FAZER LOGINจิรัญญา วรวงศ์ อยากหาประสบการณ์ในการใช้ชีวิต จิรัญญาจึงเลือกใช้ชีวิตในเมืองกรุง ทว่าไม่เป็นดั่งใจปรารถนา เมื่อสังคมเมืองต่างมีแต่ความแข่งขัน เธอถูกปฏิเสธจากหลายบริษัท โชคยังมีเมื่อบริษัทแห่งหนึ่งเรียกตัวเธอไปสอบสัมภาษณ์ แต่คนที่จะมาเป็นเจ้านายของเธอนั้น กลับไม่ใช่ใครที่ไหน คือนายสิงห์ อีเมอร์สัน คนที่ชอบแกล้งเธออยู่บ่อยๆ ในวัยเด็ก มากกว่านั้นคือครอบครัวเขาและเธอไม่ลงลอยกันอีกต่างหาก
Ver maisเสียงนาฬิกาที่ดังอยู่เนืองๆ หญิงสาวลุกขึ้นมาปิดโดยอัตโนมัติด้วยความเคยชิน มือเรียวยาวขยี้ดวงตากลมโตเพื่อมองสิ่งต่างๆได้อย่างชัดเจน หลังจากนั้นเธอเริ่มจัดการทำธุระส่วนตัวอย่างรวดเร็ว
จิรัญญา วรวงศ์ หยิบประวัติส่วนตัวขึ้นมามองด้วยสายตาอ่อนล้า นี่ก็เกือบสามสัปดาห์ที่เธอเที่ยวตะเวนหางาน แต่ก็ยังไม่มีบริษัทติดต่อกลับมาเลย บ้านของเธอก็ไม่ได้ขัดสนถึงขนาดที่เธอต้องหาเลี้ยงครอบครัว แค่ต้องการใช้ชีวิตในเมืองกรุงบ้างสักครั้ง เธอตัดสินใจขอบิดาและพี่ชาย เพราะอยากลองมาใช้ชีวิตในกรุงเทพ ต้องยกเหตุผลต่างๆนาๆ มาเป็นข้ออ้าง ทั้งที่เธอไม่จำเป็นต้องมาเดินหางานแบบนี้ก็ได้ แต่การใช้ชีวิตแบบคุณหนู มันจะไปมีสีสันอะไร มือเรียวบางคว้าโทรศัพท์ในกระเป๋า เมื่อได้ยินเสียงเพลงโปรดของเธอ คงเป็นใครไม่ได้นอกจากพี่ชาย ที่โทรจิกเธออย่างกับอะไรดี เธอคงโกรธพวกเขาไม่ได้ ที่จะหาใครหวังดีเหมือนพี่ชายและบิดาไม่ได้อีกแล้ว “ว่าไงคะ พี่กฤษ” จิรัญญาเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงสดใสเช่นเคย “พี่โทรหาตั้งหลายสาย แล้วทำไมพึ่งมารับสายพี่ ทำอะไรอยู่” กฤษถามน้องสาวด้วยน้ำเสียงเคืองๆน้องสาวที่รับสายช้า “โห่ พี่กฤษ จิ๊บอาบน้ำอยู่จะให้จิ๊บรับโทรศัพท์พี่ได้ยังไงกันคะ” “พี่ไม่เซ้าซี้เราแล้วก็ได้ งานเราไปถึงไหนแล้ว ถ้ายังหาไม่ได้ก็กลับมาที่เชียงใหม่ซะ น้องสาวคนเดียวพี่กับพ่อมีปัญญาหาเลี้ยงได้”กฤษอดว่าน้องสาวไม่ได้ ใช้ได้ที่ไหนกันล่ะ อยู่บ้านดีๆไม่ชอบ ชอบทำให้เขาเป็นห่วงอยู่เรื่อย “โธ่ พี่กฤษยังเป็นตำรวจเลย จิ๊บก็อยากทำงานบ้าง ไม่อยากทำตัวไร้ค่าไปวันๆ ไม่พูดกับพี่กฤษแล้ว” “เดี๋ยวๆๆ ยัยจิ๊บ...” เสียงปลายขาดหายไปอย่างฉับพลัน ใครจะดื้อรั้นเท่ายัยจิ๊บน้องสาวเขาไม่มีอีกแล้ว จิรัญญาตัดสายพี่ชาย ถ้าเธอคุยกับพี่ชายของเธอมีหวังต้องเกลี้ยกลมให้เธอกลับเชียงใหม่แน่นอน ถ้าเธอกลับไปคงไม่ได้ทำอะไรเป็นแน่ กำนันธรรศผู้เป็นพ่อของเธอคงไม่ยอมให้เธอทำอะไร นอกจากงานในไร่ส้ม ไม่ใช่ว่า จิรัญญาจะไม่ชอบการทำงานในไร่หรอกนะ ตั้งแต่เกิดมาจนอายุยี่สิบสามปี เธอยังไม่ได้เคยทำอะไรด้วยตัวเองสักอย่าง เธออยากได้อะไรเพียงแค่เอ่ยปาก บิดาและพี่ชายก็หามาไม่ว่าสิ่งนั้นจะยากเย็นสักเพียงไหน ตอนนี้เป็นโอกาสที่จิรัญญาได้พิสูจน์ตัวเอง ให้ทุกคนรู้เธอไม่ได้เป็นเพียงคุณหนู ยังสามารถทำอะไรได้หลายๆอย่างด้วยเอง “สู้ เว้ย” จิรัญญาพูดกับตัวเองพร้อมสูดลมหายใจเข้าปลอดลึกๆ เพื่อเรียกกำลังใจก่อนออกจากบ้าน จิรัญญาเลือกขึ้นรถเมล์ ดีกว่าแท็กซี่ ซึ่งช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้เยอะแถมยังได้ประสบการณ์ใหม่ๆอีก นั่งรถไม่นานก็ถึงบริษัทที่จิรัญญาหาในอินเทอร์เน็ตแล้ว ตึกอีซีโอ พาวเวอร์ ที่สูงระฟ้าคงไม่น้อยกว่าสามสิบห้าชั้น จากการคาดเดาของจิรัญญาแล้ว เธอหยุดยืนทำใจตรงหน้าประตูของหาตึกเพื่อสร้างความมั่นใจ “ว้าย!...” จิรัญญาสะดุดตรงขอบประตูทำให้เสียหลักล้มลงหน้าขม่ำกับพื้นแล้วแน่ถ้าไม่ได้อ้อมแขนของใครบางคนรับเธอไว้เสียก่อน จิรัญญาค่อยๆลืมตามาพบกับหนุ่มหล่อ จมูกโด่งรับกับใบหน้าคมคาย ผมเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนปนดำเล็กน้อย กอปรกลิ่นกายของบุรุษเพศช่างเย้ายวนใจเหลือเกิน “นี่คุณ! เลิกจ้องผมได้แล้ว ถ้าจ้องผมนานกว่านี้ ผมคิดตังค์นะ” จิรัญญารีบผละออกจากออมแขนของเขาทันที เธอเกือบหลงเสน่ห์ของชายหนุ่มตรงหน้าไปแล้ว ถ้าไม่ติดตรงที่ความหลงตัวเองของชายหนุ่ม “เปล๊า... ฉันไม่ได้มองนายเสียหน่อย” ตรงข้ามสายตาที่เธอมองเขามันทำให้เขาอยากทำความรู้จักเธอนักว่าจะลีลาเด็ดขนาดไหน “แล้วทำไมต้องตอบเสียงสูงขนาดนั้นด้วย” สิงห์ อีเมอร์สัน เค้นถามผู้หญิงตรงหน้าเสียไม่ได้ แต่ละวันมีผู้หญิงมาเข้าหาเขาด้วยวิธีหลากหลาย บางทีเขาก็เบื่อที่จะเล่นด้วย แต่กับแม่คนนี้เขาอยากรู้ว่าเธอจะใช้วิธีไหนที่ทำให้เขาสามารถเล่นตามเกมของเธอ “ถ้าเธออยากขนาดนั้นก็ไม่ได้ตรงเสียเวลาวางแผนมาอ่อยฉันแบบนี้ก็ได้” “อะไรนะ?” จิรัญญางุนงงกับคำพูดของชายหนุ่มตรงหน้าที่อายุก็น่าจะย่างเขาสามสิบแล้วยังทำตัวเป็นตาเฒ่าหัวงูอีก “ฉันบอกว่า ถ้าเธออยากนอนกับฉันไม่ต้องลงทุนมาอ่อยฉันขนาดนี้ก็ได้” เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงทำตัวไร้เดียงสาขนาดนี้ แถมยังเข้าใจยากอีกต่างหาก “แต่วันนี้ฉันคงไม่ว่างให้เธอฟัดฉันหรอกนะ เพราะฉันมีธุระ” สิงห์ตอบปัดๆไป จิรัญญาเริ่มหมดความอดทนเต็มทีกับชายหนุ่มตรงที่กำลังคุกคามเธอทางคำพูด หญิงสาวกำหมัดแน่นถ้าชายตรงหน้าไม่หยุดพูดเหมือนเธอเป็นผู้หญิงบริการที่ต้องการเข้าหาเขาแบบนั้นล่ะก็... “อ้ะ นี่นามบัตรฉันไว้เธอต้องการ โอ้ย...” เมื่อหมดความอดทน จิรัญญาต่อยหน้าชายหนุ่มตรงหน้าอย่างสุดกำลัง ยังไม่พอใจหญิงสาวแทงเข่าไปที่ระหว่างขาเขาอย่างหนักชนิดที่ว่าอวัยวะส่วนนั้นไม่สามารถทำงานได้ชั่วคราว “ยัยผู้หญิงบ้า กลับมาเดี๋ยวนี้นะ” สิงห์ตะโกนเรียกหญิงสาวที่สร้างความเจ็บป่วยในน้องชายของเขา มารับผิดชอบต่อการกระทำที่กล้าทำร้ายร่างกายของเขา “หน็อยแนะ ยัยตัวดีอย่าให้เจอคราวหน้าได้เห็นดีกันแน่” จิรัญญาเดินไปที่เคาเตอร์โดยที่ไม่สนใจเสียงเรียกที่อยู่ตรงทางเข้า ดีที่ช่วงนี้เป็นช่วยพักกลางวันจึงไม่มีคนวุ่นวายสักเท่าไร ถ้าช่วงเวลาเข้างานปกติเธอคงโดนจับข้อหาทำร้ายคนแก่แน่นอน ก็ใครมันจะไปคิดว่าหน้าตาหล่อแบบนั้นจะหลงตัวเองได้โอเวอร์ คิดได้ไงว่าเธอมาเสนอตัวให้เขาได้เชยชม ไม่มีวันเด็ดขาดเวลาที่เกิดขึ้นช่างรวดเร็วจนจีจี้ตั้งตัวไม่ทัน เธอได้แต่ยืนตัวแข็งทื่อด้วยความตกใจ เคลวินเมื่อได้ลิ้มรสถึงความหวานล้ำของริมฝีปากบาง เขาอยากสัมผัสมากขึ้น ไวเท่าความคิด เคลวินออกแรงกัดริมฝีปากล่างเพียงเล็กน้อย เธอก็ยอมเปิดรับสัมผัสที่เขามอบให้ เคลวินสอดลิ้นเข้าหาความหวานเพิ่มขึ้น เกี่ยวกระหวัดหยอกเย้ากับลิ้นเล็กอย่างมีชั้นเชิงและเร่าร้อน จนคนร่างบางถึงกลับตัวอ่อนระทวย เมื่อได้ลิ้มรสจูบของวัยสาวครั้งแรก เคลวินค่อยๆถอนริมฝีปากออกช้าๆ มองใบหน้าของสาวน้อยที่แดงก่ำอย่างกับลูกตำลึกสุกงอม ทว่าวงแขนแกร่งคว้าร่างบางที่กำลังทรุดด้วยอาการเข่าอ่อนก่อนที่เธอจะล้มหัวขม้ำไปเสียก่อน “ที่นี้รู้หรือยังว่า ถ้าขัดขืนคำสั่งฉันจะโดนอะไร” เคลวินเอ่ยด้วยเสียงแหบพร่า หลังจากที่พยุงร่างบางให้ทรงตัวได้ เขาเดินเข้างานพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าเธอไม่เคยแม้กระทั่งจูบ พอเจอเข้าไปแบบนั้นถึงกลับเข่าอ่อน ถ้าเขาทำมากกว่าจูบ มีหวังเธอคงต้องสลบคาอกแกร่งของเขาอย่างแน่นอน เหลือเพียงแต่สาวน้อยที่ยืนตัวสั่นเทาด้วยอารมณ์หลากหลาย จนแยกแยะไม่ออก หัวใจก็เต้นแรงแทบจะทะลุอ
จีจี้ถือแก้วที่บรรจุแชมเปญเดินมุ่งหน้าไปหาสิงห์กับจิรัญญาที่นั่งโต๊ะด้านหน้า จะมีเพื่อนคุยสักที ตั้งแต่กลับมาจากเมืองเธอไม่มีเพื่อนเลย เพราะถูกส่งไปเรียนเมืองนอกตั้งแต่เล็กๆจะมีแค่เพื่อนสมัยมัธยมแค่ไม่กี่คนเท่านั้น จู่ๆก็มีใครบางคนมาแย่งแก้วในมือที่กำลังถืออยู่ “ว้าย! ทำไมต้องมาแย่งของคนอื่นด้วย” จีจี้หันไปตวาดใส่ชายหนุ่มที่แย่งแก้วแชมเปญของเธอไปดื่มอย่างหน้าตาเฉย “ทำไม ฉันจะแย่งไม่ได้ นี่มันงานเลี้ยงบริษัทของฉัน” เคลวินแหย่ เมื่อเห็นเธอเริ่มมีสีหน้าโกรธเคือง เขาก็ยิ่งอยากแกล้ง “หลีกไปนะ” สาวน้อยออกคำสั่ง “ไม่หลีก” “เคลวินหลีกไปนะ จีจี้จะไปหาพี่สิงห์” เมื่อใช้คำพูดไม่สำเร็จ เธอจึงใช้กำปันน้อยของเธอผลักเคลวินสุดแรงที่มี สำหรับเคลวินเรี่ยวแรงเพียงนิดไม่สามารถทำให้เขาระคายเคืองสักนิด ในทางตรงกันข้ามยิ่งช่วยนวดผ่อนคายกล้ามเนื้อเขาเสียมากกว่า “จะไปทำไม ไอ้สิงห์กับคุณจิ๊บเขากำลังสวีตหวาน แล้วเธอจะเป็นก้างขว้างคอเขาให้ได้อะไรขึ้นมา” “จีจี้ไม่ได้ไปเป็นก้างขว้างคอคอเสียหน่อย” สาวน้อยเถียงเพราะเธอไม่ต้องการไปเ
“ไม่ต้องมองฉันเลยนะ ใครบอกให้เธอทำสายตาแวววาวมองฉันเอง” สิงห์เย้าไม่เลิก จิรัญญาก้มหน้างุดเมื่อโดนล้อ แต่ลอบแอบมองเสียวหน้าของเขาอยู่เรื่อยๆ พอเวลาทำตัวขี้เล่นเหมือนผู้ชายทั่วไปยิ่งเป็นการเสริมเสน่ห์ให้น่าหลงใหลอีก ราวยี่สิบนาทีรถสปอร์ตคันหรูเข้าจอดหน้าโรงแรมระดับห้าดาว จิรัญญาเหลียมมองผ่านกระจกทึบยังประหม่าอยู่ดี คนที่มาร่วมงานล้วนเป็นระดับไฮคลาสซึ่งต่างกับเธอลิบลับที่เป็นเพียงลูกสาวชาวไร่ชาวสวนดูด้อยไปทันที สิงห์ย่างก้าวออกจากรถด้วยความสง่า ต่างจากใครบางคนที่นั่งตัวหลีบจนเขาต้องพูดให้กำลังใจเธอทำไมเขาจะไม่รู้ว่าเธอนั้นคงจะตื้นเต้นกับการต้องมางานแบบนี้เป็นครั้งแรก “ออกมาได้แล้ว ไม่ต้องอาย” เธอเงยหน้ามองเขาเล็กน้อย สูดลมหายใจเข้าปอดแล้วค่อยก้าวออกจากรถ “ฉันไม่ได้อายแต่...” “กลัว?” สิงห์ถามเสียงสูง จิรัญญาพยักหน้ารับเมื่อเขาตรงกับความรู้สึกตอนนี้ ตั้งแต่เกิดมาเธอไม่เคยมางานเลี้ยงใหญ่แบบนี้มาก่อนต้องตื้นเต้นเป็นธรรมดา สิงห์ส่งมือรับหญิงสาวที่กำลังยื่นตัวสั่นเล็กน้อย เขาคว้ามือบางมาควงแขนก่อน
“ก็สบายดีค่ะ แล้วพี่กฤษกับพ่อเป็นยังไงบ้าง” จิรัญญาถามกลับด้วยความเป็นห่วงผู้เป็นบิดาไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไรแล้ว “สุขภาพร่างกายน่ะแข็งแรง แต่บ่นร่ำๆคิดถึงจิ๊บอยู่เรื่อยๆ พี่ว่าจิ๊บเลิกทำงานและกลับมาอยู่กลับพ่อดีกว่านะ เมื่อวานก็มีเรื่องกับลุงนพจนพี่เกือบห้ามไม่ทัน” จิรัญญาฟังถึงกลับพูดไม่ออกถ้ารู้ว่าเธอทำงานกับลูกชายของคนที่พ่อเกลียดที่สุดคงจะไม่ยอมให้เธอออกจากบ้านแน่เลย เพราะรู้ดีว่ากำนันธรรศเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตั้งแต่สมัยวัยรุ่น ส่วนเรื่องที่เป็นเหตุที่ทำให้ทั้งคู่ทะเลาะกันนั้นเธอไม่รู้ว่าเวลาถามพ่อเธอทีไรเป็นพาลโกรธเธอทุกที “แล้วตอนนี้พ่อเป็นไงบ้าง” เธอถามเสียงแผ่วเบา “ก็ยังโกรธพี่อยู่น่ะสิ ที่เข้าไปห้าม” “อ้าว!” จิรัญญาอุทาน “แล้วลุงนพล่ะเป็นไงบ้าง” “นี่แกเป็นห่วงคนที่เป็นศัตรูของพ่อเรางั้นเหรอ” กฤษเค้นถามจิรัญญาเมื่อทำเป็นห่วงเป็นใยครอบครัวข้างบ้าน “เปล่า ฉันแค่กลัวว่าพ่อจะเป็นตัวเองจะติดคุกข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นโดยเจตนาน่ะสิ” จิรัญญาแก้ต่างให้ตัวเอง “ไม่ต้องห่วงมีร้อยตำรวจตรีกฤษอยู่ทั้งคนไม











