Masukเช้าวันต่อมา
ราเชนเข้าไปที่บริษัทเพื่อรับรายงานจากเลขาฯ ส่วนตัว คาดหวังว่าจะเจอสิ่งที่น่าสนใจมากพอ
ภานรินทร์รายงานข้อมูลของเคทีสตีลอย่างละเอียดสมกับที่อดหลับอดนอนจนใต้ตาคล้ำพลางอ่านสีหน้าของราเชนขณะก้มดูรายงานพวกนั้นด้วยความจริงจัง
แม้ว่าเจ้านายจะมีชื่อเสียงด้านลบเรื่องผู้หญิงแต่หากเป็นเรื่องงาน คนตรงหน้าเขาจริงจังเสมอเพราะถูกคาดหวังจากคนเป็นพ่อไว้มาก
เวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมงแล้วแต่สายตาของราเชนยังคงจับจ้องรายงานจนแทบไม่ขยับตัวก่อนจะพูดขึ้นมาว่า “ตรงนี้”
“ครับ” เลขาฯ หนุ่มรีบเดินเข้ามาดูตรงจุดที่เขาชี้ใกล้ ๆ
“ไปสืบมาว่าผู้ชายคนนี้เป็นใครแล้วมีความสัมพันธ์ยังไงกับมาริน” ภานรินทร์เหมือนได้เห็นรอยยิ้มมุมปากของเจ้านายจึงเข้าใจได้ว่าราเชนสบโอกาสเล่นงานเคทีสตีลแล้ว
“ครับ” เขาพยักหน้าแล้วรีบสั่งผู้ช่วยจัดการเรื่องนี้เพราะราเชนให้เวลาเพียงแค่ถึงก่อนเลิกงานเท่านั้น
ช่วงเวลานั้น
เฌอริลิณญ์ไปเที่ยวในวันหยุดกับอชิตพลเหมือนอย่างเคย ความสัมพันธ์ของทั้งคู่อยู่ในสายตาของผู้ใหญ่ จนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะสมจึงไม่มีใครก้าวล้ำเส้นเลยแม้แต่น้อย
อชิตพลชวนหญิงสาวไปเที่ยวชมนิทรรศการแสงไฟเพราะคิดว่าเธอคงจะชอบ บรรยากาศภายในงานเหมือนกำลังล่องลอยอยู่ในดินแดนแฟนตาซี
ดวงไฟหลากหลายสีสันถูกจัดเป็นทุ่งดอกไม้บ้าง ดวงดาวที่ห้อยระย้าจากบนท้องฟ้าบ้างแต่สิ่งที่เฌอริลิณญ์ชอบมากที่สุดคือโซนจัดแสดงแสงไฟที่เป็นแนวยาววิบวับลอยเลื่อนสลับฝั่งกันไปมาเสมือนตัวเรากำลังทะลุมิติไปต่างแดน
สายตาของเขาจ้องคนตรงหน้าไม่วางตา ความรู้สึกต่าง ๆ ปริ่มอยู่ในใจแต่พยายามไม่แสดงออกมากเกินไป คอยเดินตามหลังเธอในบางครั้ง เดินข้าง ๆ เธอในบางคราเพียงเท่านี้ก็รู้สึกมีความสุข
ครั้นเดินเที่ยวชมจนพอใจแล้ว ชายหนุ่มจึงพาเธอไปที่ร้านอาหารชั้นบนสุดของสถานที่จัดงาน บริเวณระเบียงใหญ่ด้านนอกร้านมีลักษณะพื้นกระจกแผ่นหนาที่ทอดตัวยาวออกไปนอกอาคาร
เธอยืนอยู่ตรงขอบไม่กล้าเดินออกไปเพราะสามารถมองทะลุพื้นใสลงไปเห็นถนนสายเล็กข้างล่างได้ชัดเจน
“ไม่เอาค่ะ ไม่ไปเด็ดขาด” เธอส่ายหน้าปฏิเสธทันควัน แม้จะรู้ว่ากระจกที่นำมาทำเป็นพื้นจะแข็งแรงแต่เพราะข้างใต้ไม่มีอะไรกั้นอยู่จึงไม่คิดเสี่ยงกับสิ่งที่ไม่แน่นอน
คนเป็นพี่เห็นดังนั้นจึงเป็นฝ่ายก้าวขาออกไปก่อนแต่ไม่ทันที่ฝ่าเท้าจะสัมผัสกับพื้นกระจกก็ถูกเฌอริลิณญ์คว้าแขนเอาไว้
“…” เขามองหญิงสาวที่กำลังทำหน้ากังวลราวกับไม่อยากให้เขาไปไหน
“เฌอรู้ว่าพี่เหนือไม่กลัว แต่ว่าพี่เหนือมีชีวิตเดียวนะคะ ถ้ากระจกมันร้าวตอนที่พี่เหนือเดินไปพอดีล่ะ” เฌอริลิณญ์อธิบายเหตุผลรองรับการกระทำในเวลานี้
เขาลูบศีรษะเจ้าของดวงตาสีน้ำตาลเข้มอมเขียวด้วยความอ่อนโยนก่อนจะพูดว่า “เป็นเพราะดูหนังเรื่องนั้นใช่ไหมถึงได้กลัวแบบนี้”
“ไม่ใช่แค่เรื่องนี้สักหน่อย” เธอส่ายหน้าไม่ยอมรับความจริงว่าฝังใจกับเหตุการณ์ในภาพยนตร์เรื่องโกงความตาย
อชิตพลรู้เป็นอย่างดีว่าเหตุผลหลักต้องมาจากการที่หญิงสาวดูภาพยนตร์เรื่องนั้นกับพี่ชายแท้ ๆ ของเธอตอนเด็ก ๆ อย่างแน่นอนเพราะเขมภัทรยังกลัวฉากทำเลสิคจากหนังเรื่องนั้น ไม่กล้าไปทำเลสิคจนถึงทุกวันนี้จึงได้แต่ใส่แว่นกลายเป็นชายหนุ่มวัยยี่สิบหกปีที่ดูสุขุมจนเกินวัย
“อืม ถ้าอย่างนั้นไปนั่งโต๊ะดีกว่า” เขารู้ว่าเธอเป็นห่วงจึงยอมทำตามแต่โดยดี
ระหว่างรับประทานอาหารร่วมกัน ทั้งคู่ก็พูดคุยเรื่องที่เธอกำลังจะได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัย ชายหนุ่มให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเตรียมตัว เลือกวิชาเรียนที่สามารถต่อยอดได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ต้องพบเจอกับใครที่เขาไม่อยากนึกถึงสักเท่าไหร่
“เฌอเข้าใจแล้วค่ะ พี่เหนือไม่ต้องเป็นห่วงนะ” เฌอริลิณญ์ยิ้มให้เขา แต่กระนั้นอีกฝ่ายก็ยังเป็นกังวลอยู่ดีเพราะกลัวว่าเธอจะตกหลุมพลางจึงได้แต่ฝากฝังเพื่อนที่เรียนอยู่ในคณะนั้นให้คอยช่วยดูอยู่ห่าง ๆ
เมื่ออาหารหวานวางตรงหน้าเฌอริลิณญ์ เธอมองหน้าเขาเหมือนต้องการบางสิ่งบางอย่าง
อชิตพลหยิบมือถือขึ้นมาแล้วพูดว่า “กล้องพร้อมแล้ว เชิญคุณหนูโพสต์ท่าได้เลยครับ” เขายิ้มกว้างรับบทเป็นช่างกล้องส่วนตัวของเธอแล้วถ่ายภาพมุมต่าง ๆ ด้วยความจริงจังเผลอคิดว่าตัวเองเป็นช่างภาพไปแล้วจริง ๆ “เดี๋ยวพี่ส่งให้ในแชตนะ”
“…” เธอพยักหน้าแล้วหยิบถ้วยนมข้นหวานที่วางอยู่ในถาดราดลงบนบิงซูหน้าสตรอว์เบอร์รีก่อนจะตักชีสสี่เหลี่ยมก้อนเล็ก ๆ ที่อยู่ข้างขอบถ้วยกินอย่างเอร็ดอร่อย
“ไม่ต้องรีบกินขนาดนั้นก็ได้ พี่ไม่แย่งหรอก” คนตรงหน้าเผลอยิ้มไม่ได้ที่เห็นเฌอริลิณญ์ยังคงเป็นเด็กน้อยเหมือนในวันวาน เขาหยิบทิชชู่แล้วเอื้อมมือไปเช็ดมุมปากที่เปื้อนซอสคาราเมลแผ่วเบาโดยไม่รู้ตัวเลยว่าการกระทำนั้นจะส่งผลกับหัวใจของเธออย่างไรบ้าง
เสียงหัวใจเต้นตึกตักราวรัวกลอง แก้มแดงระเรื่อเล็กน้อยก่อนที่เธอจะแก้ไขสถานการณ์นั้นด้วยการตักบิงซูคำใหญ่เข้าปากแก้เขินแต่นั่นก็ยิ่งทำให้มุมปากเลอะไปใหญ่
“ใจเย็น ๆ น่า พี่บอกแล้วไงว่าพี่ไม่แย่งหรอก” เขายื่นทิชชู่ไปข้างหน้าเตรียมจะเช็ดให้เหมือนที่เคยทำแต่คราวนี้เฌอริลิณญ์หยิบมาเช็ดเองเพราะกลัวว่าหัวใจจะเต้นแรงกว่านี้จนเป็นลมไป
ครั้นทานอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทั้งคู่ก็ออกมาเดินเล่นสวนชั้นลอยเพราะวันนี้อากาศดี เมฆหนาประดับท้องฟ้าช่วยบังแสงอาทิตย์ไม่ให้สาดส่องลงมามากเกินไป ช่องว่างรอยต่อระหว่างก้อนเมฆจึงพอมีแสงรำไรให้เห็นอยู่บ้าง
เฌอริลิณญ์หยิบมือถือออกมาเลือกรูปที่คิดว่าสวยที่สุดเพื่อโพสต์ลงในโซเชียลของตัวเอง บันทึกเอาไว้เป็นความทรงจำว่าวันนี้ได้ออกมาเที่ยวเล่นกับคนที่แอบชอบมาตั้งแต่เด็ก
ขณะที่อีกฟากหนึ่ง
ราเชนกำลังนั่งรอข้อมูลจากเลขาฯ ส่วนตัวด้วยความเบื่อหน่ายพลันได้รับแจ้งเตือนว่าบัญชีโซเชียลคนที่ตัวเองกำลังติดตามอยู่มีความเคลื่อนไหว
สายตามองภาพนั้นด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อยเพราะเงาที่สะท้อนตรงแว่นตากันแดดดูอย่างไรก็เป็นคนที่เขาไม่ชอบหน้าเอาเสียเลย ยิ่งเห็นว่าเธอยิ้มสดใส สีหน้าระรื่นก็ยิ่งไม่สบอารมณ์
เขาไม่เคยเข้าใจเลยว่าทำไมตัวเองต้องดิ้นรนอยู่คนเดียว ทั้ง ๆ ที่อชิตพลสามารถไปเที่ยวเล่นหรือทำอะไรได้ตามใจชอบ และในขณะที่เขาทุ่มเทเพื่อบริษัทมากขนาดนี้แต่ก็ยังมีฝ่ายตรงข้ามอีกสองสามกลุ่มที่พร้อมจะเลื่อยขาเก้าอี้เขาอยู่วันยังค่ำ
แม้จะไม่ชอบใจที่คู่แข่งยังคงได้ใช้ชีวิตตามสบายอย่างนั้นแต่ชั่วขณะหนึ่งกลับแสยะยิ้มออกมาพลางคิดในใจว่า สุดท้ายแล้ว เธอจะต้องเป็นของฉัน
ราเชนไม่รู้ตัวเลยว่าเลื่อนดูภาพของเฌอริลิณญ์ในบัญชีโซเชียลนานจนเลยเวลาเดดไลน์ที่สั่งให้ทีมเลขาฯ ไปหาข้อมูลของคนที่เขาจะต้องไปพบในเร็ววัน
“ผู้จัดการครับ” เสียงทุ้มของชายหนุ่มที่รีบกุลีกุจอเข้ามารายงานความเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความกังวลเพราะกลัวว่าจะต้องถูกเจ้านายบ่นจนหูชาที่ไม่อาจส่งรายงานได้ตามเวลากำหนด
แต่เมื่อมองคนตรงหน้ากลับพบว่าเจ้านายคนนี้ไม่ได้มีทีท่าหงุดหงิดเลยสักนิด หากจะพูดให้ถูกก็คงจะประมาณว่าเขากำลังอารมณ์ดีต่างหาก
ภานรินทร์ลอบถอนหายใจ รู้สึกรอดตัวไปหนึ่งวันเพราะไม่อย่างนั้นคงเก็บคำพูดของเจ้านายไปฝันคืนนี้แน่ ๆ
“ว่ามาสิ” น้ำเสียงแผ่วเบาเอ่ยขึ้น มือข้างหนึ่งหมุนปากกาเล่นขณะฟังรายงานไปด้วย
เลขาฯ ส่วนตัวเล่ารายละเอียดที่ขุดลึกจนความจริงหลายอย่างเปิดเผยก่อนจะแอบสังเกตท่าทีของราเชนไปด้วย
“ดีมาก”
คำพูดชมเชยของราเชนทำให้ภานรินทร์รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยเพราะตั้งแต่ที่เข้าทำงานที่นี่เมื่อสองปีก่อนไม่เคยได้ยินอะไรแบบนี้เลย
“ผู้จัดการจะดำเนินการต่อไปยังไงเหรอครับ” เขาเอ่ยถามเพราะไม่รู้ความคิดของคนที่ยิ้มเจ้าเล่ห์แต่คาดเดาได้ว่าคงจะเล่นใหญ่จนแตกหักกันไปข้างหนึ่งเหมือนที่แล้วมา
เลขาฯ ส่วนตัวของราเชนรู้ดีว่าเจ้านายเป็นคนอย่างไร เขาไม่ชอบให้ใครมาเอาเปรียบหรือถูกใครใช้เป็นเครื่องมือ ทั้งยังไม่ชอบตกเป็นรองหรือพ่ายแพ้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดก็ตาม
หากอยากได้ต้องได้และถ้าไม่สนใจสิ่งใดก็จะไม่แยแสหรือชายตามองให้เสียเวลา
ในใจของภานรินทร์กำลังคาดการณ์สิ่งที่ราเชนคิดอยากจะทำเพื่อเตรียมรับมือในฐานะผู้ช่วยของเขา ไว้อาลัยกลุ่มบริษัทเคทีสตีลล่วงหน้าที่กล้าหาผลประโยชน์จากคนที่อันตรายที่สุดของตระกูลเพชรจิราสกุล
ราเชนพยักหน้าให้เลขาฯ เลิกงานได้ส่วนตัวเขายังคงนั่งเล่นอยู่ที่ห้องทำงานต่อ สายตาจ้องมองหน้าจอมือถือจนเลขาฯ นึกสงสัยว่าเขากำลังสนใจอะไรกันแน่แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มมีเลศนัยแล้วก็คิดว่ารีบเลิกงานดีกว่าเพราะไม่อยากรับรู้เรื่องส่วนตัวเจ้าปัญหาของราเชน
บรรยากาศด้านนอกห้องทำงานที่เคยตึงเครียดเมื่อครู่หายไปในพริบตา พนักงานทุกคนต่างเม้มปากเพราะอยากกรี๊ดใจจะขาด วันนี้ทุกคนจึงชวนกันไปฉลองที่ทำงานได้สำเร็จลุล่วงคลายความเครียดที่อดหลับอดนอนหลายวัน
ไม่กี่นาทีหลังจากนั้น
เฌอริลิณญ์เพิ่งจะอาบน้ำเป่าผมเสร็จพลันเห็นว่าหน้าจอมือถือสว่างขึ้นจึงมาดูว่ามีอะไรแจ้งเตือน ดวงตากลับเบิกโตและงุนงงเป็นอย่างยิ่งว่าเขาทำแบบนั้นไปทำไมเพราะราเชนกระหน่ำกดหัวใจให้ทุกภาพที่เธอโพสต์เหมือนเป็นบอทโต้ตอบอัตโนมัติ
ส่วนอชิตพลที่เห็นเหมือนกันได้แต่ถอนหายใจเพราะห้ามอย่างไรก็ไม่เคยห้ามได้นึกอยากให้เฌอริลิณญ์ปิดบัญชีโซเชียลทิ้งไปให้รู้แล้วรู้รอด
คนเดียวที่ชอบใจการกระทำเหล่านี้คงหนีไม่พ้นตัวปัญหา ราเชนยิ้มหน้าระรื่นอยู่คนเดียวพลางมองสร้อยข้อมือที่เธอซื้อให้ด้วยสีหน้าร่าเริงผิดปกติวิสัย
รอบที่หนึ่งผ่านไป รอบที่สิบห้าใกล้ครบแล้ว หญิงสาวยังคงมุ่งมั่นทำให้ครบแต่เรี่ยวแรงที่มีเริ่มถดถอยจนแข้งขาพันกันเอง ร่างกายโอนเอนสะดุดไปข้างหน้าหากแต่แขนของคนที่อยู่ข้าง ๆ คว้าเอาไว้ได้ทัน ราเชนโอบกอดร่างบางไว้ในอ้อมแขนก่อนที่ทั้งคู่จะล้มลงพื้น ข้อศอกของเขากระแทกจนแขนเสื้อฉีกขาดเกิดบาดแผลอย่างเห็นได้ชัด“เจ็บตรงไหนหรือเปล่า” ราเชนถามคนในอ้อมกอด“ไม่ค่ะ” หญิงสาวส่ายหน้าแล้วพยายามจะลุกขึ้นแต่เขายังไม่ยอมปล่อยให้เธอเป็นอิสระ “เฌอไม่เป็นไรค่ะ พี่ราเชนปล่อยได้แล้ว”เมื่อได้ยินอย่างนั้นจึงคลายอ้อมกอดแล้วจงใจเผยให้เห็นบาดแผลที่เกิดจากการช่วยเธอเมื่อครู่เฌอริลิณญ์จับแขนของเขายกขึ้นแล้วมองชัด ๆ “ไปทำแผลกันค่ะ” เขาเพิ่งเคยเห็นสีหน้าอย่างนี้ของอีกฝ่ายเป็นครั้งแรกจึงลองทำตัวดื้อดึงไม่ยอมลุกไปทำแผลอย่างที่เธอบอก “ไม่เจ็บเหรอคะ ไปทำแผลกัน”เจ้าตัวนิ่วหน้าแล้วบอกว่า “แผลแค่นี้เองไม่เป็นไรหรอก”“แค่นี้ที่ไหนกันคะ ไม่เห็นเหรอว่าเลือดทะล
มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งวันเปิดเรียนที่ราเชนรอคอยได้มาถึงเพราะวันนี้เขาจะได้เจอกับรุ่นน้องคนพิเศษของเขาสักทีจึงเริ่มต้นวันด้วยการโผล่มาต้อนรับน้องใหม่ตั้งแต่หน้าห้องสาขาทั้ง ๆ ที่ปกติไม่เคยก้าวเท้าเข้ามาวุ่นวายเลยสักครั้งสายตาเจ้าเล่ห์มองเห็นเป้าหมายในระยะสองร้อยเมตร เจ้าตัวเลิกคิ้วแล้วยิ้มมุมปากก่อนจะดูรายชื่อรุ่นพี่รุ่นน้องในมือของหัวหน้าสาขาพร้อมล็อกสายรหัสเรียบร้อยใครจะจับสลากได้ใครก็ทำไปเถอะแต่ราเชนผู้เป็นรุ่นพี่ปีสามคณะวิศวกรรมศาสตร์เลือกแล้วว่าเฌอริลิณญ์คือคนที่จะต้องเป็นหลานรหัสของเขาเท่านั้น“เอ่อ คุณราเชน” หญิงสาวเอ่ยปากทักอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้“ยินดีต้อนรับอย่างเป็นทางการครับ น้องเฌอ” เขายิ้มกว้าง สีหน้าระรื่นเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังมึนงงกับคำเรียกขานที่เปลี่ยนไปพลางนึกขึ้นได้ว่าคงถึงเวลาแล้วสินะที่จะเรียกราเชนแบบห่างเหินไม่ได้อีกต่อไปเพราะตอนนี้ความสัมพันธ์ของพวกเขากลายเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องร่วมคณะไปเสียแล้ว“เฌอ ทางนี้!” เสียงเจื้อยแจ้วของเพื่อนสนิทเฌอริลิณญ์ดังขึ้น ชมพูส
ช่วงอาทิตย์นี้ ราเชนยังคงวุ่นวายกับการประสานงานธุรกิจบริษัทใหม่ ในใจนึกเพียงอย่างเดียวว่าต้องตกลงกันให้เรียบร้อยก่อนถึงวันนัดหมายกับมาริน ลูกสาวของซีอีโอบริษัทเคทีสตีลที่เขาจะต้องแต่งงานด้วยตามคำสั่งของพ่อเขาตั้งใจเลื่อนนัดหมายไปเรื่อย ๆ จนถูกพ่อกดดันไม่น้อย แต่เจ้าตัวรู้ดีว่าพ่อไม่เคยรับฟังเหตุผลเรื่องใดอยู่แล้วจึงไม่คิดบอกสิ่งที่กำลังจะทำแต่ให้อีกฝ่ายรอผลลัพธ์ในคราวเดียววันนี้จึงจำใจยอมมารับประทานอาหารกับมารินเป็นครั้งแรก เขามองเธอด้วยสายตาเรียบเฉยตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าแล้วยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัยเมื่อเข้ามาในห้องอาหารส่วนตัว เขาจึงขยับเก้าอี้ให้เธอนั่งราวกับทำหน้าที่ของสุภาพบุรุษ“สั่งรายการอาหารที่คุณชอบได้เลยนะครับ” เขาเอ่ยกับคนตรงหน้าที่ทำตัวไม่ถูกหญิงสาวรับเมนูมาเปิดดูทีละหน้าแล้วสั่งตามที่ต้องการก่อนจะเอ่ยปากชวนเขาพูดคุยเพื่อทำความสนิทสนมตามประสาหนุ่มสาวนัดดูตัวมือข้างหนึ่งของราเชนเอื้อมแตะหลังมือของมารินพลันได้เห็นปฏิกิริยาที่น่าสนใจ ชายหนุ่มนึกอยากแสยะยิ้มเต็มทีกับสิ่งที่เธอทำ
เช้าวันต่อมาราเชนเข้าไปที่บริษัทเพื่อรับรายงานจากเลขาฯ ส่วนตัว คาดหวังว่าจะเจอสิ่งที่น่าสนใจมากพอภานรินทร์รายงานข้อมูลของเคทีสตีลอย่างละเอียดสมกับที่อดหลับอดนอนจนใต้ตาคล้ำพลางอ่านสีหน้าของราเชนขณะก้มดูรายงานพวกนั้นด้วยความจริงจังแม้ว่าเจ้านายจะมีชื่อเสียงด้านลบเรื่องผู้หญิงแต่หากเป็นเรื่องงาน คนตรงหน้าเขาจริงจังเสมอเพราะถูกคาดหวังจากคนเป็นพ่อไว้มากเวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมงแล้วแต่สายตาของราเชนยังคงจับจ้องรายงานจนแทบไม่ขยับตัวก่อนจะพูดขึ้นมาว่า “ตรงนี้”“ครับ” เลขาฯ หนุ่มรีบเดินเข้ามาดูตรงจุดที่เขาชี้ใกล้ ๆ“ไปสืบมาว่าผู้ชายคนนี้เป็นใครแล้วมีความสัมพันธ์ยังไงกับมาริน” ภานรินทร์เหมือนได้เห็นรอยยิ้มมุมปากของเจ้านายจึงเข้าใจได้ว่าราเชนสบโอกาสเล่นงานเคทีสตีลแล้ว“ครับ” เขาพยักหน้าแล้วรีบสั่งผู้ช่วยจัดการเรื่องนี้เพราะราเชนให้เวลาเพียงแค่ถึงก่อนเลิกงานเท่านั้นช่วงเวลานั้นเฌอริลิณญ์ไปเที่ยวในวันหยุดกับอชิตพลเหมือนอย่างเคย ความสัมพันธ์ของทั้งคู่อยู
ภัตตาคารอาหารญี่ปุ่นราเชนมีนัดหมายดูตัวกับรุ้งไพลินตามลำพัง คำสั่งของพ่อยังคงดังก้องในความคิด เพื่อขยายขอบเขตธุรกิจของตระกูลจำเป็นต้องร่วมมือกับหญิงสาวคนนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้และไม่ว่าอย่างไรก็ต้องหมั้นหมายกับเธอคนนี้ให้ได้เขามองเธอด้วยสายตาดูถูก สีหน้าไม่เป็นมิตรแสดงออกอย่างชัดเจน ก่อนหน้าที่จะมาเจอกันได้ตรวจสอบประวัติของเธอไว้เรียบร้อยแล้วรุ้งไพลินเรียบร้อยและไม่เคยมีข่าวลือเสียหายเลยสักครั้งเดียว ประวัติสะอาดจนหาที่ติไม่ได้แต่กระนั้นราเชนก็ยังมีเรื่องให้พูดประชดประชันเธออยู่วันยังค่ำ“เรื่องธุรกิจก็แค่ร่วมมือกันเฉย ๆ ก็ได้นี่ ไม่เห็นจะต้องแต่งงานกันเลย คุณไม่คิดอย่างนั้นเหรอ” เขาเอ่ยถามอยากรู้ความคิดของอีกฝ่ายท่าทางของรุ้งไพลินดูไม่ยินดียินร้ายเหมือนรู้ว่าตัวเองต้องทำอะไรเพื่อตระกูลในฐานะลูกสาว “นอกจากเรื่องนั้นก็ยังต้องมีลูกเพื่อสืบทอดด้วยนี่คะ”“เฮอะ” เขาแสยะยิ้มแล้วพูดต่อ “คุณจะบอกว่าแต่งงานกับผมทั้ง ๆ ที่ไม่รักได้อย่างนั้นเหรอครับ”ทว่า สีหน้าของเธอ
หลังจากที่เฌอริลิณญ์ได้พบอชิตพลในงานประมูลครั้งนั้น พวกเขานัดมาเจอกันบ่อยขึ้น หญิงสาวกำลังตั้งใจอ่านหนังสือเพื่อเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย ครั้นเห็นว่าอชิตพลเรียนวิชาคณิตศาสตร์เก่งจึงขอให้อีกฝ่ายติวให้เป็นการส่วนตัวแม้ว่าจะห่างหายกันไปนานแต่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ยังคงเหมือนเดิมและยิ่งอยู่ใกล้ชิดจึงมีความรู้สึกหนึ่งเกิดขึ้นในใจของพวกเขา หากแต่ไม่กล้าพูดออกไปเพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะปฏิเสธต่างคนต่างรักษาระยะห่างโดยที่ไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายมีใจให้ตัวเองเหมือนกัน นอกเหนือจากนั้นยังมีตัวแปรที่คอยเข้ามายุ่งวุ่นวายพวกเขาราวกับคนไม่มีสำนึกอีกด้วยงานเลี้ยงของบริษัทด้านอุตสาหกรรมสื่อและการบันเทิงปีนี้เชิญคนดังหลายคนเข้าร่วมงานจึงนับว่าเป็นโอกาสอันดีที่ราเชนจะได้พบกับเจ้าหญิงของอชิตพลอีกครั้ง“สอบติดมหาลัยเดียวกันเลยนี่” ราเชนกล่าวกับเฌอริลิณญ์ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เขาคอยตามดูเธอมาตั้งแต่งานการกุศลครั้งนั้นและยื่นมือเข้าหาเป็นครั้งคราว ค่อย ๆ ทำความสนิทสนมกับหญิงสาวตามประสา “ยินดีด้วยนะ คนเก่ง”“ขอบคุณค่ะ”







