เข้าสู่ระบบวันนี้แล้วสินะเธอต้องเตรียมตัวสำหรับการเป็นเลขาของเขา จิรัญญาเดินเข้าบริษัทมีสายตาหลายคู่ที่แอบมองเธอด้วยสายตาแปลกจนอดที่จะกลัวไม่ได้
“พี่เพกาคะ จิ๊บไม่เป็นเลขาให้คุณสิงห์ไม่ได้เหรอคะ พี่เพกาหาคนอื่นได้ไหม จิ๊บว่าตัวเองเองคงไม่เหมาะกับงานนี้หรอกค่ะ” จิรัญญาพยายามหาเหตุผลต่างๆเพื่อไม่ให้ตัวเองได้ใกล้ชิดชายหนุ่ม “น้องจิ๊บคะ พี่ก็ไม่ได้จบสายนี้มาโดยตรงเหมือนกันแต่ลองมาทำดูเราก็ทำได้นี่ จิ๊บไม่ต้องกังวลเดี๋ยวพี่จะสอนงานให้ พี่เชื่อนะว่าจิ๊บต้องทำได้อยู่แล้ว” เพกาก็สอนทุกอย่างตามคำสั่งของท่านประธานอย่างสิงห์โดยไม่ขาดตกบกพร่อง ฝ่ายจิรัญญาก็ได้รับรู้เรื่องราวที่ตัวเองไม่ได้รู้มากมายของชายหนุ่ม เธอรับทุกอย่างที่เพกาถ่ายทอดออกมาเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับงานต่างๆ โดยเฉพาะความเจ้าเล่ห์ของท่านประธานหนุ่ม “นี่คือข้อมูลเพิ่มเติมพี่อยากให้จิ๊บไปศึกษาเองมากกว่า ถ้าไม่เข้าใจตรงไหนก็โทรถามพี่ได้” เพกาส่งแฟ้มเอกสารเล่มหนึ่งให้จิรัญญา “โห่ เยอะเหมือนกันนะเนี่ย” จิรัญญาเปิดแฟ้มคร่าวๆ เป็นข้อมูลเบื้องต้นของบริษัททั้งนั้น “งั้น พี่กลับไปโรงพยาบาลก่อนนะ” “เดินทางโดยปลอดภัยนะคะ” ไม่นานเสียงข้อความก็ดังขึ้น จิรัญญาเปิดดูแทบจะร้องกรี๊ดทันที นี่เจ้านายจอมแสบจะไม่มีเวลาให้เธอพักหายใจเลยหรือไง ‘นี่เธออย่าคิดจะอู้เชียวนะ แล้วก็ขึ้นมาหาฉันเดี๋ยวนี้ด้วย’ จิรัญญาสักสีหน้าไม่พอใจจะไม่ให้เธอได้มีเวลาพักผ่อนเลยไง แต่ต้องปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเลี่ยงไม่ได้ “มีอะไรเหรอคะ บอส”พอมาถึงห้องของคนชอบออกคำสั่ง จิรัญญายิ่งคำถามใส่สิงห์ทันที “ไม่มีอะไรแค่อยากรู้ว่าทำงานเป็นเลขาวันแรกเธอจะแอบไปอู้ที่ไหนบ้างหรือเปล่า” เสียงทุ้งที่เอ่ยสั่งพร้อมกับกระดิกนิ้วเป็นสัญญาณให้หญิงสาวก้าวเข้าไปหา ตอนนี้หญิงสาวก็มายืนอยู่ตรงหน้าชายหนุ่มด้วยไม่สีหน้าที่ไม่สบอารมณ์นัก ชายหนุ่มเห็นนึกสนุกอยากแกล้งหญิงสาว คนมือไวคว้าร่างบางมานั่งอยู่บนตักซึ่งเจ้าตัวพยายาม ดิ้นให้หลุดจากอ้อมกอดของเจ้านายเจ้าเล่ห์คนนี้ “ปล่อย...นะ” จิรัญญาพยายามสู้แรงของคนร่างแกร่งทว่ายิ่งสู้ก็เป็นเธอเสียมากกว่าที่เป็นฝ่ายหมดแรง “คุณปล่อยฉันเดี๋ยวนี่นะ จะทำอะไร” “หยุดดิ้นได้แล้ว ถ้าเธอไม่หยุดฉันทำแน่” จบคำพูดของชายหนุ่มก็เป็นผลทันที หญิงสาวยอมสงบนิ่งในอ้อมกอดของสิงห์ “คุณจะมาทำแบบนี้ไม่ได้นะเราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย” จิรัญญาเริ่มประท้วง เมื่อเห็นว่าคนร่างโตจะไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยเธอให้เป็นอิสระสักที “เฉยๆน่า วันนี้ฉันเหนื่อยมากแค่ต้องการพักผ่อน” สิงห์หลับตาลงทันทีที่เอ่ย จิรัญญาได้ยินแม้กระเสียงลมหายใจที่หายใจเข้าออกสม่ำเสมอบ่งบอกว่าเจ้าตัวกำลังเข้าสู่ห้วงนินทา “คุณถ้าอยากพักผ่อนคลาย ก็ไปหาอีหนูสักคนมาซิ” จิรัญญานึกสงสัยที่เขารียกเธอมาเพื่อมาทำไรอะไรก็ไม่รู้ หัวใจดวงน้อยของเธอยิ่งหวั่นกับคารมของชายหนุ่มยิ่งเป็นคนที่เคยมีความรู้สึกดีๆมอบให้ ยิ่งหวั่นไหวเข้าไปอีก “ก็ไม่อยากได้อีหนูนี่ อยากได้เธอ” สิงห์พูดทั้งตายังหลับสนิท คนในวงแขนเริ่มขยับอีกครั้ง แต่วงแขนแกร่งดูท่าจะไม่ขยับเลย “นี่คุณจะแกล้งฉันใช่ไหม” สาบานได้เลยว่าเธอเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลา “รู้ด้วยเหรอ” อ้อมแขนแกร่งยิ่งรักเธอแน่นเข้าไปอีก หญิงสาวเงยมองหน้าชายตรงหน้าอย่างหาเรื่องซึ่งบัดนี้กับมีสีหน้าทะเล้น จิรัญญาเจ็บใจอีกยิ่งต้องเสียรู้ให้ชายหนุ่มหลายครั้งหลายครา “ปล่อยฉันเถอะนะ” เมื่อใช้ไม้แข็งไม่สำเร็จจิรัญญาเริ่มใช้ไม้อ่อนดูบ้าง เผื่อจะสำเร็จขึ้นมาบ้าง สิงห์รับรู้ได้ทันทีว่าคนตัวเล็กในอ้อมแขนของตนกำลังเริ่มมีทีท่าอ่อนลง นึกว่าใจแข็งกว่านี้ซะอีกอย่างว่าแหละใครจะต้านทานชายที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อย่างเขาได้ ทว่ากลิ่นกายหอมๆปนกลิ่นแป้งเด็กอ่อนๆก็เรียกความกระสันของเขาไม่น้อยอยู่เหมือนกัน นี่เขาคงไม่ได้ตกหลุมรักเจ้าหล่อนเสียเองนะ สิงห์คลายวงแขนเมื่อเห็นว่าคนร่างบางเริ่มประทุร้ายร่างกายเขาหนักขึ้นเรื่อยๆ พอได้รับอิสระจิรัญญาดีดตัวออกจากชายหนุ่มทันทีทันใด แถมเธอยังทำท่าทางเหมือนรังเกียจเขาอีกต่างหาก ควรจะดีใจด้วยซ้ำที่ได้สัมผัสอ้อมกอดเขา สาวๆต่างก็หาทางใกล้ชิดเขาทั้งนั้นแต่เธอกลับไม่ “ทำท่าทางอย่างกับรังเกียจฉันมากเลยหรือไง เธอควรจะดีใจด้วยซ้ำที่ได้รับอ้อมกอดอุ่นๆจากหนุ่มหล่ออย่างฉัน”“ถ้าผมจะรักคุณ ลูกจะเป็นอะไรไหม” สีหน้าวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด ถ้าเขารักเธอมากเกินไปอาจกระทบกระเทือนต่อลูกน้อย “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ลูกคงเข้าใจ” จิรัญญาส่งยิ้มปลอมประโลมชายหนุ่มขี้กังวล มาถึงขนาดนี้แล้วยังจะห่วงอะไรอีก เมื่อโอกาสทองมาถึง สิงห์ไม่รอช้ารีบแสดงความรักที่มีแต่ลูกน้อยและภรรยา บทรักดำเนินไปอย่างเนิบช้า เล้าโลม นุ่มนวล แต่เร่าร้อน ถ่ายทอดทุกความรู้สึกให้อีกฝ่ายได้รับรู้ที่มีอยู่เต็มหัวใจ หลังจากบทรักที่เชื่องช้า อ้อยอิ่ง จิรัญญาซวยซบอกแกร่ง กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหายใจ เขานุ่มนวล ทะนุถนอมเธอราวกับปุ๋ยนุ่น เธอกรีดกรายนิ้วตามแผ่นอกอย่างแผ่วเบา จนคนที่เพิ่งผ่านความเร่าร้อนมาเมื่อครู่เริ่มลุกหืออีกครั้ง เพราะมือน้อยที่อยู่ไม่สุข “อย่าซนสิครับ” เสียงแหบพร่าของชายหนุ่มหิวโหยเตือน พลางจับมือเจ้าปัญหามาจุมพิต สูดดมความหอมกลิ่นกายสาว “เหนื่อยไหมครับ” จิรัญญาส่ายหน้าชิดแผ่นอก นึกถึงเรื่องราวต่างๆ ไม่คิดเลยว่า หนุ่มที่เคยแอบชอบตอนเด็กๆจะกลายมาเป็นสามีที่น่ารักขนาดนี้ “คิดอะไรอยู่ บอกหน่อยสิ” สิงห์ถ
“บอกมาเลยนะคะ ว่าทำไมพ่อฉันถึงยอมให้เราแต่งงานกัน” จิรัญญาร้องบอกเจ้าบ่าวหมาดๆ พอมาถึงห้อง หลังจากญาติผู้ใหญ่ส่งบ่าวสาวเข้าห้องหอเรียบร้อย ก็รีบผลักเธอลงบนเตียงรีบตามซุกไซ้ซอกคอระหงทันที มือที่ราวกับหนวดปลาหมึกกำลังยุ่มย่ามแถวเกาะอก “คุณพ่อใจดีจะตาย ผมอยากเข้าไปทักท้ายลูกเต็มแก่อยู่แล้ว” สิงห์รูดซิปเดรสด้านหลัง ทำให้ชุดแต่งานตัวสวยกองบนพื้นเรียบร้อยแล้ว ทำให้ร่างบางเหลือแต่ชั้นแพนตี้ตัวบาง กับหน้าอกที่มีซิลิคอนปกปิดยอดปทุมถัน ก่อนค่อยๆดันให้ร่างอรชรนอนราบบนเตียง สายตาจอจ้องอย่างหื่นกระหาย ส่วนต่างๆในร่างกายมีน้ำมีนวลกว่าเมื่อก่อน “อย่าเพิ่งค่ะ คุยกันก่อน” เธอร้องห้ามชายหนุ่มที่ดึงดันจะปอกเปลือกเธอท่าเดียว มือบางดันแผ่นอกกว้างที่กำลังคร่อมร่างเธออยู่ “หยุดหื่นก่อนนะคะ ฉันเหนื่อย ลูกก็เหนื่อย” คำขอเป็นผลริมฝีปากที่กำลังชกฉวยยอดอกหยุดชะงัก เงยหน้ามองสาวน้อยใต้ร่างอย่างกรุ่มกริ่ม “จะคุยอะไรล่ะจ๊ะ” “บอกเรื่องทั้งหมดว่าเป็นยังไง ถ้าไม่บอกวันนี้ก็ไม่ต้องเข้าไปหาลูก” พูดจบ เธอก็ต้องหลบสายตาเจ้าเล่ห์ที่กำลังมองอย่างหื่นกระหาย
‘ยัยบ้าเอ้ย’ เคลวินมองสาวน้อยๆก่อนสบถในใจ อยากเป็นเจ้าสาวแล้วเธอหาเจ้าบ่าวได้หรือยัง เป็นเด็กเป็นเล็กริอ่านอยากแต่งงาน บ้าไปแล้ว สาวน้อยที่เดินจ่ำอ้าวออกมารอรับดอกไม้เฉกเช่นคนอื่นที่หน้าเวที เหลียวหลังมองเคลวินที่นั่งผิวปากสบายอารมณ์ ทำไมถึงคอยชอบขัดเธอด้วยทั้งๆที่รู้ว่าเธอคิดยังไงกับเขายังจะมาเล่นตัวอีก ‘เดี๋ยวก็โสดตายหรอกตาเฒ่า’ “จะโยนแล้วน่า” จิรัญญาเอ่ยให้ผู้ที่มารับดอกไม้เตรียมตัวให้ดี เธอเห็นจีจี้อยู่รอบนอกวงล้อมผู้คนและเหลียวมองหนุ่มที่นั่งปั้นหน้าขรึมที่ชอบขู่สาวน้อยจีจีให้กลัว เจ้าสาวที่มีความคิดพิเรนทร์ขึ้นมาในหัวสบตาเจ้าบ่าวแวบหนึ่ง ก่อนหันหลังเตรียมที่จะโยนช่อดอกไม้ที่อยู่ในมือ ตุ๊บ! “ว้าย” เสียงกรีดร้องจากสาวๆที่พากันรอรับดอกไม้ยื่นแย่งจนกระเด็นกระดอนตกไปอยู่ด้านหลัง จนใครหลายคนมองตามๆกันว่าใครคือผู้ที่ได้ดอกไม้และจะกลายเป็นเจ้าสาวในเร็ววัน มือสองข้างที่ยื่นรับดอกไม้โดยอัตโนมัติตามสัญชาตญาณไม่รู้ตัวว่ารับดอกไม้จากเจ้าสาวได้ทัน จีจี้เงยหน้ามองสาวๆที่มองเธอด้วยความริษยาที่สามารถดอกไม้
“แกอย่าทำให้ลูกสาวของฉันเสียใจเด็ดขาด ไม่ขาดตาย...” พ่อตาสุดโหดเอ่ยขู่ลูกเขยตัวแสบด้วยท่าทางที่เขาเห็นแล้ว ถึงกลับขนลุก หลังจาดที่พาเจ้าสาวมาถึงก็เริ่มทำตามพิธีขั้นตอน ทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ ตามด้วยพิธีรดน้ำสังข์ เมื่อคู่บ่าวสาวสวมแฝดมงคลและนั่งพนมมือคู่กันในที่จัดไว้แล้ว พ่อแม่บ่าวสาวร่วมรดน้ำอวยพร สิงห์โดนแหนบอีกครั้งเมื่อถึงคิวของกำนันธรรศพ่อตาของเขา ร่วมถึงพี่เขยที่ห่วงน้องสาวอย่างกับอะไรดี เมื่อการรดน้ำของญาติผู้ใหญ่ผ่านไปก็ถึงคิวของเพื่อนสนิทอย่างเคลวินบ้างแล้ว “ขอให้คุณจิ๊บมีความสุขมากๆนะครับ ถ้าไอ้สิงห์ทำให้คุณเสียใจ อย่าลืมนะครับว่าผมยังว่าง” “เคลวิน!” สิงห์แยกเขี้ยวขู่เพื่อน ที่อวยพรไม่เหมือนชาวบ้านชาวช่องซะที่ไหน “นายคงไม่อยากตายตอนนี้ใช่ไหม” “ไอ้โหด! เมื่อไรฉันจะมีคนสวยมาเป็นคู่ชีวิตแบบนี้บ้าง ผมยังว่างนะครับ” เคลวินเย้าเจ้าสาวของเพื่อนที่หน้าแดงก่ำด้วยความเขินอาย “พอเลยเคลวิน ไม่ใช่นายยังรอใครอยู่เหรอว่ะที่ว่าไม่มีคู่น่ะ” สิงห์บุ้ยปากไปทางสาวน้อยจีจี้ที่เพลิดเพลินกับการชิมน้ำหวานหลากรส เคลวินมองตามถึ
สามวันหลังจากนั้น เช้าวันนี้เธอตื่นขึ้นมาอย่างง่วงงุน เพราะเสียงดังกระโตกกระตากเหมือนคนกำลังทำอะไรสักอย่างในบ้านของเธอ บวกกับพี่ชายมาปลุกเธอแต่เช้าด้วยเหตุอะไรเธอไม่สน “พี่กฤษปลุกจิ๊บมาทำอะไรแต่เช้า” จิรัญญาส่งเสียงงัวเงีย ตาแทบจะปรือขึ้นไม่ไหวแต่ก็ยอมเดินตามพี่ชายออกไป “เถอะน่า” กฤษยิ้มมองน้องสาวที่พยายามจะปรือตาขึ้นมองรอบกาย ลากน้องสาวมาล้างหน้าล้างตาก่อนเรียกช่างแต่งหน้าที่รออยู่นานแล้วเข้ามาในห้อง “เอาให้สวยที่สุดเลยนะ” จิรัญญาออกมาจากห้องน้ำตกใจ เมื่อเห็นคนแปลกหน้าสามคนอยู่ในห้องนอน ซึ่งเป็นสถานที่ส่วนตัวแล้วพี่ชายอนุญาตให้คนพวกนี้เขามาได้ยังไง “ใครกันคะ” “ช่างแต่งหน้าไง” กฤษตอบน้องสาว พยักหน้าให้ช่างแต่งหน้าทำหน้าที่ของตัวเอง “จะทำอะไรกันคะ จิ๊บงงไปหมดแล้วนะ” หญิงสาวดิ้นเมื่อถูกชายหัวใจหญิงจับตัวไว้ ก่อนที่อีกคนจะล็อคใบหน้าเธอไว้ “ไม่ต้องงงหรอก เรากำลังจะแต่งงาน” กฤษเฉลย คายความสงสัยให้น้องสาว เสียงของพี่ชายยังก้องอยู่ในหู นี่มันอะไรกัน เธอจะแต่งงานกับใคร นี่มันชักจะยังไงแล้วนะเนี่
นพมองหน้าเพื่อนอย่างซึ้งใจ ถึงภายนอกที่ดูโหดร้ายแค่ไหน กำนันธรรศยังเป็นคนที่อ่อนโยนเสมอ “ขอบใจแกมากนะ ที่ยอมให้อภัยฉันกับลูก” “ใครว่าฉันให้อภัยแก ฉันแค่ไม่ต้องให้หลานเกิดมาไร้พ่อต่างหากล่ะ” คนปากแข็งรักษาภาพพจน์ ไม่ยอมอ่อนข้อให้ใครง่ายๆ “งั้นแกคงต้องเหม็นหน้าฉันไปอีกนานแล้วละว่ะ เพราะอีกไม่กี่วันเราสองคนก็เป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว” นพตบไหล่กำนันธรรศหนักๆ อย่างเย้าแหย่ “เหอะ” เสียงสบถอย่างเอือมระอาออกมา เมื่อเห็นเพื่อนเก่ายิ้มเยาะที่เขาต้องยอมมาเป็นครอบครัวเดียวกันโดยปริยาย ตกเย็นจิรัญญากลับมาบ้านพร้อมด้วยข้าวของพะรุงพะรังเต็มไม้เต็มมือทั้งของเธอและลูกแก้ว พ่อและพี่ชายนั่งคุยในห้องรับแขกอย่างสนุกสนาน จนเธอสงสัยว่าอะไรที่ทำให้กำนันธรรศมีความสุข ระเบิดเสียงหัวเราะจนน่าอิจฉา ทั้งที่เมื่อวานมีเรื่องผ่านเรื่องคอบาดตายมา “คุยอะไรกันคะ ดูน่าสนุกเชียว” จิรัญญาเอ่ยถาม หลังจากวางข้าวของที่เพิ่งซื้อมาไว้บนโต๊ะ ปล่อยให้ลูกแก้วเพลิดเพลินกับเสื้อผ้าที่เธอซื้อให้เป็นการตอบแทนที่อุตส่าห์ไปเป็นเพื่อน “มีเรื่องสะใจนิดห
เพียงไม่นานก็ถึงบริษัท พอออกมาจากรถเธอก็ให้สิงห์เดินห่างๆเพื่อที่จะไม่ให้คนอื่นสงสัยความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเธอ แต่ดูเหมือนเจ้านายที่ตอนนี้เลื่อนขั้นมาเป็นคนรู้ใจหรืออะไรที่มากกว่านั้นสำหรับชายหนุ่มเดินชิดกับเธอเสียจนแทบจะมาอยู่ในร่างเดียวกัน “เดินห่างหน่อยได้ไหมคะ” จิรัญญาร
เคลวินพรวดพลาดลุกจากเตียงโดนไม่สนใจสาวสวยที่กำลังให้ความสำราญส่งเสียงหวีดร้องตกใจ แต่เคลวินก็ยังไม่วางสายจากสิงห์ เขารีบบอกให้สาวสวยแต่งตัวพร้อมกับเซ็นเช็คให้จำนวนหนึ่งที่คาดว่าหญิงสาวจะพอใจและบอกให้เธอรีบกลับ ตอนที่เขาได้ยินจากสิงห์ว่าจีจี้หายตัวไปใจของเขาเหมือนลงไปในตาตุ่ม ใ
“อือ...”ความเสียวซ่านทั้งจากฟอนเฟ้นเคล้งคลึงอกอวบอิ่ม การขยับไหวเบื้องล่างอย่างเชื่องช้า ทุกครั้งที่เขาถอนหนี เธอยัดกายตอบสนองอย่างเร่าร้อน ไฟปรารถนาเข้าครอบคลุมเอาชนะความเจ็บปวดกลางกายไม่เหลือหลอ เมื่อแก่นกายบุรุษเพศค่อยเปรอปรนอยู่ไม่ห่าง เขาครางกระหึ่มแม่สาวน้อยใต้ร่างคนนี้ช่างรู้จัก
สามวันต่อมา เจ้านายจอมเผด็จการมารับเธอทุกเช้า จนเป็นเรื่องปกติของจิรัญญาไปแล้ว แม้จะบ่ายเบี่ยงเขาก็หาเหตุผลมารับจนได้ และการเดินเข้าบริษัทพร้อมกันสองคนเธอเริ่มคุ้นชินกับสายตาที่มองเธอเธอด้วยแววตาริษยา แต่ก็มีอีกหลายคู่เหมือนกันที่มองมาอย่างชื่นชม วันนี้เขามีประชุมตั้งแต่เช้า







