Compartilhar

บทที่ 3.2

last update Data de publicação: 2025-12-27 20:36:23

จันอับและแอนนี่เดินออกจากห้องแถลงข่าวพร้อมนักข่าวคนอื่น ๆ ระหว่างทางไปลานจอดรถ ชายหนุ่มรู้สึกหิวจนท้องร้อง เขามองเวลาบนมือถือที่โชว์ตัวเลขสิบสองนาฬิกาพอดี วันนี้พวกเขาทั้งคู่รีบออกจากบ้านตั้งแต่เช้าและตรงมาที่นี่เลย จึงยังไม่มีเวลาหาอะไรลงท้อง

“มึงไปหาข้าวกินกันเถอะ หิวฉิบหาย”

“เออไปดิ ๆ หิวเหมือนกัน”

แอนนี่ตอบรับก่อนหันไปถามนักข่าวคนอื่น ๆ แต่ได้รับคำปฏิเสธ เพราะแต่ละคนมีงานต่อ ทั้งหมดจึงแยกทางกัน

“งั้นไปร้านประจำกัน” จันอับเอ่ยบอกจุดหมายด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวังถึงอาหารจานโปรด

“เจ้าค่ะ คุณหนูจันอับ” เธอเอ่ยเย้า

“คุณหนูอะไร ต้องคุณชายสิวะ กูเป็นผู้ชายนะ”

“เป็นผู้ชายประสาอะไรหน้าสวยกว่ากูอีกค่ะ! มึงมาเป็นแฟนกูจริงๆเอามะ ถ้าเป็นมึงกูจะรีบเซย์เยสเลย” แอนนี่ยิ้มกวน

จันอับทำท่าขนลุก “อิ้ววว อย่าเลย ให้กูหลับสบายแบบนี้ทุกคืนน่ะดีแล้ว”

“หมายความว่าไง?” แอนนี่ย่นคิ้ว

“นี่มึงไม่รู้ตัวเลยเหรอ ผู้หญิงอะไรทั้งกรน ทั้งนอนดิ้น กินเสร็จก็เรอ แล้วยัง…”

“พอ ๆ พูดซะหมดสวยแล้วเนี่ย” แอนนี่รีบห้าม หน้าแดงวูบ คิดในใจ ‘ไอ้เพื่อนเหี้ย’

จันอับหัวเราะเสียงบ่น ก่อนจะเร่งเพื่อน “เดินเร็ว ๆ เข้าร้อนนะเนี่ย”

ร้านประจำของพวกเขา เดินออกจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพียงห้าร้อยเมตรก็ถึง พอเปิดประตูเข้าไปความเย็นจากแอร์ก็ช่วยคลายร้อนจากแดดระอุระหว่างเดินมาได้ดี จันอับถึงกับถอนหายใจยาวเหมือนจะสลายไปกับความชุ่มฉ่ำ

ขณะที่แอนนี่มองหาโต๊ะนั่ง และสะดุดเข้ากับคนคุ้นเคยที่นั่งอยู่มุมหนึ่งของร้าน เธอจึงสะกิดเพื่อนให้ดู ทั้งคู่หันมองหน้าอย่างรู้กันก่อนจะเดินเข้าไปหาพร้อมทักทายอย่างสนิทสนม

“สวัสดีครับ/ค่ะพี่จิน”

“อ้าว ไอ้จัน ไอ้แอน มากินข้าวหรือ?” จินดาเงยหน้าจากเมนูอาหารตามเสียง

“เปล่าครับ มานั่งตากแอร์“

“อย่าให้ฉันเห็นแกสั่งอาหารนะ”

“ฮะ ฮา ๆ ๆ ผมหยอกครับ ตอนนี้ผมหิวมาก ๆ เลย” จันอับส่งเสียงออดอ้อนเล็ก ๆ ให้ผู้ใหญ่ใจดีอย่างจินดา ที่มักใจอ่อนเลี้ยงข้าวพวกเขาเสมอ

“มันหิวจนจะกินหนูเข้าไปแล้ว พี่จิน” แอนนี่รีบฟ้อง “เดินบ่นมาตลอดทางเลย”

“พวกแกอ้อนขนาดนี้ ถ้าพี่ไม่เลี้ยงก็คงไม่ได้แล้วล่ะสิ” จินดายิ้มอย่างเอ็นดู “นั่ง ๆ วันนี้พี่จะเลี้ยงต้อนรับหัวหน้าคนใหม่ของทีมออบส์อยู่แล้ว ดีเลยจะได้รู้จักกันไว้”

ทั้งสองแทรกตัวนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามของจินดา

“ออบส์ได้หัวหน้าคนใหม่แล้วเหรอคะเนี่ย?” แอนนี่ถามด้วยความสนใจ

“ใช่ เพิ่งมาวันนี้เอง” จินดายิ้มเล็กน้อย “ที่จริงเขาเคยทำงานกับทีมพี่มาก่อน แต่ลาไปเรียนต่อ ตอนเขาไปพวกเธอสองคนถึงได้เริ่มมาทำข่าวที่นี่”

“ใช่พี่ที่ชื่อกันต์ธีร์หรือเปล่าครับ ไอ้โรสเล่าถึงบ่อย ๆ เห็นบอกว่าเก่ง”

ที่จริงแล้วโรส จับอับและแอนนี่เป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่มหาวิทยาลัย แต่หลังเรียนจบโรสเลือกที่จะเข้าทำงานที่หน่วยพิสูจน์หลักฐาน ส่วนจันอับที่จบจากคณะอาชญาวิทยาเหมือนกันกลับเลือกที่จะชวนแอนนี่ที่จบคณะนิเทศฯ มาเป็นนักข่าวสายอาชญากรรม

“ใช่ คนนั้นแหละ” จินดาตอบ

จันอับพยักหน้าเข้าใจ

“ผอ. พวกเรามาแล้ววว” เสียงทุ้มเจือความมั่นใจดังเข้าหูของทั้งสาม

โรสเดินเข้ามาด้วยท่าทางมั่นใจ ไม่ใช่แค่รูปร่างหน้าตาสวยเฉี่ยวที่สะดุดตา แต่ผมสีม่วงอมเทาสะท้อนกับแสงไฟยิ่งขับให้เธอดูโดดเด่น เสื้อยืดขาวเข้ารูปคู่กับกางเกงสกินนี่ยีนส์สีเข้ม รองเท้าบูทสั้นเสริมส้นเล็กน้อย บวกกับแจ็กเกตหนังพาดบ่า ทุกอย่างบอกชัดว่าเธอไม่ใช่ข้าราชการ หากแต่ดูเหมือนนางแบบเสียมากกว่า จนใครหลายคนในร้านเผลอหันมอง

“ไอ้จัน ไอ้แอน! มาไงเนี่ย ทำงานหรือคิดถึงกู?” เมื่อเธอเห็นว่าใครนั่งอยู่ด้วยก็รีบกระโดดโลดเต้นมาหาเพื่อนทั้งสอง ก่อนจะกอดจันอับ หมับ! ฟอด! พร้อมหอมแก้ม และทำแบบเดียวกันกับแอนนี่

“ใครมาหามึง ไม่ได้พิศวาสขนาดนั้น” จันอับตอบกวน ๆ พลางหันไปยักคิ้วให้โรส

“ไอ้นี่จำไว้เลยนะ” โรสค้อนขวับก่อนจะทรุดนั่งข้างแอนนี่

“พวกกูมางานแถลงข่าวไง ไม่น่าเชื่อว่ามึงไม่รู้ เห็นรู้ทุกเรื่องนิ่” จันอับยักคิ้วกวน ๆ ใส

“แอน~~ ดูมันสิ ดูมันทำกับกูสิ” โรสแกล้งอ้อนเพื่อน

“โอ๋ ๆ นะไอ้หมาน้อยของแม่” แอนนี่หัวเราะ ทำทีเป็นเอ็นดู พลางลูบหัวเพื่อนเหมือนปลอบเด็ก

จินไตยเดินมาหยุดข้างโรส ถามขึ้นว่า “แถลงข่าวเรื่องฆาตกรรมต่อเนื่องใช่ปะ?”

“ใช่” จันอับตอบ แต่แล้วก็ต้องมองบน เมื่อเห็นว่าไอ้คนถามไม่ได้สนใจคำตอบเขาเลย เพราะเอาแต่หันไปพูดเสียงนุ่มเพื่อนของเขา

“ไม่ได้เจอตั้งหลายวัน ของนั่งด้วยได้ไหมครับแอน” ก่อนใช้มือสะกิดไหล่อีกคน “ไอ้โรสเขยิบไปอีกตัวดิ”

โรสหันขวับไปหาเพื่อนร่วมทีม “ที่มีเป็นสิบ มึงไปนั่งที่อื่นค่ะ ตรงนี้กูจอง”

“โห ไอ้ขี้งก” จินไตยบ่นอุบ แต่ก็ยอมไปนั่งถัดจากโรส

แอนนี่ได้แต่หัวเราะ

“สมน้ำหน้า” อัยกรแซว ขณะทิ้งตัวลงข้าง ๆ จินไตยติดกับจินดา ส่วนพิร์วรัลเลือกนั่งติดกับจินดาอีกข้าง โดยเว้นเก้าอี้ที่ติดกับจันอับเอาไว้

พอทุกคนนั่งประจำที่เรียบร้อย จินดาจึงส่งเมนูให้เด็ก ๆ เลือก “สั่งอาหารกันตามสบาย”

หลังสิ้นสุดการสั่งอาหาร บทสนทนาเรื่องต่าง ๆ ก็ดำเนินต่อไปอย่างสนุกสนาม

จนกระทั่งดาวเด่นของการเลี้ยงอาหารมื้อนี้ปรากฏตัว…

Continue a ler este livro gratuitamente
Escaneie o código para baixar o App

Último capítulo

  • ปริศนาใต้เงาสาป   บทที่ 9

    โต๊ะอาหารสำหรับสี่คนควรจะเต็มไปด้วยบทสนทนาเบาๆ แต่โต๊ะนี้กลับเงียบผิดปกติ มีเพียงเสียงช้อนกระทบจาน และบทสนทนาจากโต๊ะข้าง ๆ ดังแทรกเข้ามาเป็นระยะจันอับเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ไขว้ขาอย่างไม่แยแส ปลายนิ้วพลิกเมนูไปมาเหมือนกำลังตั้งใจเลือก ทว่าทุกครั้งที่สายตาเผลอหลุดจากตัวอักษร มันจะเลื่อนไปหยุดอยู่ที่คนฝั่งตรงข้าม...ซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่ชอบหน้าอีตานี้จริง ๆ...คนที่ถูกมองอย่างไม่เป็นมิตรอย่างกันต์ธีร์ก็ไม่ลดราวาศอก เขายังคงยิ้มมุมปาก สายตาคมกริบมองตอบกลับไปอย่างจงใจ— เหมือนกำลังท้าทายกันตรง ๆรณพักตร์ที่นั่งมองเหตุการณ์อยู่เงียบ ๆ กลั้นขำไม่อยู่ จนเผลอหลุดหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะรีบกระแอมกลบเกลื่อนส่วนไกรวิทย์ในฐานะเจ้าภาพ... เลือกจะทำเป็นไม่เห็นอะไรตั้งแต่แรกเขาพูดพร้อมกวาดสายตารอบโต๊ะเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยขึ้น “อยากทานอะไรสั่งเลยนะ วันนี้ขอเป็นเจ้ามือเอง”จันอับดึงสายตากลับมา เลิกสนใจคนกวนประสาทฝั่งตรง เขาเอนตัวเข้าใกล้เพื่อนถามอย่างกระตือรือร้น“ไอ้พักตร์ กินอะไรดีวะ”“น่ากินหมดเลยว่ะ มึงว่าเอาอะไรดี”เมนูในมือถูกส่งให้อีกคนได้ดูด้วย หัวทั้งสองคนแทบชนกัน ช่วยกันเลือกอย่างจริงจังภาพนั้นทำให้กันต

  • ปริศนาใต้เงาสาป   บทที่ 8

    ก๊อก ก๊อก ก๊อก …เสียงเคาะประตูดังขึ้น เรียกความสนใจของคนในห้องให้หันไปมองไกรวิทย์ “คงมาแล้ว”ยังไม่ทันขาดคำ เสียงจากด้านนอกก็ดังขึ้น“ท่านครับ จันอับมาแล้วครับกันต์ธีร์คิ้วกระตุกขึ้นเล็กน้อย เมื่อได้ยินชื่อ ไม่ต้องเดาให้เสียเวลาชื่อนั้นเขานึกออกอยู่คนเดียว‘หึ เจอกันวันเว้นวัน แบบนี้จะเรียกว่าฟ้าลิขิต หรือกรรมลิขิตดีวะ’ไกรวิทย์ “ให้เข้ามาเลย”แม้คนที่เปิดประตูจะเป็นรณพักตร์ แต่คนที่เข้ามากลับเป็นนักข่าวหนุ่ม เขาสำรวจภายในเร็วๆ เห็นแล้วว่านอกจากเจ้าของห้องยังมีอีกคนนั่งหันหลังอยู่อย่างที่รณพักตร์บอกจันอับ “สวัสดีครับ ท่านรองฯ ขอแนะนำตัวอีกที ผมจันอับยินดีที่ได้รู้จักอย่างเป็นทางการครับ”ไกรวิทย์ “ยินดีที่ได้รู้จักอย่างเป็นทางการเช่นกันครับคุณจันอับ” ก่อนมองไปทางลูกน้องตัวเอง “พักตร์ นายเข้ามาฟังด้วย คดีนี้นายก็ต้องรับผิดชอบเหมือนกัน”รณพักตร์ที่ได้ยินคำสั่งนั้น กระตือรือร้นอย่างเห็นได้ชัด “ครับ!”จันอับเดินมาหยุดหลังเก้าอี้ตัวที่ว่างอย่างอยู่ เขาคิดในใจว่า ทำไมคนที่นั่งอยู่อีกคนนั้นถึงได้คุ้นตา และเมื่ออีกฝ่ายหันมามองพร้อมยกยิ้มที่มุมปาก ก็ทำเอามุมปากของจันอับกระตุกไกรวิทย์ไม่รู้

  • ปริศนาใต้เงาสาป   บทที่ 7

    หลังเสร็จสิ้นการชันสูตร กันต์ธีร์ได้มอบหมายงานที่เหลือให้กับลูกน้องทั้งสอง ก่อนออกจากห้องตรงไปยังตึกที่ทำงานของไกรวิทย์เพื่อรายงานผลทันที ระหว่างทางทุกย่างก้าว ในหัวยังคงวนเวียนอยู่กับสัญลักษณ์นั้น แม้เขาจะพยายามหาความเชื่อมโยงระหว่างรอยบนศพกับตัวเองเท่าไหร ทว่า…ก็ไม่มีทางเป็นไปได้เลยหัวหน้าทีมออบส์เดินใจลอยจนมาถึงหน้าห้องทำงานของไกรวิทย์ เขาผลักประตูเข้าไปข้างในเห็นผู้ช่วยอย่างรณพักต์ที่กำลังง่วนอยู่กับกองเอกสารบนโต๊ะ จนไม่สังเกตการมาถึงของเขา เลยส่งเสียงทักทาย“ไงพักตร์ งานยุ่งเหรอ?”รณพักตร์เงยหน้าขึ้น เมื่อเห็นว่าเป็นใครจึงส่งยิ้มให้ “อ้าวคุณกันต์ สวัสดีครับ งานเยอะนิดหน่อย แฮะ แฮะ” เขาหัวเราะเก้อ ๆ“คุณมาหาท่านรองฯ เหรอครับ?”“ใช่ มันอยู่ไหม”“อยู่ครับ เดี๋ยวผมไปเรียนท่านก่อน คุณรอสักครู่นะครับ”กันต์ธีร์ “พักตร์ เรียกพี่ว่าพี่ หรือเฮียตามไอ้พวกนั้นเถอะ เรียกคุณแล้วพี่รู้สึกห่างเหิง”“ได้ครับพี่ ถ้าเช่นนั้น พี่กันต์รอสักครู่นะครับ”“อือ”รณพักตร์เคาะประตูห้องเจ้านายเบา ๆ “ท่านครับ พี่กันต์มาขอพบครับ”เสียงจากในห้องดังขึ้น “ให้เข้ามา”รณพักตร์ถือโอกาสผลักประตูเพื่อเปิดให้กันต์ธีร์

  • ปริศนาใต้เงาสาป   บทที่ 6

    เช้านี้กันต์ธีร์ไม่ได้เร่งรีบเข้าที่ทำงานมากนัก เนื่องจากเมื่อวานได้แจกจ่ายงานให้กับลูกทีมหมดแล้ว จึงนั่งกินข้าวต้มกุ้งที่มารดาทำให้อย่างสบายใจ แต่ยังไม่ทันที่คำสุดท้ายจะเข้าปาก เสียงโทรศัพท์ก็ดังแทรกขึ้นมาเสียก่อน และเมื่อชายหนุ่มรับโทรศัพท์สายนั้น ข้าวต้มคำสุดท้ายก็ต้องจบลง ปลายสายแจ้งว่าพบศพหญิงสาวในอาคารร้างชานเมือง — รูปแบบการก่อเหตุชี้ชัดว่าฆาตกรต่อเนื่องได้ลงมืออีกครั้ง กันต์ธีร์ชะงักไปชั่วอึดใจ ก่อนตอบรับ “ครับ ส่งโลเคชันมาได้เลย ผมกำลังออกไป” เมื่อสายตัด เขารีบแจ้งข่าวลงในกลุ่มทีมออบส์ทันที ทั้งพิกัดและข้อมูลสำคัญถูกส่งไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงลุกขึ้น ล่ำลามารดาสั้น ๆ ก่อนมุ่งหน้าออกจากบ้านตรงไปยังที่เกิดเหตุ อาคารเก่าชานเมืองเงียบสงัด รอบด้านเต็มไปด้วยวัชพืชและกองขยะที่ถูกแอบนำมาทิ้งไว้ ประตูเหล็กผุเปิดแง้ม คราบสนิมและร่องรอยการกัดกร่อนบนบานพับบอกชัดถึงสภาพที่ถูกทิ้งร้างมานาน กันต์ธีร์ก้าวเข้ามาภายในตึก ชั้นแรกเต็มไปด้วยเศษไม้เศษปูน และกระจกที่แตกกระจัดกระจาย ฝุ่นหนาทึบปกคลุมไปทั่ว สิ่งที่ดึงดูดสายตาคือบันไดที่นำขึ้นไปยังชั้นบน ซึ่งเป็นจุดที่ตำรวจสายตรวจรออยู่ เข

  • ปริศนาใต้เงาสาป   บทที่ 5

    หลังอาหารกลางวัน กันต์ธีร์ตรงมายังห้องเก็บศพเพื่อตรวจสอบ ภายในนั้นทั้งเงียบสงบและเย็นจัด เสียงเดียวที่ได้ยินคือเครื่องทำความเย็นที่ดังหึ่งต่ำ ๆ ชายหนุ่มเปิดประตูเหล็กของตู้ที่เก็บร่างเหยื่อ ก่อนออกแรงดึงถาดวางศพออกมา เมื่อรูดซิปถุงบรรจุร่างผู้ตายก็เผยให้เห็นผิวหนังขาวซีดและร่องรอยการผ่าชันสูตร แฟ้มรายงานถูกหยิบขึ้นมาเปิด ชายหนุ่มกวาดสายตาไปตามตัวอักษรทุกบรรทัด พร้อมเปรียบเทียบรายละเอียดกับสภาพจริงตรงหน้า ทุกแผล ทุกจุดร่องรอยถูกตรวจสอบอย่างละเอียดครบถ้วน หลังตรวจไม่พบจุดผิดพลาด กันต์ธีร์จึงผละออกจากที่นั่น กลับไปยังห้องทำงาน กันต์ธีร์ออกจากลิฟต์ เห็นจินไตยยืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่หน้าห้อง มือทั้งสองข้างหอบแฟ้มคดีกองใหญ่ที่เขาสั่งให้ไปเอามาจากทีมบีมไว้แน่น กำลังร้องขอความช่วยเหลือจากคนด้านใน “ไอ้โรส! ช่วยกูหน่อย แฟ้มจะหล่นแล้ว เร็ว ๆ!” กันต์ธีร์ก้าวไปหยิบแฟ้มบางส่วนออกจากมืออย่างรวดเร็ว ก่อนที่มันจะตกลงสู้พื้น “อ้าว เฮีย มาแล้วเหรอครับ” จินไตยยิ้มแหย ๆ พลางถอนหายใจโล่งอก “นี่แฟ้มที่ฉันให้ไปเอามาใช้ไหม” “ครับ” เขาพัยกหน้า ทั้งสองเข้ามาข้างใน จินไตยมองไปที่โรส เปิดปากบ่นด้วย

  • ปริศนาใต้เงาสาป   บทที่ 4

    ไม่ อย่าเข้ามานะ! มึงเป็นใคร!” “มึงต้องการอะไรจากกู!” กันต์ธีร์ตะโกนลั่น วิ่งหนีอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่ไม่ว่าก้าวเท้าเร็วแค่ไหน ร่างเน่าเปื่อยก็ยังคืบคลานตามหลังมาไม่ห่าง ไม่นานร่างนั้นก็โผล่มาอยู่ตรงหน้า “หมับ!” ฝ่ามือเย็นชืดเน่าเฟะคว้าลำคอของเขาอย่างแม่นยำ มันบีบแน่นจนกล้ามเนื้อเกร็งแข็ง ลมหายใจถูกบีบรัดติดขัดในทันที “อึก…ปะ…ปล่อย…” เสียงแหบพร่าหลุดจากริมฝีปากทีละคำ ก่อนจะเหลือเพียงเสียงขาดห้วง ราวกับอากาศหายไปจากโลก “อึก…อึก…” “กูจะทำให้มึงได้ลิ้มรสความทรมานเหมือนที่กูเคยได้รับ” เสียงคำรามต่ำ รอยแสยะยิ้มผุดขึ้นอย่างน่าขนลุก คลื่นความอาฆาตแผ่ซ่านออกมาจากเงาร่างที่ยืนอยู่เบื้องหน้า มันใช้เล็บแหลมคมดุจมีดกรีดลงบนอกตรงกับตำแหน่งหัวใจ กันต์ธีร์สะดุ้งเฮือก รู้สึกได้ถึงเลือดอุ่น ๆ ไหลรินออกจากรอยแผล ความเจ็บที่แล่นปราดมันจริงเกินกว่าจะเป็นความฝัน ร่างกายสั่นสะท้านจนเขาแทบยืนไม่อยู่ “มึงจงจำไว้ คำสาปของมึงเริ่มทำงานแล้ว และกูก็กลับมาแล้วเช่นกัน!—” “เฮือก!” กันต์ธีร์สะดุ้งตื่น ลมหายใจหอบกระชั้น เหงื่อเย็นผุดเต็มขมับ คำพูดในฝันยังคงดังก้องสะท้อนไม่จางหาย จนเขาเผลอยกมือกุมอกด้านที่

Mais capítulos
Explore e leia bons romances gratuitamente
Acesso gratuito a um vasto número de bons romances no app GoodNovel. Baixe os livros que você gosta e leia em qualquer lugar e a qualquer hora.
Leia livros gratuitamente no app
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status