LOGIN“เพราะความรัก…อาจเป็นเชื้อเพลิงที่ปลุกคำสาปให้ตื่นขึ้นอีกครั้ง” กันต์ธีร์ แพทย์นิติเวชหนุ่มมากฝีมือที่เพิ่งกลับจากต่างประเทศ เพื่อเข้ารับตำแหน่งหัวหน้าทีมเอ หรือที่กล่าวถึงกันว่าทีมหัวกะทิ ของหน่วยพิสูจน์หลักฐาน คดีที่เขาเจอ มีหลักฐานบางอย่างเกี่ยวพันกับเรื่องเหนือธรรมชาติ ทั้งชิ้นส่วนของศพที่หายไป และสัญลักษณ์ที่ตรงกับรอยลึกลับบนหน้าอกของเขาเอง ขณะเดียวกัน เขาเริ่มมีอาการเจ็บหน้าอก ความฝันประหลาด ชีวิตที่เคยมีเหตุผลเริ่มสั่นคลอน เมื่อเขาได้พบกับ จันอับ นักข่าวหนุ่มผู้ดูเหมือนจะ “เกลียด” เขามากตั้งแต่แรกเห็น แม้พวกเขาเพิ่งเคยเจอกัน ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จากคู่กัด ค่อย ๆ พัฒนาไปพร้อมกับการคลี่คลายปริศนา แต่ยิ่งเข้าใกล้ความจริง กันต์ธีร์ก็ยิ่งถูกดึงกลับเข้าสู่อดีตชาติอันเจ็บปวด ซึ่งเต็มไปด้วยความรัก ความตาย และคำสาปร้ายแรงที่ไม่อาจหลุดพ้น ความรู้สึกที่เขาไม่ควรมีในชาตินี้… กลับเป็นชนวนให้คำสาปเริ่มตื่น และพุ่งเป้าเล่นงานจันอับอย่างโหดเหี้ยม ในท้ายที่สุด พวกเขาต้องร่วมกันไขคดี คลี่คลายเงื่อนงำในอดีตชาติ และเลือก ว่าจะยอมแพ้ให้กับคำสาป หรือจะเผชิญหน้ากับมันเพื่อเปลี่ยนชะตากรรมของทั้งคู่
View More“เป็นอะไรวะ!” ไกรวิทย์เห็นท่าทีผิดปกติของเพื่อนก็รีบเข้าไปประคองกันต์ธีร์ฝืนยืนตัวตรง ปรับลมหายใจเข้าออกช้า ๆ หวังว่าความเจ็บจะหายไปโดยเร็วเหมือนตอนเช้า ทว่าครั้งนี้กลับไม่เป็นอย่างที่คิด มันไม่ได้มาแล้วหายไป แต่ยังคงเจ็บต่อเนื่อง“มะ... ไม่เป็นไร เจ็บหน้าอกนิดหน่อย คงพักผ่อนน้อยน่ะ” ลูกกระเดือกขยับขึ้นลงเมื่อเขากลืนน้ำลาย “กูขอไปนั่งพักที่รถสักหน่อยแล้วกัน”กันต์ธีร์หันไปทางพิร์วรัล “ไอ้รัล ฝากทางนี้ด้วย”“ได้ค่ะ แต่พี่ไม่ไปโรงพยาบาลจะดีเหรอ รัลเรียกรถพยาบาลให้ดีกว่าไหม?”“ไม่ต้อง พักสักครู่ก็น่าจะดีขึ้น”“หรือให้กูพาไปเอง?” ไกรวิทย์เสนอ“ไม่เป็นไรจริง ๆ มึงไปจัดการธุระเถอะ ไม่ใช่ว่าอยากขอร่วมทำคดีเหรอ กูแค่นั่งพักเดี๋ยวเดียวก็น่าจะดีขึ้น”ไกรวิทย์เม้มปากเล็กน้อย ก่อนยอมพยักหน้า “งั้นตามใจ แต่ถ้าไม่ไหวให้เจ้าหน้าที่แถวนั้นรีบมาเรียกพวกกูนะ”“รับทราบครับผม” กันต์ธีร์ตอบพร้อมยกมือขึ้นรับคำ ก่อนหมุนตัวออกจากพื้นที่ไปยังจุดที่จอดรถไว้กันต์ธีร์เดินตามทางกลับไปยังจุดจอดรถช้า ๆ ใบหน้าซีดเซียวกว่าตอนที่เดินเข้าไป ท่าทางผิดปกตินั้นสะดุดความสนใจของใครบางคนที่ยังยืนอยู่หลังแนวรั้วสื่อมวลชนเม
รถทีมออบส์เคลื่อนตัวมาตามถนนสายรอง ห่างจากถนนหลักราวสองกิโลเมตร ปลายทางคือสวนสาธารณะขนาดใหญ่ มีทะเลสาบอยู่ใจกลาง เป็นสถานที่พักผ่อนยอดนิยมของคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวที่มักแวะมาทำกิจกรรมต่าง ๆ ทว่าภายในสวนอันกว้างขวางกลับมีมุมอับและแนวป่ารกชัฏหลายจุด หนึ่งในนั้นคือ ‘จุดเกิดเหตุ’ ในวันนี้ รถของทีมออบส์จอดห่างจากแนวกั้นไม่ไกลนัก ทันทีที่ก้าวลงจากรถ บรรยากาศรอบพื้นที่ก็เต็มไปด้วยความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ ถัดจากแนวกั้นของเจ้าหน้าที่ออกมาไม่ไกล กลุ่มสื่อมวลชนยืนรวมตัวกันอยู่ในพื้นที่ที่ถูกจัดไว้ กล้องหลายตัวหันเข้าไปด้านใน ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจคอยกันไม่ให้ใครล้ำเข้าไป ทีมออบส์เดินผ่านบริเวณนั้นเพื่อเข้าสู่พื้นที่เกิดเหตุ ระหว่างทางกันต์ธีร์คาดไม่ถึงว่าจะได้เจอคนคนนั้นเร็วขนาดนี้ สายตาของเขาหยุดนิ่งที่ร่างคุ้นตาหลังแนวรั้วสื่อมวลชน ‘จันอับ’ จังหวะที่อีกฝ่ายมองมา สายตาของทั้งคู่ก็สบกันพอดี คำพูดของมารดาเมื่อคืนผุดขึ้นมาในหัว ‘ถ้าลูกอยากเข้าใกล้เขามากขึ้น ก็ต้องค่อย ๆ ทำให้กำแพงนั้นลดลง...’ กันต์ธีร์เกือบจะเอ่ยทัก แต่เมื่อนึกถึงประโยคที่ตัวเองพูดแทรกจันอับใน
ใจกลางห้องใต้ดินอันเงียบสงัด เส้นสีเข้มคดโค้งพาดทับกันบนพื้น ก่อเป็นลวดลายดอกไม้ขนาดใหญ่ แบ่งออกเป็นแปดกลีบซ้อนกันอย่างประณีต แท่นบูชาตั้งอยู่ใจกลางลวดลาย เครื่องบูชาหลากชนิดเรียงรายอยู่บนโต๊ะ ทั้งเทียนขาว ธูปหอม ข้าวตอกดอกไม้ และที่เด่นที่สุดคงจะเป็นภาชนะขนาดใหญ่ซึ่งบรรจุของเหลวสีแดงคล้ำเอาไว้ กลิ่นธูปและกลิ่นคาวจาง ๆ ลอยคลุ้งอยู่ในอากาศเย็นชื้นของห้องเบื้องหน้าแท่นบูชา ร่างในชุดสีเข้มนั่งขัดสมาธิอยู่กลางวง เส้นผมดำขลับเกล้ามวยสูง ดวงตาหลับนิ่งจมอยู่ในสมาธิ ทว่าความน่าเกรงขามยังคงแผ่ออกมาจากร่างนั้น“อาจารย์แม่ ไอ้ภัคพงศ์ถูกตำรวจจับแล้ว เราจะทำอย่างไรต่อครับ?” เสียงของชายคนหนึ่งทำลายความเงียบที่ปกคลุมอยู่“หึ... พวกโง่ก็มักจะทำอะไรโง่ ๆ” เธอเอ่ยทั้งที่ยังคงปิดตาสนิท แต่ในน้ำเสียงมีแววเย้ยหยัน “ไม่ต้องห่วง ข้าจัดการเอง ออกไปเถอะ แล้วอย่าให้ใครเข้ามารบกวนตอนข้าทำพิธี”ชายที่ถามโค้งศีรษะต่ำแสดงความเคารพ ก่อนหมุนตัวเดินจากไป ประตูไม้บานทึบปิดลงอย่างเงียบเฉียบ ทิ้งไว้เพียงเสียงบทสวดคาถาที่ฟังไม่ออก กระแสพลังเริ่มก่อตัวขึ้น
กรรณิกานั่งอ่านหนังสือและจิบชาอยู่ภายในศาลาพักผ่อนซึ่งตั้งอยู่กลางสวนกว้างด้านหน้าบ้าน จากจุดที่นั่งสามารถมองเห็นแนวทางเข้าตั้งแต่ประตูรั้วทอดยาวไปจนถึงตัวบ้านที่ตั้งตระหง่านอยู่ไม่ไกล รอบศาลารายล้อมด้วยต้นไม้และดอกไม้ที่ได้รับการดูแลอย่างดี กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกไม้ลอยมากับสายลมเป็นระยะนายหญิงของบ้านพลิกหน้ากระดาษอย่างใจเย็น ดื่มด่ำกับทุกตัวอักษรจนแทบลืมเลือนเวลากระทั่งแสงสะท้อนจากกระจกหน้ารถวาบเข้าตา กรรณิกาจึงเงยหน้าขึ้น และเห็นรถคันสีดำคุ้นตาของลูกชายเลี้ยวผ่านประตูรั้วเข้ามา ก่อนจะจอดลงบริเวณลานหน้าบ้าน‘เวลานี้ตากันต์ควรจะอยู่ที่ทำงานหนิ ทำไมถึงกลับมาก่อนเวลาล่ะ’เมื่อลูกชายก้าวลงจากรถ ไหล่กว้างที่ปกติจะตั้งตรงกลับดูตกลงเล็กน้อย ฝีเท้าก็เชื่องช้ากว่าทุกครั้ง สีหน้าสงบนิ่งก็จริง ทว่ามีแววหม่นบาง ๆ ปรากฏอยู่ ราวกับเพิ่งผ่านเหตุการณ์ที่ยังทิ้งความรู้สึกบางอย่างไว้ในใจ“ตากันต์”ขณะที่กันต์ธีร์เพิ่งปิดประตูรถ เสียงเรียกของมารดาก็ดังมาจากทางด้านหลัง เขาจึงหันไปมอง และเห็นกรรณิกานั่งอยู่ภายในศาลาพักผ่อนกลางสวน กันต์ธีร์จึงเดินตรงเข้าไปหาเมื่อเขาเข้ามาใกล้ กรรณิกาก็เอ่ยชวนด้วยรอยยิ้
หลังอาหารกลางวัน กันต์ธีร์ตรงมายังห้องเก็บศพเพื่อตรวจสอบ ภายในนั้นทั้งเงียบสงบและเย็นจัด เสียงเดียวที่ได้ยินคือเครื่องทำความเย็นที่ดังหึ่งต่ำ ๆ ชายหนุ่มเปิดประตูเหล็กของตู้ที่เก็บร่างเหยื่อ ก่อนออกแรงดึงถาดวางศพออกมา เมื่อรูดซิปถุงบรรจุร่างผู้ตายก็เผยให้เห็นผิวหนังขาวซีดและร่องรอยการผ่าชันสูตร
ไม่ อย่าเข้ามานะ! มึงเป็นใคร!” “มึงต้องการอะไรจากกู!” กันต์ธีร์ตะโกนลั่น วิ่งหนีอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่ไม่ว่าก้าวเท้าเร็วแค่ไหน ร่างเน่าเปื่อยก็ยังคืบคลานตามหลังมาไม่ห่าง ไม่นานร่างนั้นก็โผล่มาอยู่ตรงหน้า “หมับ!” ฝ่ามือเย็นชืดเน่าเฟะคว้าลำคอของเขาอย่างแม่นยำ มันบีบแน่นจนกล้ามเนื้อเกร็งแข็ง ลมหาย
คนมาใหม่กวาดตามองรอบโต๊ะเร็ว ๆ ขณะเดินมา ก่อนจะเห็นเก้าอี้ว่างเพียงตัวเดียว เขาเดินไปนั่งโดยไม่ลังเล และไม่ได้มองด้วยซ้ำว่ามีคนอื่นอยู่ด้วย จินดาที่เห็นอย่างนั้นก็ยกยิ้มมุมปาก และตั้งตารอชมเรื่องสนุกหลังจากนี้ เธอเริ่มแนะนำหัวหน้าทีมคนใหม่ให้นักข่าวทั้งสองได้รู้จักทันที “จัน แอน นี่หัวหน้าทีมคน
จันอับและแอนนี่เดินออกจากห้องแถลงข่าวพร้อมนักข่าวคนอื่น ๆ ระหว่างทางไปลานจอดรถ ชายหนุ่มรู้สึกหิวจนท้องร้อง เขามองเวลาบนมือถือที่โชว์ตัวเลขสิบสองนาฬิกาพอดี วันนี้พวกเขาทั้งคู่รีบออกจากบ้านตั้งแต่เช้าและตรงมาที่นี่เลย จึงยังไม่มีเวลาหาอะไรลงท้อง “มึงไปหาข้าวกินกันเถอะ หิวฉิบหาย” “เออไปดิ ๆ หิวเหมื





