Share

หวั่นไหว

Author: Suwachee
last update Last Updated: 2026-01-09 07:50:39

ระหว่างขับรถเพื่อไปยังทีออฟหลุมแรก กิตติก็ทำลายความเงียบด้วยการชวนหญิงสาวคุย

          “น้องชื่ออะไรครับ”

          “ชื่อนิดค่ะ” พูดแต่ไม่ได้หันมองหน้าเพราะประหม่าในความหล่อ

          “อายุเท่าไหร่ครับเนี่ย ดูหน้าตายังเด็กอยู่เลยทำไมไม่ไปโรงเรียนล่ะครับ”

          “อายุสิบแปดค่ะ ไม่เรียนแล้ว หนูไม่มีเงินเรียนค่ะนาย”

          กิตติเหวอไปเล็กน้อยที่ได้ยินอย่างนั้น “เหรอครับ..แล้วพ่อแม่ล่ะครับ ไม่ส่งให้เรียนต่อเหรอ”

          “พ่อแม่หนูเสียหมดแล้ว หนูตัวคนเดียวค่ะนาย”

          กิตติคิดในใจ (มามุขนี้อีกแล้ว พ่อแม่ตายไม่มีเงิน อีกเดี๋ยวคงบีบน้ำตา)

          “ผมเสียใจด้วยนะครับ แล้วถ้ามีโอกาสอยากเรียนต่อมั้ย”

          “คงไม่แล้วล่ะค่ะ ทำงานเก็บเงินดีกว่า”

          “อ๋อ..งั้นเหรอครับ”

          ชายหนุ่มพยักหน้าอย่างเข้าใจแล้วก็เงียบไปอีกครั้ง เพราะเชื่อบ้างไม่เชื่อบ้างกับสิ่งที่ได้ยินได้ฟังจากปากหญิงสาว เขาเจอเรื่องราวทำนองนี้มานักต่อนัก ผู้หญิงบางคนโกหกสารพัดเพื่อให้ได้เงินมา บางครั้งถึงขั้นบีบน้ำตาเรียกคะแนนความสงสาร แต่กลับยิ้มหน้าบานเมื่อได้เงิน เพราะฉะนั้นเขาจึงเลือกเชื่อครึ่ง ไม่เชื่อครึ่ง เมื่อมาถึงทีออฟหลุมที่1 ชายหนุ่มจึงเอ่ยถามขึ้นมา

           “หลุมนี้พาร์อะไร?”

          “พาร์ห้าค่ะนาย” นิดตอบเสียงสดใสนัยน์ตาเป็นประกายวาววับ

          “พาร์ห้า..งั้นเอาหัวไม้หนึ่ง”

          หญิงสาวเดินไปหยิบหัวไม้หนึ่งส่งให้เจ้านาย ชายหนุ่มตีออกไปไม่ดีเท่าไหร่เพราะมีเรื่องรบกวนจิตใจ ทั้งที่เขามั่นใจว่าไม่คิดอะไรแล้วนะ แต่กลับเสียสมาธิจนได้

          ทั้งก๊วนดวนวงสวิงกันอย่างสนุกสนาน ใครแพ้งานนี้มีหนาว เพราะต้องเป็นเจ้ามือเลี้ยงข้าวเลี้ยงอาหารและเครื่องดื่มชุดใหญ่

          “ไหนดูซิริน หลุมที่แล้วของแกออกเท่าไหร่” เจชายหนุ่มหน้าใสหันไปถามริน

           “หลุมที่แล้วพาร์ห้า ฉันตีได้สี่กินเบอร์ดี้ไปเลยสิครับ ฮ่า ฮ่า ฮ่า” รินหัวเราะชอบใจออกมาที่ตัวเองตีได้คะแนนดี พาร์ห้าตีได้สี่ ภาษากอล์ฟเขาเรียกว่าเบอร์ดี้ “แล้วของแกล่ะเจตีได้เท่าไหร่”

          “โถ่..ไอ้เพื่อนเฮงซวย ได้เบอร์ดี้เข้าหน่อยทำเป็นคุย นายเป็นต่อแค่แต้มเดียว ฝากไว้ก่อนเถอะ ฉันได้พาร์ แล้วแกล่ะกิต เงียบเชียวตีได้เท่าไหร่”

          “วันนี้ฉันตีไม่ดีเท่าไหร่ หลุมแรกก็ออกโอเว่อร์พาร์ซะแล้ว พาร์ห้าตีได้หก กินโบกี้ตั้งแต่หลุมแรกเลย”

          ฮ่า ฮ่า ฮ่า… รินและเจหัวเราะประสานเสียงกัน ก่อนจะหันมามองหน้ากัน

          “มื้อนี้เราได้คนเลี้ยงแล้วว่ะ ข้าจะกินให้พุงกางไปเลย”

         “เออ..ได้เลยเพื่อน ตามนั้น”

          กิตติหันมาบอกเพื่อนรักอย่างเจ ผู้แพ้อย่างกิตติยอมรับสภาพแต่โดยดีที่ตัวเองตีได้ไม่ดี แพ้ให้เพื่อนตั้งแต่เริ่มออกตีเลยทีเดียว เมื่อตีครบทั้งสิบแปดหลุมผลก็ออกมาตามคาด รินทำคะแนนได้ดีสุด เจได้ที่สอง ส่วนกิตติกินบ๊วยเพราะดันตีไม่ดีตั้งแต่หลุมแรก

         ระหว่างเดินขึ้นคลับเฮาส์ พวกเขาก็พูดเรื่องร้านอาหารกันไปด้วย

          “ตกลงนี่เราจะไปกินอาหารร้านไหนกันดี แต่ขอเป็นร้านใกล้ๆ แถวนี้นะ ขี้เกียจขับรถเข้าไปในเมือง” คนเลี้ยงบอกเพื่อน

          “งั้นเอาร้านตาชั่งที่ควนลังดีมั้ย อาหารอร่อยแถมอยู่ใกล้ๆ แถวนี้ด้วย” เจเสนอชื่อร้านขึ้นมา

          “เออเห็นด้วยว่ะ ฉันว่าร้านนี้ก็ดีเหมือนกัน อยากกินส้มตำแซ่บแซ่บอยู่พอดี คอหมูย่าง ปลาเผาเขาก็อร่อยนะ วันนี้ฉันจะสั่งไม่อั้น เพราะคุณกิตติเป็นเจ้ามือแค่นี้ขนหน้าแข้งไม่ร่วงอยู่แล้ว จริงมั้ยวะเพื่อน” รินหันมองหน้าเพื่อนพลางยิ้ม

          “ตามนั้นไอ้ริน”

          เมื่อตกลงเรื่องร้านอาหารกันเสร็จ สามหนุ่มก็แยกย้ายกันไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดลำลอง แต่งตัวเสร็จเรียบร้อยทั้งสามหนุ่มจึงเดินออกมาเรียกหาแค้ดดี้ทั้งสามคนที่ยืนคอยอยู่หน้าคลับเฮาส์เพื่อให้สินน้ำใจ กิตติยื่นเงินให้นิดเป็นเงินค่าเหนื่อยหนึ่งพันบาท ทิปหนึ่งพันบาทถือว่าเยอะมากสำหรับแค้ดดี้ที่ไม่ได้เป็นแค้ดดี้ประจำ

          “ขอบใจมากนะสำหรับวันนี้ที่เป็นแค้ดดี้ให้ผม แล้วครั้งหน้าถ้าผมมา ผมจะเรียกให้มาถืออีกนะครับ ขอเบอร์โทรด้วย”

          “ได้ค่ะนาย” หญิงสาวฉีกยิ้มกว้างด้วยความดีใจ รีบจดเบอร์โทรศัพท์ในเศษกระดาษยื่นให้ชายหนุ่มทันที “นี่ค่ะนาย อย่าลืมเรียกหนูนะคะ ขอบคุณมากค่ะสำหรับทิป หนูไม่เคยได้เยอะขนาดนี้เลยค่ะ คุณกิตติหล่อ แถมใจดีอีกด้วยนะคะ”

          คราวนี้ถึงทีกิตติฉีกยิ้มกว้างบ้างละ เมื่อโดนชมระยะเผาขน “แหม..เล่นชมต่อหน้าแบบนี้ผมก็เขินแย่สิครับ ผมไปก่อนนะถ้าวันไหนมา ผมจะโทรมาก่อน แล้วเจอกันครับ”

          “ค่ะนาย สวัสดีค่ะ”

          “สวัสดีครับ”

          หลังจากให้ทิปแค้ดดี้เรียบร้อย สามหนุ่มก็เดินทางมารับประทานอาหารที่ร้านตาชั่ง เป็นร้านที่มีอาหารอีสานรสชาติแซ่บจี๊ดจ๊าดและอร่อย มื้อนี้เจ้ามือต้องจ่ายไปหลายพันสำหรับค่าเครื่องดื่มและอาหาร พวกเขาจะทำแบบนี้ทุกครั้งเมื่อมาตีกอล์ฟ ใครแพ้คนนั้นต้องจ่าย ได้มาออกกำลังกายแถมได้อิ่มอร่อยกลับไปทุกครั้ง

          เมื่อกินอาหารสังสรรค์กับเพื่อนเสร็จกิตติก็เดินทางกลับบ้าน ระหว่างรถจอดติดไฟแดงอยู่นั้นสายตาเหลือบไปเห็นเศษกระดาษที่หญิงสาวจดเบอร์โทรศัพท์เอาไว้หยิบขึ้นมาดูพลางยิ้มคิดถึงใบหน้าเด็กสาวน่ารักสดใส ที่ส่งยิ้มละไมตอนเขาส่งเงินค่าทิปให้หนึ่งพัน

          "น่ารัก..น่ารักมาก น่ารักขนาดนี้มีแฟนรึยังนะ” พูดแล้วก็ยิ้มกับเศษกระดาษอีกครั้ง คล้ายสติหลุดลอยไปไกล แต่เมื่อดึงสติกลับมาได้ ก็อยากเขกกะโหลกตัวเองแรงๆ สักสิบครั้งที่ดันคิดกับเด็กสาวที่เป็นแค้ดดี้แบบนั้น

        “บ้าชิบ! นี่เราคิดอะไรกับเด็กคนนั้นวะ สิบแปดนะเว้ย แถมเป็นแค้ดดี้ด้วย มึงต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ เลยไอ้กิตติ” พูดพลางส่ายหน้าไปมาแล้วยิ้มกับพวงมาลัย "นี่เราหวั่นไหวเหรอวะ บ้าชะมัด"

 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ปราบพยศเมียเด็ก   รักเมียหลงเมีย

    1 เดือนถัดมา…          สองสามีภรรยานอนดูทีวีด้วยกันอย่างเป็นสุขใจ เช้าวันอาทิตย์แบบนี้อากาศสดใสกิตติไม่ได้ไปทำงานที่บริษัท หนุ่มใหญ่เลยได้กกกอดเมียรักจนถึงเช้า          เวลา 11 : 00 น. เสียงกระดิ่งหน้าบ้านธาราพิทักษ์ดังขึ้นสองครั้ง พร้อมเสียงตะโกนดังๆ อยู่หน้าบ้าน เป็นเพราะหญิงสาวไม่ได้รับโทรศัพท์ในขณะที่พนักงานโทรเข้ามา พนักงานส่งสินค้าจึงตัดสินใจเดินทางมาถึงหน้าบ้าน และกดกริ่งเรียกให้คนในบ้านออกมารับสินค้า          “สวัสดีครับมีใครอยู่หรือเปล่า เคอร์รี่มาส่งของครับ” พนักงานกดกระดิ่งอยู่สองสามครั้งจึงได้ยินเสียงตอบกลับจากคนข้างใน          “อยู่ค่ะ รอแป๊บนึงนะคะ” นิดที่กำลังล้างผักรีบวิ่งไปเปิดประตูให้ “ขอโทษด้วยนะคะที่ต้องให้คอยนาน พอดีนิดกำลังล้างผักอยู่ค่ะ”          “ไม่เป็นไรครับคุณลูกค้า ของคุณลูกค้าหนึ่งพันบาทครับ”          “ขอบคุณค่ะ”          ชายหนุ่มนั่งดูกริยาเมียรักอยู่ห่างๆ วันนี้เมียเขาสั่งอะไรมาอีกล่ะ พนักงานคนนี้เขาจำได้ว่าเพิ่งมาส่งของให้เมียเขาไปเมื่อวาน ทำไมวันน

  • ปราบพยศเมียเด็ก   เป็นอมตะ

    ศึกสวาทเมื่อคืนช่างเร่าร้อนรุนแรงเหลือเกิน จนตอนนี้สองคนยังคงนอนหลับไหล ชายหนุ่มเอามือวางทาบกอดเอวหญิงสาวเอาไว้ หญิงสาวเองก็นอนหลับสลบสไลใบหน้าซุกไซ้กับแผงอกกว้างอย่างคนสิ้นไร้พละกำลัง          เป็นนิดที่รู้สึกตัวก่อนหนุ่มใหญ่ที่กำลังนอนกอดก่ายเธออยู่ข้างๆ เธอนอนนิ่งๆ ไม่กล้าขยับร่างบาง เพราะกลัวอีกคนที่กำลังหลับสนิทอยู่ข้างๆ จะตื่น ก็เมื่อคืนเขานอนเอาเกือบสว่าง นิดนอนนิ่งๆ ต่อไปอีกสักพัก ร่างหนาจึงเริ่มขยับกระดุกกระดิกตัวขึ้นมา เมื่อชายหนุ่มรู้สึกตัวตื่นขึ้นมามือข้างขวาก็เลื่อนขึ้นมาคว้าหมับตรงเต้าเธอ เขาบีบขยำเคล้นคลึงสองเต้าอวบอิ่มของเธอด้วยความสุขใจ ไม่รู้ไปตายอดตายอยากมาจากไหน ถึงได้ทำรุนแรงแบบนี้ ดูฝ่ามือหนาของเขาสิ ทั้งบีบบี้ ทั้งขยำทรวงอกอวบอิ่มของเธอไปด้วย          “โอ๊ย! คุณกิตติคะ นิดเจ็บนะคะ ทำไมชอบทำแรงๆ จัง” หล่อนค้อนเขาจนตาคว่ำ          “ก็มันเขี้ยวนี่นา มันนุ่มมาก แถมยังน่ากิน น่ากัด น่าฟัด..จับฟัดซะดีมั้ย” เขาทำท่าหมั่นเขี้ยวเมียสาวเสียยกใหญ่ นัยน์ตาคมเข้มเป็นประกายวาววามขึ้นมา          หญิงสาวส่งเสียงร้องอ

  • ปราบพยศเมียเด็ก   กินต่อยังไม่อิ่ม

    หลังจากสูญเสียภรรยาไป นี่ก็ห้าปีแล้วสินะที่เขาไม่ได้มีเซ็กซ์กับใครเลย เขาไม่เคยหิวกระหายในเรือนกายของผู้หญิงคนไหน อาจเป็นเพราะยังทำใจไม่ได้กับการจากไปของภรรยา แต่ทำไมกับนิดเขาถึงได้ต้องการเธอ          กิตติเอนตัวหญิงสาวให้นอนราบลงบนที่นอน วางศีรษะได้รูปลงบนหมอน ก่อนจะประทับจูบที่หน้าผากมนและแก้มทั้งสองข้าง เขาสูดดมความหอมอยู่นานกว่าจะถอนจมูกออก หญิงสาวทำหน้างอนแก้มป่องได้อย่างน่ารักน่าชัง เพราะถูกตอหนวดตำ          “แก้มนิดหอมจัง” เขาก้มหน้าลงอีกครั้งซุกไซ้ดอกบัวคู่งามอ้าปากงับยอดปทุมถันแล้วดูดมันเข้าปากไปแรงๆ จนร่างเล็กบิดตัวเกร็ง ส่งเสียงประท้วงออกมา          “อื้อ..คุณกิตติ นิดเสียวค่ะ”          ชายหนุ่มกระตุกยิ้มมุมปาก “เสียวเหรอครับ ดีแล้ว ผมอยากทำให้คุณเสียว”          ว่าแล้วคนอยากทำให้ร่างเล็กเสียว ก็ยกฝ่ามือหนาขึ้นมาหนึ่งข้าง ก่อนจะวางทาบไปบนเนินเนื้อสาว ลูบไล้ขึ้นลงเบาๆ แทรกปลายนิ้วเรียวยาวลงตรงรอยแยก ชายหนุ่มบรรจงไล้แยกแหวกกลีบบุปผา จนช่อผกากว้างออก เขากระตุกปลายนิ้วเข้าออกในโพรงสวาทหลายครั้ง จนน้องน

  • ปราบพยศเมียเด็ก   กินเด็ก

     นิดนั่งดื่มเบียร์กับกิตติหมดไปหลายแก้ว ตอนนี้เธอรู้สึกมึนหัว หายใจติดขัดเพราะกิตติขยับเข้ามาใกล้จนตอนนี้แทบจะสิงอยู่ในตัวเธอก็ว่าได้ มือไม้เขาก็อยู่ไม่สุข          นอกจากโอบไหล่แล้วฝ่ามือร้อนนั่นก็ยังลากลงมาถึงกลางหลัง เลื่อนมายังเอวบางแล้วกอดเกี่ยวโอบเอวของเธอเอาไว้ด้วยลำแขนแข็งแกร่งข้างซ้าย..เจ้าเล่ห์ชะมัด จะให้เธอทำอย่างไรได้ล่ะจะขัดขืนก็ไม่กล้า อีกอย่างข้างในหัวใจบอกกับเธอว่าที่เขาทำแบบนี้มันรู้สึกดีจัง อบอุ่นที่สุด อยากเอียงหน้าเข้าไปซบกับไหล่กว้างนั้นจังแต่กลัวเขาจะไม่พอใจ เดี๋ยวจะหาว่าเธอไม่เจียมเนื้อเจียมตัว เป็นแค่แค้ดดี้กระจอก กระจอก แถมยังเป็นหนี้เขาอีกตั้งหนึ่งแสนบาท อย่าได้คิดฝันกลางวันในสิ่งที่มันเป็นไปไม่ได้ หญิงสาวลอบถอนหายใจ เขาก็แค่กำลังคิดดอกเบี้ยอยู่ก็เท่านั้นเอง ยิ่งคิดร่างบอบบางก็ยิ่งเกร็ง          กิตติรู้สึกถึงอาการเกร็งของเธอขึ้นมาอีกครั้ง เขาจึงชวนเธอชนแก้วอีกหลายครั้ง จนเบียร์หมดไปอีกหลายแก้ว          “หมดแก้วเลยครับ”          “ค่ะ”          ทั้งคู่นั่งดื่มกันต่ออีกสักพัก ชายหนุ่มก

  • ปราบพยศเมียเด็ก   หัวใจเต้นไม่เป็นจังฟวะ

    เวลา 19 : 30 น.          กิตตินั่งดื่มเบียร์เย็นๆ อย่างสบายอารมณ์อยู่ในห้องนั่งเล่น วันนี้เขาสั่งกับแกล้มมาสองอย่าง คือปลากะพงทอดน้ำปลากับยำไข่แมงดาทะเล ชายหนุ่มนั่งดื่มเงียบๆ คนเดียวอยู่นาน เขาจึงคิดอยากจะชวนแม่บ้านมานั่งดื่มด้วยกัน          “นิดครับมาหาผมหน่อยครับ” เขาตะโกนเรียกหล่อนเสียงดัง เพื่อให้เธอได้ยินชัดๆ          “ขานาย..มีอะไรจะใช้นิดเหรอคะ” หญิงสาวที่กำลังล้างจานอยู่ในครัวด้านหลังรีบวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหาเจ้านาย          ชายหนุ่มจ้องมองสาวสวยที่ตอนนี้ผมเผ้ารุงรัง หน้าตามันแทบดูไม่ได้ เพราะวันนี้เธอทำความสะอาดบ้านชุดใหญ่ตั้งแต่เช้าจนค่ำ          “นิดทำอะไรอยู่เหรอครับ ทำไมหน้ามันแบบนั้น”          “นิดกำลังล้างจานอยู่ค่ะ”          “แล้วล้างเสร็จหรือยัง”          “เสร็จแล้วค่ะ นายต้องการอะไรเพิ่มเหรอคะ”          “ครับ..เดี๋ยวช่วยไปหยิบเบียร์มาเพิ่มให้ผมหน่อย แล้วก็มานั่งดื่มเป็นเพื่อนผมด้วย ดื่มเบียร์เป็นมั้ย”          หญิง

  • ปราบพยศเมียเด็ก   เริ่มงาน

    บ้าน ธาราพิทักษ์ บ้านเดี่ยวหนึ่งชั้น มีสวนหย่อมหน้าบ้านขนาดกะทัดรัดไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป สามารถอาศัยอยู่ได้ประมาณห้าชีวิต มุงกระเบื้องสีอิฐส่วนตัวบ้านทาสีไข่ไก่ วันนี้สาวน้อยต้องมาอาศัยอยู่ที่นี่เป็นวันแรก หญิงสาวรู้สึกแปลกๆ ในหัวใจเพราะเธอต้องมาอยู่ร่วมบ้านกับผู้ชายที่รู้จักกันได้เพียงไม่นาน แถมยังรู้จักกันในฐานะนายจ้างกับแค้ดดี้ “เชิญครับนิด ยินดีต้อนรับสู่บ้านธาราพิทักษ์ของผม” กิตติเดินลงจากรถเปิดประตูบ้านแล้วเดินนำเข้าไป “ขอบคุณค่ะนาย แล้วนิดต้องทำอะไรบ้างคะ” เมื่อเดินเข้ามาในบ้านหญิงสาวก็ถามถึงหน้าที่ที่เธอต้องทำ “ไม่มีอะไรมากหรอกครับ หลักๆ คือดูแลผม ซักผ้า รีดผ้า ทำอาหาร หุงข้าวล้างจาน คุณทำได้มั้ยครับ” “ทำได้ค่ะ งานพวกนี้นิดถนัดอยู่แล้ว” ก็แค่งานคุณแจ๋วเธอทำได้อยู่แล้วไม่ยาก งานแบบนี้ถือว่าสบายมากสำหรับเธอ “เดี๋ยวคุณเอาเสื้อผ้าไปเก็บในห้องนั้นนะ” กิตติชี้ไปยังประตูไม้อัดลายดอกโบตั๋นและนกกระเรียนคู่ มีอีกประตูอยู่ติดกัน “ได้ค่ะ แล้วคุณกิตตินอนห้องไหนคะ” “ถามทำไมเหรอครับ หรืออยากพักห้องเดียวกับผม”

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status