Share

บทที่ 11

Author: TanyaT
last update publish date: 2026-09-03 02:53:56

ริสายังไม่ทันตอบคำถามหรือทันได้พูดอะไร ความเจ็บปวดจากข้อเท้าก็แล่นขึ้นมาตามต้นขาอย่างรุนแรงจนร่างทั้งร่างทรุดลง เมฆินทร์คว้าเอวเธอไว้ได้ทันก่อนศีรษะจะกระแทกพื้นแล้วช้อนร่างหญิงสาวกลับไปวางบนเตียงไม้ ใบหน้าที่เคยมีสีเลือดฝากของเธอซีดลงอย่างเห็นได้ชัด เหงื่อเย็นผุดตามกรอบหน้าขณะที่ลมหายใจเริ่มถี่และขาดจังหวะ

ชายหนุ่มคุกเข่าลงข้างเตียงก่อนยกชายกางเกงบริเวณข้อเท้าขึ้นเล็กน้อย เส้นสีดำใต้ผิวหนังซึ่งเมื่อครู่ยังหยุดอยู่เหนือหัวเข่ากำลังลามขึ้นมาตามต้นขาอย่างช้า ๆ ราวกับมันรับรู้ว่าริสาถูกพาเข้ามาอยู่ในเขตอาคมแล้วจึงพยายามเร่งกัดกินร่างกายก่อนจะถูกสะกดเอาไว้

“รอยมันลามเร็วขึ้นใช่ไหม” ริสาพูดด้วยเสียงแผ่วแม้จะพยายามข่มอาการเจ็บแต่ปลายนิ้วที่กำผ้าปูเตียงกลับสั่นจนเห็นได้ชัด

“คุณบอกว่าที่นี่ปลอดภัยไม่ใช่หรือ”

“เขตบ้านกันสิ่งที่อยู่ข้างนอกได้แต่รอยนี้ติดอยู่ในตัวคุณแล้ว”

“งั้นจะพาฉันมาที่นี่ทำไม” เมฆินทร์เงยหน้ามองเธอด้วยแววตาเรียบเย็น

“เพราะถ้าคุณยังอยู่ในป่า ตอนนี้คงไม่มีแรงมานั่งเถียงผมอยู่แบบนี้”

ริสาอ้าปากจะเถียงกลับแต่ความเจ็บปวดกลับแล่นขึ้นมาถึงหน้าท้องจนต้องงอตัวลง เมฆินทร์รีบประคองไหล่เธอไว้ก่อนวางสองนิ้วลงตรงข้อมือเพื่อจับชีพจร จังหวะหัวใจเต้นเร็วและสับสนเหมือนกับว่าร่างกายกำลังต่อสู้กับบางสิ่งซึ่งมองไม่เห็น

เขาลุกขึ้นเดินไปยังชั้นวางสมุนไพรก่อนหยิบโถดินใบหนึ่งพร้อมด้ายสายสิญจน์และเทียนขี้ผึ้งกลับมาวางบนโต๊ะเตี้ยข้างเตียง จากนั้นจึงใช้มีดหมอขีดเส้นบาง ๆ ลงบนพื้นไม้รอบเตียงเป็นวงปิดก่อนโรยผงสีขาวตามแนวรอยนั้นอย่างระมัดระวัง

ริสามองการกระทำของเขาไม่วางตาก่อนถามขึ้น “คุณจะทำอะไร”

“กดอาคมไว้ชั่วคราว”

“ชั่วคราวแค่ไหน”

“ถ้าได้ผลก็จนถึงเช้า”

“ถ้าไม่ได้ผลล่ะ”

มือของเมฆินทร์ชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะหยิบสายสิญจน์ขึ้นมาพันรอบข้อมือของหญิงสาวอย่างหลวม ๆ แล้วผูกปลายอีกด้านเข้ากับขาเตียง

“ถ้าไม่ได้ผล ผมจะคิดวิธีอื่น”

“ฟังดูไม่เหมือนคนที่มั่นใจเลย”

“ผมไม่เคยเห็นอาคมแบบนี้อยู่บนตัวคนเป็น”

คำตอบตรงไปตรงมาทำให้ริสาเงียบไปชั่วขณะ แม้ไม่ชอบที่เขาปิดบังหลายเรื่องแต่แววตาเคร่งเครียดคู่นั้นบอกชัดว่าเมฆินทร์ไม่ได้พูดเพื่อข่มขู่เธอ เขาเองก็กำลังเผชิญบางสิ่งที่อยู่นอกเหนือความรู้และการควบคุมของตนเองเช่นกัน

ชายหนุ่มเปิดฝาโถดินทำให้กลิ่นสมุนไพรฉุนจัดแผ่กระจายไปทั่วห้อง เนื้อยาภายในมีสีดำเข้มและข้นคล้ายดินเปียก เมฆินทร์ค่อยๆใช้ปลายนิ้วแตะยาเล็กน้อยก่อนมองริสาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

“เตรียมใจไว้ เพราะมันจะเจ็บ”

“คืนนี้คุณพูดประโยคนี้กับฉันหลายครั้งแล้ว”

“เพราะคุณยังไม่รู้จักคำว่าอยู่นิ่ง”

“ฉันเป็นนักข่าวภาคสนาม ไม่ใช่คนไข้ของคุณ”

“ตอนนี้คุณเป็นทั้งสองอย่างและถ้ายังเถียงอยู่ ผมจะถือว่าคุณหายดีแล้ว”

ริสาขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิดแต่เมื่อเขาก้มลงแตะยาสีดำลงบนรอยช้ำ เธอก็ต้องกัดริมฝีปากแน่น ความเย็นจัดพุ่งเข้าสู่ผิวหนังในวินาทีแรกก่อนเปลี่ยนเป็นความร้อนรุนแรงราวกับมีถ่านแดงฝังอยู่ในเส้นเลือด หญิงสาวสะดุ้งและเผลอคว้าแขนเมฆินทร์ไว้แน่น

“อย่าขยับ”

“คุณลองมาโดนเองไหมล่ะ”

“ผมเคยโดนหนักกว่านี้”

“นั่นไม่ช่วยให้ฉันเจ็บน้อยลงเลยนะ”

เมฆินทร์ไม่ตอบ เขาค่อย ๆ ลากยาไปตามแนวเส้นสีดำ จนเกิดเป็นวงอักขระเล็ก ๆ รอบข้อเท้าก่อนใช้ปลายนิ้วแตะเลือดจากแผลบนฝ่ามือของตนเองลงตรงกลางรอยเพียงหนึ่งหยด

ริสาเห็นดังนั้นก็ชะงัก “คุณทำอะไร”

“เลือดของผู้สืบวิชาช่วยกดแรงอาคมได้”

“คุณเพิ่งบอกว่าห้ามให้เลือดเกี่ยวข้องกับผู้หญิงไม่ใช่หรือ”

“ผมไม่ได้ลงยันต์และคิดว่าคงไม่ทันแล้ว”

“แต่นี่ก็เหมือนจะใกล้เคียง เอ๊ะ หมายความว่ายังไง ที่ว่าไม่ทันแล้ว”

“คุณเก็บไว้ถามพรุ่งนี้บ้างก็ได้ และถ้าคุณมีวิธีที่ดีกว่า ผมจะหยุดเดี๋ยวนี้”

เมฆินทร์เงยหน้าขึ้นมองเธอด้วยสีหน้าเรียบเฉย ริสาเงียบลงทันที ชายหนุ่มจึงวางฝ่ามือเหนือรอยดำโดยไม่แตะผิวก่อนหลับตาและเริ่มบริกรรมคาถาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

“นะตรึงกาย โมตรึงจิต พุทปิดรอย ธาข่มเงา ยะประคองขวัญ อาคมใดฝังอยู่ในเลือด จงหยุดอยู่เพียงเท่านี้ อย่าลาม อย่ากัดกิน อย่าชักนำดวงจิตให้หลุดจากกาย”

สิ้นบทบริกรรม เปลวเทียนทั้งสี่เล่มที่วางรอบเตียงไหววูบพร้อมกัน รอยอักขระสีดำบนข้อเท้าส่องแสงแดงคล้ำขึ้นชั่วครู่ก่อนเส้นสีดำที่กำลังลามจะหยุดนิ่ง

ริสาหอบหายใจแรง ความเจ็บปวดที่แผ่ไปทั่วร่างค่อย ๆ ลดลงแม้ยังไม่หายสนิทแต่ก็เพียงพอให้เธอคลายมือจากแขนของเมฆินทร์ได้

“หยุดลามแล้วหรือ”

ชายหนุ่มยังคงจับตามองรอยนั้น “ชั่วคราว”

“คุณพูดคำว่าชั่วคราวบ่อยจนฉันกังวลแล้วนะเนี่ย”

“อย่างน้อยคุณยังไม่ตายคืนนี้”

“นี่คือคำปลอบใจจริงๆใช่ไหม”

เมฆินทร์เก็บโถยากลับไปวางบนโต๊ะ ก่อนหันไปมองทางหน้าต่าง แม้ร่างหญิงชุดขาวจะหายไปจากหน้ารั้วแล้วแต่ศาลเจ้าที่ด้านนอกยังคงมีเปลวเทียนลุกสูงกว่าปกติราวกับเจ้าที่เจ้าทางยังคงรับรู้ว่ามีสิ่งไม่พึงประสงค์วนเวียนอยู่รอบเขตบ้าน

ริสาค่อยๆขยับตัวพิงหัวเตียงอย่างระมัดระวังด้วยความเหนื่อยล้า ก่อนสายตาจะจับจ้องไปยังชายหนุ่มร่างสูงและถามขึ้น

“ฉันกลับที่พักได้เมื่อไร”

“ไม่ได้”

หญิงสาวหันขวับ “อะไรนะ”

“คืนนี้คุณต้องอยู่ที่นี่”
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • บ่วงอาคม (มนตราอาคม The Series)   บทที่ 222

    “ทำไมคุณไม่เคยบอกฉัน” “รอยนั้นหายไปภายในไม่กี่ชั่วโมง ผมเลยคิดว่าอาจเป็นเพียงรอยกดจากผ้าห่อตัว” “คุณไม่ได้คิดแบบนั้นจริง ๆ” เมฆินทร์นิ่ง ริสารู้จักเขาดีพอจะมองออกว่า ชายหนุ่มปิดบังความกังวลนี้มานานเพียงใด “แล้วมีอะไรอีกไหมคะ” “ตอนอายุสองขวบ รดาเคยเดินเข้าไปในห้องเก็บของ” “ห้องที่คุณเก็บสมุดข่อ

  • บ่วงอาคม (มนตราอาคม The Series)   บทที่ 221

    รินรดาในวัยเจ็ดขวบป่วยบ่อยกว่าภูริณมาก บางครั้งเป็นเพียงไข้ต่ำในช่วงหัวค่ำ แต่พอตกดึก อุณหภูมิกลับสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เด็กหญิงตัวเล็กจะนอนกระสับกระส่าย เหงื่อซึมเต็มหน้าผาก มือทั้งสองกำผ้าห่มแน่น ริมฝีปากพึมพำถ้อยคำซึ่งไม่มีใครฟังเข้าใจ หมอตรวจไม่พบความผิดปกติร้ายแรง ผลเลือดปกติ ไม่มีการติดเชื้อและ

  • บ่วงอาคม (มนตราอาคม The Series)   บทที่ 220

    “โอ๊ย!” “บอกแล้วว่าอย่าวิ่งเร็ว” ภูริณหันไปจับไหล่รินรดาไว้ไม่ให้ล้มก่อนมองไปยังพาขวัญที่กำลังวิ่งมาหา เด็กหญิงวัยห้าขวบสะดุดก้อนหินจนร่างเล็กเซไปข้างหน้าแต่โชคดีที่ภูริณรีบก้าวเข้าไปรับตัวไว้ได้ทันทำให้พาขวัญตกใจจนสองแขนกอดคอพี่ชายแน่น “เกือบล้มแล้วค่ะ” “เพราะวิ่งไม่ดูทาง” เขาอุ้มเด็กหญิงขึ้นม

  • บ่วงอาคม (มนตราอาคม The Series)   บทที่ 219

    “พี่ภูริณอย่าแกล้งน้องนะคะ” รินรดากางแขนปกป้องคนตัวเล็กทันที ภูริณเลิกคิ้ว “ยังไม่ได้ทำอะไรเลย” “พี่ทำหน้าน่ากลัว” “หน้าพี่เป็นแบบนี้อยู่แล้ว” “งั้นพี่ก็หน้าดุอยู่แล้วค่ะ” คำตอบตรงไปตรงมาของรินรดาทำให้ริสาหลุดหัวเราะ ส่วนเมฆินทร์ยกมือขึ้นปิดมุมปาก กลั้นรอยยิ้มเอาไว้ ภูริณมองเด็กหญิงวัยเจ็ดขวบ

  • บ่วงอาคม (มนตราอาคม The Series)   บทที่ 218

    ภรันยังไม่หลับ เขาจ้องมองลูกสาวอยู่เงียบ ๆ จนพลอยเอื้อมมือมาวางทับหลังมือของเขา “พี่กลัวไหม” หญิงสาวถามเบา ๆ “กลัว” คำตอบตรงไปตรงมาทำให้พลอยชะงัก “พี่ก็กลัวเป็นด้วยเหรอ” “กลัวสิ” เขาหันมองเธอ “พี่กลัวเสียเธอกับขวัญไป” ดวงตาของเธอค่อย ๆ แดงขึ้น “พี่จะไม่เสียใครไปหรอก” “อืม” ภรันก้มลงมองพาขวัญ

  • บ่วงอาคม (มนตราอาคม The Series)   บทที่ 217

    เสียงฝนตกกระทบหลังคาเรือนไม้ดังสม่ำเสมอตั้งแต่หัวค่ำ ลมเย็นพัดลอดช่องหน้าต่างเข้ามาเป็นระยะ ทำให้ม่านสีขาวบางขยับไหวราวกับมีมือที่มองไม่เห็นคอยแตะต้อง พลอยนั่งพิงหัวเตียง มือหนึ่งลูบเส้นผมดำขลับของเด็กหญิงตัวน้อยที่นอนขดอยู่ข้างกาย พาขวัญเพิ่งอายุครบห้าขวบได้ไม่กี่เดือน ใบหน้ากลมละม้ายคล้ายแม่ แต่ด

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status