Mag-log inบทที่ 4 คนที่ดี
ม่านตะวันไม่คิดว่าหลังจากที่เธอพูดประชดประชันแหย่ประสาทเขาเล็กน้อยออกไปแล้ว ปฏิกิริยาของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีจากที่ควรโมโหจนฟาดงวงฟาดงาเหมือนอย่างที่เคยทำ
ยศชัยกลับทำสิ่งแปลกใหม่นั่นคือยกยิ้มคล้ายว่ารู้ทันเธอเพียงเท่านั้น ก่อนที่ร่างสูงของเขาจะก้าวเข้ามาประชิดตัวจนเรียกว่าแนบชิดกันได้เลย
แต่เพราะความตั้งใจที่พาเธอกลับมาในวันนี้มีมากกว่าความหวาดกลัว ม่านตะวันจึงเชิดหน้าขึ้นใช้ดวงตาคู่เศร้าสบสายตาเขาตอบกลับไปอย่างไม่หวั่นไหว
“หึงที่ผู้หญิงคนอื่นอยู่ใกล้ฉัน…มันถึงกับต้องประชดประชันขนาดนี้เลยเหรอ?”
ยศชัยอยู่ในเสื้อคลุมอาบน้ำสีดำสนิท กลิ่นน้ำหอมร้อนแรงของเขาแตะปลายจมูกทันทีที่เข้าใกล้
ม่านตะวันคิดว่าการไม่ได้เจอกันนานจะทำให้มันเลือนรางในความรู้สึก แต่ไม่เลยความเป็นเขามันกลับฝังแน่นอยู่ในความทรงจำเธอไม่เคยจางไป
กลิ่นกายของเขาเหมือนเปลวเพลิงแผดเผาเธอจากภายใน ราวกับจะให้ตนมอดไหม้ไปทั้งตัว
“ม่าน...ไม่ได้ประชด” เธอตอบเสียงเบาทว่านุ่มนวล ดวงตากลมแสนเศร้านั้นยังคงจ้องเขาแน่วแน่ ไม่ละสายตาแม้เพียงนิดเดียว
“ต่อให้เธออยากประชดฉันแค่ไหน...ก็ไม่มีสิทธิ์นั้น”
แววตาของเขาเหยียดหยาม แต่ร่างกายกลับเคลื่อนเข้ามาใกล้จนปลายจมูกโด่งแทบจะเฉียดโหนกแก้มของเธอ
ม่านตะวันเบือนหน้าหนีทันควันและท่าทางแบบนี้เรียกอารมณ์ขุ่นเคืองในใจยศชัยขึ้นมา ก่อนที่เสียงหัวเราะแผ่วต่ำจะดังลอดออกจากลำคอ
“คิดว่าฉันพิศวาสเธอขนาดนั้นหรือไง...ทำเหมือนไม่เคยมีอะไรกันไปได้ หรือว่ามันนานจนลืมไปแล้วว่าต้องครางยังไงเวลาอยู่ใต้ร่างฉัน!” คำพูดของเขายังคงหยาบกระด้างและเย้ยหยัน
ฝ่ามือใหญ่บีบสะโพกเธอแน่นและรั้งร่างบางให้แนบเข้ามาชิดจนลมหายใจแทบประสานกัน
“ยอมฉันทุกท่า ทุกที่ที่ฉันต้องการไม่ว่าจะตรงไหน…ที่กลับมานี่ก็ต้องการเสนอฉันแบบนั้นไม่ใช่เหรอ?”
ท่าทางของทั้งสองในตอนนี้แทบไม่เหลือช่องว่างระหว่างกันอีกต่อไป
“คุณยศ!” ขนาดที่ว่าเธอเรียกเขาเสียงดัง ยศชัยก็ยังไม่ยอมขยับตัว ต่อให้ม่านตะวันไม่พอใจในคำพูดของเขา แต่เธอจะกล้าทำอะไร
ยศชัยหัวเราะพร้อมกับรอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากก่อนจะก้มหน้าซุกไซ้ซอกคอของเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวลากไล้ไปตามผิวเนื้อ และเขาก็เงยหน้าขึ้นมาสบตาเธออีกครั้ง
“ถ้ารับไม่ได้กับสิ่งที่ฉันพูดจะตบหน้าฉันสักทีเพื่อระบายความแค้นก็ได้นะ” เขาท้าทายในสิ่งที่รู้อยู่แล้วว่าม่านตะวันจะไม่มีวันทำ
ใบหน้าคมคายยื่นแก้มเข้ามาใกล้ เมื่อเห็นม่านตะวันยังคงยืนนิ่งราวกับหุ่นปั้นเขาก็หัวเราะออกมาแทน
“เธอไม่มีความกล้าขนาดนั้น! ไม่งั้นคงไม่ซมซานกลับมา! และสิ่งที่ฉันพูดถึงเธอ มันยังไม่แรงเท่าสิ่งที่เธอทำลงไปเองเลยด้วยซ้ำ!!”
คำพูดร้ายกาจพวกนี้เขาใช้มันกับเธอครั้งแล้วครั้งเล่าและมันก็เหมือนคมมีดซ้ำเดิมที่กรีดลงตำแหน่งเดิมจนแทบไม่เหลือความรู้สึกให้เจ็บอีกต่อไป
เขาก็เป็นคนไล่เธอเองไม่ใช่เหรอ…ม่านตะวันเจ็บจนชา
หัวใจมันด้านชาไปหมดแล้ว แต่เพราะสิ่งที่ยศชัยพูดคือเรื่องจริง!
“เกลียดฉันแล้วยังไง โกรธฉันแล้วยังไง สุดท้าย…ก็ฉันคนนี้ไม่ใช่เหรอที่เธออยากได้เป็นผัวจนตัวสั่นถึงขนาดปีนขึ้นเตียงก็ทำมาแล้ว! แค่นี้จะทำตัวสูงส่งไปทำไม!”
เมื่อได้ยินคำพูดดูถูกเหยียดหยันขอบตาของม่านตะวันแดงก่ำ เธอปัดมือหนาที่ลูบสะโพกตนเองออก ยศชัยจึงดึงชายกระโปรงชุดเดรสเธอขึ้นสูง
ทั้งสองยื้อยุดกันอยู่พักหนึ่ง และสุดท้ายม่านตะวันก็สู้แรงเขาไม่ได้
“เอาสิ! ตบฉันสิ! กล้าไหม!” ดวงตากลมโตสั่นระริกพยายามกลั้นน้ำตาไว้ แต่มือบางกลับยื่นขึ้นมาวางบนหน้าอกแกร่งของเขาแทน
“ม่านจะกล้าทำแบบนั้นกับคุณได้ยังไงคะ…” เธอพูดขณะใช้นิ้วเรียวแตะปลายเชือกเสื้อคลุมอาบน้ำที่เขาสวมใส่
ส่วนสายตาช้อนขึ้นมองคนเป็นสามีอย่างไม่มีความขุ่นเคือง แต่แววตากลับแฝงไปด้วยแรงดึงดันรุนแรงอย่างเร้นลึก
ทั้งที่จะร้องไห้อยู่รอมร่อ แต่ก็ยังใจกล้าแตะจุดอ่อนของเขา ยศชัยแค่นหัวเราะ
“คิดว่ายั่วกันแค่นี้ ฉันจะใจอ่อนหรือไง” เขาหัวเราะเยาะก่อนจะกดยิ้มร้าย มือหนาสะบัดมือบางที่แตะหน้าอกออก เสียงหัวเราะของเขาเย็นชาและบาดลึกลงไปถึงหัวใจของเธอ
“ม่านไม่กล้าทำแบบนั้นกับคนที่ดีกับม่านหรอกค่ะ”
ม่านตะวันทำใจดีสู้เสือยิ้มอ่อนหวานให้เขาทั้งที่ขอบตาแดงก่ำ มือของเธอสั่นเทาจนกลายเป็นเรื่องตลก
ยศชัยเห็นคนที่พยายามเล่นละครตบตาเขาก็หัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเหยียดหยันผุดขึ้นบนใบหน้าคมคายทันที
“คิดว่าวิธีโง่ ๆ แบบนี้จะทำให้ฉันดิ้นเป็นหมาโดนน้ำร้อนลวกเพราะอยากได้เธอจนตัวสั่นหรือไง!”
“ม่านมาที่นี่แค่อยากเจอคุณยศ…”
อยากเจอเขา แต่กลับเลือกเดินอ้อมเข้าทางหลังบ้าน? ม่านตะวันคิดว่าเขาโง่ขนาดนั้นเลยหรือไง!!
“เธอจะปั่นหัวใครก็ได้แต่ไม่ใช่ฉันม่านตะวัน!”
ยศชัยรู้ดีเลยละว่าม่านตะวันเชี่ยวชาญแค่ไหนเรื่องการปั่นหัวคน
“ม่านเปล่า…” ม่านตะวันสูดน้ำมูกและขยับกายเข้ามาใกล้เขา ในเมื่อวางมือลงบนอกไม่ได้เธอก็ขอเป็นจับเสื้อของเขาแทน
“ไม่ไปเรียนต่อแล้วหรือไง?” ยศชัยประชดถาม
“ม่านอยากกลับมาดูแลคุณยศ” พอได้ยินแบบนี้ยศชัยหัวเราะออกมาเสียงดัง เขาถอยหลังไปหนึ่งก้าวกวาดตามองเธอแล้วเหยียดยิ้ม
ยศชัยรู้ดีว่าอะไรคือเหตุผลแท้จริงที่ผู้หญิงที่เอาแต่เอะอะก็เรียนต่อ ๆ วันนี้ถึงได้กลับมาหาเขา!
เพราะสำหรับม่านตะวันการเรียนมันไม่ใช่เป้าหมาย แต่มันคือทางหนี…หนีหน้าเขา!
แต่ตอนนี้เธอยอมกลับมาพร้อมกับท่าทางอ่อนโยนเหมือนลูกแมวน้อยที่กำลังขอความเมตตา
มันจะมีเหตุผลอะไรอีก นอกจากปอกลอกให้เขาช่วยเหลือครอบครัวเธออีกครั้ง!
“ได้ไหมคะ…”
“ฉันไม่สนธุรกิจโง่ ๆ ของครอบครัวเธอ...”
เสียงของยศชัยเย็นเฉียบและแข็งกร้าว ม่านตะวันเม้มริมฝีปากแน่นแต่ยังขยับกายเข้ามาใกล้เขามากกว่าเดิม
ยศชัยรู้เรื่องครอบครัวเธอแล้ว…รู้ก่อนที่เธอจะมาบอกเขา
“หรือว่าคุณยศไม่ต้องการม่านแล้ว…”
“ฉันไม่เคยต้องการเธอม่านตะวัน อย่าสำคัญตัวผิด!”
ยศชัยมองเธอแล้วก้มลงมองท่อนแขนเรียวที่ยกขึ้นกอดเอวสอบ กลิ่นหอมสะอาดจากตัวเธอลอยเตะปลายจมูกเขาอย่างน่ารำคาญใจ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันน่าหลงใหลในเวลาเดียวกัน
“จริง ๆ แล้ว...ม่านไม่ได้แค่อยากเจอคุณยศ”
เสียงของเธอเบาแต่หนักแน่นในความหมาย มือบางประสานกอดร่างหนาสายตาหลุบต่ำไม่กล้าสบตาเขาตรง ๆ
“แต่ม่าน...คิดถึงคุณยศค่ะ”
เขาไม่พูด ไม่ขยับ ไม่แม้แต่จะเปลี่ยนสีหน้า เธอเห็นว่าทำถึงขนาดนี้เขาก็ไม่มีปฏิกิริยาอะไร ม่านตะวันจึงลดมือลง
“แต่ถ้าคุณยศไม่คิดถึงม่าน อ๊ะ!”
คำพูดของเธอสะดุดลงเมื่อเขาวาดแขนรวบร่างบางเข้ามาแนบแน่น ปลายจมูกโด่งสันกดลงบนลำคอขาวหอมกรุ่น เขากอดแน่นเสียจนเธอแทบจมหายไปในอกแกร่งนั้น
“ฉันก็อยากจะรู้…ว่าความคิดถึงของเธอรอบนี้ ฉันจะต้องเสียอีกกี่บาท!” น้ำเสียงของเขาเยาะหยัน แต่เต็มไปด้วยแรงอัดอั้นที่กำลังจะปะทุ
ปากร้อนฉกวูบลงอย่างไม่ให้ตั้งตัว ก่อนที่ปลายเท้าของม่านตะวันจะลอยขึ้นพ้นพื้น
ร่างบางถูกดันกระแทกกับผนังห้องอาหาร
ปึง!
“คุณยศ!” เสียงของเธอขาดห้วง มือทั้งสองดันหน้าอกเขาไว้
ร่างกายของเขาทั้งแข็งแรงและร้อนผ่าว มันเต็มไปด้วยแรงที่เธอรู้ดีว่าไม่มีวันต้านไหว
จูบของเขาหนักแน่นรุนแรงจนเหมือนกำลังเอาเวลาที่เธอหายไปมาลงทัณฑ์กัน
มือหนาของเขาเลื่อนลากฟอนเฟ้นอกอิ่มอย่างร้อนรุ่ม ปากหยักฉกเข้าหาดูดเม้มเสียจนเกิดเสียงของลิ้นที่แลกกัน
“ไม่เจอกันตั้งหลายเดือน…ก็ยังแน่นเหมือนเดิม”
ปลายนิ้วร้ายชำแรกเข้ามาอย่างลึกล้ำ เขาโจนจ้วงควานล้วงในร่องรักจนร่างกายของเธอสะท้าน
“คะ คุณยศ อึกกก ม่านเจ็บ” ยศชัยจูบเธอก่อนจะกัดกลีบปากบางที่สั่นระริก
“เจ็บ…ก็อย่าหายไปนานสิ มาให้ฉันตอกทุกวัน รูเธอมันจะได้ชิน” ประโยคหยาบโลนออกมาจากปากหนาด้วยความเคยชิน
แต่คนฟังเสียใจอย่างที่สุด เธอมองหน้าเขาด้วยแววตาตัดพ้อ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าพูดในสิ่งที่รู้สึก
“แต่คุณก็มีคนอื่น…” ยศชัยฟังสิ่งที่เธอพูดแล้วยิ้ม ม่านตะวันกำลังโยนทุกความผิดมาให้เขา!
“เวลาเธออยากได้อะไรจากฉันเธอก็มา ไม่อยากอยู่เธอก็ไป หมาตัวไหนมันเอาแต่หนีผัวอย่างฉัน! แล้วจะให้ฉันอยู่รอห่าอะไร! เธอมันก็เก่งแต่ปั้นหน้าโกหกปอกลอกเงินฉันไปวัน ๆ นั่นแหละม่านตะวัน!”
เสียงของเขาดังลั่นอย่างไม่ยั้งตัว ม่านตะวันได้ยินก็ยืนนิ่งแต่น้ำตาพานจะไหลออก
ทั้งที่ยศชัยโมโหแสนโมโหเธอ แต่เขาก็ยังคงคลอเคลียไม่ห่าง เสียงหอบหายใจของเขาถี่จัด ทั้งยังขยับข้อมือเข้าหาเธออย่างรุนแรงขึ้นอีกด้วย
น้ำหล่อลื่นที่ไหลเปรอะเปื้อนออกมาเคลือบปลายนิ้วหนายิ่งทำให้ยศชัยรู้สึกรุ่มร้อนและต้องการมากกว่าเดิม
“คุณยศ ปะ ปล่อยม่าน…” สัมผัสของเขาทำให้เธอสะท้าน แม้จะอยากขืนกายหนีแต่ร่างกายกลับโอนอ่อนตามไปทุกจังหวะ
“หนึ่งปีเจอกันครั้งเดียว…แล้วก็ไม่รู้จะเรียนห่าอะไรนักหนา!” ม่านตะวันไม่ขยับหนี เธอกลับยกสายตาขึ้นสบเขาตรง ๆ
ดวงตาคมจ้องมองแววตาตัดพ้อแล้วจึงแค่นหัวเราะ มันควรเป็นเขาหรือเปล่าที่ต้องรู้สึกแทนที่จะเป็นม่านตะวัน!
“ถ้าคุณยศไม่โอเคกับการที่ม่านกลับมา ก็ปล่อยม่าน…”
คำพูดประชดประชันของเธอทำให้เปลวไฟในใจของยศชัยยิ่งลุกโหม
ยศชัยเหมือนนักล่าที่ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเหยื่อกำลังยั่วยวนหลอกล่อให้เขาเข้าใกล้มากขึ้น
แม้มันจะอันตรายแต่ยศชัยก็ยังกระโจนเข้าไป!
“ไม่อยากได้แล้วหรือไง...เงินทุนจากฉัน?” ยศชัยกัดฟันถามและไซ้ปลายจมูกกับไหปลาร้าของเธอ
ม่านตะวันเอียงใบหน้าหลบหลีกและใช้ดวงตากลมโตมองเขา ยศชัยเห็นว่าในนั้นแม้มันจะมีความเจ็บปวดฝังอยู่ แต่เธอก็จงใจยั่วยวนกันในคราวเดียว
และก็ใช่...ปลายนิ้วเรียวสวยแตะสาบเสื้อยศชัยก่อนจะเงยหน้าขึ้นกระซิบข้างหูเขา
“ถ้าคุณยศคิดว่าม่านกลับมาเพราะเงิน…” เธอคลี่ยิ้มและริมฝีปากแดงระเรื่อไล้ผ่านคำพูดราวกับตั้งใจจะสะกิดทุกประสาทสัมผัสของเขา
“งั้น…คุณก็ควรจะชดเชยให้สมกับความคิดถึงที่ม่านมีให้คุณนะคะ” กลีบปากอวบอิ่มเคลื่อนแตะมาที่มุมปากหยัก ปลายลิ้นเล็กไล้เลียริมฝีปากล่างของเขา
ยศชัยชะงักเมื่อได้ยินถ้อยคำนั้นจากปากของเธอ ม่านตะวันยอมรับตรง ๆ ว่ากลับมาหาเขาเพราะเงิน
หัวใจของเขาเต้นกระหน่ำอยู่ในอก ความเจ็บแปลบแล่นวาบขึ้นพร้อมกับความรู้สึกบางอย่างที่แทรกซึมเข้ามา
ยศชัยไม่ทันตั้งตัว ไม่ทันคาดคิดเลยว่าเธอจะกล้าเอ่ยประโยคพวกนี้ออกมา กรามแข็งของเขาขบแน่น ริมฝีปากปิดสนิทเพื่อกลั้นแรงปะทุที่เดือดดาลอยู่ภายใน
ทั้งโกรธ…ทั้งอยาก
ทั้งรู้ว่าเธอจงใจลากเขาไปตรงจุดนั้น แต่ยศชัยก็ไม่สามารถห้ามใจตัวเองได้!
“คิดว่าฉันจะยั้งมือเหรอ…” ดวงตาคมของยศชัยแทบจะกลืนกินเธอทั้งตัว เขาโน้มหน้าลงจนปลายจมูกเฉียดผิวแก้ม ลมหายใจร้อนผ่าวรินรดผิวเนื้อที่สั่นระริกใต้สัมผัส
“คุณยศก็อย่าปรานีม่านแล้วกันค่ะ” เสียงเธอสั่นพร่าแทบฟังไม่เป็นถ้อยคำ
ยศชัยโน้มหน้าลงต่ำจนลมหายใจกระทบริมฝีปากของเธอ และทำท่าจะผละออกห่าง แต่ม่านตะวันไม่มีทางยอมให้เขาทำแบบนั้น
เธอใช้ฝ่ามือรั้งต้นคอเขาลงมาใกล้ ก่อนจะประทับเรียวปากลงบนริมฝีปากหนาอย่างไม่ทันให้เขาตั้งตัว
เรียวลิ้นเล็กค่อย ๆ สอดแทรกเข้ามาในโพรงปาก บดเบียดสัมผัสอ่อนนุ่มที่ทำให้เขาเกือบหยุดหายใจไปชั่วขณะ
ริมฝีปากของเธอบดคลึงปากล่างของเขาอย่างชำนาญ ดูดสลับกับขบเม้มเบา ๆ ฝ่ามือเล็กไล้ไปตามอกแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามแน่น
จูบของเธอในตอนแรกเนิบนาบจนแทบน่าหงุดหงิด แต่ในพริบตาเดียวกลับกลายเป็นเร่งเร้า ดุดันและร้อนแรง
มือบางยุ่มย่ามกับร่างกายเขาอย่างไม่เกรงกลัวจนร่างกายทั้งสองแนบชิดจนแทบไม่เหลือช่องว่างให้ลมหายใจแทรกผ่าน
ฝ่ามือใหญ่เลื่อนลงไปโอบกระชับช่วงเอวคอดแล้วดันตัวเธอขึ้นให้ขาเรียวเกี่ยวรอบเอวสอบของเขาโดยอัตโนมัติ
ร่างกายที่กอดก่ายกันรับรู้ได้ถึงจังหวะหัวใจสองคนที่เต้นแรงไม่แพ้กัน
ม่านตะวัน…ผู้หญิงที่อยู่ตรงกลางระหว่างความงามที่ยากจะลบออกจากสายตา และสง่างามโดยไม่ต้องอวดอ้าง
ไม่ได้อ่อนแอจนถูกกลืนหาย แต่ก็ไม่ได้แข็งกระด้างจนแตะต้องไม่ได้
เธอ...คือผู้หญิงที่ถูกจดจำโดยไม่ต้องพยายาม
และใช่…เธอมันนางจิ้งจอกม่านตะวัน
ตอนพิเศษ 2 คือลมหายใจเดียวกันเสียงฝีเท้าของพี่เลี้ยงเด็กที่พาม่านระรินเดินห่างออกไป จากนั้นไฟในห้องนอนก็ปิดลงทีละดวงจนเหลือเพียงแสงไฟสีวอร์มส้มจากโคมตั้งพื้นม่านตะวันยืนอยู่ริมระเบียงปล่อยให้ลมเย็นปะทะใบหน้า เสียงประตูห้องนอนเปิดออกช้า ๆ เธอไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าใครเดินเข้ามา“มายืนคิดอะไรอยู่คนเดียว” เสียงทุ้มต่ำของยศชัยกระซิบข้างหลัง ก่อนที่แขนแกร่งจะโอบเอวเธอไว้“คิดว่าจะไปเอาลูกกลับมานอนด้วยกันดีไหม” ม่านตะวันพูดเบา ๆ ด้วยน้ำเสียงหยอกเย้ายศชัยหัวเราะเบา ๆ ใกล้ซอกคอเธอ ก่อนจะสอดมือล้วงเข้ามาในชายเสื้อ“รบกวนนารินเปล่า ๆ เดี๋ยวพอตื่นแล้วเราก็ไม่ได้นอนกันพอดี” “งั้นพี่ยศก็รีบหน่อยสิคะ…”“ม่านก็รู้ว่าพี่นาน…”คำว่านานของเขาทำเอาร่างกายเธอร้อนวูบก่อนที่เรียวปากจะถูกเข้าครอบครองไปท่อนขาเรียวข้างหนึ่งถูกจับแยกออก เธอใช้สองมือยันกับขอบหน้าต่างที่ยังไม่ได้ถูกปิดดีเลยด้วยซ้ำ“พะ พี่ยศ” มือหนาลากไปตามชุดนอนผ้าซาตินสีไข่มุกบางเบา สายเดรสบางเฉียบก็ร่นลงในมือของเขาโดยแทบไม่ต้องใช้แรงผิวเนื้อเนียนนุ่มเผยให้เห็นใต้แสงสลัว ยศชัยมองเธอราวกับไม่ใช่แค่ภรรยา แต่เป็นผู้หญิงที่เขาโหยหาจนแทบลืมหาย
ตอนพิเศษ 1 เคลียร์ใจบรรยากาศในบ้านม่านตะวันเต็มไปด้วยความคึกคัก วันนั้นทั้งครอบครัวและเพื่อนฝูงมารวมตัวกันตามปกติ แต่ที่ไม่ปกติก็เห็นจะมียศชัยที่ดูจะตื่นเต้นมากกว่าใครเป็นพิเศษ“ยศดูมีเรื่องอะไรไหมลูก” คุณมาลินีเห็นลูกชายผุดลุกผุดนั่งอยู่หลายรอบก็ถามขึ้น“ก็นิดหน่อยครับ” ยศชัยตอบเสียงเรียบและมองไปยังภรรยาที่เอวข้างหนึ่งของเธออุ้มเหน็บลูกสาวไว้ วงล้อมตรงนั้นก็มีเพื่อนสนิทของเรา“เรื่องอะไรเหรอยศ” คุณมาลินีถามขึ้นเพราะอยากรู้ “บอกไม่ได้ครับม่านไม่ให้บอก” ยศชัยกระซิบตอบกลับทำเอาคุณมาลินีหัวเราะจนเรียกความสนใจจากแขกในงานได้“เอา ๆ ไม่บอกก็ไม่บอก อืมยศ…เห็นเมื่อเช้า…”พอน้ำเสียงของมารดาจริงจังขึ้น ยศชัยก็จริงจังตาม“เรื่องคดีความคงต้องดำเนินต่อไป เพราะผมมอบอำนาจให้ทนายจัดการหมดแล้ว คุณแม่เราจะปล่อยให้คนที่ทำผิดไม่เรียนรู้ความผิดตัวเองไม่ได้ ผมทำธุรกิจไม่ได้เป็นนักบุญที่จะแค่ขอโทษแล้วจบ”“แม่เองก็ตัดหางปล่อยวัดแล้วยศ…” ตัดหางปล่อยวัดคุณมาลินีก็คงพูดไปแบบนั้นแหละ ส่วนเรื่องจริงคนเป็นแม่มีหรือจะตัดลูกได้มลดาและมาลีวันไปสร้างเรื่องสร้างราวใหญ่โตให้คนเป็นแม่ของเธอต้องตามล้างตามเช็ดตั้งแต่สา
บทส่งท้ายท่ามกลางเสียงเจี๊ยวจ๊าวของพวกเด็ก ๆ ภายในบ้านเนตรวรชัยช่างวุ่นวายและพาให้เจ้าของบ้านอย่างยศชัยปวดหัวจริง ๆ หลังจากพูดคุยกับม่านตะวันที่ห้องนอนด้านบน สรุปแล้วก็ไม่ได้อะไรเลย จนถึงตอนนี้เขาก็ยังคงคอตกเพราะหาเวลาพูดคุยกับเธอไม่ได้“ไอ้ธรรมมึงไปเอาไอ้ธรรศออกมาหน่อยจะสิงเมียกูอยู่แล้ว” เขาพูดเสียงต่ำระหว่างที่พยายามข่มความหงุดหงิดเอาไว้“ปกติมันก็อ้อนหาของกิน เดี๋ยวอิ่มก็เลิกเอง” ธรรมตอบเพื่อนสนิทและยกแก้วในมือขึ้นจิบ“สิงมาจะชั่วโมงแล้ว ที่บ้านมึงไม่ได้ซื้อขนมให้ลูกมึงกินเหรอ?”“ซื้อ แต่ของบ้านมึงมันอร่อยฉิบหายไงไอ้ธรรศมันถึงได้อ้อนเมียมึงจะกินขนมไม่หยุด”“ดูน้อง ๆ ดิ๊ไปรวมกลุ่มกันตรงนู้น นี่เสนอหน้านั่งปั้นจิ้มปั้นเจ๋อไม่เลิก กูจะง้อเมียเสร็จไหมวันนี้!” ยศชัยกัดฟันพูดกระซิบกับเพื่อนที่กำลังล้อมวงดื่มกันเล็กน้อย“เอาน่า รอเวลาก่อนเดี๋ยวพอธรรศมันแยกตัวปุ๊บมึงก็แทรกปั๊บเลยไง” นนทภพพูดด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะและมองหน้ากับธรรมก่อนจะยักคิ้วให้เพื่อนทั้งสองคนมองยศชัยที่ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดคีปลุกที่ทรงสร้างไว้ไม่ไหวตลอดระยะเวลาปีกว่าที่เพียรพยายามง้อเมียก็ไม่สำเร็จง่าย ๆ เรียกว่าความห
บทที่ 29 วันใหม่ในฐานะพ่อแม่ที่ร่วมกันเลี้ยงดูลูกน้อยด้วยกัน เวลาเหมือนผ่านไปในพริบตาและแล้ววันนี้เด็กหญิงม่านระริน เจ้าหนูนาริน ของเราก็เติบโตขึ้นจนครบหนึ่งขวบเต็มแม้งานเลี้ยงวันเกิดเล็ก ๆ จะผ่านพ้นไปแล้ว แต่บรรยากาศแห่งความสุขในวันนั้นยังคงอบอวลโดยเฉพาะในหัวใจของม่านตะวัน...คนเป็นแม่ที่เผลอยิ้มทุกครั้งเมื่อนึกย้อนถึงวันนั้นเสียงเล็ก ๆ ดังแว่วมาจากด้านหลัง ทำให้ม่านตะวันที่ยืนเหม่อมองภาพถ่ายบนผนังภายในห้องนอนของเขาต้องละสายตาแล้วหันกลับมาในทันที“ฉันเอาเสื้อมาเก็บค่ะ” คำพูดนั้นหลุดออกมาอย่างรีบร้อน แม้เจ้าของห้องจะไม่ได้ถามอะไรเลยก็ตามราวกับว่าเธอกลัวจะถูกเข้าใจผิด เพียงเพราะแค่การย่างเท้าเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวพ่อของลูกใบหน้าของม่านตะวันยังคงเรียบนิ่ง แต่ยศชัยมองเห็นความวูบไหวบางอย่างซ่อนอยู่ในดวงตาคู่นั้น และเขายังไม่ทันได้เอ่ยอะไร ลูกสาวตัวน้อยก็ขัดจังหวะพอดีอย่างน่าเหลือเชื่อ“แม๊! นมมมม!”“แม๊จ๋าาา”เสียงยานคางแหลมสูงเอ่ยเรียกอย่างตื่นเต้นเท่านั้นยังไม่พอ เจ้าตัวเล็กกางแขนทั้งสองข้างออกกว้าง ใบหน้ากลมแก้มเป็นก้อนนั้นยิ้มกว้างจนตาเป็นสระอิน้ำลายใส ๆ ยืดเป็นสายอยู่ที่มุมปากอ
บทที่ 28 ยาแรงม่านตะวันสะดุ้งตื่นกลางดึกด้วยอาการเจ็บแปลบที่แล่นขึ้นมาจากท้องล่างจนถึงกลางลำตัว เธอกุมหน้าท้องเพราะอาการจุกเสียดที่ตีตื้นขึ้นมาดวงตากลมหลุบต่ำ เหงื่อก็ซึมออกตามไรผม แม้แอร์ในห้องพักฟื้นจะเย็นเฉียบก็ตาม“อื้อ…” เสียงครางแผ่วเบาหลุดออกจากลำคอ แต่ก็เพียงพอให้ร่างสูงที่นอนอยู่บนโซฟาตรงมุมห้อง พุ่งมาถึงข้างเตียงในชั่วพริบตา“เจ็บท้องเหรอ?” ยศชัยกดเปิดไฟห้องจนสว่างพรึ่บ ก่อนจะกดออดเรียกพยาบาลอย่างไม่ลังเลมืออีกข้างรีบต่อสายหาศิวเมษหมอเจ้าของไข้โดยตรงช่วงพักหลังยศชัยคุยกับศิวเมษมากกว่าที่ม่านตะวันคุยกับคนเป็นหมอเสียอีก“ม่านเจ็บท้องน่าจะคลอดคืนนี้ รีบมาหน่อย!” และยศชัยก็กดวางสายไปม่านตะวันหลับตาและส่งเสียงความทรมานออกมา เธอไม่ได้สนใจว่าใครคุยกับใคร ไม่สนเสียงออดที่กดไป หรือแม้แต่แสงไฟสว่างพรึ่บทั่วห้องตอนนี้มีเพียงความเจ็บที่ลามไปทั้งร่าง เธอไม่รู้จะอธิบายมันยังไงดียศชัยรีบเข้ามานั่งข้างเตียง มือของเขาประคองใบหน้าซีดเซียวของเธอไว้ ก่อนจะลูบเส้นผมที่เปียกชื้นไปด้วยเหงื่ออย่างอ่อนโยน“ม่าน...ไม่เป็นไร เดี๋ยวหมอก็มาแล้ว” เขากระซิบชิดใบหูและพยายามพูดให้เป็นปกติที่สุด“มะ..
บทที่ 27 พิสูจน์ตัวเองหลังจากวันนั้นยศชัยก็มาเยี่ยมม่านตะวันที่โรงพยาบาล เขาตกลงกับเธอว่าจะมาในช่วงเวลาที่ม่านตะวันอนุญาตแต่พอเอาเข้าจริง ๆ ยศชัยกลับย้ายสำมะโนครัวมาฝังตัวอยู่ที่นี่ไม่ยอมไปไหนม่านตะวันเหนื่อยทั้งกายและใจ แต่สิ่งที่น่าแปลกคือการมีอยู่ของเขามันไม่ได้น่ารำคาญหรือทำให้ทุกอย่างแย่ลง ครึ่งหนึ่งของความรู้สึกเธอนั้นคือความอุ่นใจชีวิตของม่านตะวันไม่ได้มีคนรักเธอมากมาย เธอสูญเสียบิดาไปแล้ว และถึงแม้จะมีครอบครัว แต่ก็ห่างเหินเกินกว่าจะบอกให้คนที่บ้านมาดูแล คิดยังไงก็ยังนึกภาพไม่ออก ถ้าจะให้นึกได้ก็คงมีแต่คำถามและสุดท้ายก็คงเป็นการด่าทอที่หลั่งไหลมาไม่จบไม่สิ้น หากจะมีใครที่เธอรู้สึกถึงความรักได้จริง ๆ ก็คงมีแค่...คุณมาลินีแม่ของยศชัย ท่านมาเยี่ยมเธอแทบทุกวัน ไม่แพ้ลูกชายของตัวเองท่านรู้เรื่องแล้วก็ไม่ได้ตำหนิอะไรเธอ และหากจะตำหนิก็มีเพียงยศชัยเท่านั้นที่โดนอยู่คนเดียวคุณมาลินียังเป็นคนที่เข้าใจเธอ มีความเอ็นดู ความเอื้ออาทร ให้กับม่านตะวันเหมือนอย่างเคยทั้งยังเผื่อแผ่มาถึงลูกของเธอด้วย และนี่คงเป็นสิ่งที่ทำให้ม่านตะวันน้ำท่วมปากไล่ยศชัยออกไปไม่ลงส่วนตัวยศชัยเองก็อยู่ที
บทที่ 19 สับสน ม่านตะวันเปลี่ยนชุดได้ไม่นานก็ลงมานั่งร่วมโต๊ะอาหาร เมื่อมาถึงก็เห็นเพื่อนสนิทของยศชัยนั่งอยู่กันเกือบครบทั้งบ้านของธรรมและบ้านของนนทภพที่เพิ่งมาถึงด้วยหางตาของยศชัยเหลือบเห็นคนเป็นภรรยาจึงรีบลุกขึ้นเลื่อนเก้าอี้ให้อย่างไม่รีรอ ทำเอาคนที่รู้สึกเหมือนเป็นคนนอกในวงสนทนานี้อุ่นใจขึ้น
บทที่ 17 เริ่มแตกหัก“และคุณ…อย่ามาพูดเรื่องแม่ลูกอะไรกับผมอีก” ยศชัยยังคงยืนอยู่ตรงนั้น ร่างสูงสง่าสงบนิ่งเหมือนทุกอย่างที่เพิ่งพูดออกไปนั้นไม่เคยได้ทิ้งความเจ็บปวดใด ๆ ไว้ในหัวใจของเขา“ยะ ยศ…ฮึกกก” มาลินรู้สึกเหมือนใจจะขาดใบหน้าคมคายแสยะยิ้มกลับ น้ำตาที่เปรอะเปื้อนใบหน้าของผู้ให้กำเนิดไม่ได้ทำ
บทที่ 6 คนที่ร้าย“ยี่สิบล้าน?” ยศชัยถามออกไปเหมือนว่าเขายังคงไม่ตื่นดี“ครับ ยี่สิบล้านครับ” เสียงสุภาพดังมาจากหนึ่งผู้เป็นเลขาคนสนิทของชายหนุ่มท่ามกลางความเงียบของห้องทำงาน เจ้านายที่เพิ่งลุกจากเตียงไม่ถึงครึ่งชั่วโมงดี ผมเผ้ากระเซอะกระเซิง ขอบตาดำคล้ำบ่งบอกว่าเมื่อคืนคงแทบจะไม่ได้พักผ่อนเลยเมื
บทที่ 5 วิธีการซ้ำซาก! NCบทรักอันเร่าร้อนดำเนินไปเนิ่นนานราวกับไร้จุดสิ้นสุด หยาดเหงื่อพร่างพรายบนใบหน้าที่แดงระเรื่อจากแรงอารมณ์ม่านตะวันหอบหายใจสะท้านบนเตียงนอนคล้ายคนกำลังจะขาดใจใบหน้าสวยหวานถูกกดแนบลงกับเตียงนุ่ม เนื้อแก้มเสียดสีกับผ้าจนบริเวณนั้นรู้สึกแสบซ่าน สองมือเรียวจิกกำผ้าปูที่นอนสีดำ







