Share

บทที่ 5

last update publish date: 2026-03-03 21:02:55

หลังอาหารกลางวัน กันต์ธีร์ตรงมายังห้องเก็บศพเพื่อตรวจสอบ ภายในนั้นทั้งเงียบสงบและเย็นจัด เสียงเดียวที่ได้ยินคือเครื่องทำความเย็นที่ดังหึ่งต่ำ ๆ

ชายหนุ่มเปิดประตูเหล็กของตู้ที่เก็บร่างเหยื่อ ก่อนออกแรงดึงถาดวางศพออกมา เมื่อรูดซิปถุงบรรจุร่างผู้ตายก็เผยให้เห็นผิวหนังขาวซีดและร่องรอยการผ่าชันสูตร

แฟ้มรายงานถูกหยิบขึ้นมาเปิด ชายหนุ่มกวาดสายตาไปตามตัวอักษรทุกบรรทัด พร้อมเปรียบเทียบรายละเอียดกับสภาพจริงตรงหน้า ทุกแผล ทุกจุดร่องรอยถูกตรวจสอบอย่างละเอียดครบถ้วน

หลังตรวจไม่พบจุดผิดพลาด กันต์ธีร์จึงผละออกจากที่นั่น กลับไปยังห้องทำงาน

กันต์ธีร์ออกจากลิฟต์ เห็นจินไตยยืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่หน้าห้อง มือทั้งสองข้างหอบแฟ้มคดีกองใหญ่ที่เขาสั่งให้ไปเอามาจากทีมบีมไว้แน่น กำลังร้องขอความช่วยเหลือจากคนด้านใน

“ไอ้โรส! ช่วยกูหน่อย แฟ้มจะหล่นแล้ว เร็ว ๆ!”

กันต์ธีร์ก้าวไปหยิบแฟ้มบางส่วนออกจากมืออย่างรวดเร็ว ก่อนที่มันจะตกลงสู้พื้น

“อ้าว เฮีย มาแล้วเหรอครับ” จินไตยยิ้มแหย ๆ พลางถอนหายใจโล่งอก

“นี่แฟ้มที่ฉันให้ไปเอามาใช้ไหม”

“ครับ” เขาพัยกหน้า

ทั้งสองเข้ามาข้างใน จินไตยมองไปที่โรส เปิดปากบ่นด้วยความหมั่นไส้

“มึงนี่มันใจดำจริง ๆ สวยก็ไม่สวย น้ำใจก็ไม่มี เอาอย่างหัวหน้าบ้าง ทั้งหล่อทั้งใจดี” จินไตยยิ้มประจบ

“เอ้า ไอ้แดน! ด่าไม่มีน้ำใจ ยังไม่โกรธเท่าด่าว่าไม่สวยเลยนะ! ให้เกียรติฟิลเลอร์บนหน้าด้วยค่ะ” โรสโต้กลับ ถามต่อ “ตอนแรกถือมาได้ยังไงล่ะ?”

“น้องทีมบีช่วยถือมาให้ แต่มันดันปวดท้อง เลยทิ้งกูไว้หน้าห้อง”

โรส “อ้าวเหรอ…กูก็นึกว่ามึงตอแหล”

“ตอแหลพ่_งสิ”

กันต์ธีร์ได้แต่สายหัวกับการต่อล้อต่อเถียงระหว่างคนทั้งสอง เขาเข้าไปในห้องประชุมเล็ก วางเอกสารในมือลงที่โต๊ะสำหรับไว้ประชุมเรื่องคดีกลางห้อง เช็กแฟ้มเอกสารว่าครบตามที่หัวหน้าทีมบีแจ้งมาหรือไม่ เห็นเช่นนั้นจินไตยจึงตามมา วางเอกสารที่ตนถือไว้ข้าง ๆ

หัวหน้าทีมหนุ่มหยิบรูปของเหยื่อฆาตกรรมขึ้นมาพิจารณาทีละใบ สีหน้าจริงจังเหมือนทุกครั้ง เขาเริ่งเอารูปติดที่บอร์ด ทีละรูปที่ละรูป มีจินไตยและโรสนั่งมอง เพียงครู่เดียวบอร์ดก็เริ่มเต็มไปด้วยรูปและข้อมูลต่าง ๆ

อัยกรที่เพิ่งผ่านประตูเข้ามาก็มองอย่างสนใจ

“นี่กำลังตรวจสอบคดีฆาตกรรมต่อเนื่องอยู่เหรอ?”

“เปล่า กำลังอ่านนิยายรักโรแมนติกอยู่ต่างหาก” โรสตอบกลับด้วยความทะเล้น

“เฮ้อ…ไม่กวนสักนาทีมันจะตายเหรอ” อัยกรบ่น

“ไม่ตายแต่…”

“เอาล่ะ ๆ ฉันมีเรื่องจะประกาศ ทีมเราได้รับคำสั่งให้รับไม้ต่อคดีนี้จากทีมบีแล้ว ทุกคนที่ไม่มีงานค้างมาช่วยกันดูเอกสาร และหาจุดที่น่าสงสัยออกมาให้หมด”

“ครับ/ค่ะ”

เอกสารกองใหญ่ถูกแจกจ่ายไปตามมือของแต่ละคน สมาชิกต่างก้มหน้าอ่านข้อมูล พลางทำเครื่องหมายในจุดที่น่าสงสัยและควรพิจารณา

เกือบสามชั่วโมงที่ทั้งทีมจมอยู่กับการอ่านรายงานผลชันสูตรทั้งสามคดี กันต์ธีร์มองดูสมาชิกที่เริ่มวางแฟ้มลงทีละคน จึงเอ่ยถาม “อ่านกันจบแล้วใช่ไหม”

โรสเงยหน้า “แล้วคดีที่สี่ล่ะคะ เรายังไม่ได้อ่านกันเลย”

“คดีนั้นไว้หลังจากนี้ เรามาสรุปสามคดีนี้กัก่อนดีกว่า ใครดี?” กันต์ธีร์ถามด้วยความกระตือรือร้น

เขากวาดตามองไปยังสมาชิกทีละคนด้วยความคาดหวัง รอฟังความเห็น

“ผมครับ” อัยกรเสนอตัวเป็นคนแรก

“บนร่างของเหยื่อทั้งสามมีรอยแผลฉกรรจ์ที่เกิดจากการถูกทรมานอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่มีร่องรอยการล่วงละเมิดทางเพศ แปลว่าคนร้ายไม่ได้ทำเพราะความใคร่ แต่สนุกกับการสร้างความเจ็บปวดให้เหยื่อมากกว่า เป้าหมายของมัน ผมคิดว่า คือชอบการ ‘ควบคุม’ ชีวิตของเหยื่อจนถึงนาทีสุดท้าย

ส่วนสาเหตุการตายคือถูกแทงที่หัวใจ สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่าง ทีมบีเจอรอยนิ้วมือถูกซ่อนไว้เพียงเล็กน้อย ส่วนอื่นเห็นได้ชัดว่าถูกเช็ดออกอย่างจงใจ รอยเหล่านี้อยู่ตรงข้อเท้า ข้อมือ แล้วก็ต้นแขน ของศพแต่ละราย

นี่บ่งบอกว่าฆาตกรมั่นใจมาก ว่าเราจะไม่จับมันไม่ได้ ถึงกับกล้าทิ้งรอยนิ้วมือไว้เหมือนเป็น ‘ลายเซ็น’ ผมเดาว่ามันอาจมีความรู้เรื่องการตรวจสอบหลักฐานอยู่บ้าง ถึงรู้ว่าควรทิ้งยังไงให้ไม่พอสำหรับสืบหาตัวตน”

เขาทิ้งท้าย “อีกอย่างที่ผมคาใจคือ… ที่เกิดเหตุเละเทะแบบนั้น กลับไม่เจอหลักฐานอื่นเลย ทุกอย่างสะอาดเกินไป เหมือนมีใครคอยเก็บกวาดให้อย่างนั้น”

“หึ แม้สถานที่จะสะอาด แม้มันอาจจะรู้เรื่องการตรวจสอบหลักฐาน แล้วยังไงล่ะ? ไม่ใช่เพราะความอวดดีของมันเหรอ ถึงได้พลาด” กันต์ธีร์กล่าวเสียงเย้ยหยัน

จินไตยถามอย่างตื่นเต้น “หมายความว่าเฮียรู้วิธีหาตัวมันแล้วเหรอครับ?”

“ฉันสันนิษฐานว่ารอยนิ้วมือที่มันทิ้งไว้น่าจะมาจากนิ้วเดียวกัน ลองดูรูปพวกนี้” กันต์ธีร์ชี้ไปยังรูปตำแหน่งที่อัยกรบอกไว้

“จุดที่เจอรอยนิ้วมือ ยังมีรอยช้ำ ซึ่งน่าจะเกิดตอนที่คนร้ายลากเหยื่อ ร่องรอยพวกนี้บอกเราได้ว่ามันจับผู้ตายแบบไหน”

“นั้นทำให้เราเดาได้ว่ารอยนิ้วมือตำแหน่งนี้คือนิ้วอะไรใช่มั้ยครับ!” จินไตยพูดและคิดตาม

“ถูกต้อง — ถ้าอย่างนั้น พวกแกตอบฉันได้ไหมว่าน่าจะเป็นนิ้วไหน?” กันต์ธีร์ถามกระตุ้นทีม

“นิ้วโป้งค่ะ!” โรสตอบด้วยความมั่นใจ ก่อนอธิบายต่อ

“ดูจากลักษณะรอยนิ้วมือปรากฏอยู่ด้านบนของข้อเท้า ถ้าคนร้ายจับข้อเท้าทั้งสองข้างเพื่อยก นิ้วโป้งจะกดบนข้อเท้าเพื่อให้ยึดได้มั่นคง ส่วนอีกสี่นิ้วจะอยู่ด้านล่างหรือข้างเพื่อสมดุล”

กันต์ธีร์พยักหน้าอย่างพอใจกับการวิเคราะห์ของโรส “ถูกต้อง แม้แต่ละจุดเป็นเพียงเศษเล็ก ๆ แต่รอยนิ้วมือเหล่านั้นยังมีรายละเอียดลายเส้นที่ต่างกัน ถ้าเรานำทั้งหมดมาจัดแนวต่อกันอย่างถูกต้อง ก็สามารถประกอบเป็นภาพรวมของรอยนิ้วมือ แล้วตามไปหาตัวคนร้ายได้”

อัยกรลุกขึ้นอย่างกระตือรือร้น “ผมจะไปจัดการเดียวนี้ครับ”

“เดี๋ยวก่อน ฉันอยากพูดถึงคดีที่สี่สั้น ๆ”

เขาพลิกบอร์ดให้เป็นด้านที่ว่าง จากนั้นนำรูปของคดีที่สี่ขึ้นติด

“รายงานและผลการชันสูตรโดยรวมตรงกันกับสามคดีก่อนแทบทุกประการ แต่ศพนี้ยังเจอรอยเข็มขนาดใหญ่ที่เส้นเลือดใหญ่บริเวณขาหนีบ เมื่อตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่าเลือดของศพส่วนใหญ่หายไป”

“หายไป…หายไปไหน?” โรสพึมพำ

“นั่นเป็นเรื่องที่เราต้องหาคำตอบไงล่ะ” รายละเอียดใหม่ที่เพิ่งถูกเปิดเผย ก่อให้เกิดบรรยากาศกดดันที่แผ่ซ่านไปทั่วห้อง…

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ปริศนาใต้เงาสาป   บทที่ 5

    หลังอาหารกลางวัน กันต์ธีร์ตรงมายังห้องเก็บศพเพื่อตรวจสอบ ภายในนั้นทั้งเงียบสงบและเย็นจัด เสียงเดียวที่ได้ยินคือเครื่องทำความเย็นที่ดังหึ่งต่ำ ๆ ชายหนุ่มเปิดประตูเหล็กของตู้ที่เก็บร่างเหยื่อ ก่อนออกแรงดึงถาดวางศพออกมา เมื่อรูดซิปถุงบรรจุร่างผู้ตายก็เผยให้เห็นผิวหนังขาวซีดและร่องรอยการผ่าชันสูตร แฟ้มรายงานถูกหยิบขึ้นมาเปิด ชายหนุ่มกวาดสายตาไปตามตัวอักษรทุกบรรทัด พร้อมเปรียบเทียบรายละเอียดกับสภาพจริงตรงหน้า ทุกแผล ทุกจุดร่องรอยถูกตรวจสอบอย่างละเอียดครบถ้วน หลังตรวจไม่พบจุดผิดพลาด กันต์ธีร์จึงผละออกจากที่นั่น กลับไปยังห้องทำงาน กันต์ธีร์ออกจากลิฟต์ เห็นจินไตยยืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่หน้าห้อง มือทั้งสองข้างหอบแฟ้มคดีกองใหญ่ที่เขาสั่งให้ไปเอามาจากทีมบีมไว้แน่น กำลังร้องขอความช่วยเหลือจากคนด้านใน “ไอ้โรส! ช่วยกูหน่อย แฟ้มจะหล่นแล้ว เร็ว ๆ!” กันต์ธีร์ก้าวไปหยิบแฟ้มบางส่วนออกจากมืออย่างรวดเร็ว ก่อนที่มันจะตกลงสู้พื้น “อ้าว เฮีย มาแล้วเหรอครับ” จินไตยยิ้มแหย ๆ พลางถอนหายใจโล่งอก “นี่แฟ้มที่ฉันให้ไปเอามาใช้ไหม” “ครับ” เขาพัยกหน้า ทั้งสองเข้ามาข้างใน จินไตยมองไปที่โรส เปิดปากบ่นด้วย

  • ปริศนาใต้เงาสาป   บทที่ 4

    ไม่ อย่าเข้ามานะ! มึงเป็นใคร!” “มึงต้องการอะไรจากกู!” กันต์ธีร์ตะโกนลั่น วิ่งหนีอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่ไม่ว่าก้าวเท้าเร็วแค่ไหน ร่างเน่าเปื่อยก็ยังคืบคลานตามหลังมาไม่ห่าง ไม่นานร่างนั้นก็โผล่มาอยู่ตรงหน้า “หมับ!” ฝ่ามือเย็นชืดเน่าเฟะคว้าลำคอของเขาอย่างแม่นยำ มันบีบแน่นจนกล้ามเนื้อเกร็งแข็ง ลมหายใจถูกบีบรัดติดขัดในทันที “อึก…ปะ…ปล่อย…” เสียงแหบพร่าหลุดจากริมฝีปากทีละคำ ก่อนจะเหลือเพียงเสียงขาดห้วง ราวกับอากาศหายไปจากโลก “อึก…อึก…” “กูจะทำให้มึงได้ลิ้มรสความทรมานเหมือนที่กูเคยได้รับ” เสียงคำรามต่ำ รอยแสยะยิ้มผุดขึ้นอย่างน่าขนลุก คลื่นความอาฆาตแผ่ซ่านออกมาจากเงาร่างที่ยืนอยู่เบื้องหน้า มันใช้เล็บแหลมคมดุจมีดกรีดลงบนอกตรงกับตำแหน่งหัวใจ กันต์ธีร์สะดุ้งเฮือก รู้สึกได้ถึงเลือดอุ่น ๆ ไหลรินออกจากรอยแผล ความเจ็บที่แล่นปราดมันจริงเกินกว่าจะเป็นความฝัน ร่างกายสั่นสะท้านจนเขาแทบยืนไม่อยู่ “มึงจงจำไว้ คำสาปของมึงเริ่มทำงานแล้ว และกูก็กลับมาแล้วเช่นกัน!—” “เฮือก!” กันต์ธีร์สะดุ้งตื่น ลมหายใจหอบกระชั้น เหงื่อเย็นผุดเต็มขมับ คำพูดในฝันยังคงดังก้องสะท้อนไม่จางหาย จนเขาเผลอยกมือกุมอกด้านที่

  • ปริศนาใต้เงาสาป   บทที่ 3.3

    คนมาใหม่กวาดตามองรอบโต๊ะเร็ว ๆ ขณะเดินมา ก่อนจะเห็นเก้าอี้ว่างเพียงตัวเดียว เขาเดินไปนั่งโดยไม่ลังเล และไม่ได้มองด้วยซ้ำว่ามีคนอื่นอยู่ด้วย จินดาที่เห็นอย่างนั้นก็ยกยิ้มมุมปาก และตั้งตารอชมเรื่องสนุกหลังจากนี้ เธอเริ่มแนะนำหัวหน้าทีมคนใหม่ให้นักข่าวทั้งสองได้รู้จักทันที “จัน แอน นี่หัวหน้าทีมคนใหม่ของออบส์… กันต์ นี่จันอับกับแอนนี่ นักข่าวสายอาชญากรรม ต่อไปพวกแกจะได้ทำงานร่วมกันบ่อย ๆ” เมื่อได้ยินจินดาแนะนำ จันอับที่กำลังคุยเล่นและหัวเราะกับเพื่อนสาวทั้งสองเพลิน ๆ จึงเอี้ยวตัวกลับมาเพื่อจะกล่าวคำทักทายกับคนมาใหม่ แต่ทันทีที่สายตาปะทะเข้ากับคนข้างตัว เขาและกันต์ธีร์ต่างเบิกตากว้าง ความตกใจแล่นวูบเข้ามาโดยไม่ทันตั้งตัว มือของทั้งสองยกขึ้นชี้หน้าอีกฝ่ายแทบจะในจังหวะเดียว “นี่นาย/นี่คุณ!!” แอนนี่ได้แต่กุมขมับที่ปวดตุบ ๆ กับเหตุการณ์ตรงหน้า ส่วนคนอื่น ๆ มองกันไปมาอย่างงง ๆ โรสเขยิบตัวเข้ามาใกล้ กระซิบถามเสียงเบา “นี่พวกมึง…เคยเจอกันมาก่อนเหรอ? ทำไมบรรยากาศดูตึง ๆ แปลก ๆ วะ” หญิงสาวถอนหายใจน้อย ๆ กระซิบเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างจันอับกับกันต์ธีร์ ให้คนที่อยู่ใกล้ระยะได้ยินฟ

  • ปริศนาใต้เงาสาป   บทที่ 3.2

    จันอับและแอนนี่เดินออกจากห้องแถลงข่าวพร้อมนักข่าวคนอื่น ๆ ระหว่างทางไปลานจอดรถ ชายหนุ่มรู้สึกหิวจนท้องร้อง เขามองเวลาบนมือถือที่โชว์ตัวเลขสิบสองนาฬิกาพอดี วันนี้พวกเขาทั้งคู่รีบออกจากบ้านตั้งแต่เช้าและตรงมาที่นี่เลย จึงยังไม่มีเวลาหาอะไรลงท้อง “มึงไปหาข้าวกินกันเถอะ หิวฉิบหาย” “เออไปดิ ๆ หิวเหมือนกัน” แอนนี่ตอบรับก่อนหันไปถามนักข่าวคนอื่น ๆ แต่ได้รับคำปฏิเสธ เพราะแต่ละคนมีงานต่อ ทั้งหมดจึงแยกทางกัน “งั้นไปร้านประจำกัน” จันอับเอ่ยบอกจุดหมายด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวังถึงอาหารจานโปรด “เจ้าค่ะ คุณหนูจันอับ” เธอเอ่ยเย้า “คุณหนูอะไร ต้องคุณชายสิวะ กูเป็นผู้ชายนะ” “เป็นผู้ชายประสาอะไรหน้าสวยกว่ากูอีกค่ะ! มึงมาเป็นแฟนกูจริงๆเอามะ ถ้าเป็นมึงกูจะรีบเซย์เยสเลย” แอนนี่ยิ้มกวน จันอับทำท่าขนลุก “อิ้ววว อย่าเลย ให้กูหลับสบายแบบนี้ทุกคืนน่ะดีแล้ว” “หมายความว่าไง?” แอนนี่ย่นคิ้ว “นี่มึงไม่รู้ตัวเลยเหรอ ผู้หญิงอะไรทั้งกรน ทั้งนอนดิ้น กินเสร็จก็เรอ แล้วยัง…” “พอ ๆ พูดซะหมดสวยแล้วเนี่ย” แอนนี่รีบห้าม หน้าแดงวูบ คิดในใจ ‘ไอ้เพื่อนเหี้ย’ จันอับหัวเราะเสียงบ่น ก่อนจะเร่งเพื่อน “เดิ

  • ปริศนาใต้เงาสาป   บทที่ 3.1

    นักข่าวจากทุกสำนักรวมตัวกันอยู่ในห้องที่ใช้แถลงข่าววันนี้ของหน่วยปราบปรามอาชญากรรม เก้าอี้ทุกตัวถูกจับจอง ด้านหลังห้องกล้องวิดีโอ และช่างภาพยืนประจำที่เพื่อเตรียมบันทึกภาพ เสียงพูดคุยเบา ๆ ดังเป็นระยะ ขณะที่ทุกคนรอคอยการแถลงเกี่ยวกับเหตุฆาตกรรมเมื่อสองวันก่อน ซึ่งเชื่อมโยงกับฆาตกรต่อเนื่องที่กำลังสร้างความหวาดกลัวให้ผู้คน เพียงการปรากฏตัวของชายในเครื่องแบบก็ทำให้เสียงพูดคุยเงียบลง เปลี่ยนเป็นเสียงชัตเตอร์ดังถี่รัวและแสงแฟลชที่สะท้อนอยู่ทั่วห้อง จันอับยกกล้องขึ้นแนบตา เลนส์จับไปยังคนที่ขึ้นสู่โพเดียม เขาดูอายุไม่น่าเกินสามสิบห้า ใบหน้าเกลี้ยงเกลาหล่อเหลา ผิวแทนเข้มสุขภาพดี ท่วงท่ามั่นคงและแววตาสงบนิ่ง นักข่าวหนุ่มถ่ายภาพต่ออีกสองสามภาพ และเมื่อคนบนโพเดียมเริ่มพูด เขาจึงเดินไปนั่งเก้าอี้ข้างแอนนี่ที่กำลังพิมพ์ข้อมูลลงในโน๊ตบุ๊ค ตำรวจนายนั้นเริ่มต้นด้วยการกล่าวทักทาย “สวัสดีนักข่าวทุกท่าน ผม พ.ต.อ. ไกรวิทย์ ชาญเดชา รองผู้กำกับหน่วยปราบปรามอาชญากรรม รับหน้าที่แถลงข่าวเหตุการณ์ฆาตกรรมที่เกิดขึ้นครั้งนี้ครับ” หลังแนะนำตัว รองผู้กำกับคนใหม่ก็ตรงเข้าประเด็น “ผลการสอบสวนเบื้องต้น ยืนยัน

  • ปริศนาใต้เงาสาป   บทที่ 2.3

    “เฮีย!” จินไตยลุกจากเก้าอี้วิ่งมากระโดดกอดเป็นคนแรก เหมือนได้เจอเทวดามาโปรด อัยกรลุกตามมาสมทบ ยื่นมือมาชนกำปั้นแบบที่เคยทำกัน ส่วนพิร์วรัลยิ้มจนตาหยี “เฮียกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่? ไม่เห็นบอกล่วงหน้าเลยค่ะ” “ไม่คิดจะให้ใครไปรับเลยเหรอครับ?” อัยกรเสริม “แล้วคราวนี้อยู่ยาวเลยหรือเปล่า หรือว่าต้องกลับไปเรียนต่ออีก?” จินไตยยิงคำถามต่อทันที โรสที่ยืนลูบหน้าผาก มองเพื่อน ๆ ตาเขียว ที่ไม่มีใครสนใจเธอสักคน และสิ่งที่เธอบ่นกลับสร้างเสียงหัวเราะแทนเสียงปลอบใจ “พวกมึงสนใจกูหน่อยได้ไหม? หัวกูชนประตูนะ!” “ฮา ฮา ฮา!” จากนั้นคำถามยังคงพรั่งพรูไม่หยุด จนกันต์ธีร์แทบไม่มีโอกาสตอบ จินดาอมยิ้ม “เอาล่ะ ๆ ใจเย็นกันหน่อยเถอะ จะดีใจอะไรขนาดนั้น” เธอชะงักเมื่อเห็นหน้าจินไตยที่มีคราบน้ำตา “ไอ้แดนแกถึงกับร้องไห้เลยเหรอ?” “ที่จริง…พวกเรากังวลเรื่องหัวหน้าคนใหม่กันมาก ๆ เลยนะครับ แต่พอเฮียกลับมาความหนักในใจก็เหมือนถูกวางลงทันที” จินไตยหลุดสะอื้นเบา ๆ “โอเค ๆ ไม่ต้องร้องแล้ว ฉันกลับมาแล้วนี่ไง” กันต์ธีร์ยิ้มอบอุ่น ยกมือขยี้หัวคนที่เช็ดน้ำตาเหมือนเด็ก ๆ ก่อนจะเอียงคอถามด้วยความสงสัย “แล้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status