Share

บทที่ 4

last update Tanggal publikasi: 2026-02-18 20:47:46

ไม่ อย่าเข้ามานะ! มึงเป็นใคร!”

“มึงต้องการอะไรจากกู!” กันต์ธีร์ตะโกนลั่น วิ่งหนีอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่ไม่ว่าก้าวเท้าเร็วแค่ไหน ร่างเน่าเปื่อยก็ยังคืบคลานตามหลังมาไม่ห่าง

ไม่นานร่างนั้นก็โผล่มาอยู่ตรงหน้า “หมับ!” ฝ่ามือเย็นชืดเน่าเฟะคว้าลำคอของเขาอย่างแม่นยำ มันบีบแน่นจนกล้ามเนื้อเกร็งแข็ง ลมหายใจถูกบีบรัดติดขัดในทันที “อึก…ปะ…ปล่อย…” เสียงแหบพร่าหลุดจากริมฝีปากทีละคำ ก่อนจะเหลือเพียงเสียงขาดห้วง ราวกับอากาศหายไปจากโลก “อึก…อึก…”

“กูจะทำให้มึงได้ลิ้มรสความทรมานเหมือนที่กูเคยได้รับ” เสียงคำรามต่ำ รอยแสยะยิ้มผุดขึ้นอย่างน่าขนลุก คลื่นความอาฆาตแผ่ซ่านออกมาจากเงาร่างที่ยืนอยู่เบื้องหน้า

มันใช้เล็บแหลมคมดุจมีดกรีดลงบนอกตรงกับตำแหน่งหัวใจ กันต์ธีร์สะดุ้งเฮือก รู้สึกได้ถึงเลือดอุ่น ๆ ไหลรินออกจากรอยแผล ความเจ็บที่แล่นปราดมันจริงเกินกว่าจะเป็นความฝัน ร่างกายสั่นสะท้านจนเขาแทบยืนไม่อยู่

“มึงจงจำไว้ คำสาปของมึงเริ่มทำงานแล้ว และกูก็กลับมาแล้วเช่นกัน!—”

“เฮือก!” กันต์ธีร์สะดุ้งตื่น ลมหายใจหอบกระชั้น เหงื่อเย็นผุดเต็มขมับ คำพูดในฝันยังคงดังก้องสะท้อนไม่จางหาย จนเขาเผลอยกมือกุมอกด้านที่ถูกคมเล็บกรีดในฝัน “ซี๊ด!” ความแสบแล่นวูบจนต้องขบกรามแน่น

ชายหนุ่มรีบพาตัวเองไปยืนหน้ากระจก มือที่กำลังถอดเสื้อสั่นไม่หยุด…ทันทีที่เนื้อผ้าเปิดออก ภาพตรงหน้าทำให้เขานิ่งค้างไป เพราะตอนนี้บนหน้าอกนอกจากเลือดที่ซึม ยังปรากฏรอยลึกที่ซ้อนกันสี่กลีบบนและล่าง ประกอบกันเป็นดอกไม้ที่ราวกับบานสะพรั่งอยู่บนผิวหนัง แต่ที่น่าแปลกคือกลีบบนสุดปรากฎอักขระที่เขาไม่รู้จักอยู่ด้วย

หากนั่นเป็นเพียงฝัน ไอ้รอยนี้มันจะโผล่มาได้ยังไง? แต่ถ้าไม่ใช่… แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นมันหมายความว่าอย่างไร?

ชายหนุ่มได้แต่ข่มใจ หยิบกล่องยาขึ้นมาเพื่อจัดการกับแผล แม้ความกังวลยังเกาะกุมไม่ปล่อย

เหตุการณ์ยามรุ่งสางทำให้กันต์ธีร์ไม่อาจข่มตาหลับต่อ เขาจึงตัดสินใจออกมาทำงานก่อนเวลา ในตอนนี้เลยกำลังเปิดไฟล์รายงานชันสูตรคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่ทีมบีส่งมอบให้ เพื่อเขียนรายงานสรุปให้รองผู้กำกับคนใหม่

ขณะเดียวกันก็นึกถึงเรื่องที่จินดาเรียกไปคุยเป็นการส่วนตัว เธอเล่าให้ฟังว่าหลังจากเกิดเหตุฆาตกรรมรายที่สี่ ทีมบีก็ขอถอนตัวจากคดีนี้ โดนให้เหตุผลว่าทนไม่ไหวกับการทำงานของท่านรองฯคนก่อนหน้าหรือที่เรียกกันว่าท่านรองฯสมบัติ และพวกทีมหนึ่ง พอได้รับความเห็นชอบ ไม่กี่ชั่วโมงจดหมายร้องเรียนฉบับหนึ่งก็ปลิวว่อนไปทั่ว

จินดาส่งจดหมายฉบับนั้นให้เขาอ่าน

“อย่าบอกนะว่าเป็นฝีมือของคนในทีมบี?”

จินดาพยักหน้าเนิบ ๆ “ปัญหามันก็มีจริง ๆ พวกนั้นมักจะถูกทีมหนึ่งถ่วงเวลา พอเข้าไปที่เกิดเหตุได้ มันก็เหมือนถูกจัดการไปก่อนแล้ว ถึงทางนั้นจะอ้างว่าไม่เคยแตะต้องอะไร แต่ก็นั่นแหละ…” จินดาถอนหายใจ “ตอนนี้ทีมออบส์ต้องเข้ามารับไม้ต่อ พยายามหาหลักฐานและช่วยปิดคดีนี้ให้ได้เข้าใจไหม”

“ครับ” กันต์ธีร์รับคำสั้น ๆ เขาเข้าใจในสิ่งที่จินดากังวล นั่นเพราะนอกจากคดีนี้จะเป็นคดีใหญ่ มันยังเป็นคดีแรกที่จินดาในฐานะผอ.เป็นผู้รับผิดชอบ

ขณะนี้เป็นเวลาเก้าโมง กันต์ธีร์กำลังเดินเขามาภายในอาคารใหม่ที่สุดของสำนักงานตำรวจฯ เพื่อมาพบกับรองผู้กำกับคนใหม่ พร้อมเอกสารในมือ

ในตอนที่เขากดปุ่มลิฟต์นั้นเอง กลับมีอีกมือหนึ่งยื่นมากดทำให้ปลายนิ้วทั้งสองชนกันโดยไม่ตั้งใจ

“ขอโทษครับ” ชายในเครื่องแบบกล่าวอย่างสุภาพ

“ไม่เป็น—ไอ้วิทย์!”

“ไอ้กันต์!” อีกฝ่ายก็ตกใจเช่นกัน “นี่มึงกลับมาเมื่อไร ไม่เห็นบอกเลย ไอ้เวรนี้!” ไกรวิทย์ที่ปกติมักมีใบหน้าเคร่งขรึม ยิ้มกว้างออกมาอย่างไม่ปิดบังความดีใจ

เขาตบหลังเพื่อนเต็มแรงเสียงดัง ปัก! จนร่างของกันต์ธีร์ไหวไปข้างหน้าตามแรงตบ

“อัก! มือหรือตีนครับ หนักฉิบหาย” กันต์ธีร์โวยลั่น ก่อนตอบคำถาม “กูเพิ่งกลับมาไม่นานนี่แหละ”

เขายื่นมือบีบต้นแขนเพื่อนแรง ๆ เป็นการเอาคืน “ไง ไม่เจอกันสองปี กล้ามหายไปเยอะนะเลยดิ”

แต่อีกฝ่ายดูไม่สะทกสะท้าน “เออดิ ช่วงนี้ไม่ค่อยมีเวลา แล้วนี่มึงจะไปไหน?”

“กูจะไปรายงานตัวกับรองผู้กำกับคนใหม่ ที่ดูแลแผนกอาชญากรรมร้ายแรงน่ะ แล้วมึงล่ะ?”

“ถ้ามึงมารายงานตัวกับรองฯคนใหม่… งั้นกูก็รอให้มึงมารายงานตัวนี่แหละ” ไกรวิทย์ยักคิ้วยิ้มมุมปาก

“เอาจริงดิ?”

“เออสิวะ เพื่อนมึงเก่งขนาดนี้ จะไม่ให้ก้าวหน้าได้ยังไง”

กันต์ธีร์ทำหน้าหมั่นไส้เพียงครู่ แล้วระบายลมหายใจอย่างโล่งอก “เป็นมึงก็ดี กูจะได้ทำงานง่ายขึ้นหน่อย วันนี้กูมารายงานตัวในฐานะหัวหน้าทีมออบส์ และเอาสรุปผลรายงานการชันสูตรมาให้ด้วย”

“เห้ย! โคตรโชคดีเลยวะ กูกำลังกลุ้มใจอยู่เลยว่าจะประสานเรื่องคดีนี้กับใคร”

“ได้ข่าวว่าเมื่อวานมึงโดนเล่นงานเหรอ” กันต์ธีร์ถาม

ไกรวิทย์ลอบถอนหายใจ “อืม— ไปคุยกันที่ห้องทำงานดีกว่า ตรงนี้ไม่ค่อยเหมาะ”

กันต์ธีร์พยักหน้าเห็นด้วย “ก็ดี ไป ไปเดี๋ยวกูสั่งกาแฟมาเลี้ยง ถือว่าฉลองการพบหน้าในรอบสองปี”

“โหไม่เจอกันสองปี เลี้ยงแค่กาแฟเนี่ยนะ?”

“เอาน่าเดี๋ยวหาเวลาอีกที”

“เอางั้นก็ได้ แต่ขออย่างเดียวอย่าเป็นนมคาราเมลแบบที่มึงชอบละกัน หวานเกิ๊น” ไกรวิทย์กลั้วหัวเราะ

ทั้งสองก้าวเข้าไปในลิฟต์พร้อมคนอื่น ๆ บทสนทนาเปลี่ยนเป็นการไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบตามประสาเพื่อนสนิท

ลิฟต์หยุดลงที่ชั้นบนสุด ทั้งสองเดินออกมาถึงหน้าประตูบานที่ต้องการ ไกรวิทย์เดินนำกันต์ธีร์เขามาภายในห้อง เขาเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งนั่งอยู่ที่โต๊ะแรก กำลังจัดของของตัวเองให้เข้าที่เข้าทาง

ทันทีที่เห็นเจ้านายเข้ามา ชายหนุ่มคนนั้นรีบลุกยืนตัวตรงเอ่ยอย่างสุภาพ “สวัสดีครับท่านรองฯ”

ไกรวิทย์ไม่รอช้ารีบแนะนำคนที่มาด้วยให้อีกฝ่ายรู้จัก “พักตร์ นี่กันต์ธีร์ หัวหน้าทีมออบส์ ต่อไปคงได้ร่วมงานกันบ่อย ๆ”

“ส่วนนี่รณพักตร์เป็นผู้ช่วยและเลขากู ฝากด้วยนะ”

รณพักตร์ยกมือไหว้ “สวัสดีครับคุณกันต์ ยินดีที่ได้ร่วมงานครับ ถ้ามีอะไรให้ช่วยบอกได้เลยนะครับ”

กันต์ธีร์ยิ้มรับทักทายอย่างเป็นกันเอง “เช่นกันครับ”

“แนะนำตัวกันเรียบร้อย พวกเราเข้าไปคุยข้างในดีกว่า” ไกรวิทย์บอก

กันต์ธีร์เดินตามเจ้าของห้องได้ไม่กี่ก้าว ก็นึกขึ้นได้ว่าสัญญาจะเลี้ยงกาแฟเพื่อนรัก

“เฮ้ย กูขอใช้ผู้ช่วยมึงหน่อยนะ จะสั่งกาแฟ”

“ตามสบาย” ไกรวิทย์ตอบ

กันต์ธีร์หันไปทางผู้ช่วยหนุ่ม “พักตร์ครับ ฝากสั่งกาแฟผ่านแอปให้หน่อยสิ ผมไม่ค่อยรู้ว่าร้านไหนอร่อย”

“ได้ครับ”

“งั้นผมขอนมคาราเมลหวานร้อยห้าสิบ ถ้าไม่มีเอาอะไรก็ได้ครับที่ไม่ใช่กาแฟ แล้วก็ขนมสักสามสี่ชิ้น ไอ้วิทย์มึงเอาอะไร” เขาถามเพื่อนที่เข้าไปนั่งในห้องแล้ว

“อเมริกาโน่ ไม่หวาน”

รณพักตร์ตอบรับคำสั่ง “ครับ”

“พักตร์อยากกินก็สั่งเลยนะครับ ผมเลี้ยงเอง” เขาพูดพลางยื่นธนบัตรให้อีกฝ่าย

“ไม่เป็นไรครับ ผมเกรงใจ…”

“ไม่ได้ ผมจะเลี้ยงคุณห้ามปฏิเสธ” กันต์ธีร์สวนทันควัน

ไกรวิทย์ช่วยเสริม “ผู้ใหญ่เลี้ยง ไม่ควรปฏิเสธนะ”

รณพักตร์รับธนบัตรมา พลางเอ่ยขอบคุณ

ฝากเรื่องของกินเสร็จ เขาก็เดินเข้าไปมาห้องทำงานหลัก กันต์ธีร์กวาดตามองรอบห้องเพียงครู่ ก่อนทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ แล้วโพล่งถามขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

“เด็กคนนี้ มึงเป็นคนเลือกมาใช่ไหม?”

ไกรวิทย์เลิกคิ้ว “ทำไมมึงถึงคิดงั้น? เขาอาจจะเป็นเลขาของคนเก่าก็ได้”

กันต์ธีร์เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ “ท่านรองฯสมบัติ ขึ้นชื่อว่าเรื่องมาก เลขาส่วนใหญ่ก็เป็นลูกน้องที่ตามมา ถ้าดูจากอายุของพักตร์แล้วไม่เข้าเค้าสักนิด” เขาหยุดพูดเหมือนใช้ความคิด ก่อนทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มกวน “อีกอย่าง โต๊ะทำงานยังจัดไม่เสร็จด้วยซ้ำ”

ไกรวิทย์หัวเราะพรืด ส่ายหน้าอย่างระอา “ร่ายซะยาว สุดท้ายก็แค่เห็นว่าโต๊ะยังจัดไม่เสร็จ”

เขาเว้นจังหวะให้เสียงหัวเราะจางไป เหลือไว้เพียงสายตาเย็นชา “อืม… กูสั่งย้ายเลขาคนเก่าไปฝ่ายธุรการแล้ว แม่งดันรวมหัวกับหัวหน้าทีมหนึ่งเล่นงานกู เลยจัดการทีเดียวยกทีม”

กันต์ธีร์ถามต่ออย่างอยากรู้อยากเห็น “สรุป…เมื่อวานเกิดอะไรขึ้นว่ะ”

ไกรวิทย์ถอนหายใจยาว ก่อนจะเล่าเหตุการณ์ทั้งหมด ตั้งแต่การแถลงข่าวที่ถูกนักข่าวยิงคำถามไม่ยั้ง การตรวจสอบรายงานอย่างละเอียด ไปจนถึงการเรียกสอบทีมงานทีละคน และบทลงโทษที่ตามมา เขาเล่าแทบไม่หยุดปากอยู่นานเกือบชั่วโมง ราวกับกำลังปลดภาระที่แบกไว้ลง แบบนี้

“อิทธิพลของรองฯ คนเก่านี่มันหยั่งรากลึกใช่เล่นเลยนะ โดยเฉพาะทีมหนึ่งของแผนกอาชญากรรมร้ายแรง แต่กูจะค่อย ๆ จัดการไปทีละแผนก ตอนนี้เรื่องสำคัญคือต้องจับตัวคนร้ายคดีฆาตกรรมต่อเนื่องให้ได้”

กันต์ธีร์พยักหน้า “กูเห็นด้วย— มึงได้ข่าวเรื่องจดหมายร้องเรียนความไม่โปร่งใส่ในการทำคดีนี้ไหม?” กันต์ธีร์บอก

“กูก็ได้ยินมาเหมือนกัน”

แต่ก่อนที่บทสนทนาจะดำเนินต่อ เสียงเคาะประตูก็ดังขัดจังหวะ “เครื่องดื่มและขนมมาแล้วครับ” คนด้านนอกร้องบอก

“เข้ามา” ไกรวิทย์ขานรับสั้น ๆ

รณพักตร์เดินเข้ามาวางแก้วกาแฟและจานขนมลงบนโต๊ะ เสร็จเรียบร้อยจึงรีบถอยออกไป แต่ของเจ้าของห้องกลับยังมองตามเด็กหนุ่มไปจนลับตา

กันต์ธีร์อดใจไม่อยู่แหย่ด้วยรอยยิ้มกวน ๆ

“มองจนเขาพรุนแล้วมั้ง”

“ไร้สาระ เข้าเรื่องเถอะ” ไกรวิทย์ตัดบท เก็บสีหน้ากลับมาเป็นจริงจัง

“โอเคครับ~ คืองี้เท่าที่กูรู้มารองฯสมบัติเป็นคนหัวโบราณไม่ค่อยยอมรับวิธีทำงานของทีมพิสูจน์หลักฐาน แต่ก็ไม่เคยสั่งให้ทีมไหนขัดขวาง— ยกเว้นคดีนี้ เหมือนตั้งใจสั่งให้ทีมหนึ่งถ่วงเวลาทีมพิสูจน์หลักฐานในการเข้าไปเก็บหลักฐาน ผอ.กูได้รับรายงานว่าพอทีมเข้าไปพื้นที่ก็เหมือนถูกจัดการไปบางส่วน พวกทีมบีไม่อยากเสี่ยง เลยขอถอนตัวออกจากคดี”

ไกรวิทย์ขมวดคิ้ว พึมพำถามต่อ “มันแปลกมากทเขาทำแบบนั้นไปเพื่ออะไร”

“อาจจะอยากสร้างความยุ่งยากให้หน่วยกู หรืออาจอยากสร้างผลงานให้ตัวเองเลยจัดการเก็บหลักฐานไปก่อน หรืออาจจะรู้อะไรเกี่ยวกับคดีนี้อยู่แล้ว”

“เป็นไปไดทั้งนั้น แต่ไม่ว่าจะเพราะอะไร แต่ตอนนี้กูมาดูแลเองแล้วเอา ทีมมึงจัดการคดีนี้ได้เต็มที่เลย” เขายิ้มกริ่ม

“ครับ!” กันต์ธีร์ทันทียืดตัวตรงรับคำสั่ง

เขาเลื่อนเอกสารที่เตรียมมาไปตรงหน้าไกรวิทย์ “นี่คือรายงานการชันสูตรเบื้องต้นจากสามคดีก่อนหน้า กูสรุปมาให้มึงอ่านไปก่อนนะ ส่วนคดีล่าสุดกูจะขอตรวจศพอีกครั้ง ถึงจะส่งรายงานให้”

“ขอบใจมาก ที่เหลือฝากมึงด้วย ถ้ามีความคืบหน้ารีบรายงานเลยนะ เรื่องนี้ผู้ใหญ่จับตามองอยู่”

“ได้ครับท่าน!” กันต์ธีร์ทำเสียงล้อเลียนพลางยกมือทำท่าตะเบ๊ะ ก่อนหันไปยิ้มยียวน “งั้นกูไปก่อนนะ…อ้อ ผู้ช่วยมึงนี่ สเปคมึงเลยนี่หว่า”

“ไอ้สัสกันต์!” ไกรวิทย์เงื้อมือจะเขวี้ยงปากกาใส่ แต่เจ้าตัวดีชิ่งผลุบออกจากห้องทันควัน ทิ้งไว้เพียงเสียงหัวเราะกวน ๆ ที่ลอดกลับเข้ามา พร้อมคำลาผู้ช่วยดังแจ๋ว

“ไปก่อนนะครับ ฝากดูแลเจ้านายด้วยนะพักตร์!”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ปริศนาใต้เงาสาป   บทที่ 9

    โต๊ะอาหารสำหรับสี่คนควรจะเต็มไปด้วยบทสนทนาเบาๆ แต่โต๊ะนี้กลับเงียบผิดปกติ มีเพียงเสียงช้อนกระทบจาน และบทสนทนาจากโต๊ะข้าง ๆ ดังแทรกเข้ามาเป็นระยะจันอับเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ไขว้ขาอย่างไม่แยแส ปลายนิ้วพลิกเมนูไปมาเหมือนกำลังตั้งใจเลือก ทว่าทุกครั้งที่สายตาเผลอหลุดจากตัวอักษร มันจะเลื่อนไปหยุดอยู่ที่คนฝั่งตรงข้าม...ซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่ชอบหน้าอีตานี้จริง ๆ...คนที่ถูกมองอย่างไม่เป็นมิตรอย่างกันต์ธีร์ก็ไม่ลดราวาศอก เขายังคงยิ้มมุมปาก สายตาคมกริบมองตอบกลับไปอย่างจงใจ— เหมือนกำลังท้าทายกันตรง ๆรณพักตร์ที่นั่งมองเหตุการณ์อยู่เงียบ ๆ กลั้นขำไม่อยู่ จนเผลอหลุดหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะรีบกระแอมกลบเกลื่อนส่วนไกรวิทย์ในฐานะเจ้าภาพ... เลือกจะทำเป็นไม่เห็นอะไรตั้งแต่แรกเขาพูดพร้อมกวาดสายตารอบโต๊ะเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยขึ้น “อยากทานอะไรสั่งเลยนะ วันนี้ขอเป็นเจ้ามือเอง”จันอับดึงสายตากลับมา เลิกสนใจคนกวนประสาทฝั่งตรง เขาเอนตัวเข้าใกล้เพื่อนถามอย่างกระตือรือร้น“ไอ้พักตร์ กินอะไรดีวะ”“น่ากินหมดเลยว่ะ มึงว่าเอาอะไรดี”เมนูในมือถูกส่งให้อีกคนได้ดูด้วย หัวทั้งสองคนแทบชนกัน ช่วยกันเลือกอย่างจริงจังภาพนั้นทำให้กันต

  • ปริศนาใต้เงาสาป   บทที่ 8

    ก๊อก ก๊อก ก๊อก …เสียงเคาะประตูดังขึ้น เรียกความสนใจของคนในห้องให้หันไปมองไกรวิทย์ “คงมาแล้ว”ยังไม่ทันขาดคำ เสียงจากด้านนอกก็ดังขึ้น“ท่านครับ จันอับมาแล้วครับกันต์ธีร์คิ้วกระตุกขึ้นเล็กน้อย เมื่อได้ยินชื่อ ไม่ต้องเดาให้เสียเวลาชื่อนั้นเขานึกออกอยู่คนเดียว‘หึ เจอกันวันเว้นวัน แบบนี้จะเรียกว่าฟ้าลิขิต หรือกรรมลิขิตดีวะ’ไกรวิทย์ “ให้เข้ามาเลย”แม้คนที่เปิดประตูจะเป็นรณพักตร์ แต่คนที่เข้ามากลับเป็นนักข่าวหนุ่ม เขาสำรวจภายในเร็วๆ เห็นแล้วว่านอกจากเจ้าของห้องยังมีอีกคนนั่งหันหลังอยู่อย่างที่รณพักตร์บอกจันอับ “สวัสดีครับ ท่านรองฯ ขอแนะนำตัวอีกที ผมจันอับยินดีที่ได้รู้จักอย่างเป็นทางการครับ”ไกรวิทย์ “ยินดีที่ได้รู้จักอย่างเป็นทางการเช่นกันครับคุณจันอับ” ก่อนมองไปทางลูกน้องตัวเอง “พักตร์ นายเข้ามาฟังด้วย คดีนี้นายก็ต้องรับผิดชอบเหมือนกัน”รณพักตร์ที่ได้ยินคำสั่งนั้น กระตือรือร้นอย่างเห็นได้ชัด “ครับ!”จันอับเดินมาหยุดหลังเก้าอี้ตัวที่ว่างอย่างอยู่ เขาคิดในใจว่า ทำไมคนที่นั่งอยู่อีกคนนั้นถึงได้คุ้นตา และเมื่ออีกฝ่ายหันมามองพร้อมยกยิ้มที่มุมปาก ก็ทำเอามุมปากของจันอับกระตุกไกรวิทย์ไม่รู้

  • ปริศนาใต้เงาสาป   บทที่ 7

    หลังเสร็จสิ้นการชันสูตร กันต์ธีร์ได้มอบหมายงานที่เหลือให้กับลูกน้องทั้งสอง ก่อนออกจากห้องตรงไปยังตึกที่ทำงานของไกรวิทย์เพื่อรายงานผลทันที ระหว่างทางทุกย่างก้าว ในหัวยังคงวนเวียนอยู่กับสัญลักษณ์นั้น แม้เขาจะพยายามหาความเชื่อมโยงระหว่างรอยบนศพกับตัวเองเท่าไหร ทว่า…ก็ไม่มีทางเป็นไปได้เลยหัวหน้าทีมออบส์เดินใจลอยจนมาถึงหน้าห้องทำงานของไกรวิทย์ เขาผลักประตูเข้าไปข้างในเห็นผู้ช่วยอย่างรณพักต์ที่กำลังง่วนอยู่กับกองเอกสารบนโต๊ะ จนไม่สังเกตการมาถึงของเขา เลยส่งเสียงทักทาย“ไงพักตร์ งานยุ่งเหรอ?”รณพักตร์เงยหน้าขึ้น เมื่อเห็นว่าเป็นใครจึงส่งยิ้มให้ “อ้าวคุณกันต์ สวัสดีครับ งานเยอะนิดหน่อย แฮะ แฮะ” เขาหัวเราะเก้อ ๆ“คุณมาหาท่านรองฯ เหรอครับ?”“ใช่ มันอยู่ไหม”“อยู่ครับ เดี๋ยวผมไปเรียนท่านก่อน คุณรอสักครู่นะครับ”กันต์ธีร์ “พักตร์ เรียกพี่ว่าพี่ หรือเฮียตามไอ้พวกนั้นเถอะ เรียกคุณแล้วพี่รู้สึกห่างเหิง”“ได้ครับพี่ ถ้าเช่นนั้น พี่กันต์รอสักครู่นะครับ”“อือ”รณพักตร์เคาะประตูห้องเจ้านายเบา ๆ “ท่านครับ พี่กันต์มาขอพบครับ”เสียงจากในห้องดังขึ้น “ให้เข้ามา”รณพักตร์ถือโอกาสผลักประตูเพื่อเปิดให้กันต์ธีร์

  • ปริศนาใต้เงาสาป   บทที่ 6

    เช้านี้กันต์ธีร์ไม่ได้เร่งรีบเข้าที่ทำงานมากนัก เนื่องจากเมื่อวานได้แจกจ่ายงานให้กับลูกทีมหมดแล้ว จึงนั่งกินข้าวต้มกุ้งที่มารดาทำให้อย่างสบายใจ แต่ยังไม่ทันที่คำสุดท้ายจะเข้าปาก เสียงโทรศัพท์ก็ดังแทรกขึ้นมาเสียก่อน และเมื่อชายหนุ่มรับโทรศัพท์สายนั้น ข้าวต้มคำสุดท้ายก็ต้องจบลง ปลายสายแจ้งว่าพบศพหญิงสาวในอาคารร้างชานเมือง — รูปแบบการก่อเหตุชี้ชัดว่าฆาตกรต่อเนื่องได้ลงมืออีกครั้ง กันต์ธีร์ชะงักไปชั่วอึดใจ ก่อนตอบรับ “ครับ ส่งโลเคชันมาได้เลย ผมกำลังออกไป” เมื่อสายตัด เขารีบแจ้งข่าวลงในกลุ่มทีมออบส์ทันที ทั้งพิกัดและข้อมูลสำคัญถูกส่งไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงลุกขึ้น ล่ำลามารดาสั้น ๆ ก่อนมุ่งหน้าออกจากบ้านตรงไปยังที่เกิดเหตุ อาคารเก่าชานเมืองเงียบสงัด รอบด้านเต็มไปด้วยวัชพืชและกองขยะที่ถูกแอบนำมาทิ้งไว้ ประตูเหล็กผุเปิดแง้ม คราบสนิมและร่องรอยการกัดกร่อนบนบานพับบอกชัดถึงสภาพที่ถูกทิ้งร้างมานาน กันต์ธีร์ก้าวเข้ามาภายในตึก ชั้นแรกเต็มไปด้วยเศษไม้เศษปูน และกระจกที่แตกกระจัดกระจาย ฝุ่นหนาทึบปกคลุมไปทั่ว สิ่งที่ดึงดูดสายตาคือบันไดที่นำขึ้นไปยังชั้นบน ซึ่งเป็นจุดที่ตำรวจสายตรวจรออยู่ เข

  • ปริศนาใต้เงาสาป   บทที่ 5

    หลังอาหารกลางวัน กันต์ธีร์ตรงมายังห้องเก็บศพเพื่อตรวจสอบ ภายในนั้นทั้งเงียบสงบและเย็นจัด เสียงเดียวที่ได้ยินคือเครื่องทำความเย็นที่ดังหึ่งต่ำ ๆ ชายหนุ่มเปิดประตูเหล็กของตู้ที่เก็บร่างเหยื่อ ก่อนออกแรงดึงถาดวางศพออกมา เมื่อรูดซิปถุงบรรจุร่างผู้ตายก็เผยให้เห็นผิวหนังขาวซีดและร่องรอยการผ่าชันสูตร แฟ้มรายงานถูกหยิบขึ้นมาเปิด ชายหนุ่มกวาดสายตาไปตามตัวอักษรทุกบรรทัด พร้อมเปรียบเทียบรายละเอียดกับสภาพจริงตรงหน้า ทุกแผล ทุกจุดร่องรอยถูกตรวจสอบอย่างละเอียดครบถ้วน หลังตรวจไม่พบจุดผิดพลาด กันต์ธีร์จึงผละออกจากที่นั่น กลับไปยังห้องทำงาน กันต์ธีร์ออกจากลิฟต์ เห็นจินไตยยืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่หน้าห้อง มือทั้งสองข้างหอบแฟ้มคดีกองใหญ่ที่เขาสั่งให้ไปเอามาจากทีมบีมไว้แน่น กำลังร้องขอความช่วยเหลือจากคนด้านใน “ไอ้โรส! ช่วยกูหน่อย แฟ้มจะหล่นแล้ว เร็ว ๆ!” กันต์ธีร์ก้าวไปหยิบแฟ้มบางส่วนออกจากมืออย่างรวดเร็ว ก่อนที่มันจะตกลงสู้พื้น “อ้าว เฮีย มาแล้วเหรอครับ” จินไตยยิ้มแหย ๆ พลางถอนหายใจโล่งอก “นี่แฟ้มที่ฉันให้ไปเอามาใช้ไหม” “ครับ” เขาพัยกหน้า ทั้งสองเข้ามาข้างใน จินไตยมองไปที่โรส เปิดปากบ่นด้วย

  • ปริศนาใต้เงาสาป   บทที่ 4

    ไม่ อย่าเข้ามานะ! มึงเป็นใคร!” “มึงต้องการอะไรจากกู!” กันต์ธีร์ตะโกนลั่น วิ่งหนีอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่ไม่ว่าก้าวเท้าเร็วแค่ไหน ร่างเน่าเปื่อยก็ยังคืบคลานตามหลังมาไม่ห่าง ไม่นานร่างนั้นก็โผล่มาอยู่ตรงหน้า “หมับ!” ฝ่ามือเย็นชืดเน่าเฟะคว้าลำคอของเขาอย่างแม่นยำ มันบีบแน่นจนกล้ามเนื้อเกร็งแข็ง ลมหายใจถูกบีบรัดติดขัดในทันที “อึก…ปะ…ปล่อย…” เสียงแหบพร่าหลุดจากริมฝีปากทีละคำ ก่อนจะเหลือเพียงเสียงขาดห้วง ราวกับอากาศหายไปจากโลก “อึก…อึก…” “กูจะทำให้มึงได้ลิ้มรสความทรมานเหมือนที่กูเคยได้รับ” เสียงคำรามต่ำ รอยแสยะยิ้มผุดขึ้นอย่างน่าขนลุก คลื่นความอาฆาตแผ่ซ่านออกมาจากเงาร่างที่ยืนอยู่เบื้องหน้า มันใช้เล็บแหลมคมดุจมีดกรีดลงบนอกตรงกับตำแหน่งหัวใจ กันต์ธีร์สะดุ้งเฮือก รู้สึกได้ถึงเลือดอุ่น ๆ ไหลรินออกจากรอยแผล ความเจ็บที่แล่นปราดมันจริงเกินกว่าจะเป็นความฝัน ร่างกายสั่นสะท้านจนเขาแทบยืนไม่อยู่ “มึงจงจำไว้ คำสาปของมึงเริ่มทำงานแล้ว และกูก็กลับมาแล้วเช่นกัน!—” “เฮือก!” กันต์ธีร์สะดุ้งตื่น ลมหายใจหอบกระชั้น เหงื่อเย็นผุดเต็มขมับ คำพูดในฝันยังคงดังก้องสะท้อนไม่จางหาย จนเขาเผลอยกมือกุมอกด้านที่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status