ปวดขา” เด็กน้อยบอก ก้มลงทุบขาสองสามทีกุ้งนางทำหน้าแหย คุกเข่าลงตรงหน้าหนูน้อย “คงจะไม่ได้ให้พี่...”“ฮึบ!”สิ้นเสียงฮึบ ความหนักก็ถาโถมเข้ามาที่แผ่นหลัง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าอะไรอยู่บนนั้น ร่างกลมป้อมของเด็กชายนะโมนั่นเองกุ้งนางเม้มปากแน่นๆ แบกเจ้าหนูขึ้นหลัง แล้วเดินไปตามสะพานไม้ ทั้งหนักทั้งเหนื่อย แต่เธอก็ต้องทน ฉันจะฆ่าแก นังกิ๊บ! นังเพื่อนทรยศ!...........บริษัทมนวรรธน์กลิ่นกาแฟหอมฉุยลอยข้ามฝั่งมา พริ้มเพรายุติสองขาที่กำลังก้าวจะเข้าบริษัท เธอมองข้ามไป นึกถึงวันที่ต้องเร่งฝีเท้าไปซื้อกาแฟให้เจ้านายแล้วยิ้มหัวออกมา ราวกับว่าเรื่องเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้“เป็นอะไรฮึ” สามีคนดีถามไถ่ มือข้างหนึ่งยังประคอ
เฌอริณมองสามีแล้วนึกขำ พอมองย้อนกลับไปในตอนนั้นเธอก็ช่างโง่งมที่คิดว่าตัวเองรักมาร์คิน บางทีนั่นอาจมิใช่ความรัก อาจเป็นเพียงความลุ่มหลง การห่วงหวงเช่นเด็กน้อยที่หวงของเล่น ทว่าเมื่อมาร์คินมีคนอื่น เธอกลับมิได้เจ็บมากมาย หัวใจกลับยอมรับในสิ่งที่เขาเลือก แต่พอคนอีกคนที่อยู่ข้างกายมาตลอด มาหายไป นั่นต่างหาก หัวใจถึงได้รู้ว่ารักเขามากกว่าที่ตัวเองจะคาดเดาเสียอีก“งอนเลย เดี๋ยวง้อเอง”“อา...รู้ทันอีกละ”“มีสามีเด็กกว่าก็ต้องฟิตทั้งร่างกายและสมอง ไม่งั้นตามนายไม่ทันหรอกน่า”“ตามอะไรกัน ผมนี่เป็นคนดีแล้วนะ เหล้ายาไม่แตะ งานเสี่ยงอันตรายก็เลิกสนิท แถมยังรักเมียกับลูกม๊ากมาก สามีอย่างนี้หาได้ที่ไหนอีก”“ไม่รู้สิ วันดีคืนดีฉันอาจจะเดินชนกับกิ๊กเก่าของนายก็ได้ ใครจะรู้”“โห...ร้ายกาจ เอาเรื่องเก่ามาพูดทำไมเนี่ย ตัวเองนั่นแหละบอกให้ผมทำอะไรก็ได้ตามแต่ใจ”“นั่นเป็นสิ่งเดียวที่ฉันทำพลาดล่ะ ตอนนี้ฉันสำนึกแล้ว และนาย...อย่าได้คิดทำตัวอย่างนั้นอีก ไม่อย่างนั้นละก็...” เธอหรี่ตามองสามีวัยละอ่อน ก่อนจะเบนสายตาไปยังเจ้าตัวจ้ำม่ำให้อ้อมแขนเขาคชากอดรัดลูกแน่นขึ้นอีก “อย่าแม้แต่จะคิดนะ ถ้าพี่เอาลูกไปละก็..
“ไม่เอาไม่พูดแล้ว พูดทีไรพาเข้าเรื่องนี้ทุกที”“ก็พี่ชอบนี่นา หรือพริ้มไม่ชอบ” เขาถาม หล่อนถลึงตาใส่ เห็นหล่อนทำตาโตอย่างนั้นแล้วนึกเอ็นดู “เมียพี่นี่น่ารักจริง”“ไม่ต้องมาชม คนหื่น” ปากว่าแต่มีรอยยิ้มงามวูบหนึ่งที่รอยยิ้มของพริ้มเพราชวนให้มาร์คินหวนคิดถึงอดีตภรรยา รอยยิ้มของปาลิดาก็เคยสดใสอย่างนี้“เป็นอะไรคะ”“ปะ...เปล่าๆ ไม่ได้เป็นอะไร” ตอบอย่างนั้นแต่เปลี่ยนจากโอบกอดร่างงามมาจับมือหล่อนแล้วออกเดินไปด้วยกันพริ้มเพราลอบมองเขา มีไม่กี่เรื่องที่พอเขานึกถึงแล้วจะเงียบขรึมลงไปได้“คิดถึงคุณปาลิดาหรือคะ”เขาพยักหน้าอย่างไม่คิดปิดบัง พริ้มเพราจะดึงมือออกจากมือเขา ทว่ามันกลับถูกกุมไว้แน่นกว่าเดิม“แค่นึกถึง แค่นึกเท่านั้น” เอ่ยกันไว้ด้วยไม่อยากให้แม่คนงามงอนอีก พอรู้ว่าเขารัก หล่อนก็ขี้งอนนักเชียว แต่เขาก็ชอบล่ะ พอหล่อนงอนเขาก็ง้อ ง้อไม่ฟังก็ไปจบลงที่เตียงทุกที“ไม่ได้ว่าอะไรนี่คะ”“ไม่ได้ว่า แต่ไม่ชอบใจ พี่รู้”“ป่านนี้เธอคงมีความสุขอยู่บนนั้น และอาจมองเราอยู่ พี่อยากบอกให้เธอรู้ว่าพี่ขอโทษสำหรับทุกอย่าง ไม่รู้ว่าเธอจะได้ยินไหม”พริ้มเพราไหวไหล่ จะรู้หรือไม่รู้ก็ช่างสิ“อยากบอกอะไรปาลิด
“ถ้าจะมาถามแค่นี้ก็กลับไปเถอะ ฉันไม่ว่างรับแขก” บอกเขาแล้วแอบปาดน้ำตา ในลำคอขมปร่าริม ฝีปากเริ่มสั่นระริก“พี่...ไม่คิดจะบอกผมเหรอ เรื่องลูก” ถามแล้วขยับเข้าไปหา มิได้นั่งลงข้างๆ แต่เลื่อนลงข้างล่าง ไปนั่งคุกเข่าแทบเท้าหล่อน จับมือบางมากุมไว้ มือเล็กเรียวยิ่งผอมบางกว่าเดิม“คิดสิ อยากบอกจะตาย...แต่นาย...ไม่อยู่ฟังนี่นา ครั้งสุดท้ายที่ไปหา นายเดินหนีก่อนที่ฉันจะได้พูดอะไรด้วยซ้ำ” กระบอกตาของคชาเริ่มร้อนผ่าว จำได้ดีถึงวันที่เฌอริณไปหาเขาที่ร้านอาหาร ถ้าหล่อนไปหาเขาตอนนั้น แสดงว่าตอนที่ไป ท้องของหล่อนคงเนินนูนบ้างแล้ว และเขาโง่เอง ที่มัวแต่อคติ จนไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย“ผมขอโทษ ผมไม่รู้เลยว่าพี่...” น้ำตาหยดหนึ่งร่วงรินลงบนตัก เอื้อมมือไปหาเจ้าหนูอีกครั้ง แตะต้องสัมผัสฝ่าเท้าเด็กน้อยอย่างทะนุถนอม “ให้ตายเถอะ พี่รู้หรือเปล่าว่าผมช็อกแค่ไหนตอนที่รู้ว่าเรามีลูกด้วยกัน ผม...” คำพูดทั้งหลายมันอัดแน่นอยู่ในอก พูดออกมาไม่ได้เพราะลำคอตีบตันไปหมด “ไม่ใช่ว่าจะมาพาเขาไปใช่ไหม อย่าพรากลูกไปจากฉันนะ ไม่มีลูกแล้วฉันจะอยู่ยังไง”เป็นครั้งแรกที่คชาได้เห็นแววตาอย่างนั้นของเฌอริณ แม่สาวสมัยใหม่ที่ไม่เคย
“ขอให้หายนะ ขอให้ไข้ลดทีเถอะ” ภาวนาอย่างนั้นแต่ไม่อาจกลับไปนอนที่เตียง ห้องที่ยังไม่ได้เก็บกวาดรกเรื้อไปด้วยเสื้อผ้าข้าวของ ทั้งผ้าอ้อมเด็กทั้งกล่องอาหารสำเร็จรูปบนโต๊ะ เธอกัดฟันเก็บของไปเรื่อยๆ ศีรษะยังปวดอยู่ตุบๆ เมื่อเก็บของไปได้ครึ่งทาง อาการง่วงก็ถามหา เธอส่ายหน้าแรงๆ ในตอนยัดผ้าอ้อมสำเร็จรูปที่ใช้แล้วลงในถุงดำ แลเห็นชิณอยู่บนเตียง ขาของเด็กน้อยเริ่มถีบอากาศรัวๆ ราวกับคนที่ตื่นอยู่“โอ...ไม่นะ ชิณ...ชู่ว์...ชู่ว์...หลับอีกนิดนะคนดี ไม่ตื่นนะลูกนะ” เอ่ยปลอบอย่างนั้นแต่ไม่ทันให้ได้ปีนขึ้นเตียง ร่างของเธอทรุดลงตรงนั้น หายใจหอบถี่ก่อนที่ทุกสิ่งจะเลือนหาย ไม่นะ...เธอจะหลับตอนนี้ไม่ได้ ชิณ...ชิณ...ชิณ....“อุแว้...”เสียงเด็กน้อยร้องจ้าเมื่อไขว่คว้าหามารดาแล้วไม่เจอ น้ำตาหยดเล็กรินไหลจากดวงตาเล็กเรียว ปากสีแดงสดอ้ากว้าง ตะเบ็งเสียงร้องอย่างเช่นทุกคราว ผิดก็แต่คราวนี้ อ้อมแขนของมารดามิได้โอบกอดเขาไว้เช่นเดิม...........ติ๊ดๆ ติ๊ดๆ ติ๊ดๆฟึ่บ!ประตูที่เป็นระบบล็อกอัตโนมัติเด้งออกจากตัวล็อก เมื่อรหัสผ่านถูกกด เสียงพ่นลมหายใจแรงๆ ดังขึ้นก่อนที่ปลายเท้าจะก้าวเข้าไปภายใน วินาทีแรกที่เข้ามาย
“ฉันต้องสรุปและส่งให้บอสดูสินะ เอาล่ะ ทำงานสักนิดในวันเสาร์ดีกว่า” บอกตัวเองอย่างนั้นเพราะแม้ว่าวันนี้ไม่ได้เข้าบริษัทก็ยังถือว่าเป็นวันทำงานของเธอ เพราะเรื่องวุ่นวายนี่แหละที่ทำให้มาร์คินไม่เข้าบริษัทในวันนี้ หญิงสาวนั่งทำงานไปเรื่อยๆ สักพักท้องก็ร้องครวญครางเพราะยังไม่ได้กินอะไร สงสัยว่าคนในท้อง
...........[16]จอมมารยา...........แล้วพริ้มเพราก็รู้แจ้งตอนที่เฌอริณพามาที่ห้องของศศิ ดาราสาวพยายามผลักประตูเข้าไปแต่ว่าห้องถูกล็อก“คุณริณจะทำอะไรคะ!” เจ้าของห้องเห็นเหตุการณ์เข้าโดยบังเอิญ รีบปรี่เข้ามาขวางเมื่อเห็นท่าทีของดาราสาว “ฉันจะหาของบางอย่างในห้อง หลีก!” เฌอริณแจ้งความประสงค์ ศศิหั
ศศิมองตามอย่างสงสัย หันมาเค้นเอาความจริงจากคนที่พอจะรู้เรื่องมากที่สุด“นะโม เมื่อคืน...พี่พริ้มมานอนที่นี่กับนะโมจริงเหรอ มาตอนไหนรู้หรือเปล่า”เด็กน้อยทำท่านึก ก่อนจะส่ายหน้า “ไม่รู้อ่า นะโมตื่นมาก็เจอพี่โดเรม่อนแล้ว” เด็กน้อยตอบแล้วปีนลงจากเตียง วันนี้วันเสาร์ เขาน่าจะได้เจอมารดาสักที “แม่จะมาไห
“แต่นายครับ มันอันตราย” คชาเอ่ยแทรก ในยามที่ยังไม่รู้ตัวฆาตกรแน่ชัด การให้พริ้มเพราไปอยู่ที่นั่นก็เหมือนพาหล่อนเดินเข้ากองไฟดีๆ นี่เอง“ฉันไม่สนแล้ว ต่อให้อยู่ใกล้หรืออยู่ไกล พริ้มก็น่าห่วงอยู่ดี อย่างน้อยถ้าอยู่ใกล้ๆ ฉันคงทำอะไรได้มากกว่านี้ นายมั่นใจหรือว่าเป็นแค่โจรธรรมดา แล้วถ้า...ไม่ใช่แค่โจรล







