ริสายังไม่ทันตอบคำถามหรือทันได้พูดอะไร ความเจ็บปวดจากข้อเท้าก็แล่นขึ้นมาตามต้นขาอย่างรุนแรงจนร่างทั้งร่างทรุดลง เมฆินทร์คว้าเอวเธอไว้ได้ทันก่อนศีรษะจะกระแทกพื้นแล้วช้อนร่างหญิงสาวกลับไปวางบนเตียงไม้ ใบหน้าที่เคยมีสีเลือดฝากของเธอซีดลงอย่างเห็นได้ชัด เหงื่อเย็นผุดตามกรอบหน้าขณะที่ลมหายใจเริ่มถี่และขาดจังหวะ
ชายหนุ่มคุกเข่าลงข้างเตียงก่อนยกชายกางเกงบริเวณข้อเท้าขึ้นเล็กน้อย เส้นสีดำใต้ผิวหนังซึ่งเมื่อครู่ยังหยุดอยู่เหนือหัวเข่ากำลังลามขึ้นมาตามต้นขาอย่างช้า ๆ ราวกับมันรับรู้ว่าริสาถูกพาเข้ามาอยู่ในเขตอาคมแล้วจึงพยายามเร่งกัดกินร่างกายก่อนจะถูกสะกดเอาไว้
“รอยมันลามเร็วขึ้นใช่ไหม” ริสาพูดด้วยเสียงแผ่วแม้จะพยายามข่มอาการเจ็บแต่ปลายนิ้วที่กำผ้าปูเตียงกลับสั่นจนเห็นได้ชัด
“คุณบอกว่าที่นี่ปลอดภัยไม่ใช่หรือ”
“เขตบ้านกันสิ่งที่อยู่ข้างนอกได้แต่รอยนี้ติดอยู่ในตัวคุณแล้ว”
“งั้นจะพาฉันมาที่นี่ทำไม” เมฆินทร์เงยหน้ามองเธอด้วยแววตาเรียบเย็น
“เพราะถ้าคุณยังอยู่ในป่า ตอนนี้คงไม่มีแรงมานั่งเถียงผมอยู่แบบนี้”
ริสาอ้าปากจะเถียงกลับแต่ความเจ็บปวดกลับแล่นขึ้นมาถึงหน้าท้องจนต้องงอตัวลง เมฆินทร์รีบประคองไหล่เธอไว้ก่อนวางสองนิ้วลงตรงข้อมือเพื่อจับชีพจร จังหวะหัวใจเต้นเร็วและสับสนเหมือนกับว่าร่างกายกำลังต่อสู้กับบางสิ่งซึ่งมองไม่เห็น
เขาลุกขึ้นเดินไปยังชั้นวางสมุนไพรก่อนหยิบโถดินใบหนึ่งพร้อมด้ายสายสิญจน์และเทียนขี้ผึ้งกลับมาวางบนโต๊ะเตี้ยข้างเตียง จากนั้นจึงใช้มีดหมอขีดเส้นบาง ๆ ลงบนพื้นไม้รอบเตียงเป็นวงปิดก่อนโรยผงสีขาวตามแนวรอยนั้นอย่างระมัดระวัง
ริสามองการกระทำของเขาไม่วางตาก่อนถามขึ้น “คุณจะทำอะไร”
“กดอาคมไว้ชั่วคราว”
“ชั่วคราวแค่ไหน”
“ถ้าได้ผลก็จนถึงเช้า”
“ถ้าไม่ได้ผลล่ะ”
มือของเมฆินทร์ชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะหยิบสายสิญจน์ขึ้นมาพันรอบข้อมือของหญิงสาวอย่างหลวม ๆ แล้วผูกปลายอีกด้านเข้ากับขาเตียง
“ถ้าไม่ได้ผล ผมจะคิดวิธีอื่น”
“ฟังดูไม่เหมือนคนที่มั่นใจเลย”
“ผมไม่เคยเห็นอาคมแบบนี้อยู่บนตัวคนเป็น”
คำตอบตรงไปตรงมาทำให้ริสาเงียบไปชั่วขณะ แม้ไม่ชอบที่เขาปิดบังหลายเรื่องแต่แววตาเคร่งเครียดคู่นั้นบอกชัดว่าเมฆินทร์ไม่ได้พูดเพื่อข่มขู่เธอ เขาเองก็กำลังเผชิญบางสิ่งที่อยู่นอกเหนือความรู้และการควบคุมของตนเองเช่นกัน
ชายหนุ่มเปิดฝาโถดินทำให้กลิ่นสมุนไพรฉุนจัดแผ่กระจายไปทั่วห้อง เนื้อยาภายในมีสีดำเข้มและข้นคล้ายดินเปียก เมฆินทร์ค่อยๆใช้ปลายนิ้วแตะยาเล็กน้อยก่อนมองริสาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“เตรียมใจไว้ เพราะมันจะเจ็บ”
“คืนนี้คุณพูดประโยคนี้กับฉันหลายครั้งแล้ว”
“เพราะคุณยังไม่รู้จักคำว่าอยู่นิ่ง”
“ฉันเป็นนักข่าวภาคสนาม ไม่ใช่คนไข้ของคุณ”
“ตอนนี้คุณเป็นทั้งสองอย่างและถ้ายังเถียงอยู่ ผมจะถือว่าคุณหายดีแล้ว”
ริสาขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิดแต่เมื่อเขาก้มลงแตะยาสีดำลงบนรอยช้ำ เธอก็ต้องกัดริมฝีปากแน่น ความเย็นจัดพุ่งเข้าสู่ผิวหนังในวินาทีแรกก่อนเปลี่ยนเป็นความร้อนรุนแรงราวกับมีถ่านแดงฝังอยู่ในเส้นเลือด หญิงสาวสะดุ้งและเผลอคว้าแขนเมฆินทร์ไว้แน่น
“อย่าขยับ”
“คุณลองมาโดนเองไหมล่ะ”
“ผมเคยโดนหนักกว่านี้”
“นั่นไม่ช่วยให้ฉันเจ็บน้อยลงเลยนะ”
เมฆินทร์ไม่ตอบ เขาค่อย ๆ ลากยาไปตามแนวเส้นสีดำ จนเกิดเป็นวงอักขระเล็ก ๆ รอบข้อเท้าก่อนใช้ปลายนิ้วแตะเลือดจากแผลบนฝ่ามือของตนเองลงตรงกลางรอยเพียงหนึ่งหยด
ริสาเห็นดังนั้นก็ชะงัก “คุณทำอะไร”
“เลือดของผู้สืบวิชาช่วยกดแรงอาคมได้”
“คุณเพิ่งบอกว่าห้ามให้เลือดเกี่ยวข้องกับผู้หญิงไม่ใช่หรือ”
“ผมไม่ได้ลงยันต์และคิดว่าคงไม่ทันแล้ว”
“แต่นี่ก็เหมือนจะใกล้เคียง เอ๊ะ หมายความว่ายังไง ที่ว่าไม่ทันแล้ว”
“คุณเก็บไว้ถามพรุ่งนี้บ้างก็ได้ และถ้าคุณมีวิธีที่ดีกว่า ผมจะหยุดเดี๋ยวนี้”
เมฆินทร์เงยหน้าขึ้นมองเธอด้วยสีหน้าเรียบเฉย ริสาเงียบลงทันที ชายหนุ่มจึงวางฝ่ามือเหนือรอยดำโดยไม่แตะผิวก่อนหลับตาและเริ่มบริกรรมคาถาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“นะตรึงกาย โมตรึงจิต พุทปิดรอย ธาข่มเงา ยะประคองขวัญ อาคมใดฝังอยู่ในเลือด จงหยุดอยู่เพียงเท่านี้ อย่าลาม อย่ากัดกิน อย่าชักนำดวงจิตให้หลุดจากกาย”
สิ้นบทบริกรรม เปลวเทียนทั้งสี่เล่มที่วางรอบเตียงไหววูบพร้อมกัน รอยอักขระสีดำบนข้อเท้าส่องแสงแดงคล้ำขึ้นชั่วครู่ก่อนเส้นสีดำที่กำลังลามจะหยุดนิ่ง
ริสาหอบหายใจแรง ความเจ็บปวดที่แผ่ไปทั่วร่างค่อย ๆ ลดลงแม้ยังไม่หายสนิทแต่ก็เพียงพอให้เธอคลายมือจากแขนของเมฆินทร์ได้
“หยุดลามแล้วหรือ”
ชายหนุ่มยังคงจับตามองรอยนั้น “ชั่วคราว”
“คุณพูดคำว่าชั่วคราวบ่อยจนฉันกังวลแล้วนะเนี่ย”
“อย่างน้อยคุณยังไม่ตายคืนนี้”
“นี่คือคำปลอบใจจริงๆใช่ไหม”
เมฆินทร์เก็บโถยากลับไปวางบนโต๊ะ ก่อนหันไปมองทางหน้าต่าง แม้ร่างหญิงชุดขาวจะหายไปจากหน้ารั้วแล้วแต่ศาลเจ้าที่ด้านนอกยังคงมีเปลวเทียนลุกสูงกว่าปกติราวกับเจ้าที่เจ้าทางยังคงรับรู้ว่ามีสิ่งไม่พึงประสงค์วนเวียนอยู่รอบเขตบ้าน
ริสาค่อยๆขยับตัวพิงหัวเตียงอย่างระมัดระวังด้วยความเหนื่อยล้า ก่อนสายตาจะจับจ้องไปยังชายหนุ่มร่างสูงและถามขึ้น
“ฉันกลับที่พักได้เมื่อไร”
“ไม่ได้”
หญิงสาวหันขวับ “อะไรนะ”
“คืนนี้คุณต้องอยู่ที่นี่”