Masuk“ทำท่าทางอย่างกับรังเกียจฉันมากเลยหรือไง เธอควรจะดีใจด้วยซ้ำที่ได้รับอ้อมกอดอุ่นๆจากหนุ่มหล่ออย่างฉัน”
“คนหน้าไม่อาย” จิรัญญาเค้นคำต่างๆมาเพื่อให้สิงห์เจ็บใจแต่เจ้านายสุดแสบยังทำหน้าทำตาล้อเลียนคำพูดของเธอซึ่งดูขัดกับบุคลิกของประธานบริษัทโดยสิ้นเชิง “หยุดทำหน้าตาแบบนั้นสักที หยุดเดี๋ยวนี้!” จิรัญญาทุบอกคนตัวโตไปสองทีเท่านั้น เพราะคนร่างใหญ่รวบมือเธอไว้ก่อนที่เธอจะได้ทำอะไรไปมากกว่านั่น “แกล้งเธอนี่สนุกจริงๆเลยนะ” จิรัญญาหน้างอง้ำทันที เมื่อเขาสารภาพความจริงว่าอยากแกล้งเธอเล่นๆ ทำไมเธอต้องตกเป็นเครื่องมือระบายความเครียดเท่านั้น “ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ คุณเห็นฉันเป็นอะไรนึกอยากจะแกล้งก็แกล้งอยากจะทำดีด้วยก็ทำ อยากให้ฉันมาเป็นเลขาฉันก็มาเป็นให้แล้วต้องการอะไรอีก” จิรัญญาเริ่มตัวสั่นสะอื้นไห้ ทำให้ถึงกลับสิงห์ทำอะไรไม่ถูกเหมือนกันยอมปล่อยข้อมือบางโดยพลัน “สนุกพอหรือยัง” “คือ...ฉัน” โลกทั้งโลกเหมือนจะหยุดหมุน สิงห์แทบจะยอมจำนนเมื่อได้เห็นน้ำตาของคนร่างบาง ทำไมผู้หญิงถึงชอบร้องไห้ด้วย “โอเค ฉันยอมแพ้ฉันจะไม่แกล้งเธออีกแล้ว สัญญา”สิงห์ยกมือยอมแพ้ พร้อมกับชูนิ้วก้อยเสริมคำพูดตัวเองเขาเหมือนเด็กโข่งที่แกล้งเด็กเล็กกว่ายังไงไม่รู้ จิรัญญามองการกระทำนั้นทั้งน้ำตา คนอย่างเขาต้องได้รับบทเรียนเสียบ้าง จิรัญญารีบเช็ดน้ำตาแทนที่จะยกมือสัญญากับชายหนุ่ม แต่เปล่าเลยเธอทำท่าทางแลบลิ้นปลิ้นตาล้อเลียนเขาเช่นกัน “คิดว่าฉันจะร้องไห้กับเรื่องแค่นี้เหรอไม่มีทาง แบร่!” สิงห์ตกใจไม่น้อยเขาคิดว่าเธอจะร้องไห้จริงๆที่โดนเขาแกล้ง จนเขาต้องรู้สึกผิดจริง แถมเจ้าหล่อนก็ยังมีหน้ามาล้อเลียนเขาอีก “เธอกล้าดียังไงที่ทำแบบนี้กับฉัน หึ” เสียงเข้มที่เค้นถามออกมาอย่างโมโห “คุณชอบแกล้งฉันทำไมล่ะ พอโดนซะเองกับทำเป็นขู่” จิรัญญาพูดพรางกอดอกตัวเองไปด้วย “ รู้จักพัฒนาขึ้นนี่” “แน่นอนก็ฉันได้ครูดี อย่างคุณ” จิรัญญายิ้มขบขันเมื่อเห็นสีหน้าของคนร่างยักษ์อย่างเขาโมโห สมน้ำหน้า คิดยังไงถึงมาแกล้งคนอย่างจิ๊บ “ถ้าไม่มีอะไรแล้วฉันขอตัวนะคะบอส บายๆ”ไม่พูดเปล่าหญิงสาวพร้อมโปกมือลาแม้ว่าจิรัญญาจะออกไปจากห้องแล้ว สิงห์กำลังใคร่ครวญสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น เขาอุตส่าห์เห็นใจเธอ ดูเธอทำสิมันช่างน่าโมโหยิ่งนัก เธอทำเขาได้เจ็บแสบมากนะ อย่าให้ถึงทีเขาบ้างแล้วกันจะเอาให้ไม่กล้าเล่นลิ้นกับเขาอีกเลย
ขณะที่อารมณ์ของสิงห์กำลังประทุดั่งภูเขาไฟลูกย่อมๆ ยิ่งนึกก็ยิ่งโมโห เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นเรียกสติเขากับมาได้บ้าง “ฮัลโหลครับ คุณตามีธุระอะไรกับผมหรือเปล่าถึงโทรมาหาผมเองแบบนี้” “ไอ้หลานตัวแสบ บ้านช่องไม่รู้จักกลับ ฉันจะทำยังไงกับแกดีนะ” เปิดบทสนทนาชาร์ลอดว่าหลานชายของตนจนได้ ก็ดูเจ้าตัวแสบทำวันๆมีแต่เที่ยวกลางคืนจนตาอย่างเขาอดที่จะเป็นห่วงไม่ได้ แต่กระนั้นบุตรหลานตนก็ยังทำหน้าที่ประธานบริษัทได้ดี ทำให้เขาสบายใจไปเปาะหนึ่ง “ตาครับ จะพูดดีกับหลานชายสุดที่รักแบบเพราะๆสักครั้งไม่ได้เหรอครับ” สิงห์ทำน้ำเสียงออดอ้อนผู้เป็นตา “หยุดเลยนะ ว่าแต่พรุ่งนี้แกว่างหรือเปล่า” “มีอะไรเหรอครับ พรุ่งนี้มีประชุมเกือบทั่งวันเลยครับตา” สิงห์พูดสัตย์จริง เพราะไม่มีเหตุผลจะไรที่เข้าจะโกหกผู้ที่เป็นตาของตน “แกจำหนูจีจี้ได้ไหมสิงห์ ลูกสาวคุณพิภพน่ะ ตอนนี้หนูจีจี้ก็เรียนจบแล้ว” สิงห์รับรู้ได้ทันทีว่าตาของเขาพยายามจับคู่เขากับจีจี้ พอนึกถึงสิงห์ถึงกลับส่ายหน้าทันที “ตาจะให้ผมทำอะไรเหรอครับ” “ยังจะถามได้ตาก็อยากให้แกไปรับหนูจีจี้ที่สนามบิน น้องไม่ได้อยู่เมืองไทยมานานอาจไม่รู้ทิศรู้ทางอาจจะหลงทาง” ชาร์ลยกเหตุผลต่างๆมาเพื่อไม่ให้สิงห์ได้มีโอกาสปฏิเสธ “แต่พรุ่งนี้ผมมีประชุมทั้งวัน แล้วอีกอย่างพ่อของจีจี้ก็มีลูกน้องตั้งหลายคน ผมไม่จำเป็นต้องไปรับก็ได้” สิงห์พยายามแบ่งรับแบ่งสู้ “ไหนแกบอกว่าสามารถปลีกตัวได้ไม่ใช่เหรอ” “โธ่ ตาครับผมก็นึกว่าตาจะให้ผมไปทำธุระที่มันสำคัญกว่านี้ซะอีก” “นี่แกมองว่าการไปรับหนูจีจี้คือเรื่องไร้สาระงั้นรึ” สิงห์คร้านจะเถียงตาเสียเหลือเกิน “ตาครับ ผมต้องประชุมจริงๆไว้คราวหน้าได้ไหมครับ” สิงห์คร้านจะเถียงตาเสียเหลือเกิน “ก็ได้ นี่ฉันเห็นว่าแกทำเพื่อบริษัทหรอกนะถึงได้ยอม แต่คราวหน้าอย่าพลาดก็แล้วกัน” ชาร์ลยอมอ่อนข้อให้สิงห์ เพราะถึงจะบังคับยังไง ถ้าเจ้าตัวดีไม่ไปใครก็ไม่อาจค้านได้ “ครับผม” สิงห์รับคำด้วยความโล่งใจในที่สุดตาก็ยอมจำนนแก่เขาจนได้ ถ้าไม่อ้างเหตุผลเรื่องงานขึ้นตาเขาคงไม่เห็นด้วยแน่ๆ สิงห์ต้องถอนหายใจเฮือกใหญ่วันนี้วันอะไรกัน เจอยัยจิ๊บตัวแสบเอาคืนแล้ว ยังมาถูกผู้เป็นตาจะจับคลุมถุงชนอีก คิดแล้วก็เครียด วันนี้ไม่มีประชุมต่อที่ไหนคิดพลางต่อสายไปถึงใครบ้างคน “ว่าไง ไอ้เสือนึกยังไงถึงโทรมาได้” ยังไม่ได้ทันจะกล่าวทักทายปลายสายกับพูดดักทางเข้าเสียแล้ว “ไม่มีอะไรเครียดนิดหน่อย อยากหาอะไรแก้เครียดน่ะว่าแต่นายว่างหรือเปล่า เคลวิน” “มีอะไรหรือเปล่าน้ำเสียงนายดูแย่มากเลยว่ะ” คำถามนี้ถึงกลับจี้ใจดำสิงห์เลยทีเดียว “งั้นเจอกันที่เดิมนะเว้ย” สิงห์เลือกตัดบทพูดแค่นั้น โดยปลายสายยังไม่แม้กระทั้งตอบตกลงด้วยซ้ำ “เฮ้ย...เดี๋ยวสิว่ะ” เสียงของเคลวินหลุดมาให้สิงห์ได้ยิน เขาไม่อยากจะให้ไอ้เพื่อนตัวแสบต้องซักไซ้ มีหวังต้องหัวเราะเขาอีกตามเคย“ถ้าผมจะรักคุณ ลูกจะเป็นอะไรไหม” สีหน้าวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด ถ้าเขารักเธอมากเกินไปอาจกระทบกระเทือนต่อลูกน้อย “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ลูกคงเข้าใจ” จิรัญญาส่งยิ้มปลอมประโลมชายหนุ่มขี้กังวล มาถึงขนาดนี้แล้วยังจะห่วงอะไรอีก เมื่อโอกาสทองมาถึง สิงห์ไม่รอช้ารีบแสดงความรักที่มีแต่ลูกน้อยและภรรยา บทรักดำเนินไปอย่างเนิบช้า เล้าโลม นุ่มนวล แต่เร่าร้อน ถ่ายทอดทุกความรู้สึกให้อีกฝ่ายได้รับรู้ที่มีอยู่เต็มหัวใจ หลังจากบทรักที่เชื่องช้า อ้อยอิ่ง จิรัญญาซวยซบอกแกร่ง กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหายใจ เขานุ่มนวล ทะนุถนอมเธอราวกับปุ๋ยนุ่น เธอกรีดกรายนิ้วตามแผ่นอกอย่างแผ่วเบา จนคนที่เพิ่งผ่านความเร่าร้อนมาเมื่อครู่เริ่มลุกหืออีกครั้ง เพราะมือน้อยที่อยู่ไม่สุข “อย่าซนสิครับ” เสียงแหบพร่าของชายหนุ่มหิวโหยเตือน พลางจับมือเจ้าปัญหามาจุมพิต สูดดมความหอมกลิ่นกายสาว “เหนื่อยไหมครับ” จิรัญญาส่ายหน้าชิดแผ่นอก นึกถึงเรื่องราวต่างๆ ไม่คิดเลยว่า หนุ่มที่เคยแอบชอบตอนเด็กๆจะกลายมาเป็นสามีที่น่ารักขนาดนี้ “คิดอะไรอยู่ บอกหน่อยสิ” สิงห์ถ
“บอกมาเลยนะคะ ว่าทำไมพ่อฉันถึงยอมให้เราแต่งงานกัน” จิรัญญาร้องบอกเจ้าบ่าวหมาดๆ พอมาถึงห้อง หลังจากญาติผู้ใหญ่ส่งบ่าวสาวเข้าห้องหอเรียบร้อย ก็รีบผลักเธอลงบนเตียงรีบตามซุกไซ้ซอกคอระหงทันที มือที่ราวกับหนวดปลาหมึกกำลังยุ่มย่ามแถวเกาะอก “คุณพ่อใจดีจะตาย ผมอยากเข้าไปทักท้ายลูกเต็มแก่อยู่แล้ว” สิงห์รูดซิปเดรสด้านหลัง ทำให้ชุดแต่งานตัวสวยกองบนพื้นเรียบร้อยแล้ว ทำให้ร่างบางเหลือแต่ชั้นแพนตี้ตัวบาง กับหน้าอกที่มีซิลิคอนปกปิดยอดปทุมถัน ก่อนค่อยๆดันให้ร่างอรชรนอนราบบนเตียง สายตาจอจ้องอย่างหื่นกระหาย ส่วนต่างๆในร่างกายมีน้ำมีนวลกว่าเมื่อก่อน “อย่าเพิ่งค่ะ คุยกันก่อน” เธอร้องห้ามชายหนุ่มที่ดึงดันจะปอกเปลือกเธอท่าเดียว มือบางดันแผ่นอกกว้างที่กำลังคร่อมร่างเธออยู่ “หยุดหื่นก่อนนะคะ ฉันเหนื่อย ลูกก็เหนื่อย” คำขอเป็นผลริมฝีปากที่กำลังชกฉวยยอดอกหยุดชะงัก เงยหน้ามองสาวน้อยใต้ร่างอย่างกรุ่มกริ่ม “จะคุยอะไรล่ะจ๊ะ” “บอกเรื่องทั้งหมดว่าเป็นยังไง ถ้าไม่บอกวันนี้ก็ไม่ต้องเข้าไปหาลูก” พูดจบ เธอก็ต้องหลบสายตาเจ้าเล่ห์ที่กำลังมองอย่างหื่นกระหาย
‘ยัยบ้าเอ้ย’ เคลวินมองสาวน้อยๆก่อนสบถในใจ อยากเป็นเจ้าสาวแล้วเธอหาเจ้าบ่าวได้หรือยัง เป็นเด็กเป็นเล็กริอ่านอยากแต่งงาน บ้าไปแล้ว สาวน้อยที่เดินจ่ำอ้าวออกมารอรับดอกไม้เฉกเช่นคนอื่นที่หน้าเวที เหลียวหลังมองเคลวินที่นั่งผิวปากสบายอารมณ์ ทำไมถึงคอยชอบขัดเธอด้วยทั้งๆที่รู้ว่าเธอคิดยังไงกับเขายังจะมาเล่นตัวอีก ‘เดี๋ยวก็โสดตายหรอกตาเฒ่า’ “จะโยนแล้วน่า” จิรัญญาเอ่ยให้ผู้ที่มารับดอกไม้เตรียมตัวให้ดี เธอเห็นจีจี้อยู่รอบนอกวงล้อมผู้คนและเหลียวมองหนุ่มที่นั่งปั้นหน้าขรึมที่ชอบขู่สาวน้อยจีจีให้กลัว เจ้าสาวที่มีความคิดพิเรนทร์ขึ้นมาในหัวสบตาเจ้าบ่าวแวบหนึ่ง ก่อนหันหลังเตรียมที่จะโยนช่อดอกไม้ที่อยู่ในมือ ตุ๊บ! “ว้าย” เสียงกรีดร้องจากสาวๆที่พากันรอรับดอกไม้ยื่นแย่งจนกระเด็นกระดอนตกไปอยู่ด้านหลัง จนใครหลายคนมองตามๆกันว่าใครคือผู้ที่ได้ดอกไม้และจะกลายเป็นเจ้าสาวในเร็ววัน มือสองข้างที่ยื่นรับดอกไม้โดยอัตโนมัติตามสัญชาตญาณไม่รู้ตัวว่ารับดอกไม้จากเจ้าสาวได้ทัน จีจี้เงยหน้ามองสาวๆที่มองเธอด้วยความริษยาที่สามารถดอกไม้
“แกอย่าทำให้ลูกสาวของฉันเสียใจเด็ดขาด ไม่ขาดตาย...” พ่อตาสุดโหดเอ่ยขู่ลูกเขยตัวแสบด้วยท่าทางที่เขาเห็นแล้ว ถึงกลับขนลุก หลังจาดที่พาเจ้าสาวมาถึงก็เริ่มทำตามพิธีขั้นตอน ทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ ตามด้วยพิธีรดน้ำสังข์ เมื่อคู่บ่าวสาวสวมแฝดมงคลและนั่งพนมมือคู่กันในที่จัดไว้แล้ว พ่อแม่บ่าวสาวร่วมรดน้ำอวยพร สิงห์โดนแหนบอีกครั้งเมื่อถึงคิวของกำนันธรรศพ่อตาของเขา ร่วมถึงพี่เขยที่ห่วงน้องสาวอย่างกับอะไรดี เมื่อการรดน้ำของญาติผู้ใหญ่ผ่านไปก็ถึงคิวของเพื่อนสนิทอย่างเคลวินบ้างแล้ว “ขอให้คุณจิ๊บมีความสุขมากๆนะครับ ถ้าไอ้สิงห์ทำให้คุณเสียใจ อย่าลืมนะครับว่าผมยังว่าง” “เคลวิน!” สิงห์แยกเขี้ยวขู่เพื่อน ที่อวยพรไม่เหมือนชาวบ้านชาวช่องซะที่ไหน “นายคงไม่อยากตายตอนนี้ใช่ไหม” “ไอ้โหด! เมื่อไรฉันจะมีคนสวยมาเป็นคู่ชีวิตแบบนี้บ้าง ผมยังว่างนะครับ” เคลวินเย้าเจ้าสาวของเพื่อนที่หน้าแดงก่ำด้วยความเขินอาย “พอเลยเคลวิน ไม่ใช่นายยังรอใครอยู่เหรอว่ะที่ว่าไม่มีคู่น่ะ” สิงห์บุ้ยปากไปทางสาวน้อยจีจี้ที่เพลิดเพลินกับการชิมน้ำหวานหลากรส เคลวินมองตามถึ
สามวันหลังจากนั้น เช้าวันนี้เธอตื่นขึ้นมาอย่างง่วงงุน เพราะเสียงดังกระโตกกระตากเหมือนคนกำลังทำอะไรสักอย่างในบ้านของเธอ บวกกับพี่ชายมาปลุกเธอแต่เช้าด้วยเหตุอะไรเธอไม่สน “พี่กฤษปลุกจิ๊บมาทำอะไรแต่เช้า” จิรัญญาส่งเสียงงัวเงีย ตาแทบจะปรือขึ้นไม่ไหวแต่ก็ยอมเดินตามพี่ชายออกไป “เถอะน่า” กฤษยิ้มมองน้องสาวที่พยายามจะปรือตาขึ้นมองรอบกาย ลากน้องสาวมาล้างหน้าล้างตาก่อนเรียกช่างแต่งหน้าที่รออยู่นานแล้วเข้ามาในห้อง “เอาให้สวยที่สุดเลยนะ” จิรัญญาออกมาจากห้องน้ำตกใจ เมื่อเห็นคนแปลกหน้าสามคนอยู่ในห้องนอน ซึ่งเป็นสถานที่ส่วนตัวแล้วพี่ชายอนุญาตให้คนพวกนี้เขามาได้ยังไง “ใครกันคะ” “ช่างแต่งหน้าไง” กฤษตอบน้องสาว พยักหน้าให้ช่างแต่งหน้าทำหน้าที่ของตัวเอง “จะทำอะไรกันคะ จิ๊บงงไปหมดแล้วนะ” หญิงสาวดิ้นเมื่อถูกชายหัวใจหญิงจับตัวไว้ ก่อนที่อีกคนจะล็อคใบหน้าเธอไว้ “ไม่ต้องงงหรอก เรากำลังจะแต่งงาน” กฤษเฉลย คายความสงสัยให้น้องสาว เสียงของพี่ชายยังก้องอยู่ในหู นี่มันอะไรกัน เธอจะแต่งงานกับใคร นี่มันชักจะยังไงแล้วนะเนี่
นพมองหน้าเพื่อนอย่างซึ้งใจ ถึงภายนอกที่ดูโหดร้ายแค่ไหน กำนันธรรศยังเป็นคนที่อ่อนโยนเสมอ “ขอบใจแกมากนะ ที่ยอมให้อภัยฉันกับลูก” “ใครว่าฉันให้อภัยแก ฉันแค่ไม่ต้องให้หลานเกิดมาไร้พ่อต่างหากล่ะ” คนปากแข็งรักษาภาพพจน์ ไม่ยอมอ่อนข้อให้ใครง่ายๆ “งั้นแกคงต้องเหม็นหน้าฉันไปอีกนานแล้วละว่ะ เพราะอีกไม่กี่วันเราสองคนก็เป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว” นพตบไหล่กำนันธรรศหนักๆ อย่างเย้าแหย่ “เหอะ” เสียงสบถอย่างเอือมระอาออกมา เมื่อเห็นเพื่อนเก่ายิ้มเยาะที่เขาต้องยอมมาเป็นครอบครัวเดียวกันโดยปริยาย ตกเย็นจิรัญญากลับมาบ้านพร้อมด้วยข้าวของพะรุงพะรังเต็มไม้เต็มมือทั้งของเธอและลูกแก้ว พ่อและพี่ชายนั่งคุยในห้องรับแขกอย่างสนุกสนาน จนเธอสงสัยว่าอะไรที่ทำให้กำนันธรรศมีความสุข ระเบิดเสียงหัวเราะจนน่าอิจฉา ทั้งที่เมื่อวานมีเรื่องผ่านเรื่องคอบาดตายมา “คุยอะไรกันคะ ดูน่าสนุกเชียว” จิรัญญาเอ่ยถาม หลังจากวางข้าวของที่เพิ่งซื้อมาไว้บนโต๊ะ ปล่อยให้ลูกแก้วเพลิดเพลินกับเสื้อผ้าที่เธอซื้อให้เป็นการตอบแทนที่อุตส่าห์ไปเป็นเพื่อน “มีเรื่องสะใจนิดห
เพียงไม่นานก็ถึงบริษัท พอออกมาจากรถเธอก็ให้สิงห์เดินห่างๆเพื่อที่จะไม่ให้คนอื่นสงสัยความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเธอ แต่ดูเหมือนเจ้านายที่ตอนนี้เลื่อนขั้นมาเป็นคนรู้ใจหรืออะไรที่มากกว่านั้นสำหรับชายหนุ่มเดินชิดกับเธอเสียจนแทบจะมาอยู่ในร่างเดียวกัน “เดินห่างหน่อยได้ไหมคะ” จิรัญญาร
เคลวินพรวดพลาดลุกจากเตียงโดนไม่สนใจสาวสวยที่กำลังให้ความสำราญส่งเสียงหวีดร้องตกใจ แต่เคลวินก็ยังไม่วางสายจากสิงห์ เขารีบบอกให้สาวสวยแต่งตัวพร้อมกับเซ็นเช็คให้จำนวนหนึ่งที่คาดว่าหญิงสาวจะพอใจและบอกให้เธอรีบกลับ ตอนที่เขาได้ยินจากสิงห์ว่าจีจี้หายตัวไปใจของเขาเหมือนลงไปในตาตุ่ม ใ
“อือ...”ความเสียวซ่านทั้งจากฟอนเฟ้นเคล้งคลึงอกอวบอิ่ม การขยับไหวเบื้องล่างอย่างเชื่องช้า ทุกครั้งที่เขาถอนหนี เธอยัดกายตอบสนองอย่างเร่าร้อน ไฟปรารถนาเข้าครอบคลุมเอาชนะความเจ็บปวดกลางกายไม่เหลือหลอ เมื่อแก่นกายบุรุษเพศค่อยเปรอปรนอยู่ไม่ห่าง เขาครางกระหึ่มแม่สาวน้อยใต้ร่างคนนี้ช่างรู้จัก
สามวันต่อมา เจ้านายจอมเผด็จการมารับเธอทุกเช้า จนเป็นเรื่องปกติของจิรัญญาไปแล้ว แม้จะบ่ายเบี่ยงเขาก็หาเหตุผลมารับจนได้ และการเดินเข้าบริษัทพร้อมกันสองคนเธอเริ่มคุ้นชินกับสายตาที่มองเธอเธอด้วยแววตาริษยา แต่ก็มีอีกหลายคู่เหมือนกันที่มองมาอย่างชื่นชม วันนี้เขามีประชุมตั้งแต่เช้า







