Masukมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง
วันเปิดเรียนที่ราเชนรอคอยได้มาถึงเพราะวันนี้เขาจะได้เจอกับรุ่นน้องคนพิเศษของเขาสักทีจึงเริ่มต้นวันด้วยการโผล่มาต้อนรับน้องใหม่ตั้งแต่หน้าห้องสาขาทั้ง ๆ ที่ปกติไม่เคยก้าวเท้าเข้ามาวุ่นวายเลยสักครั้ง
สายตาเจ้าเล่ห์มองเห็นเป้าหมายในระยะสองร้อยเมตร เจ้าตัวเลิกคิ้วแล้วยิ้มมุมปากก่อนจะดูรายชื่อรุ่นพี่รุ่นน้องในมือของหัวหน้าสาขาพร้อมล็อกสายรหัสเรียบร้อย
ใครจะจับสลากได้ใครก็ทำไปเถอะแต่ราเชนผู้เป็นรุ่นพี่ปีสามคณะวิศวกรรมศาสตร์เลือกแล้วว่าเฌอริลิณญ์คือคนที่จะต้องเป็นหลานรหัสของเขาเท่านั้น
“เอ่อ คุณราเชน” หญิงสาวเอ่ยปากทักอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
“ยินดีต้อนรับอย่างเป็นทางการครับ น้องเฌอ” เขายิ้มกว้าง สีหน้าระรื่นเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังมึนงงกับคำเรียกขานที่เปลี่ยนไปพลางนึกขึ้นได้ว่าคงถึงเวลาแล้วสินะที่จะเรียกราเชนแบบห่างเหินไม่ได้อีกต่อไปเพราะตอนนี้ความสัมพันธ์ของพวกเขากลายเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องร่วมคณะไปเสียแล้ว
“เฌอ ทางนี้!” เสียงเจื้อยแจ้วของเพื่อนสนิทเฌอริลิณญ์ดังขึ้น ชมพูสาวน้อยสวมแว่นกลมผมหน้าม้ามัดจุกดังโงะโบกมือให้ด้วยความตื่นเต้น เธอเรียกเฌอริลิณญ์ให้รีบมานั่งตรงเก้าอี้ที่จองเอาไว้
ราเชนมองตามไม่วางตาก่อนจะเดินตามไปอย่างใกล้ชิดแล้วนั่งลงข้าง ๆ เธอโดยไม่เอ่ยคำพูดใด
“…” หญิงสาวหันไปหาเขาด้วยความสงสัยเพราะรุ่นพี่ต้องไปนั่งอีกทางฝั่งหนึ่ง
“พี่บอกแล้วไงว่าจะดูแลเฌอเป็นอย่างดี” เขาเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงน่าฟัง เป็นมิตรจนกัปตันและเอิร์ธขนลุกซู่สะกิดแขนกันไปมาอย่างรู้ทัน
ทุกคนต่างจ้องมองมาทางกลุ่มของเฌอริลิณญ์เพราะปีนี้มีรุ่นน้องที่เป็นผู้หญิงเข้ามาในสาขาไม่กี่คนเท่านั้น พวกเธอจึงแทบกลายเป็นเจ้าหญิงไปโดยปริยาย
“นึกยังไงถึงเลือกเรียนคณะนี้เหรอ ดูสิ มีแต่พวกเถื่อน ๆ ทั้งนั้น” ราเชนถามด้วยความสงสัย ตอนแรกเขาแปลกใจไม่น้อยที่เห็นหญิงสาวบอบบางอย่างเธอตัดสินใจสอบเข้าที่นี่ นิสัยไร้เดียงสาของลูกกวางจะเอาตัวรอดในป่าที่มีแต่สัตว์ดุร้ายได้อย่างไร
“รวมถึงคุณราเชนด้วยใช่ไหมคะ” เธอถามกลับด้วยสีหน้าเรียบเฉยแต่เพื่อนสนิทของเขาที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ได้ยินเต็มสองหูพากันกลั้นยิ้มจนหน้าแดง
“ไม่รวมสิ แค่มองด้วยตาเปล่าก็เห็นแล้วไม่ใช่เหรอว่าพี่สูงส่งกว่านั้น อืม… แค่หน้าตาก็เหมือนอยู่คนละโลกแล้ว” เขาพูดอย่างไม่แยแสกลัวว่าใครจะได้ยินแล้วโกรธเคืองเพราะทุกคนต่างรู้ว่าไม่มีทางที่จะเถียงได้ชนะ “เฌอยังไม่ได้บอกพี่เลยว่าทำไมถึงเลือกเรียนคณะนี้ ถ้าพี่ไม่อยู่ ใครจะเป็นคนดูแลเฌอล่ะครับ”
หญิงสาวถอนหายใจเล็กน้อยพลางคิดว่าถ้าไม่บอกให้เขาคลายสงสัยคงได้ตามมาถามเธอทั้งวันแน่ ๆ รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าใสซื่อ “เพราะว่าคุณพ่อกับคุณแม่เจอกันตอนเข้าเรียนที่นี่”
“ประวัติศาสตร์คงกำลังซ้ำรอยแน่ ๆ เลย เพราะว่าเราสองคนก็เจอกันแล้วก็เรียนที่นี่เหมือนกัน” เขาแกล้งขยับเข้ามาใกล้ ท่าทีเปลี่ยนไปจากตอนที่พบเจอกันข้างนอก คิดว่าถึงเวลาแล้วที่จะได้ใกล้ชิดกับอีกฝ่ายมากกว่าเดิม
ครั้นได้ยินคำพูดนั้นยิ่งทำให้เฌอริลิณญ์มึนงงมากกว่าเดิมว่ามันเกี่ยวอะไรกันตรงไหน จังหวะนั้นเสียงประกาศของหัวหน้าสาขาดังขึ้นเพราะเด็กใหม่เข้ามาในห้องประชุมกันครบแล้ว พวกเขาจึงเริ่มจับสลากเลือกสายรหัสกันตามธรรมเนียม
ต่างคนต่างลุ้นว่าใครจะมีสายรหัสเป็นผู้หญิงจนกระทั่งหญิงสาวออกไปจับสลากตอนท้าย ๆ
เธอหยิบไมค์มาเพื่อเตรียมอ่านข้อความสลากที่จับได้ สีหน้ากังวล คิ้วขมวดมุ่นเขินอายล่วงหน้าที่จะต้องอ่านข้อความนี้ แต่เพราะถูกเร่งเร้าและใครหลายคนก็อยากรู้ว่าเธอจะได้เป็นน้องรหัสใคร หญิงสาวจึงหายใจเข้าแล้วพูดว่า “กะ… เฮ้อ… ก่อนจะได้พบกับคุณ ฉันไม่เคยตกหลุมรักใคร ยิ่งได้รู้จักคุณแล้ว ฉันยิ่งมั่นใจว่าต่อจากนี้ไปฉันไม่อาจรักใครได้อีกถ้าไม่ใช่คุณ”
เสียงกรีดร้องดังลั่นทั่วทั้งห้องนึกอยากเห็นหน้าว่าใครเป็นคนต้นคิดประโยคนี้ มันน้ำเน่า เลี่ยนจนอยากจะอ้วก ก่อนที่หัวหน้าสาขาจะประกาศให้พี่รหัสออกมารับน้องตัวเอง
ราเชนลุกขึ้นยืนท่ามกลางความตกใจของทุกคน สีหน้าพวกเขากำลังถามว่าทำไม “น้องรหัสฉันไม่สบายน่ะ ในฐานะที่เป็นลุงรหัสก็ต้องทำหน้าที่แทนใช่ไหมล่ะ”
เฌอริลิณญ์เหมือนสติหลุดลอยไปแล้ว คำเตือนของอชิตพลคงไม่อาจทำได้จริง ๆ เพราะไม่ว่าจะหนีไปทางไหนก็เจอเขาตามติดยิ่งกว่าวิญญาณ
“เอาล่ะ น้องเฌออ่านข้อความอีกทีนะครับ ถ้าพี่เขาไม่ชอบอาจจะไม่รับน้องเป็นสายรหัสนะครับ” หัวหน้าสาขาปีสองเอ่ยเตือนล่วงหน้า
การแกล้งกันตั้งแต่วันแรกถือเป็นเรื่องปกติของรุ่นพี่ที่นี่ พี่รหัสบางคนทำหน้าตาโหดเหี้ยมออกมารับรุ่นน้องบ้าง สั่งให้วิดพื้นทดสอบความแกร่งบ้าง หรือไม่ก็ยอมปล่อยผ่านไปง่าย ๆ ถ้าเห็นว่ารุ่นน้องเป็นสาวสวย
เมื่อได้รับการยอมรับแล้ว พวกเขาจะให้ของขวัญต้อนรับที่เตรียมเอาไว้ถือว่าเป็นอันเสร็จสิ้น
ทว่า เฌอริลิณญ์กลับคิดว่าเธอคงไม่อาจผ่านพ้นวันนี้ไปได้แน่ ๆ เพราะดูจากสายตาและรอยยิ้มมีเลศนัยของราเชนแล้ว อีกฝ่ายคงจะแกล้งเธอจนกว่าจะพอใจแน่นอน
“ถ้าตั้งใจพูดดี ๆ พี่จะไม่แกล้ง” เขาบอกตามตรงพลางขยับเข้ามาใกล้ จ้องมองเจ้าของดวงตาสีน้ำตาลเข้มอมเขียว เอ่ยกระซิบ “พี่รออยู่นะ”
“กะ…” แค่อ่านเมื่อครู่ก็อึกอักทำตัวไม่ถูก ยิ่งต้องพูดให้คนตรงหน้าฟัง เฌอริลิณญ์ก็ยิ่งไม่กล้ามากกว่าเดิม
“แกล้งพูดไม่ออกเพราะอยากยืนอยู่ตรงนี้กับพี่ทั้งวันเหรอ”
เธอทำหน้ามุ่ยทันทีที่ได้ยิน ก่อนจะถูกอีกฝ่ายขัดขึ้นมาว่า “ถ้าพูดแบบขอไปที พี่ไม่ให้ผ่าน”
เวลานั้น สายตาทุกคู่จ้องมองไปที่พวกเขาทั้งสองคน รู้สึกเหมือนได้เป็นพยานรักโดยไม่รู้ตัว
เธอมองตาเขาแล้วค่อย ๆ พูด “ก่อนจะได้พบกับคุณ ฉันไม่เคยตกหลุมรักใคร ยิ่งได้รู้จักคุณแล้ว ฉันยิ่งมั่นใจว่าต่อจากนี้ไปฉันไม่อาจรักใครได้อีกถ้าไม่ใช่คุณ”
ชายหนุ่มทำหน้านิ่งแล้วบอกกลับไปว่า “ดูฝืนใจจะพูดเกินไป ไม่ผ่าน”
“…” เฌอริลิณญ์มองค้อน รู้ตัวว่าโดนแกล้งแน่ ๆ พลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ ชีวิตเด็กใหม่ไม่ง่ายเลย คราวนี้คำพูดของเธอจึงนุ่มนวลราวกับกำลังบอกรักเขาอย่างไรอย่างนั้น ใบหน้าแดงระเรื่อด้วยความเขินอายเพราะตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยพูดกับใครแบบนี้มาก่อน ได้แต่หวังว่าราเชนจะพอใจและยอมปล่อยผ่าน
เขายิ้มกว้างแล้วบอกเธอด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “แบมือสิ พี่จะให้ของขวัญ” ก่อนจะหยิบของบางอย่างออกจากกระเป๋าเสื้อวางบนฝ่ามือของเธอ
ทุกคนจ้องของขวัญที่ราเชนพูดถึงเมื่อครู่แล้วมองหน้าเขาราวกับถามหาความหมายของการให้เกียร์เป็นของขวัญน้องปีหนึ่งเพราะคิดว่าราเชนคงจะเคยเอาไปให้สาวที่ไหนหรือไม่ก็ทำหายไปตั้งแต่วันแรกที่ได้แล้ว คนอย่างเขานี่นะเก็บเกียร์ไว้จนป่านนี้
“เอ่อ…” เฌอริลิณญ์รู้ความหมายของการให้เกียร์ “คุณ…”
“ของขวัญชิ้นแรก เก็บไว้ดี ๆ ล่ะ” เขากระซิบบอกเธอแล้วยกข้อมือข้างซ้ายขึ้นมาให้เธอได้เห็นว่าเขาเองก็สวมของขวัญที่เธอให้ไว้เช่นเดียวกัน
จู่ ๆ เสียงของหัวหน้าสาขาปีสองก็ดังขึ้น “ว่าแต่ทำไมน้องเฌอเรียกรุ่นพี่ห่างเหินจังเลยครับ ตอนนี้เป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกันแล้วนะ”
“…” ชายหนุ่มที่ถูกกล่าวถึงไม่ได้พูดอะไร ปล่อยให้เรื่องราวเป็นไปตามธรรมชาติราวกับเตี๊ยมเอาไว้แล้ว
“แต่ว่า…” เธอนึกอยากแย้งขึ้นมาว่าแต่ไหนแต่ไรก็เรียกเขาด้วยคำสุภาพมาโดยตลอด หากแต่ว่าตอนนี้คงไม่อาจหลีกเลี่ยงได้แล้วจึงถอนหายใจอีกเป็นครั้งที่ร้อยของวัน “เฌอจะเก็บของขวัญที่พี่ราเชนไว้ให้ดี ๆ ค่ะ”
นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา เฌอริลิณญ์ได้พบหน้าราเชนบ่อยขึ้น ทั้งในห้องเรียนที่เขาตามเข้ามานั่งเรียนอยู่ข้าง ๆ กันราวกับว่างตลอดทั้งวัน ห้องสมุดที่เธอตั้งใจนั่งอ่านหนังสือเงียบ ๆ กับชมพูและเพื่อนใหม่อย่างแอนนี่ก็ถูกเขาจับจองที่นั่งโต๊ะฝั่งตรงข้าม แม้ชายหนุ่มจะหยิบหนังสือเล่มหนาขึ้นมาเปิดอ่านแต่สายตากลับหลุดโฟกัสมองเธอเหมือนจะจับกิน
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วันไหนที่มีซ้อมเชียร์ เขาจะแสดงตัวว่าเป็นพี่ว๊ากคอยมาแกล้งเธออยู่บ่อย ๆ แต่จะไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้เธออย่างเด็ดขาด
เย็นวันนี้ วิชาเรียนของราเชนเลิกช้ากว่าปกติเพราะมีสอบเล็กน้อย เฌอริลิณญ์จึงคิดว่าเธอจะได้เข้าเชียร์อย่างสบายใจเสียที
เสียงทุ้มของพี่ว๊ากปีสามตะโกนลั่นเพื่อทำให้รุ่นน้องสั่นสะท้านตามแผนที่วางเอาไว้ “แค่นี้ยังทนไม่ได้ ตอนทำงานโหดกว่านี้อีกจะทนได้ไง!!!” เสียงสะท้อนก้องไปมา สีหน้าโหดเหี้ยมของพี่ว๊ากทำเอาขนลุกซู่
“ทำอย่างกับเคยไปทำงาน” แอนนี่ สาวห้าวผมหางม้ากระซิบกับเพื่อน
“อย่าเสียงดัง เดี๋ยวก็โดนดุหรอก” เฌอริลิณญ์ห้ามเพื่อนใหม่เพราะไม่อยากถูกลงโทษหลังเลิกเชียร์จนต้องกลับบ้านช้า แต่ไม่ทันการเสียแล้วเพราะจู่ ๆ พี่ว๊ากอีกคนแสยะยิ้ม “เข้ามาเรียนได้ไม่กี่วันก็กล้านินทารุ่นพี่แล้วหรือไง พวกเธอทั้งสามคนออกมาข้างนอกเดี๋ยวนี้”
หญิงสาวทั้งสามมองหน้ากันเลิ่กลั่ก เฌอริลิณญ์เองก็ทำตัวไม่ถูกเพราะปกติมีใครบางคนอยู่ข้างกายตลอดพลันหันซ้ายหันขวา ก่อนที่คนคนนั้นจะยิ้มให้เธอ “มองหาพี่อยู่เหรอ”
ราเชนเดินมาถึงลานกว้างของคณะพอดิบพอดี สายตาจ้องกลับไปยังเพื่อนร่วมรุ่นที่เป็นพี่ว๊ากคนนั้น แล้วแสยะยิ้มให้กลุ่มรุ่นน้อง เสียงดังใส่เฌอริลิณญ์เป็นครั้งแรก “กล้าพูดว่ารุ่นพี่ซึ่งหน้า ทำตัวไม่เคารพ เมื่อกี้เธอบอกว่าไงนะ ไม่เคยทำงานไม่สิทธิ์พูดแบบนี้เหรอ ถ้าเป็นฉันล่ะ ฉันพูดได้ไหม”
ใคร ๆ ต่างรู้ดีว่าราเชนไม่เพียงเป็นนักศึกษาแต่ยังเป็นว่าที่ประธานบริษัทคนต่อไปอีกด้วย ตั้งแต่จำความได้ พ่อของเขาได้ส่งเข้ามาเรียนรู้งานตั้งแต่ตำแหน่งเล็ก ๆ กว่าจะเลื่อนขั้นมาอยู่ตรงจุดนี้ได้ลำบากยากเย็น และแม้ว่าจะอยู่สูงกว่าใครแล้ว ตำแหน่งก็อาจสั่นคลอนได้ทุกเวลา
เสียงดังลั่นทำเอาหญิงสาวสะดุ้งเพราะไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่ถึงอย่างนั้นก็คิดอยากแย้งว่า “พวกเราไม่ได้พูดแบบนั้นสักหน่อย”
“ต่อปากต่อคำ ไม่รู้สึกผิด” เขาสวนกลับทันควันไม่ยอมรับฟัง นึกอยากเห็นน้ำตาของคนตรงหน้าสักครั้งหรือคำอ้อนวอนขอให้ช่วยปล่อยผ่าน
กระนั้น เฌอริลิณญ์ยังคงกล้าเผชิญหน้ากับเขาอย่างไม่เกรงกลัว พลันได้ยินเสียงแว่วมาจากเพื่อนร่วมรุ่น
“เท่สุด ๆ”
“ฉันอยากให้พี่เขาดุฉันบ้าง”
“กร้าวใจชะมัด”
“ดุฉันแทนได้ไหมคะ”
“รักเขา...”
ทว่า เสียงที่เปล่งออกมาจากหญิงสาวตรงหน้าราเชนกลับเป็น “ไม่ได้เถียงสักหน่อย” ท่าทางเอาเรื่องพร้อมตีกับอีกฝ่ายจนชมพูกับแอนนี่ต้องห้าม
“เฮอะ” เขาแสยะยิ้มแล้วสั่งเสียงเข้ม “วิ่งรอบคณะยี่สิบรอบ”
“หา!” แอนนี่หลุดปากสบถแต่ราเชนบอกว่า “เธอสองคนกลับไปนั่งที่ส่วนเฌอริลิณญ์ วิ่งยี่สิบรอบ ปฏิบัติ!!!”
สิ้นเสียงของเขา เฌอริลิณญ์ทำหน้ามุ่ยใส่ราเชนอย่างตั้งใจแล้วก้มลงผูกเชือกรองเท้าให้แน่นก่อนจะวิ่งรอบคณะอย่างที่เขาสั่งโดยไม่รีรอ
ดวงตาราเชนเบิกโพลงไม่คิดว่าเธอจะเอาจริง เผลอแวบเดียวก็เห็นแค่แผ่นหลังแบบบางค่อย ๆ วิ่งห่างไกลออกไปข้างหน้าจนต้องบอกเพื่อนร่วมรุ่นว่า “เดี๋ยวฉันไปนับรอบเอง” แล้วใส่เกียร์วิ่งตามเฌอริลิณญ์ทันที
รอบที่หนึ่งผ่านไป รอบที่สิบห้าใกล้ครบแล้ว หญิงสาวยังคงมุ่งมั่นทำให้ครบแต่เรี่ยวแรงที่มีเริ่มถดถอยจนแข้งขาพันกันเอง ร่างกายโอนเอนสะดุดไปข้างหน้าหากแต่แขนของคนที่อยู่ข้าง ๆ คว้าเอาไว้ได้ทัน ราเชนโอบกอดร่างบางไว้ในอ้อมแขนก่อนที่ทั้งคู่จะล้มลงพื้น ข้อศอกของเขากระแทกจนแขนเสื้อฉีกขาดเกิดบาดแผลอย่างเห็นได้ชัด“เจ็บตรงไหนหรือเปล่า” ราเชนถามคนในอ้อมกอด“ไม่ค่ะ” หญิงสาวส่ายหน้าแล้วพยายามจะลุกขึ้นแต่เขายังไม่ยอมปล่อยให้เธอเป็นอิสระ “เฌอไม่เป็นไรค่ะ พี่ราเชนปล่อยได้แล้ว”เมื่อได้ยินอย่างนั้นจึงคลายอ้อมกอดแล้วจงใจเผยให้เห็นบาดแผลที่เกิดจากการช่วยเธอเมื่อครู่เฌอริลิณญ์จับแขนของเขายกขึ้นแล้วมองชัด ๆ “ไปทำแผลกันค่ะ” เขาเพิ่งเคยเห็นสีหน้าอย่างนี้ของอีกฝ่ายเป็นครั้งแรกจึงลองทำตัวดื้อดึงไม่ยอมลุกไปทำแผลอย่างที่เธอบอก “ไม่เจ็บเหรอคะ ไปทำแผลกัน”เจ้าตัวนิ่วหน้าแล้วบอกว่า “แผลแค่นี้เองไม่เป็นไรหรอก”“แค่นี้ที่ไหนกันคะ ไม่เห็นเหรอว่าเลือดทะล
มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งวันเปิดเรียนที่ราเชนรอคอยได้มาถึงเพราะวันนี้เขาจะได้เจอกับรุ่นน้องคนพิเศษของเขาสักทีจึงเริ่มต้นวันด้วยการโผล่มาต้อนรับน้องใหม่ตั้งแต่หน้าห้องสาขาทั้ง ๆ ที่ปกติไม่เคยก้าวเท้าเข้ามาวุ่นวายเลยสักครั้งสายตาเจ้าเล่ห์มองเห็นเป้าหมายในระยะสองร้อยเมตร เจ้าตัวเลิกคิ้วแล้วยิ้มมุมปากก่อนจะดูรายชื่อรุ่นพี่รุ่นน้องในมือของหัวหน้าสาขาพร้อมล็อกสายรหัสเรียบร้อยใครจะจับสลากได้ใครก็ทำไปเถอะแต่ราเชนผู้เป็นรุ่นพี่ปีสามคณะวิศวกรรมศาสตร์เลือกแล้วว่าเฌอริลิณญ์คือคนที่จะต้องเป็นหลานรหัสของเขาเท่านั้น“เอ่อ คุณราเชน” หญิงสาวเอ่ยปากทักอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้“ยินดีต้อนรับอย่างเป็นทางการครับ น้องเฌอ” เขายิ้มกว้าง สีหน้าระรื่นเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังมึนงงกับคำเรียกขานที่เปลี่ยนไปพลางนึกขึ้นได้ว่าคงถึงเวลาแล้วสินะที่จะเรียกราเชนแบบห่างเหินไม่ได้อีกต่อไปเพราะตอนนี้ความสัมพันธ์ของพวกเขากลายเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องร่วมคณะไปเสียแล้ว“เฌอ ทางนี้!” เสียงเจื้อยแจ้วของเพื่อนสนิทเฌอริลิณญ์ดังขึ้น ชมพูส
ช่วงอาทิตย์นี้ ราเชนยังคงวุ่นวายกับการประสานงานธุรกิจบริษัทใหม่ ในใจนึกเพียงอย่างเดียวว่าต้องตกลงกันให้เรียบร้อยก่อนถึงวันนัดหมายกับมาริน ลูกสาวของซีอีโอบริษัทเคทีสตีลที่เขาจะต้องแต่งงานด้วยตามคำสั่งของพ่อเขาตั้งใจเลื่อนนัดหมายไปเรื่อย ๆ จนถูกพ่อกดดันไม่น้อย แต่เจ้าตัวรู้ดีว่าพ่อไม่เคยรับฟังเหตุผลเรื่องใดอยู่แล้วจึงไม่คิดบอกสิ่งที่กำลังจะทำแต่ให้อีกฝ่ายรอผลลัพธ์ในคราวเดียววันนี้จึงจำใจยอมมารับประทานอาหารกับมารินเป็นครั้งแรก เขามองเธอด้วยสายตาเรียบเฉยตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าแล้วยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัยเมื่อเข้ามาในห้องอาหารส่วนตัว เขาจึงขยับเก้าอี้ให้เธอนั่งราวกับทำหน้าที่ของสุภาพบุรุษ“สั่งรายการอาหารที่คุณชอบได้เลยนะครับ” เขาเอ่ยกับคนตรงหน้าที่ทำตัวไม่ถูกหญิงสาวรับเมนูมาเปิดดูทีละหน้าแล้วสั่งตามที่ต้องการก่อนจะเอ่ยปากชวนเขาพูดคุยเพื่อทำความสนิทสนมตามประสาหนุ่มสาวนัดดูตัวมือข้างหนึ่งของราเชนเอื้อมแตะหลังมือของมารินพลันได้เห็นปฏิกิริยาที่น่าสนใจ ชายหนุ่มนึกอยากแสยะยิ้มเต็มทีกับสิ่งที่เธอทำ
เช้าวันต่อมาราเชนเข้าไปที่บริษัทเพื่อรับรายงานจากเลขาฯ ส่วนตัว คาดหวังว่าจะเจอสิ่งที่น่าสนใจมากพอภานรินทร์รายงานข้อมูลของเคทีสตีลอย่างละเอียดสมกับที่อดหลับอดนอนจนใต้ตาคล้ำพลางอ่านสีหน้าของราเชนขณะก้มดูรายงานพวกนั้นด้วยความจริงจังแม้ว่าเจ้านายจะมีชื่อเสียงด้านลบเรื่องผู้หญิงแต่หากเป็นเรื่องงาน คนตรงหน้าเขาจริงจังเสมอเพราะถูกคาดหวังจากคนเป็นพ่อไว้มากเวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมงแล้วแต่สายตาของราเชนยังคงจับจ้องรายงานจนแทบไม่ขยับตัวก่อนจะพูดขึ้นมาว่า “ตรงนี้”“ครับ” เลขาฯ หนุ่มรีบเดินเข้ามาดูตรงจุดที่เขาชี้ใกล้ ๆ“ไปสืบมาว่าผู้ชายคนนี้เป็นใครแล้วมีความสัมพันธ์ยังไงกับมาริน” ภานรินทร์เหมือนได้เห็นรอยยิ้มมุมปากของเจ้านายจึงเข้าใจได้ว่าราเชนสบโอกาสเล่นงานเคทีสตีลแล้ว“ครับ” เขาพยักหน้าแล้วรีบสั่งผู้ช่วยจัดการเรื่องนี้เพราะราเชนให้เวลาเพียงแค่ถึงก่อนเลิกงานเท่านั้นช่วงเวลานั้นเฌอริลิณญ์ไปเที่ยวในวันหยุดกับอชิตพลเหมือนอย่างเคย ความสัมพันธ์ของทั้งคู่อยู
ภัตตาคารอาหารญี่ปุ่นราเชนมีนัดหมายดูตัวกับรุ้งไพลินตามลำพัง คำสั่งของพ่อยังคงดังก้องในความคิด เพื่อขยายขอบเขตธุรกิจของตระกูลจำเป็นต้องร่วมมือกับหญิงสาวคนนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้และไม่ว่าอย่างไรก็ต้องหมั้นหมายกับเธอคนนี้ให้ได้เขามองเธอด้วยสายตาดูถูก สีหน้าไม่เป็นมิตรแสดงออกอย่างชัดเจน ก่อนหน้าที่จะมาเจอกันได้ตรวจสอบประวัติของเธอไว้เรียบร้อยแล้วรุ้งไพลินเรียบร้อยและไม่เคยมีข่าวลือเสียหายเลยสักครั้งเดียว ประวัติสะอาดจนหาที่ติไม่ได้แต่กระนั้นราเชนก็ยังมีเรื่องให้พูดประชดประชันเธออยู่วันยังค่ำ“เรื่องธุรกิจก็แค่ร่วมมือกันเฉย ๆ ก็ได้นี่ ไม่เห็นจะต้องแต่งงานกันเลย คุณไม่คิดอย่างนั้นเหรอ” เขาเอ่ยถามอยากรู้ความคิดของอีกฝ่ายท่าทางของรุ้งไพลินดูไม่ยินดียินร้ายเหมือนรู้ว่าตัวเองต้องทำอะไรเพื่อตระกูลในฐานะลูกสาว “นอกจากเรื่องนั้นก็ยังต้องมีลูกเพื่อสืบทอดด้วยนี่คะ”“เฮอะ” เขาแสยะยิ้มแล้วพูดต่อ “คุณจะบอกว่าแต่งงานกับผมทั้ง ๆ ที่ไม่รักได้อย่างนั้นเหรอครับ”ทว่า สีหน้าของเธอ
หลังจากที่เฌอริลิณญ์ได้พบอชิตพลในงานประมูลครั้งนั้น พวกเขานัดมาเจอกันบ่อยขึ้น หญิงสาวกำลังตั้งใจอ่านหนังสือเพื่อเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย ครั้นเห็นว่าอชิตพลเรียนวิชาคณิตศาสตร์เก่งจึงขอให้อีกฝ่ายติวให้เป็นการส่วนตัวแม้ว่าจะห่างหายกันไปนานแต่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ยังคงเหมือนเดิมและยิ่งอยู่ใกล้ชิดจึงมีความรู้สึกหนึ่งเกิดขึ้นในใจของพวกเขา หากแต่ไม่กล้าพูดออกไปเพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะปฏิเสธต่างคนต่างรักษาระยะห่างโดยที่ไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายมีใจให้ตัวเองเหมือนกัน นอกเหนือจากนั้นยังมีตัวแปรที่คอยเข้ามายุ่งวุ่นวายพวกเขาราวกับคนไม่มีสำนึกอีกด้วยงานเลี้ยงของบริษัทด้านอุตสาหกรรมสื่อและการบันเทิงปีนี้เชิญคนดังหลายคนเข้าร่วมงานจึงนับว่าเป็นโอกาสอันดีที่ราเชนจะได้พบกับเจ้าหญิงของอชิตพลอีกครั้ง“สอบติดมหาลัยเดียวกันเลยนี่” ราเชนกล่าวกับเฌอริลิณญ์ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เขาคอยตามดูเธอมาตั้งแต่งานการกุศลครั้งนั้นและยื่นมือเข้าหาเป็นครั้งคราว ค่อย ๆ ทำความสนิทสนมกับหญิงสาวตามประสา “ยินดีด้วยนะ คนเก่ง”“ขอบคุณค่ะ”







