تسجيل الدخولพวกคุณเคยมีเรื่องอะไรที่ไม่สามารถลืมกันได้บ้างไหม ? ไม่ว่าจะเป็นตอนที่มีความสุขหรือมีความทุกข์ก็ตามแต่ แล้วถ้าเรื่องที่ทำให้คุณลืมไม่ได้มันมีทั้งความสุขและความทุกปะปนกันล่ะ ควรจะจัดการอย่างไร ? ความสุขของฉันคือการที่ได้อยู่กับเขา ส่วนความทุกข์ของฉันคือการที่พวกเราต้องลงเอยด้วยการแยกจากกัน… หากคุณต้องมาเจอผู้ชายที่หน้าตาเหมือนแฟนเก่าราวกับฝาแฝด แล้วเกิดโดนเขาข่มขู่ขึ้นมา เป็นพวกคุณจะทำยังไง ? ถ้าหากยังหาคำตอบกันไม่ได้...ลองมาติดตามเรื่องราวหลังจากนี้ของฉันดูก่อนไหมเผื่อจะมีไอเดียช่วยฉันขึ้นมาได้บ้าง งั้นพวกเราไปเริ่มต้นเรื่องราวกันเลยดีกว่า!
عرض المزيدบทนำ
“อือ ~” ในยามค่ำคืนที่แสนเงียบสงัดกลับมีเสียงของหญิงสาวร้องครางออกมาด้วยความสั่นกระเส่าภายในห้องหรูที่ถูกจัดตกแต่งโดยอินทีเรียฝีมือดี
“ยกสะโพกขึ้นหน่อย” ไม่ได้มีเพียงเสียงของหญิงสาวเท่านั้นที่สั่นกระเส่า แต่กลับมีเสียงของชายหนุ่มปริศนาอีกคนดังขึ้นมาเช่นกัน แล้วเสียงของเขาก็สั่นไม่ต่างไปจากหญิงสาวเลย
บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าพวกเขาทั้งสองคนกำลังมีความสุขกันอยู่ และคงจะน่าหงุดหงิดไม่น้อยถ้าเกิดถูกขัดจังหวะขึ้นมา…
“พอก่อน จะรับไม่ไหวแล้ว” มือเรียวเล็กของหญิงสาวตวัดไปทางด้านหลังเพื่อดันหน้าท้องซิกซ์แพ็กกล้ามเป็นมัดฉบับที่สาว ๆ หลายคนได้เห็นเหมือนอย่างที่เธอเห็นคงจะปลื้มใจไม่น้อย
แต่คงไม่ใช่เวลานี้ เพราะเธอดันรู้สึกเหนื่อยเกินกว่าที่จะมาปลื้มใจกับอะไรพวกนี้แล้ว ตอนนี้หญิงสาวรู้สึกว่าตัวเองเหมือนคนกำลังจะขาดอากาศหายใจตายเลยก็ว่าได้
เพราะชายหนุ่มที่บ้าพลังกลับไม่คิดจะหยุดให้เธอได้พักเลย ทั้งที่เรื่องพวกนี้สำหรับเธอนั้นเป็นมือใหม่มาก และเขาก็เป็นคนแรกที่ได้สัมผัสกับร่างกายของเธอ
ดูเหมือนว่าเขาจะไม่คิดทะนุถนอมมันเลยจนเธอถึงกลับต้องขอร้องอ้อนวอนจากเขาแทน
“...” ไม่มีเสียงตอบรับจากอีกฝ่าย มีแต่การกระทำที่สามารถบอกได้อย่างชัดเจนว่าเขาไม่คิดที่จะหยุดยั้งมันลง มือหนาหยาบกร้านจับเข้าที่ข้อมือเล็กของหญิงสาวพร้อมกับดึงเอาไว้ด้วยพละกำลังแรงพอประมาณ พอที่จะทำให้ตัวของเธอถูกยกดันขึ้นมา
จากนั้นจังหวะแห่งรักก็บรรเลงไปด้วยความเร่าร้อนของทั้งสองฝ่ายในเงามืดของห้อง
พลึบ!
“ฝะ...ฝันไปงั้นเหรอ!”
ท่ามกลางแสงแดดสาดส่องเข้ามาตามช่องว่างของม่านที่ปกคลุมหน้าต่างเอาไว้ ก็มีเสียงเล็กน่ารักของผู้หญิงที่คาดว่าจะเป็นเจ้าของเสียงดังกล่าวที่เอ่ยขึ้นเมื่อกี้ดังขึ้นมา
ดูเหมือนว่าเรื่องเมื่อกี้จะเป็นเพียงความฝันที่ดูท่าแล้วจะฝังใจเธอน่าดู
แกร๊ก ~
ระหว่างที่หญิงสาวกำลังสนใจกับความฝันอันแปลกประหลาดของตัวเองอยู่นั้น ก็มีเสียงเหมือนกับใครบ้างคนกำลังเปิดหรือปิดประตูห้องอยู่ดังขึ้น ซึ่งมันเรียกให้เธอหันไปมองด้านข้างของตัวเองด้วยความสนใจเป็นอย่างยิ่ง
ภาพตรงหน้าของหญิงสาวเป็นผู้ชายคนเดียวกันกับที่เธอฝันเห็นและเธอก็พอจะปะติดปะต่อได้แล้วว่านี่มันคือเรื่องอะไร แต่ที่น่าตกใจและกำลังทำให้หญิงสาวรู้สึกเจ็บปวดที่หัวใจนั้นก็คือ
ภาพของชายหนุ่มเขากำลังเดินออกไปด้วยท่าทางธรรมดา แต่ทำไมหญิงสาวถึงได้รู้สึกเจ็บปวดได้ขนาดนี้กันนะ
“เดี๋ยวสิ!” หญิงสาวร้องเรียกเขาคนนั้นเอาไว้
“...” ชายหนุ่มไม่คิดแม้แต่จะฟังคำขอของเธอ ไม่แม้แต่จะหยุดหรือหันกลับมามองเธอเลย เขาทำเหมือนไม่ได้ยินในสิ่งที่หญิงสาวกำลังร้องเรียกเขาสักนิด
“ยะ...อย่าไป อย่าไปนะ!” น้ำตาของหญิงสาวไหลอาบไปทั่วแก้ม เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่ชวนน่าสงสาร เพียงแต่ว่าชายหนุ่มที่เธอกำลังเจ็บปวดเพื่อเขาอยู่นั้นกลับไม่แลเธอเลยสักนิด
เธอมองเขาจนประตูของห้องปิดไปพร้อมกับความเจ็บปวดที่ไม่รู้สาเหตุหลั่งไหลเข้ามาที่ความรู้สึกของเธอ
ณ โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง
“ดันเต้!”
“วันนั้นผมก็มีความคิดขึ้นมาว่าถ้าเกิดเด็กที่อุ้มเกิดจากเราสองคนคงจะมีความสุขมากแน่ แต่เพราะมีเรื่องที่เราต้องห่างกันผมเลยคิดว่าไม่มีโอกาสแล้ว และตอนนี้การที่ผมได้รู้ว่าคุณกำลังตั้งท้องกับผมทำไมผมถึงจะไม่ดีใจกันลุลา” เขาก็ยังคงเลือกที่จะพูดต่อแม้ว่าฉันจะหาว่าเขาพูดไม่จริงก็ตาม“ไม่...นายกำลังโกหก”“มองตาผม มองสิลุลา”“…” ฉันจ้องมองไปยังนัยน์ตาของเขาตามที่เขาต้องการเหมือนโดนมนตร์สะกดให้ต้องทำตามกับคำร้องขอจากเขาโดยไม่สามารถปฏิเสธได้“ผมโกหกคุณอยู่เหรอ ทำไมผมถึงไม่รู้สึกแบบนั้นเลยล่ะ ทำไมกันนะ ? นั้นก็เพราะว่าผมไม่ได้โกหกคุณแต่แรกเลยยังไงละ^^” เพียงแค่คำพูดของเขาไม่กี่คำและใบหน้าที่ยิ้มอย่างจริงใจก็เล่นทำเอาความกังวลทั้งหมดของฉันหายไปกับตาเลยใช่แล้ว...แววตาที่ฉันกำลังมองและกำลังได้รับจากเขามันไม่ได้ส่อออกมาในทางที่ว่าเขากำลังโกหกฉันเลยสักนิด“ฮือ ๆ” ฉันขยับตัวเข้าไปสวมกอดเขาแทนการพูดอะไรต่อ กอดให้แน่นที่สุดเท่าที่ตัวเองจะทำได้ โดยที่ภายในใจกำลังตะโกนขอโทษเขาไม่หยุดเพราะคิดมากไปและคิดไปเอง เขาคงจะเสียใจมากแน่เลย ลุลาเธอนี่มันทำอะไรไม่คิดเลย รู้แบบนี้น่าจะเชื่อนานะน่าจะบอกเขาตั้งแต่ตอนนั
“ถ้าอย่างนั้นไม่เป็นไรค่ะ เรามาเริ่มตรวจกันเลยดีกว่าเนอะ” และแล้วเสียงภายในห้องก็เงียบไปเคาน์เตอร์ของโรงพยาบาล“สงสัยพ่อที่ไม่ดีอย่างที่เคยพูดจะสะท้อนไปหามึงแล้วสินะไอ้ทากะ เมียท้องเสือกยังไม่รู้เรื่องอะไรอีก” ไอ้เรียวพูดพร้อมกับมองเอกสารในมือของผมตอนนี้เราอยู่ที่เคาน์เตอร์กันเพราะผมมาขอดูประวัติผู้ป่วยของลุลาโดยบอกกับพี่พยาบาลว่าเป็นแฟนของเธอ ตอนนี้แรกพวกพี่เขาก็ไม่เชื่อหรอกจึงให้ดูรูปและหลักฐานต่าง ๆ จนพี่พยาบาลยอมให้ดูข้อมูลผู้ป่วยได้จึงได้รู้ว่าลุลาตอนนี้เธอกำลังตั้งครรภ์ลูกของผมอยู่ แต่ที่ไม่เข้าใจและทำให้ผมไม่พอใจเป็นอย่างมากเลยก็คือ ทำไมถึงไม่บอกผม ? ไม่พูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้เลยสักนิดทำไมกัน...ลุลา Talk“วันนี้ที่ทำงานมีปัญหาเหรอ ?” ฉันเอ่ยถามคนที่กำลังนอนอยู่ด้านข้างด้วยความเป็นห่วง เพราะตั้งแต่กลับมาเขาดูเงียบมาก ไม่เหมือนดันเต้คนเดิมเลยแถมยังมีหน้าตาที่น่ากลัวอีกด้วยเหมือนกับตอนที่เจอเขาในฐานะทากะช่วงแรกเลย“ผมแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ ?” แล้วเขาก็เริ่มพูดอะไรที่ทำให้ฉันไม่เข้าใจขึ้นมา แถมยังหันมาจ้องฉันด้วยความไม่พอใจอีก“อะไรของนายดันเต้” ฉันเองก็หงุดหงิดเหมือนกันนะ จ
“เข้าใจเธอแล้วละนานะ...ฉันในตอนนี้น่ะ” ฉันพูดออกไปก่อนจะถอนหายใจออกมา ที่บอกว่าเข้าใจนานะด้วยนั้นก็เพราะว่าเธอเองก็ท้องเหมือนฉันยังไงเล่าเพียงแต่เธอตั้งครรภ์ได้สามสัปดาห์แล้วห่างจากฉันประมาณสองสัปดาห์ได้มั้ง ถ้าอย่างนั้นลูกของฉันกับนานะก็คงไล่เลี่ยกันและคงจะเป็นเพื่อนกันได้ด้วยสินะดันเต้ Talk“มึงก็อย่าลืมเอารายงานพวกนี้ไปจัดการต่อด้วยแล้วกันเข้าใจอยู่ใช่ไหมเรื่องพวกนี้ ?” ผมส่งซองเอกสารงานที่ต้องทำไปให้กับไอ้เรียวเพื่อให้มันช่วยจัดการงานต่อ“มึงควรพักนะ หน้าตาตอนนี้ของมึงยังกับคนป่วยเป็นโรคระยะสุดท้ายและกำลังใกล้ตาย” มันรับเอกสารไปแต่ก็ไม่ลืมที่จะพูดกัดผมเช่นเดิม ไม่สิ นิสัยมันก็โผงผางแบบนี้อยู่แล้วคิดจะพูดอะไรก็พูดออกมาเลย“เออ ช่วงนี้ไม่รู้เป็นอะไรมึนหัวฉิบหาย” ผมเองก็สงสัยเหมือนกันว่าตัวเองกำลังเป็นโรคอะไรหรือเปล่า ไหนจะมึนหัวอยากจะอ้วกบ้างแล้วก็อยากจะนอนตลอดเวลาอีก“เดี๋ยวตอนเลิกงานก็แวะโรงพยาบาลหน่อยแล้วกัน กูไปทำงานต่อละ” ไอ้เรียวพูดเสร็จก็เดินออกจากห้องทำงานของผมไป ส่วนผมก็กลับมานั่งอ่านเอกสารต่อไม่ต้องสงสัยไปหรอกว่าทำไมมันถึงพูดแบบนี้เหมือนกับว่าผมกับมันกลับบ้านด้วยกันอย่
เอ๋ ~ ปวดหัวปวดตามร่างกายชะมัดเลย แล้วนี่...ฉันกำลังนอนอยู่ที่ไหนกัน ? เหมือนกับอยู่ในห้องผู้ป่วยของโรงพยาบาลเลย ไม่สิ เดี๋ยวนะ ก่อนหน้านี้จำได้ว่ากำลังยืนต่อว่านานะอยู่ไม่ใช่เหรอแล้วทำไมตอนนี้ถึงได้...“คุณลุลา!” ขณะที่กำลังนึกเรื่องราวก่อนหน้านี้ให้ออกอยู่ จู่ ๆ ก็มีเสียงของนานะนดังขึ้นมาพร้อมกับเสียงประตูที่ถูกดันให้ปิดลง“…” นานะเธอรีบวางถุงอะไรสักอย่างไว้ที่โต๊ะข้างหัวเตียงของฉันแล้วก็รีบเข้ามาดูอาการฉันทันที“เดี๋ยวนานะไปตามหมอให้นะคะ” จากนั้นนางก็ทำท่าทางเหมือนจะเดินออกไปอีกครั้ง ทั้งที่การจะเรียกหาหมอหรือพี่พยายามสามารถโทรหรือกดสัญญาณเอาก็ได้นางคงจะตกใจเกิดเหตุไปหน่อยแล้ว“เดี๋ยวสิ ฉันเป็นอะไรไปงั้นเหรอนานะ ?” ฉันคว้าแขนของเธอเอาไว้ได้ทันก่อนที่นางจะเดินออกไป“ก่อนหน้านี้คุณลุลาเป็นลมแล้วก็หมดสติไปเลย นานะตกใจมากเลยตอนนั้น” เธอเล่าออกมาพร้อมกับทำหน้าตาเป็นห่วง“อืม...ช่วงนี้พักผ่อนน้อยซะด้วยสิ” ฉันพยักหน้าบ่นพึมพำกับตัวเอง แล้วก็นึกไปด้วยว่าช่วงนี้ฉันพักผ่อนไม่ค่อยเพียงพอสักเท่าไร เนื่องจากงานที่เข้ามาด้วยแหละ“ช่วงนี้หมอขอแนะนำให้คนไข้หยุดพักเรื่องงานไปก่อนแล้วก็พักผ่อนให้เ





