เข้าสู่ระบบบทที่ 3 ทักทาย
เสียงอึกทึกครึกโครมดังมาจากในบ้าน ทั้งเสียงเพลง เสียงคนกระโดดน้ำ เสียงหัวเราะและกรีดร้องของคนจำนวนมาก
เสียงมันปะปนกันจนแทบแยกไม่ออกว่าเป็นเสียงของผู้หญิงหรือผู้ชาย
วันนี้คงเป็นงานเลี้ยงสังสรรค์ประจำของเจ้าของบ้าน เพราะมีรถยนต์จอดเรียงรายเต็มสองฝั่งถนนหน้าบ้านจนรถตู้คันหนึ่งที่แล่นเข้ามาต้องจอดอยู่ห่างจากตัวบ้านมากทีเดียว
“คุณม่านเข้าบ้านเลยดีกว่ามั้ยคะตรงนี้อากาศร้อน”
เสียงถามของอิ่มหัวหน้าแม่บ้านที่เดินเข้ามาหาม่านตะวันและถามขึ้นท่ามกลางความอึกทึกของงานเลี้ยง
หัวหน้าแม่บ้านเห็นเจ้านายสาวส่ายสายตาเมียงมองไปยังมุมที่มีเสียงดังเล็ดลอดมาอย่างลังเลคล้ายว่าชั่งใจอะไรบางอย่างอยู่
“ไม่ต้องหรอกค่ะ คุณอิ่มให้เด็กมายกกระเป๋าไปไว้ที่เรือนหลังเล็กก็พอ”
ม่านตะวันยืนอยู่เงียบ ๆ สายตาเธอว่างเปล่า ขณะทอดมองไปยังประตูทางเข้าของคฤหาสน์สไตล์อังกฤษอันสวยงาม
หญิงสาวผ่อนลมหายใจและหันไปมองสนามหญ้าที่ถูกตัดเรียบเป็นระเบียบเรียบร้อย ก่อนจะก้าวเท้าลงจากรถและก้มลงไปมองปลายเท้าเพื่อจะย้ำกับตัวเองว่าเธอกลับมาที่นี่แล้วจริง ๆ
บ้านเนตรวรชัย เรือนหอของยศชัยและม่านตะวัน
“แต่มันจะดีเหรอคะ ถ้าคุณยศทราบเข้า…”
“คุณอิ่มทำตามที่ม่านบอกก็พอค่ะ มื้อเย็นม่านขอเป็นสลัดเบาท้องหน่อยนะคะ”
เสียงของเธอราบเรียบแฝงไว้ด้วยการตัดสินใจแน่วแน่จนอีกฝ่ายไม่กล้าท้วงอะไรต่อ
คุณม่านของพวกเราไม่ใช่คนเจ้ายศเจ้าอย่าง เอ่ยเรียกชื่อใครก็คุณนำหน้าทุกคำเป็นการให้เกียรติ ทุกคนในบ้านเกรงใจเธอไม่แพ้เจ้านาย
ร่างบางระหงของหญิงสาวในชุดเดรสเปิดไหล่สีกรมท่าความยาวคลุมเข่าก้าวเท้าเดินไปด้านหน้าอย่างมั่นคง ผิวขาวเนียนละเอียดราวน้ำนมสะท้อนแสงแดดอ่อน ๆ ยามเย็น
เส้นผมยาวเป็นลอนสีน้ำตาลอ่อนดูนุ่มสลวยมันช่างเข้ากับกรอบหน้ารูปไข่ที่ได้สัดส่วน หน้าม้าที่ถูกตัดซอยอย่างไม่ได้ตั้งใจส่งให้ใบหน้าของเธอจิ้มลิ้มพริ้มเพรา
ดวงตากลมโตดูอ่อนโยนแต่แฝงไว้ด้วยความมั่นใจ จมูกโด่งเล็กอย่างพอเหมาะ ริมฝีปากเรียวบางสีชมพูอ่อนแม้จะอยู่บนใบหน้าที่ดูจะเรียบเฉยก็ยังดูมีอะไรให้ค้นหา
ม่านตะวันเป็นผู้หญิงที่มีความงามไม่เป็นรองใคร ร่างกายใสสะอาดตา กิริยาเรียบร้อยแบบที่เดินผ่านก็ต้องเหลียวหลังมอง มันน่ามองแบบที่ไม่ว่าใครเห็นก็ไม่อาจจะละสายตาไปไหนได้
และเพราะแบบนี้ม่านตะวันไม่ทันรู้เลยว่ามีสายตาหลายคู่จากในสระว่ายน้ำกำลังจับจ้องมองเธอด้วยความสนใจผ่านกระจกเงาสะท้อนบานใหญ่ที่ภายนอกดูเหมือนธรรมดา
แต่แท้จริงแล้ว…กระจกบานนั้นถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นกระจกมองทางเดียวมานานแล้ว และเธอก็ไม่เคยรู้เลยว่ามีใครบางคนคอยเฝ้าดูทุกย่างก้าวของเธออยู่เสมอ
เพล้งงง!!
เสียงของแตกกระทบพื้นดังลั่นทำให้ม่านตะวันชะงักฝีเท้าทันที เธอเงยหน้าขึ้นไปมองยังต้นเสียงนั้น แล้วสายตาก็สบเข้ากับดวงตาคมเข้มคู่หนึ่ง
หัวใจของม่านตะวันหล่นวูบ!!
ยศชัยยืนอยู่ตรงนั้นและทั้งร่างเปียกชุ่ม เขาไม่ได้สวมเสื้อและยังเปิดเปลือยแผงอกแกร่งที่ชื้นไปด้วยน้ำจากสระว่ายน้ำ
กิจกรรมที่ทำก่อนหน้านี้ก็คือว่ายน้ำ…จะให้ใส่เสื้อเล่นมันก็คงดูแปลกแยก
หยดน้ำจากเส้นผมไหลลงตามแนวสันกรามแข็งกร้าว ริมฝีปากหยักลึกของเขายกขึ้นเล็กน้อยเป็นรอยยิ้มเย้ยหยัน
ตึกตัก! ตึกตัก!
“โผล่หน้ากลับมาบ้านทั้งที…ไม่คิดจะมาทักทายผัวหน่อยหรือไง?”
หัวใจเธอเต้นแรงโดยไม่ทันตั้งตัวเมื่อได้ยินเสียงแหบต่ำดังออกมาจากลำคอหนา
ใบหน้าหล่อเหลายังคงเรียบตึงเหมือนกำลังควบคุมอารมณ์ไว้เต็มที่ แต่ในแววตาคู่นั้นกลับเผยบางสิ่งที่ต่อให้ยศชัยไม่พูดม่านตะวันก็รู้
บางสิ่งที่หนักแน่นและชัดเจน นั่นคือความไม่พอใจในตัวเธอที่เขาไม่แม้แต่จะพยายามปิดบัง!
“คุณอิ่มไปจัดโต๊ะและเรียนเชิญภรรยาของฉันไปรับประทานอาหารด้วย!” ยศชัยทิ้งสายตาไว้ที่ร่างบอบบางก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป
ม่านตะวันจำต้องเดินกลับมาที่หน้าประตูใหญ่เพื่อเข้าทางข้างหน้าบ้านแทนที่จะเข้าหลังบ้านเพื่อลัดเลาะไปยังเรือนพักหลังเล็กที่มีไว้สำหรับเธอ
ม่านตะวันมาถึงห้องอาหารก็พบว่าสามีเธอนั่งรออยู่ก่อนแล้ว
“ทำตัวดี ๆ อะไรมันจะได้ง่ายขึ้น” หญิงสาวลากเก้าอี้นั่งลงโดยไม่ได้สนใจมองไปยังคนพูด
“ถ้าไม่อยากให้ฉันใจร้ายก็ทำตัวดี ๆ หน่อย แค่ย้ายพ่อเธอไปอยู่ศูนย์พักพิงแทนห้อง VVIP ในโรงบาลมันง่ายนิดเดียว”
ตั้งแต่วันแรกที่แต่งงานกันจนถึงตอนนี้เข้าสู่ปีที่ห้าอย่างสมบูรณ์ ม่านตะวันมั่นใจไม่ว่าตอนไหนเมื่อไหร่ เธอห่างไกลจากคำว่าทำตัวไม่ดีอยู่มากนัก
ต่างจากเขา…ยศชัย ผู้ชายที่ใช้ชีวิตเสเพลอย่างไม่สนใคร และแม้ตอนนี้จะมีทะเบียนสมรสคล้องคอ มันก็ไม่ได้เปลี่ยนเขาไปจากเดิมสักนิด
ภาพตรงหน้ายืนยันได้ และมันก็ทำให้กลางอกของม่านตะวันชาหนึบ แต่อย่างน้อยมือของเธอก็ยังควบคุมได้แม้มันจะสั่นก็ตาม
เธอหยิบมีดกับส้อมขึ้นมาหั่นเนื้อสเต๊กตรงหน้าและพยายามทำตัวให้ปกติที่สุด ก่อนจะค่อย ๆ เคี้ยวกลืนมันไปกับความเจ็บปวดที่เอ่อล้น
ม่านตะวันโดนสั่งให้มากินข้าวให้เขาดู แต่ในขณะที่เธอกินข้าว สามีของเธอกำลังโอบประคองคลอเคลียกับผู้หญิงที่เขาเพิ่งลากขึ้นมาจากสระว่ายน้ำ…ต่อหน้าเธอ
ต่อให้ไม่รักไม่ชอบ จะบอกว่าไม่มีความรู้สึกรู้สาก็คงจะไม่ใช่ ม่านตะวันรู้สึก…เธอยังคงรู้สึกเจ็บอยู่เหมือนเดิม
ท่ามกลางแสงสีเสียงที่เธอไม่คุ้นเคย ขวดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กระจายเกลื่อนอยู่บนพื้น บางขวดแตก บางขวดกลิ้งไปมาอย่างไร้จุดหมาย
ทั้งยังมีชายหญิงนับสิบคนที่กอดจูบสลับกันไปมาแบบที่ไม่รู้ว่าพวกไหนเป็นพวกไหน
ม่านตะวันเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะวางมีดกับส้อมลงอย่างนิ่งสงบ แล้วหยิบผ้าขึ้นเช็ดปากเหมือนไม่ได้อยู่ท่ามกลางอารมณ์ที่กำลังจะปะทุเดือด
“ม่านขอตัวนะคะ”
“กลับมากินให้หมด!”
เสียงเขาตะคอกตามหลังทันที เธอจึงหันกลับมามองเขาด้วยดวงตานิ่งสนิท
“คุณยศก็รู้ว่ามื้อเย็นม่านไม่กินหนัก ถ้าคุณตั้งใจจะต้อนรับม่านกลับบ้านด้วยวิธีนี้ คุณควรจะให้คนเตรียมสลัดให้ม่าน มากกว่าเนื้อแรร์เลือดซิบที่แค่เห็นก็อยากอาเจียน...”
ฝีปากของม่านตะวันคมกริบยิ่งกว่ากรรไกร และถ้าเธอตั้งใจพูดสอดเสียด แน่นอนว่าคนฟังได้เลือดซิบ!
“ม่านตะวัน!!”
เสียงตวาดของยศชัยดังลั่นจนบรรยากาศรอบตัวแทบหยุดนิ่ง ผู้หญิงในอ้อมแขนของเขาสะดุ้งเฮือก พวกเธอแทบอยากจะมุดหายไปจากตรงนี้และไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรงด้วยซ้ำ
นี่เป็นครั้งแรก…ที่พวกเธอเห็นคุณยศผู้แสนจะใจดีโกรธและโมโหราวกับคนที่ใกล้จะระเบิด
“ม่านขอตัวนะคะ…”
“หยุด! เดี๋ยว! นี้! ฉันบอกให้หยุด!”
ทั้งที่ม่านตะวันเดินออกไปจากห้องอาหารแล้ว เธอก็หยุดเดินตามคำสั่งของเขา แต่ก็ยังยืนเฉยไม่ยอมหันกลับมา
“ม่านอยู่ต่อก็ได้ แต่ถ้าทุกอย่างมันวุ่นวายแบบนี้ คืนนี้ม่านจะไปนอนโรงแรม…” น้ำเสียงของเธอไม่แข็งกร้าวแต่ก็ชัดเจนทุกคำ
ท่วงท่าของหญิงสาวนั้น...ไม่อ่อนหวานจนน่ารำคาญ และไม่แข็งกระด้างจนเหมือนกำลังข่มขู่ใคร
ม่านตะวันหันกลับมาเต็มตัวเพื่อสบตาผู้หญิงสองคนที่กำลังคล้องแขนสามีของเธออย่างตรงไปตรงมา
ไม่มีถ้อยคำใดหลุดออกจากปากม่านตะวันมีเพียงสายตาเย็นชาเท่านั้นที่ใช้มองผู้หญิงที่อยู่ข้าง ๆ เขา
ยศชัยหัวเราะในลำคอ ก่อนจะปัดมือผู้หญิงทั้งสองคนออก ทั้งที่เขาไม่ได้ผลักไสและไม่ได้ไล่ตะเพิด แต่ก็ไม่มีใครคิดจะอยู่ต่อ
ตอนพิเศษ 2 คือลมหายใจเดียวกันเสียงฝีเท้าของพี่เลี้ยงเด็กที่พาม่านระรินเดินห่างออกไป จากนั้นไฟในห้องนอนก็ปิดลงทีละดวงจนเหลือเพียงแสงไฟสีวอร์มส้มจากโคมตั้งพื้นม่านตะวันยืนอยู่ริมระเบียงปล่อยให้ลมเย็นปะทะใบหน้า เสียงประตูห้องนอนเปิดออกช้า ๆ เธอไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าใครเดินเข้ามา“มายืนคิดอะไรอยู่คนเดียว” เสียงทุ้มต่ำของยศชัยกระซิบข้างหลัง ก่อนที่แขนแกร่งจะโอบเอวเธอไว้“คิดว่าจะไปเอาลูกกลับมานอนด้วยกันดีไหม” ม่านตะวันพูดเบา ๆ ด้วยน้ำเสียงหยอกเย้ายศชัยหัวเราะเบา ๆ ใกล้ซอกคอเธอ ก่อนจะสอดมือล้วงเข้ามาในชายเสื้อ“รบกวนนารินเปล่า ๆ เดี๋ยวพอตื่นแล้วเราก็ไม่ได้นอนกันพอดี” “งั้นพี่ยศก็รีบหน่อยสิคะ…”“ม่านก็รู้ว่าพี่นาน…”คำว่านานของเขาทำเอาร่างกายเธอร้อนวูบก่อนที่เรียวปากจะถูกเข้าครอบครองไปท่อนขาเรียวข้างหนึ่งถูกจับแยกออก เธอใช้สองมือยันกับขอบหน้าต่างที่ยังไม่ได้ถูกปิดดีเลยด้วยซ้ำ“พะ พี่ยศ” มือหนาลากไปตามชุดนอนผ้าซาตินสีไข่มุกบางเบา สายเดรสบางเฉียบก็ร่นลงในมือของเขาโดยแทบไม่ต้องใช้แรงผิวเนื้อเนียนนุ่มเผยให้เห็นใต้แสงสลัว ยศชัยมองเธอราวกับไม่ใช่แค่ภรรยา แต่เป็นผู้หญิงที่เขาโหยหาจนแทบลืมหาย
ตอนพิเศษ 1 เคลียร์ใจบรรยากาศในบ้านม่านตะวันเต็มไปด้วยความคึกคัก วันนั้นทั้งครอบครัวและเพื่อนฝูงมารวมตัวกันตามปกติ แต่ที่ไม่ปกติก็เห็นจะมียศชัยที่ดูจะตื่นเต้นมากกว่าใครเป็นพิเศษ“ยศดูมีเรื่องอะไรไหมลูก” คุณมาลินีเห็นลูกชายผุดลุกผุดนั่งอยู่หลายรอบก็ถามขึ้น“ก็นิดหน่อยครับ” ยศชัยตอบเสียงเรียบและมองไปยังภรรยาที่เอวข้างหนึ่งของเธออุ้มเหน็บลูกสาวไว้ วงล้อมตรงนั้นก็มีเพื่อนสนิทของเรา“เรื่องอะไรเหรอยศ” คุณมาลินีถามขึ้นเพราะอยากรู้ “บอกไม่ได้ครับม่านไม่ให้บอก” ยศชัยกระซิบตอบกลับทำเอาคุณมาลินีหัวเราะจนเรียกความสนใจจากแขกในงานได้“เอา ๆ ไม่บอกก็ไม่บอก อืมยศ…เห็นเมื่อเช้า…”พอน้ำเสียงของมารดาจริงจังขึ้น ยศชัยก็จริงจังตาม“เรื่องคดีความคงต้องดำเนินต่อไป เพราะผมมอบอำนาจให้ทนายจัดการหมดแล้ว คุณแม่เราจะปล่อยให้คนที่ทำผิดไม่เรียนรู้ความผิดตัวเองไม่ได้ ผมทำธุรกิจไม่ได้เป็นนักบุญที่จะแค่ขอโทษแล้วจบ”“แม่เองก็ตัดหางปล่อยวัดแล้วยศ…” ตัดหางปล่อยวัดคุณมาลินีก็คงพูดไปแบบนั้นแหละ ส่วนเรื่องจริงคนเป็นแม่มีหรือจะตัดลูกได้มลดาและมาลีวันไปสร้างเรื่องสร้างราวใหญ่โตให้คนเป็นแม่ของเธอต้องตามล้างตามเช็ดตั้งแต่สา
บทส่งท้ายท่ามกลางเสียงเจี๊ยวจ๊าวของพวกเด็ก ๆ ภายในบ้านเนตรวรชัยช่างวุ่นวายและพาให้เจ้าของบ้านอย่างยศชัยปวดหัวจริง ๆ หลังจากพูดคุยกับม่านตะวันที่ห้องนอนด้านบน สรุปแล้วก็ไม่ได้อะไรเลย จนถึงตอนนี้เขาก็ยังคงคอตกเพราะหาเวลาพูดคุยกับเธอไม่ได้“ไอ้ธรรมมึงไปเอาไอ้ธรรศออกมาหน่อยจะสิงเมียกูอยู่แล้ว” เขาพูดเสียงต่ำระหว่างที่พยายามข่มความหงุดหงิดเอาไว้“ปกติมันก็อ้อนหาของกิน เดี๋ยวอิ่มก็เลิกเอง” ธรรมตอบเพื่อนสนิทและยกแก้วในมือขึ้นจิบ“สิงมาจะชั่วโมงแล้ว ที่บ้านมึงไม่ได้ซื้อขนมให้ลูกมึงกินเหรอ?”“ซื้อ แต่ของบ้านมึงมันอร่อยฉิบหายไงไอ้ธรรศมันถึงได้อ้อนเมียมึงจะกินขนมไม่หยุด”“ดูน้อง ๆ ดิ๊ไปรวมกลุ่มกันตรงนู้น นี่เสนอหน้านั่งปั้นจิ้มปั้นเจ๋อไม่เลิก กูจะง้อเมียเสร็จไหมวันนี้!” ยศชัยกัดฟันพูดกระซิบกับเพื่อนที่กำลังล้อมวงดื่มกันเล็กน้อย“เอาน่า รอเวลาก่อนเดี๋ยวพอธรรศมันแยกตัวปุ๊บมึงก็แทรกปั๊บเลยไง” นนทภพพูดด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะและมองหน้ากับธรรมก่อนจะยักคิ้วให้เพื่อนทั้งสองคนมองยศชัยที่ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดคีปลุกที่ทรงสร้างไว้ไม่ไหวตลอดระยะเวลาปีกว่าที่เพียรพยายามง้อเมียก็ไม่สำเร็จง่าย ๆ เรียกว่าความห
บทที่ 29 วันใหม่ในฐานะพ่อแม่ที่ร่วมกันเลี้ยงดูลูกน้อยด้วยกัน เวลาเหมือนผ่านไปในพริบตาและแล้ววันนี้เด็กหญิงม่านระริน เจ้าหนูนาริน ของเราก็เติบโตขึ้นจนครบหนึ่งขวบเต็มแม้งานเลี้ยงวันเกิดเล็ก ๆ จะผ่านพ้นไปแล้ว แต่บรรยากาศแห่งความสุขในวันนั้นยังคงอบอวลโดยเฉพาะในหัวใจของม่านตะวัน...คนเป็นแม่ที่เผลอยิ้มทุกครั้งเมื่อนึกย้อนถึงวันนั้นเสียงเล็ก ๆ ดังแว่วมาจากด้านหลัง ทำให้ม่านตะวันที่ยืนเหม่อมองภาพถ่ายบนผนังภายในห้องนอนของเขาต้องละสายตาแล้วหันกลับมาในทันที“ฉันเอาเสื้อมาเก็บค่ะ” คำพูดนั้นหลุดออกมาอย่างรีบร้อน แม้เจ้าของห้องจะไม่ได้ถามอะไรเลยก็ตามราวกับว่าเธอกลัวจะถูกเข้าใจผิด เพียงเพราะแค่การย่างเท้าเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวพ่อของลูกใบหน้าของม่านตะวันยังคงเรียบนิ่ง แต่ยศชัยมองเห็นความวูบไหวบางอย่างซ่อนอยู่ในดวงตาคู่นั้น และเขายังไม่ทันได้เอ่ยอะไร ลูกสาวตัวน้อยก็ขัดจังหวะพอดีอย่างน่าเหลือเชื่อ“แม๊! นมมมม!”“แม๊จ๋าาา”เสียงยานคางแหลมสูงเอ่ยเรียกอย่างตื่นเต้นเท่านั้นยังไม่พอ เจ้าตัวเล็กกางแขนทั้งสองข้างออกกว้าง ใบหน้ากลมแก้มเป็นก้อนนั้นยิ้มกว้างจนตาเป็นสระอิน้ำลายใส ๆ ยืดเป็นสายอยู่ที่มุมปากอ
บทที่ 28 ยาแรงม่านตะวันสะดุ้งตื่นกลางดึกด้วยอาการเจ็บแปลบที่แล่นขึ้นมาจากท้องล่างจนถึงกลางลำตัว เธอกุมหน้าท้องเพราะอาการจุกเสียดที่ตีตื้นขึ้นมาดวงตากลมหลุบต่ำ เหงื่อก็ซึมออกตามไรผม แม้แอร์ในห้องพักฟื้นจะเย็นเฉียบก็ตาม“อื้อ…” เสียงครางแผ่วเบาหลุดออกจากลำคอ แต่ก็เพียงพอให้ร่างสูงที่นอนอยู่บนโซฟาตรงมุมห้อง พุ่งมาถึงข้างเตียงในชั่วพริบตา“เจ็บท้องเหรอ?” ยศชัยกดเปิดไฟห้องจนสว่างพรึ่บ ก่อนจะกดออดเรียกพยาบาลอย่างไม่ลังเลมืออีกข้างรีบต่อสายหาศิวเมษหมอเจ้าของไข้โดยตรงช่วงพักหลังยศชัยคุยกับศิวเมษมากกว่าที่ม่านตะวันคุยกับคนเป็นหมอเสียอีก“ม่านเจ็บท้องน่าจะคลอดคืนนี้ รีบมาหน่อย!” และยศชัยก็กดวางสายไปม่านตะวันหลับตาและส่งเสียงความทรมานออกมา เธอไม่ได้สนใจว่าใครคุยกับใคร ไม่สนเสียงออดที่กดไป หรือแม้แต่แสงไฟสว่างพรึ่บทั่วห้องตอนนี้มีเพียงความเจ็บที่ลามไปทั้งร่าง เธอไม่รู้จะอธิบายมันยังไงดียศชัยรีบเข้ามานั่งข้างเตียง มือของเขาประคองใบหน้าซีดเซียวของเธอไว้ ก่อนจะลูบเส้นผมที่เปียกชื้นไปด้วยเหงื่ออย่างอ่อนโยน“ม่าน...ไม่เป็นไร เดี๋ยวหมอก็มาแล้ว” เขากระซิบชิดใบหูและพยายามพูดให้เป็นปกติที่สุด“มะ..
บทที่ 27 พิสูจน์ตัวเองหลังจากวันนั้นยศชัยก็มาเยี่ยมม่านตะวันที่โรงพยาบาล เขาตกลงกับเธอว่าจะมาในช่วงเวลาที่ม่านตะวันอนุญาตแต่พอเอาเข้าจริง ๆ ยศชัยกลับย้ายสำมะโนครัวมาฝังตัวอยู่ที่นี่ไม่ยอมไปไหนม่านตะวันเหนื่อยทั้งกายและใจ แต่สิ่งที่น่าแปลกคือการมีอยู่ของเขามันไม่ได้น่ารำคาญหรือทำให้ทุกอย่างแย่ลง ครึ่งหนึ่งของความรู้สึกเธอนั้นคือความอุ่นใจชีวิตของม่านตะวันไม่ได้มีคนรักเธอมากมาย เธอสูญเสียบิดาไปแล้ว และถึงแม้จะมีครอบครัว แต่ก็ห่างเหินเกินกว่าจะบอกให้คนที่บ้านมาดูแล คิดยังไงก็ยังนึกภาพไม่ออก ถ้าจะให้นึกได้ก็คงมีแต่คำถามและสุดท้ายก็คงเป็นการด่าทอที่หลั่งไหลมาไม่จบไม่สิ้น หากจะมีใครที่เธอรู้สึกถึงความรักได้จริง ๆ ก็คงมีแค่...คุณมาลินีแม่ของยศชัย ท่านมาเยี่ยมเธอแทบทุกวัน ไม่แพ้ลูกชายของตัวเองท่านรู้เรื่องแล้วก็ไม่ได้ตำหนิอะไรเธอ และหากจะตำหนิก็มีเพียงยศชัยเท่านั้นที่โดนอยู่คนเดียวคุณมาลินียังเป็นคนที่เข้าใจเธอ มีความเอ็นดู ความเอื้ออาทร ให้กับม่านตะวันเหมือนอย่างเคยทั้งยังเผื่อแผ่มาถึงลูกของเธอด้วย และนี่คงเป็นสิ่งที่ทำให้ม่านตะวันน้ำท่วมปากไล่ยศชัยออกไปไม่ลงส่วนตัวยศชัยเองก็อยู่ที