Masukบ้าน ธาราพิทักษ์
บ้านเดี่ยวหนึ่งชั้น มีสวนหย่อมหน้าบ้านขนาดกะทัดรัดไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป สามารถอาศัยอยู่ได้ประมาณห้าชีวิต มุงกระเบื้องสีอิฐส่วนตัวบ้านทาสีไข่ไก่ วันนี้สาวน้อยต้องมาอาศัยอยู่ที่นี่เป็นวันแรก หญิงสาวรู้สึกแปลกๆ ในหัวใจเพราะเธอต้องมาอยู่ร่วมบ้านกับผู้ชายที่รู้จักกันได้เพียงไม่นาน แถมยังรู้จักกันในฐานะนายจ้างกับแค้ดดี้ “เชิญครับนิด ยินดีต้อนรับสู่บ้านธาราพิทักษ์ของผม” กิตติเดินลงจากรถเปิดประตูบ้านแล้วเดินนำเข้าไป “ขอบคุณค่ะนาย แล้วนิดต้องทำอะไรบ้างคะ” เมื่อเดินเข้ามาในบ้านหญิงสาวก็ถามถึงหน้าที่ที่เธอต้องทำ “ไม่มีอะไรมากหรอกครับ หลักๆ คือดูแลผม ซักผ้า รีดผ้า ทำอาหาร หุงข้าวล้างจาน คุณทำได้มั้ยครับ” “ทำได้ค่ะ งานพวกนี้นิดถนัดอยู่แล้ว” ก็แค่งานคุณแจ๋วเธอทำได้อยู่แล้วไม่ยาก งานแบบนี้ถือว่าสบายมากสำหรับเธอ “เดี๋ยวคุณเอาเสื้อผ้าไปเก็บในห้องนั้นนะ” กิตติชี้ไปยังประตูไม้อัดลายดอกโบตั๋นและนกกระเรียนคู่ มีอีกประตูอยู่ติดกัน “ได้ค่ะ แล้วคุณกิตตินอนห้องไหนคะ” “ถามทำไมเหรอครับ หรืออยากพักห้องเดียวกับผม” หญิงสาวทำหน้างง นี่เขาคงกำลังพูดเล่นกับเธอใช่ไหม ปกติเขาไม่เคยพูดจากับเธอทำนองนี้ไง นี่มันไม่ใช่คุณกิตติที่เธอรู้จัก “เปล่าค่ะแค่ถามดูเฉยๆ นิดเห็นมันมีอยู่สองห้องติดกันแล้วบ้านนี้มีกี่ห้องล่ะคะ” “ก็มีสองห้องนี่แหละครับ บ้านนี้ผมอยู่คนเดียวทำไว้แค่สองห้องเผื่อมีแขกมานอนค้าง เอาละหายสงสัยหรือยัง ถ้าหายแล้วก็เอากระเป๋าไปเก็บในห้อง เสร็จแล้วจะได้ทำอาหารเที่ยงกินกัน” “ได้ค่ะนาย” นิดจัดการนำกระเป๋าเสื้อผ้าไปเก็บในห้องพักตามคำสั่งเป็นที่เรียบร้อย หล่อนมองไปรอบๆ ห้อง มันเป็นห้องที่กว้างมากมีโต๊ะเครื่องแป้งตั้งอยู่ใกล้ประตูห้องน้ำ เตียงก็ใหญ่มากน่าจะนอนสบาย ตู้เสื้อผ้าก็ทำจากไม้อย่างดี พัดลม ทีวี มีพร้อมทุกอย่าง ในชีวิตที่ผ่านมาของนิด เธอยังไม่เคยได้สัมผัสกับการนอนบนเตียงที่มีที่นอนหนานุ่มแบบนี้เลย เพราะบ้านที่เธออยู่ ปูแค่เสื่อ นอนฟูกธรรมดา ชีวิตแค้ดดี้อย่างเธอ วันไหนมีงานก็ได้เงิน วันไหนคิวมาไม่ถึงก็ไม่ได้สักบาทต้องเก็บหอมรอมริบ ต้องประหยัดให้มากๆ ถึงจะมีเงินพอใช้ ตอนนี้หล่อนโชคดีขึ้นมาหน่อยที่ช่วงหลังได้คุณกิตติจองให้เป็นแค้ดดี้ประจำ เพราะคุณกิตติไปตีกอล์ฟบ่อย แถมให้ทิปหนักอีกต่างหาก นิดจึงลืมตาอ้าปากขึ้นมาได้ แต่ก็ดันมาซวยขี่รถมอเตอร์ไซค์ไปชนเขาอีก ต้องจ่ายค่าเสียหายตั้งหนึ่งแสนบาท “เฮ้อ..ชีวิตมีขึ้นมีลงจริง จริง” นิดยืนบ่นให้กับชะตาชีวิตของตนเองเบาๆ ก่อนจะถอนใจยาว “เสร็จหรือยังครับนิดผมหิวแล้ว” เสียงเจ้านายเจื้อยแจ้วดังอยู่ข้างนอก “เสร็จแล้วค่ะนาย รอแป๊บนึงนะคะ นิดกำลังจะไปเดี๋ยวนี้แหละค่ะ” เธอรีบวิ่งทะเล่อทะล่าออกมาเปิดประตูบานใหญ่ ด้วยความรีบร้อนจึงไม่ทันได้ดูว่ามีใครยืนอยู่ตรงนั้น หญิงสาวชนเข้ากับแผงอกกว้างของเจ้านายเข้าอย่างจัง ชายหนุ่มรวบตัวหญิงสาวเอาไว้ทันที “อุ๊ย! คุณกิตตินิดขอโทษค่ะ” “ไม่เป็นไรครับ” เขาจับแขนหญิงสาวเพื่อพยุงเอาไว้ ไม่ให้เธอล้มลงไป “ไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้ เกิดหกล้มไปเดี๋ยวก็เจ็บตัวอีก ไปเถอะไปทำอาหาร” เขากระตุกยิ้มมุมปากก่อนจะปล่อยตัวหญิงสาวออกไป “ค่ะนาย..ว่าแต่นายอยากกินอะไรล่ะคะ นิดทำเป็นแต่อาหารง่ายๆ แบบชาวบ้าน อาหารต่างชาตินิดทำไม่เป็นนะคะ” “งั้นอะไรก็ได้ที่นิดถนัดผมกินง่ายไม่เรื่องมากหรอก” “งั้นไข่เจียวแล้วกันนะคะง่ายๆ” หญิงสาวถือโอกาสกวนเขาเสียเลย “เอ่อ..อันนั้นก็ง่ายไปนะผมว่า ผมอยากกินแกงมากกว่า นิดทำแกงส้มเป็นมั้ย แกงส้มแบบคนใต้ ทั้งเผ็ด ทั้งเปรี้ยว หวาน เค็ม ครบรสเลยผมชอบมากนิดทำเป็นรึเปล่า” หญิงสาวยิ้มพราวแค่แกงส้มมันง่ายๆ เธอจะทำให้สุดฝีมือไปเลย “ทำเป็นค่ะ อาหารใต้นิดถนัด ยิ่งแกงส้มของโปรดนิดเลยล่ะค่ะ คุณรอชิมฝีมือนิดได้เลย” ว่าแล้วหญิงสาวจึงลงมือทำพริกแกง ส่วนประกอบมีดังนี้ 1.พริกแห้ง หรือใครจะใช้พริกขี้หนูสดก็ได้ตามใจชอบ 2.กระเทียม 3-4 กลีบก็พอ 3.ขมิ้น 4.เกลือเล็กน้อย 5.กะปิอย่างดี 6.น้ำตาลนิดหน่อยเพิ่มรสชาติกลมกล่อม ส่วนความเปรี้ยวใช้มะนาวหรือน้ำมะขามเปียกก็ได้แล้วแต่สะดวก หากใช้น้ำมะขามเปียกจะได้รสชาติหวานอมเปรี้ยว หากใช้มะนาวจะได้กลิ่นหอม ผงนัวใส่ก็ได้ไม่ใส่ก็ได้แล้วแต่ความชอบเลย เพราะบางคนก็ไม่กินผงนัว แนะนำเติมรสดีนิดหน่อย อันนี้เป็นความชอบของนักเขียน ชิมรสที่คุณพอใจ ตักใส่ถ้วยได้เลยค่ะ กินกับข้าวสวยร้อนๆ เครื่องเคียงคือไข่เจียว ปลาเค็ม หรือหมูสามชั้นทอด มันสุดยอดไปเลยล่ะค่ะ ยิ่งถ้ากินคู่กับสะตอด้วยนะ มื้อนั้นเหมือนได้ขึ้นสวรรค์ชั้นเจ็ดกันเลยทีเดียว เธอทำกับข้าวเสร็จก็ออกมาเรียกเจ้านายที่นั่งดูข่าวเศรษฐกิจอยู่ที่ห้องนั่งเล่น “นิดทำกับข้าวเสร็จแล้วค่ะ นายมากินข้าวได้เลยค่ะ” “เสร็จแล้วเหรอครับไวดีนะ” “ค่ะ” ชายหนุ่มยืนหันหลังหยิบรีโมทขึ้นมากดปิดทีวี แล้วเดินมายังโต๊ะอาหารทันทีเพื่อรับประทานอาหาร เมื่อเห็นหน้าตาของอาหาร เขาถึงกับผุดรอยยิ้มบางๆ “อื่ม..หน้าตาน่าทานดีนะ แต่รสชาติต้องขอชิมดูก่อนว่าเป็นยังไงบ้าง” กิตติตักแกงส้มเข้าปาก กลืนน้ำแกงลงคออึกใหญ่ สัมผัสถึงรสชาติอาหารแบบคนใต้ที่เขาชอบทาน มันกลมกล่อมไม่เผ็ดมากเปรี้ยวจี๊ดจ๊าดได้ใจ ชายหนุ่มซดน้ำแกงเข้าไปอีกอึกใหญ่ “อื้ม..ผ่าน รสชาติแบบนี้แหละครับที่ผมชอบทาน แสดงว่านิดทำอาหารกินเองบ่อยเหรอครับ” เขาลอบมองใบหน้าหวานเล็กน้อย “บ่อยค่ะ นิดทำกับข้าวกินเองบ่อย ซื้อกินมันไม่อร่อยถูกปากเท่าทำเองหรอกค่ะ ถ้าทำเองเราจะเติมรสชาติตามแบบที่เราชอบทานแถมประหยัดกว่าเราออกไปกินข้างนอกอีกนะคะ” “อื้อ..แปลกดีนะ นิดอายุยังน้อยอยู่เลย คิดได้ขนาดนี้เลยเหรอ” “ก็ชีวิตนิดลำบากนี่คะ ขืนใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายไม่ประหยัด นิดจะอยู่ได้ยังไง รายได้แค้ดดี้มันน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย” ชายหนุ่มพยักหน้าเข้าใจเห็นด้วยกับเธอทุกประการ “ก็จริงของนิดนะ ทานอาหารเถอะครับเดี๋ยวจะเย็นซะหมด” เขาตัดบทเอาดื้อๆ แถมยังชวนเธอทานข้าวหน้าตาเฉย “ทานพร้อมกับนายเหรอคะ เดี๋ยวนิดกินทีหลังก็ได้ค่ะ” “ทานพร้อมกันนี่แหละครับผมไม่ถือ ทานคนเดียวมันไม่อร่อยเท่าทานสองคนหรอกนะ มาเลยครับตักข้าวมาทานพร้อมกัน” “ขี้กลากจะขึ้นกบาลนิดหรือเปล่าคะ” “ไม่หรอกครับ รีบๆ ตักข้าวมาเลยครับผมหิวแล้ว” และมื้อนั้นก็อร่อยจริงๆ แกงส้มก็อร่อย แถมได้นั่งทานอาหารกับคุณกิตติ ที่ทั้งหล่อและจิตใจดี คืนนี้ต้องฝันดีแน่เลยเรา หญิงสาวแอบคิดในใจนั่งทานข้าวเงียบๆ ไป1 เดือนถัดมา… สองสามีภรรยานอนดูทีวีด้วยกันอย่างเป็นสุขใจ เช้าวันอาทิตย์แบบนี้อากาศสดใสกิตติไม่ได้ไปทำงานที่บริษัท หนุ่มใหญ่เลยได้กกกอดเมียรักจนถึงเช้า เวลา 11 : 00 น. เสียงกระดิ่งหน้าบ้านธาราพิทักษ์ดังขึ้นสองครั้ง พร้อมเสียงตะโกนดังๆ อยู่หน้าบ้าน เป็นเพราะหญิงสาวไม่ได้รับโทรศัพท์ในขณะที่พนักงานโทรเข้ามา พนักงานส่งสินค้าจึงตัดสินใจเดินทางมาถึงหน้าบ้าน และกดกริ่งเรียกให้คนในบ้านออกมารับสินค้า “สวัสดีครับมีใครอยู่หรือเปล่า เคอร์รี่มาส่งของครับ” พนักงานกดกระดิ่งอยู่สองสามครั้งจึงได้ยินเสียงตอบกลับจากคนข้างใน “อยู่ค่ะ รอแป๊บนึงนะคะ” นิดที่กำลังล้างผักรีบวิ่งไปเปิดประตูให้ “ขอโทษด้วยนะคะที่ต้องให้คอยนาน พอดีนิดกำลังล้างผักอยู่ค่ะ” “ไม่เป็นไรครับคุณลูกค้า ของคุณลูกค้าหนึ่งพันบาทครับ” “ขอบคุณค่ะ” ชายหนุ่มนั่งดูกริยาเมียรักอยู่ห่างๆ วันนี้เมียเขาสั่งอะไรมาอีกล่ะ พนักงานคนนี้เขาจำได้ว่าเพิ่งมาส่งของให้เมียเขาไปเมื่อวาน ทำไมวันน
ศึกสวาทเมื่อคืนช่างเร่าร้อนรุนแรงเหลือเกิน จนตอนนี้สองคนยังคงนอนหลับไหล ชายหนุ่มเอามือวางทาบกอดเอวหญิงสาวเอาไว้ หญิงสาวเองก็นอนหลับสลบสไลใบหน้าซุกไซ้กับแผงอกกว้างอย่างคนสิ้นไร้พละกำลัง เป็นนิดที่รู้สึกตัวก่อนหนุ่มใหญ่ที่กำลังนอนกอดก่ายเธออยู่ข้างๆ เธอนอนนิ่งๆ ไม่กล้าขยับร่างบาง เพราะกลัวอีกคนที่กำลังหลับสนิทอยู่ข้างๆ จะตื่น ก็เมื่อคืนเขานอนเอาเกือบสว่าง นิดนอนนิ่งๆ ต่อไปอีกสักพัก ร่างหนาจึงเริ่มขยับกระดุกกระดิกตัวขึ้นมา เมื่อชายหนุ่มรู้สึกตัวตื่นขึ้นมามือข้างขวาก็เลื่อนขึ้นมาคว้าหมับตรงเต้าเธอ เขาบีบขยำเคล้นคลึงสองเต้าอวบอิ่มของเธอด้วยความสุขใจ ไม่รู้ไปตายอดตายอยากมาจากไหน ถึงได้ทำรุนแรงแบบนี้ ดูฝ่ามือหนาของเขาสิ ทั้งบีบบี้ ทั้งขยำทรวงอกอวบอิ่มของเธอไปด้วย “โอ๊ย! คุณกิตติคะ นิดเจ็บนะคะ ทำไมชอบทำแรงๆ จัง” หล่อนค้อนเขาจนตาคว่ำ “ก็มันเขี้ยวนี่นา มันนุ่มมาก แถมยังน่ากิน น่ากัด น่าฟัด..จับฟัดซะดีมั้ย” เขาทำท่าหมั่นเขี้ยวเมียสาวเสียยกใหญ่ นัยน์ตาคมเข้มเป็นประกายวาววามขึ้นมา หญิงสาวส่งเสียงร้องอ
หลังจากสูญเสียภรรยาไป นี่ก็ห้าปีแล้วสินะที่เขาไม่ได้มีเซ็กซ์กับใครเลย เขาไม่เคยหิวกระหายในเรือนกายของผู้หญิงคนไหน อาจเป็นเพราะยังทำใจไม่ได้กับการจากไปของภรรยา แต่ทำไมกับนิดเขาถึงได้ต้องการเธอ กิตติเอนตัวหญิงสาวให้นอนราบลงบนที่นอน วางศีรษะได้รูปลงบนหมอน ก่อนจะประทับจูบที่หน้าผากมนและแก้มทั้งสองข้าง เขาสูดดมความหอมอยู่นานกว่าจะถอนจมูกออก หญิงสาวทำหน้างอนแก้มป่องได้อย่างน่ารักน่าชัง เพราะถูกตอหนวดตำ “แก้มนิดหอมจัง” เขาก้มหน้าลงอีกครั้งซุกไซ้ดอกบัวคู่งามอ้าปากงับยอดปทุมถันแล้วดูดมันเข้าปากไปแรงๆ จนร่างเล็กบิดตัวเกร็ง ส่งเสียงประท้วงออกมา “อื้อ..คุณกิตติ นิดเสียวค่ะ” ชายหนุ่มกระตุกยิ้มมุมปาก “เสียวเหรอครับ ดีแล้ว ผมอยากทำให้คุณเสียว” ว่าแล้วคนอยากทำให้ร่างเล็กเสียว ก็ยกฝ่ามือหนาขึ้นมาหนึ่งข้าง ก่อนจะวางทาบไปบนเนินเนื้อสาว ลูบไล้ขึ้นลงเบาๆ แทรกปลายนิ้วเรียวยาวลงตรงรอยแยก ชายหนุ่มบรรจงไล้แยกแหวกกลีบบุปผา จนช่อผกากว้างออก เขากระตุกปลายนิ้วเข้าออกในโพรงสวาทหลายครั้ง จนน้องน
นิดนั่งดื่มเบียร์กับกิตติหมดไปหลายแก้ว ตอนนี้เธอรู้สึกมึนหัว หายใจติดขัดเพราะกิตติขยับเข้ามาใกล้จนตอนนี้แทบจะสิงอยู่ในตัวเธอก็ว่าได้ มือไม้เขาก็อยู่ไม่สุข นอกจากโอบไหล่แล้วฝ่ามือร้อนนั่นก็ยังลากลงมาถึงกลางหลัง เลื่อนมายังเอวบางแล้วกอดเกี่ยวโอบเอวของเธอเอาไว้ด้วยลำแขนแข็งแกร่งข้างซ้าย..เจ้าเล่ห์ชะมัด จะให้เธอทำอย่างไรได้ล่ะจะขัดขืนก็ไม่กล้า อีกอย่างข้างในหัวใจบอกกับเธอว่าที่เขาทำแบบนี้มันรู้สึกดีจัง อบอุ่นที่สุด อยากเอียงหน้าเข้าไปซบกับไหล่กว้างนั้นจังแต่กลัวเขาจะไม่พอใจ เดี๋ยวจะหาว่าเธอไม่เจียมเนื้อเจียมตัว เป็นแค่แค้ดดี้กระจอก กระจอก แถมยังเป็นหนี้เขาอีกตั้งหนึ่งแสนบาท อย่าได้คิดฝันกลางวันในสิ่งที่มันเป็นไปไม่ได้ หญิงสาวลอบถอนหายใจ เขาก็แค่กำลังคิดดอกเบี้ยอยู่ก็เท่านั้นเอง ยิ่งคิดร่างบอบบางก็ยิ่งเกร็ง กิตติรู้สึกถึงอาการเกร็งของเธอขึ้นมาอีกครั้ง เขาจึงชวนเธอชนแก้วอีกหลายครั้ง จนเบียร์หมดไปอีกหลายแก้ว “หมดแก้วเลยครับ” “ค่ะ” ทั้งคู่นั่งดื่มกันต่ออีกสักพัก ชายหนุ่มก
เวลา 19 : 30 น. กิตตินั่งดื่มเบียร์เย็นๆ อย่างสบายอารมณ์อยู่ในห้องนั่งเล่น วันนี้เขาสั่งกับแกล้มมาสองอย่าง คือปลากะพงทอดน้ำปลากับยำไข่แมงดาทะเล ชายหนุ่มนั่งดื่มเงียบๆ คนเดียวอยู่นาน เขาจึงคิดอยากจะชวนแม่บ้านมานั่งดื่มด้วยกัน “นิดครับมาหาผมหน่อยครับ” เขาตะโกนเรียกหล่อนเสียงดัง เพื่อให้เธอได้ยินชัดๆ “ขานาย..มีอะไรจะใช้นิดเหรอคะ” หญิงสาวที่กำลังล้างจานอยู่ในครัวด้านหลังรีบวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหาเจ้านาย ชายหนุ่มจ้องมองสาวสวยที่ตอนนี้ผมเผ้ารุงรัง หน้าตามันแทบดูไม่ได้ เพราะวันนี้เธอทำความสะอาดบ้านชุดใหญ่ตั้งแต่เช้าจนค่ำ “นิดทำอะไรอยู่เหรอครับ ทำไมหน้ามันแบบนั้น” “นิดกำลังล้างจานอยู่ค่ะ” “แล้วล้างเสร็จหรือยัง” “เสร็จแล้วค่ะ นายต้องการอะไรเพิ่มเหรอคะ” “ครับ..เดี๋ยวช่วยไปหยิบเบียร์มาเพิ่มให้ผมหน่อย แล้วก็มานั่งดื่มเป็นเพื่อนผมด้วย ดื่มเบียร์เป็นมั้ย” หญิง
บ้าน ธาราพิทักษ์ บ้านเดี่ยวหนึ่งชั้น มีสวนหย่อมหน้าบ้านขนาดกะทัดรัดไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป สามารถอาศัยอยู่ได้ประมาณห้าชีวิต มุงกระเบื้องสีอิฐส่วนตัวบ้านทาสีไข่ไก่ วันนี้สาวน้อยต้องมาอาศัยอยู่ที่นี่เป็นวันแรก หญิงสาวรู้สึกแปลกๆ ในหัวใจเพราะเธอต้องมาอยู่ร่วมบ้านกับผู้ชายที่รู้จักกันได้เพียงไม่นาน แถมยังรู้จักกันในฐานะนายจ้างกับแค้ดดี้ “เชิญครับนิด ยินดีต้อนรับสู่บ้านธาราพิทักษ์ของผม” กิตติเดินลงจากรถเปิดประตูบ้านแล้วเดินนำเข้าไป “ขอบคุณค่ะนาย แล้วนิดต้องทำอะไรบ้างคะ” เมื่อเดินเข้ามาในบ้านหญิงสาวก็ถามถึงหน้าที่ที่เธอต้องทำ “ไม่มีอะไรมากหรอกครับ หลักๆ คือดูแลผม ซักผ้า รีดผ้า ทำอาหาร หุงข้าวล้างจาน คุณทำได้มั้ยครับ” “ทำได้ค่ะ งานพวกนี้นิดถนัดอยู่แล้ว” ก็แค่งานคุณแจ๋วเธอทำได้อยู่แล้วไม่ยาก งานแบบนี้ถือว่าสบายมากสำหรับเธอ “เดี๋ยวคุณเอาเสื้อผ้าไปเก็บในห้องนั้นนะ” กิตติชี้ไปยังประตูไม้อัดลายดอกโบตั๋นและนกกระเรียนคู่ มีอีกประตูอยู่ติดกัน “ได้ค่ะ แล้วคุณกิตตินอนห้องไหนคะ” “ถามทำไมเหรอครับ หรืออยากพักห้องเดียวกับผม”







