Masukหลังเคลียร์งานเอกสารด่วนที่โรงแรมเสร็จเรียบร้อย ภรภัทรก็ไม่รอช้า สั่งคนขับรถมุ่งหน้าตรงไปยังผืนดินแปลงใหญ่ที่เพิ่งทำสัญญาโอนกรรมสิทธิ์มาหมาดๆ เจ้าตัวลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพโดยรอบร่วมกับทีมวิศวกรด้วยตัวเอง ทั้งที่ความเป็นจริงระดับประธานอย่างเขาไม่จำเป็นต้องลงมาตากแดดลุยฝุ่นด้วยซ้ำ หากไม่ใช่เพราะที่ดินผืนนี้คือของขวัญชิ้นสำคัญที่เขาตั้งใจสร้างเป็นโรงพยาบาลให้แก่น้ำฟ้า ทว่าทุกย่างก้าวและการเคลื่อนไหวของเขากลับตกอยู่ในสายตาของใครบางคน รถกระบะฟิล์มมืดสนิทจอดซุ่มนิ่งอยู่ใต้ร่มไม้ห่างออกไป คอยจับจ้องไม่ให้คลาดสายตา ภรภัทรใช้เวลาตรวจดูแบบแปลนและหารือกับหัวหน้าวิศวกรอยู่พักใหญ่ เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยจึงก้าวขึ้นรถประจำตำแหน่งเพื่อออกเดินทางไปรับน้องพราวที่ไร่พราวตะวันตามสัญญา รถเอสยูวีคันหรูแล่นนำขบวนโดยมีรถของบอดี้การ์ดขับตามประกบปิดท้าย แล่นออกจากพื้นที่ก่อสร้างมาได้ไม่ไกล สัญชาตญาณความระแวดระวังของภรภัทรก็ทำงาน เขากวาดสายตามองกระจกมองข้างอย่างจับสังเกต “เรน มีคนขับรถตามเรามา” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยสั่งการเฉียบขาดกับคนสนิทหลังพวงมาลัย “เปลี่ยนเส้นทางเข้าทางเลี่ยงด่วน ส่งสัญญาณให้รถการ์ดคันหลังแ
เมื่อภรภัทรออกไปทำงาน ทางบ้านใหญ่จึงเหลือเพียงน้ำฟ้า อลิชาที่กำลังพักฟื้นจากอาการบาดเจ็บ และหมอเจฟที่พักอยู่ห้องตรงข้าม ช่วงสายของวัน แสงแดดอุ่นสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างบานสูงของห้องอาหาร เจฟในชุดลำลองสบายๆ นั่งจิบกาแฟดำรออยู่พักใหญ่ แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่เห็นวี่แววของใครสักคนในบ้านเดินลงมา จังหวะนั้นแม่บ้านวัยกลางคนกำลังยกถาดอาหารเดินออกมาจากครัวพอดี หมอหนุ่มจึงเอ่ยทักขึ้นด้วยความสงสัย “ป้ายาครับ เขาไปไหนกันหมด” “อ๋อ คุณต้นออกไปทำงานตั้งแต่เช้าแล้วค่ะ” ป้ายายิ้มรับอย่างสุภาพ “ส่วนคุณหมอกับคุณอลิชายังไม่ลงมาเลยค่ะ นี่ป้ากำลังจะเอามื้อเช้าขึ้นไปให้พอดี” เจฟปรายตามองถาดอาหารในมือแม่บ้าน ข้าวต้มปลากรุ่นควันหอมฉุยเสิร์ฟพร้อมแก้วน้ำอุ่น และมีซองยาแก้ปวดวางแนบอยู่ข้างกัน “แล้วนี่มื้อเช้าของคุณอลิชาใช่ไหมครับ” “ใช่ค่ะ ป้าเตรียมพร้อมกับยาที่คุณหมอน้ำฟ้าสั่งไว้ตั้งแต่เมื่อวานกะว่าจะยกขึ้นไปให้บนห้อง” นัยน์ตาคมกริบเป็นประกายขึ้นมาทันที รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากหยัก เจฟวางถ้วยกาแฟลงบนโต๊ะก่อนจะยืดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง “ผมเอาขึ้นไปให้เองครับป้ายา” แม่บ้านชะงักไปนิด แต่เมื่อนึกข
ดึกสงัด คฤหาสน์อัศวธารากุลกลับคืนสู่ความเงียบสงบ แขกเหรื่อแยกย้ายกลับไปหมดแล้ว ส่วนอลิชาก็หลับสนิทอยู่ใต้การดูแลของป้ายาและหมอเจฟที่ปีกตะวันออก ภรภัทรปิดล็อกประตูห้องนอนใหญ่สนิท ร่างสูงปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตออกสองสามเม็ดพลางสาวเท้าตรงดิ่งไปยังเตียงกว้าง น้ำฟ้าในชุดนอนผ้าซาตินสายเดี่ยวสีหวานเพิ่งทาครีมเสร็จ พอหันมาเห็นสายตาคมกริบที่จ้องมองมาก็ใจสั่นระริก “คุณต้น ทำไมไม่รีบไปอาบน้ำ..แล้วมองฟ้าแบบนี้ทำไมคะ” ชายหนุ่มไม่ตอบ แต่เดินเข้ามารวบเอวบางดึงร่างนุ่มนิ่มขึ้นมานั่งเกยบนตักแกร่งทันที ใบหน้าคมสันซุกไซ้ลงกับซอกคอขาวผ่อง สูดดมกลิ่นแป้งเด็กผสมกลิ่นกายหอมละมุนอย่างหิวกระหาย “วันนี้เหนื่อยเป็นบ้าเลยฟ้า...” เสียงทุ้มพึมพำอู้อี้อยู่ข้างใบหู ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดจนขนอ่อนลุกซู่ “ขับรถไปนู่นมานี่ มีแต่เรื่องปวดหัว” “ถ้าเหนื่อยก็รีบนอนสิคะ ปล่อยฟ้าก่อน จะไปปิดไฟ” น้ำฟ้าดันแผงอกตึงแน่นเบาๆ แต่แรงเท่ามดหรือจะสู้ท่อนแขนแกร่งที่โอบรัดแน่นขึ้น “นอนไม่หลับหรอก ถ้ายังไม่ได้กิน ‘ยาชูกำลัง’” ภรภัทรช้อนสายตาขึ้นสบ นัยน์ตาวาวระยับฉายแววหิวกระหายอย่างเปิดเผย “คืนนี้ลูกก็ไม่อยู่ ป่านนี้คุณย่าพาเข้านอนที่ไร
ภายในห้องทำงานหรูของคฤหาสน์ศักดา บรรยากาศเงียบกริบชวนอึดอัด ควันซิการ์ลอยคลุ้ง นิสายืนกอดอกมองบิดาที่นั่งเคาะโต๊ะรอโทรศัพท์อย่างใจจดใจจ่อ “ป่านนี้พวกมันน่าจะลงมือเสร็จแล้วนะคะคุณพ่อ แค่ผู้หญิงตัวคนเดียว ไม่มีทางรอดมือคนของเราไปได้หรอก” นิสาเหยียดยิ้มสะใจ นึกถึงภาพน้ำฟ้าถูกลากตัวไปขัง ทว่าเสียงโทรศัพท์ที่แผดดังขึ้นมาขัดจังหวะ กลับทำลายความหวังนั้นลงในพริบตา ศักดารีบกดรับสายแล้วเปิดลำโพงทันที “เป็นยังไง จัดการนังนั่นเรียบร้อยแล้วใช่ไหม” ศักดาตวาดถามด้วยความกระหายชัยชนะ “นายครับ แย่แล้วครับ” เสียงลูกน้องที่โทรเข้ามาสั่นเครือและหอบเหนื่อย ปนเสียงครางเจ็บปวดจากปลายสาย “งานพลาดครับนาย” “พลาดได้ยังไงวะ ไอ้พวกกระจอก” ศักดาลุกพรวดจนเก้าอี้ไถลไปข้างหลัง เส้นเลือดขมับปูดโปน “คนของพวกมึงมีตั้งสามคน แค่จับผู้หญิงคนเดียวทำไมถึงพลาด” “ตอนแรกพวกเราชนรถมันจนตกข้างทาง ลากลงมาต่อยท้องจนหมดแรงจะจับขึ้นรถแล้วครับ แต่จู่ๆ มีไอ้ผู้ชายตัวโตคนหนึ่งขับรถตามมายิงสกัดไว้ ฝีมือมันร้ายกาจมากครับนาย ทั้งปืนทั้งหมัด พวกผมสู้ไม่ไหว โดนด้ามปืนฟาดหัวแตกไปคนหนึ่ง แถมมันยังยิงปืนขู่จนต้องถอยหนีออกมาก่อนครับ” “แล้ว
ธาวินหันขวับไปมองหมอเจฟทันที คราวนี้แววตาไม่ได้มีแค่ความระแวงแบบคนหวงน้องสาว แต่เต็มไปด้วยความตื่นตะลึงปนซาบซึ้งใจ “ขอบคุณมากครับหมอเจฟ ถ้าไม่ได้หมอช่วยไว้ น้องสาวผมคงแย่ไปแล้ว” ปลัดหนุ่มกล่าวขอบคุณจากใจจริง น้ำเสียงจริงจังและหนักแน่น “ไม่เป็นไรครับ เป็นเรื่องที่ใครเจอตรงนั้นก็ต้องช่วย” เจฟตอบรับอย่างสุภาพ เรียบนิ่ง ไม่ได้ถือโอกาสยกความดีความชอบมาอวดอ้าง “แล้วจะเอายังไงต่อไอ้ต้น” ธาวินหันขวับกลับมาหาภรภัทร แววตาดุดันฉายแววพร้อมเปิดศึก “กล้ามาลูบคมถึงถิ่น ดักทำร้ายคนในครอบครัวกูแบบนี้ คิดว่ากูจะปล่อยให้พวกมันลอยนวลเหรอ” “ตอนนี้พวกมันคงพุ่งเป้ามาที่กูกับน้ำฟ้า ยิ่งตอนนี้มันพลาด มันยิ่งระวังตัว แต่คงอีกไม่นานมันคงหาทางเล่นงานกูแน่” ภรภัทรเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ นัยน์ตาคมกริบฉายแววดุดัน “แต่กูก็เตรียมรับมือพวกมันไว้หมดแล้ว” “รับมือยังไงของมึงวะ” ธาวินถามพลางขมวดคิ้วรอฟังคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ “มันเพิ่งเสียเงินมัดจำไปตั้งสี่สิบล้าน สภาพคล่องทางบัญชีของบริษัทมันกำลังพังยับ กูจะให้ทนายกับคนของเราไปไล่กว้านซื้อหนี้ ไอ้แตมมันจัดการเจาะระบบข้อมูลส่งมาให้กูหมดแล้ว ทั้งเช็กที่ผลัดผ่อนทั้งหนี้น
เสียงเคาะประตูหน้าห้องดึงเจฟออกจากภวังค์ความคิด“คุณหมอคะ คุณต้นให้มาเชิญไปร่วมรับประทานอาหารเย็นค่ะ” เสียงแม่บ้านเอ่ยบอกผ่านบานประตู“ครับ เดี๋ยวผมตามลงไป”เจฟตอบรับพลางเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดลำลองที่สุภาพ ก่อนจะเปิดประตูเดินลงบันไดมาชั้นล่าง ทว่าเสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะสดใสที่ดังแว่วมาจากห้องรับแขกบอกให้รู้ว่าในบ้านมีแขกมาเยือนเพิ่มขึ้นภาพเบื้องหน้าคือคู่สามีภรรยาที่กำลังก้าวเข้ามาในบ้าน โดยฝ่ายชายอุ้มเด็กน้อยแก้มกลมวัยสองขวบไว้ในอ้อมแขน“พาน้องธามมาหาคุณย่า เลยได้ข่าวว่าโอนที่ดินกันเรียบร้อยแล้ว ไวจริงนะไอ้คุณต้น” ธาวินเอ่ยทักทายเพื่อนสนิทด้วยรอยยิ้มกว้าง“อย่างนี้แถวนี้ก็จะมีโรงพยาบาลดีๆ เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งแห่งแล้วสิคะ” อั้มกล่าวเสริมด้วยน้ำเสียงยินดีจังหวะนั้นเจฟก้าวลงมาถึงเชิงบันไดพอดี ภรภัทรจึงหันไปเอ่ยทัก“อ้าว ลงมาพอดีเลยหมอเจฟ”ธาวินกับอั้มหันไปมองผู้มาใหม่พร้อมกัน ภรภัทรจึงรีบแนะนำตัวให้ทุกคนรู้จัก“นี่หมอเจฟ รุ่นพี่ของหมอน้ำฟ้าสมัยเรียนที่อเมริกา เพิ่งบินมาเที่ยวที่นี่ แล้วเพิ่งกลับมาจากไปเที่ยวไร่พราวฟ้า” ภรภัทรผายมือไปทางผู้มาเยือนทั้งสอง “หมอครับ นี่ปลัดธาวิน ส่วนนี่







