เข้าสู่ระบบช่วงอาทิตย์นี้ ราเชนยังคงวุ่นวายกับการประสานงานธุรกิจบริษัทใหม่ ในใจนึกเพียงอย่างเดียวว่าต้องตกลงกันให้เรียบร้อยก่อนถึงวันนัดหมายกับมาริน ลูกสาวของซีอีโอบริษัทเคทีสตีลที่เขาจะต้องแต่งงานด้วยตามคำสั่งของพ่อ
เขาตั้งใจเลื่อนนัดหมายไปเรื่อย ๆ จนถูกพ่อกดดันไม่น้อย แต่เจ้าตัวรู้ดีว่าพ่อไม่เคยรับฟังเหตุผลเรื่องใดอยู่แล้วจึงไม่คิดบอกสิ่งที่กำลังจะทำแต่ให้อีกฝ่ายรอผลลัพธ์ในคราวเดียว
วันนี้จึงจำใจยอมมารับประทานอาหารกับมารินเป็นครั้งแรก เขามองเธอด้วยสายตาเรียบเฉยตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าแล้วยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย
เมื่อเข้ามาในห้องอาหารส่วนตัว เขาจึงขยับเก้าอี้ให้เธอนั่งราวกับทำหน้าที่ของสุภาพบุรุษ
“สั่งรายการอาหารที่คุณชอบได้เลยนะครับ” เขาเอ่ยกับคนตรงหน้าที่ทำตัวไม่ถูก
หญิงสาวรับเมนูมาเปิดดูทีละหน้าแล้วสั่งตามที่ต้องการก่อนจะเอ่ยปากชวนเขาพูดคุยเพื่อทำความสนิทสนมตามประสาหนุ่มสาวนัดดูตัว
มือข้างหนึ่งของราเชนเอื้อมแตะหลังมือของมารินพลันได้เห็นปฏิกิริยาที่น่าสนใจ ชายหนุ่มนึกอยากแสยะยิ้มเต็มทีกับสิ่งที่เธอทำ
สีหน้าและท่าทางของหญิงสาวเหมือนสาวบริสุทธิ์แต่คนอย่างราเชนกลับดูออกว่าเธอกำลังเล่นละครตบตาเขา นึกเวทนาคนตรงหน้าในใจว่าเธอไม่รู้หรือว่ากำลังนั่งอยู่ต่อหน้าใคร
หากแต่ราเชนก็ไม่น้อยหน้าเช่นกัน เขาเปลี่ยนท่าทีจากนักล่ากลายเป็นคนที่ยอมตามน้ำไปโดยปริยายเหมือนตกหลุมรักเธอตั้งแต่แรกพบจนหญิงสาวคิดว่าเสือตัวนี้กำลังถูกเธอทำให้เชื่อง
การพบกันในวันนี้ทำให้มารินมั่นใจว่างานแต่งงานของคนทั้งสองต้องเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้อย่างแน่นอน หากแต่เธอไม่รู้เลยว่าหลังส่งเธอกลับไปแล้ว เสือที่แกล้งมอบก็ตรงดิ่งไปเที่ยวที่คลับวีไอพีที่เพื่อน ๆ กำลังจัดปาร์ตี้อย่างเมามัน
กัปตัน เพื่อนสนิทของเขาเอ่ยถามด้วยความสงสัยเพราะช่วงนี้ไม่ค่อยได้เห็นหน้าอีกฝ่าย แต่วันนี้กลับโผล่มาที่ประจำได้
“นายมาที่นี่ทำไม”
“ตีกอล์ฟมั้ง” เขากวนประสาทเพื่อนสนิทจนถูกอีกฝ่ายยกมือขึ้นนึกอยากทุบให้รู้แล้วรู้รอด
“เฮ้อ” เอิร์ธได้แต่ถอนหายใจแล้วสั่งเครื่องดื่มที่คนตรงหน้าชอบมาให้อย่างเคยชิน แล้วถามว่า “ทำไมทำหน้าอย่างนั้น ท้องผูกหรือไง”
แววตาไม่สบอารมณ์มองตรงไปยังคนถามกำลังจะอ้าปากพูดอะไรบางอย่างแต่อีกฝ่ายชิงโพล่งออกมาก่อน “ล้อเล่นน่า เอ้านี่ เครื่องดื่มของโปรดนาย วันนี้ฉันเลี้ยงเอง”
เขารับแก้วมาแล้วกระดกเข้าปากรวดเดียวไม่เหมือนอย่างเคย ดื่ม ๆ ไปอย่างนั้นไม่ได้คิดอะไรมากมายนัก ทุกสิ่งรอบตัวดูน่าเบื่อหน่ายไปหมด
แม้ว่าตอนนี้จะมีสาว ๆ มานั่งขนาบสองข้าง หน้าตา รูปร่างตรงตามที่ชอบเพราะเพื่อนสนิทคัดสรรมาให้เป็นอย่างดีแต่ไม่อาจทำให้เขาอารมณ์ดีขึ้นมาได้เลย
จนกระทั่งเห็นข้อความแจ้งเตือนจึงปรายตามองแวบหนึ่งก่อนจะรีบหยิบมือถือมาดูรายละเอียดพึมพำว่า “ไปเที่ยวกับมันอีกแล้วเหรอ”
ชายหนุ่มเลื่อนดูรูปถ่ายของใครบางคน คิ้วขมวดมุ่น หน้ามุ่ยปรากฏชัด คำพูดแผ่วเบาลอยแว่วจากปาก “จะกดอีโมจิไม่ชอบมันกดตรงไหนนะ”
“มันพึมพำอะไรอยู่คนเดียววะ” กัปตันถามเอิร์ธด้วยความอยากรู้เพราะปกติเสือไม่สิ้นลายมักต้องนัวเนียสาว ๆ สร้างบรรยากาศไปแล้วแต่นี่อะไรนั่งจ้องมือถือตาร้อนเป็นไฟแทบแผดเผาทุกอย่างรอบตัว
เอิร์ธจึงยักคิ้วบอกหญิงสาวข้างกายเขาให้จัดการคลายความเครียดให้เพื่อนซี้
“ราเชน ดื่มอีกหน่อยสิคะ” เธอยกแก้วเหล้าขึ้นมา อีกมือหนึ่งจับโทรศัพท์ของราเชนคิดอยากเก็บเอาไว้เพื่อให้เขาสนใจแต่เธอ
แต่มือหนากลับจับโทรศัพท์ไว้แน่นพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “ไปให้พ้นหน้าฉัน”
กัปตันได้ยินเต็มสองหูมองหน้าเพื่อนอีกคนเพราะไม่เคยเห็นราเชนออกปากไล่หญิงสาวที่ตรงสเปกมาก่อน
“ปล่อย!” เขาพูดคำเดียวสั้น ๆ เพราะหญิงสาวยังคงจับไว้แน่นแต่นั่นก็เป็นเพราะเธอช็อกกับคำพูดของเขาไปแล้ว เอิร์ธจึงเข้ามากู้สถานการณ์ไม่ให้มาคุแล้วบอกราเชนว่า “นายอยากทำอะไรก็ตามสบายเลย”
เมื่อได้สิ่งของตัวเองกลับมาจึงเลื่อนดูภาพที่ยังเหลือต่อ ทันใดนั้นก็ยกแขนข้างที่สวมสร้อยข้อมือขึ้นมา ถ่ายรูปแล้วโพสต์ลงในโซเชียล เพิ่มคำกำกับใต้ภาพว่า ของขวัญที่ชอบที่สุด
เขานึกอยากเห็นสีหน้าหญิงสาวจริง ๆ ว่าเธอจะทำอย่างไรพลางคิดว่าจะแท็กบัญชีโซเชียลของเธอไปเลยดีไหม
“ของขวัญเหรอ ใครให้มา” กัปตันเอ่ยถามเพราะเมื่อครู่ราเชนยังทำหน้าบอกบุญไม่รับอยู่เลยแต่ตอนนี้กลับดูผ่อนคลายเหมือนจะอารมณ์ดีขึ้นมาง่าย ๆ
“…” สายตาเขาเหมือนตั้งคำถามประมาณว่า ฉันต้องบอกด้วยเหรอ
กระนั้น เพื่อนสนิทสามารถคาดเดาได้ว่าราเชนคงกำลังหย่อนเบ็ดล่อเหยื่อสักคนจึงยักไหล่แล้วพูดว่า “นายคิดว่าจะใช้เวลานานไหม หนึ่งเดือนหรือสองเดือน”
เฮอะ เขาแสยะยิ้มไม่ตอบอะไรแล้วนึกถึงคำพูดของเธอที่ว่า ถ้าสร้อยเส้นนี้ขาดเมื่อไหร่ ความปรารถนาจะเป็นจริง จนเผลออยากเอากรรไกรมาตัดทิ้งเพราะไม่รู้ว่าสร้อยที่ทำขึ้นมาเป็นอย่างดีจะขาดเมื่อใดและอยากให้ความปรารถนานั้นกลายเป็นจริงเสียเดี๋ยวนี้ด้วยซ้ำ
จู่ ๆ ชายหนุ่มก็ลุกขึ้นแล้วบอกเพื่อนสนิทที่กำลังงุนงงกับอารมณ์เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาของเขาว่า “น่าเบื่อชะมัด ไปละ”
“เดี๋ยวนะ นายบอกว่าน่าเบื่อเหรอ กินยาไม่เขย่าขวดหรือไง” เอิร์ธถามเพราะคนตรงหน้าทำตัวผิดแปลกไปจริง ๆ พลางนึกเป็นห่วง
“นั่นดิ มาที่นี่ทั้งทีก็ต้องควงใครสักคนกลับไปไม่ใช่หรือไง” กัปตันเองก็อยากรู้ว่าอะไรทำให้เขาเปลี่ยนใจ
“…” ชายหนุ่มไม่ตอบให้มากความเดินกลับไปที่รถยนต์สีดำคันใหญ่ที่มีบอดี้การ์ดรออยู่แล้วสั่งให้ตรงดิ่งกลับบ้านในทันที
หนึ่งอาทิตย์ต่อมา
สีหน้าของเขาดูดีขึ้นมากเพราะทุกอย่างเป็นไปตามแผน คู่ค้าตกลงร่วมมือกับเขาด้วยส่วนแบ่งที่ลงตัวจนไม่ต้องกังวลกับเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอีกต่อไป
มารินนัดเจอกับชายหนุ่มที่ร้านอาหารข้างล่างโรงแรมที่เธอชอบไปเป็นประจำ บรรยากาศใต้แสงเทียนดูโรแมนติกจนราเชนคิดว่าคืนนี้คงจะมีอะไรดี ๆ
ใบหน้าของราเชนยิ้มแย้มจนเธอวางใจว่าการเกี่ยวดองระหว่างสองตระกูลจะไม่เกิดปัญหาใด ๆ จนกระทั่งได้ยินคำถามของเขา
“คุณมารินมีอะไรปิดบังผมอยู่หรือเปล่าครับ” เขาถามราวกับให้โอกาสเธอได้สารภาพเรื่องในใจ แต่หญิงสาวยังคงยืนกรานคำเดิมว่า “ไม่มีนี่คะ คุณราเชนอยากรู้อะไรจากมารินเหรอ”
“เปล่าครับ” เขาส่ายหน้าแล้วเอ่ยอีกครั้งว่า “ผมแค่รู้สึกว่าหากจะเป็นคนรักกันก็ไม่ควรมีเรื่องอะไรที่ต้องปิดบังกันนะครับ เพราะเวลาจับโกหกได้มันเจ็บปวด”
รอยยิ้มของเธอดูฝืนเล็กน้อย มือสองข้างสั่นจนต้องหลบไว้ใต้โต๊ะ เสียงหัวใจเต้นตึกตัก ไม่กล้าสบตาราเชนตรง ๆ เหมือนมีเรื่องที่ปิดบังเขาเอาไว้
ครั้นทานอาหารไปได้ไม่เท่าไหร่ ราเชนก้มหน้าลงในทันทีพลางแสยะยิ้มก่อนจะเงยหน้ามองมารินด้วยสายตาหวานหยาดเยิ้ม แก้มแดงระเรื่อ ลมหายใจดูเร่าร้อนจนเธอเผลอยิ้มให้เขาเห็น
มือเล็กของหญิงสาวจับแขนของเขา ไล้นิ้วเกลี่ยเบา ๆ ในขณะที่ปลายเท้าเลื่อนแตะตรงกลางหว่างขาของราเชน
“อา…” เสียงครางแผ่วเบาของราเชนทำให้เธอพอใจเป็นอย่างยิ่ง
ชายหนุ่มแสดงสีหน้าอ้อนวอนเธอให้ช่วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้แต่เพราะก่อนหน้านี้ราเชนทำตัวกวนประสาทเอาไว้มากเธอจึงคิดหยอกล้อเขาเล่นให้พอใจก่อน
กดปลายเท้าลูบคลำกับสิ่งนั้นของเขาอย่างตั้งใจ ยั่วยวนให้เขาต้องการเธอมากกว่านี้จนชายหนุ่มกำมือแน่นพยายามอดทนความต้องการเอาไว้
ทันใดนั้น ราเชนลุกขึ้นพรวดจนบอดี้การ์ดประจำตัวของเขาอย่างนทีรีบวิ่งเข้ามาดูเพราะรู้สึกแปลก ๆ จังหวะนั้นเจ้านายของเขาก็คว่ำหน้าล้มตึงกับพื้นเสียงดังสนั่น
“ผู้จัดการ!!!” นทีตะโกนเรียกสติของเจ้านายก่อนจะได้ยินเสียงกระซิบและรอยยิ้มของราเชน “ยาปลุกเซ็กส์”
บอดี้การ์ดหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่รู้ว่าต้องทำอย่างไรในสถานการณ์นี้เพราะเขาและเจ้านายคาดการณ์เอาไว้ล่วงหน้าแล้วว่าอาจมีเรื่องราวไม่คาดฝันเกิดขึ้น
ราเชนจึงถูกนำตัวไปที่โรงพยาบาลแสร้งว่าล้มหมดสติแต่จริง ๆ แล้วถูกวางยาโดยคนของหญิงสาวตรงหน้าต่างหาก
อาหารในมื้อนั้นโดนเก็บเป็นหลักฐานโดยที่อีกฝ่ายไม่รู้ตัวเพราะคาดไม่ถึงว่าราเชนจะล้มพับไปต่อหน้าต่อตา
แต่ถึงอย่างไร นั่นก็เป็นวิธีที่จะตบตาคนที่คิดหาผลประโยชน์จากเขาได้เป็นอย่างดี นอกจากจะไม่ถูกลากเข้าห้องแล้วก็ยังรอดพ้นจากการต้องถูกใส่ความว่าเป็นพ่อเด็กในท้องของมารินอีกด้วย
แรกเริ่ม ราเชนถามเพราะรู้เหตุผลอยู่แล้วว่าทำไมอีกฝ่ายเร่งรัดจะแต่งงานกับเขาให้ได้ มารินท้องและบริษัทของเธอกำลังเกิดวิกฤติ ดังนั้น คนที่จะช่วยให้รอดได้ก็มีเพียงแค่เพชรจิราสกุลและเพลย์บอยที่มีข่าวกับผู้หญิงไปทั่วอย่างราเชนเท่านั้น
หากจะพลาดทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งท้องขึ้นมาก็คงไม่มีใครสงสัย เธออาจจะโดนตราหน้าว่ารักสนุกเพียงชั่วคราวแต่ถ้าช่วยให้ลูกมีพ่อและบริษัทตัวเองไม่ล้มละลายก็ถือว่าคุ้มที่จะลองเสี่ยง
ทว่า ความฝันนั้นคงต้องแตกสลายเพราะราเชนเกลียดคนที่ใช้เขาเป็นเครื่องมือมากที่สุด แม้จะมีข่าวทางนั้นกับผู้หญิงอื่น ๆ แต่ไม่ใช่ว่าเขาไม่ป้องกันเพราะราเชนไม่เคยลืมว่าลูกคือสิ่งมีชีวิตที่ต้องรับผิดชอบและที่สำคัญต้องเกิดจากผู้หญิงที่เขารักเท่านั้น
เรื่องราวที่ลูกสาวบริษัทเคทีสตีลปิดบังเอาไว้จึงถูกแหล่งข่าวนิรนามส่งข้อมูลให้นักข่าวซุบซิบตีแผ่
กลางดึกคืนนั้นจึงเกิดเรื่องเด่นประเด็นร้อนขึ้นมาทันที เท่านั้นคงยังไม่ทำให้ราเชนพอใจได้ ผลการตรวจสอบอาหารที่ตรวจสอบไว้ก็ถูกกระพือไปทั่วเช่นกันว่ามีคนกำลังยัดเยียดให้เขาเป็นพ่อของเด็ก สร้างภาพน่าสงสารออกไปจนได้รับข้อความจากเพื่อนสนิทที่ถามมาด้วยความสงสัยว่าทำไมเสืออย่างเขาจึงตกหลุมพราง
ชื่อเสียงของเคทีสตีลดิ่งลงในทันใด เรื่องที่บริษัทกำลังจะล้มละลายเพราะทำธุรกิจไม่โปร่งใสก็แดงขึ้นมาจนสื่อหลายเจ้าแย่งกันรายงานข่าวพึ่บพั่บ
“ผู้จัดการต้องการอะไรอีกไหมครับ” นทีถามเจ้านายที่กำลังนอนอยู่บนเตียงโรงพยาบาลพลางดูข่าวประเด็นร้อน สังเกตว่าเขายังคงมีอาการอะไรอยู่หรือไม่
“ไม่ต้องแล้วละ” เจ้าตัวยิ้มกว้างอารมณ์ดีเพราะสะสางปัญหาคาใจที่มีมาเกือบเดือนจนหมดสิ้น นึกหวังว่าเรื่องน่าปวดหัวคราวนี้จะทำให้พ่อสำนึกได้ว่าไม่ควรบังคับให้เขาแต่งงานกับใครสุ่มสี่สุ่มห้าอีกแล้ว
สายตาพลันมองมือถือรอข้อความจากใครบางคน นึกในใจว่า ข่าวออกโครม ๆ ทำไมไม่ส่งข้อความมาถามกันบ้างเลย
รอบที่หนึ่งผ่านไป รอบที่สิบห้าใกล้ครบแล้ว หญิงสาวยังคงมุ่งมั่นทำให้ครบแต่เรี่ยวแรงที่มีเริ่มถดถอยจนแข้งขาพันกันเอง ร่างกายโอนเอนสะดุดไปข้างหน้าหากแต่แขนของคนที่อยู่ข้าง ๆ คว้าเอาไว้ได้ทัน ราเชนโอบกอดร่างบางไว้ในอ้อมแขนก่อนที่ทั้งคู่จะล้มลงพื้น ข้อศอกของเขากระแทกจนแขนเสื้อฉีกขาดเกิดบาดแผลอย่างเห็นได้ชัด“เจ็บตรงไหนหรือเปล่า” ราเชนถามคนในอ้อมกอด“ไม่ค่ะ” หญิงสาวส่ายหน้าแล้วพยายามจะลุกขึ้นแต่เขายังไม่ยอมปล่อยให้เธอเป็นอิสระ “เฌอไม่เป็นไรค่ะ พี่ราเชนปล่อยได้แล้ว”เมื่อได้ยินอย่างนั้นจึงคลายอ้อมกอดแล้วจงใจเผยให้เห็นบาดแผลที่เกิดจากการช่วยเธอเมื่อครู่เฌอริลิณญ์จับแขนของเขายกขึ้นแล้วมองชัด ๆ “ไปทำแผลกันค่ะ” เขาเพิ่งเคยเห็นสีหน้าอย่างนี้ของอีกฝ่ายเป็นครั้งแรกจึงลองทำตัวดื้อดึงไม่ยอมลุกไปทำแผลอย่างที่เธอบอก “ไม่เจ็บเหรอคะ ไปทำแผลกัน”เจ้าตัวนิ่วหน้าแล้วบอกว่า “แผลแค่นี้เองไม่เป็นไรหรอก”“แค่นี้ที่ไหนกันคะ ไม่เห็นเหรอว่าเลือดทะล
มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งวันเปิดเรียนที่ราเชนรอคอยได้มาถึงเพราะวันนี้เขาจะได้เจอกับรุ่นน้องคนพิเศษของเขาสักทีจึงเริ่มต้นวันด้วยการโผล่มาต้อนรับน้องใหม่ตั้งแต่หน้าห้องสาขาทั้ง ๆ ที่ปกติไม่เคยก้าวเท้าเข้ามาวุ่นวายเลยสักครั้งสายตาเจ้าเล่ห์มองเห็นเป้าหมายในระยะสองร้อยเมตร เจ้าตัวเลิกคิ้วแล้วยิ้มมุมปากก่อนจะดูรายชื่อรุ่นพี่รุ่นน้องในมือของหัวหน้าสาขาพร้อมล็อกสายรหัสเรียบร้อยใครจะจับสลากได้ใครก็ทำไปเถอะแต่ราเชนผู้เป็นรุ่นพี่ปีสามคณะวิศวกรรมศาสตร์เลือกแล้วว่าเฌอริลิณญ์คือคนที่จะต้องเป็นหลานรหัสของเขาเท่านั้น“เอ่อ คุณราเชน” หญิงสาวเอ่ยปากทักอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้“ยินดีต้อนรับอย่างเป็นทางการครับ น้องเฌอ” เขายิ้มกว้าง สีหน้าระรื่นเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังมึนงงกับคำเรียกขานที่เปลี่ยนไปพลางนึกขึ้นได้ว่าคงถึงเวลาแล้วสินะที่จะเรียกราเชนแบบห่างเหินไม่ได้อีกต่อไปเพราะตอนนี้ความสัมพันธ์ของพวกเขากลายเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องร่วมคณะไปเสียแล้ว“เฌอ ทางนี้!” เสียงเจื้อยแจ้วของเพื่อนสนิทเฌอริลิณญ์ดังขึ้น ชมพูส
ช่วงอาทิตย์นี้ ราเชนยังคงวุ่นวายกับการประสานงานธุรกิจบริษัทใหม่ ในใจนึกเพียงอย่างเดียวว่าต้องตกลงกันให้เรียบร้อยก่อนถึงวันนัดหมายกับมาริน ลูกสาวของซีอีโอบริษัทเคทีสตีลที่เขาจะต้องแต่งงานด้วยตามคำสั่งของพ่อเขาตั้งใจเลื่อนนัดหมายไปเรื่อย ๆ จนถูกพ่อกดดันไม่น้อย แต่เจ้าตัวรู้ดีว่าพ่อไม่เคยรับฟังเหตุผลเรื่องใดอยู่แล้วจึงไม่คิดบอกสิ่งที่กำลังจะทำแต่ให้อีกฝ่ายรอผลลัพธ์ในคราวเดียววันนี้จึงจำใจยอมมารับประทานอาหารกับมารินเป็นครั้งแรก เขามองเธอด้วยสายตาเรียบเฉยตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าแล้วยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัยเมื่อเข้ามาในห้องอาหารส่วนตัว เขาจึงขยับเก้าอี้ให้เธอนั่งราวกับทำหน้าที่ของสุภาพบุรุษ“สั่งรายการอาหารที่คุณชอบได้เลยนะครับ” เขาเอ่ยกับคนตรงหน้าที่ทำตัวไม่ถูกหญิงสาวรับเมนูมาเปิดดูทีละหน้าแล้วสั่งตามที่ต้องการก่อนจะเอ่ยปากชวนเขาพูดคุยเพื่อทำความสนิทสนมตามประสาหนุ่มสาวนัดดูตัวมือข้างหนึ่งของราเชนเอื้อมแตะหลังมือของมารินพลันได้เห็นปฏิกิริยาที่น่าสนใจ ชายหนุ่มนึกอยากแสยะยิ้มเต็มทีกับสิ่งที่เธอทำ
เช้าวันต่อมาราเชนเข้าไปที่บริษัทเพื่อรับรายงานจากเลขาฯ ส่วนตัว คาดหวังว่าจะเจอสิ่งที่น่าสนใจมากพอภานรินทร์รายงานข้อมูลของเคทีสตีลอย่างละเอียดสมกับที่อดหลับอดนอนจนใต้ตาคล้ำพลางอ่านสีหน้าของราเชนขณะก้มดูรายงานพวกนั้นด้วยความจริงจังแม้ว่าเจ้านายจะมีชื่อเสียงด้านลบเรื่องผู้หญิงแต่หากเป็นเรื่องงาน คนตรงหน้าเขาจริงจังเสมอเพราะถูกคาดหวังจากคนเป็นพ่อไว้มากเวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมงแล้วแต่สายตาของราเชนยังคงจับจ้องรายงานจนแทบไม่ขยับตัวก่อนจะพูดขึ้นมาว่า “ตรงนี้”“ครับ” เลขาฯ หนุ่มรีบเดินเข้ามาดูตรงจุดที่เขาชี้ใกล้ ๆ“ไปสืบมาว่าผู้ชายคนนี้เป็นใครแล้วมีความสัมพันธ์ยังไงกับมาริน” ภานรินทร์เหมือนได้เห็นรอยยิ้มมุมปากของเจ้านายจึงเข้าใจได้ว่าราเชนสบโอกาสเล่นงานเคทีสตีลแล้ว“ครับ” เขาพยักหน้าแล้วรีบสั่งผู้ช่วยจัดการเรื่องนี้เพราะราเชนให้เวลาเพียงแค่ถึงก่อนเลิกงานเท่านั้นช่วงเวลานั้นเฌอริลิณญ์ไปเที่ยวในวันหยุดกับอชิตพลเหมือนอย่างเคย ความสัมพันธ์ของทั้งคู่อยู
ภัตตาคารอาหารญี่ปุ่นราเชนมีนัดหมายดูตัวกับรุ้งไพลินตามลำพัง คำสั่งของพ่อยังคงดังก้องในความคิด เพื่อขยายขอบเขตธุรกิจของตระกูลจำเป็นต้องร่วมมือกับหญิงสาวคนนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้และไม่ว่าอย่างไรก็ต้องหมั้นหมายกับเธอคนนี้ให้ได้เขามองเธอด้วยสายตาดูถูก สีหน้าไม่เป็นมิตรแสดงออกอย่างชัดเจน ก่อนหน้าที่จะมาเจอกันได้ตรวจสอบประวัติของเธอไว้เรียบร้อยแล้วรุ้งไพลินเรียบร้อยและไม่เคยมีข่าวลือเสียหายเลยสักครั้งเดียว ประวัติสะอาดจนหาที่ติไม่ได้แต่กระนั้นราเชนก็ยังมีเรื่องให้พูดประชดประชันเธออยู่วันยังค่ำ“เรื่องธุรกิจก็แค่ร่วมมือกันเฉย ๆ ก็ได้นี่ ไม่เห็นจะต้องแต่งงานกันเลย คุณไม่คิดอย่างนั้นเหรอ” เขาเอ่ยถามอยากรู้ความคิดของอีกฝ่ายท่าทางของรุ้งไพลินดูไม่ยินดียินร้ายเหมือนรู้ว่าตัวเองต้องทำอะไรเพื่อตระกูลในฐานะลูกสาว “นอกจากเรื่องนั้นก็ยังต้องมีลูกเพื่อสืบทอดด้วยนี่คะ”“เฮอะ” เขาแสยะยิ้มแล้วพูดต่อ “คุณจะบอกว่าแต่งงานกับผมทั้ง ๆ ที่ไม่รักได้อย่างนั้นเหรอครับ”ทว่า สีหน้าของเธอ
หลังจากที่เฌอริลิณญ์ได้พบอชิตพลในงานประมูลครั้งนั้น พวกเขานัดมาเจอกันบ่อยขึ้น หญิงสาวกำลังตั้งใจอ่านหนังสือเพื่อเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย ครั้นเห็นว่าอชิตพลเรียนวิชาคณิตศาสตร์เก่งจึงขอให้อีกฝ่ายติวให้เป็นการส่วนตัวแม้ว่าจะห่างหายกันไปนานแต่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ยังคงเหมือนเดิมและยิ่งอยู่ใกล้ชิดจึงมีความรู้สึกหนึ่งเกิดขึ้นในใจของพวกเขา หากแต่ไม่กล้าพูดออกไปเพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะปฏิเสธต่างคนต่างรักษาระยะห่างโดยที่ไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายมีใจให้ตัวเองเหมือนกัน นอกเหนือจากนั้นยังมีตัวแปรที่คอยเข้ามายุ่งวุ่นวายพวกเขาราวกับคนไม่มีสำนึกอีกด้วยงานเลี้ยงของบริษัทด้านอุตสาหกรรมสื่อและการบันเทิงปีนี้เชิญคนดังหลายคนเข้าร่วมงานจึงนับว่าเป็นโอกาสอันดีที่ราเชนจะได้พบกับเจ้าหญิงของอชิตพลอีกครั้ง“สอบติดมหาลัยเดียวกันเลยนี่” ราเชนกล่าวกับเฌอริลิณญ์ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เขาคอยตามดูเธอมาตั้งแต่งานการกุศลครั้งนั้นและยื่นมือเข้าหาเป็นครั้งคราว ค่อย ๆ ทำความสนิทสนมกับหญิงสาวตามประสา “ยินดีด้วยนะ คนเก่ง”“ขอบคุณค่ะ”