Se connecterบทที่ 5 วิธีการซ้ำซาก! NC
บทรักอันเร่าร้อนดำเนินไปเนิ่นนานราวกับไร้จุดสิ้นสุด หยาดเหงื่อพร่างพรายบนใบหน้าที่แดงระเรื่อจากแรงอารมณ์
ม่านตะวันหอบหายใจสะท้านบนเตียงนอนคล้ายคนกำลังจะขาดใจ
ใบหน้าสวยหวานถูกกดแนบลงกับเตียงนุ่ม เนื้อแก้มเสียดสีกับผ้าจนบริเวณนั้นรู้สึกแสบซ่าน สองมือเรียวจิกกำผ้าปูที่นอนสีดำเพื่อทรงตัวจนยับย่น
ตอนนี้ความเจ็บจุกมันคงเป็นสิ่งเดียวที่จะยึดเหนี่ยวสติของม่านตะวันได้ เสียงครางกระเส่าหลุดลอดจากลำคอทีละเล็กละน้อยอย่างไม่อาจเก็บกลั้น
ยศชัยโน้มตัวลงมาทาบทับร่างเล็ก ความใหญ่โตของเขายังคงสอดใส่เข้าออกอยู่ในร่างกายเธอราวกับจะไม่ยอมออกห่าง ทุกการขยับกายของเขาเต็มไปด้วยแรงปรารถนาที่ท่วมท้น
“อึกกก คุณยศ”
“อย่ามาขอร้องให้ฉันปรานีเธอ…”
“ม่าน อึกกก ม่าน อื้อ!!”
ปึก! ปึก! ปึก!
เสียงเนื้อหนั่นแน่นดังไปทั่วทั้งห้อง ยศชัยวาดฝ่ามือไปขยุ้มขยำสองเต้าอวบอิ่มที่กระเพื่อมไหวตามแรงกระแทกที่สาดส่งเข้าใส่
มืออีกข้างกดช่วงบั้นท้ายเธอลงเพื่อตอบรับความนุ่มลึก ม่านตะวันซุกใบหน้ากับฟูกเตียงกรีดร้องระบายความเสียวซ่านภายใน
“คุณยศ…”
เธอเรียกชื่อเขาเสียงแผ่ว ร่างกายสั่นระริกไปทั้งร่าง
ใบหน้าคมคายของชายหนุ่มโน้มเข้ามาใกล้ เขาฝังปลายจมูกลงบนผิวกายหอมอ่อนละมุน ลมหายใจร้อนจัดเป่ารดต้นคอ
เสียงครางผะแผ่วของม่านตะวันหลุดลอดจากลำคออย่างห้ามไม่อยู่ ทุกเสียงที่เธอเปล่งออกมาปลุกเร้าไฟปรารถนาในกายยศชัยให้โหมแรง
ยศชัยขยับสะโพกเข้าใส่อย่างไม่ปรานีตามที่เขาบอก ความเนิบช้าในจังหวะแรกค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นหนักหน่วงขึ้น
ฝ่ามือหนาลูบไล้ไปตามส่วนเว้าส่วนโค้งของร่างกายเธอด้วยความหลงใหล
ท่อนแขนแข็งแรงโอบกระชับเรือนกายบอบบางจากทางด้านหลัง เขาขยับกระแทกเอวสอบเข้าออกอยู่แบบนั้น
อ๊ะ ๆ ๆ
ยศชัยเคลื่อนไหวอย่างรุนแรง ก่อนจะซุกหน้าลงบนลำคอระหงสูดดมกลิ่นกายของเธออย่างคนหื่นกระหายไม่รู้จักพอ
ทุกลมหายใจที่เขาเป่ารดลงมาบนผิวกายมันร้อนผ่าวเสียจนร่างกายของม่านตะวันแทบจะหลอมละลายในคราเดียว
เสียงครางต่ำพร่าแทรกมากับจังหวะสุดท้ายของแรงรัก ไม่นานนัก…ยศชัยก็โอบรัดร่างเธอไว้แน่น ก่อนจะปลดปล่อยหยาดน้ำร้อนระอุเข้าสู่กายเธอทุกหยาดหยด
แทนที่ทุกอย่างจะจบลง เขาพลิกร่างเธอขึ้นมาเผชิญหน้า แววตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องและมุมปากหยักก็ยกหยัน
“คะ…คุณยศจะทำอะไรคะ” เสียงของเธอสั่นพร่าเหมือนไม่มั่นใจกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น
“เธอรู้…” เขากระซิบใกล้เนินอกอวบอิ่มของเธอ
“ฉันมันตะกละตะกลาม ยิ่งเจออะไรฟิต ๆ แบบนี้...”
ริมฝีปากเขาคลอเคลียปทุมถันที่ชูช่อหยอกเย้าให้เข้าหา
“…ฉันก็ยิ่งอยากเอาเธอมากขึ้นเท่านั้น”
เขาใช้ปากหยักครอบครองมันและใช้ปลายลิ้นสากตวัดออกมาละเลงระรัว
ม่านตะวันแอ่นกายรับความเสียวซ่านจากปลายลิ้นร้าย เธอกัดปากกลั้นใจจนได้กลิ่นคาวเลือด เธอไม่รู้ว่านี่ความต้องการของตัวเอง…หรือของเขากันแน่
“ม่าน...ทำให้คุณยศพอใจหรือเปล่าคะ” เสียงของม่านตะวันสั่นไหวเล็กน้อย
เธอกล้าถามออกไปทั้งที่ตอนนี้เขาครอบครองเรือนกายอย่างแนบแน่น ความอึดอัดและปวดแสบตรงจุดนั้นไม่ได้ทำให้ม่านตะวันตื่นกลัว
ยศชัยไม่ตอบ แต่ใบหน้าที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อเหยียดยิ้มให้เธอ และแววตาของเขาสาดความพึงพอใจออกมา
มันพิสูจน์ได้เลยว่าการห่างหายจากการร่วมรักกันไปนานปี ม่านตะวันก็ยังคงเป็นผู้หญิงที่จะไม่ทำให้ใครต้องผิดหวังในตัวเธอ
“แค่นอนเฉย ๆ มีความดีความชอบอะไร?” ยศชัยจงใจพูดแบบนั้น แต่ฝ่ามือยังคงฟอนเฟ้นบั้นท้ายอวบอัดไม่ยอมปล่อย
คำพูดนั้นไม่ได้ตอกย้ำเพียงแค่กาย แต่แตะลึกเข้าไปถึงหัวใจของเธอ
ม่านตะวันเม้มริมฝีปาก เธอใช้ดวงตาออดอ้อนหวานฉ่ำจนยศชัยต้องเบือนหน้าหนี
ไม่ใช่เพราะรังเกียจ แต่เพราะไม่อยากจะเผลอรู้สึกอะไรไปมากกว่านี้
“แล้วถ้าแบบนี้ล่ะคะ…” ม่านตะวันเอ่ยออกมาคล้ายประหม่า แต่ตัวเองกลับพลิกตัวขึ้นมาคร่อมเขาด้วยท่าทางมั่นใจ
ผมยาวนุ่มสลวยปล่อยปรกลาดลงมาปิดเนินอกอวบอิ่มคู่สวย เงาสะท้อนของผิวกายเนียนละเอียดกำลังล้อเล่นอยู่กับแสงสลัวภายในห้อง
ทรวดทรงรูปนาฬิกาทรายชัดเจนทุกส่วน และแน่นอนว่าเธอสามารถสะกดสายตาเขาให้จับจ้องอย่างไม่อาจละได้
“แบบไหน?” ยศชัยยกมือขึ้นลูบไล้ไปตามเอวคอดช้า ๆ แล้วยิ้มราวกับผู้ที่อยู่เหนือกว่า
แต่ยศชัยกลับลืมไปสนิทว่าตอนนี้คนที่อยู่ล่างกว่าเธอคือเขา!
“แบบไหนก็ได้ที่คุณยศจะพอใจค่ะ” เธอสอดมือมาประสานไว้บนต้นคอเขาและก้มลงจูบ
จุมพิตนุ่มนวลเชิญชวนให้ยศชัยตกลงไปในห้วงของความรู้สึก เสียงหอบกระชั้นจากลำคอหนาบ่งบอกว่าความต้องการของเขากำลังจะแตกปะทุอีกรอบแล้ว!
แต่ในช่วงเวลาที่มันจะแตะจุดสูงสุด ม่านตะวันก็ผละตัวเองออกห่างเขาอย่างมีชั้นเชิง
“แต่คุณยศต้องรับปากว่าช่วยม่านนะคะ…” เธอเผยด้านร้ายของตัวเองออกมาแล้ว
แต่ยศชัยกลับไม่รู้สึกโกรธ ไม่ถือสาเลยด้วยซ้ำ มีเพียงความอยากรู้ว่า...ม่านตะวันจะทำอะไรกับเขาต่อจากนี้!
“วิธีการเอาตัวเข้าแลก…มันไม่ซ้ำซากไปหน่อยเหรอ?”
เขาไล้ปลายนิ้วกับความงามคู่ตรงหน้า และเอ่ยถามเสียงแหบพร่า
“แล้วคุณยศคิดว่ามันได้ผลไหมคะ…”
ไม่เพียงแค่น้ำเสียงออดอ้อนเจือแววท้าทาย แต่แววตาที่มองเขาก็เต็มไปด้วยความมั่นใจในสิ่งที่กำลังทำ
“ฉันจะช่วย ก็ต่อเมื่อเธอทำให้ฉันพอใจ…”
รอยจูบสีกุหลาบที่เขาทิ้งไว้ตามเนินอก กลายเป็นเครื่องเตือนใจว่าต่อให้ยังไงเธอก็เป็นของเขา!
“ม่านจะทำให้คุณยศพอใจ…ขอแค่คุณยศรับปากว่าจะช่วยคุณลุง”
มือบางกรีดลูบลงหน้าอกแกร่งขณะโน้มตัวลง เธอเอาเรือนร่างอ่อนนุ่มเข้ากับเขาอย่างแนบสนิท
“อื้อ คะ คุณยศ!”
“อืม…”
ม่านตะวันกลืนกินเขาทีเดียวจนสุดความยาว เธอฉีกขาที่นั่งคร่อมก่อนจะขยับเอวตามแรงเคลื่อนไปด้านหน้าและด้านหลังแบบระรัว
แรงกระเพื่อมแทรกซึมผ่านเนื้ออ่อนด้านใน ผนังนุ่มนวลของเธอกระชับรับกับเขาในทุกจังหวะที่สาดใส่
แต่มากกว่าความร้อนแรง คือหัวใจของยศชัยกำลังเต้นตามจังหวะการเคลื่อนไหวของเธอในทุกวินาที
“ม่านไม่เชื่อว่าคุณยศจะลืมม่านลง…”
ม่านตะวันโน้มตัวจนอกอวบอิ่มเบียดชิดกับอกแกร่ง และใช้กลีบปากนุ่มของเธองับลงที่ริมฝีปากล่างของเขา
เธอจงใจแหย่และท้าทาย...ยศชัยหลับตากลั้นหายใจชั่ววูบ เขาพยายามจะไม่รู้สึก แต่ก็รู้สึกอยู่ดี
และไม่ว่าจะพยายามใจแข็งเพียงไร เขาก็ต้องยอมรับมันในที่สุด
เออ! เขาลืมเธอไม่ลง!
ตอนพิเศษ 2 คือลมหายใจเดียวกันเสียงฝีเท้าของพี่เลี้ยงเด็กที่พาม่านระรินเดินห่างออกไป จากนั้นไฟในห้องนอนก็ปิดลงทีละดวงจนเหลือเพียงแสงไฟสีวอร์มส้มจากโคมตั้งพื้นม่านตะวันยืนอยู่ริมระเบียงปล่อยให้ลมเย็นปะทะใบหน้า เสียงประตูห้องนอนเปิดออกช้า ๆ เธอไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าใครเดินเข้ามา“มายืนคิดอะไรอยู่คนเดียว” เสียงทุ้มต่ำของยศชัยกระซิบข้างหลัง ก่อนที่แขนแกร่งจะโอบเอวเธอไว้“คิดว่าจะไปเอาลูกกลับมานอนด้วยกันดีไหม” ม่านตะวันพูดเบา ๆ ด้วยน้ำเสียงหยอกเย้ายศชัยหัวเราะเบา ๆ ใกล้ซอกคอเธอ ก่อนจะสอดมือล้วงเข้ามาในชายเสื้อ“รบกวนนารินเปล่า ๆ เดี๋ยวพอตื่นแล้วเราก็ไม่ได้นอนกันพอดี” “งั้นพี่ยศก็รีบหน่อยสิคะ…”“ม่านก็รู้ว่าพี่นาน…”คำว่านานของเขาทำเอาร่างกายเธอร้อนวูบก่อนที่เรียวปากจะถูกเข้าครอบครองไปท่อนขาเรียวข้างหนึ่งถูกจับแยกออก เธอใช้สองมือยันกับขอบหน้าต่างที่ยังไม่ได้ถูกปิดดีเลยด้วยซ้ำ“พะ พี่ยศ” มือหนาลากไปตามชุดนอนผ้าซาตินสีไข่มุกบางเบา สายเดรสบางเฉียบก็ร่นลงในมือของเขาโดยแทบไม่ต้องใช้แรงผิวเนื้อเนียนนุ่มเผยให้เห็นใต้แสงสลัว ยศชัยมองเธอราวกับไม่ใช่แค่ภรรยา แต่เป็นผู้หญิงที่เขาโหยหาจนแทบลืมหาย
ตอนพิเศษ 1 เคลียร์ใจบรรยากาศในบ้านม่านตะวันเต็มไปด้วยความคึกคัก วันนั้นทั้งครอบครัวและเพื่อนฝูงมารวมตัวกันตามปกติ แต่ที่ไม่ปกติก็เห็นจะมียศชัยที่ดูจะตื่นเต้นมากกว่าใครเป็นพิเศษ“ยศดูมีเรื่องอะไรไหมลูก” คุณมาลินีเห็นลูกชายผุดลุกผุดนั่งอยู่หลายรอบก็ถามขึ้น“ก็นิดหน่อยครับ” ยศชัยตอบเสียงเรียบและมองไปยังภรรยาที่เอวข้างหนึ่งของเธออุ้มเหน็บลูกสาวไว้ วงล้อมตรงนั้นก็มีเพื่อนสนิทของเรา“เรื่องอะไรเหรอยศ” คุณมาลินีถามขึ้นเพราะอยากรู้ “บอกไม่ได้ครับม่านไม่ให้บอก” ยศชัยกระซิบตอบกลับทำเอาคุณมาลินีหัวเราะจนเรียกความสนใจจากแขกในงานได้“เอา ๆ ไม่บอกก็ไม่บอก อืมยศ…เห็นเมื่อเช้า…”พอน้ำเสียงของมารดาจริงจังขึ้น ยศชัยก็จริงจังตาม“เรื่องคดีความคงต้องดำเนินต่อไป เพราะผมมอบอำนาจให้ทนายจัดการหมดแล้ว คุณแม่เราจะปล่อยให้คนที่ทำผิดไม่เรียนรู้ความผิดตัวเองไม่ได้ ผมทำธุรกิจไม่ได้เป็นนักบุญที่จะแค่ขอโทษแล้วจบ”“แม่เองก็ตัดหางปล่อยวัดแล้วยศ…” ตัดหางปล่อยวัดคุณมาลินีก็คงพูดไปแบบนั้นแหละ ส่วนเรื่องจริงคนเป็นแม่มีหรือจะตัดลูกได้มลดาและมาลีวันไปสร้างเรื่องสร้างราวใหญ่โตให้คนเป็นแม่ของเธอต้องตามล้างตามเช็ดตั้งแต่สา
บทส่งท้ายท่ามกลางเสียงเจี๊ยวจ๊าวของพวกเด็ก ๆ ภายในบ้านเนตรวรชัยช่างวุ่นวายและพาให้เจ้าของบ้านอย่างยศชัยปวดหัวจริง ๆ หลังจากพูดคุยกับม่านตะวันที่ห้องนอนด้านบน สรุปแล้วก็ไม่ได้อะไรเลย จนถึงตอนนี้เขาก็ยังคงคอตกเพราะหาเวลาพูดคุยกับเธอไม่ได้“ไอ้ธรรมมึงไปเอาไอ้ธรรศออกมาหน่อยจะสิงเมียกูอยู่แล้ว” เขาพูดเสียงต่ำระหว่างที่พยายามข่มความหงุดหงิดเอาไว้“ปกติมันก็อ้อนหาของกิน เดี๋ยวอิ่มก็เลิกเอง” ธรรมตอบเพื่อนสนิทและยกแก้วในมือขึ้นจิบ“สิงมาจะชั่วโมงแล้ว ที่บ้านมึงไม่ได้ซื้อขนมให้ลูกมึงกินเหรอ?”“ซื้อ แต่ของบ้านมึงมันอร่อยฉิบหายไงไอ้ธรรศมันถึงได้อ้อนเมียมึงจะกินขนมไม่หยุด”“ดูน้อง ๆ ดิ๊ไปรวมกลุ่มกันตรงนู้น นี่เสนอหน้านั่งปั้นจิ้มปั้นเจ๋อไม่เลิก กูจะง้อเมียเสร็จไหมวันนี้!” ยศชัยกัดฟันพูดกระซิบกับเพื่อนที่กำลังล้อมวงดื่มกันเล็กน้อย“เอาน่า รอเวลาก่อนเดี๋ยวพอธรรศมันแยกตัวปุ๊บมึงก็แทรกปั๊บเลยไง” นนทภพพูดด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะและมองหน้ากับธรรมก่อนจะยักคิ้วให้เพื่อนทั้งสองคนมองยศชัยที่ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดคีปลุกที่ทรงสร้างไว้ไม่ไหวตลอดระยะเวลาปีกว่าที่เพียรพยายามง้อเมียก็ไม่สำเร็จง่าย ๆ เรียกว่าความห
บทที่ 29 วันใหม่ในฐานะพ่อแม่ที่ร่วมกันเลี้ยงดูลูกน้อยด้วยกัน เวลาเหมือนผ่านไปในพริบตาและแล้ววันนี้เด็กหญิงม่านระริน เจ้าหนูนาริน ของเราก็เติบโตขึ้นจนครบหนึ่งขวบเต็มแม้งานเลี้ยงวันเกิดเล็ก ๆ จะผ่านพ้นไปแล้ว แต่บรรยากาศแห่งความสุขในวันนั้นยังคงอบอวลโดยเฉพาะในหัวใจของม่านตะวัน...คนเป็นแม่ที่เผลอยิ้มทุกครั้งเมื่อนึกย้อนถึงวันนั้นเสียงเล็ก ๆ ดังแว่วมาจากด้านหลัง ทำให้ม่านตะวันที่ยืนเหม่อมองภาพถ่ายบนผนังภายในห้องนอนของเขาต้องละสายตาแล้วหันกลับมาในทันที“ฉันเอาเสื้อมาเก็บค่ะ” คำพูดนั้นหลุดออกมาอย่างรีบร้อน แม้เจ้าของห้องจะไม่ได้ถามอะไรเลยก็ตามราวกับว่าเธอกลัวจะถูกเข้าใจผิด เพียงเพราะแค่การย่างเท้าเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวพ่อของลูกใบหน้าของม่านตะวันยังคงเรียบนิ่ง แต่ยศชัยมองเห็นความวูบไหวบางอย่างซ่อนอยู่ในดวงตาคู่นั้น และเขายังไม่ทันได้เอ่ยอะไร ลูกสาวตัวน้อยก็ขัดจังหวะพอดีอย่างน่าเหลือเชื่อ“แม๊! นมมมม!”“แม๊จ๋าาา”เสียงยานคางแหลมสูงเอ่ยเรียกอย่างตื่นเต้นเท่านั้นยังไม่พอ เจ้าตัวเล็กกางแขนทั้งสองข้างออกกว้าง ใบหน้ากลมแก้มเป็นก้อนนั้นยิ้มกว้างจนตาเป็นสระอิน้ำลายใส ๆ ยืดเป็นสายอยู่ที่มุมปากอ
บทที่ 28 ยาแรงม่านตะวันสะดุ้งตื่นกลางดึกด้วยอาการเจ็บแปลบที่แล่นขึ้นมาจากท้องล่างจนถึงกลางลำตัว เธอกุมหน้าท้องเพราะอาการจุกเสียดที่ตีตื้นขึ้นมาดวงตากลมหลุบต่ำ เหงื่อก็ซึมออกตามไรผม แม้แอร์ในห้องพักฟื้นจะเย็นเฉียบก็ตาม“อื้อ…” เสียงครางแผ่วเบาหลุดออกจากลำคอ แต่ก็เพียงพอให้ร่างสูงที่นอนอยู่บนโซฟาตรงมุมห้อง พุ่งมาถึงข้างเตียงในชั่วพริบตา“เจ็บท้องเหรอ?” ยศชัยกดเปิดไฟห้องจนสว่างพรึ่บ ก่อนจะกดออดเรียกพยาบาลอย่างไม่ลังเลมืออีกข้างรีบต่อสายหาศิวเมษหมอเจ้าของไข้โดยตรงช่วงพักหลังยศชัยคุยกับศิวเมษมากกว่าที่ม่านตะวันคุยกับคนเป็นหมอเสียอีก“ม่านเจ็บท้องน่าจะคลอดคืนนี้ รีบมาหน่อย!” และยศชัยก็กดวางสายไปม่านตะวันหลับตาและส่งเสียงความทรมานออกมา เธอไม่ได้สนใจว่าใครคุยกับใคร ไม่สนเสียงออดที่กดไป หรือแม้แต่แสงไฟสว่างพรึ่บทั่วห้องตอนนี้มีเพียงความเจ็บที่ลามไปทั้งร่าง เธอไม่รู้จะอธิบายมันยังไงดียศชัยรีบเข้ามานั่งข้างเตียง มือของเขาประคองใบหน้าซีดเซียวของเธอไว้ ก่อนจะลูบเส้นผมที่เปียกชื้นไปด้วยเหงื่ออย่างอ่อนโยน“ม่าน...ไม่เป็นไร เดี๋ยวหมอก็มาแล้ว” เขากระซิบชิดใบหูและพยายามพูดให้เป็นปกติที่สุด“มะ..
บทที่ 27 พิสูจน์ตัวเองหลังจากวันนั้นยศชัยก็มาเยี่ยมม่านตะวันที่โรงพยาบาล เขาตกลงกับเธอว่าจะมาในช่วงเวลาที่ม่านตะวันอนุญาตแต่พอเอาเข้าจริง ๆ ยศชัยกลับย้ายสำมะโนครัวมาฝังตัวอยู่ที่นี่ไม่ยอมไปไหนม่านตะวันเหนื่อยทั้งกายและใจ แต่สิ่งที่น่าแปลกคือการมีอยู่ของเขามันไม่ได้น่ารำคาญหรือทำให้ทุกอย่างแย่ลง ครึ่งหนึ่งของความรู้สึกเธอนั้นคือความอุ่นใจชีวิตของม่านตะวันไม่ได้มีคนรักเธอมากมาย เธอสูญเสียบิดาไปแล้ว และถึงแม้จะมีครอบครัว แต่ก็ห่างเหินเกินกว่าจะบอกให้คนที่บ้านมาดูแล คิดยังไงก็ยังนึกภาพไม่ออก ถ้าจะให้นึกได้ก็คงมีแต่คำถามและสุดท้ายก็คงเป็นการด่าทอที่หลั่งไหลมาไม่จบไม่สิ้น หากจะมีใครที่เธอรู้สึกถึงความรักได้จริง ๆ ก็คงมีแค่...คุณมาลินีแม่ของยศชัย ท่านมาเยี่ยมเธอแทบทุกวัน ไม่แพ้ลูกชายของตัวเองท่านรู้เรื่องแล้วก็ไม่ได้ตำหนิอะไรเธอ และหากจะตำหนิก็มีเพียงยศชัยเท่านั้นที่โดนอยู่คนเดียวคุณมาลินียังเป็นคนที่เข้าใจเธอ มีความเอ็นดู ความเอื้ออาทร ให้กับม่านตะวันเหมือนอย่างเคยทั้งยังเผื่อแผ่มาถึงลูกของเธอด้วย และนี่คงเป็นสิ่งที่ทำให้ม่านตะวันน้ำท่วมปากไล่ยศชัยออกไปไม่ลงส่วนตัวยศชัยเองก็อยู่ที
บทที่ 6 คนที่ร้าย“ยี่สิบล้าน?” ยศชัยถามออกไปเหมือนว่าเขายังคงไม่ตื่นดี“ครับ ยี่สิบล้านครับ” เสียงสุภาพดังมาจากหนึ่งผู้เป็นเลขาคนสนิทของชายหนุ่มท่ามกลางความเงียบของห้องทำงาน เจ้านายที่เพิ่งลุกจากเตียงไม่ถึงครึ่งชั่วโมงดี ผมเผ้ากระเซอะกระเซิง ขอบตาดำคล้ำบ่งบอกว่าเมื่อคืนคงแทบจะไม่ได้พักผ่อนเลยเมื
บทที่ 4 คนที่ดีม่านตะวันไม่คิดว่าหลังจากที่เธอพูดประชดประชันแหย่ประสาทเขาเล็กน้อยออกไปแล้ว ปฏิกิริยาของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีจากที่ควรโมโหจนฟาดงวงฟาดงาเหมือนอย่างที่เคยทำ ยศชัยกลับทำสิ่งแปลกใหม่นั่นคือยกยิ้มคล้ายว่ารู้ทันเธอเพียงเท่านั้น ก่อนที่ร่างสูงของเขาจะก้าวเข้ามาประชิดตัวจนเรียกว่าแนบชิด
บทที่ 3 ทักทายเสียงอึกทึกครึกโครมดังมาจากในบ้าน ทั้งเสียงเพลง เสียงคนกระโดดน้ำ เสียงหัวเราะและกรีดร้องของคนจำนวนมากเสียงมันปะปนกันจนแทบแยกไม่ออกว่าเป็นเสียงของผู้หญิงหรือผู้ชายวันนี้คงเป็นงานเลี้ยงสังสรรค์ประจำของเจ้าของบ้าน เพราะมีรถยนต์จอดเรียงรายเต็มสองฝั่งถนนหน้าบ้านจนรถตู้คันหนึ่งที่แล่นเข้
บทที่ 2 ไม่ไหวแล้ว NCบทรักเร่าร้อนบรรเลงไปอย่างต่อเนื่องจนม่านตะวันไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ เพราะนอกจากเส้นผมตัวเอง ผ้าปูที่นอน และใบหน้าของเขาแล้ว เธอก็เหมือนว่าจะไม่เห็นสิ่งอื่นใดภายในห้องนอนนี้อีก“ม่าน…อึก ทนไม่ไหวแล้ว” “ทนไม่ไหวก็แตกสิ…”ตอนแรกม่านตะวันยังไม่เข้าใจนักว่าเกิดอะไรขึ้นกับร







