Se connecterเค้กหน้าแดงจนแทบจะลามไปถึงใบหู
“นี่นาย...” เธอพูดต่อไม่ออก
นิคกี้หัวเราะเบาๆ ดวงตาฉายแววเอ็นดู “ตกใจเหรอครับ คุณน้องสาว?”
คำว่าน้องสาวจากปากเขาทำให้เค้กรู้สึกเหมือนถูกดึงมาหยุดยืนอยู่ที่เส้นขอบของคำว่า ‘ศีลธรรม’ แตกต่างจากนิคกี้ ที่ดูจะชอบเล่นเป็นพี่ชายน้องสาวกับเธอเอามากๆ
เธออดพูดไม่ได้ “ที่จริงแล้วรสนิยมนายเป็นแบบนี้สินะ?”
“ไม่รู้สิ...” เขาขยับเข้ามาโอบเอวเธอ “แต่เราใช้เจ็ดวันเจ็ดคืนนี้ค่อยๆ ลองไปด้วยกันก็ได้”
เค้กหน้าแดงซ่านขึ้นมาอีกหน ถึงอย่างงั้นเธอก็ยังอดถามเขาไม่ได้ “ทำไมต้องซื้อคอนโด แถมยังเตรียมของพวกนี้เอาไว้เยอะตั้งขนาดนี้ด้วย”
เขากอดเธอจากด้านหลังแนบชิด ทำให้ก้นของเค้กสัมผัสกับส่วนที่แข็งขึงของเขาอีกหน “ก็เรามีเวลาตั้งเจ็ดวันเจ็ดคืน...”
คำตอบสั้นๆ กับสิ่งที่ดุนดันก้นทำเอาเค้กหัวใจเต้นแรงกว่าเดิม
แต่แล้วนิคกี้ก็ผละออก เขาหยิบอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งขึ้นมาแล้วเริ่มอธิบายอย่างใจเย็น
“อันนี้เรียกว่า ‘Cuffs’ มันคือ ‘ปลอกข้อมือ’”
เค้กมองของในมือเขาอย่างระแวง “เอาไว้ใช้ทำอะไร?”
“ใช้จำกัดการเคลื่อนไหวของข้อมือ แต่ไม่ได้หมายความว่าพอใส่แล้วจะทำอะไรก็ได้ตามใจคนใส่” เขาพลิกอุปกรณ์ให้เธอดูด้านใน “ปลอกข้อมือพวกนี้ต้องใช้วัสดุที่นุ่มพอ จะได้ไม่บาดผิว แล้วก็ต้องไม่รัดอีกฝ่ายแน่นเกินไป ที่สำคัญต้องปลดออกได้ทันทีที่ต้องการปลด”
“ทำไมนายรู้ละเอียดจัง...เคยใช้กับผู้หญิงมากี่คนแล้วล่ะ...”
“คำถามแรก เพราะฉันไม่เล่นกับอะไรที่ตัวเองไม่รู้จัก ส่วนคำถามหลัง ของพวกนี้ใหม่กริบทุกชิ้น ฉันไม่มีวันยอมให้ผู้หญิงของฉันต้องใช้ของร่วมกับใคร”
“ก็แปลว่าถึงของในห้องนี้จะเป็นของใหม่ แต่ก็เคยเล่นอะไรแบบนี้กับผู้หญิงคนอื่นมาก่อนงั้นสิ?”
“ผู้หญิงพวกนั้นไม่เหมือนเธอ” เขาวางปลอกข้อมือกลับลงที่เก่า ก่อนหยิบเชือกเส้นหนึ่งขึ้นมา พลางอธิบาย “ส่วนอันนี้เป็นเชือกสำหรับการผูก”
เค้กมองหน้าเขาทันที “ผูกจริงๆ เหรอ แบบว่ามัดน่ะนะ?”
“ผูกจริง แต่การผูกมีรายละเอียดมากกว่าที่เธอคิด แล้วก็มีหลายแบบ หลายจุดประสงค์” เขายิ้มพลางใช้ปลายนิ้วโป้กดริมฝีปากเธอ
“ยังไง” ตอนนี้เค้กเริ่มอยากรู้จริงๆ แล้ว
นิคกี้อธิบายทั้งที่ยังนวดนิ้วโป้วนบนริมฝีปากเธอ “ก็อย่างเช่นการผูกข้อมือ ข้อเท้า เพื่อจำกัดการเคลื่อนไหวของคนถูกผูก ทำให้รู้สึกเหมือนถูกบังคับฝืนใจ...ข้อควรระวังก็อย่างเช่น ห้ามผูกตรงตำแหน่งที่เสี่ยงจะกดเส้นประสาทหรือขัดขวางการไหลเวียนของเลือด แล้วคนที่ถูกผูกก็สามารถบอกให้หยุดได้ตลอดเวลา...ถ้าเธออยากลอง ฉันจะจับเธอมัดแบบเงื่อนกระดองเต่าแล้วทำกันทั้งอย่างงั้นก็ได้ ลองไหม?”
เค้กเบรกทันที “แล้วถ้าคนถูกผูกบอกให้หยุดล่ะ?”
“คนผูกก็ต้องแก้เชือก” นิคกี้วางเชือกลงแล้วหยิบอุปกรณ์อีกชิ้นขึ้นมา “ส่วนอันนี้เรียกว่า ‘ที่ปิดตา’”
“มัน...เอาไว้ปิดตา?”
“ใช่”
“ล็อคข้อมือ มัด ปิดตา...ทำแบบนี้จะไม่อันตรายเหรอ?”
“ถ้าเลือกวัสดุที่เหมาะสมและไม่รัดแน่นเกินไปก็ไม่มีปัญหา”
“แต่กับตา...”
“มันนุ่ม เธอจับดูสิ” นิคกี้ส่งของในมือให้เค้กลองจับ พลางอธิบาย “ตอนที่ใช้ชิ้นนี้คนที่ถูกปิดตาจะเสียการรับรู้รอบตัวไปบางส่วน เพราะฉะนั้นคนที่เป็นฝ่ายควบคุมยิ่งต้องระวังให้มากกว่าเดิม...พอจะเดาออกแล้วใช่ไหม ว่าจะต้องมีฝ่ายควบคุม กับฝ่ายที่ถูกควบคุม”
เค้กฟังอย่างตั้งใจ จากที่เขินในตอนแรก เธอเริ่มสนใจขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
“แล้วอันนั้นล่ะ?” เธอชี้ไปที่อะไรสักอย่างที่ดูคล้ายพู่หนัง
นิคกี้หันไปมองตามนิ้วของเธอ ก่อนตอบ “แส้แบบหนึ่ง”
เค้กรีบหดมือกลับทันที “อันนั้นไม่เอา!”
เสียงหัวเราะของนิคกี้ดังขึ้นทันที “เธอยังไม่ได้ลองเลย”
“ก็แค่เห็นก็รู้แล้วว่ามันเจ็บ! ฉันเคยดูหนังที่พระเอกชอบมีเซกส์แบบ BDSM เขาก็ใช้ของแบบนี้แหละ ฉันจำได้! นางเอกงี้ร้องลั่น!”
“BDSM ไม่ได้แปลว่าต้องเจ็บ” นิคกี้พูดด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้นเล็กน้อย “มันมีทั้งการควบคุม การยอมมอบอำนาจ การเล่นกับประสาทสัมผัส หรือแม้แต่การกำหนดบทบาทระหว่างคนสองคน บางคู่ไม่เล่นกับความเจ็บเลยด้วยซ้ำ”
เค้กถามอย่างอดไม่ได้ “แล้วนายชอบแบบไหน?”
นิคกี้ยิ้มพลางช้อนเอวเธอเข้ามากอด แล้วกระซิบ “แบบที่อีกฝ่ายเต็มใจ”
คำตอบนั้นทำให้เค้กนิ่งไป
นิคกี้วางอุปกรณ์ในมือลง แล้วหันกลับมาหาเธอ “จำไว้นะเค้ก ของพวกนี้ไม่ได้ทำให้คนเล่นดูเก่งเรื่องเซกส์หรือเซ็กซี่ขึ้น”
“แล้วอะไรที่ทำให้คนเราดูเซ็กซี่?”
“สำหรับฉัน...ความไว้ใจ” เขาตอบทันที “ส่วนถ้าเป็นเรื่อง BDSM ฉันคิดว่ามันคือการรู้ว่าเมื่อไหร่ควรหยุด”
นิคกี้หยิบปลอกข้อมือขึ้นมาอีกครั้ง “ถ้าเธอไม่ชอบ บอกฉัน...ถ้าเจ็บ บอกฉัน...ถ้ากลัว บอกฉัน” เขายิ้มพลางยื่นปลอกข้อมือให้เธอ “แต่ถ้าชอบ...ก็ไม่จำเป็นต้องอายที่จะบอกเหมือนกัน...เหมือนที่เราทำกันทุกครั้ง...”
ใบหน้าของเค้กร้อนวูบ ภาพเหตุการณ์ตอนมีเซกส์กับนิคกี้ผุดพรายขึ้นมาในหัวเป็นฉากๆ
“ใครจะไปบอก...” เธอพึมพำ
“งั้นฉันจะถามเอง”
“ถามอะไร?”
“ถามว่าเธอโอเคไหม”
เค้กเม้มริมฝีปากเข้าหากัน ก่อนรับปลอกข้อมืออันนั้นมา นี่เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกว่าข้าวของที่ดูลามกภายในห้องนี้ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ที่น่ากลัวจริงๆ อาจเป็นผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอต่างหาก…
ไม่ใช่เพราะเขาเสนอจะใช้ของพวกนี้ในระหว่างที่มีอะไรกัน แต่เป็นเพราะเขารู้จักเธอดีเกินไป รู้จักดีกว่าที่เธอรู้จักตัวเองเสียอีก...
จู่ๆ นิคกี้ก็พูดสิ่งที่เธอไม่คาดคิดว่าจะได้ยินออกมา
“ถ้าเธอพร้อม ใส่ปลอกข้อมือนี่ให้ฉัน”
“ห๊ะ?”
“ฉันให้เธอเป็นฝ่ายควบคุม” เขาบอกพลางยื่นข้อมือทั้งสองข้างไปหาเธอ
เค้กบอกทันที “ฉันกลับล่ะ”
“น่า...ขอร้องล่ะ...ฉันเริ่มหิวจนจะทนไม่ไหวแล้ว...” นิคกี้จ้องมองเธอด้วยนัยน์ตาเป็นประกาย
เค้กกัดริมฝีปากมองข้อมือเขาอย่างชั่งใจ ก่อนตัดสินใจทำตามที่เขาต้องการ
รอยยิ้มของนิคกี้ปรากฏขึ้นทันที เขาคุกเข่าลงตรงหน้าเธอ ก่อนบอกด้วยน้ำเสียงแหบห้าว “ทีนี้...แส้พวกนั้น...” เขาปรายตามองไปทางชั้นวางแส้หนัง “เลือกหยิบอันไหนก็ได้ มาเฆี่ยนฉัน”
เค้กชะงักกึก หัวสมองชาหนึบ “เดี๋ยวก่อน...แบบนี้มัน...”
นี่มันไม่เหมือนกับที่เธอคิดไว้เลย!
เขาปลดกระดุม ถอดเสื้อออกมากองที่ข้อมือทั้งสองข้างอย่างรวดเร็ว
“ตีฉันสิ” เขาบอกด้วยรอยยิ้ม
เค้กมองผู้ชายตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อสายตา
“ตี...ตีนาย...?”
“อืม...”
“แต่เมื่อกี้นายเป็นคนบอกฉันเองไม่ใช่เหรอ ว่าถ้าจะเล่น ต้องรู้ว่าเมื่อไหร่ควรหยุด”
“ใช่”
“แล้วตอนนี้นายกำลังทำอะไร?”
นิคกี้ยิ้มกว้างกว่าเดิม “กำลังให้เธอเป็นคนตัดสินใจไง”
เค้กนิ่งไป เธอมองปลอกข้อมือที่คล้องอยู่กับข้อมือทั้งสองข้างของเขา ก่อนเลื่อนสายตาไปยังชั้นวางอุปกรณ์อีกครั้ง
นี่มันเรื่องบ้าบออะไรกัน...
เมื่อครู่เธอยังคิดว่านิคกี้จะเป็นฝ่ายควบคุมทุกอย่าง แต่ตอนนี้เขากลับยอมวางตัวเองไว้ในมือเธอเสียอย่างนั้น
“ฉันไม่เคยทำแบบนี้” เค้กเริ่มสับสน
“ฉันรู้...ฉันเป็นผู้ชายคนแรกของเธอ”
“แล้วถ้าฉันทำผิดล่ะ?”
“ก็ไม่เป็นไร”
“ถ้าฉันเผลอทำแรงเกินไป?”
“ฉันจะบอก” นิคกี้ตอบอย่างสบายๆ ก่อนเงยหน้ามองเธอ “หน้าที่ของคนที่ถูกควบคุมก็สำคัญเหมือนกัน ถ้าไม่ไหวก็ต้องพูด ถ้าไม่ชอบก็ต้องบอก”
เค้กเม้มริมฝีปากก่อนถามอย่างชั่งใจ “แล้วถ้านายไม่บอกล่ะ?”
“ฉันจะไม่ฝืนตัวเอง”
“จริงนะ?”
“จริง” เขาพยักหน้า “เพราะงั้นตอนนี้คนที่ต้องตัดสินใจคือเธอ”
เค้กมองเขาอย่างชั่งใจอีกครั้ง
ผู้ชายที่เธอเคยเห็นว่าเป็นคนมั่นใจไปเสียทุกเรื่อง ตอนนี้กลับกำลังนั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเธอ และยอมให้เธอเป็นคนกำหนดว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป
ความรู้สึกแปลกใหม่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในอก มันไม่ใช่ความกลัว แต่เป็นความรู้สึกว่า...เธอมีอำนาจเหนือเขา…
ความรู้สึกแปลกใหม่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในอก มันไม่ใช่ความกลัว แต่เป็นความรู้สึกว่า...เธอมีอำนาจเหนือเขา…คนสายลุยที่เอาแต่ใจจนน่าโมโหอย่างเขาเนี่ยนะ...? นี่มันบ้า บ้าบอสิ้นดี...เธอสลัดความคิดวุ่นวายในหัวทิ้ง ก่อนถาม “แล้วฉันต้องทำยังไง?”นิคกี้หัวเราะเบาๆ “เริ่มจากเลือกสิ” เขาเบนสายตาไปทางชั้นวางแส้ “เลือกสิ่งที่เธออยากลอง”เค้กเดินไปช้าๆ สายตากวาดผ่านอุปกรณ์มากมาย ก่อนหยุดอยู่ที่แส้เส้นหนึ่ง เธอเอื้อมมือไปแตะมันอย่างลังเล“อันนี้เหรอ?”“ถ้าเธออยากลอง ก็อันนั้น”“มันอันใหญ่...ดูน่ากลัว...”“งั้นก็เปลี่ยน”“ไม่...” เค้กกำด้ามแส้แน่นขึ้นเล็กน้อย “ฉันอยากลอง”นิคกี้ไม่ได้หัวเราะ ไม่ได้แกล้งหยอกเธอเหมือนทุกครั้ง เขาเพียงพยักหน้า“ได้”เค้กสูดลมหายใจเข้าลึก จากนั้นถึงค่อยหันกลับไปมองเขา “แต่ถ้าฉันทำอะไรผิด นายต้องบอกนะ”“รับทราบครับนายหญิง”“แล้วก็ห้ามหัวเราะด้วย”“ฉันจะพยายาม”“นิคกี้!”เขาหัวเราะออกมาในที่สุด “โอเคๆ ไม่หัวเราะแล้ว”เค้กทำแก้มป่องใส่เขา ก่อนจะยกแส้ขึ้นอย่างเก้ๆ กังๆเพียงแค่เห็นท่าทางของเธอ นิคกี้ก็หลุดยิ้มอีกครั้งไม่ใช่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์เหมือนก่อนหน้านี้ แต่เป็นรอยยิ้มที่ดูอ่
เค้กหน้าแดงจนแทบจะลามไปถึงใบหู“นี่นาย...” เธอพูดต่อไม่ออกนิคกี้หัวเราะเบาๆ ดวงตาฉายแววเอ็นดู “ตกใจเหรอครับ คุณน้องสาว?”คำว่าน้องสาวจากปากเขาทำให้เค้กรู้สึกเหมือนถูกดึงมาหยุดยืนอยู่ที่เส้นขอบของคำว่า ‘ศีลธรรม’ แตกต่างจากนิคกี้ ที่ดูจะชอบเล่นเป็นพี่ชายน้องสาวกับเธอเอามากๆเธออดพูดไม่ได้ “ที่จริงแล้วรสนิยมนายเป็นแบบนี้สินะ?”“ไม่รู้สิ...” เขาขยับเข้ามาโอบเอวเธอ “แต่เราใช้เจ็ดวันเจ็ดคืนนี้ค่อยๆ ลองไปด้วยกันก็ได้”เค้กหน้าแดงซ่านขึ้นมาอีกหน ถึงอย่างงั้นเธอก็ยังอดถามเขาไม่ได้ “ทำไมต้องซื้อคอนโด แถมยังเตรียมของพวกนี้เอาไว้เยอะตั้งขนาดนี้ด้วย”เขากอดเธอจากด้านหลังแนบชิด ทำให้ก้นของเค้กสัมผัสกับส่วนที่แข็งขึงของเขาอีกหน “ก็เรามีเวลาตั้งเจ็ดวันเจ็ดคืน...”คำตอบสั้นๆ กับสิ่งที่ดุนดันก้นทำเอาเค้กหัวใจเต้นแรงกว่าเดิมแต่แล้วนิคกี้ก็ผละออก เขาหยิบอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งขึ้นมาแล้วเริ่มอธิบายอย่างใจเย็น“อันนี้เรียกว่า ‘Cuffs’ มันคือ ‘ปลอกข้อมือ’”เค้กมองของในมือเขาอย่างระแวง “เอาไว้ใช้ทำอะไร?”“ใช้จำกัดการเคลื่อนไหวของข้อมือ แต่ไม่ได้หมายความว่าพอใส่แล้วจะทำอะไรก็ได้ตามใจคนใส่” เขาพลิกอุปกรณ์ให้เธอดูด้า
“พี่นิคกี้...”“ว่าไงครับ น้องสาว?”“เรา...ย้ายที่กันเถอะ...”นิคกี้ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะเบาๆ ในลำคอ“เบื่อที่นี่แล้วเหรอครับ คุณน้องสาว...”เค้กไม่ตอบ เธอเพียงหลุบตาลง ใบหน้าแดงก่ำนิคกี้มองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างพอใจ“ได้สิ” เขาถอนส่วนนั้นออก แล้วช่วยจัดเสื้อผ้าให้เธอเรียบร้อย ก่อนจะหันมาจัดการตัวเองพลางก้มลงกระซิบข้างใบหูเล็กๆ ที่แดงเถือก “งั้นไปที่ของเรากัน”เค้กเงยหน้าขึ้นทันที “ที่ของเรา?”“อืม”“ที่ไหน?”“คอนโด”“นายมีคอนโดด้วยเหรอ?”“มีสิ” เขาตอบง่ายๆ ราวกับเรื่องนี้เป็นเรื่องธรรมดา จากนั้นกี้ก็อุ้มเธอที่ขาสั่นจนเดินไม่ไหวเดินออกจากห้องนั่งเล่น ไปวางลงบนที่นั่งข้างคนขับรถสปอร์ตคันเก่งที่จอดอยู่ในการาจจอดรถส่วนตัว แล้วพาเธอขับรถออกไปจาก ‘บ้าน’เค้กยังคงสงสัยอยู่ตลอดทางกระทั่งรถสปอร์ตคันหรูของเขาแล่นเข้าไปในอาคารสูงแห่งหนึ่งด้านหลังห้างดุสิตเซ็นทรัลพาร์ค เธอถึงได้รู้ว่าคำว่า ‘คอนโด’ ของนิคกี้นั้น ไม่ธรรมดาเลยแม้แต่น้อยกลุ่มอาคารสูงตระหง่านด้านหน้าเพิ่งสร้างเสร็จใหม่เอี่ยม บริเวณล็อบบี้ของที่นี่ตกแต่งอย่างหรูหราด้วยหินอ่อนและดอกไม้ มีแชนเดอเลียร์ขนาดใหญ่ห้
“ไม่เล่นแล้ว!” เค้กวางจอยสติ๊กลงบนโซฟาดังปุบ! ก่อนจะคว้าหมอนใบใหญ่มากอด แล้วเดินหนีออกจากหน้าทีวี “สามตาแล้วนะ!” เธอหันไปบ่นใส่นิคกี้ หรือนายนเรนทร์ แทนธรรม พี่ชายตามกฏหมายของเธอเสียงหัวเราะทรงเสน่ห์ของนิคกี้ดังตามหลังเค้กมา เหมือนแตะไล้หยอกเย้า “อืม...เธอแพ้ฉันสามตาแล้วจริงๆ”เค้กหันกลับไปมองคนพูดตาขวาง แต่คนถูกมองกลับจัดปกเสื้อช็อปวิศวะของตัวเองแล้วนั่งเอนหลังสบายๆ อยู่บนโซฟา ใบหน้าหล่อเหลาแย้มรอยยิ้มแบบเดิม...แบบที่ทำให้พวกผู้หญิงในมหาวิทยาลัยใจเต้น“ทำไมล่ะ?” เขาเอียงคอเล็กน้อย ถามน้ำเสียงมั่นหน้า “ก็ฉันพูดความจริง”“ฉันแค่ยังจับจังหวะเกมไม่ได้หรอก!”“อือฮึ”“อย่ามาทำเสียงแบบนั้นนะ” เค้กดุ“แบบไหน?”“แบบที่เหมือนกำลังล้อฉันอยู่”นิคกี้หัวเราะทันที “ฉันไม่ได้ล้อ”“ล้อชัดๆ” เค้กทำแก้มป่องแล้วหันหน้าหนีเธอไม่อยากเล่นเกมบ้าๆ นั้นแล้วไม่ใช่เพราะมันไม่สนุก แต่เพราะนิคกี้โกง!อย่างน้อยเธอก็คิดแบบนั้นถ้าไม่โกง แล้วคนคนหนึ่งจะชนะสามตาติดได้ยังไง?“แพ้แล้วพาลเหรอ” เสียงทุ้มนุ่มหูดังขึ้นอีกครั้งเค้กกำหมอนในมือแน่น “ฉันไม่ได้พาล!”“งั้นก็กลับมาเล่นอีกตา”“ไม่เล่นแล้ว!”“กลัวแพ้?”“ไม่ได้







