Se connecter“พี่นิคกี้...”
“ว่าไงครับ น้องสาว?”
“เรา...ย้ายที่กันเถอะ...”
นิคกี้ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะเบาๆ ในลำคอ
“เบื่อที่นี่แล้วเหรอครับ คุณน้องสาว...”
เค้กไม่ตอบ เธอเพียงหลุบตาลง ใบหน้าแดงก่ำ
นิคกี้มองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างพอใจ
“ได้สิ” เขาถอนส่วนนั้นออก แล้วช่วยจัดเสื้อผ้าให้เธอเรียบร้อย ก่อนจะหันมาจัดการตัวเองพลางก้มลงกระซิบข้างใบหูเล็กๆ ที่แดงเถือก “งั้นไปที่ของเรากัน”
เค้กเงยหน้าขึ้นทันที “ที่ของเรา?”
“อืม”
“ที่ไหน?”
“คอนโด”
“นายมีคอนโดด้วยเหรอ?”
“มีสิ” เขาตอบง่ายๆ ราวกับเรื่องนี้เป็นเรื่องธรรมดา จากนั้นกี้ก็อุ้มเธอที่ขาสั่นจนเดินไม่ไหวเดินออกจากห้องนั่งเล่น ไปวางลงบนที่นั่งข้างคนขับรถสปอร์ตคันเก่งที่จอดอยู่ในการาจจอดรถส่วนตัว แล้วพาเธอขับรถออกไปจาก ‘บ้าน’
เค้กยังคงสงสัยอยู่ตลอดทาง
กระทั่งรถสปอร์ตคันหรูของเขาแล่นเข้าไปในอาคารสูงแห่งหนึ่งด้านหลังห้างดุสิตเซ็นทรัลพาร์ค เธอถึงได้รู้ว่าคำว่า ‘คอนโด’ ของนิคกี้นั้น ไม่ธรรมดาเลยแม้แต่น้อย
กลุ่มอาคารสูงตระหง่านด้านหน้าเพิ่งสร้างเสร็จใหม่เอี่ยม บริเวณล็อบบี้ของที่นี่ตกแต่งอย่างหรูหราด้วยหินอ่อนและดอกไม้ มีแชนเดอเลียร์ขนาดใหญ่ห้อยอยู่กลางโถงอย่างโดดเด่น แถมยังมีพนักงานเปิดประตูกับพนักงานรักษาความปลอดภัยยืนประจำอยู่หลายจุด
เค้กมองไปรอบๆ อย่างตื่นตาตื่นใจ “ที่นี่แพงมากเลยนี่ แถมยังเป็นคอนโดแบบไม่ได้ขายขาดด้วย!”
“อืม...คอนโด lease hold…ขายแต่แบบเช่าซื้อระยะยาว ไม่ได้ขายขาด”
“แล้วนายยังจะซื้ออีก!”
“เอาไว้เธอใช้ที่นี่จนเบื่อ ฉันค่อยขายทิ้งก็ได้” เขาพูดเหมือนเงินหลายสิบล้านบาทไม่ได้สำคัญอะไรเลย
“นายซื้อที่นี่ไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่?”
“ไม่นาน” นิคกี้ตอบพลางพาเธอเดินไปยังโซนลิฟต์ที่มีความเป็นส่วนตัว
เค้กมองพนักงานกดลิฟต์ในชุดเครื่องแบบเนี้ยบกริบแล้วก็อดหันมาถามนิคกี้ไม่ได้ “ทำไมถึงซื้อที่นี่ล่ะ นายรวยขนาดนี้เลย?”
คราวนี้นิคกี้เงียบไปครู่หนึ่ง
เมื่อประตูลิฟต์ปิดลง เหลือเพียงพวกเขาสองคนอยู่ในพื้นที่ปิด นิคกี้จึงก้มลงมองเธอ แล้วยิ้ม “ตั้งแต่รู้ว่าพ่อฉันกับแม่เธอจะไปต่างประเทศด้วยกันหลายวัน ฉันก็ตัดสินใจซื้อที่นี่”
เค้กกะพริบตาปริบๆ “ทำไมล่ะ?”
นิคกี้ยกมุมปากยิ้ม “ก็แค่คิดว่าเจ็ดวันเจ็ดคืน มันก็นานพอสมควร...”
หัวใจของเค้กกระตุกวูบ “นายหมายความว่า...”
“ฉันอยากอยู่กับเธอในที่ที่ไม่มีใครมารบกวน” เขากระชับมือที่จับมือเธอ “ตลอดเจ็ดวันเจ็ดคืนหลังจากนี้ จะมีแค่เราสองคน”
ติ๊ง!
ประตูลิฟต์เปิดออกพอดี เผยให้เห็นโถงทางเดินที่โอ่อ่า
เค้กถึงกับพูดอะไรไม่ออก
นิคกี้จูงมือเธอออกจากลิฟต์ แล้วพาเปิดประตูเดินเข้าไปในห้องชุดขนาดใหญ่ที่กินพื้นที่ทั้งชั้น ทุกอย่างภายในนี้ดูก็รู้ว่าเป็นของใหม่เอี่ยม เฟอร์นิเจอร์ราคาแพงแต่ละชิ้นต่างถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ สีเรียบนวลตาตัดกับผนังไม้สีน้ำตาล วิวจากกระจกบานใหญ่ด้านนอกคือแสงไฟยามค่ำคืนของกรุงเทพฯ
ที่นี่วิวสวยมาก แต่เค้กไม่มีเวลาชื่นชมวิวเลย เพราะนิคกี้รีบจูงมือพาเธอเดินตรงไปยังห้องๆ หนึ่ง
“จะรีบไปไหนขนาดนั้น ฉันยังไม่ได้ดูวิวเลย!”
“ห้องนอน”
ห้องนอน... คำตอบนั้นทำให้หัวใจของเค้กเริ่มเต้นแรงขึ้นอีกหน
เมื่อประตูห้องนอนของเขาเปิดออก เธอก็ได้รู้ว่าคอนโดห้องนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่ออะไร
“...” เค้กยืนนิ่ง ดวงตากลมโตค่อยๆ กวาดมองไปรอบห้อง
บนชั้นวางบิ้วท์อินรอบๆ ห้อง มีเซกส์ทอยวางเรียงไว้หลายชนิด หลายไซส์ ที่มุมหนึ่งยังมีโซฟารูปทรงแปลกๆ กับอุปกรณ์ที่ดูน่ากลัวอย่าง โซ่ แส้ กุญแจมือ กับตุ้มเหล็กห้อยพู่หาง จัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบ
เค้กหน้าแดงจนแทบจะลามไปถึงใบหู
“นี่นาย...” เธอพูดต่อไม่ออก
ความรู้สึกแปลกใหม่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในอก มันไม่ใช่ความกลัว แต่เป็นความรู้สึกว่า...เธอมีอำนาจเหนือเขา…คนสายลุยที่เอาแต่ใจจนน่าโมโหอย่างเขาเนี่ยนะ...? นี่มันบ้า บ้าบอสิ้นดี...เธอสลัดความคิดวุ่นวายในหัวทิ้ง ก่อนถาม “แล้วฉันต้องทำยังไง?”นิคกี้หัวเราะเบาๆ “เริ่มจากเลือกสิ” เขาเบนสายตาไปทางชั้นวางแส้ “เลือกสิ่งที่เธออยากลอง”เค้กเดินไปช้าๆ สายตากวาดผ่านอุปกรณ์มากมาย ก่อนหยุดอยู่ที่แส้เส้นหนึ่ง เธอเอื้อมมือไปแตะมันอย่างลังเล“อันนี้เหรอ?”“ถ้าเธออยากลอง ก็อันนั้น”“มันอันใหญ่...ดูน่ากลัว...”“งั้นก็เปลี่ยน”“ไม่...” เค้กกำด้ามแส้แน่นขึ้นเล็กน้อย “ฉันอยากลอง”นิคกี้ไม่ได้หัวเราะ ไม่ได้แกล้งหยอกเธอเหมือนทุกครั้ง เขาเพียงพยักหน้า“ได้”เค้กสูดลมหายใจเข้าลึก จากนั้นถึงค่อยหันกลับไปมองเขา “แต่ถ้าฉันทำอะไรผิด นายต้องบอกนะ”“รับทราบครับนายหญิง”“แล้วก็ห้ามหัวเราะด้วย”“ฉันจะพยายาม”“นิคกี้!”เขาหัวเราะออกมาในที่สุด “โอเคๆ ไม่หัวเราะแล้ว”เค้กทำแก้มป่องใส่เขา ก่อนจะยกแส้ขึ้นอย่างเก้ๆ กังๆเพียงแค่เห็นท่าทางของเธอ นิคกี้ก็หลุดยิ้มอีกครั้งไม่ใช่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์เหมือนก่อนหน้านี้ แต่เป็นรอยยิ้มที่ดูอ่
เค้กหน้าแดงจนแทบจะลามไปถึงใบหู“นี่นาย...” เธอพูดต่อไม่ออกนิคกี้หัวเราะเบาๆ ดวงตาฉายแววเอ็นดู “ตกใจเหรอครับ คุณน้องสาว?”คำว่าน้องสาวจากปากเขาทำให้เค้กรู้สึกเหมือนถูกดึงมาหยุดยืนอยู่ที่เส้นขอบของคำว่า ‘ศีลธรรม’ แตกต่างจากนิคกี้ ที่ดูจะชอบเล่นเป็นพี่ชายน้องสาวกับเธอเอามากๆเธออดพูดไม่ได้ “ที่จริงแล้วรสนิยมนายเป็นแบบนี้สินะ?”“ไม่รู้สิ...” เขาขยับเข้ามาโอบเอวเธอ “แต่เราใช้เจ็ดวันเจ็ดคืนนี้ค่อยๆ ลองไปด้วยกันก็ได้”เค้กหน้าแดงซ่านขึ้นมาอีกหน ถึงอย่างงั้นเธอก็ยังอดถามเขาไม่ได้ “ทำไมต้องซื้อคอนโด แถมยังเตรียมของพวกนี้เอาไว้เยอะตั้งขนาดนี้ด้วย”เขากอดเธอจากด้านหลังแนบชิด ทำให้ก้นของเค้กสัมผัสกับส่วนที่แข็งขึงของเขาอีกหน “ก็เรามีเวลาตั้งเจ็ดวันเจ็ดคืน...”คำตอบสั้นๆ กับสิ่งที่ดุนดันก้นทำเอาเค้กหัวใจเต้นแรงกว่าเดิมแต่แล้วนิคกี้ก็ผละออก เขาหยิบอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งขึ้นมาแล้วเริ่มอธิบายอย่างใจเย็น“อันนี้เรียกว่า ‘Cuffs’ มันคือ ‘ปลอกข้อมือ’”เค้กมองของในมือเขาอย่างระแวง “เอาไว้ใช้ทำอะไร?”“ใช้จำกัดการเคลื่อนไหวของข้อมือ แต่ไม่ได้หมายความว่าพอใส่แล้วจะทำอะไรก็ได้ตามใจคนใส่” เขาพลิกอุปกรณ์ให้เธอดูด้า
“พี่นิคกี้...”“ว่าไงครับ น้องสาว?”“เรา...ย้ายที่กันเถอะ...”นิคกี้ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะเบาๆ ในลำคอ“เบื่อที่นี่แล้วเหรอครับ คุณน้องสาว...”เค้กไม่ตอบ เธอเพียงหลุบตาลง ใบหน้าแดงก่ำนิคกี้มองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างพอใจ“ได้สิ” เขาถอนส่วนนั้นออก แล้วช่วยจัดเสื้อผ้าให้เธอเรียบร้อย ก่อนจะหันมาจัดการตัวเองพลางก้มลงกระซิบข้างใบหูเล็กๆ ที่แดงเถือก “งั้นไปที่ของเรากัน”เค้กเงยหน้าขึ้นทันที “ที่ของเรา?”“อืม”“ที่ไหน?”“คอนโด”“นายมีคอนโดด้วยเหรอ?”“มีสิ” เขาตอบง่ายๆ ราวกับเรื่องนี้เป็นเรื่องธรรมดา จากนั้นกี้ก็อุ้มเธอที่ขาสั่นจนเดินไม่ไหวเดินออกจากห้องนั่งเล่น ไปวางลงบนที่นั่งข้างคนขับรถสปอร์ตคันเก่งที่จอดอยู่ในการาจจอดรถส่วนตัว แล้วพาเธอขับรถออกไปจาก ‘บ้าน’เค้กยังคงสงสัยอยู่ตลอดทางกระทั่งรถสปอร์ตคันหรูของเขาแล่นเข้าไปในอาคารสูงแห่งหนึ่งด้านหลังห้างดุสิตเซ็นทรัลพาร์ค เธอถึงได้รู้ว่าคำว่า ‘คอนโด’ ของนิคกี้นั้น ไม่ธรรมดาเลยแม้แต่น้อยกลุ่มอาคารสูงตระหง่านด้านหน้าเพิ่งสร้างเสร็จใหม่เอี่ยม บริเวณล็อบบี้ของที่นี่ตกแต่งอย่างหรูหราด้วยหินอ่อนและดอกไม้ มีแชนเดอเลียร์ขนาดใหญ่ห้
“ไม่เล่นแล้ว!” เค้กวางจอยสติ๊กลงบนโซฟาดังปุบ! ก่อนจะคว้าหมอนใบใหญ่มากอด แล้วเดินหนีออกจากหน้าทีวี “สามตาแล้วนะ!” เธอหันไปบ่นใส่นิคกี้ หรือนายนเรนทร์ แทนธรรม พี่ชายตามกฏหมายของเธอเสียงหัวเราะทรงเสน่ห์ของนิคกี้ดังตามหลังเค้กมา เหมือนแตะไล้หยอกเย้า “อืม...เธอแพ้ฉันสามตาแล้วจริงๆ”เค้กหันกลับไปมองคนพูดตาขวาง แต่คนถูกมองกลับจัดปกเสื้อช็อปวิศวะของตัวเองแล้วนั่งเอนหลังสบายๆ อยู่บนโซฟา ใบหน้าหล่อเหลาแย้มรอยยิ้มแบบเดิม...แบบที่ทำให้พวกผู้หญิงในมหาวิทยาลัยใจเต้น“ทำไมล่ะ?” เขาเอียงคอเล็กน้อย ถามน้ำเสียงมั่นหน้า “ก็ฉันพูดความจริง”“ฉันแค่ยังจับจังหวะเกมไม่ได้หรอก!”“อือฮึ”“อย่ามาทำเสียงแบบนั้นนะ” เค้กดุ“แบบไหน?”“แบบที่เหมือนกำลังล้อฉันอยู่”นิคกี้หัวเราะทันที “ฉันไม่ได้ล้อ”“ล้อชัดๆ” เค้กทำแก้มป่องแล้วหันหน้าหนีเธอไม่อยากเล่นเกมบ้าๆ นั้นแล้วไม่ใช่เพราะมันไม่สนุก แต่เพราะนิคกี้โกง!อย่างน้อยเธอก็คิดแบบนั้นถ้าไม่โกง แล้วคนคนหนึ่งจะชนะสามตาติดได้ยังไง?“แพ้แล้วพาลเหรอ” เสียงทุ้มนุ่มหูดังขึ้นอีกครั้งเค้กกำหมอนในมือแน่น “ฉันไม่ได้พาล!”“งั้นก็กลับมาเล่นอีกตา”“ไม่เล่นแล้ว!”“กลัวแพ้?”“ไม่ได้







