LOGIN"อื้อ~"
เหมยคราง กอดก่ายร่างใหญ่เอาไว้แนบแน่น จูบตอบฟาดลิ้นอย่างไม่ยอม ดูดเม้มริมฝีปากตามด้วยเรียวลิ้นร้อนที่มันซุกซนเสียจนคนเมาเริ่มหัวหมุน ทว่าสุดท้ายก็สามารถสยบมันได้ด้วยการเกี่ยวลิ้นรัดไว้
กลืนความหอมหวานจากฝันด้วยความเร่าร้อน ไม่บ่อยนักที่จะฝันว่าถูกประธานหนุ่มรุกคลอเคลียหนักขนาดนี้ สัมผัสร้อนร่า ความรู้สึกแปลบปลาบจากการดูดเม้ม ลมหายใจหอบกระชั้นใกล้ขนาดนี้ มันมักไม่มีมาบ่อย
ส่วนใหญ่จะเป็นการหยอกด้วยคำพูดนิ่งๆ ซึ่งมีเส้นบางๆ ระหว่างความจริงกับฝันอยากให้เป็นจริงกั้นไว้ จังหวะการรุก จังหวะการสัมผัส ทุกอย่างไม่เคยเกิดขึ้นในความฝันมาก่อน
"อ๊า!"
แสงสลัวสาดกระทบซีกหน้าคมคายยามเขาผละขึ้นมามองหน้ากัน สายตาที่มันเต็มไปด้วยแรงปรารถนา มันแทบแผดเผาร่างปวกเปียกให้กลายเป็นจุณ
ริมฝีปากครอบครองยอดถันสีหวานหลังจากการถลกดึงเนื้อผ้าลงมาใต้ราวนม แผ่นแปะจุกถูกกระชากเบาๆ โยนทิ้ง ลากลิ้นละเลงปาดเม็ดทับทิมจนแข็งชัน ดูดเบาๆ สลับมือบีบเคล้นก้อนเนื้ออิ่มอีกข้างไม่ให้น้อยหน้า ลมหายใจที่ถูกพ่นออกมามันร้อนจนผิวสาวสะท้านราวกับถูกเปลวไฟลนเผา
เหมยนอนรับสัมผัสวาบหวามและความรู้สึกซ่านเสียวอย่างไม่อิดออด ตอบรับด้วยการผลิตน้ำหวานออกมาชโลมกลีบดอกไม้จนชุ่มฉ่ำ สติเลือนรางสะลึมสะลือกึ่งหลับกึ่งตื่น แต่ทว่าความรู้สึกดีปนเจ็บจุกน้ำตาเล็ดก็ยังเป็นสิ่งที่รับรู้อยู่เนืองๆ เหมือนกัน
ไม่ว่าจะถูกยกอุ้มวางท่าไหนก็ไม่อิดออดแม้แต่น้อย ทั้งพาดทั้งเกี่ยวและแอ่นรับราวกับกลัวฝันนั้นมันจะหายไปหากว่าเผลอตัวตามใจตน
เสียงหอบหนักๆ ข้างหู และลมหายใจผ่าวร้อนยังคงดังก้องในหู ก่อนเสียงวิ้งคล้ายสัญญาณขาดหายจะฉุดสติปลุกรั้งให้ตื่นขึ้นมาท่ามกลางไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศที่ยังคงทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพตามดาวโรงแรมที่ตราอยู่บนชื่อ
"เฮ้อ..." สิ่งแรกที่เสียดายคือฝันหวานที่มันถูกขาดตอนจนหายวับไปกับตา สัมผัสต่อมาคือความปวดร้าวตามร่างกาย โดยเฉพาะจุดอ่อนไหวกลางกายที่มันแสนปวดราวกับถูกตอกตรึงไว้ด้วยตะปูลำใหญ่เท่าซุงค้างไว้
ขาสั่น สั่นจนขยับยกทีก็เล่นเอาใจหวิววาบหล่นเป็นว่าเล่น กลิ่นหอมคุ้นจมูก และอุณหภูมิร่างกายที่มันสูงผิดปกติทำให้เหมยได้แต่นอนนิ่งกะพริบตามองเพดานหลุมโรงแรมอยู่อย่างนั้น
จำได้ทุกอย่างตั้งแต่เริ่มเครื่องดื่มน่าลิ้มลองแก้วแรกหลังเจ้านายหนุ่มกลับไปแล้ว ตามมาด้วยแก้วที่สอง สาม สี่... และก็แก้วสุดท้าย ก่อนจะต้องรีบขึ้นมาเดินหาห้องพักอยู่นาน จำฝันวาบหวามแสนสยิวจั๊กจี้หัวใจคนโสดที่แอบชอบมานานได้ ฝันที่ไม่ค่อยบ่อยมากนัก
สัมผัสในฝัน เสียง จังหวะกระแทกเข้ามาจนจุกท้องน้อย ลมหายใจ และสีหน้าที่ไม่เคยเห็นมาก่อนของเขา ประธานภามผู้แสนสุภาพและนิ่งขรึม ใบหน้าที่เต็มไปด้วยอารมณ์กระสัน แววตาที่อัดแน่นไปด้วยไฟราคะ...
"ซี๊ด~ ก็แค่ฝัน จำเป็นต้องเจ็บจริงด้วยหรือไง"
เหมยนิ่วหน้าเหยเก ขยับพลิกตัวเปลี่ยนท่านอน รู้สึกจุดอ่อนไหวมันชุ่มฉ่ำจนไม่สบายตัว แต่เพราะรู้สึกหนักอึ้งไปทั้งร่างเกินกว่าจะฝืนลุกไปล้างตัวในห้องน้ำไหว จึงทำเพียงเปลี่ยนท่านอนเท่านั้น
แสงสลัวจากโคมไฟอีกฟากเตียง ตำแหน่งที่มีใครบางคนนอนอยู่ทำให้ยิ้มที่เพิ่งหายไปจากใบหน้าเพราะความรู้สึกเจ็บชะงักกึก ดวงตากลมเบิกจ้องแผ่นหลังกว้างขาวนวลตรงหน้าพลางลมหายใจก็สะดุด
หัวใจหยุดทำงานโดยฉับพลัน สวนทางกับสมองที่มันเริ่มทำงานอย่างหนัก นึกเค้นความทรงจำเลือนรางคล้ายฝันออกมา ยิ่งพยายามเค้นนึก ก็ยิ่งรู้สึกร้อนรุ่ม พร้อมกับคำพูดที่มันผุดขึ้นในหัวดังไม่หยุด
ฉิบหาย!
ทำใจกะพริบตาขับไล่ขบวนความจำ เลื่อนสายตามองตามแผ่นหลังเนียนกว้างใหญ่ และมีแต่กล้ามเนื้อแล้วกลืนน้ำลายลงคอ อยากจะแย้งว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงฝันที่เธอจินตนาการขึ้นมาเอง เขา.. กลับกรุงเทพไปก่อนตั้งหลายชั่วโมง นี่อาจเป็นผู้ชายคนไหนสักคนในงานก็ได้
และหากมันเป็นแบบนั้นก็คงจะดีกว่า ไม่อยากอึดอัดเวลาต้องเจอหน้ากัน ไม่อยากเสียงานเพียงเพราะความผิดพลาดชั่วค่ำคืน แต่ทว่า.. ความจริงก็ตอกหน้าจนแทบปลอบใจตัวเองไม่ไหว
มือสั่นเทายื่นจับชายผ้าห่มค้างไว้ ในขณะที่ดวงตากลมสั่นระริกเลื่อนมองตามรอยสักไม้กางเขนครึ่งซีกกลางบั้นเอวซ้าย รอยสักไม้กางเขนที่ไม่สมบูรณ์ และเป็นลายเดียวกับที่เคยเห็นเมื่อหลายปีก่อน
มันเป็นหลักฐานว่าฝันที่คิดมาตลอด ไม่ใช่แค่ฝัน แต่คือความจริง ความจริงที่ว่าเธอ... เพิ่งจะนอนกับเจ้านายที่มีศักดิ์เป็นเพื่อนสนิทของรุ่นพี่สายรหัส แถมยังเป็นคนที่แอบชอบมานาน และยังคอยบอกตัวเองซ้ำๆ ว่าห้ามรักอีกต่างหาก
"บ้าไปแล้ว" บ้าจริงนั่นแหละ และคงจะบ้าได้มากกว่านี้หากว่าเขาตื่นมาโดยที่เธอยังอยู่บนเตียงนี้
เหมยสลัดทุกอย่างทุกความคิดทิ้งอย่างรวดเร็ว ไม่สงสัยว่าทำไมท่านประธานของเธอถึงได้มาอยู่ตรงนี้ได้ทั้งที่เขากลับกรุงเทพไปก่อนแล้ว ไม่สงสัยว่าเหตุใดห้องนี้ถึงมีคีย์การ์ดสองใบ มีคนพักสองคน และเขาเมาหรือเปล่า
แต่จากสภาพห้องที่เละ... กลิ่นเหล้าหึ่งจนเหมือนเราอาบกันมาหลายชั่วโมง เหมยจึงคิดไปเองว่าเขาก็คงจะเมาเหมือนกัน เมาจนเผลอโบ๊ะบ๊ะกันโดยไม่ตั้งใจ
"ฝันจริงเจ็บจริงทำไมซวยอย่างนี้เนี่ยเหมย"
บ่นไปก็ก้มเก็บเสื้อผ้ากระจัดกระจายตามพื้นอย่างทุลักทุเลไป ตั้งแต่หน้าประตูยันปลายเตียง แล้วเธอก็ดันจำได้ว่าตัวเองเป็นคนถอดด้วยเนี่ยสิ
เวรกรรม! ขออย่าให้เขาจำได้เลย จะผู้หญิงคนไหนก็ได้สักคน แต่อย่าจำได้ว่าเป็นเธอก็แล้วกัน
จากสภาพที่หลับเป็นตายแล้ว คาดว่าเขาคงจะเมามากเหมือนกัน บ่นขนาดนี้ยังไม่ตื่น ขาอ่อนล้มพึ่บพับเป็นว่าเล่นยังไม่กระตุ้นให้ตื่นได้
...แต่จะให้ดี หรือจะทิ้งเงินไว้สักเล็กน้อยทำเหมือนซื้อบริการเขาดี เพื่อความชัวร์ว่าจะไม่ถูกจับได้
คิดแล้วก็เดินกลับมาพร้อมกับล้วงหาเงินในกระเป๋าคลัชใบสวย แต่เวรกรรมก็ยังคงทำงานอย่างต่อเนื่องไม่เว้นแม้แต่ช่วงเวลาเร่งด่วน ธนบัตรที่ล้วงออกมาได้มีเพียงธนบัตรสีเทาสามใบกับสีม่วงหนึ่งใบเท่านั้น
ค่าตัวสามพันจะดูน่าเกลียดไปหรือเปล่า?
"...ช่างเถอะๆ วางๆ ไปก่อน อย่าจำได้เลยนะคะท่านประธาน เหมยยังไม่อยากหางานใหม่ตอนนี้"
ยกมือสาธุไหว้วอนเทวดาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก่อนจะหมุนตัวเดินถ่างขาออกจากห้อง
จำไม่ได้หรอกว่าเมื่อคืนเราผ่านมันไปด้วยกันกี่ชั่วโมง ขนาดลูกชายท่านประธานใหญ่ไซซ์ไหน จำได้แค่ความรู้สึกที่มันเจ็บจุกเท่านั้น และคงไม่น่าแปลกที่มันจะทำให้เธอเดินขาถ่างอย่างตอนนี้ได้
ระดับประธานภามคงต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ
เวลาผ่านไปเร็วราวกับโกหก อีกเพียงไม่เท่าไหร่ก็จะได้เห็นหน้าเด็กแฝดที่ตอนนี้ถูกเข็นเข้าไปในห้องคลอดพร้อมกับแม่ในช่วงเวลาบ่ายสามโมงเย็นโดยมีคุณปู่คุณย่าและน้าชายมายืนรอให้กำลังใจอยู่หน้าห้องแล้วเสียงฝีเท้าหนักวิ่งเข้ามาใกล้ดึงความสนใจจากคนหน้าห้องคลอดให้หันมองตาม ใบหน้าแตกตื่นไม่รู้ว่าเพราะตื่นเต้นหรือกังวลกันแน่ ทว่าตอนนี้มันซีดเผือดผมเซ็ตทรงยุ่งเล็กน้อยไม่เหลือเค้าท่านประธานบริษัทใหญ่เลยสักนิด"เป็นยังไงบ้างครับ เหมยออกมาหรือยัง" เสียงหอบเอ่ยถามผู้ให้กำเนิด หัวใจแกร่งใต้แผงอกหนายังคงกระหน่ำเต้นแรง ทั้งเป็นห่วงและกังวลจนมือไม้สั่น ไม่สามารถหยุดจินตนาการได้เลยว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นกับภรรยาสาวและลูกๆ บ้าง"ยังไม่ออกมาเลย แต่ถึงมือหมอแล้วไม่ต้องห่วงหรอก" แม้คนพูดจะบอกว่าไม่ต้องห่วง แต่มันก็อดจะห่วงไม่ได้จริงๆ ข่าวการคลอดบุตรเสียชีวิตมีให้เห็นแทบทุกวันแม้จะถึงมือหมอแล้ว แต่ก็พยายามปลอบใจตัวเองไม่ให้คิดร้าย ทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดีภามสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วเดินมาหยุดหน้าห้องคลอด จ้องมองเข้าไปในห้องผ่านกระจกบานเล็กที่ไม่สามารถมองเห็นอะไรได้ แต่ก็ยังดีกว่ามองอะไรไม่เห็นเลยเวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง
"ฮึก.. ฮือ.. ฉันอยากกอดแกนะแต่กลัวติดหลาน ได้ยังไงกันฉันแต่งก่อนตั้งนานไม่เห็นติดสักทีแกยังไม่ทันเข้าหอเลยด้วยซ้ำแต่ได้ไปก่อนแล้ว หรือพี่เอริกส์ไม่มีน้ำยากันแน่เนี่ยเทียนชักจะเริ่มไม่แน่ใจแล้วนะ"ท่ามกลางบรรยากาศงานแต่งงานที่เต็มไปด้วยความยินดีของแขกเหรื่อที่มาร่วมงาน ก็ยังมีเสียงร้องห่มร้องไห้เรียกเสียงหัวเราะจากเพื่อนสนิทเนี่ยแหละเทียนหอมปัดน้ำตาออกจากแก้มและดวงตาสวยสะอึกสะอื้นจนสามีหนุ่มต้องกุมขมับปลงตก สาวสวยอยู่ในชุดเพื่อนเจ้าสาวสีฟ้าอ่อนยืนข้างเจ้าสาวและเจ้าบ่าวที่กำลังยืนถ่ายรูปด้วยกันอยู่หน้าซุ้มที่ถูกจัดแต่งตามธีมงานสวยงามให้อารมณ์เหมือนงานแต่งในนิทานเจ้าหญิงริมหาดรีสอร์ตที่เจ้าบ่าวเป็นเจ้าของเองรีสอร์ตหรูเปิดประเดิมด้วยงานแต่งงานของเจ้าของรีสอร์ตพ่วงตำแหน่งประธานบริหารบริษัทการเงินยักษ์ แขกเหรื่อที่มาร่วมงานก็มีทั้งญาติทางฝั่งบ่าวสาวและเพื่อนสนิท รวมถึงเพื่อนร่วมสถาบันที่ค่อนข้างสนิทกัน และยังมีคู่ค้าธุรกิจของประธานใหญ่ที่มาร่วมยินดีด้วยช่วงเวลาบ่ายของวันค่อนข้างร้อนแต่ยังดีที่มีร่มเงาของไม้ใหญ่คอยให้ความร่มรื่น ลมทะเลพัดผ่านตลอดเวลาเลยช่วยคลายร้อนไปได้บ้าง"พอเถอะน่าอายค
เหมยเดินกำที่ตรวจครรภ์ในมือออกมาจากห้องน้ำ หัวใจดวงน้อยกระหน่ำเต้นด้วยท่วงจังหวะไม่คงที่ ช้อนตาขึ้นมองคนที่นั่งรออยู่บนเตียงใบหน้านิ่งขรึมทว่าแรงสั่นน้อยๆ จากปลายเท้าส่งขึ้นมากลับบอกอาการเจ้าของได้เป็นอย่างดีว่ากำลังตื่นเต้นแค่ไหนมื้ออาหารวันนี้แทบกลืนไม่ลงเพราะกำลังตกอยู่ในภวังค์ความคิดของใครของมัน สัมผัสได้ว่าภามมักจะเงยหน้าขึ้นมองแฟนสาวตลอดเวลา บ้างก็เหม่อแววตาครุ่นคิดจวบกระทั่งกลับมาถึงบ้านในเวลาหนึ่งทุ่มเหมยเข้าห้องน้ำไปเขาก็เอาแต่นั่งรออย่างใจจดใจจ่อ"เป็นยังไงบ้าง"เสียงร้อนรนดูตื่นเต้นกว่าปกติแม้ใบหน้ายังคงนิ่งสนิท ร่างสูงลุกพรวดก้าวเข้ามาหาคนตัวเล็กเก็บอาการไม่มิด"..." เหมยไม่ตอบ แต่เลือกยื่นที่ตรวจครรภ์ในมือให้กับคนรักแทน กัดริมฝีปากอิ่มล่างแน่นไม่มีความมั่นใจเลยว่าเขาจะดีใจ หรือจะกังวลเสียใจมากกว่ากันแน่มือหนาสั่นเล็กน้อย รับแท่งตรวจพร้อมกับรวบมือเล็กมาจับเอาไว้ สัมผัสได้ว่ามือเขาเย็นมากๆ จนเธอยังสะดุ้ง"สองขีด.. ท้องเหรอ" เสียงทุ้มพึมพำกับตัวเอง แววตาหลากหลายอารมณ์เปล่งประกายความดีใจจนออกนอกหน้า มุมปากคลี่กว้างเปลี่ยนเป็นยิ้มโชว์ฟันสวยเรียงตัวครบทุกซี่เป็นยิ้มที่ทำให้
เหมยยืนมองเงาสะท้อนของตัวเองผ่านกระจกใหญ่ภายในห้องนอนของตัวเองพลางขมวดคิ้วนิ่วหน้าไม่ชอบใจกับหุ่นตัวเองเท่าไหร่ ระยะนี้รู้สึกเหมือนตัวเธอจะกินเก่งมากเป็นพิเศษ ไม่ว่าอะไรก็อยากไปหมด ตั้งแต่ของคาว หวาน ไปจนถึงน้ำหลากหลายเมนู จะดูอ้วนขึ้นก็คงไม่แปลกอะไร ทว่า เธอกลับรู้สึกเหมือนมันอ้วนลงพุงมากกว่าจะไปลงส่วนอื่นเนี่ยสิ"เป็นอะไร" เสียงทุ้มเอ่ยแทรกขึ้นมาดึงดวงตากลมให้เหลือบมองเจ้าของเสียง ก่อนจะหันกลับมาทำหน้างอกับตัวเองต่อภามเดินเข้ามายืนซ้อนหลังคนตัวเล็ก โอบกอดแฟนสาวหลวมๆ กดริมฝีปากจูบหัวไหล่มนแผ่วเบาพลางสูดกลิ่นหอมตามผิวนุ่มอย่างหลงใหล ไม่ว่าจะจับจะจูบจะดมหอมตรงไหนก็รู้สึกลุ่มหลงเหมือนถูกมนตร์เสน่ห์สะกดให้โงหัวไม่ขึ้น ยิ่งร่างอรชรดูอวบอิ่มมีน้ำมีนวลมากขึ้นก็ยิ่งรู้สึกหลงใหลเป็นเท่าทวี"หนูรู้สึกเหมือนอ้วนขึ้น" เอ่ยเสียงกระเง้ากระงอดพลางยู่ริมฝีปากอย่างน่ารัก ดวงตาสวยยังคงจดจ่อกับหุ่นเพอร์เฟคที่เริ่มออกข้างบริเวณพุงน้อยแล้วถอนหายใจ"ก็ไม่อ้วนนะ กำลังดีเลยพี่ชอบ" "จิ๊! ประเด็นมันไม่ได้อยู่ตรงนั้นนะสิคะ พี่ภามไม่สังเกตบ้างเหรอ"เหมยหมุนตัวกลับมาประจันหน้ากับคนรัก หรี่ตากดดันคนตัวโตให้คำ
"เรื่องนั้น... เป็นยังไงบ้างคะ"ภามลืมตาขึ้นมองใบหน้าที่กดลงมา มือเรียววางบนอกกว้างท่าทางประหม่าขณะเอ่ยถึงเรื่องที่อยากรู้จากแฟนหนุ่ม ริมฝีปากอิ่มถูกฟันคมกดทับจนเป็นรอยหยักตามรอยฟันเสียงสายลมพัดใบไม้แผ่วเบา กลิ่นหอมของดอกไม้ใบหญ้ามันทำให้รู้สึกอยากหยุดเวลาอยู่แบบนี้ไปตลอดชีวิต เสื่อปิกนิกผืนเล็กไม่พอขายาวของประธานหนุ่มวางพาดได้ทั้งหมด ทำให้เขาต้องขดตัวงอนอนหนุนตักแฟนสาวใต้ร่มเงาของไม้ใหญ่ข้างแปลงดอกไม้ของเจ้าหล่อน"ให้ทนายจัดการอยู่ พี่ไม่ปล่อยให้คนที่ทำร้ายหนูได้ใช้ชีวิตสงบสุขหรอก" มือหนักวางบนหลังมือเล็กกุมกระชับเบาๆ เอ่ยเสียงอ่อนโยนทว่าแววตายามเอ่ยถึงบุคคลนั้นกลับแข็งกระด้างเต็มไปด้วยความเคียดแค้น"...แล้วเรื่องผู้หญิงคนนั้นล่ะคะ พี่ภามยังตามหาเธออยู่หรือเปล่า""...""ถ้าไม่เจอก็ปล่อยไปเถอะ แค่เธอไม่กลับมาทำร้ายเราอีกก็พอ หนูยอมปล่อยเธอไปค่ะ" ไม่ใช่แม่พระมาโปรดที่สามารถให้อภัยสัตว์โลกทุกตัวได้แม้ว่ามันจะทำร้ายเราเจ็บปางตายก็ตาม เพียงแต่เธอแค่เห็นใจสงสารพ่อแม่เจ้าหล่อนที่บากหน้ามาขอร้องขอโทษแทนลูกสาวตั้งแต่ยังไม่ออกจากโรงพยาบาลจนตอนนี้ก็ยังคงชดเชยในสิ่งที่คนเป็นลูกได้กระทำไปให้เธอ
นับว่าเป็นช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตช่วงหนึ่งเลยก็ว่าได้สำหรับเหมย เธอมีอาการช็อกจากการแพ้สารบางอย่างในตัวยาปลุกเซ็กซ์ที่ทางผู้ก่อเหตุใช้ อาจเกิดการสูญเสียมากกว่านี้หากว่าวันนั้นมาถึงโรงพยาบาลช้ากว่านี้ แต่ทว่า สถานการณ์เลวร้ายก็ยังมีแสงสว่างเล็กๆ ของความห่วงใยมากมายที่คอยจุดประกายความอบอุ่นให้คลายหนาวและหวาดกลัว ภามแทบไม่ให้เธอละสายตาเลยหลังจากวันที่ตื่นขึ้นมาเห็นว่าชายหนุ่มนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงผู้ป่วย เพื่อนสนิทที่บินข้ามน้ำข้ามทะเลไปอยู่กับสามีหลังแต่งงานบิดลัดฟ้ากลับมาหาอย่างเร่งรีบ ร้องห่มร้องไห้เคียดแค้นแทนด้วยความน่าเอ็นดู อารมณ์ส่งถึงคนเป็นสามีที่ต้องกุมขมับปวดหัวไปตั้งหลายวันทางด้านน้องชาย และคนอื่นๆ ก็ส่งความห่วงใยให้แทบตลอดจนไม่มีเวลาให้ได้หยุดพักคิดมาก แม้ว่าตัวจะไม่ว่างมาหาแต่สายโทรศัพท์แทบวางหูไม่ได้ทางด้านคนเป็นพ่อผู้ให้กำเนิดเดินมาทางเยี่ยมหลังจากทราบเรื่อง ท่านลาออกจากงานที่ทำอยู่เพื่อกลับมาอยู่บ้านกับลูกสาวระหว่างพักฟื้นสภาพจิตใจ แม้ว่าภามจะบอกว่าจะดูแลเธอเอง แต่เพราะเรื่องนี้เกิดขึ้นเพราะตัวเขาเลยทำให้ท่านพลอยโกรธไปด้วยจนตอนนี้ยังไม่ยอมพูดคุยกับแฟนหนุ่มของล





![พี่รหัสจอมซึนอ้อนรักหวานใจยัยซูเปอร์โมเดล [ nc 20+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

