تسجيل الدخولหลังจากที่เฌอริลิณญ์ได้พบอชิตพลในงานประมูลครั้งนั้น พวกเขานัดมาเจอกันบ่อยขึ้น หญิงสาวกำลังตั้งใจอ่านหนังสือเพื่อเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย ครั้นเห็นว่าอชิตพลเรียนวิชาคณิตศาสตร์เก่งจึงขอให้อีกฝ่ายติวให้เป็นการส่วนตัว
แม้ว่าจะห่างหายกันไปนานแต่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ยังคงเหมือนเดิมและยิ่งอยู่ใกล้ชิดจึงมีความรู้สึกหนึ่งเกิดขึ้นในใจของพวกเขา หากแต่ไม่กล้าพูดออกไปเพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะปฏิเสธ
ต่างคนต่างรักษาระยะห่างโดยที่ไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายมีใจให้ตัวเองเหมือนกัน นอกเหนือจากนั้นยังมีตัวแปรที่คอยเข้ามายุ่งวุ่นวายพวกเขาราวกับคนไม่มีสำนึกอีกด้วย
งานเลี้ยงของบริษัทด้านอุตสาหกรรมสื่อและการบันเทิงปีนี้เชิญคนดังหลายคนเข้าร่วมงานจึงนับว่าเป็นโอกาสอันดีที่ราเชนจะได้พบกับเจ้าหญิงของอชิตพลอีกครั้ง
“สอบติดมหาลัยเดียวกันเลยนี่” ราเชนกล่าวกับเฌอริลิณญ์ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เขาคอยตามดูเธอมาตั้งแต่งานการกุศลครั้งนั้นและยื่นมือเข้าหาเป็นครั้งคราว ค่อย ๆ ทำความสนิทสนมกับหญิงสาวตามประสา “ยินดีด้วยนะ คนเก่ง”
“ขอบคุณค่ะ” เธอตอบเขาไปตามมารยาทเพราะยังคงจำได้ว่าอชิตพลเตือนไม่ให้เข้าใกล้เขามากนัก แต่เพราะคนตรงหน้าพยายามเข้าหาเธอทุกครั้งที่มีโอกาส หญิงสาวจึงไม่อาจหลบหนีไปที่ใดได้
“เราสองคนรู้จักกันมาสักพักแล้วแต่ว่าทำไมคุณถึงยังไม่ยอมเรียกผมแบบนั้นสักทีล่ะครับ” เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเหมือนน้อยใจ “เฮ้อ ในสายตาคุณ ผมคงจะนิสัยไม่ดีมาก ๆ เลยใช่ไหมครับ ทั้งคุณ แล้วก็เขาจึงไม่คิดอยากสนิทสนมด้วย” ชายหนุ่มพูดถึงลูกพี่ลูกน้องที่ไม่สนใจตัวเขาแม้แต่น้อย
“…”
“ผมอยากสนิทกับเขานะครับเพราะว่ายังไงเราก็เป็นครอบครัวเดียวกัน แต่ว่าเขาไม่เปิดโอกาสให้ผมเลย” สีหน้าของเขาดูเศร้าสร้อย ท่าทีเหมือนจนปัญญาไม่รู้แล้วว่าจะทำอย่างไรจนทำให้เฌอริลิณญ์ หญิงสาวที่มองโลกในแง่ดีตามไม่ทันแผนการของจิ้งจอก
ช่วงจังหวะนั้น บริกรเดินถือถาดตรงมาทางพวกเขา ราเชนกะพริบตาให้เพื่อนสนิทที่กำลังมองดูเหตุการณ์อย่างสนุกสนานเข้าใจสิ่งที่เขาต้องการ
ขายาว ๆ ของเอิร์ธเหยียดออกมาทันใดจนทำให้บริกรคนนั้นสะดุดไม่อาจทรงตัวได้ ไวน์เต็มแก้วจึงสาดกระเซ็นมาทางหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าเขา
ทว่า ราเชนไม่ปล่อยให้โอกาสทำคะแนนหลุดมือไป เขาคว้าเอวเธอหมุนเข้าหาอ้อมกอดตัวเอง หันหลังรับไวน์แดงที่กระเด็นไปเต็ม ๆ จนเสื้อเปรอะเปื้อน
ร่างบางในอ้อมกอดมึนงงสับสนเพราะเหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วเกินไปจนไม่ทันตั้งตัวและคนที่กอดเธออยู่ก็ไม่ยอมปล่อย
มือกอดหมับพลางคิดในใจว่า ตัวเล็กแค่นี้เอง เหมือนตุ๊กตาเลย อืม... กลิ่นหอมอ่อน ๆ ไม่เคยได้กลิ่นนี้มาก่อนจริง ๆ ด้วย ไม่ทันจะได้คิดอะไรไปมากกว่านี้ เสียงคุ้นเคยดังขึ้น
“นายทำอะไร ปล่อยเฌอได้แล้ว” อชิตพลเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ที่มีเพียงเขาเคยเห็นคนเดียว
ราเชนปล่อยหญิงสาวในอ้อมกอดให้เป็นอิสระ สายตากวาดดูว่ามีร่องรอยไวน์แดงเปื้อนเสื้อผ้าหรือเปล่า “โชคดีที่กันไว้ได้ทัน คุณไม่เป็นอะไรใช่ไหม”
เฌอริลิณญ์มองคนตรงหน้าก่อนจะเห็นว่าเสื้อผ้าเขามีแต่รอยไวน์เต็มไปหมดจึงรู้ว่าเมื่อครู่เกิดอะไรขึ้น
“เปื้อนหมดแล้ว ทำยังไงดีคะ” เธอพึมพำทำตัวไม่ถูกพลางหยิบผ้าเช็ดหน้าเช็ดให้เขา “ไม่ออกเลย ถ้าคุณไม่บังตัวฉันคงไม่ต้องเปรอะเปื้อนแบบนี้”
ชายหนุ่มยิ้มมุมปากจับข้อมือเธออย่างแผ่วเบาต่อหน้าต่อตาอชิตพล “ผมจะปล่อยให้คนสวยเป็นอะไรไปได้ยังไงล่ะครับ แต่ถ้าคุณอยากขอบคุณผมจริง ๆ คุณจะมาเป็นแขกในงานวันเกิดผมเดือนหน้าได้ไหมครับ”
“นายคิดจะทำอะไร” อชิตพลเอ่ยถามพลางกันตัวเจ้าหญิงของเขาให้ออกห่าง เขารู้ว่าคนตรงหน้าพยายามใกล้ชิดกับเธอมาโดยตลอด แต่งานวันเกิดครั้งนี้จัดขึ้นแบบส่วนตัวเฉพาะคนสนิท การเชิญเธอเข้าร่วมงานจึงเหมือนประกาศให้ทุกคนได้รู้ว่าเธอคือคนพิเศษของเขา
เวลานี้สายตาของคนในงานจับจ้องอยากรู้อยากเห็น บริกรคนนั้นหน้าซีดเซียวด้วยความกลัวว่าจะถูกราเชนต่อว่าด้วยอารมณ์รุนแรงแต่ทุกอย่างกลับผิดคาดที่เขาเพียงแค่บอกว่า “ไม่เป็นไร คุณมีอะไรก็ไปทำเถอะ” ก่อนทั้งสามคนจะออกมาโถงทางเดินเพื่อพูดคุยสิ่งที่ยังค้างคา
“แล้วนายกำลังคิดอะไรอยู่ล่ะ” เขายักคิ้วอย่างมีความนัย ก่อนจะหันไปฟ้องเฌอริลิณญ์ว่า “คุณเห็นไหมครับว่าเขาไม่อยากสนิทกับผมเลย บางทีเขาคงไม่ไปงานวันเกิดผมด้วยซ้ำ ทั้ง ๆ ที่เราเป็นครอบครัวเดียวกันแท้ ๆ แถมยังไม่อยากให้คุณมายุ่งกับผมอีก”
เฌอริลิณญ์เงยหน้ามองอชิตพลราวกับถามความเห็น คนตรงหน้าพร่ำบอกเธอให้ออกห่างจากจิ้งจอกตัวนี้ แต่สิ่งที่เธอได้พบกลับไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงเลย
หญิงสาวราวกับสัมผัสได้ว่าตัวตนของราเชนไม่เหมือนกับที่คนอื่นเล่าลือ เวลาที่อยู่กับเธอมักคอยช่วยเหลือ หยิบยื่นน้ำใจและสุภาพเป็นมิตรเสมอ เหตุการณ์ในวันนี้ก็เช่นเดียวกัน หากเขาเป็นอย่างที่ใคร ๆ พูด ชายหนุ่มไม่จำเป็นต้องช่วยเธอด้วยซ้ำ
ดังนั้น เฌอริลิณญ์จึงคิดว่าการมีเขาเป็นคนคุ้นเคยคงไม่แย่อะไรเท่าใด “พี่เหนือจะไปร่วมงานใช่ไหมคะ พี่เหนือไปเป็นเพื่อนเฌอได้ไหม”
“เฌอรู้ใช่ไหมว่าไม่จำเป็นต้องไป” เขาถามคนตรงหน้าน้ำเสียงทุ้มเคร่งขรึม
“คุณสัญญาแล้วว่าจะมาไม่ใช่เหรอครับ” ราเชนพูดแทรกขึ้นมาเพื่อโน้มน้าวใจเธอ “แต่ถ้าคุณไม่สะดวกใจจริง ๆ ผมก็คงทำอะไรไม่ได้”
หญิงสาวมองหน้าทั้งสองสลับกันไปมา รู้สึกหนักใจอยู่ลึก ๆ ว่าควรทำเช่นไร “พี่เหนือ” น้ำเสียงหวานเรียกเขาราวกับรู้ว่าจะทำให้อีกฝ่ายตามใจ
หากแต่อีกคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็ได้ยินเสียงออดอ้อนเหมือนกันพลันมุ่งมั่นว่าวันหนึ่งเธอจะต้องเรียกเขาอย่างนั้น
สุดท้ายแล้ว อชิตพลก็ทนลูกอ้อนไม่ไหว เจ้าหญิงของเขาดื้อดึง รู้สึกผิดที่ทำให้เสื้อผ้าราคาแพงของราเชนเปรอะเปื้อนเพราะตัวเองจึงยอมไปงานวันเกิดของเขา
หลังจากที่ส่งเฌอริลิณญ์กลับไปแล้ว อชิตพลจึงตามตัวราเชนมาพูดคุยกันเพียงลำพัง “อย่าดึงเฌอเข้ามายุ่งเรื่องระหว่างของนายกับฉัน”
“ฉันแค่อยากเป็นเพื่อนกับเธอมันผิดมากหรือไง” ราเชนโต้กลับไป สีหน้ากวนประสาท “ถ้าฉันสนใจเธอขึ้นมานายมีสิทธิ์อะไรมาห้าม”
“เฮอะ ฉันบอกชัดแล้วนะว่าอย่ามายุ่งกับเธอ” แววตาไม่สบอารมณ์ทำให้ราเชนนึกสนุกมากยิ่งขึ้นที่ทำให้อีกฝ่ายปั่นป่วนได้
“ในเมื่อนายไม่สารภาพออกไป นายก็ไม่มีสิทธิ์มาห้ามฉัน” คำพูดเขาดูจริงจังจนอชิตพลแปลกใจ เขายิ้มมุมปากแสดงท่าทีว่าเหนือกว่าเพราะรู้ว่าคนตรงหน้าไม่มีทางบอกความรู้สึกของตัวเองกับเฌอริลิณญ์อย่างแน่นอน
ชาติกำเนิดที่ต่ำต้อย เด็กกำพร้าที่เศรษฐีชุบเลี้ยงไม่มีค่าพอที่จะยืนเคียงข้างเจ้าหญิงอย่างเฌอริลิณญ์แม้แต่น้อย
“…”
“กลัวว่าเธอจะเปลี่ยนใจมาชอบฉันเหรอ ถ้าเป็นอย่างนั้นก็เชิญนายกลัวต่อไปได้เลยเพราะวันที่เธอเลือกฉันต้องเกิดขึ้นอยู่แล้ว”
“เพ้อเจ้อ นายคิดว่าธนินไพศาลจะยอมให้ลูกสาวคนเดียวมาคบกับนายที่มีข่าวคาวกระฉ่อนไปทั่วเหรอ ได้ข่าวว่าคุณอานัดให้นายไปดูตัวกับคุณรุ้งไพลินเพื่อจะหมั้นหมายไม่ใช่เหรอ”
อชิตพลรู้ความเคลื่อนไหวของราเชนเป็นอย่างดีพอ ๆ กับที่อีกฝ่ายรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับเขา ข้อมูลที่จำเป็นสามารถใช้เล่นงานคนตรงหน้าได้เสมอ
“แล้วยังไง” เขาหรี่ตามองไม่แยแส
“ว่าที่คู่หมั้นก็มีแล้ว ยังจะคบกับเธออีกเหรอ นายคิดจะให้เธออยู่ในฐานะอะไร” อชิตพลถามแม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าราเชนทำไปเพื่อยั่วยุเขา “เฌอไม่มีทางหลงคารมจิ้งจอกเจ้าเล่ห์อย่างนายหรอก”
“มั่นใจขนาดนั้นเลยเหรอ กล้ารับคำท้าไหมล่ะ ไม่แน่ว่าฉันอาจจะดูแลเธอดีกว่านายก็ได้” เจ้าตัวแสยะยิ้มยียวน “ไม่เคยคิดสักนิดเลยเหรอว่ายังไงฉันก็เหมาะสมกับเธอมากกว่านายที่เป็นเด็กกำพร้า ไม่มีหัวนอนปลายเท้า ไม่รู้ว่าพ่อแม่เป็นใคร อ้อ… บางทีพ่อแม่นายอาจจะเกลียดมารหัวขนอย่างนายจนทนเห็นหน้าไม่ไหวแล้วเอาไปทิ้งขยะตั้งแต่เกิดก็ได้”
อชิตพลส่ายหน้าอย่างใจเย็น “นายนี่มันเด็กน้อยขาดความอบอุ่นสินะ ทุกอย่างที่ทำไปคงจะเป็นเพราะต้องการเรียกร้องความสนใจใช่ไหมล่ะ ก็นะ… โตจนป่านนี้แล้วก็ยังถูกคุณอาเอามาเปรียบเทียบกับฉันที่เป็นเด็กกำพร้าอยู่บ่อย ๆ ไม่ว่าอะไรก็สู้ไม่ได้สักอย่าง อิจฉาเหรอที่คุณอาเอ็นดูฉันมากกว่านายที่เป็นลูกแท้ ๆ”
“ไอ้เวร!” ราเชนสบถเพราะถูกจี้ปมในใจ กำมือแน่นอยากต่อยคนตรงหน้าให้รู้แล้วรู้รอดแต่ต้องอดใจไว้เพราะถ้าเรื่องรู้ถึงหูคนเป็นพ่อคงจะโดนลงโทษ
อชิตพลพูดขึ้นมาอีกครั้งด้วยสีหน้าจริงจังย้ำเตือนให้ราเชนรู้ตัวว่าเขาไม่ควรมายุ่งกับเฌอริลิณญ์ หากแต่มันยิ่งทำให้ความอยากเอาชนะในตัวของเขาพลุ่งพล่านไร้ขีดจำกัด
สายตามุ่งมั่นมองแผ่นหลังของศัตรูพลางแสยะยิ้มเพราะรู้ว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดของอชิตพลคืออะไร “นายจะไม่มีวันได้ครอบครองผู้หญิงคนนั้นเพราะเธอเป็นของฉัน”
เมื่อถึงกำหนดการบินกลับประเทศ เฌอริลิณญ์พาณิชามาส่งพี่ชายคนใหม่ที่สนามบินพร้อมกับราเชน เด็กชายยื่นตุ๊กตาเจ้าหญิงให้เธอเป็นของขวัญ เจ้าตัวยิ้มกว้างเรียกชื่อเธอและพูดอย่างชัดถ้อยชัดคำเป็นภาษาไทยที่แอบฝึกเมื่อไม่กี่วันก่อน“เจอกันใหม่นะ เจ้าสาวของฉัน” วาเลรีก้มลงหอมแก้มเธอด้วยสีหน้ายิ้มแย้มท่ามกลางสายตาของคนเป็นพ่อแม่ และคนที่ตกใจมากที่สุดก็คือราเชน ดวงตาเบิกกว้าง อ้าปากเตรียมโวยวายแต่ถูกภรรยาปิดปากไว้ก่อนชายหนุ่มจับมือเธอออกแล้วบ่นงุบงิบ “เด็กนั่นหอมแก้มลูกสาวเรานะ” ก่อนจะหันไปมองค้อนอชิตพล “แล้วอะไรอีกนะ เจ้าสาวเหรอ ใครอนุญาตให้เรียกลูกสาวฉันแบบนั้น ทำไมนายไม่รู้จักห้ามลูกตัวเอง”คนตรงหน้าขมวดคิ้วมุ่น เพิ่งจะรู้ว่าตัวเองเป็นพ่อคนไม่กี่วันก่อนแต่กลับกลายเป็นคนที่โดนด่าว่าไม่สั่งสอนลูกเสียอย่างนั้น เจ้าตัวไม่สนใจคนขี้หวงเดินมาร่ำลาเฌอริลิณญ์เพราะคงต้องอยู่ที่ต่างประเทศอีกนานกว่าเรื่องราวทั้งหมดจะสะสาง“รีบไปสักที” คนหวงก้างไม่ยอมเลิกราง่าย ๆ “ลูกกับภรรยานายรออยู่ตรงนั้นแล้ว ไปสักทีเถอะ”“เออรู้แล้ว…” อชิตพลเบ้หน้าใส่คู่แข่งแล้วบอกทิ้งท้ายว่า “จบงานนี้เมื่อไหร่ฉันจะมาจัดการนายทีหลัง ดูแล
ราเชนฟังไม่ออกว่าวาเลรีพูดอะไรกับแม่ของเขาบ้างเพราะสื่อสารเป็นภาษารัสเซีย แต่เด็กน้อยแสดงออกถึงท่าทางงอแงเหมือนไม่ได้ดั่งใจ สีหน้าไม่สบอารมณ์ราวกับเป็นคุณชายตัวน้อยที่ทุกคนต้องคอยเอาอกเอาใจวาเลรีวางสายแล้วหันมาบอกราเชนว่า [ยังไงคุณก็เป็นพ่อของผม เพราะฉะนั้นช่วยกลับรัสเซียกับผมด้วยครับ][ทำไมต้องคะยั้นคะยอให้กลับขนาดนี้ นายมีเรื่องอะไรปิดบังกันแน่] ชายหนุ่มไม่รู้เลยว่าพวกเขามีเรื่องอะไรกันเพราะแม่ของเขาบอกแค่เพียงว่าเรื่องมันยาวจะเล่าให้ฟังตอนที่เดินทางถึงประเทศไทยเท่านั้น[เพราะคุณทิ้งพวกเรามา รู้ไหมว่าตอนนี้กลุ่มเชคอฟกำลังบังคับให้แม่แต่งงานกับเขา] เด็กน้อยไม่สบอารมณ์ที่มีคนมารังแกแม่ของตัวเอง แม้จะเป็นตระกูลมาเฟียเหมือนกันแต่ว่าผู้เป็นตากำลังล้มป่วยทำให้ไม่สามารถยืนหยัดปกป้องได้เท่าที่ควรจนเหมือนตระกูลใหญ่กำลังเสื่อมอำนาจวาเลรีคิดแค่เพียงว่าหากเขามีพ่อจะทำให้สมดุลอำนาจกลับมาและคนที่จะมาเป็นพ่อของเขาก็ต้องดูเหมือนเสือร้ายพร้อมขย้ำทุกคนเช่นกัน[ในมือถือนายก็มีรูปของพ่อแท้ ๆ อยู่นี่ ชวนพ่อนายกลับรัสเซียสิ] ราเชนโน้มน้าวใจให้เด็กน้อยเลิกเรียกเขาว่าพ่อสักทีเพราะกลัวว่าเฌอริลิณญ์ได้ยินแ
“โอ๊ะ…” ราเชนเผลอหลุดปากบอกคนอื่นเร็วเกินไปหนึ่งวัน เพราะพวกเขาตั้งใจจะเซอร์ไพรส์ทุกคนในวันพรุ่งนี้ เขาตอบทันที “ครับ... สามเดือนแล้วด้วย”“ว้าว! ฉันจะมีหลานอีกคนแล้ว แต่ไม่สิ นายอย่าเพิ่งมาเปลี่ยนเรื่อง ตกลงว่าคนในข่าวใช่นายหรือเปล่า” เขมภัทรยังคงไม่ลืมเรื่องที่ค้างคา“ไม่ใช่ครับ คุณคอยตามสืบเรื่องของผมอยู่แล้วนี่ ถ้าผมทำอย่างนั้นจริง คุณคงไม่ปล่อยให้ผมรอดมายืนเถียงกับคุณหรอกใช่ไหมล่ะ” ราเชนอธิบายอย่างเป็นเหตุเป็นผล “ผมอยู่กับเฌอริลิณญ์ทั้งวันทั้งคืน ตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋ขนาดนี้แล้วจะมีเวลาไหนไปยุ่งกับคนอื่น”“ฉันไม่ผิดสักหน่อย ก็นายมันพวกคนมีอดีตนี่” คนเป็นพี่ชายไม่เคยเชื่อว่าเขาจะกลับตัวกลับใจจริง เวลามีเรื่องนิดหน่อยก็เริ่มระแวงเพราะเป็นห่วงน้องสาว“พี่เขม ทำอะไรอยู่คะ” เสียงหวานที่คุ้นเคยดังเล็ดลอดออกมา “พี่ราเชนโทรมาเหรอ”“อืม” เขายิ้มให้เธออย่างอ่อนโยนก่อนจะพูดกระซิบกับคนปลายสายว่า “อย่าให้ฉันจับได้แล้วกัน ไม่งั้นฉันจะอุ้มน้องสาวฉันหนีจากนาย”ราเชนคิดในใจ เฮอะ ผู้หญิงของตัวเองก็มีอยู่แล้ว ทำไมต้องมายุ่งกับผู้หญิงของฉันด้วย สั่งให้นทีพาผู้หญิงคนนั้นไปซ่อนดีไหมนะ ชายหนุ่มกำลังนึ
เวลาผ่านไปสองปีเศษราเชนเพิ่งตื่นนอน ท่าทางงัวเงียเพราะเมื่อคืนนี้จัดหนักจนแทบไม่ได้นอนพลันรู้สึกได้ว่าข้างกายมีไออุ่นของใครบางคนอิงแอบใกล้ชิด มือข้างหนึ่งลูบไล้เอวบาง ผิวนวลของเรือนร่างเปลือยเปล่ากระตุ้นให้ส่วนล่างตื่นตัวตั้งแต่เช้า มืออีกข้างเกี่ยวผมที่ปิดหน้าขึ้น อยากเห็นใบหน้าคนรัก“เธอเป็นใคร!” ดวงตาของเขาเบิกโตเมื่อเห็นว่าคนที่นอนกอดอยู่ไม่ใช่เฌอริลิณญ์ผู้เป็นภรรยาหญิงสาวตกใจเสียงของเขาจึงสะดุ้งตื่นแล้วบอกว่า “ทำไมถึงลืมกันเร็วขนาดนั้นคะ เมื่อคืนเราสองคนทำอะไรหลายอย่างด้วยกัน จำไม่ได้เลยเหรอ”“อย่าเข้ามาใกล้ฉันนะ” ราเชนขยับตัวออกห่างพลางมองรอบห้องแล้วพบว่าที่แห่งนี้ก็คือห้องนอนของเขาเอง แต่ไม่ว่าจะคิดอย่างไรก็คิดไม่ออกเลยว่าทำไมถึงได้พาผู้หญิงคนอื่นมานอนที่นี่“คุณเป็นคนขย่มสะโพกสอดเจ้านั่นเข้ามาในตัวฉันแท้ ๆ จะไม่รับผิดชอบกันเหรอคะ” เธอยังคงทำหน้าตาไร้เดียงสาแล้วเดินเข้าหาเขาด้วยสีหน้ายั่วยวนก่อนจะจับส่วนสำคัญข้างล่างไว้หมับ“ทำไมถึงขยับไม่ได้ เธอเอายาอะไรให้ฉันกิน” ราเชนโวยวายคนตรงหน้า มึนงงและสับสนเป็นที่สุดก่อนจะรู้สึกว่าทั้งร่างกายกำลังตอบสนองกับการเย้ายวนของเธอจึงตะโกนออ
สีหน้าอิ่มเอมเร่งเร้าให้เขากระหน่ำถี่ขึ้น เฌอริลิณญ์ยิ่งครวญครางน้ำตาเอ่อคลอ ร่างบางสั่นไปตามแรงโยกของคนบ้าพลังที่กำลังมัวเมาอารมณ์สุขสมท้ายที่สุดก็ทนไม่ไหวปลดปล่อยออกมาพร้อมกัน หญิงสาวเอนตัวซบอกแกร่งของเขาอย่างหมดแรงแต่ส่วนล่างรับรู้ได้ว่านอกจากช่องทางนั้นจะเปียกแฉะเพราะของเหลวสีขาวขุ่นแล้ว ของสำคัญของราเชนไม่มีทีท่าจะถูกกำราบลงบ้างเลย“ไหนบอกว่าจะรีดจนพี่น้ำหมดตัวไง ทำไมถึงชิงหมดแรงไปก่อนแล้วละครับ เด็กดี” ราเชนจูบกลางกระหม่อมของเธออย่างอ่อนโยนเหมือนที่ชอบทำจนติดเป็นนิสัยอ้อมแขนอบอุ่นกอดเธอไว้แน่น กระซิบข้างหู “เดี๋ยวพี่จัดการเองนะ” ก่อนจะหอมแก้มเธอฟอดใหญ่แล้วพลิกให้ร่างบางนอนอยู่ใต้เขาพลางยกขาของเธอขึ้นพาดบ่าแล้วดันส่วนขึงขังเข้าไปช่องทางเดิมดัง พั่ก พั่ก“อ๊า!!!” จากที่เคยเหนื่อยล้าเมื่อครู่ ดวงตาสีน้ำตาลเข้มอมเขียวเบิกโพลงเพราะส่วนปลายที่แทงลึกเข้ามารวดเดียว คนเป็นสามีชอบใจนักเวลาเห็นเธอแสดงสีหน้าเว้าวอนของของเขา“ช้า ช้าได้ไหม…” เสียงของเธอขาดห้วง“อืม ช้าแล้ว…” ราเชนยิ้มกว้างเลียริมฝีปากตัวเองแล้วตะบี้ตะบันซอยไม่หยุด ส่วนหัวล่างชี้ชันครูดด้านในกายเฌอริลิณญ์จนน้ำตาไหลพรากอีกคร
ห้าเดือนต่อมาวันครบรอบแต่งงานได้เวียนมาถึง บรรยากาศในบ้านเต็มไปด้วยความสุขอบอวล ราเชนยิ้มกว้างให้ภรรยาที่กำลังมองดูของขวัญที่เขาซื้อให้เธอเสียงหัวเราะอันเป็นเอกลักษณ์เวลาคิดแผนการทำให้หญิงสาวรู้สึกหวั่นใจชอบกลจึงไม่ยอมเปิดกล่องของขวัญเสียที“กำลังคิดอะไรทะลึ่งอยู่แน่ ๆ เลยใช่ไหมคะ พี่ราเชนเคยส่องกระจกดูหน้าตัวเองบ้างไหม”ชายหนุ่มได้ยินอย่างนั้นหัวเราะร่า “เห็นชัดเลยเหรอ อุตส่าห์อดทนไว้แล้วนะ” “เฮ้อ…” เธอถอนหายใจเพราะรู้ว่าถ้าไม่ยอมเปิด คนตรงหน้าคงจะนั่งเฝ้าตลอดทั้งคืน มือข้างหนึ่งแกะส่วนฝาออก อีกข้างดึงตัวกล่องด้านล่างพลันได้เห็นผ้าลูกไม้สีแดงเฌอริลิณญ์จีบนิ้วหนีบของสิ่งนั้นขึ้นมาดูให้เห็นชัด ๆ แล้วถามเขาว่า “นี่มันชุดอะไรกันคะ”“ชุดนอนครับ” เจ้าตัวเลิกคิ้ว สีหน้าทะเล้น“ไม่ใส่เด็ดขาด” เธอปฏิเสธเพราะมองยังไงก็เหมือนชุดชั้นในซีทรูมีท่อนบนและท่อนล่างแยกกัน ไม่ใส่เสื้อผ้ายังจะดูโป๊น้อยกว่าท้ายที่สุดแล้ว คนเป็นภรรยาก็ทนต่อการรบเร้าของสามีไม่ไหวยอมใส่ชุดนั้นให้เขาได้เห็นอย่างที่ต้องการร่างบางในชุดนอนลูกไม้ซีทรูสีแดงที่ดูไม่เหมือนชุดนอน ด้านบนมีเพียงผ้าชิ้นบางคาดหน้าอกเอาไว้ ด้านล่างเ
เช้าวันต่อมาราเชนเข้าไปที่บริษัทเพื่อรับรายงานจากเลขาฯ ส่วนตัว คาดหวังว่าจะเจอสิ่งที่น่าสนใจมากพอภานรินทร์รายงานข้อมูลของเคทีสตีลอย่างละเอียดสมกับที่อดหลับอดนอนจนใต้ตาคล้ำพลางอ่านสีหน้าของราเชนขณะก้มดูรายงานพวกนั้นด้วยความจริงจังแม้ว่าเจ้านายจะมีช
มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งวันเปิดเรียนที่ราเชนรอคอยได้มาถึงเพราะวันนี้เขาจะได้เจอกับรุ่นน้องคนพิเศษของเขาสักทีจึงเริ่มต้นวันด้วยการโผล่มาต้อนรับน้องใหม่ตั้งแต่หน้าห้องสาขาทั้ง ๆ ที่ปกติไม่เคยก้าวเท้าเข้ามาวุ่นวายเลยสักครั้งสายตาเจ้าเล่ห์มองเห็นเป้าหมายในระยะสอง
ช่วงอาทิตย์นี้ ราเชนยังคงวุ่นวายกับการประสานงานธุรกิจบริษัทใหม่ ในใจนึกเพียงอย่างเดียวว่าต้องตกลงกันให้เรียบร้อยก่อนถึงวันนัดหมายกับมาริน ลูกสาวของซีอีโอบริษัทเคทีสตีลที่เขาจะต้องแต่งงานด้วยตามคำสั่งของพ่อเขาตั้งใจเลื่อนนัดหมายไปเรื่อย ๆ จนถูกพ่อกดดันไม่น้อย แต่เ
ภัตตาคารอาหารญี่ปุ่นราเชนมีนัดหมายดูตัวกับรุ้งไพลินตามลำพัง คำสั่งของพ่อยังคงดังก้องในความคิด เพื่อขยายขอบเขตธุรกิจของตระกูลจำเป็นต้องร่วมมือกับหญิงสาวคนนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้และไม่ว่าอย่างไรก็ต้องหมั้นหมายกับเธอคนนี้ให้ได้เขามองเธอด้วยสายตาดูถูก สีหน้า







