Masukภัตตาคารอาหารญี่ปุ่น
ราเชนมีนัดหมายดูตัวกับรุ้งไพลินตามลำพัง คำสั่งของพ่อยังคงดังก้องในความคิด เพื่อขยายขอบเขตธุรกิจของตระกูลจำเป็นต้องร่วมมือกับหญิงสาวคนนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้และไม่ว่าอย่างไรก็ต้องหมั้นหมายกับเธอคนนี้ให้ได้
เขามองเธอด้วยสายตาดูถูก สีหน้าไม่เป็นมิตรแสดงออกอย่างชัดเจน ก่อนหน้าที่จะมาเจอกันได้ตรวจสอบประวัติของเธอไว้เรียบร้อยแล้ว
รุ้งไพลินเรียบร้อยและไม่เคยมีข่าวลือเสียหายเลยสักครั้งเดียว ประวัติสะอาดจนหาที่ติไม่ได้แต่กระนั้นราเชนก็ยังมีเรื่องให้พูดประชดประชันเธออยู่วันยังค่ำ
“เรื่องธุรกิจก็แค่ร่วมมือกันเฉย ๆ ก็ได้นี่ ไม่เห็นจะต้องแต่งงานกันเลย คุณไม่คิดอย่างนั้นเหรอ” เขาเอ่ยถามอยากรู้ความคิดของอีกฝ่าย
ท่าทางของรุ้งไพลินดูไม่ยินดียินร้ายเหมือนรู้ว่าตัวเองต้องทำอะไรเพื่อตระกูลในฐานะลูกสาว “นอกจากเรื่องนั้นก็ยังต้องมีลูกเพื่อสืบทอดด้วยนี่คะ”
“เฮอะ” เขาแสยะยิ้มแล้วพูดต่อ “คุณจะบอกว่าแต่งงานกับผมทั้ง ๆ ที่ไม่รักได้อย่างนั้นเหรอครับ”
ทว่า สีหน้าของเธอตอบคำถามที่เขาสงสัยได้เป็นอย่างดีจนทำให้เขาพึมพำออกมาเบา ๆ “ทำตัวไร้ค่าได้เสมอต้นเสมอปลายจริง ๆ”
หญิงสาวมองหน้าเขาเพราะได้ยินเต็มสองหู “คุณเองก็ต้องแต่งกับฉันเพราะไร้น้ำยาคิดหาวิธีอื่นไม่ได้นี่”
“อืม…” เขายิ้มมุมปาก “ผมจะแต่งกับคุณทั้ง ๆ ที่ไม่รักก็ได้นะ แต่ว่าคุณจะยอมเป็นแค่ภรรยาในนามทั้ง ๆ ที่ผมมีคนอื่นได้จริงเหรอครับ”
“…” หญิงสาวไม่ตอบอะไรราวกับรู้ตัวว่าไม่มีสิทธิ์มีเสียง
“เรามาลองดูกันดีไหมว่าคุณจะทนได้สักเท่าไหร่” เขาท้าทายเพราะมั่นใจว่ารุ้งไพลินไม่มีทางยอมรับสถานะแบบนี้ได้ แม้จะเห็นว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจแต่ภรรยาที่ไหนจะทนให้สามีพาผู้หญิงอื่นมาเข้าบ้านที่เป็นเรือนหอได้
ต่อให้เธอไม่รู้สึกอะไรกับเขาแต่จะรับคำนินทาจากปากผู้คนได้สักเท่าไหร่
“เราก็แค่แยกกันอยู่ ฉันไม่มีปัญหาค่ะ” เธอเพียงแค่คิดว่าถ้าอนาคตเขาต้องการทำแบบนั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่เธอต้องกังวล
“แต่ถึงจะไม่ได้รักกันยังไง คุณก็ต้องทำหน้าที่ภรรยาสิครับ ลืมไปแล้วเหรอว่าเราต้องผลิตลูกน่ะ”
สายตาของเธอดูโกรธเคืองขึ้นมาทันใดเมื่อรู้ว่าเขาจะไม่ปล่อยให้เธอได้อยู่อย่างสงบสุข
“ผมชอบเวลาทำหลายคนพร้อมกัน เรื่องนั้นคุณก็ทำได้ใช่ไหมครับ” เขาจงใจบอกเธอไปอย่างนั้นเพื่อขู่ให้กลัว “ผมชักจะรอเห็นคุณสวมปลอกคอ ใส่กุญแจมือแล้วครางกระเส่าอยู่ใต้ร่างผมไม่ไหวแล้วครับ ถ้าพ่อคุณอยากมีหลานสักสี่ห้าคน ผมก็ทำให้คุณได้หมดเลยนะครับ ทำทั้งวันทั้งคืนจนกว่าลูกจะมาเกิด ก็ดูน่าสนใจใช่ไหมล่ะ คุณรุ้งไพลิน”
หญิงสาวหลับตาลงพยายามกลั้นใจกับสิ่งที่ทำให้ประสาทเสียตรงหน้า เข้าใจแล้วว่าข่าวลือเกี่ยวกับชายคนนี้ไม่มีอะไรผิดเพี้ยนไปเลยแม้แต่น้อย
แม้ว่าเขาจะบริหารธุรกิจได้เก่ง หน้าตาหล่อเหลา ฐานะร่ำรวยจนทุกคนพากันลืมข่าวคาว ๆ แต่นิสัย ความคิดและการกระทำในเรื่องอื่น ๆ กลับทำให้เธอสบถในใจ ราเชน! ไอ้หอกหักเอ๊ย!!!
จังหวะนั้น ราเชนจับสีหน้าของหญิงสาวได้จึงพูดขึ้นมาว่า “แต่ถ้าคุณเลือกตกลงทำธุรกิจร่วมกันโดยไม่ต้องเกี่ยวดอง ผมจะยินดีเป็นอย่างยิ่ง”
“…”
“ยังไงเราก็ต้องทำอะไรทางใดทางหนึ่งเพื่อขยายฐานบริษัทอยู่แล้ว คนฉลาดอย่างคุณควรร่วมมือกับผมเฉพาะเรื่องงานก็พอไม่ใช่เหรอครับ” เขาย้ำอีกครั้งให้เธอตอบรับคำเชิญชวนที่ดูปกติที่สุดในเวลานี้
รุ้งไพลินถอนหายใจแล้วบอกว่า “ตกลงค่ะ ฉันจะพยายามโน้มน้าวใจคุณพ่อเองแต่ถ้าต้องการความช่วยเหลือจากคุณเมื่อไหร่ รบกวนทำตามด้วยนะคะ”
ชายหนุ่มยิ้มกว้างแล้วพูดว่า “ยินดีเสมอครับ”
หลังจากเสร็จสิ้นการดูตัว ราเชนไม่ปล่อยให้เวลาสูญเปล่าเพราะรู้ว่าพ่อของเขาจะต้องรอฟังความคืบหน้า หากยกเลิกการหมั้นหมายไปแล้วต้องรีบหาทางหยิบสิ่งอื่นที่สำคัญเท่า ๆ กันมาดึงดูดความสนใจคนเป็นพ่อและทำให้เขายอมรับวิธีที่ตัวเองตัดสินใจทำให้ได้
เมื่อจัดการทุกอย่างพร้อมเสนอไปให้ทางรุ้งไพลินเรียบร้อยแล้ว เขาก็เพียงแค่รออีกฝ่ายตอบกลับมา
เวลานั้นมือถือสว่างวาบ ข้อความจากพันธมิตรส่งหาเขา ราเชนอ่านทีละตัวอักษรอย่างช้า ๆ จนจบพลันยิ้มมุมปากเพราะโครงการที่เขาเสนอไปได้รับการสนับสนุนจากอีกฝ่ายโดยไม่มีข้อแม้
ติ๊ง! เสียงข้อความจากรุ้งไพลินดังขึ้นอีกครั้ง
พอใจแล้วใช่ไหมคะ
ราเชนแสยะยิ้มก่อนตอบกลับไปอย่างอารมณ์ดีเพราะสะสางเรื่องวุ่นวายเสร็จสิ้นไปแล้ว
ยินดีที่ได้ทำงานร่วมกันนะครับ คุณรุ้งไพลิน
เขาส่งข้อความกลับไปเพียงเท่านั้นแล้วนอนแผ่หลาบนเตียงพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ ผล็อยหลับไปด้วยความเหนื่อยล้า
วันเกิดของราเชน
เขาแต่งชุดสูทเซ็ตผมเรียบร้อยดูโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นในวัยยี่สิบเอ็ดปี ทันทีที่เข้ามาในห้องโถงใหญ่ของคฤหาสน์ก็กวาดตามองหาใครบางคนเพราะอยากเล่นสนุก
สายตาพลันสะดุดที่หญิงสาวในชุดกระโปรงสีราบเรียบยาวคลุมเข่ากำลังถือกล่องของขวัญขนาดเท่าฝ่ามือ ชายหนุ่มยิ้มมุมปากแล้วทำหน้าไม่สบอารมณ์เพราะอชิตพลปรากฏตัวทักทายหญิงสาวก่อนเขาจึงรีบเดินไปหา
“ผมดีใจนะครับที่คุณมางานวันนี้” ราเชนเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “อันนี้ของขวัญผมหรือเปล่าครับ” ท่าทีของเขาเหมือนรอคอยที่จะได้รับของขวัญจากหญิงสาวคนพิเศษ จงใจทำให้คนอื่น ๆ ได้เห็นว่าเขารู้สึกอย่างไรกับคนตรงหน้า
“สุขสันต์วันเกิดนะคะ” เฌอริลิณญ์เอ่ยปาก รอยยิ้มบางปรากฏบนใบหน้างดงาม ขนตายาวเป็นแพ และดวงตาสีน้ำตาลเข้มอมเขียวดูดึงดูดใจไม่น้อย “หวังว่าคุณราเชนจะชอบของขวัญชิ้นนี้นะคะ”
เฌอริลิณญ์รู้สึกว่าเลือกของขวัญให้เขาได้ยากมากเพราะอีกฝ่ายมีทุกอย่างอยู่แล้วแต่สุดท้ายก็เลือกสิ่งที่คิดว่าเหมาะสมกับเขามาให้
หลังจากนั้นเขาก็คอยตามดูแลเธอไม่ห่างตลอดทั้งงาน สร้างความงุนงงให้กับทุกคนเป็นอย่างมากที่เห็นเขาดูเปลี่ยนไปราวฟ้ากับเหว แต่คนที่รู้นิสัยอย่างเพื่อนสนิทกลับมองไม่วางตาพลางลุ้นให้เกิดเรื่องสนุก ๆ
ขณะที่อชิตพลเองไม่ปล่อยให้เฌอริลิณญ์คลาดสายตาเพราะไม่เคยไว้ใจจิ้งจอกเจ้าเล่ห์และไม่อยากให้อีกฝ่ายเข้ามาใกล้ชิดทำหญิงสาวแปดเปื้อนจึงปิดกั้นโอกาสที่พวกเขาจะได้อยู่กันสองต่อสองไปโดยปริยาย
แม้ว่าการทำเช่นนี้จะทำให้เขาต้องทนเห็นสีหน้ากวนประสาทของราเชนอยู่นานก็ตาม อีกฝ่ายทำทีอยากสนิทสนมกับเขา ชวนพูดคุยนั่นนี่ไม่ปล่อยให้พักหายใจคิดเรื่องอื่น ถามคำตอบคำจนคนเจ้าเล่ห์ขอให้เฌอริลิณญ์ช่วยเหลือ
“พี่เหนือ” เธอเรียกคนที่นั่งอยู่ข้างกายก่อนจะขยับเข้าใกล้เขาแล้วกระซิบ “ไม่ชอบเขาขนาดนั้นเลยเหรอคะ”
เสียงหวานที่ถามไถ่อีกทั้งยังอยู่ใกล้ไม่ถึงคืบทำให้อชิตพลใจเต้นแรงเผลอหลุดท่าทีที่ซ่อนเอาไว้จนราเชนจับสังเกตได้
จิ้งจอกยิ้มยียวน สายตามีเลศนัยพลางพูดกับเฌอริลิณญ์ว่า “ใกล้จะเปิดเทอมแล้ว คุณเฌอตื่นเต้นไหมครับ”
หญิงสาวเพิ่งนึกเรื่องสำคัญขึ้นมาได้ว่าเธอกำลังจะได้เข้าเรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์ในมหาวิทยาลัยซึ่งเป็นคณะที่ราเชนเรียนอยู่ เฌอริลิณญ์เพียงแค่ชอบบรรยากาศร่มรื่นจึงเลือกสอบเข้าที่นี่เท่านั้นแต่กลับกลายเป็นว่าเดินเข้าหาเรื่องวุ่นวายโดยไม่รู้ตัว
เฌอริลิณญ์ยังคงจำสีหน้าของอชิตพลตอนที่เธอบอกผลการสอบเข้าได้เป็นอย่างดี เขานิ่งงันไปชั่วขณะแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ หวังว่าทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี
“มีผมอยู่ทั้งคน คุณไม่ต้องกังวลเรื่องอะไรทั้งนั้นเพราะว่าผมจะดูแลคุณเป็นอย่างดี” คำพูดของเขาดูเผิน ๆ เหมือนคนอัธยาศัยดีแต่ไม่ได้ทำให้อชิตพลวางใจได้เลยจนเขารู้สึกอยากซิ่วแล้วเข้าไปเรียนในมหาวิทยาลัยเดียวกันตั้งแต่ตอนนี้
“ไม่รบกวนคุณราเชนหรอกค่ะ พอดีเพื่อนของเฌอก็สอบติดคณะนี้เหมือนกัน” เฌอริลิณญ์ตอบเขาราวกับเว้นระยะห่างไว้ล่วงหน้าแต่การกระทำเหล่านี้ย่อมไม่มีความหมายในสายตาของคนที่จ้องตะครุบ
“ไหน ๆ ก็เข้าเรียนที่เดียวกันแล้ว คุณจะเรียกผมว่าพี่ไหมครับ พอดีว่าผมเรียนอยู่ปีสามน่ะ” เจ้าตัวรอฟังคำตอบมั่นใจว่าเธอจะต้องเรียกเขาอย่างนั้น
ครั้นเห็นเธอมองหน้าราวกับมีคำถาม เขาจึงยิ้มให้ด้วยความเป็นมิตรพร้อมทำตัวประหนึ่งว่าเป็นรุ่นพี่ที่ดีเพื่อเธอโดยเฉพาะจนได้เห็นสีหน้าไม่สบอารมณ์ของอชิตพลอีกครั้ง
เรื่องราวในวันนั้นจึงจบไปอย่างค้างคา เขาเข้าใจดีว่าการสานสัมพันธ์กับเธอไม่ควรเร่งรีบจึงทำทุกอย่างแบบค่อยเป็นค่อยไปเหมือนที่เคยใช้กับผู้หญิงคนอื่น ๆ พลางคิดในใจว่าเฌอริลิณญ์ไม่ต่างจากผู้หญิงพวกนั้นหรอก อีกไม่นานเธอจะต้องเลือกเขาและหลงรักเขา
หลังเลิกงานเลี้ยงวันเกิด พ่อของราเชนเรียกเขาไปพบที่ห้องทำงานเพื่อพูดเรื่องสำคัญ แค่ได้ยินสิ่งที่ออกมาจากปากของผู้ให้กำเนิดก็ทำให้เขาอารมณ์เสียขึ้นมาทันใดแต่ต้องเก็บอาการไม่พอใจเอาไว้
ครั้นกลับห้องของตัวเองแล้วก็ทิ้งตัวลงบนเตียงนอนเบื่อหน่ายกับชีวิตตัวเองที่ต้องวนเวียนกับการทำตามคำสั่งของพ่อตั้งแต่เด็ก
ชายหนุ่มพึมพำ “ไม่มีวิธีที่ดีกว่าต้องแต่งงานแล้วหรือไง น่ารำคาญชะมัด”
คนเป็นพ่อกำชับเขาว่าครั้งนี้มีดีลธุรกิจที่สำคัญกับบริษัทวัสดุก่อสร้างอย่างเคทีสตีล ไม่ว่าฝ่ายบริหารจะโน้มน้าวใจประธานบริษัทคู่ค้าอย่างไรก็ไม่เป็นผล ข้อเสนออย่างเดียวจากทางนั้นก็คือราเชนต้องแต่งงานกับลูกสาวของเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ชายหนุ่มหยิบมือถือขึ้นมาแล้วโทรหาเลขาฯ ประจำตัว “คุณรู้เรื่องนี้อยู่แล้วใช่ไหม”
“ครับ” ภานรินทร์ตอบเขาไปตามตรงเพราะรู้ว่าเจ้านายโทรมาด้วยเรื่องอะไรในยามค่ำคืน
“สืบเรื่องของทางนั้นมาให้หมดแล้วส่งรายงานให้ผมภายในวันพรุ่งนี้เช้า” เขาออกคำสั่งโดยไม่ดูนาฬิกาเลยว่าตอนนี้ใกล้ตีสามแล้ว “ขุดให้ลึกเท่าที่ทำได้ ผมอยากรู้ว่าประธานมีเรื่องอะไรปิดบังกันแน่แล้วก็ขอข้อมูลบริษัทคู่แข่งของเคทีด้วย”
“รับทราบครับ” เลขาฯ หนุ่มวัยยี่สิบเจ็ดปีรับปากว่าจะทำตามคำสั่งให้เรียบร้อยก่อนจะวางสายแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ พลางคิดในใจว่า อดทนไว้ ต้องทำงานเก็บเงิน ที่นี่เงินเดือนเยอะสุดแล้ว สงบใจเอาไว้ ยุบหนอ พองหนอ แล้วเดินไปเปิดคอมพิวเตอร์ค้นหาข้อมูลอย่างเคร่งเครียด
ราเชนรู้ตัวดีว่าชื่อเสียงของเขาเรื่องผู้หญิงเป็นที่เล่าลือมากแค่ไหน ทั้งยังรู้สึกว่าบรรดาพ่อของลูกสาวเหล่านั้นชอบตีราคาค่าตัวของลูกสาวตัวเองเหมือนกันไม่มีผิด คิดแต่อยากใช้หญิงสาวพวกนั้นจับเขาให้อยู่หมัดโดยไม่สนวีรกรรมที่เขาทำไว้
เหตุผลเดียวคือการเกี่ยวดองที่เป็นเครื่องการันตีว่าธุรกิจที่ร่วมมือกันจะสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีพลันสายตามองกล่องของขวัญที่ได้รับมาในวันนี้ คิดในใจว่าวันนี้เป็นวันเกิดเขาแท้ ๆ แต่สิ่งที่ได้ยินจากปากพ่อกลับเป็นเรื่องงานไม่ใช่คำอวยพร
เขาลุกขึ้นไปหยิบกล่องขวัญที่สะดุดตานึกขึ้นได้ว่าวันนี้ยังมีเรื่องดี ๆ อีกหนึ่งอย่างก่อนจะค่อย ๆ เปิดกล่องนั้นออกมาจึงได้เห็นว่ามีสร้อยข้อมือลูกปัดเล็ก ๆ สีเงินอยู่ข้างในเผลอยิ้มออกมาตอนที่นึกถึงคำพูดใครบางคน “หวังว่าคุณราเชนจะชอบของขวัญชิ้นนี้นะคะ”
รอบที่หนึ่งผ่านไป รอบที่สิบห้าใกล้ครบแล้ว หญิงสาวยังคงมุ่งมั่นทำให้ครบแต่เรี่ยวแรงที่มีเริ่มถดถอยจนแข้งขาพันกันเอง ร่างกายโอนเอนสะดุดไปข้างหน้าหากแต่แขนของคนที่อยู่ข้าง ๆ คว้าเอาไว้ได้ทัน ราเชนโอบกอดร่างบางไว้ในอ้อมแขนก่อนที่ทั้งคู่จะล้มลงพื้น ข้อศอกของเขากระแทกจนแขนเสื้อฉีกขาดเกิดบาดแผลอย่างเห็นได้ชัด“เจ็บตรงไหนหรือเปล่า” ราเชนถามคนในอ้อมกอด“ไม่ค่ะ” หญิงสาวส่ายหน้าแล้วพยายามจะลุกขึ้นแต่เขายังไม่ยอมปล่อยให้เธอเป็นอิสระ “เฌอไม่เป็นไรค่ะ พี่ราเชนปล่อยได้แล้ว”เมื่อได้ยินอย่างนั้นจึงคลายอ้อมกอดแล้วจงใจเผยให้เห็นบาดแผลที่เกิดจากการช่วยเธอเมื่อครู่เฌอริลิณญ์จับแขนของเขายกขึ้นแล้วมองชัด ๆ “ไปทำแผลกันค่ะ” เขาเพิ่งเคยเห็นสีหน้าอย่างนี้ของอีกฝ่ายเป็นครั้งแรกจึงลองทำตัวดื้อดึงไม่ยอมลุกไปทำแผลอย่างที่เธอบอก “ไม่เจ็บเหรอคะ ไปทำแผลกัน”เจ้าตัวนิ่วหน้าแล้วบอกว่า “แผลแค่นี้เองไม่เป็นไรหรอก”“แค่นี้ที่ไหนกันคะ ไม่เห็นเหรอว่าเลือดทะล
มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งวันเปิดเรียนที่ราเชนรอคอยได้มาถึงเพราะวันนี้เขาจะได้เจอกับรุ่นน้องคนพิเศษของเขาสักทีจึงเริ่มต้นวันด้วยการโผล่มาต้อนรับน้องใหม่ตั้งแต่หน้าห้องสาขาทั้ง ๆ ที่ปกติไม่เคยก้าวเท้าเข้ามาวุ่นวายเลยสักครั้งสายตาเจ้าเล่ห์มองเห็นเป้าหมายในระยะสองร้อยเมตร เจ้าตัวเลิกคิ้วแล้วยิ้มมุมปากก่อนจะดูรายชื่อรุ่นพี่รุ่นน้องในมือของหัวหน้าสาขาพร้อมล็อกสายรหัสเรียบร้อยใครจะจับสลากได้ใครก็ทำไปเถอะแต่ราเชนผู้เป็นรุ่นพี่ปีสามคณะวิศวกรรมศาสตร์เลือกแล้วว่าเฌอริลิณญ์คือคนที่จะต้องเป็นหลานรหัสของเขาเท่านั้น“เอ่อ คุณราเชน” หญิงสาวเอ่ยปากทักอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้“ยินดีต้อนรับอย่างเป็นทางการครับ น้องเฌอ” เขายิ้มกว้าง สีหน้าระรื่นเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังมึนงงกับคำเรียกขานที่เปลี่ยนไปพลางนึกขึ้นได้ว่าคงถึงเวลาแล้วสินะที่จะเรียกราเชนแบบห่างเหินไม่ได้อีกต่อไปเพราะตอนนี้ความสัมพันธ์ของพวกเขากลายเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องร่วมคณะไปเสียแล้ว“เฌอ ทางนี้!” เสียงเจื้อยแจ้วของเพื่อนสนิทเฌอริลิณญ์ดังขึ้น ชมพูส
ช่วงอาทิตย์นี้ ราเชนยังคงวุ่นวายกับการประสานงานธุรกิจบริษัทใหม่ ในใจนึกเพียงอย่างเดียวว่าต้องตกลงกันให้เรียบร้อยก่อนถึงวันนัดหมายกับมาริน ลูกสาวของซีอีโอบริษัทเคทีสตีลที่เขาจะต้องแต่งงานด้วยตามคำสั่งของพ่อเขาตั้งใจเลื่อนนัดหมายไปเรื่อย ๆ จนถูกพ่อกดดันไม่น้อย แต่เจ้าตัวรู้ดีว่าพ่อไม่เคยรับฟังเหตุผลเรื่องใดอยู่แล้วจึงไม่คิดบอกสิ่งที่กำลังจะทำแต่ให้อีกฝ่ายรอผลลัพธ์ในคราวเดียววันนี้จึงจำใจยอมมารับประทานอาหารกับมารินเป็นครั้งแรก เขามองเธอด้วยสายตาเรียบเฉยตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าแล้วยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัยเมื่อเข้ามาในห้องอาหารส่วนตัว เขาจึงขยับเก้าอี้ให้เธอนั่งราวกับทำหน้าที่ของสุภาพบุรุษ“สั่งรายการอาหารที่คุณชอบได้เลยนะครับ” เขาเอ่ยกับคนตรงหน้าที่ทำตัวไม่ถูกหญิงสาวรับเมนูมาเปิดดูทีละหน้าแล้วสั่งตามที่ต้องการก่อนจะเอ่ยปากชวนเขาพูดคุยเพื่อทำความสนิทสนมตามประสาหนุ่มสาวนัดดูตัวมือข้างหนึ่งของราเชนเอื้อมแตะหลังมือของมารินพลันได้เห็นปฏิกิริยาที่น่าสนใจ ชายหนุ่มนึกอยากแสยะยิ้มเต็มทีกับสิ่งที่เธอทำ
เช้าวันต่อมาราเชนเข้าไปที่บริษัทเพื่อรับรายงานจากเลขาฯ ส่วนตัว คาดหวังว่าจะเจอสิ่งที่น่าสนใจมากพอภานรินทร์รายงานข้อมูลของเคทีสตีลอย่างละเอียดสมกับที่อดหลับอดนอนจนใต้ตาคล้ำพลางอ่านสีหน้าของราเชนขณะก้มดูรายงานพวกนั้นด้วยความจริงจังแม้ว่าเจ้านายจะมีชื่อเสียงด้านลบเรื่องผู้หญิงแต่หากเป็นเรื่องงาน คนตรงหน้าเขาจริงจังเสมอเพราะถูกคาดหวังจากคนเป็นพ่อไว้มากเวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมงแล้วแต่สายตาของราเชนยังคงจับจ้องรายงานจนแทบไม่ขยับตัวก่อนจะพูดขึ้นมาว่า “ตรงนี้”“ครับ” เลขาฯ หนุ่มรีบเดินเข้ามาดูตรงจุดที่เขาชี้ใกล้ ๆ“ไปสืบมาว่าผู้ชายคนนี้เป็นใครแล้วมีความสัมพันธ์ยังไงกับมาริน” ภานรินทร์เหมือนได้เห็นรอยยิ้มมุมปากของเจ้านายจึงเข้าใจได้ว่าราเชนสบโอกาสเล่นงานเคทีสตีลแล้ว“ครับ” เขาพยักหน้าแล้วรีบสั่งผู้ช่วยจัดการเรื่องนี้เพราะราเชนให้เวลาเพียงแค่ถึงก่อนเลิกงานเท่านั้นช่วงเวลานั้นเฌอริลิณญ์ไปเที่ยวในวันหยุดกับอชิตพลเหมือนอย่างเคย ความสัมพันธ์ของทั้งคู่อยู
ภัตตาคารอาหารญี่ปุ่นราเชนมีนัดหมายดูตัวกับรุ้งไพลินตามลำพัง คำสั่งของพ่อยังคงดังก้องในความคิด เพื่อขยายขอบเขตธุรกิจของตระกูลจำเป็นต้องร่วมมือกับหญิงสาวคนนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้และไม่ว่าอย่างไรก็ต้องหมั้นหมายกับเธอคนนี้ให้ได้เขามองเธอด้วยสายตาดูถูก สีหน้าไม่เป็นมิตรแสดงออกอย่างชัดเจน ก่อนหน้าที่จะมาเจอกันได้ตรวจสอบประวัติของเธอไว้เรียบร้อยแล้วรุ้งไพลินเรียบร้อยและไม่เคยมีข่าวลือเสียหายเลยสักครั้งเดียว ประวัติสะอาดจนหาที่ติไม่ได้แต่กระนั้นราเชนก็ยังมีเรื่องให้พูดประชดประชันเธออยู่วันยังค่ำ“เรื่องธุรกิจก็แค่ร่วมมือกันเฉย ๆ ก็ได้นี่ ไม่เห็นจะต้องแต่งงานกันเลย คุณไม่คิดอย่างนั้นเหรอ” เขาเอ่ยถามอยากรู้ความคิดของอีกฝ่ายท่าทางของรุ้งไพลินดูไม่ยินดียินร้ายเหมือนรู้ว่าตัวเองต้องทำอะไรเพื่อตระกูลในฐานะลูกสาว “นอกจากเรื่องนั้นก็ยังต้องมีลูกเพื่อสืบทอดด้วยนี่คะ”“เฮอะ” เขาแสยะยิ้มแล้วพูดต่อ “คุณจะบอกว่าแต่งงานกับผมทั้ง ๆ ที่ไม่รักได้อย่างนั้นเหรอครับ”ทว่า สีหน้าของเธอ
หลังจากที่เฌอริลิณญ์ได้พบอชิตพลในงานประมูลครั้งนั้น พวกเขานัดมาเจอกันบ่อยขึ้น หญิงสาวกำลังตั้งใจอ่านหนังสือเพื่อเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย ครั้นเห็นว่าอชิตพลเรียนวิชาคณิตศาสตร์เก่งจึงขอให้อีกฝ่ายติวให้เป็นการส่วนตัวแม้ว่าจะห่างหายกันไปนานแต่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ยังคงเหมือนเดิมและยิ่งอยู่ใกล้ชิดจึงมีความรู้สึกหนึ่งเกิดขึ้นในใจของพวกเขา หากแต่ไม่กล้าพูดออกไปเพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะปฏิเสธต่างคนต่างรักษาระยะห่างโดยที่ไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายมีใจให้ตัวเองเหมือนกัน นอกเหนือจากนั้นยังมีตัวแปรที่คอยเข้ามายุ่งวุ่นวายพวกเขาราวกับคนไม่มีสำนึกอีกด้วยงานเลี้ยงของบริษัทด้านอุตสาหกรรมสื่อและการบันเทิงปีนี้เชิญคนดังหลายคนเข้าร่วมงานจึงนับว่าเป็นโอกาสอันดีที่ราเชนจะได้พบกับเจ้าหญิงของอชิตพลอีกครั้ง“สอบติดมหาลัยเดียวกันเลยนี่” ราเชนกล่าวกับเฌอริลิณญ์ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เขาคอยตามดูเธอมาตั้งแต่งานการกุศลครั้งนั้นและยื่นมือเข้าหาเป็นครั้งคราว ค่อย ๆ ทำความสนิทสนมกับหญิงสาวตามประสา “ยินดีด้วยนะ คนเก่ง”“ขอบคุณค่ะ”






![ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
