Share

บทที่ 5

last update Tanggal publikasi: 2026-03-03 21:02:55

หลังอาหารกลางวัน กันต์ธีร์ตรงมายังห้องเก็บศพเพื่อตรวจสอบ ภายในนั้นทั้งเงียบสงบและเย็นจัด เสียงเดียวที่ได้ยินคือเครื่องทำความเย็นที่ดังหึ่งต่ำ ๆ

ชายหนุ่มเปิดประตูเหล็กของตู้ที่เก็บร่างเหยื่อ ก่อนออกแรงดึงถาดวางศพออกมา เมื่อรูดซิปถุงบรรจุร่างผู้ตายก็เผยให้เห็นผิวหนังขาวซีดและร่องรอยการผ่าชันสูตร

แฟ้มรายงานถูกหยิบขึ้นมาเปิด ชายหนุ่มกวาดสายตาไปตามตัวอักษรทุกบรรทัด พร้อมเปรียบเทียบรายละเอียดกับสภาพจริงตรงหน้า ทุกแผล ทุกจุดร่องรอยถูกตรวจสอบอย่างละเอียดครบถ้วน

หลังตรวจไม่พบจุดผิดพลาด กันต์ธีร์จึงผละออกจากที่นั่น กลับไปยังห้องทำงาน

กันต์ธีร์ออกจากลิฟต์ เห็นจินไตยยืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่หน้าห้อง มือทั้งสองข้างหอบแฟ้มคดีกองใหญ่ที่เขาสั่งให้ไปเอามาจากทีมบีมไว้แน่น กำลังร้องขอความช่วยเหลือจากคนด้านใน

“ไอ้โรส! ช่วยกูหน่อย แฟ้มจะหล่นแล้ว เร็ว ๆ!”

กันต์ธีร์ก้าวไปหยิบแฟ้มบางส่วนออกจากมืออย่างรวดเร็ว ก่อนที่มันจะตกลงสู้พื้น

“อ้าว เฮีย มาแล้วเหรอครับ” จินไตยยิ้มแหย ๆ พลางถอนหายใจโล่งอก

“นี่แฟ้มที่ฉันให้ไปเอามาใช้ไหม”

“ครับ” เขาพัยกหน้า

ทั้งสองเข้ามาข้างใน จินไตยมองไปที่โรส เปิดปากบ่นด้วยความหมั่นไส้

“มึงนี่มันใจดำจริง ๆ สวยก็ไม่สวย น้ำใจก็ไม่มี เอาอย่างหัวหน้าบ้าง ทั้งหล่อทั้งใจดี” จินไตยยิ้มประจบ

“เอ้า ไอ้แดน! ด่าไม่มีน้ำใจ ยังไม่โกรธเท่าด่าว่าไม่สวยเลยนะ! ให้เกียรติฟิลเลอร์บนหน้าด้วยค่ะ” โรสโต้กลับ ถามต่อ “ตอนแรกถือมาได้ยังไงล่ะ?”

“น้องทีมบีช่วยถือมาให้ แต่มันดันปวดท้อง เลยทิ้งกูไว้หน้าห้อง”

โรส “อ้าวเหรอ…กูก็นึกว่ามึงตอแหล”

“ตอแหลพ่_งสิ”

กันต์ธีร์ได้แต่สายหัวกับการต่อล้อต่อเถียงระหว่างคนทั้งสอง เขาเข้าไปในห้องประชุมเล็ก วางเอกสารในมือลงที่โต๊ะสำหรับไว้ประชุมเรื่องคดีกลางห้อง เช็กแฟ้มเอกสารว่าครบตามที่หัวหน้าทีมบีแจ้งมาหรือไม่ เห็นเช่นนั้นจินไตยจึงตามมา วางเอกสารที่ตนถือไว้ข้าง ๆ

หัวหน้าทีมหนุ่มหยิบรูปของเหยื่อฆาตกรรมขึ้นมาพิจารณาทีละใบ สีหน้าจริงจังเหมือนทุกครั้ง เขาเริ่งเอารูปติดที่บอร์ด ทีละรูปที่ละรูป มีจินไตยและโรสนั่งมอง เพียงครู่เดียวบอร์ดก็เริ่มเต็มไปด้วยรูปและข้อมูลต่าง ๆ

อัยกรที่เพิ่งผ่านประตูเข้ามาก็มองอย่างสนใจ

“นี่กำลังตรวจสอบคดีฆาตกรรมต่อเนื่องอยู่เหรอ?”

“เปล่า กำลังอ่านนิยายรักโรแมนติกอยู่ต่างหาก” โรสตอบกลับด้วยความทะเล้น

“เฮ้อ…ไม่กวนสักนาทีมันจะตายเหรอ” อัยกรบ่น

“ไม่ตายแต่…”

“เอาล่ะ ๆ ฉันมีเรื่องจะประกาศ ทีมเราได้รับคำสั่งให้รับไม้ต่อคดีนี้จากทีมบีแล้ว ทุกคนที่ไม่มีงานค้างมาช่วยกันดูเอกสาร และหาจุดที่น่าสงสัยออกมาให้หมด”

“ครับ/ค่ะ”

เอกสารกองใหญ่ถูกแจกจ่ายไปตามมือของแต่ละคน สมาชิกต่างก้มหน้าอ่านข้อมูล พลางทำเครื่องหมายในจุดที่น่าสงสัยและควรพิจารณา

เกือบสามชั่วโมงที่ทั้งทีมจมอยู่กับการอ่านรายงานผลชันสูตรทั้งสามคดี กันต์ธีร์มองดูสมาชิกที่เริ่มวางแฟ้มลงทีละคน จึงเอ่ยถาม “อ่านกันจบแล้วใช่ไหม”

โรสเงยหน้า “แล้วคดีที่สี่ล่ะคะ เรายังไม่ได้อ่านกันเลย”

“คดีนั้นไว้หลังจากนี้ เรามาสรุปสามคดีนี้กัก่อนดีกว่า ใครดี?” กันต์ธีร์ถามด้วยความกระตือรือร้น

เขากวาดตามองไปยังสมาชิกทีละคนด้วยความคาดหวัง รอฟังความเห็น

“ผมครับ” อัยกรเสนอตัวเป็นคนแรก

“บนร่างของเหยื่อทั้งสามมีรอยแผลฉกรรจ์ที่เกิดจากการถูกทรมานอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่มีร่องรอยการล่วงละเมิดทางเพศ แปลว่าคนร้ายไม่ได้ทำเพราะความใคร่ แต่สนุกกับการสร้างความเจ็บปวดให้เหยื่อมากกว่า เป้าหมายของมัน ผมคิดว่า คือชอบการ ‘ควบคุม’ ชีวิตของเหยื่อจนถึงนาทีสุดท้าย

ส่วนสาเหตุการตายคือถูกแทงที่หัวใจ สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่าง ทีมบีเจอรอยนิ้วมือถูกซ่อนไว้เพียงเล็กน้อย ส่วนอื่นเห็นได้ชัดว่าถูกเช็ดออกอย่างจงใจ รอยเหล่านี้อยู่ตรงข้อเท้า ข้อมือ แล้วก็ต้นแขน ของศพแต่ละราย

นี่บ่งบอกว่าฆาตกรมั่นใจมาก ว่าเราจะไม่จับมันไม่ได้ ถึงกับกล้าทิ้งรอยนิ้วมือไว้เหมือนเป็น ‘ลายเซ็น’ ผมเดาว่ามันอาจมีความรู้เรื่องการตรวจสอบหลักฐานอยู่บ้าง ถึงรู้ว่าควรทิ้งยังไงให้ไม่พอสำหรับสืบหาตัวตน”

เขาทิ้งท้าย “อีกอย่างที่ผมคาใจคือ… ที่เกิดเหตุเละเทะแบบนั้น กลับไม่เจอหลักฐานอื่นเลย ทุกอย่างสะอาดเกินไป เหมือนมีใครคอยเก็บกวาดให้อย่างนั้น”

“หึ แม้สถานที่จะสะอาด แม้มันอาจจะรู้เรื่องการตรวจสอบหลักฐาน แล้วยังไงล่ะ? ไม่ใช่เพราะความอวดดีของมันเหรอ ถึงได้พลาด” กันต์ธีร์กล่าวเสียงเย้ยหยัน

จินไตยถามอย่างตื่นเต้น “หมายความว่าเฮียรู้วิธีหาตัวมันแล้วเหรอครับ?”

“ฉันสันนิษฐานว่ารอยนิ้วมือที่มันทิ้งไว้น่าจะมาจากนิ้วเดียวกัน ลองดูรูปพวกนี้” กันต์ธีร์ชี้ไปยังรูปตำแหน่งที่อัยกรบอกไว้

“จุดที่เจอรอยนิ้วมือ ยังมีรอยช้ำ ซึ่งน่าจะเกิดตอนที่คนร้ายลากเหยื่อ ร่องรอยพวกนี้บอกเราได้ว่ามันจับผู้ตายแบบไหน”

“นั้นทำให้เราเดาได้ว่ารอยนิ้วมือตำแหน่งนี้คือนิ้วอะไรใช่มั้ยครับ!” จินไตยพูดและคิดตาม

“ถูกต้อง — ถ้าอย่างนั้น พวกแกตอบฉันได้ไหมว่าน่าจะเป็นนิ้วไหน?” กันต์ธีร์ถามกระตุ้นทีม

“นิ้วโป้งค่ะ!” โรสตอบด้วยความมั่นใจ ก่อนอธิบายต่อ

“ดูจากลักษณะรอยนิ้วมือปรากฏอยู่ด้านบนของข้อเท้า ถ้าคนร้ายจับข้อเท้าทั้งสองข้างเพื่อยก นิ้วโป้งจะกดบนข้อเท้าเพื่อให้ยึดได้มั่นคง ส่วนอีกสี่นิ้วจะอยู่ด้านล่างหรือข้างเพื่อสมดุล”

กันต์ธีร์พยักหน้าอย่างพอใจกับการวิเคราะห์ของโรส “ถูกต้อง แม้แต่ละจุดเป็นเพียงเศษเล็ก ๆ แต่รอยนิ้วมือเหล่านั้นยังมีรายละเอียดลายเส้นที่ต่างกัน ถ้าเรานำทั้งหมดมาจัดแนวต่อกันอย่างถูกต้อง ก็สามารถประกอบเป็นภาพรวมของรอยนิ้วมือ แล้วตามไปหาตัวคนร้ายได้”

อัยกรลุกขึ้นอย่างกระตือรือร้น “ผมจะไปจัดการเดียวนี้ครับ”

“เดี๋ยวก่อน ฉันอยากพูดถึงคดีที่สี่สั้น ๆ”

เขาพลิกบอร์ดให้เป็นด้านที่ว่าง จากนั้นนำรูปของคดีที่สี่ขึ้นติด

“รายงานและผลการชันสูตรโดยรวมตรงกันกับสามคดีก่อนแทบทุกประการ แต่ศพนี้ยังเจอรอยเข็มขนาดใหญ่ที่เส้นเลือดใหญ่บริเวณขาหนีบ เมื่อตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่าเลือดของศพส่วนใหญ่หายไป”

“หายไป…หายไปไหน?” โรสพึมพำ

“นั่นเป็นเรื่องที่เราต้องหาคำตอบไงล่ะ” รายละเอียดใหม่ที่เพิ่งถูกเปิดเผย ก่อให้เกิดบรรยากาศกดดันที่แผ่ซ่านไปทั่วห้อง…

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ปริศนาใต้เงาสาป   บทที่ 12

    หลังวางสาย กันต์ธีร์สั่งการให้อัยกรรีบส่งผลตรวจทั้งหมดไปให้ไกรวิทย์ทันที เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการยืนขอหมายจับจากศาล เมื่อจัดการเรื่องทางแล็บเรียบร้อย เขาเละจินไตยจึงเดินออกจากแล็บ ระหว่างทางกลับ ทั้งคู่สวนกับโรสที่เดินดูดกาแฟมาด้วยท่าทางสบายอารมณ์ไม่เหมือนกับคนที่เพิ่งวิ่งหน้าตั้งไปรายงานผลตรวจเมื่อไม่กี่นาทีก่อน โรส “เสร็จแล้วเหรอคะ?” “อืม เหลือแค่ส่งต่อหลักฐาน แล้วนี้จะกลับไปแล็บหรือกลับสำนักงานพร้อมพวกฉัน?” กันต์ธีร์ถาม “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว กลับสำนักดีกว่าที่เหลือไอ้กรมันทำต่อได้” จินไตยเหล่มองแก้วในมือของเพื่อนสาว “ที่มาช้านี่แวะซื้อกาแฟ?” “ช่ายจ้า~” โรสตอบพร้อมยกแก้วขึ้นดูดโชว์ จินไตย “สั่งเมนูอะไร อเมซิ่งดีเลย์เหรอ ถึงได้เพิ่งมาเอาตอนนี้” โรส “เยส อเมซิ่งดีเลย์ เพิ่มช็อต ‘พักเหนื่อย’ กับท็อปปิ้ง ‘โดนเพื่อนทิ้ง’ ด้วย” จินไตยหลุดหัวเราะ “งอนอะไรครับคุณ” “ไม่ได้ง้อน” โรสทำเป็นพูดเสียงสูงก่อนจะปรับลงมาให้ปกติ “ก็แค่กูวิ่งหน้าตั้งมารายงานผล ขนาดว่าถ้าสะดุดล้มก็พร้อมไถตัวมาบอกมึง แต่ผลเป็นไง! พอพูดจบ มึงก็วิ่งหายปั๊บ ทิ้งกูยืนหอบเป็นหมาวิ่งไล่รถ” “แหม~ วิ่งแค่นี้เอง” “ง

  • ปริศนาใต้เงาสาป   บทที่ 11

    จันอับมุ่งหน้าไปยังห้องทำงานของทีมออบส์ตามความเคยชิน พอรู้ว่าต้องมาที่หน่วยพิสูจน์หลักฐาน ระหว่างทางเขาได้โทรสั่งเครื่องดื่มเอาไว้ คิดว่าหลังดูสภาพศพเสร็จก็จะแวะเอาน้ำไปให้พวกเพื่อน ๆ ที่ต้องหน้าดำคร่ำเครียดกับหลักฐานคดีใหญ่สักหน่อย ดังนั้นตอนนี้ในมือเขาจึงถือถุงใส่แก้วน้ำจำนวนหนึ่ง ทันทีที่เขาเปิดประตูเข้า เขาก็พบภาพที่เห็นจนชินตา คนที่ควรนั่งจมอยู่กับกองเอกสารก็นั่งอยู่ ส่วนคนที่หายไปในแล็บก็คงจะไม่ออกมาให้เจอเร็ว ๆ นี้จันอับ“ยุ่งกันอีกแล้วสินะช่วงนี้”“อือ” เสียงโรสที่กำลังจดจ่ออยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ลอยมาให้ได้ยินเบา ๆ“พักกินน้ำกันก่อนไหม กูซื้อมาฝากทุกคนเลยเนี่ย”โรสหยุดมือ เงยหน้ามองคนพูด “มึงมาหาข้อมูลเขียนข่าวอีกแล้วสินะ” เธอลุกมาหยิบแก้วน้ำที่จันอับส่งให้ไปดูด ก่อนพูดต่อ “มึงไปขอหัวหน้ากูให้ได้ก่อน เมื่อก่อนเป็นพี่จินอาจจะง่าย แต่ตอนนี้เป็นเฮียแถมมึงยังมีเรื่องกับเขาอีก เขาไม่ให้มึงง่าย ๆ หรอก”จินไตย “นั่นดิ เฮียไม่เหมือนพี่จินนะเว้ย” เขาหยิบแก้วหนึ่งบนโต๊ะ นั่งลงตรงที่ว่าง “ขอบใจนะ”พิร์วรัลไม่แสดงความคิดเห็นแต่สีหน้าก็แสดงออกว่าเห็นด้วยกับสองคนนั้นเช่นกันจันอับอมยิ้มเล

  • ปริศนาใต้เงาสาป   บทที่ 10

    กันต์ธีร์และจันอับหยุดยืนอยู่หน้าตู้เก็บศพขนาดใหญ่ตรงมุมห้อง ความเย็นจากเครื่องทำความเย็นแทรกผ่านเสื้อผ้าจนผิวหนังตึงวาบ ผิวโลหะของตู้สะท้อนแสงสีขาวซีดจากหลอดไฟเหนือศีรษะ ขับให้บรรยากาศภายในห้องดูเงียบและอึดอัดยิ่งขึ้นกันต์ธีร์ “เริ่มเลยไหม”จันอับพยักหน้าแทนคำตอบประตูตู้เก็บศพของเหยื่อรายที่ห้าถูกเปิดออก กันต์ธีร์ดึงถาดเหล็กด้านในออกมาทำให้เกิดเสียงโลหะเสียดสีกันดังแผ่วเบาท่ามกลางความเงียบ เขารูดซิปที่ปิดสนิทของถุงใส่ศพลงจนเผยให้เห็นร่างไร้ชีวิต ก่อนถอยไปยืนพิงโต๊ะกลางห้อง ปล่อยให้คนที่มาด้วยได้พิจารณาสภาพศพด้วยตัวเองจันอับเริ่มสำรวจร่างตรงหน้าทันทีที่ได้พื้นที่ เขามองเพียงไม่กี่วินาที ก็สังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง “เลือดของศพนี้...”กันต์ธีร์ได้ยินคำพูดนี้ก็รู้สึกพึงพอใจในไหวพริบของจันอับ “คุณสังเกตได้เร็วดีหนิ ใช่...เลือดของศพนี้หายไป แต่ไม่ใช่แค่รายนี้ เหยื่อรายที่สี่ก็หายไปด้วย”จันอับ “ทำไมคนรายถึงเอาเลือดไปแค่สองราย แล้วเอาไปทำอะไรกันนะ” เขาพึมพำราวกับจะพูดกับกันต์ธีร์ แต่ก็คลายจะตั้งคำถามกับตัวเองเช่นกันกันต์ธีร์ “ก็คงต้องถามตอนจับตัวมันได้เท่านั้นแหละ”จันอับพยักหน้าแสด

  • ปริศนาใต้เงาสาป   บทที่ 9

    โต๊ะอาหารสำหรับสี่คนควรจะเต็มไปด้วยบทสนทนาเบาๆ แต่โต๊ะนี้กลับเงียบผิดปกติ มีเพียงเสียงช้อนกระทบจาน และบทสนทนาจากโต๊ะข้าง ๆ ดังแทรกเข้ามาเป็นระยะจันอับเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ไขว้ขาอย่างไม่แยแส ปลายนิ้วพลิกเมนูไปมาเหมือนกำลังตั้งใจเลือก ทว่าทุกครั้งที่สายตาเผลอหลุดจากตัวอักษร มันจะเลื่อนไปหยุดอยู่ที่คนฝั่งตรงข้าม...ซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่ชอบหน้าอีตานี้จริง ๆ...คนที่ถูกมองอย่างไม่เป็นมิตรอย่างกันต์ธีร์ก็ไม่ลดราวาศอก เขายังคงยิ้มมุมปาก สายตาคมกริบมองตอบกลับไปอย่างจงใจ— เหมือนกำลังท้าทายกันตรง ๆรณพักตร์ที่นั่งมองเหตุการณ์อยู่เงียบ ๆ กลั้นขำไม่อยู่ จนเผลอหลุดหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะรีบกระแอมกลบเกลื่อนส่วนไกรวิทย์ในฐานะเจ้าภาพ... เลือกจะทำเป็นไม่เห็นอะไรตั้งแต่แรกเขาพูดพร้อมกวาดสายตารอบโต๊ะเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยขึ้น “อยากทานอะไรสั่งเลยนะ วันนี้ขอเป็นเจ้ามือเอง”จันอับดึงสายตากลับมา เลิกสนใจคนกวนประสาทฝั่งตรง เขาเอนตัวเข้าใกล้เพื่อนถามอย่างกระตือรือร้น“ไอ้พักตร์ กินอะไรดีวะ”“น่ากินหมดเลยว่ะ มึงว่าเอาอะไรดี”เมนูในมือถูกส่งให้อีกคนได้ดูด้วย หัวทั้งสองคนแทบชนกัน ช่วยกันเลือกอย่างจริงจังภาพนั้นทำให้กันต

  • ปริศนาใต้เงาสาป   บทที่ 8

    ก๊อก ก๊อก ก๊อก …เสียงเคาะประตูดังขึ้น เรียกความสนใจของคนในห้องให้หันไปมองไกรวิทย์ “คงมาแล้ว”ยังไม่ทันขาดคำ เสียงจากด้านนอกก็ดังขึ้น“ท่านครับ จันอับมาแล้วครับกันต์ธีร์คิ้วกระตุกขึ้นเล็กน้อย เมื่อได้ยินชื่อ ไม่ต้องเดาให้เสียเวลาชื่อนั้นเขานึกออกอยู่คนเดียว‘หึ เจอกันวันเว้นวัน แบบนี้จะเรียกว่าฟ้าลิขิต หรือกรรมลิขิตดีวะ’ไกรวิทย์ “ให้เข้ามาเลย”แม้คนที่เปิดประตูจะเป็นรณพักตร์ แต่คนที่เข้ามากลับเป็นนักข่าวหนุ่ม เขาสำรวจภายในเร็วๆ เห็นแล้วว่านอกจากเจ้าของห้องยังมีอีกคนนั่งหันหลังอยู่อย่างที่รณพักตร์บอกจันอับ “สวัสดีครับ ท่านรองฯ ขอแนะนำตัวอีกที ผมจันอับยินดีที่ได้รู้จักอย่างเป็นทางการครับ”ไกรวิทย์ “ยินดีที่ได้รู้จักอย่างเป็นทางการเช่นกันครับคุณจันอับ” ก่อนมองไปทางลูกน้องตัวเอง “พักตร์ นายเข้ามาฟังด้วย คดีนี้นายก็ต้องรับผิดชอบเหมือนกัน”รณพักตร์ที่ได้ยินคำสั่งนั้น กระตือรือร้นอย่างเห็นได้ชัด “ครับ!”จันอับเดินมาหยุดหลังเก้าอี้ตัวที่ว่างอย่างอยู่ เขาคิดในใจว่า ทำไมคนที่นั่งอยู่อีกคนนั้นถึงได้คุ้นตา และเมื่ออีกฝ่ายหันมามองพร้อมยกยิ้มที่มุมปาก ก็ทำเอามุมปากของจันอับกระตุกไกรวิทย์ไม่รู้

  • ปริศนาใต้เงาสาป   บทที่ 7

    หลังเสร็จสิ้นการชันสูตร กันต์ธีร์ได้มอบหมายงานที่เหลือให้กับลูกน้องทั้งสอง ก่อนออกจากห้องตรงไปยังตึกที่ทำงานของไกรวิทย์เพื่อรายงานผลทันที ระหว่างทางทุกย่างก้าว ในหัวยังคงวนเวียนอยู่กับสัญลักษณ์นั้น แม้เขาจะพยายามหาความเชื่อมโยงระหว่างรอยบนศพกับตัวเองเท่าไหร ทว่า…ก็ไม่มีทางเป็นไปได้เลยหัวหน้าทีมออบส์เดินใจลอยจนมาถึงหน้าห้องทำงานของไกรวิทย์ เขาผลักประตูเข้าไปข้างในเห็นผู้ช่วยอย่างรณพักต์ที่กำลังง่วนอยู่กับกองเอกสารบนโต๊ะ จนไม่สังเกตการมาถึงของเขา เลยส่งเสียงทักทาย“ไงพักตร์ งานยุ่งเหรอ?”รณพักตร์เงยหน้าขึ้น เมื่อเห็นว่าเป็นใครจึงส่งยิ้มให้ “อ้าวคุณกันต์ สวัสดีครับ งานเยอะนิดหน่อย แฮะ แฮะ” เขาหัวเราะเก้อ ๆ“คุณมาหาท่านรองฯ เหรอครับ?”“ใช่ มันอยู่ไหม”“อยู่ครับ เดี๋ยวผมไปเรียนท่านก่อน คุณรอสักครู่นะครับ”กันต์ธีร์ “พักตร์ เรียกพี่ว่าพี่ หรือเฮียตามไอ้พวกนั้นเถอะ เรียกคุณแล้วพี่รู้สึกห่างเหิง”“ได้ครับพี่ ถ้าเช่นนั้น พี่กันต์รอสักครู่นะครับ”“อือ”รณพักตร์เคาะประตูห้องเจ้านายเบา ๆ “ท่านครับ พี่กันต์มาขอพบครับ”เสียงจากในห้องดังขึ้น “ให้เข้ามา”รณพักตร์ถือโอกาสผลักประตูเพื่อเปิดให้กันต์ธีร์

  • ปริศนาใต้เงาสาป   บทที่ 4

    ไม่ อย่าเข้ามานะ! มึงเป็นใคร!” “มึงต้องการอะไรจากกู!” กันต์ธีร์ตะโกนลั่น วิ่งหนีอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่ไม่ว่าก้าวเท้าเร็วแค่ไหน ร่างเน่าเปื่อยก็ยังคืบคลานตามหลังมาไม่ห่าง ไม่นานร่างนั้นก็โผล่มาอยู่ตรงหน้า “หมับ!” ฝ่ามือเย็นชืดเน่าเฟะคว้าลำคอของเขาอย่างแม่นยำ มันบีบแน่นจนกล้ามเนื้อเกร็งแข็ง ลมหาย

  • ปริศนาใต้เงาสาป   บทที่ 3.3

    คนมาใหม่กวาดตามองรอบโต๊ะเร็ว ๆ ขณะเดินมา ก่อนจะเห็นเก้าอี้ว่างเพียงตัวเดียว เขาเดินไปนั่งโดยไม่ลังเล และไม่ได้มองด้วยซ้ำว่ามีคนอื่นอยู่ด้วย จินดาที่เห็นอย่างนั้นก็ยกยิ้มมุมปาก และตั้งตารอชมเรื่องสนุกหลังจากนี้ เธอเริ่มแนะนำหัวหน้าทีมคนใหม่ให้นักข่าวทั้งสองได้รู้จักทันที “จัน แอน นี่หัวหน้าทีมคน

  • ปริศนาใต้เงาสาป   บทที่ 3.2

    จันอับและแอนนี่เดินออกจากห้องแถลงข่าวพร้อมนักข่าวคนอื่น ๆ ระหว่างทางไปลานจอดรถ ชายหนุ่มรู้สึกหิวจนท้องร้อง เขามองเวลาบนมือถือที่โชว์ตัวเลขสิบสองนาฬิกาพอดี วันนี้พวกเขาทั้งคู่รีบออกจากบ้านตั้งแต่เช้าและตรงมาที่นี่เลย จึงยังไม่มีเวลาหาอะไรลงท้อง “มึงไปหาข้าวกินกันเถอะ หิวฉิบหาย” “เออไปดิ ๆ หิวเหมื

  • ปริศนาใต้เงาสาป   บทที่ 3.1

    นักข่าวจากทุกสำนักรวมตัวกันอยู่ในห้องที่ใช้แถลงข่าววันนี้ของหน่วยปราบปรามอาชญากรรม เก้าอี้ทุกตัวถูกจับจอง ด้านหลังห้องกล้องวิดีโอ และช่างภาพยืนประจำที่เพื่อเตรียมบันทึกภาพ เสียงพูดคุยเบา ๆ ดังเป็นระยะ ขณะที่ทุกคนรอคอยการแถลงเกี่ยวกับเหตุฆาตกรรมเมื่อสองวันก่อน ซึ่งเชื่อมโยงกับฆาตกรต่อเนื่องที่กำลังสร

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status