공유

ปฏิเสธฉัน 99 ครั้ง ก่อนจะอ้อนวอนทั้งน้ำตา
ปฏิเสธฉัน 99 ครั้ง ก่อนจะอ้อนวอนทั้งน้ำตา
작가: เชอร์ลีย์

บทที่ 1

작가: เชอร์ลีย์
ฉันก้าวเท้าเข้าสู่ประตูสำนักงานกฎหมายประจำตระกูลฟาลโคนเป็นครั้งสุดท้าย

พื้นหินอ่อนที่เย็นเฉียบเสียดสีกับฝ่าเท้า ทุกก้าวที่เดิน ร่างกายจะส่งความเจ็บปวดราวกับถูกฉีกกระชากออกมา

ภาวะแทรกซ้อนของโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวระยะสุดท้ายทำให้ฉันไม่สามารถเดินได้ตามปกติ แม้แต่การหายใจที่ง่ายที่สุดก็กลายเป็นการทรมาน

"สวัสดีค่ะ ฉันต้องการยื่นเรื่องหย่ากับ เจ้าพ่อมาเฟียร็อกโก ผู้นำตระกูลค่ะ"

ทนายความในชุดสูทเนี๊ยบมองสำรวจฉันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสาร

"คุณนายครับ คุณไม่มีคนในตระกูลมาด้วยหรือครับ? ในตระกูลเรา... เรื่องแบบนี้ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยนัก"

อาจเป็นเพราะฉันดูซีดเซียวและซูบผอมเกินไป เสียงของเขาจึงเบาลง

แต่งงานกันมาหลายปี ร็อกโกไม่เคยแม้แต่จะจัดงานแต่งงานที่เป็นทางการหรือประกาศยอมรับฐานะของฉันต่อสาธารณะ และแทบไม่เคยพาฉันออกงานสำคัญของตระกูลเลย

ดังนั้น ในตระกูลจึงมีน้อยคนนักที่จะรู้จักฉันในฐานะภรรยาของเจ้าพ่อมาเฟีย

"ไม่สำคัญแล้วค่ะ" ฉันขัดจังหวะเขาด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบ "คนที่กำลังจะตาย ไม่จำเป็นต้องมีตระกูลหรอก"

สิ้นเสียงคำพูด ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง

เสียงตะโกนของร็อกโกดังขึ้น “แคลร์! คุณกำลังเล่นอะไรอยู่กันแน่!”

ฉันหันไปมอง เห็นเปลวเพลิงแห่งความโกรธแค้นลุกโชนอยู่ในดวงตาของเขา

ข้างหลังเขา โซเฟียรีบวิ่งตามเข้ามา ด้วยใบหน้าที่มีรอยยิ้มจอมปลอมเป็นเอกลักษณ์ของเธอ โดยไม่มีรอยโหว่ให้จับผิดได้เลย

"ทำไมต้องเป็นวันนี้ที่คุณมาหาเรื่อง?" ร็อกโกพุ่งเข้ามาตรงหน้าฉันในไม่กี่ก้าว โซเฟียเพิ่งได้ตำแหน่งผู้บริหารการเงินสำคัญ ทั้งตระกูลกำลังเฉลิมฉลองให้เธอ แต่คุณกลับเลือกวันนี้มาทำเรื่องตลกไร้สาระงั้นเหรอ?"

เขาตบหน้าฉันโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง แรงกระแทกมหาศาลทำให้ฉันโซเซถอยหลัง แก้มบวมเป่งและร้อนผ่าวขึ้นมาทันที

ผ่านไปหลายวินาที ฉันถึงเพิ่งนึกออกว่า วันนี้คืองานเลี้ยงฉลองการเลื่อนตำแหน่งของโซเฟียจริงๆ

ร็อกโกถึงกับยอมเลื่อนกำหนดการไปจัดการเรื่องเขตอิทธิพลที่เมืองชิคาโก เพียงเพื่อจะอยู่ฉลองกับเธอ

ในขณะที่ฉัน ภรรยาที่เป็นมะเร็งระยะสุดท้ายและพร้อมจะตายได้ทุกเมื่อ เพียงแค่ใช้รหัสฉุกเฉินที่เราตกลงกันไว้เพื่อติดต่อขอความช่วยเหลือจากเขา

กลับถูกด่าทอว่าเป็นการใช้พร่ำเพรื่อ

หยาดน้ำตาบดบังทัศนวิสัยจนพร่ามัว แต่ฉันพยายามไม่ปล่อยให้มันไหลลงมา

ฉันกำลังจะอ้าปากพูด แต่กลับถูกขัดจังหวะด้วยอาการไออย่างรุนแรง

หยดเลือดกระเซ็นลงบนพื้น กระจายเป็นกลีบดอกไม้สีแดงคล้ำบนพื้นหินอ่อนสีเบจที่สะอาดสะอ้าน

ฉันพยายามทรงตัวอย่างยากลำบาก พยายามอธิบายด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ น่าเหลือเชื่อที่ฉันยังคงมีความหวังริบหรี่ครั้งสุดท้ายเหลืออยู่ "ร็อกโก ฉันไม่ได้..."

ร็อกโกอาจจะเห็นคราบเลือดที่ซึมจากมุมปากของฉัน คิ้วของเขาจึงขมวดเข้าหากันเล็กน้อย

เสียงอันอ่อนหวานของโซเฟียดังกังวานขึ้นมาได้จังหวะ "แต่พี่คะ ร็อกโกอุตส่าห์รีบมาจากงานเลี้ยงเพื่อมาแก้ปัญหาให้พี่เลยนะ..."

"ฉันบอกแล้วไง ว่าอย่าไปสนใจยัยนี่ เธอโผล่มาทีไรไม่เคยมีเรื่องดี" เสียงของลิลี่ แม่ของฉัน ดังมาจากทางประตู

"ตั้งแต่เด็กจนโต ยัยนี่ทำได้ทุกอย่างเพื่อเรียกร้องความสนใจจากพวกเรา จนป่านนี้ยังหวังว่าพวกเราจะเชื่อลูกไม้อันต่ำตมแบบนี้อีกเหรอ?"

ใบหน้าของร็อกโกเย็นชาลงทันที "แคลร์ คุณถึงขนาดทำร้ายตัวเอง เพื่อจะหลอกให้ผมมาที่นี่และทำลายงานเลี้ยงของโซเฟียเลยเหรอ?"

เขาก้าวเข้ามาทีละก้าวเข้ามาใกล้ แล้วกระชากคอเสื้อฉัน โซเฟียรีบดึงเขาไว้

ดวงตาของเธอเอ่อล้นด้วยน้ำตา มองมาที่ฉันอย่างน่าสงสาร ด้วยเสียงสั่นเครือ

"ขอโทษนะพี่ หนูไม่ควรรับตำแหน่งนี้เลย เป็นความผิดของหนูเอง! ขอร้องล่ะพี่อย่าทำร้ายตัวเองอีกเลย! ร็อกโกเหนื่อยใจเพราะพี่มามากพอแล้ว ถ้าพี่สำนึกผิดจริงๆ หนูยอมไม่รับเกียรติยศใดๆ จากตระกูลอีกเลยก็ได้!"

คำพูดของเธอแทงใจทุกคำ แต่มันกลับยิ่งผลักฉันลงสู่ก้นบึ้งของเหว

และวางฉันไว้ในฐานะ "ผู้ร้ายที่ใจคอโหดเหี้ยม" อย่างแนบเนียน

เมื่อได้ยินดังนั้น น้ำเสียงของลิลี่ก็เปลี่ยนเป็นความเอ็นดูทันที "ลูกรัก ไม่ใช่ความผิดของลูกหรอก ลูกเก่งขนาดนี้ สมควรได้รับเกียรติยศที่ควรได้แล้ว"

แม้ภาพความรักความผูกพันระหว่างแม่ลูกแบบนี้จะไม่ใช่ครั้งแรกที่ฉันเห็น แต่ทุกครั้งที่มอง หัวใจของฉันก็ยังเหมือนถูกคมมีดกรีดคว้านสดๆ

ฉันไม่ได้รับความรักจากแม่ที่ควรจะเป็นของฉันมานานมากแล้ว ตอนนี้มันถูกเทไปให้โซเฟียจนหมดแล้ว

แต่ก็ช่างเถอะ เมื่อคนเราใกล้ตาย มักจะมองข้ามหลายๆ สิ่งไปได้เอง

ภายในใจของฉันว่างเปล่าอ้างว้าง ทันใดนั้นเลือดรสคาวหวานก็เอ่อล้นออกมาจากมุมปากอีกครั้ง

ร็อกโกแย่งรายงานการวินิจฉัยในมือฉันไป กวาดสายตามองเร็วๆ แล้วหัวเราะเยาะ "มะเร็งเม็ดเลือดขาวเหรอ? จะแกล้งป่วยทั้งทียังแกล้งได้ไม่เนียนเลย

เสียง "แคว่ก" ดังขึ้น รายงานถูกฉีกเป็นชิ้นๆ เศษกระดาษปลิวว่อนลงมาแทบเท้าของฉัน

สายตาของเขาหยุดอยู่ที่ใบหน้าที่ไร้สีเลือดของฉันเพียงครู่หนึ่ง

ยามเมื่อสบตากัน ฉันนึกถึงดวงตาคู่ที่เคยเป็นประกายราวกับดวงดาวในงานบรรลุนิติภาวะตอนอายุสิบแปดของฉัน แต่ตอนนี้มันกลับมืดมนไร้แววราวกับน้ำนิ่งที่ตายสนิท

เพราะไม่มีความรักแล้วสินะ ถึงได้ไม่มีแสงสว่างหลงเหลืออยู่เลย

ฉันยกมือที่สั่นเทาขึ้นเช็ดเลือด พยายามพยุงร่างที่ใกล้ล้ม แล้วหันไปหาทนายอีกครั้ง

"เพื่อที่จะให้ฉันจากไปได้อย่างราบรื่นในอีกสามวันข้างหน้า ฉันขอแถมเรื่องการขอออกจากตระกูลด้วย รบกวนช่วยทำเรื่องหย่าให้เสร็จสมบูรณ์ทีค่ะ"

ร่างกายของร็อกโกสั่นสะท้านขึ้นมาวูบหนึ่ง เขาคว้าข้อมือฉันไว้ "เพื่อจะทำลายงานฉลองของโซเฟีย คุณถึงกับลากทนายตระกูลมาเล่นละครตลกนี่งั้นหรือ!”

น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความโกรธที่พยายามสะกดไว้ "เหลวไหลสิ้นดี! แคลร์ ผมแนะนำให้คุณรีบกลับไปสำนึกผิดซะ อย่ามาทำตัวขายหน้าอยู่ที่นี่"

จากนั้นเขาก็โอบเอวโซเฟีย แล้วเดินออกจากประตูไปโดยไม่หันกลับมามอง

ฉันมองข้อมือที่แดงก่ำของตัวเอง ส่ายหัวแล้วยิ้มออกมาบางๆ

ฉันควรจะรู้ตั้งนานแล้ว ว่าเขาไม่เคยเชื่อใจฉันเลยใช่ไหม?

ฉันฝืนทนต่อความเจ็บป่วยของร่างกาย เซ็นชื่อในหนังสือสัญญาหย่าเพียงฝ่ายเดียว

ในวันที่ฉันตาย ร็อกโกจะได้รับสัญญาฉบับนี้ที่เซ็นชื่อเรียบร้อยแล้ว พร้อมกับคำแถลงพินัยกรรมทั้งหมดของฉัน

ในช่วงสามวันสุดท้ายของการนับถอยหลังสู่ความตาย ฉันได้ตัดขาดการแต่งงานของเราด้วยมือของฉันเอง

ในขณะที่สามีของฉัน กำลังโอบกอดผู้หญิงอีกคน และชูแก้วฉลองให้กับสิ่งที่เรียกว่าเกียรติยศของเธอ

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • ปฏิเสธฉัน 99 ครั้ง ก่อนจะอ้อนวอนทั้งน้ำตา   บทที่ 12

    สามวันผ่านไปโซเฟียนอนขดตัวอยู่ที่มุมห้องขังใต้ดิน ตามร่างกายเต็มไปด้วยคราบสกปรกและความเปียกชื้นเธอนอนคุดคู้อยู่ในมุมนั้น และในที่สุดก็นึกถึงไพ่ตายใบสุดท้ายออกตอนนี้ตระกูลฟาลโคนีได้สูญเสียภรรยาของเจ้าพ่อมาเฟียไป ซึ่งในโลกมาเฟียถือเป็นลางร้าย และขวัญกำลังใจของคนในตระกูลก็กำลังตกต่ำถึงขีดสุดส่วนเธอ คือผู้หญิงเพียงคนเดียวที่มีความสามารถคู่ควรกับตำแหน่งนี้ และสามารถเป็นมือขวาที่แข็งแกร่งคอยสนับสนุนร็อกโกได้ดังนั้น เธอจึงแสร้งทำเป็นอ่อนแอต่อหน้าคนคุมขัง"ฉันรู้ว่าตอนนี้ร็อกโกเกลียดฉัน แต่ช่วยบอกความจริงข้อหนึ่งกับเขาด้วย""ตระกูลฟาลโคนต้องการนายหญิงที่แข็งแกร่งเพื่อยึดเหนี่ยวจิตใจคนและฟื้นฟูขวัญกำลังใจ""และฉัน คือคนเดียวที่จะช่วยร็อกโกได้""ฉันยินดีจะใช้ชีวิตที่เหลือเพื่อไถ่บาป แต่ขอโอกาสให้ฉันได้ทำประโยชน์เพื่อตระกูลด้วยเถอะ"แต่เมื่อร็อกโกปรากฏตัวที่หน้าห้องขัง ในแววตาของเขากลับมีเพียงความเกลียดชังที่เย็นชาเขาไม่หวั่นไหวแม้แต่น้อย และยิ้มออกมาพร้อมแฉความทะเยอทะยานของเธอ"จนถึงตอนนี้ยังจะวางแผนอีกเหรอ? โซเฟีย คุณคิดจริงๆ เหรอว่าผมจะดูไม่ออกว่าคุณคิดอะไร?""คุณฆ่าภรรยาของ

  • ปฏิเสธฉัน 99 ครั้ง ก่อนจะอ้อนวอนทั้งน้ำตา   บทที่ 11

    ในขณะที่ร็อกโกกำลังโอบกอดร่างไร้วิญญาณของแคลร์ร้องไห้อย่างเจ็บปวด ประตูวิลล่าก็ถูกผลักเปิดออกโซเฟียเดินก้าวย่างอย่างเริงร่าเข้ามา ใบหน้ายังคงมีรอยยิ้มพอใจเหมือนเช่นทุกวันเธอไม่รู้เลยสักนิดว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง“ร็อกโก ฉันกลับมาแล้วค่ะ!” เธอเรียกเสียงหวานหยดย้อย เตรียมจะโผเข้าอ้อมกอดของเขาเหมือนอย่างเคย“การประชุมกับที่ปรึกษาวันนี้ราบรื่นมากเลยค่ะ ฉันโน้มน้าวให้เขาสนับสนุนฉันได้แล้ว...”“จริงด้วย เมื่อวานซืนฉันเห็นพี่แคลร์ด้วยนะคะ”“เธอไปคลุกคลีอยู่กับพวคนพเนจรแถวชายขอบเขตอิทธิพล ไม่ยอมมาช่วยจัดการงานของตระกูลตั้งหลายวันแล้ว”“ร็อกโก อย่าโกรธพี่แคลร์มากเลยนะคะ”“เธออาจจะแค่คิดไม่ตกชั่วคราว คุณแค่สั่งสอนเธอเล็กๆ น้อยๆ ก็พอแล้วค่ะ...”ยังไม่ทันขาดคำร็อกโกก็ผุดลุกขึ้นยืนทันที แล้วตบเข้าที่ใบหน้าของเธออย่างแรงโซเฟียที่ไม่ได้ตั้งตัวถูกแรงนั้นซัดจนกระเด็นไปกระแทกกำแพงอย่างจังเธอพยุงไหล่ที่บาดเจ็บด้วยความเจ็บปวด ดวงตาเต็มไปด้วยความตกตะลึงและไม่อยากจะเชื่อ“ร็อกโก... คุณเป็นอะไรไปคะ?”ดวงตาของร็อกโกลุกโชนด้วยความโกรธแค้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน“เสียแรงที่ตระกูลฟาลโคนฟูมฟักเลี

  • ปฏิเสธฉัน 99 ครั้ง ก่อนจะอ้อนวอนทั้งน้ำตา   บทที่ 10

    ท่ามกลางบรรยากาศที่จมดิ่งอยู่กับความโศกเศร้า จู่ๆ เสียงโทรศัพท์ของแคลร์ก็ดังขึ้นตอนแรก แอนโธนีคิดว่าเป็นพวกโทรศัพท์เสนอขายของทั่วไปแต่หลังจากฟังไปได้ไม่กี่วินาที เขาก็เปิดลำโพงด้วยมือที่สั่นเทา“สวัสดีครับคุณแคลร์ ไม่ทราบว่าหลุมศพที่คุณจองไว้ยังต้องการอยู่ไหมครับ? ตอนนี้เพียงแค่ชำระเงินมัดจำ 5% เราจะดำเนินการรักษาโควตาไว้ให้คุณต่อไปครับ คุณแคลร์ครับ? คุณแคลร์?”เมื่อได้ยินคำว่า "หลุมศพ" ลมหายใจของร็อกโกก็หยุดชะงักไปในทันที“ที่แท้วันนั้นฉันไม่ได้หูฝาดไปเอง แคลร์เตรียมเรื่องงานศพของตัวเองไว้ตั้งแต่ตอนที่เธอไปขอหย่าแล้ว”เสียงของร็อกโกสั่นเครือจนแทบจะพูดไม่เป็นประโยค“เธอพูดเรื่องหลุมศพต่อหน้าผม แต่ผม... ผมกลับไปด่าว่าเธอกำลังแช่งตัวเอง”แอนโธนีและลิลี่ต้องช่วยกันพยุงกันและกันไว้ ถึงจะพอหยัดยืนอยู่ได้ในที่สุดพวกเขาก็ได้ตระหนักว่า แคลร์ไม่เคยโกหกเลย เธอรู้ตัวว่ากำลังเดินไปสู่ความตายจริงๆแต่ว่าพวกเขากลับปฏิเสธเสียงขอความช่วยเหลือครั้งสุดท้ายของเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่าลิลี่สะกดกลั้นความแตกสลาย แล้วคว้าโทรศัพท์มาพูดกับปลายสายว่า“หลุมศพนั้นฉันเอา เก็บไว้ให้ฉัน! เอาที่ที่ดีที่สุด แพ

  • ปฏิเสธฉัน 99 ครั้ง ก่อนจะอ้อนวอนทั้งน้ำตา   บทที่ 9

    โรซ่าไม่พูดอะไร เธอพาพวกเขาเดินทะลุร้านอาหาร และผลักประตูห้องเล็กๆ ด้านหลังออกเมื่อสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือร่างไร้วิญญาณที่ถูกคลุมด้วยผ้าขาว ร็อกโกและพ่อแม่ของแคลร์ต่างก็นิ่งอึ้งไปอากาศรอบตัวพลันจับตัวแข็งทื่อในชั่วพริบตา“หมายความว่ายังไง! แกพาพวกเรามาที่นี่ทำไม? ล้อเล่นอะไรอยู่!”เสียงของร็อกโกสั่นเครือ มันคือลางสังหรณ์อันเลวร้ายที่รุนแรงมหาศาลเขาพุ่งไปข้างหน้าด้วยความโกรธ แล้วกระชากผ้าขาวออกอย่างแรงเมื่อได้เห็นใบหน้าที่คุ้นเคยนั้น โลกทั้งใบของเขาก็พังทลายลงนั่นคือแคลร์ ภรรยาของเขาเธอนอนนิ่งอยู่ตรงนั้น ดูสงบราวกับเพียงแค่หลับไป มุมปากยังมีรอยยิ้มจางๆ ที่แทบสังเกตไม่เห็นราวกับว่าในที่สุดเธอก็หลุดพ้นจากความเจ็บปวดทั้งปวงเสียทีแต่เธอจะไม่มีวันตื่นขึ้นมาอีกแล้วความคิดของเขาหายไปในทันที ความเจ็บปวดฟาดกระหน่ำลงสู่ส่วนลึกของหัวใจราวสายฟ้าผ่าความเจ็บปวดนี้รุนแรงกว่าแผลถูกยิงนับพันนับหมื่นเท่า ราวกับมีคนใช้มีดที่คมที่สุดค่อยๆ เฉือนหัวใจเขาออกเป็นชิ้นๆ"เจ้าพ่อมาเฟีย" ผู้ทรงอิทธิพลพังทลายลงในวินาทีนี้ เขายืนแทบไม่อยู่“แคลร์... ลูกแม่... ลูกรักของแม่...”ลิลี่โผเข้าหาข้

  • ปฏิเสธฉัน 99 ครั้ง ก่อนจะอ้อนวอนทั้งน้ำตา   บทที่ 8

    โซเฟียกำลังรื้อหาบางอย่างในห้องอย่างลนลาน ภายในห้องมีเสียงขวดและกระปุกต่างๆ ล้มระเนระนาดดังออกมาเธอรีบร้อนเปิดลิ้นชักทุกใบและรื้อค้นทุกกล่อง ทั้งใต้โต๊ะเครื่องแป้ง ใต้เตียง และมุมตู้เสื้อผ้า...ท่าทางของเธอดูตื่นตระหนกเหมือนกระต่ายที่กำลังขวัญเสีย เหงื่อเย็นๆ ผุดเต็มหน้าผากหาอยู่ตั้งนาน แต่เธอก็ยังไม่เจอของที่ต้องการ“โซเฟีย คุณหาอะไรอยู่เหรอ?” เสียงของร็อกโกเย็นเยียบราวกับห้องน้ำแข็งโซเฟียหันกลับไปมองทันที เมื่อเห็นร็อกโกนิ่งยืนอยู่หน้าประตู เธอก็ตกใจจนตัวสั่น“ฉัน...” เสียงของเธอสั่นเครือ “รู้สึกไม่ค่อยสบายน่ะค่ะ เลยกำลังหายาแก้แพ้อยู่”“ใช่ขวดนี้ไหม?”ร็อกโกค่อยๆ ชูขวดพลาสติกสีขาวขนาดเล็กขึ้นมา มันคือสิ่งที่เขาค้นเจอในบ้านก่อนที่เธอจะกลับมาโซเฟียหน้าซีดเผือดลงในพริบตาด้วยความตึงเครียดเธอรู้ดีกว่าใครว่านั่นไม่ใช้ยาแก้แพ้ แต่มันคือสารระคายเคืองผิวชนิดพิเศษที่เธอใช้สร้างอาการแพ้ปลอมๆ ขึ้นมาและหากหมอที่ดีที่สุดของตระกูลวิเคราะห์ส่วนประกอบของมันอย่างละเอียดลออล่ะก็ เธอจบเห่แน่“ชะ... ใช่ค่ะ” เธอตอบตะกุกตะกัก เสียงเบาราวกับเสียงยุง“โซเฟีย ร่างกายคุณอ่อนแอมาตั้งแต่เด็ก

  • ปฏิเสธฉัน 99 ครั้ง ก่อนจะอ้อนวอนทั้งน้ำตา   บทที่ 7

    [มุมมองของร็อกโก]ภายในห้องโถงประชุมของตระกูลฟาลโคน ร็อกโกกำลังประชุมกับเหล่าหัวหน้ามาเฟียแก็งย่อยเพื่อหารือเกี่ยวกับปัญหาความขัดแย้งเรื่องเขตอิทธิพลกับตระกูลศัตรูทันใดนั้น โทรศัพท์เครื่องที่เข้ารหัสของเขาก็ดังแจ้งเตือนขึ้นมามันคืออีเมลเข้ารหัสที่ส่งมาจากแคลร์“ลูกไม้เม็ดไหนอีกละเนี่ย” เขาเปิดดูอย่างรำคาญใจ แต่ในใจลึกๆ กลับรู้สึกโล่งอกที่ได้รับข่าวคราวของแคลร์เสียทีเธอคงจะทนไม่ไหวแล้ว และส่งข้อความมาขอสงบศึกเพื่อกลับมาหาเขาแน่ๆแต่เมื่อคลิปเสียงเริ่มเล่น ใบหน้าของเขาก็ซีดเผือดลงในพริบตาเสียงของโซเฟียดังกังวานออกมาอย่างชัดเจ “ตั้งแต่อายุ 12 ฉันก็เริ่มผสมยาพิษเรื้อรังลงในอาหารเสริมของพี่...”“รวมถึงการผลักแกตกจากที่สูงครั้งนั้นด้วย ทั้งหมดคือผลงานของฉันเอง...”“การที่ได้เห็นพี่อ่อนแอลงไปทุกวันๆ มันทำให้ฉันมีความสุขจนแทบบ้า...”คลิปเสียงจบลง ห้องประชุมทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันราวกับป่าช้าเหล่าหัวหน้ามาเฟียกลุ่มย่อยต่างมองหน้ากันไปมาด้วยความตกตะลึงจนพูดไม่ออกร็อกโกรู้สึกเพียงว่า หัวใจของเขาเหมือนมีบางอย่างขาดหายไป และความรู้สึกนี้ก็เกี่ยวข้องกับสิ่งที่แคลร์ต้องเผชิญเ

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status