مشاركة

บทที่ 3

last update تاريخ النشر: 2025-02-11 20:37:11

หลายวันต่อมา..

วารีเดินเข้ามาทิ้งตัวลงนั่งเอนกายบนโซฟาในห้องพักผู้ป่วยด้วยท่าทางเหนื่อยล้า ห้าวันมานี้เธอแทบไม่ได้พักเลยเพราะทำงานตลอด กลางวันรับงานเอนพอตกกลางคืนก็รับงานนั่งดริ้งดื่มเป็นเพื่อนลูกค้าเพื่อหาเงินให้ได้เร็วที่สุด ทว่าถึงแม้จะทำงานอย่างหนักหน่วงจนแทบไม่มีเวลาพักก็ยังได้เงินไม่ครบตามจำนวนอยู่ดี งานเอนที่เธอรับกับงานนั่งดริ้งเป็นแบบธรรมดาไม่ได้ขึ้นเตียงหรือแตะเนื้อต้องตัวแต่ละครั้งจึงได้ค่าตอบแทนแค่ 15,000 -20,000 บาท ตอนนี้รวม ๆ กันแล้วก็ได้ประมาณ 100,000 กว่าบาท บวกกับเงินเก็บในบัญชี 200,000 ก็ได้แค่ 300,000 กว่าบาทซึ่งมันก็ยังไม่พออยู่ดีไม่รู้ว่าต้องทำงานแบบนี้อีกกี่ครั้งถึงจะครบ

“อึก” เธอยกมือขึ้นปิดหน้าแล้วร้องไห้ออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ ยอมรับว่าตอนนี้ทั้งท้อทั้งเหนื่อยกับปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่แต่กระนั้นก็ไม่คิดถอยเพราะคำว่าลูกคำเดียวที่ทำให้เธอยืนหยัดฝ่าฟันอุปสรรคมาได้จนถึงตอนนี้ ลูกคือสิ่งสำคัญและกำลังใจเพียงหนึ่งเดียวที่เหลืออยู่

เธอกำพร้าพ่อแม่ตั้งแต่เด็กเติบโตมาในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าไม่เคยเห็นแม้แต่หน้าพ่อแม่สักครั้งต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว และขาดความอบอุ่นมาตลอดจนกระทั่งได้เจอกับพ่อของลูกที่เข้ามาเติมเต็ม ทว่าความสุขมันช่างแสนสั้นเธอคบหาเป็นแฟนอยู่กินกับเขาได้เพียงห้ากว่า ๆ ก็มีเรื่องทำให้ต้องแยกจากกันทั้งที่ยังรักสุดหัวใจ

“คุณแม่คะ” ขณะที่เธอกำลังปิดหน้าร้องไห้เสียงแหบพร่าของบุตรสาวที่นอนอยู่บนเตียงก็ดังขึ้น เธอรีบใช้มือเช็ดน้ำตาจนแห้งปรับสีหน้าให้สดใสที่สุด แล้วลุกเดินไปยืนข้างเตียง 

“ว่าไงคะคนเก่งของแม่” ใบหน้าเรียวฝืนระบายยิ้มหวานให้บุตรสาวบาง ๆ ยื่นมือไปลูบศีรษะเล็กทุยด้วยความรักใคร่

“หนูอยากกลับบ้านค่ะคุณแม่” 

"หนูยังไม่หายดียังกลับไม่ได้ค่ะ"

"หนูจะกลับบ้าน หนูไม่อยากอยู่โรงพยาบาลค่ะคุณแม่" เด็กน้อยเริ่มออกอาการงอแงสีเท้าไปมาเมื่อไม่เป็นไปตามที่ตัวเองต้องการ

"ไม่ดื้อสิคะน้องปริม หนูหายดีเมื่อไรแม่จะพากลับบ้านทันที" วารีรีบโอบกอดบุตรสาวไว้พลางใช้มือลูบศีรษะเล็กทุยเชิงปลอบประโลม เด็กน้อยหยุดงอแงทันทีเงยหน้าขึ้นมองมารดาตาปริบ ๆ "จริง ๆ นะคะ"

"จริงค่ะ แต่หนูต้องไม่ดื้อไม่งอแงทำตามคุณหมอทุกอย่างนะคะ"

"ค่ะ" เด็กน้อยยอมสงบลงซบหน้ากับอกผู้เป็นแม่สวมกอดลำตัวไว้แน่น วารีก็ลูบศีรษะเล็กทุยปลอบประโลมอยู่อย่างนั้น

“แฮ่ก ๆ ฮึก” 

“ปริม ๆ หนูเป็นอะไรลูก ปริม” ทว่าเธอก็ต้องร้องเรียกบุตรสาวด้วยความตกใจเมื่อจู่ ๆ บุตรสาวก็อ้าปากหอบหายใจพะงาบจนตัวสั่นไหว ตาเหลือกขึ้นบนจนน่ากลัวหัวใจของคนเป็นแม่แทบจะขาดร่อน ๆ ทั้งกลัวทั้งตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ปล่อยโฮออกมาด้วยความหวาดกลัวจับใจมือไม้สั่นทำอะไรไม่ถูกไปหมด 

“ใจเย็น ๆ ปริม” เธอพยายามผ่อนลมหายใจเข้าออกเรียกสติตัวเองซ้ำ ๆ ก่อนรีบเอื้อมมือกดปุ่มบนหัวเตียงเรียกพยาบาล เพียงไม่นานหมอเจ้าของไข้และพยาบาลสองคนก็วิ่งกรูเข้ามาในห้อง

“ช่วยด้วยค่ะคุณหมอจู่ ๆ น้องก็หอบหายใจแรงเป็นแบบที่เห็นค่ะ” เธอรีบบอกหมอปากคอสั่นพร้อมกับวางบุตรสาวลงบนเตียงถอยออกมายืนห่าง ๆ หลีกทางให้หมอกับพยาบาลได้ดูอาการบุตรสาว มือเรียวทั้งสองข้างกอบกุมเข้าหากันแน่นจับจ้องการทำงานของหมอและพยาบาลไม่วางตาพลางภาวนาในใจขอให้บุตรสาวปลอดภัยไม่เป็นอะไรร้ายแรง

“น้องมีภาวะแทรกซ้อนต้องได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจอย่างเร่งด่วน คุณแม่จะยินยอมไหมครับ” แต่เหมือนคำขอร้องอ้อนวอนต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของเธอไม่สัมฤทธิ์ผล หัวใจของคนเป็นแม่หล่นวูบลงสู่ตาตุ่มเมื่อได้ยินคำบอกกล่าวจากหมอ พยายามตั้งสติไม่ให้ตัวเองสติแตก รีบพยักหน้ารับโดยไม่คิดไตร่ตรองสักนิด “ยินยอมค่ะ หมอรักษาได้เต็มที่เลยนะคะ”

“งั้นคุณแม่ช่วยตามไปเซ็นเอกสารยินยอมด้วยนะครับ” เมื่อได้รับความยินยอมหมอวัยกลางคนก็เรียกบุรุษพยาบาลมาเคลื่อนย้ายเด็กน้อยไปทันที วารีเดินตามเปลที่ใช้เคลื่อนย้ายบุตรสาวไม่ห่างจนมาถึงห้องผ่าตัด ยืนมองบุตรสาวถูกเข็นเข้าไปในห้องผ่าตัดจนประตูปิดลงจึงเดินมานั่งบนเก้าอี้หน้าห้องผ้าตัด ก้มลงใช้มือปิดหน้าร้องไห้ออกมาอย่างหนัก 

รู้สึกกลัวจับใจกลัวว่าจะเกิดปัญหาระหว่างการผ่าตัด กลัวว่าบุตรสาวจะเป็นอะไรไป กลัวไปหมดทุกอย่างตอนนี้เธอไม่สนไม่แคร์เรื่องค่ารักษาแล้วต่อให้แพงแค่ไหนก็ยอมจ่ายขอเพียงบุตรสาวปลอดภัย และกลับมาใช้ชีวิตได้เหมือนเด็กในวัยเดียวกัน

เธอนั่งปิดหน้าร้องไห้อยู่อย่างนั้นเนินนานหลายนาที ก่อนพยายามข่มก้อนสะอื้นใช้มือปาดน้ำตาออกลวก ๆ เชิดหน้าสูดลมหายใจเข้าปอดพรืดใหญ่เรียกแรงฮึดสู้ให้ตัวเองเพราะเธอเป็นที่พึ่งเดียวของบุตรสาวจะมานั่งอ่อนแอไม่ได้ และเชื่อว่าสวรรค์คงไม่ใจร้ายกับเธอซ้ำ ๆ โดยการพรากคนที่รักไปจากเธออีกคน

นัยน์ตาที่เต็มไปด้วยความเศร้าหมองก้มมองเวลาบนนาฬิกาข้อมือสลับกับประตูห้องผ่าตัดเป็นระยะ ๆ ด้วยใจที่ทรมาน แต่ผ่านไปชั่วโมงแล้วชั่วโมงเล่าก็ยังไม่มีวี่แววว่าคนในห้องผ่าตัดจะออกมาสักที ด้วยความเหนื่อยล้าที่สะสมมานานหลายวันทำให้เปลือกตาบางค่อย ๆ ปิดลงช้า ๆ จนสนิทในที่สุด

“คุณคะ ๆ” ไม่รู้ว่าวารีนั่งหลับไปนั่งแค่ไหน เธอค่อย ๆ รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอีกทีก็ตอนที่ได้ยินเสียงเรียกดังขึ้นข้างหู เธอผลุนผลันลุกขึ้นยืนพลางใช้มือขยี้ตาไล่อาการตาพร่าเบลอ เมื่อนึกขึ้นได้ก็รีบเอ่ยถามพยาบาลที่เป็นคนปลุกเธอด้วยความร้อนรนใจ “ลูกดิฉันผ่าตัดเสร็จหรือยังคะ เด็กหญิงปราณรวีน่ะค่ะ”

“อ่อ” พยาบาลสาวทำท่าคิดชั่วครู่ก่อนตอบ “ผ่าตัดเสร็จแล้วค่ะ ตอนนี้หมอให้น้องอยู่ในห้องไอซียูรอดูอาการอย่างใกล้ชิด คุณแม่กลับไปพักผ่อนเถอะค่ะ สองสามวันนี้หมอห้ามเยี่ยมกลัวว่าแผลผ่าตัดน้องจะติดเชื้อ..ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะทางเราจะดูแลอย่างดี”

“ค่ะ” วารีถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกที่การผ่าตัดของบุตรสาวผ่านไปได้ด้วยดี ทว่าความกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายกลับประเดประดังเข้ามาแทนที่ เงินตั้ง 800,000-900,000 จะไปหาที่ไหนได้ทันในช่วงเวลาเพียงสั้น ๆ เธอทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้อีกครั้งในสมองหนักอึ้งไปหมดคิดไม่ตกว่าจะหาเงินจากที่ไหน ก่อนความคิดบางอย่างจะแวบเข้ามาในสมอง นั่นก็คืองานเอนแบบวีจบที่เตียง ไวน์เคยบอกว่าได้ค่าจ้างสูงถึง 60,000-200,000 หากเจอลูกค้าใจป๋ากระเป๋าหนักก็ได้เยอะกว่าที่กล่าวมา 

แต่นั่นหมายถึงเธอต้องขายศักดิ์ศรีตัวเองและมีอะไรกับคนแปลกหน้าซึ้งเธอไม่อยากทำเลยจริง ๆ แล้วจะพอมีทางไหนบ้างที่ทำให้เธอหาเงินจำนวนมากได้ในเวลาเพียงสั้น ๆ โดยไม่ต้องขายตัวแลกเงิน 

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ปราณวารี   บทส่งท้าย 3

    “มองแบบนี้อยากได้ลูกเพิ่มเหรอครับ” ประภาวินท์ที่เงยหน้าขึ้นมาเจอกับสายตาของเมียสาวเอ่ยเย้าแหย่ด้วยสีหน้าและน้ำเสียงกรุ่มกริ่ม “คนบ้า” คำพูดจาแสนทะลึ่งของคนเป็นสามีทำเอาวารีถึงกับหมดอารมณ์ซึ้ง แว้ดใส่เบา ๆ เพราะไม่อยากให้บุตรสาวได้ยินเอื้อมมือไปหยิกมือหนาที่วางบนโต๊ะอย่างแรงด้วยความหมั่นไส้จนอีกคนสะดุ้งโหยง นัยน์ตาที่เปี่ยมล้นไปด้วยความรักแปรเปลี่ยนเป็นขึงขังในเสี้ยววินาทีทำปากขมุบขมิบต่อว่าเบา ๆ “ในสมองพี่มีแต่เรื่องแบบนี้หรือไงกัน”“ครับก็เมียน่ากินนิ” คนหื่นยอมรับหน้าระรื่นหนำซ้ำยังส่งสายตาพราวระยับราวกับเสือร้ายใส่ เขาไม่ได้พูดเกินจริงเลยเธอคงไม่รู้ตัวสินะว่าตัวเองน่ากินขนาดไหนยิ่งท้องก็ยิ่งมีน้ำมีนวลจับตรงไหนก็เต็มไม้เต็มมือไปหมด แค่คิดส่วนนั้นของเขาก็กระตุก“เฮ้อ พี่นี่มันจริง ๆ เลย” วารีได้แต่ส่ายหน้าถอนหายใจออกมาพรืดใหญ่ไม่รู้จะสรรหาคำใดมาว่าคนหน้ามึนหื่นกามอย่างสามีหนุ่มยังไงดี ก่อนหันมองบุตรสาวที่นั่งดูการ์ตูนในไอแพด ยกมือขึ้นวางบนศีรษะเล็กด้วยความรักใคร่ขี้เกียจจะสนใจคนเป็นสามีแล้วไม่อย่างนั้นคงเย้าแหย่เธอไม่เลิกผ่านไปกว่ายี่สิบนาทีพนักงานก็ทยอยนำอาหารมาเสิร์ฟสี่คนพ่อแม่ล

  • ปราณวารี   บทส่งท้าย 2

    ชายหนุ่มมอบความรักให้กับเธอ มอบสิ่งล้ำค่าอย่างลูก ๆ ให้กับเธอ เข้ามาเติมส่วนที่ขาดหายในชีวิตจากเด็กกำพร้าที่โหยหาความรักความอบอุ่นมาตั้งแต่เด็กบัดนี้เปี่ยมล้นไปด้วยความสุข ความรักและความอบอุ่นที่เขามอบให้ ประภาวินท์พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ รับรู้ถึงความรู้สึกของผู้หญิงอันเป็นที่รัก เอื้อมมือไปโยกศีรษะเล็กทุยด้วยความรักใคร่เอ็นดู มองสบแววตาหวานฉ่ำอย่างลึกซึ้ง เป็นเขาเองมากกว่าที่ต้องของคุณเธอที่มอบความรักดี ๆ และลูก ๆ ที่น่ารักให้กับเขาทำให้เขามีครอบครัวที่อบอุ่นอย่างเช่นทุกวันนี้ “พี่รักหนูกับลูกมากนะครับ”“น้องปริมก็รักคุณพ่อ คุณแม่ น้องปันค่ะ” ปราณรวีที่ก้มหน้าก้มตาก่อประสาททรายหยุดการกระทำเงยขึ้นมองหน้าพ่อแม่ และน้องสาวสลับไปมาก่อนเอ่ยออกมาเสียงเจื้อยแจ้วฉีกยิ้มจนตาหยี จากนั้นก็โน้มตัวไปจูบท้องนูน ๆ ของผู้เป็นแม่ที่มีน้องชายอยู่ด้านใน “แล้วก็รักน้องปลื้มด้วยค่ะ”“ฮ่าฮ่า” ความน่ารักของบุตรสาวทำเอาคนเป็นพ่อแม่มองหน้ากันแล้วหัวเราะออกมาอย่างชอบใจยิ่งนับวันบุตรสาวคนโตก็ยิ่งช่างเจรจาฉอเลาะมากขึ้นจนน่ามันเขี้ยว ก่อนคนเป็นพ่อจะเลื่อนมือไปโยกศีรษะเล็กเบา ๆ ด้วยความมันเขี้ยวระคนเอ็นดู จากนั้

  • ปราณวารี   บทส่งท้าย 1

    “ฮ่าฮ่า”“คุณพ่ออย่าวิ่งเร็ว ๆ สิคะน้องปริมวิ่งหนีไม่ทัน” “พ่อวิ่งช้าที่สุดแล้วครับ” เสียงหัวเราะแห่งความสุขเคล้าเสียงตะโกนพูดคุยกันของสามพ่อลูกทำให้วารีที่เอนกายพักผ่อนสายตาบนเก้าอี้ชายหาดที่ตั้งอยู่บนผืนทรายสีขาวนวลปรือตาขึ้นมา ก่อนหยัดกายลุกขึ้นนั่งตัวตรงสอดส่องสายตามองหาต้นเสียง คิ้วสวยพลันขมวดยุ่งเหยิงเมื่อสายตาสะดุดเข้ากับสามีและลูกน้อยกำลังวิ่งเล่นไล่จับกันอย่างสนุก นึกตำหนิผู้เป็นสามีในใจลำพังพาปราณรวีบุตรสาวคนโตวิ่งเล่นเธอไม่ว่าอะไรหรอก แต่นี่ดันอุ้มปราณตะวันบุตรสาวอีกคนวัยขวบครึ่งวิ่งด้วย เกิดเขาพลาดท่าหกล้มขึ้นมาจะทำยังไง“มันน่าจับตีทั้งพ่อทั้งลูก” เธอบ่นพึมพำอย่างคาดโทษ ก่อนลุกเดินไปหาสามคนพ่อลูกด้วยท่าทางอุ้ยอ้ายเพราะท้องที่เริ่มใหญ่ขึ้นทุกวันตามอายุครรภ์ ใช่ฟังไม่ผิดตอนนี้ในท้องเธอมีลูกคนที่สามอยู่อายุครรภ์ได้ห้าเดือนกว่า ๆ แล้ว ผลงานของคุณพ่อตัวดีเลยที่ขยันผลิตลูกเหลือเกิน เธอบอกว่ามีสองคนพอ แต่เขาก็ใช้ลูกอ้อนเว้าวอนทุกวันว่าขอมีลูกชายอีกสักคน สุดท้ายเธอก็ใจอ่อนจนได้ คราวนี้เขาก็ได้ลูกชายสมใจอยากแล้วล่ะ “พี่ปราณพาลูกวิ่งทำไมเกิดล้มขึ้นมาจะทำยังไงคะ” เธอเอ่ยเสียงดุ

  • ปราณวารี   บทที่ 39

    ใบหน้าหล่อเหลาระบายยิ้มบาง ๆ เมื่อเปิดประตูเข้าไปแล้วพบว่าเมียสาวกำลังนั่งแต่งหน้าอยู่ที่โต๊ะเครื่องแป้ง เท้าใหญ่เดินไปหยุดด้านหลังร่างบางแล้วโน้มตัวลงเกยคางบนไหล่มน สอดมือเข้าไปโอบกอดเอวคอดหลวม ๆ "เมียพี่ไม่ต้องแต่งหน้าก็สวยอยู่แล้วครับ""ปากหวาน" วารีมองสบสายตาชายหนุ่มอันเป็นที่รักผ่านกระจกพร้อมกับระบายยิ้มออกมาบาง ๆ "พี่พูดจริงครับน้องสวยทั้งหน้าตาและจิตใจ" เขาว่าพลางเคลื่อนนิ้วมือขึ้นจิ้มบนอกด้านขวาที่มีก้อนเนื้อเต้นอยู่ด้านใน สิ้นเสียงพูดก็หอมแก้มนุ่มนิ่มฟอดใหญ่ทำให้คนที่กำลังบรรจงทาลิปสติกหน้านิ้วคิ้วขมวดเพราะรบกวนการแต่งหน้าของเธอ เปล่งเสียงดุอย่างไม่จริงจังมากนัก "วาแต่งหน้าอยู่พี่ปราณอย่าเล่นสิคะ""โอเคครับพี่จะอยู่นิ่ง ๆ" ร่างสูงยอมอยู่นิ่ง ๆ มองเมียสาวแต่งหน้าไปเงียบ ๆ กระทั่งเสร็จเขาจึงผละอ้อมกอดออกจากเอวคอด จับเก้าอี้แล้วหมุนให้ร่างบางหันมาเผชิญหน้า"ขอพิสูจน์หน่อยว่าลิปสติกสีนี้ดีจริงไหม" เสียงทุ้มเอ่ยออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ จับจ้องริมฝีปากอวบอิ่มที่เคลือบลิปสติกสีสวยด้วยแววตาปรารถนา ว่าจบก็จับคางมนเงยขึ้นมารับรสจูบแสนหวานคนที่นั่งงงงวยกับคำพูดของเขาเข้าใจได้ในทันทีว่าหมา

  • ปราณวารี   บทที่ 38

    หลายวันต่อมา..แสงแดดยามแปดโมงเช้าสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างกระจกกระทบสามคนพ่อแม่ลูกที่กำลังนอนกอดกันอยู่ โดยคนเป็นลูกน้องอยู่ตรงกลางมีพ่อแม่กกกอดไว้ ประภาวินท์รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเป็นคนแรกตามด้วยบุตรสาว ส่วนวารียังคงหลับสนิทเพราะเมื่อคืนโดนพ่อของลูกรังแกไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งกว่าจะได้นอนก็ครึ่งค่อนคืน"ชูว์""อย่ากวนแม่ครับให้แม่นอนต่ออีกสักหน่อย" เขายกนิ้วขึ้นชูว์ปากห้ามปรามบุตรสาวที่กำลังจะหันไปปลุกคนเป็นแม่เบา ๆ ซึ่งเด็กน้อยก็ทำตามในทันทียกมือปิดปากพร้อมกับค่อย ๆ ขยับตัวไปนั่งห้อยขาริมเตียงประภาวินท์ระบายยิ้มมองบุตรสาวด้วยความรักใคร่พร้อมกับขยับไปนั่งห้อยขาข้าง ๆ ยกมือขึ้นวางบนศีรษะเล็กทอย เอียงหน้ากระซิบข้างกกหูเล็กเบา ๆ พอได้ยิน "เดี๋ยวพ่อพาไปอาบน้ำนะครับ จะได้ลงไปทานอาหารเช้ากัน""ค่ะ" เมื่อเสียงใส ๆ ขานรับเขาก็หยัดกายลุกลงจากเตียงเดินไปเตรียมน้ำให้บุุตรสาวในอ่างอาบน้ำสำหรับเด็กที่เขาเพิ่งซื้อมา ตีฟองสบู่และใส่น้ำนมให้เสร็จสรรพจึงเดินออกมาจัดการปลดเปลื้องชุดนอนให้บุตรสาวต่อจนหมด จากนั้นก็จูงบุตรสาวเข้าห้องน้ำแล้วเริ่มลงมืออาบน้ำให้โดยให้บุตรสาวนอนแช่ในอ่างน้ำนมวางศีรษะบนที่ร

  • ปราณวารี   บทที่ 37

    @บ้านกิตติธนปกรณ์“คุณปราณคะคุณผู้หญิงสั่งไว้ว่าหากกลับมาแล้วให้คุณปราณกับคุณวารีไปพบท่านที่ห้องด้วยค่ะ” ทันทีที่ประภาวินท์ วารีและบุตรสาวย่างกายเข้ามาในบ้านอิมแม่บ้านวัยสามสิบห้าก็เดินเข้ามาบอกกล่าวทันที“อืม” ประภาวินท์ขานรับสั้น ๆ แล้วยื่นถุงกล่องเค้กไปให้ “จัดเค้กใส่จานแล้วเอาขึ้นไปให้คุณแม่ด้วยนะ”“ไปหาแม่กันครับ” จากนั้นก็หันไปพยักเพยิดหน้าชวนหญิงสาว ก่อนจะอุ้มบุตรสาวเดินตรงขึ้นไปยังห้องผู้เป็นแม่ วารีเดินตามหลังไปติด ๆ"แม่มีอะไรเหรอครับ" เสียงทุ้มถามไถ่ด้วยความสงสัยหลังจากเดินมาหย่อนตัวลงนั่งบนเตียงนอนผู้เป็นแม่แล้ว"วันนี้ไปเที่ยวมาสนุกไหมคะน้องปริม" คุณหญิงรตีหาได้สนใจเสียงถามบุตรชายไม่กลับระบายยิ้มถามหลานสาวตัวน้อยที่นั่งข้างบุตรชายแทน"สนุกมากค่ะคุณย่า น้องปริมซื้อเค้กมาฝากคุณย่าด้วยนะคะ" เด็กน้อยเปล่งเสียงตอบเจื้อยแจ้วพร้อมกับขยับไปนั่งชิดคนเป็นย่า"น่ารักจริงรู้จักนึกถึงย่าด้วย" คุณหญิงรตีที่เห่อหลานเป็นทุนเดิมอยู่แล้วยิ่งหลงหนักเข้าไปอีกเมื่อเจอความน่ารักของหลาน เอื้อมมือไปบีบแก้มนุ่มนิ่มด้วยความรักใคร่ เอ็นดู ประภาวินท์กับวารีได้แต่ยืนมองหน้ากันตาปริบ ๆ ก่อนวารีจะปราย

  • ปราณวารี   บทที่ 27

    หลายวันต่อมา..“คุณพ่อมาแล้ว” เด็กน้อยที่นอนเล่นอยู่บนเตียงดีดตัวลุกขึ้นนั่งด้วยความดีใจเมื่อผู้เป็นพ่อเปิดประตูเข้ามาหลังจากที่เฝ้ารอผู้เป็นพ่อทั้งวัน ส่วนวารีที่นั่งข้างเตียงเพียงปรายตามองเล็กน้อยแล้วก้มมองโทรศัพท์ต่อเพราะกำลังคุยกับลูกค้าติดพันอยู่“วันนี้ทำงานเหนื่อยไหมคะคุณพ่อ” เสียงใส ๆ เอ่ยถ

  • ปราณวารี   บทที่ 26

    “...”วารีเพียงมองสบตาชายหนุ่มนิ่ง ๆ ไม่ได้ตอบอะไรกลับ เธอไม่เคยคลางแคลงใจในตัวเขาเลยเพราะรู้รู้ว่าเขาจะเป็นพ่อที่ดีและสามีที่ดีได้ยอดเยี่ยม แต่ก็ติดตรงแม่ของเขาเท่านั้นเองที่ทำให้เธอกังวลใจไม่หาย“คุณพ่อ” ระหว่างที่สองหนุ่มสาวกำลังมองสบตากันเสียงใส ๆ ของคนบนเตียงก็ดังขึ้นทำให้ทั้งสองละสายตาออกจากก

  • ปราณวารี   บทที่ 22

    ภายในห้องปกคลุมไปด้วยความเงียบสองหนุ่มสาวสวมกอดกันแนบแน่นเหมือนกำลังปลอบประโลมซึ่งกันและกัน ความรักที่ทั้งสองคนมีต่อกันยังลึกซึ่งเหมือนเดิมแม้อาจะมีบางเหตุการณ์ทำให้สั่นคลอนไปบ้าง ระยะเวลาสี่ปีที่ห่างหายกันไปไม่สามารถตัดสายใยความผูกพันธ์ของทั้งสองให้ขาดได้ผ่านไปเนินนานหลายนาทีร่างสูงจึงผละกอดออกหล

  • ปราณวารี   บทที่ 21

    ตลอดสี่ปีที่ผ่านมาเธอคงเหนื่อยมากสินะกับการที่ต้องเลี้ยงลูก ต้องแบกรับภาระทุกอย่างคนเดียวเพียงคิดก็รู้สึกจุก และเจ็บในอก สุดท้ายน้ำสีใสที่เอ่อคลอดวงตาก็หยดเผาะลงบนแก้มอย่างกลั้นไม่อยู่จนต้องรีบยกมือขึ้นปาดออก เงยหน้าขึ้นสูดลมหายใจเข้าปอดพรืดใหญ่สะกดกลั้นก้อนสะอื้นเอาไว้ ซึ่งเป็นขณะเดียวกันกับที่วาร

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status