Masuk1 เดือนผ่านไป...
“ฮัลโล สวัสดีครับนิด” “สวัสดีค่ะนาย” เสียงใสใสดังมาตามสายเหมือนเช่นทุกครั้ง กิตติยิ้มให้โทรศัพท์หนึ่งครั้ง ก่อนจะเปล่งคำพูดออกมา “พรุ่งนี้ผมจะไปสิบโมงเช้านะ อาจเลทบ้างนิดหน่อยเตรียมตัวไว้เลยนะครับ” “ได้ค่ะนาย พรุ่งนี้สิบโมงเช้าเจอกันค่ะ” “เจอกันครับ สวัสดีครับ” “สวัสดีค่ะ” กิตติเป็นคนรักษาคำพูด ทุกครั้งเมื่อมาตีกอล์ฟที่สนามนี้เมื่อไหร่ ก็จะเรียกใช้บริการแค้ดดี้สาวสวยชื่อนิดคนนี้คนเดียวทุกครั้ง ไม่เคยเปลี่ยนใจไปเรียกใคร แถมให้ทิปแต่ละทีจัดหนักจัดเต็มให้นิดทุกครั้ง จนแค้ดดี้คนอื่นๆ ต่างพากันอิจฉานิด ที่ได้คุณกิตติตีตราจองให้เป็นแค้ดดี้ประจำ ต่างพากันลือหนาหูว่าทั้งคู่อาจจะไปไกลเกินกว่าแค่มาตีกอล์ฟธรรมดา แต่มาตีอย่างอื่นด้วย เหมือนที่แค้ดดี้คนอื่นเขาทำกัน ถึงแม้จะได้ยินอย่างนั้นนิดก็ไม่เคยสนใจ เพราะรู้ดีว่าเรื่องจริงเป็นเช่นไร คุณกิตติเป็นคนดีมีน้ำใจและเป็นสุภาพชน ชายหนุ่มไม่เคยลวนลามหรือทำรุ่มร่ามกับตนแม้สักครั้งเดียว กิตติเป็นสุภาพบุรุษมาก รู้จักรักษาระยะห่างเป็นอย่างดี ชายหนุ่มเป็นคนดีในความคิดของเธอ 5 วันถัดมา... เบรค..โครม..!! เสียงรถมอเตอร์ไซค์กลางเก่ากลางใหม่ชนท้ายกัน นิดเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนเธอขี่รถจักรยานยนต์ชนท้ายรถคันข้างหน้าเข้าอย่างจัง เนื่องจากมีสุนัขวิ่งตัดหน้ารถ นิดที่ขี่มาด้วยความเร็วรถ 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถึงจะเร็วไม่มากแต่ด้วยความตกใจ เธอจึงขาดสติควบคุมรถไว้ไม่ทัน รถคันที่นิดขับจึงพุ่งไปชนเข้ากับรถมอเตอร์ไซค์อีกคันที่อยู่ด้านหน้า มีผู้ได้รับบาดเจ็บสองคน รถมอเตอร์ไซค์ของคู่กรณีก็พังเสียหาย เหตุการณ์โกลาหลอยู่พักใหญ่ๆ รถของมูลนิธิร่วมใจก็มาถึง เจ้าหน้าที่นำผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดส่งโรงพยาบาล นิดได้รับบาดเจ็บไม่มาก แค่ฟกช้ำตามตัวและแขนขาถลอกเท่านั้น แต่คู่กรณีเจ็บมากกว่าเพราะคนซ้อนไม่ปฏิบัติตามกฏจราจร คือไม่สวมหมวกกันน็อค เมื่อพลัดตกลงมาจากรถมอเตอร์ไซค์ศีรษะจึงกระแทกกับพื้นได้รับความกระทบกระเทือน หัวแตกเลือดนองเต็มพื้นต้องรีบส่งตัวไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจรักษาอาการโดยการทำซีทีแสกน นิดถูกนำตัวไปปฐมพยาบาลที่โรงพยาบาล มีตำรวจหนึ่งนายเดินทางมาสอบปากคำและไกล่เกลี่ยเรื่องค่าใช้จ่ายตามที่ผู้เสียหายได้แจ้งเจตจำนงเอาไว้ หล่อนรับสารภาพทั้งหมดว่าตัวเองเป็นคนทำเพราะเธอเป็นคนขับถึงแม้จะไม่เกินเกณฑ์มาตราฐานในการขับขี่ แต่ถึงอย่างไรเธอก็เป็นคน ทำให้เกิดอุบัติเหตุอยู่ดี มีสุนัขวิ่งตัดหน้ารถ เบรคไม่ทันจึงชนเข้ากับรถคันข้างหน้า ตำรวจหนุ่มนายนั้นพยักหน้าพร้อมจดคำให้การไว้เป็นหลักฐาน “แล้วดิฉันต้องจ่ายค่าเสียหายทั้งหมดเท่าไหร่เหรอคะคุณตำรวจ” “คุณต้องจ่ายทั้งหมดหนึ่งแสนบาทถ้วนครับ” “หนึ่งแสนบาทถ้วนเหรอคะ” นิดทวนคำนั้น เธอแทบจะเป็นลมขึ้นมาในทันทีที่ได้ยินอย่างนั้น หญิงสาวก้มหน้าเม้มริมฝีปากแน่นนึกโทษตัวเองที่ประมาท (แล้วเราจะเอาเงินมาจากไหนตั้งหนึ่งแสนบาทกันล่ะนิดเอ๊ย ไม่น่าประมาทเลย) หญิงสาวคร่ำครวญอยู่ในใจ แต่เมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว เธอก็ต้องรับผิดชอบค่าเสียหาย “เอ่อ..ดิฉันขอถามอะไรหน่อยได้ไหมคะคุณตำรวจ” “ได้สิครับ จะถามว่าอะไร” “ดิฉันขอผ่อนจ่ายเป็นงวดๆ ได้ไหมคะ หนึ่งแสนบาทเงินมากขนาดนั้นดิฉันไม่มีเงินจ่ายหรอกค่ะ” “อันนี้แล้วแต่คุณจะตกลงกับคู่กรณีนะครับ ถ้าคู่กรณียินยอมคุณก็แบ่งจ่ายเป็นงวดได้ ตกลงกันเอาเองได้เลยนะครับ ไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวกลับก่อนนะ เจอกันที่โรงพักเพื่อสรุปสำนวนว่าคุณจะจ่ายทีเดียวหนึ่งแสน หรือแบ่งจ่ายเป็นงวดๆ ขอให้แผลหายไวไว” ตำรวจนายนั้นส่งยิ้มสวยให้เธอหนึ่งครั้ง “ขอบคุณมากค่ะคุณตำรวจ สวัสดีค่ะ” “สวัสดีครับ” เมื่อตำรวจที่มาสอบปากคำเดินจากไป เธอจึงถอนหายใจออกมาหนักๆ เธอเครียดมากเพราะไม่มีเงินจำนวนนั้นที่ต้องจ่าย เธอได้แต่ทอดถอนใจ “เอาไงดีวะนิด คิดสิคิด จะหาเงินแสนมาจากไหนทั้งเนื้อทั้งตัวตอนนี้มีอยู่แค่พันสี่ร้อยบาท เงินแสนเคยเห็นเสียที่ไหนกันล่ะ” หญิงสาวนั่งจมอยู่กับความคิดของตัวเองอยู่นาน จึงตัดสินใจโทรหาศิกับแก้วเพื่อนสาวคนสนิทเผื่อสองคนนี้จะช่วยอะไรเธอได้บ้าง แต่ถึงจะช่วยอะไรไม่ได้มากยังไงก็ได้ระบาย นิดกดโทรศัพท์หาศิสักพักศิจึงรับสาย “ฮัลโล..ศิ ช่วยนิดด้วยตอนนี้นิดอยู่โรงพยาบาล ฮื้อ..ฮือ” เธอร้องไห้ออกมาอย่างไม่อายทันทีที่เพื่อนกดรับสาย เพราะอัดอั้นตันใจจนปลายสายถึงกับงง “ฮัลโล..นิด เดี๋ยวใจเย็นๆ ก่อนเงียบก่อน หยุดร้อง ศิฟังไม่รู้เรื่องอยู่โรงพยาบาลทำไมเป็นอะไรนิด!” เพื่อนสาวคนสนิทสอบถามกลับมา เธอตกใจมากที่จู่ๆ นิดก็โทรหาแล้วร้องไห้เป็นวักเป็นเวร “รถชน” “อะไรนะ! รถชน! แล้วเจ็บหนักรึเปล่า” “เปล่า..แค่ถลอก” “แค่ถลอก! แล้วร้องไห้ทำไมยังกะจะเป็นจะตาย” ศิถึงกับถอนหายใจ เมื่อกี้หล่อนตกใจจนแทบช็อก แต่พอได้ยินเพื่อนบอกว่าแค่ถลอกเธอก็โล่งใจ เลยขอวีนเพื่อนสักหน่อยที่ร้องไห้เหมือนจะเป็นจะตาย “ตายแน่ศิ นิดต้องตายแน่ๆ” “แหน่..จะตายยังไงแค่ถลอกใส่ยาไม่กี่วันแผลก็หาย” เธอเผลอค้อนใส่โทรศัพท์ไปวงใหญ่ “ก็นิดต้องชดใช้ให้คู่กรณีหนึ่งแสนบาท” “ห๊ะ! หนึ่งแสนบาท” คราวนี้ศิตกใจเป็นอย่างมาก “ใช่..หนึ่งแสนบาท ศิคิดว่านิดจะเอาเงินมาจากไหน นิดต้องติดคุกหัวโตแน่เลย” “ใจเย็นๆ ก่อนนะนิด ทุกอย่างมันต้องมีทางแก้ เอาอย่างงี้แล้วกันวันอาทิตย์เจอกันที่บ้านศินะ อย่าเพิ่งเครียดไปมากนะ ทุกอย่างย่อมมีทางออกเสมอเชื่อศิสิ “จ้ะนิดเชื่อศิ วันอาทิตย์เจอกัน ขอบใจมากนะ” “พักผ่อนเยอะๆ นะ แผลจะได้หายไวไว งั้นศิวางสายก่อนนะบายจ้ะ” “บายจ้ะ”1 เดือนถัดมา… สองสามีภรรยานอนดูทีวีด้วยกันอย่างเป็นสุขใจ เช้าวันอาทิตย์แบบนี้อากาศสดใสกิตติไม่ได้ไปทำงานที่บริษัท หนุ่มใหญ่เลยได้กกกอดเมียรักจนถึงเช้า เวลา 11 : 00 น. เสียงกระดิ่งหน้าบ้านธาราพิทักษ์ดังขึ้นสองครั้ง พร้อมเสียงตะโกนดังๆ อยู่หน้าบ้าน เป็นเพราะหญิงสาวไม่ได้รับโทรศัพท์ในขณะที่พนักงานโทรเข้ามา พนักงานส่งสินค้าจึงตัดสินใจเดินทางมาถึงหน้าบ้าน และกดกริ่งเรียกให้คนในบ้านออกมารับสินค้า “สวัสดีครับมีใครอยู่หรือเปล่า เคอร์รี่มาส่งของครับ” พนักงานกดกระดิ่งอยู่สองสามครั้งจึงได้ยินเสียงตอบกลับจากคนข้างใน “อยู่ค่ะ รอแป๊บนึงนะคะ” นิดที่กำลังล้างผักรีบวิ่งไปเปิดประตูให้ “ขอโทษด้วยนะคะที่ต้องให้คอยนาน พอดีนิดกำลังล้างผักอยู่ค่ะ” “ไม่เป็นไรครับคุณลูกค้า ของคุณลูกค้าหนึ่งพันบาทครับ” “ขอบคุณค่ะ” ชายหนุ่มนั่งดูกริยาเมียรักอยู่ห่างๆ วันนี้เมียเขาสั่งอะไรมาอีกล่ะ พนักงานคนนี้เขาจำได้ว่าเพิ่งมาส่งของให้เมียเขาไปเมื่อวาน ทำไมวันน
ศึกสวาทเมื่อคืนช่างเร่าร้อนรุนแรงเหลือเกิน จนตอนนี้สองคนยังคงนอนหลับไหล ชายหนุ่มเอามือวางทาบกอดเอวหญิงสาวเอาไว้ หญิงสาวเองก็นอนหลับสลบสไลใบหน้าซุกไซ้กับแผงอกกว้างอย่างคนสิ้นไร้พละกำลัง เป็นนิดที่รู้สึกตัวก่อนหนุ่มใหญ่ที่กำลังนอนกอดก่ายเธออยู่ข้างๆ เธอนอนนิ่งๆ ไม่กล้าขยับร่างบาง เพราะกลัวอีกคนที่กำลังหลับสนิทอยู่ข้างๆ จะตื่น ก็เมื่อคืนเขานอนเอาเกือบสว่าง นิดนอนนิ่งๆ ต่อไปอีกสักพัก ร่างหนาจึงเริ่มขยับกระดุกกระดิกตัวขึ้นมา เมื่อชายหนุ่มรู้สึกตัวตื่นขึ้นมามือข้างขวาก็เลื่อนขึ้นมาคว้าหมับตรงเต้าเธอ เขาบีบขยำเคล้นคลึงสองเต้าอวบอิ่มของเธอด้วยความสุขใจ ไม่รู้ไปตายอดตายอยากมาจากไหน ถึงได้ทำรุนแรงแบบนี้ ดูฝ่ามือหนาของเขาสิ ทั้งบีบบี้ ทั้งขยำทรวงอกอวบอิ่มของเธอไปด้วย “โอ๊ย! คุณกิตติคะ นิดเจ็บนะคะ ทำไมชอบทำแรงๆ จัง” หล่อนค้อนเขาจนตาคว่ำ “ก็มันเขี้ยวนี่นา มันนุ่มมาก แถมยังน่ากิน น่ากัด น่าฟัด..จับฟัดซะดีมั้ย” เขาทำท่าหมั่นเขี้ยวเมียสาวเสียยกใหญ่ นัยน์ตาคมเข้มเป็นประกายวาววามขึ้นมา หญิงสาวส่งเสียงร้องอ
หลังจากสูญเสียภรรยาไป นี่ก็ห้าปีแล้วสินะที่เขาไม่ได้มีเซ็กซ์กับใครเลย เขาไม่เคยหิวกระหายในเรือนกายของผู้หญิงคนไหน อาจเป็นเพราะยังทำใจไม่ได้กับการจากไปของภรรยา แต่ทำไมกับนิดเขาถึงได้ต้องการเธอ กิตติเอนตัวหญิงสาวให้นอนราบลงบนที่นอน วางศีรษะได้รูปลงบนหมอน ก่อนจะประทับจูบที่หน้าผากมนและแก้มทั้งสองข้าง เขาสูดดมความหอมอยู่นานกว่าจะถอนจมูกออก หญิงสาวทำหน้างอนแก้มป่องได้อย่างน่ารักน่าชัง เพราะถูกตอหนวดตำ “แก้มนิดหอมจัง” เขาก้มหน้าลงอีกครั้งซุกไซ้ดอกบัวคู่งามอ้าปากงับยอดปทุมถันแล้วดูดมันเข้าปากไปแรงๆ จนร่างเล็กบิดตัวเกร็ง ส่งเสียงประท้วงออกมา “อื้อ..คุณกิตติ นิดเสียวค่ะ” ชายหนุ่มกระตุกยิ้มมุมปาก “เสียวเหรอครับ ดีแล้ว ผมอยากทำให้คุณเสียว” ว่าแล้วคนอยากทำให้ร่างเล็กเสียว ก็ยกฝ่ามือหนาขึ้นมาหนึ่งข้าง ก่อนจะวางทาบไปบนเนินเนื้อสาว ลูบไล้ขึ้นลงเบาๆ แทรกปลายนิ้วเรียวยาวลงตรงรอยแยก ชายหนุ่มบรรจงไล้แยกแหวกกลีบบุปผา จนช่อผกากว้างออก เขากระตุกปลายนิ้วเข้าออกในโพรงสวาทหลายครั้ง จนน้องน
นิดนั่งดื่มเบียร์กับกิตติหมดไปหลายแก้ว ตอนนี้เธอรู้สึกมึนหัว หายใจติดขัดเพราะกิตติขยับเข้ามาใกล้จนตอนนี้แทบจะสิงอยู่ในตัวเธอก็ว่าได้ มือไม้เขาก็อยู่ไม่สุข นอกจากโอบไหล่แล้วฝ่ามือร้อนนั่นก็ยังลากลงมาถึงกลางหลัง เลื่อนมายังเอวบางแล้วกอดเกี่ยวโอบเอวของเธอเอาไว้ด้วยลำแขนแข็งแกร่งข้างซ้าย..เจ้าเล่ห์ชะมัด จะให้เธอทำอย่างไรได้ล่ะจะขัดขืนก็ไม่กล้า อีกอย่างข้างในหัวใจบอกกับเธอว่าที่เขาทำแบบนี้มันรู้สึกดีจัง อบอุ่นที่สุด อยากเอียงหน้าเข้าไปซบกับไหล่กว้างนั้นจังแต่กลัวเขาจะไม่พอใจ เดี๋ยวจะหาว่าเธอไม่เจียมเนื้อเจียมตัว เป็นแค่แค้ดดี้กระจอก กระจอก แถมยังเป็นหนี้เขาอีกตั้งหนึ่งแสนบาท อย่าได้คิดฝันกลางวันในสิ่งที่มันเป็นไปไม่ได้ หญิงสาวลอบถอนหายใจ เขาก็แค่กำลังคิดดอกเบี้ยอยู่ก็เท่านั้นเอง ยิ่งคิดร่างบอบบางก็ยิ่งเกร็ง กิตติรู้สึกถึงอาการเกร็งของเธอขึ้นมาอีกครั้ง เขาจึงชวนเธอชนแก้วอีกหลายครั้ง จนเบียร์หมดไปอีกหลายแก้ว “หมดแก้วเลยครับ” “ค่ะ” ทั้งคู่นั่งดื่มกันต่ออีกสักพัก ชายหนุ่มก
เวลา 19 : 30 น. กิตตินั่งดื่มเบียร์เย็นๆ อย่างสบายอารมณ์อยู่ในห้องนั่งเล่น วันนี้เขาสั่งกับแกล้มมาสองอย่าง คือปลากะพงทอดน้ำปลากับยำไข่แมงดาทะเล ชายหนุ่มนั่งดื่มเงียบๆ คนเดียวอยู่นาน เขาจึงคิดอยากจะชวนแม่บ้านมานั่งดื่มด้วยกัน “นิดครับมาหาผมหน่อยครับ” เขาตะโกนเรียกหล่อนเสียงดัง เพื่อให้เธอได้ยินชัดๆ “ขานาย..มีอะไรจะใช้นิดเหรอคะ” หญิงสาวที่กำลังล้างจานอยู่ในครัวด้านหลังรีบวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหาเจ้านาย ชายหนุ่มจ้องมองสาวสวยที่ตอนนี้ผมเผ้ารุงรัง หน้าตามันแทบดูไม่ได้ เพราะวันนี้เธอทำความสะอาดบ้านชุดใหญ่ตั้งแต่เช้าจนค่ำ “นิดทำอะไรอยู่เหรอครับ ทำไมหน้ามันแบบนั้น” “นิดกำลังล้างจานอยู่ค่ะ” “แล้วล้างเสร็จหรือยัง” “เสร็จแล้วค่ะ นายต้องการอะไรเพิ่มเหรอคะ” “ครับ..เดี๋ยวช่วยไปหยิบเบียร์มาเพิ่มให้ผมหน่อย แล้วก็มานั่งดื่มเป็นเพื่อนผมด้วย ดื่มเบียร์เป็นมั้ย” หญิง
บ้าน ธาราพิทักษ์ บ้านเดี่ยวหนึ่งชั้น มีสวนหย่อมหน้าบ้านขนาดกะทัดรัดไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป สามารถอาศัยอยู่ได้ประมาณห้าชีวิต มุงกระเบื้องสีอิฐส่วนตัวบ้านทาสีไข่ไก่ วันนี้สาวน้อยต้องมาอาศัยอยู่ที่นี่เป็นวันแรก หญิงสาวรู้สึกแปลกๆ ในหัวใจเพราะเธอต้องมาอยู่ร่วมบ้านกับผู้ชายที่รู้จักกันได้เพียงไม่นาน แถมยังรู้จักกันในฐานะนายจ้างกับแค้ดดี้ “เชิญครับนิด ยินดีต้อนรับสู่บ้านธาราพิทักษ์ของผม” กิตติเดินลงจากรถเปิดประตูบ้านแล้วเดินนำเข้าไป “ขอบคุณค่ะนาย แล้วนิดต้องทำอะไรบ้างคะ” เมื่อเดินเข้ามาในบ้านหญิงสาวก็ถามถึงหน้าที่ที่เธอต้องทำ “ไม่มีอะไรมากหรอกครับ หลักๆ คือดูแลผม ซักผ้า รีดผ้า ทำอาหาร หุงข้าวล้างจาน คุณทำได้มั้ยครับ” “ทำได้ค่ะ งานพวกนี้นิดถนัดอยู่แล้ว” ก็แค่งานคุณแจ๋วเธอทำได้อยู่แล้วไม่ยาก งานแบบนี้ถือว่าสบายมากสำหรับเธอ “เดี๋ยวคุณเอาเสื้อผ้าไปเก็บในห้องนั้นนะ” กิตติชี้ไปยังประตูไม้อัดลายดอกโบตั๋นและนกกระเรียนคู่ มีอีกประตูอยู่ติดกัน “ได้ค่ะ แล้วคุณกิตตินอนห้องไหนคะ” “ถามทำไมเหรอครับ หรืออยากพักห้องเดียวกับผม”







