Share

บทที่ 10

Author: TanyaT
last update publish date: 2026-09-03 02:48:28

น้ำเสียงของเมฆินทร์เย็นลงจนริสาหยุดเถียงไปชั่วขณะ เขาก้าวลงจากชานเรือนแต่ยังไม่เดินออกไปไกล เพียงหยุดอยู่ใต้ชายคาและมองตรงไปยังหน้ารั้วซึ่งจมอยู่ในความมืด

ริสาค่อย ๆ พยุงตัวไปยืนตรงประตูเรือนแม้จะถูกห้ามไม่ให้ออกไปแต่จากจุดนั้นยังพอมองเห็นแนวรั้วไม้ได้ราง ๆ ตรงกลางประตูรั้ว มีเงาร่างของหญิงชราคนหนึ่งยืนอยู่ ร่างนั้นสวมเสื้อแขนกระบอกกับผ้าถุงสีเข้ม เรือนผมขาวโพลนรวบเป็นมวยอยู่ด้านหลัง ศีรษะก้มต่ำจนมองไม่เห็นใบหน้า มือข้างหนึ่งวางทาบอยู่บนประตูไม้ขณะที่อีกข้างห้อยนิ่งอยู่ข้างลำตัว

ใต้แสงจันทร์อันเลือนราง ริสามองเห็นว่าปลายเท้าของหญิงชราไม่ได้แตะพื้น ร่างนั้นลอยอยู่เหนือดินเล็กน้อย เงาดำใต้ฝ่าเท้ายืดยาวผิดธรรมชาติก่อนทอดผ่านช่องใต้รั้วเข้ามาภายในเขตบ้านแต่ว่าเมื่อปลายเงาสัมผัสกับแนวผงสีขาวที่โรยไว้รอบรั้วมันกลับหดตัวทันทีราวกับถูกไฟลวก

ในเวลาเดียวกัน ต้นตะเคียนเล็กซึ่งปลูกอยู่ข้างศาลเจ้าที่พลันสั่นไหวทั้งที่ลมยังคงสงบนิ่ง ใบไม้กระทบกันเสียงดังซ่าก่อนเปลวเทียนในศาลจะลุกสูงขึ้นเอง แสงสีส้มสาดส่องไปทั่วลานบ้านทำให้เงาร่างตรงหน้ารั้วบิดเบี้ยวและถอยห่างออกไปเล็กน้อย

เมฆินทร์พนมมือขึ้นก่อนจรดปลานิ้วโป้งลงบริเวณระหว่างคิ้วแล้วเลื่อนวางบนอก ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“สัคเค กาเม จะ รูเป คิริสิขะระตะเฏ จันตะลิกเข วิมาเน ทีเป รัฏเฐ จะ คาเม ตะรุวะนะคะหะเน เคหะวัตถุมหิ เขตเต ภุมมา จายันตุ เทวา ชะละถะละวิสะเม ยักขะคันธัพพะนาคา ติฏฐันตา สันติเก ยัง มุนิวะระวะจะนัง สาธะโว เม สุณันตุ ข้าพเจ้าขออัญเชิญเทวดลงมาปกปักรักษาเรือนแห่งนี้ ขอท่านเจ้าที่เจ้าทางผู้รักษาเขตเรือนจงคุ้มครองธรณีนี้ อย่าให้สิ่งชั่วร้ายล่วงเข้ามา ผู้ใดไม่มีสิทธิ์เหยียบเขตเรือน จงอยู่แต่ภายนอก อย่าได้ผ่านรั้ว อย่าได้ข้ามทางเข้ามา”

สิ้นคำ แสงจากศาลเจ้าที่สว่างวาบขึ้น เสียงลมพัดแรงผ่านลานบ้าน กิ่งไม้ไหวครืนราวกับมีพายุขนาดย่อมก่อตัวอยู่เฉพาะบริเวณหน้ารั้ว ผงสีขาวที่โรยไว้บนพื้นเรืองแสงเป็นแนวยาวเชื่อมต่อกันรอบเขตบ้านราวกับกำแพงที่มองเห็น

ร่างหญิงชราตรงหน้าประตูสั่นกระตุกก่อนเงยหน้าขึ้นช้า ๆ แม้อยู่ไกล ริสากลับมองเห็นชัดเจนว่าใบหน้านั้นไม่มีดวงตา มีเพียงเบ้าดำลึกสองข้างส่วนริมฝีปากฉีกกว้างเกินกว่ามนุษย์จะทำได้

เสียงหัวเราะดังขึ้นอีกครั้งแต่คราวนี้แหลมและเต็มไปด้วยความโกรธ ร่างของมันกระโจนเข้าชนประตูรั้วอย่างรุนแรง

โครม!

ประตูไม้สั่นสะเทือนแต่ไม่มีท่าทีว่าจะเปิดออก แสงสีทองจากแนวอาคมลุกวาบขึ้นพร้อมเสียงกรีดร้อง ร่างหญิงชราถูกผลักกระเด็นกลับไปในความมืดก่อนลุกขึ้นอย่างรวดเร็วและพุ่งเข้าใส่อีกครั้ง

โครม!

แรงกระแทกทำให้โคมไฟบริเวณเสารั้วสั่นไหวแต่กลอนยังคงแน่นหนา เส้นยันต์ซึ่งเขียนไว้บนคานเหนือประตูปรากฏแสงสีแดงขึ้นทีละตัวราวกับว่ามันกำลังตอบรับกับแรงอาคมที่พยายามฝ่าเข้ามา

เมฆินทร์ยืนนิ่งอยู่ใต้ชายคาโดยที่มีดหมอในมือยังไม่ถูกชักออกมาใช้ เขารู้ดีว่าไม่จำเป็นต้องออกไปปะทะ ตราบใดที่เจ้าที่และแนวอาคมยังคงทำหน้าที่ สิ่งนั้นย่อมไม่มีทางข้ามเขตเข้ามาได้

“มันเป็นตัวเดียวกับที่ศาลหรือเปล่า” ริสาถามจากในเรือน

“ยังบอกไม่ได้”

“แต่เสียงเหมือนกัน”

“สิ่งพวกนี้เลียนเสียงใครก็ได้ อย่าเชื่อสิ่งที่ได้ยิน”

ร่างตรงหน้ารั้วหยุดกระแทกประตูก่อนค่อย ๆ เปลี่ยนท่าทาง มันยืดตัวขึ้นช้า ๆ จากหญิงชราหลังค่อมกลายเป็นหญิงสาวรูปร่างผอมบาง เส้นผมสีดำยาวลงมาปกคลุมใบหน้า เสื้อผ้าบนร่างเปลี่ยนเป็นชุดสีขาวเปียกชื้นซึ่งแนบติดกับลำตัว

ริสาจำชุดนั้นได้ในทันที มันคือหญิงผมยาวที่เธอเห็นในศาลาร้างแห่งนั้น …

รอยอาคมบนหัวไหล่ร้อนจัดขึ้นอีกครั้งจนหญิงสาวต้องกัดริมฝีปากไว้แน่น ร่างตรงหน้ารั้วค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองตรงมายังตัวเรือน ทั้งที่ระยะห่างมากเกินกว่าจะมองเห็นกันชัดเจนแต่ริสากลับรู้สึกได้ว่าดวงตาของมันกำลังจับจ้องมาที่เธอเพียงคนเดียว

มือซีดขาวยกขึ้นแตะซี่รั้วแต่ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสเนื้อไม้ เสียงคล้ายเนื้อถูกเผาก็ดังฉ่า ควันสีดำลอยขึ้นจากผิวหนังแต่มันกลับไม่ยอมปล่อยมือ

ริมฝีปากใต้ม่านผมขยับช้า ๆ

“ออกมาหาข้า...ออกมาหาข้าสิอัญญา” เสียงกระซิบดังขึ้นข้างหูริสาทั้งที่ร่างนั้นยังยืนอยู่ห่างออกไปไกล

หญิงสาวชะงักในทันที สายตาของริสาเริ่มเหม่อลอยไปชั่วขณะ เท้าข้างหนึ่งขยับออกจากเรือนโดยไม่รู้ตัวแต่ยังไม่ทันแตะพื้นลาน เมฆินทร์ก็หันกลับมาและตวาดขึ้น

“คุณ!”

เสียงของเขาทำให้เธอสะดุ้งตื่นจากภวังค์ ร่างทั้งร่างเซไปข้างหน้าในขณะที่เมฆินทร์รีบก้าวกลับขึ้นมาบนชานและคว้าข้อมือเธอไว้ก่อนดึงกลับเข้าหาอกกว้างอย่างรวดเร็ว

“ผมบอกแล้วว่าอย่าฟัง”

ริสาหอบหายใจแรง “ฉันไม่ได้ตั้งใจจะฟัง มันห้ามไม่ได้”

“เพราะจิตของคุณอ่อน มันกำลังเรียกจิตของคุณ”

“แล้วทำไมฉันถึงได้ยิน ทั้งที่มันอยู่ตั้งไกล”

“เพราะมีบางอย่างบนตัวคุณเชื่อมกับมันอยู่”

เมฆินทร์ก้มมองรอยอาคมบนหัวไหล่ของหญิงสาวก่อนใช้ผ้ายันต์กดลงบริเวณนั้นทันที ริสาสะดุ้งด้วยความเจ็บปวดแต่คราวนี้ไม่ผลักเขาออกเหมือนทุกครั้ง

เสียงหญิงสาวตรงหน้ารั้วหัวเราะแผ่วเบาคล้ายพอใจกับบางสิ่งที่เกิดขึ้น จากนั้นร่างของมันก็ค่อย ๆ ถอยหลังเข้าไปในเงามืดทีละก้าวจนเหลือเพียงชุดสีขาวเลือนรางอยู่ท่ามกลางแนวต้นไม้ เหลือเพียงเสียงกระซิบสุดท้ายก็ดังขึ้นภายในเรือน

“ข้าจะรอ...จนกว่าเจ้าจะออกมา”

ความเงียบกลับเข้าปกคลุมบริเวณบ้านอีกครั้ง เสียงแมลงกลางคืนค่อย ๆ ดังขึ้นทีละน้อย ลมเริ่มพัดผ่านต้นไผ่และเปลวเทียนในศาลเจ้าที่กลับมาเป็นปกติราวกับเหตุการณ์เมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้น

เมฆินทร์ยังคงยืนอยู่หน้าประตู มือหนึ่งกำมีดหมอ ส่วนอีกมือจับข้อมือริสาไว้แน่น ดวงตาคมมองตรงไปยังหน้ารั้วโดยไม่ลดความระแวดระวัง

“มันไปแล้วหรือ” หญิงสาวถามเบา ๆ

“ยัง”

“แต่ฉันไม่เห็นแล้ว”

“สิ่งที่มองไม่เห็นไม่ได้หมายความว่าไม่อยู่”

เขาปล่อยข้อมือเธอก่อนปิดประตูห้องและลงกลอนแน่นหนา จากนั้นจึงนำผ้ายันต์อีกสองแผ่นติดทับไว้เหนือวงกบ

ริสามองท่าทีเคร่งเครียดของเขา “คืนนี้มันจะกลับมาอีกไหม”

เมฆินทร์หยุดมือเพียงชั่วครู่ก่อนตอบโดยไม่หันกลับมา

“ตราบใดที่รอยบนตัวคุณยังไม่ถูกปิด มันจะไม่ไปไหน”
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • บ่วงอาคม (มนตราอาคม The Series)   บทที่ 222

    “ทำไมคุณไม่เคยบอกฉัน” “รอยนั้นหายไปภายในไม่กี่ชั่วโมง ผมเลยคิดว่าอาจเป็นเพียงรอยกดจากผ้าห่อตัว” “คุณไม่ได้คิดแบบนั้นจริง ๆ” เมฆินทร์นิ่ง ริสารู้จักเขาดีพอจะมองออกว่า ชายหนุ่มปิดบังความกังวลนี้มานานเพียงใด “แล้วมีอะไรอีกไหมคะ” “ตอนอายุสองขวบ รดาเคยเดินเข้าไปในห้องเก็บของ” “ห้องที่คุณเก็บสมุดข่อ

  • บ่วงอาคม (มนตราอาคม The Series)   บทที่ 221

    รินรดาในวัยเจ็ดขวบป่วยบ่อยกว่าภูริณมาก บางครั้งเป็นเพียงไข้ต่ำในช่วงหัวค่ำ แต่พอตกดึก อุณหภูมิกลับสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เด็กหญิงตัวเล็กจะนอนกระสับกระส่าย เหงื่อซึมเต็มหน้าผาก มือทั้งสองกำผ้าห่มแน่น ริมฝีปากพึมพำถ้อยคำซึ่งไม่มีใครฟังเข้าใจ หมอตรวจไม่พบความผิดปกติร้ายแรง ผลเลือดปกติ ไม่มีการติดเชื้อและ

  • บ่วงอาคม (มนตราอาคม The Series)   บทที่ 220

    “โอ๊ย!” “บอกแล้วว่าอย่าวิ่งเร็ว” ภูริณหันไปจับไหล่รินรดาไว้ไม่ให้ล้มก่อนมองไปยังพาขวัญที่กำลังวิ่งมาหา เด็กหญิงวัยห้าขวบสะดุดก้อนหินจนร่างเล็กเซไปข้างหน้าแต่โชคดีที่ภูริณรีบก้าวเข้าไปรับตัวไว้ได้ทันทำให้พาขวัญตกใจจนสองแขนกอดคอพี่ชายแน่น “เกือบล้มแล้วค่ะ” “เพราะวิ่งไม่ดูทาง” เขาอุ้มเด็กหญิงขึ้นม

  • บ่วงอาคม (มนตราอาคม The Series)   บทที่ 219

    “พี่ภูริณอย่าแกล้งน้องนะคะ” รินรดากางแขนปกป้องคนตัวเล็กทันที ภูริณเลิกคิ้ว “ยังไม่ได้ทำอะไรเลย” “พี่ทำหน้าน่ากลัว” “หน้าพี่เป็นแบบนี้อยู่แล้ว” “งั้นพี่ก็หน้าดุอยู่แล้วค่ะ” คำตอบตรงไปตรงมาของรินรดาทำให้ริสาหลุดหัวเราะ ส่วนเมฆินทร์ยกมือขึ้นปิดมุมปาก กลั้นรอยยิ้มเอาไว้ ภูริณมองเด็กหญิงวัยเจ็ดขวบ

  • บ่วงอาคม (มนตราอาคม The Series)   บทที่ 218

    ภรันยังไม่หลับ เขาจ้องมองลูกสาวอยู่เงียบ ๆ จนพลอยเอื้อมมือมาวางทับหลังมือของเขา “พี่กลัวไหม” หญิงสาวถามเบา ๆ “กลัว” คำตอบตรงไปตรงมาทำให้พลอยชะงัก “พี่ก็กลัวเป็นด้วยเหรอ” “กลัวสิ” เขาหันมองเธอ “พี่กลัวเสียเธอกับขวัญไป” ดวงตาของเธอค่อย ๆ แดงขึ้น “พี่จะไม่เสียใครไปหรอก” “อืม” ภรันก้มลงมองพาขวัญ

  • บ่วงอาคม (มนตราอาคม The Series)   บทที่ 217

    เสียงฝนตกกระทบหลังคาเรือนไม้ดังสม่ำเสมอตั้งแต่หัวค่ำ ลมเย็นพัดลอดช่องหน้าต่างเข้ามาเป็นระยะ ทำให้ม่านสีขาวบางขยับไหวราวกับมีมือที่มองไม่เห็นคอยแตะต้อง พลอยนั่งพิงหัวเตียง มือหนึ่งลูบเส้นผมดำขลับของเด็กหญิงตัวน้อยที่นอนขดอยู่ข้างกาย พาขวัญเพิ่งอายุครบห้าขวบได้ไม่กี่เดือน ใบหน้ากลมละม้ายคล้ายแม่ แต่ด

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status