Mag-log inเช้าวันต่อมา
ราเชนเข้าไปที่บริษัทเพื่อรับรายงานจากเลขาฯ ส่วนตัว คาดหวังว่าจะเจอสิ่งที่น่าสนใจมากพอ
ภานรินทร์รายงานข้อมูลของเคทีสตีลอย่างละเอียดสมกับที่อดหลับอดนอนจนใต้ตาคล้ำพลางอ่านสีหน้าของราเชนขณะก้มดูรายงานพวกนั้นด้วยความจริงจัง
แม้ว่าเจ้านายจะมีชื่อเสียงด้านลบเรื่องผู้หญิงแต่หากเป็นเรื่องงาน คนตรงหน้าเขาจริงจังเสมอเพราะถูกคาดหวังจากคนเป็นพ่อไว้มาก
เวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมงแล้วแต่สายตาของราเชนยังคงจับจ้องรายงานจนแทบไม่ขยับตัวก่อนจะพูดขึ้นมาว่า “ตรงนี้”
“ครับ” เลขาฯ หนุ่มรีบเดินเข้ามาดูตรงจุดที่เขาชี้ใกล้ ๆ
“ไปสืบมาว่าผู้ชายคนนี้เป็นใครแล้วมีความสัมพันธ์ยังไงกับมาริน” ภานรินทร์เหมือนได้เห็นรอยยิ้มมุมปากของเจ้านายจึงเข้าใจได้ว่าราเชนสบโอกาสเล่นงานเคทีสตีลแล้ว
“ครับ” เขาพยักหน้าแล้วรีบสั่งผู้ช่วยจัดการเรื่องนี้เพราะราเชนให้เวลาเพียงแค่ถึงก่อนเลิกงานเท่านั้น
ช่วงเวลานั้น
เฌอริลิณญ์ไปเที่ยวในวันหยุดกับอชิตพลเหมือนอย่างเคย ความสัมพันธ์ของทั้งคู่อยู่ในสายตาของผู้ใหญ่ จนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะสมจึงไม่มีใครก้าวล้ำเส้นเลยแม้แต่น้อย
อชิตพลชวนหญิงสาวไปเที่ยวชมนิทรรศการแสงไฟเพราะคิดว่าเธอคงจะชอบ บรรยากาศภายในงานเหมือนกำลังล่องลอยอยู่ในดินแดนแฟนตาซี
ดวงไฟหลากหลายสีสันถูกจัดเป็นทุ่งดอกไม้บ้าง ดวงดาวที่ห้อยระย้าจากบนท้องฟ้าบ้างแต่สิ่งที่เฌอริลิณญ์ชอบมากที่สุดคือโซนจัดแสดงแสงไฟที่เป็นแนวยาววิบวับลอยเลื่อนสลับฝั่งกันไปมาเสมือนตัวเรากำลังทะลุมิติไปต่างแดน
สายตาของเขาจ้องคนตรงหน้าไม่วางตา ความรู้สึกต่าง ๆ ปริ่มอยู่ในใจแต่พยายามไม่แสดงออกมากเกินไป คอยเดินตามหลังเธอในบางครั้ง เดินข้าง ๆ เธอในบางคราเพียงเท่านี้ก็รู้สึกมีความสุข
ครั้นเดินเที่ยวชมจนพอใจแล้ว ชายหนุ่มจึงพาเธอไปที่ร้านอาหารชั้นบนสุดของสถานที่จัดงาน บริเวณระเบียงใหญ่ด้านนอกร้านมีลักษณะพื้นกระจกแผ่นหนาที่ทอดตัวยาวออกไปนอกอาคาร
เธอยืนอยู่ตรงขอบไม่กล้าเดินออกไปเพราะสามารถมองทะลุพื้นใสลงไปเห็นถนนสายเล็กข้างล่างได้ชัดเจน
“ไม่เอาค่ะ ไม่ไปเด็ดขาด” เธอส่ายหน้าปฏิเสธทันควัน แม้จะรู้ว่ากระจกที่นำมาทำเป็นพื้นจะแข็งแรงแต่เพราะข้างใต้ไม่มีอะไรกั้นอยู่จึงไม่คิดเสี่ยงกับสิ่งที่ไม่แน่นอน
คนเป็นพี่เห็นดังนั้นจึงเป็นฝ่ายก้าวขาออกไปก่อนแต่ไม่ทันที่ฝ่าเท้าจะสัมผัสกับพื้นกระจกก็ถูกเฌอริลิณญ์คว้าแขนเอาไว้
“…” เขามองหญิงสาวที่กำลังทำหน้ากังวลราวกับไม่อยากให้เขาไปไหน
“เฌอรู้ว่าพี่เหนือไม่กลัว แต่ว่าพี่เหนือมีชีวิตเดียวนะคะ ถ้ากระจกมันร้าวตอนที่พี่เหนือเดินไปพอดีล่ะ” เฌอริลิณญ์อธิบายเหตุผลรองรับการกระทำในเวลานี้
เขาลูบศีรษะเจ้าของดวงตาสีน้ำตาลเข้มอมเขียวด้วยความอ่อนโยนก่อนจะพูดว่า “เป็นเพราะดูหนังเรื่องนั้นใช่ไหมถึงได้กลัวแบบนี้”
“ไม่ใช่แค่เรื่องนี้สักหน่อย” เธอส่ายหน้าไม่ยอมรับความจริงว่าฝังใจกับเหตุการณ์ในภาพยนตร์เรื่องโกงความตาย
อชิตพลรู้เป็นอย่างดีว่าเหตุผลหลักต้องมาจากการที่หญิงสาวดูภาพยนตร์เรื่องนั้นกับพี่ชายแท้ ๆ ของเธอตอนเด็ก ๆ อย่างแน่นอนเพราะเขมภัทรยังกลัวฉากทำเลสิคจากหนังเรื่องนั้น ไม่กล้าไปทำเลสิคจนถึงทุกวันนี้จึงได้แต่ใส่แว่นกลายเป็นชายหนุ่มวัยยี่สิบหกปีที่ดูสุขุมจนเกินวัย
“อืม ถ้าอย่างนั้นไปนั่งโต๊ะดีกว่า” เขารู้ว่าเธอเป็นห่วงจึงยอมทำตามแต่โดยดี
ระหว่างรับประทานอาหารร่วมกัน ทั้งคู่ก็พูดคุยเรื่องที่เธอกำลังจะได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัย ชายหนุ่มให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเตรียมตัว เลือกวิชาเรียนที่สามารถต่อยอดได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ต้องพบเจอกับใครที่เขาไม่อยากนึกถึงสักเท่าไหร่
“เฌอเข้าใจแล้วค่ะ พี่เหนือไม่ต้องเป็นห่วงนะ” เฌอริลิณญ์ยิ้มให้เขา แต่กระนั้นอีกฝ่ายก็ยังเป็นกังวลอยู่ดีเพราะกลัวว่าเธอจะตกหลุมพลางจึงได้แต่ฝากฝังเพื่อนที่เรียนอยู่ในคณะนั้นให้คอยช่วยดูอยู่ห่าง ๆ
เมื่ออาหารหวานวางตรงหน้าเฌอริลิณญ์ เธอมองหน้าเขาเหมือนต้องการบางสิ่งบางอย่าง
อชิตพลหยิบมือถือขึ้นมาแล้วพูดว่า “กล้องพร้อมแล้ว เชิญคุณหนูโพสต์ท่าได้เลยครับ” เขายิ้มกว้างรับบทเป็นช่างกล้องส่วนตัวของเธอแล้วถ่ายภาพมุมต่าง ๆ ด้วยความจริงจังเผลอคิดว่าตัวเองเป็นช่างภาพไปแล้วจริง ๆ “เดี๋ยวพี่ส่งให้ในแชตนะ”
“…” เธอพยักหน้าแล้วหยิบถ้วยนมข้นหวานที่วางอยู่ในถาดราดลงบนบิงซูหน้าสตรอว์เบอร์รีก่อนจะตักชีสสี่เหลี่ยมก้อนเล็ก ๆ ที่อยู่ข้างขอบถ้วยกินอย่างเอร็ดอร่อย
“ไม่ต้องรีบกินขนาดนั้นก็ได้ พี่ไม่แย่งหรอก” คนตรงหน้าเผลอยิ้มไม่ได้ที่เห็นเฌอริลิณญ์ยังคงเป็นเด็กน้อยเหมือนในวันวาน เขาหยิบทิชชู่แล้วเอื้อมมือไปเช็ดมุมปากที่เปื้อนซอสคาราเมลแผ่วเบาโดยไม่รู้ตัวเลยว่าการกระทำนั้นจะส่งผลกับหัวใจของเธออย่างไรบ้าง
เสียงหัวใจเต้นตึกตักราวรัวกลอง แก้มแดงระเรื่อเล็กน้อยก่อนที่เธอจะแก้ไขสถานการณ์นั้นด้วยการตักบิงซูคำใหญ่เข้าปากแก้เขินแต่นั่นก็ยิ่งทำให้มุมปากเลอะไปใหญ่
“ใจเย็น ๆ น่า พี่บอกแล้วไงว่าพี่ไม่แย่งหรอก” เขายื่นทิชชู่ไปข้างหน้าเตรียมจะเช็ดให้เหมือนที่เคยทำแต่คราวนี้เฌอริลิณญ์หยิบมาเช็ดเองเพราะกลัวว่าหัวใจจะเต้นแรงกว่านี้จนเป็นลมไป
ครั้นทานอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทั้งคู่ก็ออกมาเดินเล่นสวนชั้นลอยเพราะวันนี้อากาศดี เมฆหนาประดับท้องฟ้าช่วยบังแสงอาทิตย์ไม่ให้สาดส่องลงมามากเกินไป ช่องว่างรอยต่อระหว่างก้อนเมฆจึงพอมีแสงรำไรให้เห็นอยู่บ้าง
เฌอริลิณญ์หยิบมือถือออกมาเลือกรูปที่คิดว่าสวยที่สุดเพื่อโพสต์ลงในโซเชียลของตัวเอง บันทึกเอาไว้เป็นความทรงจำว่าวันนี้ได้ออกมาเที่ยวเล่นกับคนที่แอบชอบมาตั้งแต่เด็ก
ขณะที่อีกฟากหนึ่ง
ราเชนกำลังนั่งรอข้อมูลจากเลขาฯ ส่วนตัวด้วยความเบื่อหน่ายพลันได้รับแจ้งเตือนว่าบัญชีโซเชียลคนที่ตัวเองกำลังติดตามอยู่มีความเคลื่อนไหว
สายตามองภาพนั้นด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อยเพราะเงาที่สะท้อนตรงแว่นตากันแดดดูอย่างไรก็เป็นคนที่เขาไม่ชอบหน้าเอาเสียเลย ยิ่งเห็นว่าเธอยิ้มสดใส สีหน้าระรื่นก็ยิ่งไม่สบอารมณ์
เขาไม่เคยเข้าใจเลยว่าทำไมตัวเองต้องดิ้นรนอยู่คนเดียว ทั้ง ๆ ที่อชิตพลสามารถไปเที่ยวเล่นหรือทำอะไรได้ตามใจชอบ และในขณะที่เขาทุ่มเทเพื่อบริษัทมากขนาดนี้แต่ก็ยังมีฝ่ายตรงข้ามอีกสองสามกลุ่มที่พร้อมจะเลื่อยขาเก้าอี้เขาอยู่วันยังค่ำ
แม้จะไม่ชอบใจที่คู่แข่งยังคงได้ใช้ชีวิตตามสบายอย่างนั้นแต่ชั่วขณะหนึ่งกลับแสยะยิ้มออกมาพลางคิดในใจว่า สุดท้ายแล้ว เธอจะต้องเป็นของฉัน
ราเชนไม่รู้ตัวเลยว่าเลื่อนดูภาพของเฌอริลิณญ์ในบัญชีโซเชียลนานจนเลยเวลาเดดไลน์ที่สั่งให้ทีมเลขาฯ ไปหาข้อมูลของคนที่เขาจะต้องไปพบในเร็ววัน
“ผู้จัดการครับ” เสียงทุ้มของชายหนุ่มที่รีบกุลีกุจอเข้ามารายงานความเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความกังวลเพราะกลัวว่าจะต้องถูกเจ้านายบ่นจนหูชาที่ไม่อาจส่งรายงานได้ตามเวลากำหนด
แต่เมื่อมองคนตรงหน้ากลับพบว่าเจ้านายคนนี้ไม่ได้มีทีท่าหงุดหงิดเลยสักนิด หากจะพูดให้ถูกก็คงจะประมาณว่าเขากำลังอารมณ์ดีต่างหาก
ภานรินทร์ลอบถอนหายใจ รู้สึกรอดตัวไปหนึ่งวันเพราะไม่อย่างนั้นคงเก็บคำพูดของเจ้านายไปฝันคืนนี้แน่ ๆ
“ว่ามาสิ” น้ำเสียงแผ่วเบาเอ่ยขึ้น มือข้างหนึ่งหมุนปากกาเล่นขณะฟังรายงานไปด้วย
เลขาฯ ส่วนตัวเล่ารายละเอียดที่ขุดลึกจนความจริงหลายอย่างเปิดเผยก่อนจะแอบสังเกตท่าทีของราเชนไปด้วย
“ดีมาก”
คำพูดชมเชยของราเชนทำให้ภานรินทร์รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยเพราะตั้งแต่ที่เข้าทำงานที่นี่เมื่อสองปีก่อนไม่เคยได้ยินอะไรแบบนี้เลย
“ผู้จัดการจะดำเนินการต่อไปยังไงเหรอครับ” เขาเอ่ยถามเพราะไม่รู้ความคิดของคนที่ยิ้มเจ้าเล่ห์แต่คาดเดาได้ว่าคงจะเล่นใหญ่จนแตกหักกันไปข้างหนึ่งเหมือนที่แล้วมา
เลขาฯ ส่วนตัวของราเชนรู้ดีว่าเจ้านายเป็นคนอย่างไร เขาไม่ชอบให้ใครมาเอาเปรียบหรือถูกใครใช้เป็นเครื่องมือ ทั้งยังไม่ชอบตกเป็นรองหรือพ่ายแพ้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดก็ตาม
หากอยากได้ต้องได้และถ้าไม่สนใจสิ่งใดก็จะไม่แยแสหรือชายตามองให้เสียเวลา
ในใจของภานรินทร์กำลังคาดการณ์สิ่งที่ราเชนคิดอยากจะทำเพื่อเตรียมรับมือในฐานะผู้ช่วยของเขา ไว้อาลัยกลุ่มบริษัทเคทีสตีลล่วงหน้าที่กล้าหาผลประโยชน์จากคนที่อันตรายที่สุดของตระกูลเพชรจิราสกุล
ราเชนพยักหน้าให้เลขาฯ เลิกงานได้ส่วนตัวเขายังคงนั่งเล่นอยู่ที่ห้องทำงานต่อ สายตาจ้องมองหน้าจอมือถือจนเลขาฯ นึกสงสัยว่าเขากำลังสนใจอะไรกันแน่แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มมีเลศนัยแล้วก็คิดว่ารีบเลิกงานดีกว่าเพราะไม่อยากรับรู้เรื่องส่วนตัวเจ้าปัญหาของราเชน
บรรยากาศด้านนอกห้องทำงานที่เคยตึงเครียดเมื่อครู่หายไปในพริบตา พนักงานทุกคนต่างเม้มปากเพราะอยากกรี๊ดใจจะขาด วันนี้ทุกคนจึงชวนกันไปฉลองที่ทำงานได้สำเร็จลุล่วงคลายความเครียดที่อดหลับอดนอนหลายวัน
ไม่กี่นาทีหลังจากนั้น
เฌอริลิณญ์เพิ่งจะอาบน้ำเป่าผมเสร็จพลันเห็นว่าหน้าจอมือถือสว่างขึ้นจึงมาดูว่ามีอะไรแจ้งเตือน ดวงตากลับเบิกโตและงุนงงเป็นอย่างยิ่งว่าเขาทำแบบนั้นไปทำไมเพราะราเชนกระหน่ำกดหัวใจให้ทุกภาพที่เธอโพสต์เหมือนเป็นบอทโต้ตอบอัตโนมัติ
ส่วนอชิตพลที่เห็นเหมือนกันได้แต่ถอนหายใจเพราะห้ามอย่างไรก็ไม่เคยห้ามได้นึกอยากให้เฌอริลิณญ์ปิดบัญชีโซเชียลทิ้งไปให้รู้แล้วรู้รอด
คนเดียวที่ชอบใจการกระทำเหล่านี้คงหนีไม่พ้นตัวปัญหา ราเชนยิ้มหน้าระรื่นอยู่คนเดียวพลางมองสร้อยข้อมือที่เธอซื้อให้ด้วยสีหน้าร่าเริงผิดปกติวิสัย
เมื่อถึงกำหนดการบินกลับประเทศ เฌอริลิณญ์พาณิชามาส่งพี่ชายคนใหม่ที่สนามบินพร้อมกับราเชน เด็กชายยื่นตุ๊กตาเจ้าหญิงให้เธอเป็นของขวัญ เจ้าตัวยิ้มกว้างเรียกชื่อเธอและพูดอย่างชัดถ้อยชัดคำเป็นภาษาไทยที่แอบฝึกเมื่อไม่กี่วันก่อน“เจอกันใหม่นะ เจ้าสาวของฉัน” วาเลรีก้มลงหอมแก้มเธอด้วยสีหน้ายิ้มแย้มท่ามกลางสายตาของคนเป็นพ่อแม่ และคนที่ตกใจมากที่สุดก็คือราเชน ดวงตาเบิกกว้าง อ้าปากเตรียมโวยวายแต่ถูกภรรยาปิดปากไว้ก่อนชายหนุ่มจับมือเธอออกแล้วบ่นงุบงิบ “เด็กนั่นหอมแก้มลูกสาวเรานะ” ก่อนจะหันไปมองค้อนอชิตพล “แล้วอะไรอีกนะ เจ้าสาวเหรอ ใครอนุญาตให้เรียกลูกสาวฉันแบบนั้น ทำไมนายไม่รู้จักห้ามลูกตัวเอง”คนตรงหน้าขมวดคิ้วมุ่น เพิ่งจะรู้ว่าตัวเองเป็นพ่อคนไม่กี่วันก่อนแต่กลับกลายเป็นคนที่โดนด่าว่าไม่สั่งสอนลูกเสียอย่างนั้น เจ้าตัวไม่สนใจคนขี้หวงเดินมาร่ำลาเฌอริลิณญ์เพราะคงต้องอยู่ที่ต่างประเทศอีกนานกว่าเรื่องราวทั้งหมดจะสะสาง“รีบไปสักที” คนหวงก้างไม่ยอมเลิกราง่าย ๆ “ลูกกับภรรยานายรออยู่ตรงนั้นแล้ว ไปสักทีเถอะ”“เออรู้แล้ว…” อชิตพลเบ้หน้าใส่คู่แข่งแล้วบอกทิ้งท้ายว่า “จบงานนี้เมื่อไหร่ฉันจะมาจัดการนายทีหลัง ดูแล
ราเชนฟังไม่ออกว่าวาเลรีพูดอะไรกับแม่ของเขาบ้างเพราะสื่อสารเป็นภาษารัสเซีย แต่เด็กน้อยแสดงออกถึงท่าทางงอแงเหมือนไม่ได้ดั่งใจ สีหน้าไม่สบอารมณ์ราวกับเป็นคุณชายตัวน้อยที่ทุกคนต้องคอยเอาอกเอาใจวาเลรีวางสายแล้วหันมาบอกราเชนว่า [ยังไงคุณก็เป็นพ่อของผม เพราะฉะนั้นช่วยกลับรัสเซียกับผมด้วยครับ][ทำไมต้องคะยั้นคะยอให้กลับขนาดนี้ นายมีเรื่องอะไรปิดบังกันแน่] ชายหนุ่มไม่รู้เลยว่าพวกเขามีเรื่องอะไรกันเพราะแม่ของเขาบอกแค่เพียงว่าเรื่องมันยาวจะเล่าให้ฟังตอนที่เดินทางถึงประเทศไทยเท่านั้น[เพราะคุณทิ้งพวกเรามา รู้ไหมว่าตอนนี้กลุ่มเชคอฟกำลังบังคับให้แม่แต่งงานกับเขา] เด็กน้อยไม่สบอารมณ์ที่มีคนมารังแกแม่ของตัวเอง แม้จะเป็นตระกูลมาเฟียเหมือนกันแต่ว่าผู้เป็นตากำลังล้มป่วยทำให้ไม่สามารถยืนหยัดปกป้องได้เท่าที่ควรจนเหมือนตระกูลใหญ่กำลังเสื่อมอำนาจวาเลรีคิดแค่เพียงว่าหากเขามีพ่อจะทำให้สมดุลอำนาจกลับมาและคนที่จะมาเป็นพ่อของเขาก็ต้องดูเหมือนเสือร้ายพร้อมขย้ำทุกคนเช่นกัน[ในมือถือนายก็มีรูปของพ่อแท้ ๆ อยู่นี่ ชวนพ่อนายกลับรัสเซียสิ] ราเชนโน้มน้าวใจให้เด็กน้อยเลิกเรียกเขาว่าพ่อสักทีเพราะกลัวว่าเฌอริลิณญ์ได้ยินแ
“โอ๊ะ…” ราเชนเผลอหลุดปากบอกคนอื่นเร็วเกินไปหนึ่งวัน เพราะพวกเขาตั้งใจจะเซอร์ไพรส์ทุกคนในวันพรุ่งนี้ เขาตอบทันที “ครับ... สามเดือนแล้วด้วย”“ว้าว! ฉันจะมีหลานอีกคนแล้ว แต่ไม่สิ นายอย่าเพิ่งมาเปลี่ยนเรื่อง ตกลงว่าคนในข่าวใช่นายหรือเปล่า” เขมภัทรยังคงไม่ลืมเรื่องที่ค้างคา“ไม่ใช่ครับ คุณคอยตามสืบเรื่องของผมอยู่แล้วนี่ ถ้าผมทำอย่างนั้นจริง คุณคงไม่ปล่อยให้ผมรอดมายืนเถียงกับคุณหรอกใช่ไหมล่ะ” ราเชนอธิบายอย่างเป็นเหตุเป็นผล “ผมอยู่กับเฌอริลิณญ์ทั้งวันทั้งคืน ตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋ขนาดนี้แล้วจะมีเวลาไหนไปยุ่งกับคนอื่น”“ฉันไม่ผิดสักหน่อย ก็นายมันพวกคนมีอดีตนี่” คนเป็นพี่ชายไม่เคยเชื่อว่าเขาจะกลับตัวกลับใจจริง เวลามีเรื่องนิดหน่อยก็เริ่มระแวงเพราะเป็นห่วงน้องสาว“พี่เขม ทำอะไรอยู่คะ” เสียงหวานที่คุ้นเคยดังเล็ดลอดออกมา “พี่ราเชนโทรมาเหรอ”“อืม” เขายิ้มให้เธออย่างอ่อนโยนก่อนจะพูดกระซิบกับคนปลายสายว่า “อย่าให้ฉันจับได้แล้วกัน ไม่งั้นฉันจะอุ้มน้องสาวฉันหนีจากนาย”ราเชนคิดในใจ เฮอะ ผู้หญิงของตัวเองก็มีอยู่แล้ว ทำไมต้องมายุ่งกับผู้หญิงของฉันด้วย สั่งให้นทีพาผู้หญิงคนนั้นไปซ่อนดีไหมนะ ชายหนุ่มกำลังนึ
เวลาผ่านไปสองปีเศษราเชนเพิ่งตื่นนอน ท่าทางงัวเงียเพราะเมื่อคืนนี้จัดหนักจนแทบไม่ได้นอนพลันรู้สึกได้ว่าข้างกายมีไออุ่นของใครบางคนอิงแอบใกล้ชิด มือข้างหนึ่งลูบไล้เอวบาง ผิวนวลของเรือนร่างเปลือยเปล่ากระตุ้นให้ส่วนล่างตื่นตัวตั้งแต่เช้า มืออีกข้างเกี่ยวผมที่ปิดหน้าขึ้น อยากเห็นใบหน้าคนรัก“เธอเป็นใคร!” ดวงตาของเขาเบิกโตเมื่อเห็นว่าคนที่นอนกอดอยู่ไม่ใช่เฌอริลิณญ์ผู้เป็นภรรยาหญิงสาวตกใจเสียงของเขาจึงสะดุ้งตื่นแล้วบอกว่า “ทำไมถึงลืมกันเร็วขนาดนั้นคะ เมื่อคืนเราสองคนทำอะไรหลายอย่างด้วยกัน จำไม่ได้เลยเหรอ”“อย่าเข้ามาใกล้ฉันนะ” ราเชนขยับตัวออกห่างพลางมองรอบห้องแล้วพบว่าที่แห่งนี้ก็คือห้องนอนของเขาเอง แต่ไม่ว่าจะคิดอย่างไรก็คิดไม่ออกเลยว่าทำไมถึงได้พาผู้หญิงคนอื่นมานอนที่นี่“คุณเป็นคนขย่มสะโพกสอดเจ้านั่นเข้ามาในตัวฉันแท้ ๆ จะไม่รับผิดชอบกันเหรอคะ” เธอยังคงทำหน้าตาไร้เดียงสาแล้วเดินเข้าหาเขาด้วยสีหน้ายั่วยวนก่อนจะจับส่วนสำคัญข้างล่างไว้หมับ“ทำไมถึงขยับไม่ได้ เธอเอายาอะไรให้ฉันกิน” ราเชนโวยวายคนตรงหน้า มึนงงและสับสนเป็นที่สุดก่อนจะรู้สึกว่าทั้งร่างกายกำลังตอบสนองกับการเย้ายวนของเธอจึงตะโกนออ
สีหน้าอิ่มเอมเร่งเร้าให้เขากระหน่ำถี่ขึ้น เฌอริลิณญ์ยิ่งครวญครางน้ำตาเอ่อคลอ ร่างบางสั่นไปตามแรงโยกของคนบ้าพลังที่กำลังมัวเมาอารมณ์สุขสมท้ายที่สุดก็ทนไม่ไหวปลดปล่อยออกมาพร้อมกัน หญิงสาวเอนตัวซบอกแกร่งของเขาอย่างหมดแรงแต่ส่วนล่างรับรู้ได้ว่านอกจากช่องทางนั้นจะเปียกแฉะเพราะของเหลวสีขาวขุ่นแล้ว ของสำคัญของราเชนไม่มีทีท่าจะถูกกำราบลงบ้างเลย“ไหนบอกว่าจะรีดจนพี่น้ำหมดตัวไง ทำไมถึงชิงหมดแรงไปก่อนแล้วละครับ เด็กดี” ราเชนจูบกลางกระหม่อมของเธออย่างอ่อนโยนเหมือนที่ชอบทำจนติดเป็นนิสัยอ้อมแขนอบอุ่นกอดเธอไว้แน่น กระซิบข้างหู “เดี๋ยวพี่จัดการเองนะ” ก่อนจะหอมแก้มเธอฟอดใหญ่แล้วพลิกให้ร่างบางนอนอยู่ใต้เขาพลางยกขาของเธอขึ้นพาดบ่าแล้วดันส่วนขึงขังเข้าไปช่องทางเดิมดัง พั่ก พั่ก“อ๊า!!!” จากที่เคยเหนื่อยล้าเมื่อครู่ ดวงตาสีน้ำตาลเข้มอมเขียวเบิกโพลงเพราะส่วนปลายที่แทงลึกเข้ามารวดเดียว คนเป็นสามีชอบใจนักเวลาเห็นเธอแสดงสีหน้าเว้าวอนของของเขา“ช้า ช้าได้ไหม…” เสียงของเธอขาดห้วง“อืม ช้าแล้ว…” ราเชนยิ้มกว้างเลียริมฝีปากตัวเองแล้วตะบี้ตะบันซอยไม่หยุด ส่วนหัวล่างชี้ชันครูดด้านในกายเฌอริลิณญ์จนน้ำตาไหลพรากอีกคร
ห้าเดือนต่อมาวันครบรอบแต่งงานได้เวียนมาถึง บรรยากาศในบ้านเต็มไปด้วยความสุขอบอวล ราเชนยิ้มกว้างให้ภรรยาที่กำลังมองดูของขวัญที่เขาซื้อให้เธอเสียงหัวเราะอันเป็นเอกลักษณ์เวลาคิดแผนการทำให้หญิงสาวรู้สึกหวั่นใจชอบกลจึงไม่ยอมเปิดกล่องของขวัญเสียที“กำลังคิดอะไรทะลึ่งอยู่แน่ ๆ เลยใช่ไหมคะ พี่ราเชนเคยส่องกระจกดูหน้าตัวเองบ้างไหม”ชายหนุ่มได้ยินอย่างนั้นหัวเราะร่า “เห็นชัดเลยเหรอ อุตส่าห์อดทนไว้แล้วนะ” “เฮ้อ…” เธอถอนหายใจเพราะรู้ว่าถ้าไม่ยอมเปิด คนตรงหน้าคงจะนั่งเฝ้าตลอดทั้งคืน มือข้างหนึ่งแกะส่วนฝาออก อีกข้างดึงตัวกล่องด้านล่างพลันได้เห็นผ้าลูกไม้สีแดงเฌอริลิณญ์จีบนิ้วหนีบของสิ่งนั้นขึ้นมาดูให้เห็นชัด ๆ แล้วถามเขาว่า “นี่มันชุดอะไรกันคะ”“ชุดนอนครับ” เจ้าตัวเลิกคิ้ว สีหน้าทะเล้น“ไม่ใส่เด็ดขาด” เธอปฏิเสธเพราะมองยังไงก็เหมือนชุดชั้นในซีทรูมีท่อนบนและท่อนล่างแยกกัน ไม่ใส่เสื้อผ้ายังจะดูโป๊น้อยกว่าท้ายที่สุดแล้ว คนเป็นภรรยาก็ทนต่อการรบเร้าของสามีไม่ไหวยอมใส่ชุดนั้นให้เขาได้เห็นอย่างที่ต้องการร่างบางในชุดนอนลูกไม้ซีทรูสีแดงที่ดูไม่เหมือนชุดนอน ด้านบนมีเพียงผ้าชิ้นบางคาดหน้าอกเอาไว้ ด้านล่างเ
มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งวันเปิดเรียนที่ราเชนรอคอยได้มาถึงเพราะวันนี้เขาจะได้เจอกับรุ่นน้องคนพิเศษของเขาสักทีจึงเริ่มต้นวันด้วยการโผล่มาต้อนรับน้องใหม่ตั้งแต่หน้าห้องสาขาทั้ง ๆ ที่ปกติไม่เคยก้าวเท้าเข้ามาวุ่นวายเลยสักครั้งสายตาเจ้าเล่ห์มองเห็นเป้าหมายในระยะสอง
ช่วงอาทิตย์นี้ ราเชนยังคงวุ่นวายกับการประสานงานธุรกิจบริษัทใหม่ ในใจนึกเพียงอย่างเดียวว่าต้องตกลงกันให้เรียบร้อยก่อนถึงวันนัดหมายกับมาริน ลูกสาวของซีอีโอบริษัทเคทีสตีลที่เขาจะต้องแต่งงานด้วยตามคำสั่งของพ่อเขาตั้งใจเลื่อนนัดหมายไปเรื่อย ๆ จนถูกพ่อกดดันไม่น้อย แต่เ
ภัตตาคารอาหารญี่ปุ่นราเชนมีนัดหมายดูตัวกับรุ้งไพลินตามลำพัง คำสั่งของพ่อยังคงดังก้องในความคิด เพื่อขยายขอบเขตธุรกิจของตระกูลจำเป็นต้องร่วมมือกับหญิงสาวคนนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้และไม่ว่าอย่างไรก็ต้องหมั้นหมายกับเธอคนนี้ให้ได้เขามองเธอด้วยสายตาดูถูก สีหน้า
หลังจากที่เฌอริลิณญ์ได้พบอชิตพลในงานประมูลครั้งนั้น พวกเขานัดมาเจอกันบ่อยขึ้น หญิงสาวกำลังตั้งใจอ่านหนังสือเพื่อเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย ครั้นเห็นว่าอชิตพลเรียนวิชาคณิตศาสตร์เก่งจึงขอให้อีกฝ่ายติวให้เป็นการส่วนตัวแม้ว่าจะห่างหายกันไปนานแต่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ยั







