Se connecter“กูเล่าย้อนไกลหน่อยละกัน... มึงขับรถหนีไอ้นิคจนตกเหว ไอ้ต้น” “เออ... กูจำได้” ภรภัทรตอบเสียงเรียบ “หมอน้ำฟ้าช่วยมึงไว้ พามึงมารักษาที่ไร่พราวฟ้า มึงตื่นมามึงก็จำใครไม่ได้ แม้แต่ชื่อตัวเองก็จำไม่ได้คนงานในไร่เรียกมึงว่า ไอ้หลงถ้ามึงไม่เชื่อกู มึงไปถามคนที่ไร่พราวฟ้าดูได้เลย” “กูไม่อยากไป... กูไม่อยากเจอไอ้นะ!” ภรภัทรว่าพลางขมวดคิ้วแน่น ใบหน้าฉายแววหงุดหงิดตึงเครียด “ไอ้นะ !/ ไอ้นะ!” แตมกับเพลิงอุทานขึ้นพร้อมกันด้วยความตกใจ “ทำไมเหรอลูกพี่” แตมขมวดคิ้วถาม “มันเป็นคนที่หมอน้ำฟ้ารัก...” ภรภัทรเค้นเสียงตอบต่ำ นัยน์ตาฉายแววเจ็บปวดและแค้นเคือง “มึงบอกมาดิ๊ไอ้แตม... ไอ้ชู้ชื่อนะมันหล่อกว่ากูตรงไหน หมอน้ำฟ้าถึงได้หลงมันนักหนา!” ยศวรรธแอบยกยิ้มมุมปาก พลางทำหน้านึก “อืม... จะว่าไปไอ้นะมันก็ไม่ได้หล่อลากดินอะไรขนาดนั้นหรอกครับพี่ต้น หน้าตามันออกแนว... คิ้วเข้มๆ ตาคมๆ สันกรามชัดๆ แถมชอบทำหน้าตึงเหมือนโดนของตลอดยามเช้า...” “เออ!” เพลิงรีบพูดแทรกขึ้นมาทันที “แถมปากหนัก ฟอร์มจัด ชอบวางท่าเป็นเจ้าของไร่ทั้งที่อาศัยเขาอยู่ฟรี! แต่แปลกนะ... ยิ่งทำหน้าตึง ยิ่งปากเสีย หมอน้ำฟ้ายิ่งเอ็นดูและรักมันม
น้ำฟ้า... คืนทุกอย่างให้เขา เซ็นต์ใบหย่า... และหนีเขาไปต่างประเทศแล้วจริงๆ! “น้ำฟ้ามาที่นี่ก็จริงค่ะคุณต้น...” น้ำฝนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น นัยน์ตามองหน้าภรภัทรด้วยความเจ็บปวดแทนน้องสาว “แต่เธอมาเพื่อร่ำลาทุกคน... ป่านนี้เครื่องบินก็คงใกล้จะออกจากสนามบินเชียงใหม่แล้วล่ะมั้งคะ” คำพูดของน้ำฝนเปรียบเสมือนฟ้าผ่าลงมากลางใจ! ภรภัทรรีบดึงซองเอกสารสีน้ำตาลใบใหญ่ออกมาเปิดดูด้วยมือที่สั่นเทา... และภาพที่ปรากฏต่อสายตาก็คือ เช็คเงินสดสิบล้านบาท, ตราสารการโอนหุ้นโรงแรมอัศวธารากุลทั้งหมดคืน, และ ใบคำร้องขอหย่า ที่มีลายเซ็นอันคุ้นเคยของ ‘นรินทิพย์’ เซ็นกำกับไว้เรียบร้อยแล้ว... ความจริงอันแสนเจ็บปวดตบหน้าชายหนุ่มอย่างรุนแรง! นัยน์ตาคู่คมเบิ่งกว้าง แดงขุ่นไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความตื่นตระหนกและรับไม่ได้ขั้นสุด “ไม่! ผมไม่รับ! ผมไม่หย่า!!” แควก! แควก! แควก! ภรภัทรตะโกนลั่นบ้าน พลางออกแรงฉีกเอกสารสำคัญทั้งหมดในมือออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยต่อหน้าต่อตาทุกคน! เศษกระดาษใบหย่าและเช็คสิบล้านร่วงกราวลงสู่พื้นราวกับสายฝนที่ไร้ค่า... “พี่ต้น! นั่นมันเอกสารของพี่ฟ้านะ!” น้ำตาลตวาดใส่ด้วยความเหลืออด
ภรภัทรขับรถมุ่งตรงมาหาน้ำตาลที่ไร่พราวตะวันทันที ชายหนุ่มก้าวลงจากรถด้วยความมุ่งมั่น ทว่า... ยังไม่ทันจะได้ก้าวขึ้นเรือน ร่างสูงใหญ่ของ เขตต์ บอดี้การ์ดคนสนิทก็เดินเข้ามาขวางทางไว้เสียก่อน “พี่ต้นจะไปไหนครับ” เขตต์เอ่ยถามน้ำเสียงเรียบตึง “กูมาหาน้ำตาล... มึงจะมาขวางกูทำไมวะเขตต์!” ภรภัทรขมวดคิ้วถามอย่างหงุดหงิด “คุณน้ำตาลกำลังพักผ่อนครับ เธอไม่สะดวกรับแขก” “อะไรวะ! นี่กูพี่มันนะ... ให้คนไปปลุกมันมาที กูมีธุระด่วน! แล้วไอ้เพลิงล่ะอยู่ไหน” “นายไปทำงานแล้วครับ... ไปปลุกไม่ได้หรอกพี่ต้น คุณน้ำตาลกำลังนอนหลับ ใครจะไปกล้าปลุก” เขตต์ตอบกลับด้วยสีหน้านิ่งเฉย ท่าทางกวนประสาทอยู่ในที “อะไรวะ ท้องแก่ใกล้คลอด มันง่วงนอนตั้งแต่เช้าเลยหรือไง!” ภรภัทรส่งเสียงฟึดฟัดในคอด้วยความขัดใจ เมื่อโดนบอดี้การ์ดดักทางจนเข้าพบน้องสาวไม่ได้ ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาอย่างหัวเสีย ก่อนที่สายตาคมจะหันไปทางสวนกุหลาบที่อยู่ติดกัน... จริงสิ... พี่น้ำฝน! พี่น้ำฝนต้องรู้แน่ๆ ว่าน้ำฟ้าอยู่ที่ไหน! เมื่อคิดได้ดังนั้น ประธานหนุ่มจึงไม่ยอมเสียเวลา เขาตัดสินใจเดินดุ่มๆ ลัดผ่านสวนกุหลาบตรงไปยังหน้าบ้านหลังงามของ ก้องภพ และ
ตัดไปที่ภรภัทร... ช่วงเช้าวันนี้เขาไม่ได้เข้าไปทำงานที่โรงแรมอย่างเคย ชายหนุ่มตัดสินใจบึ่งรถตรงมาที่โรงพยาบาลเพื่อตามหาหัวใจของตัวเอง สองมือหนาโอบอุ้มช่อดอกกุหลาบสีขาวช่อโตที่สื่อถึงการขอโทษจากใจจริงและความรักอันบริสุทธิ์ ชายหนุ่มก้าวเดินเข้าไปในแผนกด้วยใบหน้าประหม่าและกังวลใจอย่างเห็นได้ชัด พยาบาลและบุรุษพยาบาลที่เดินผ่านไปมาต่างส่งยิ้มทักทายเขาอย่างคุ้นเคย เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมา หมอน้ำฟ้ามักจะพูดถึงและแสดงความรักต่อสามีคนนี้ให้ทุกคนฟังเสมอ “อ้าว... คุณภรภัทรมาทำอะไรคะ หรือว่าไม่สบายคะ” พยาบาลประจำเคาน์เตอร์หน้าห้องตรวจเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้ม แต่สายตาของภรภัทรกลับเผลอมองข้ามไปที่ป้ายชื่อหน้าห้องตรวจ ปกติแล้ว ป้ายตรงนั้นจะต้องติดชื่อ แพทย์หญิงนรินทิพย์ อัศวธารากุล แต่ทำไมวันนี้ ป้ายชื่อกลับถูกเปลี่ยนเป็นชื่อของแพทย์ท่านอื่นไปแล้ว “ผม... ผมมาหาหมอน้ำฟ้าครับ” ภรภัทรเค้นเสียงตอบ กระชับช่อดอกไม้ในมือแน่นขึ้น “คุณหมอไม่อยู่หรอกค่ะ” “หมอน้ำฟ้าไปไหนครับ!” ชายหนุ่มถามแทรกขึ้นเสียงหลงด้วยความร้อนใจ “เรื่องนั้นดิฉันก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ... คุณภรภัทรลองไปถามคุณหมอแพรวาที่แผนกสูตินรีเวชดู
เช้าวันต่อมา... แสงแดดอ่อนๆ อุ่นยามเช้าทอดตัวลงบนผืนแผ่นดินอันกว้างใหญ่ของไร่พราวตะวันและไร่พราวฟ้าบรรยากาศเต็มไปด้วยความเศร้าและอาลัยอาวรณ์ น้ำฟ้าในชุดเดินทางสบายๆ ยืนอยู่ท่ามกลางคนในครอบครัวที่มารวมตัวกันเพื่อส่งเธอเดินทางไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ต่างประเทศ“ฟ้าไปก่อนนะคะทุกคน...” หมอน้ำฟ้าเค้นรอยยิ้มบางๆ เอ่ยเอื้อนประโยคลา พลางยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลใบสำคัญส่งให้แก่น้องสาวของสามี “น้ำตาล... พี่ฝากเอกสารนี้ไว้ให้คุณต้นด้วยนะ”“ค่ะพี่ฟ้า... พี่ฟ้าต้องดูแลตัวเองดีๆ ด้วยนะคะ” น้ำตาลเอ่ยเสียงสั่นเครือ คว้าซองเอกสารมาถือไว้ ก่อนจะขยับเข้าไปโอบกอดพี่สะใภ้ไว้แน่นด้วยความรักและสงสารจับใจน้ำฟ้ากอดตอบน้ำตาล พลางผละออกช้าๆ สายตาอบอุ่นมองต่ำลงไปยังหน้าท้องนูนโตของน้องสาว“ถ้าคลอดแล้ว... อย่าลืมโทรบอกพี่ด้วยนะ พี่มีของฝากเตรียมไว้ให้หลานแล้ว”“เห็นไหมเจ้าแฝด...” น้ำตาลยกมือขึ้นลูบท้องตัวเองเบาๆ นัยน์ตาคลอน้ำตา “ยังไม่ทันจะคลอดเลย ป้าน้ำฟ้าก็เตรียมของรับขวัญไว้ให้หนูสองคนแล้วนะลูก”น้ำฟ้าหันไปทางผู้ใหญ่และญาติพี่น้องทุกคนด้วยสายตาซาบซึ้งและอาลัย...“คุณพ่อดูแลตัวเองดีๆ นะคะ... คุณลุงก้องเกียรติ คุณป
ภรภัทรกว่าจะสลัดรดาหลุดออกมาได้ก็ไม่ทันเสียแล้ว ชายหนุ่มไม่รอลิฟต์ด้วยซ้ำ เขาออกแรงวิ่งกระโจนลงบันไดมาจนถึงลานจอดรถชั้นล่าง แต่ภาพที่เห็นมีเพียงท้ายรถของน้ำฟ้าที่กำลังขับเคลื่อนลับสายตาไปไกลแสนไกล กึ้ก! ร่างสูงใหญ่ของประธานหนุ่มทรุดลงนั่งกับพื้นปูนตรงนั้นอย่างหมดแรง มือหนายกขึ้นกุมแผ่นอกข้างซ้ายที่กำลังปวดรวดร้าวและจุกแน่นจนแทบหายใจไม่ออก ความรู้สึกมากมายตีรวนผสมผสานกันไปหมดจนหัวสมองตื่นตระหนก ใช่... เมื่อครู่นี้เธอร้องไห้อีกแล้ว หยาดน้ำตาแห่งความแหลกสลายของภรรยาตอกย้ำเข้ามาในใจเขา ความจริงเขาควรจะยินดีไม่ใช่เหรอที่เห็นเธอเสียใจบ้าง แต่ทำไม... ทำไมหัวใจของเขาถึงเจ็บปวดทรมานแทบเจียนตายเพียงแค่ได้เห็นหยาดน้ำตาของเธอ! ภาพที่เธอเห็นเมื่อครู่นี้ มันไม่ได้เป็นอย่างที่เธอเข้าใจเลยสักนิด! เมื่อเช้านี้เขาเรียกรดาเข้ามาในห้องทำงาน ก็เพื่อที่จะเคลียร์ทุกอย่างให้จบสิ้นและชัดเจนต่างหาก! ภรภัทรนึกย้อนไปเหตุการณ์ก่อนหน้า “ต้นเรียกรดามาหา คิดถึงเหรอคะ... หรือคิดได้แล้วว่าคนที่อยู่ข้างคุณมาตลอดคือรดา” รดาเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มออดอ้อน “คุณเคยบอกว่าผมรักคุณงั้นเหรอ...” ภรภัทรเค้นเสียงถามเรียบต่ำ