Compartir

บทที่ 4

Autor: อาวรณ์อาภรณ์สีชาด
ลู่หยวนเฉิ่งมองมู่ซูหนิงเดินไปที่บ้านหลังเล็กอย่างไม่ลังเล เขาโมโหจนหน้าแดงก่ำ หน้าอกกระเพื่อมรุนแรง

ตบอย่างไร้เยื่อใยของเธอเมื่อกี้นี้ รวมถึงท่าทีเมินเฉยใส่เขาในตอนนี้ เหมือนน้ำมันราดลงบนไฟโกรธในใจเขา

เขาตวาดด้วยความโมโห “ได้! เธอคิดว่าตัวเองวิเศษวิโสมาจากไหนกัน! โยนข้าวของที่วางเกะกะอยู่ในห้องนอนใหญ่ทิ้งให้หมด! เผาทิ้งให้หมด!”

เท้าของมู่ซูหนิงไม่หยุดชะงักแม้แต่น้อย เหมือนไม่ได้ยินเสียงตวาดจากด้านหลัง ทำเพียงแค่กอดลังเบาหวิวที่อยู่ในอ้อมแขนแน่นกว่าเดิม

ลู่จิ่งมองแม่เดินไปอย่างไม่ลังเล แล้วก็มองพ่อที่กำลังโมโหสุดขีด ความรู้สึกกลัวโดนทอดทิ้งกับความโมโหอย่างประหลาดผุดขึ้นในใจ เขารีบวิ่งไปขวางมู่ซูหนิง พูดขู่ด้วยเสียงดุแบบเด็กน้อย “แม่! ถ้าแม่ยังทะเลาะกับพ่อแบบนี้ ผมจะลาออกจากโรงเรียนจริงๆ! ผมจะไปเป็นนักแข่งรถ จะไม่แตะหนังสือเรียนอีก! แม่ได้ยินไหม!”

ถ้าเป็นเมื่อก่อนมู่ซูหนิงต้องร้อนใจแทบตายแน่ๆ เธอคงจับมือเขาแล้วอธิบายอย่างใจเย็น ต้องวางแผนอนาคตที่มั่นคงให้เขา

แต่ตอนนี้เธอแค่เงยหน้ามองใบหน้าของลูกชายที่แดงก่ำเพราะความโมโห สายตาของเธอว่างเปล่า ไม่มีความรู้สึกอะไรเลย

“แล้วแต่นาย”

คำพูดเบาๆ เพียงไม่กี่คำ ทำให้ลู่จิ่งเจ็บปวดยิ่งกว่าทุกคำตำหนิ

เขายืนนิ่งอยู่ที่เดิม มองแม่เดินเข้าไปในประตูเก่าๆ ที่บ้านหลังเล็ก

เกิดเสียงดัง “ปัง” ประตูโดนล็อกจากข้างนอก

เสียงพ่อบ้านดังมาจากด้านนอก “คุณนาย คุณผู้ชายสั่งให้คุณอยู่ที่นี่ บอกให้คุณสงบสติอารมณ์ก่อน”

มู่ซูหนิงไม่ตอบ

เธอเดินมาที่ริมหน้าต่าง มองลานบ้านรกร้างข้างนอก รู้สึกปวดหน่วงๆ ที่หัว

ที่นี่เงียบจนน่ากลัว เหมาะกับการใช้เวลาในช่วงสุดท้ายของชีวิต

หลังผ่านมาสองสามวัน จู่ๆ ก็มีเสียงพลุดังขึ้นนอกหน้าต่างช่วงหัวค่ำ ท้องฟ้ายามค่ำคืนถูกแต่งแต้มด้วยสีสันของพลุ

มู่ซูหนิงยืนพิงหน้าต่าง จู่ๆ เธอนึกขึ้นมาได้ว่าเหมือนวันนี้จะเป็นวันครบรอบแต่งงานของเธอกับลู่หยวนเฉิ่ง

เมื่อหลายปีก่อน เขาก็เคยสัญญาท่ามกลางพลุมากมายแบบนี้ เขาสัญญาว่าจะไม่มีวันทำให้เธอเสียใจ

ตลกร้ายจริงๆ

ขณะนั้นทีวีเครื่องเก่าที่อยู่ในบ้านเปิดเอง ดึงสติเธอกลับมาทันที

มู่ซูหนิงจำได้ว่านี่คือหน้าจอของระบบกล้องวงจรปิดในคฤหาสน์ตระกูลลู่ เห็นได้ชัดว่ามีคนจงใจเชื่อมต่อเข้ามาในทีวีเครื่องนี้

ภาพในจอทีวีเป็นภาพห้องรับแขกที่บ้านหลังใหญ่ เปิดไฟสว่างไสว พวกเขากำลังจัดงานเลี้ยงสุดหรู

บนโต๊ะยาวเหยียดเต็มไปด้วยอาหารชั้นดี ตรงกลางเป็นเค้กก้อนใหญ่ที่ตกแต่งอย่างงดงาม

ลู่หยวนเฉิ่ง ลู่จิ่ง รวมถึงหลินเวยที่ยิ้มอย่างสดใส ไม่เห็นรอยฝ่ามือบนหน้าแล้ว กำลังฉลองกันอย่างมีความสุข ดูเป็นครอบครัวที่อบอุ่นมาก

หลินเวยใส่เสื้อผ้าคอลเลกชันล่าสุดของแบรนด์หรูแบรนด์หนึ่งที่มู่ซูหนิงเคยชอบสุดๆ แหวนเพชรบนนิ้วมือกระแทกตาเป็นอย่างมาก

ลู่จิ่งชี้เค้กด้วยความตื่นเต้น “พ่อ ป้าเวยเวย รีบขอพรแล้วเป่าเทียนสิ! ขอให้เราอยู่ด้วยกันตลอดไป!”

ใบหน้าของลู่หยวนเฉิ่งมีรอยยิ้มอบอุ่น เป็นรอยยิ้มที่มู่ซูหนิงไม่ได้เห็นมานานจนรู้สึกว่ามันดูแปลกตา เขาใส่สร้อยเพชรที่ส่องประกายระยิบระยับให้หลินเวย ส่วนหลินเวยก็ซบเขาอย่างเขินอาย

พ่อบ้านกับพวกคนใช้ยืนอยู่ด้านข้าง ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม พากันพูดแสดงความยินดีกับ “วันครบรอบที่คุณผู้ชายกับคุณหลินเวยคบหาดูใจกัน”

มู่ซูหนิงรู้สึกเหมือนโดนแท่งน้ำแข็งแทงทะลุหัวใจ เย็นจนรู้สึกชาไปหมด

นอกจากพวกเขายึดครองบ้านของเธอไปแล้ว แม้แต่วันครบรอบแต่งงานของเธอกับลู่หยวนเฉิ่ง พวกเขาก็เอามันไปด้วย เปลี่ยนมันเป็นวันครบรอบความสัมพันธ์อันน่าขยะแขยงของพวกเขา

ลูกชายเธอกำลังอวยพรฆาตกรที่ทำลายครอบครัวเธอด้วยท่าทางดีอกดีใจ

เสียงของลู่หยวนเฉิ่งดังออกมาจากทีวี มันชัดเจนและโหดร้ายมาก เหมือนกำลังแล่เธอเป็นชิ้นๆ “เวยเวย ต่อไปฉันจะอยู่ฉลองวันนี้กับเธอทุกปี”

เสียงพลุยังดังอยู่นอกหน้าต่าง แสงของพลุทำให้ห้องที่มืดสลัวสว่างเป็นครั้งคราว แต่ไม่มีความอบอุ่นแม้แต่น้อย

มู่ซูหนิงขดตัวอยู่บนโซฟาเย็นเฉียบ รู้สึกถึงความเจ็บปวดที่เซลล์มะเร็งกำลังกัดกินสมอง แต่เมื่อเทียบกับภาพความอบอุ่นที่เต็มไปความจอมปลอมบนหน้าจอทีวี เธอรู้สึกว่าความเจ็บปวดทางร่างกายเบาไปเลย

ได้ยินเสียงเปิดประตูดัง “แอ๊ด”

ลู่จิ่งถือเค้กชิ้นเล็กๆ เดินเข้ามา ท่าทางเขาเหมือนมาให้ทาน สีหน้าดูอึดอัดใจเล็กๆ

“แม่ วันนี้บ้านเรามีเรื่องมงคล พ่ออารมณ์ดีก็เลยให้ผมเอาเค้กมาให้แม่กิน แม่เลิกงี่เง่าได้แล้ว ถ้าแม่ทำตัวดีๆ ไม่แน่พรุ่งนี้พ่ออาจปล่อยแม่ออกไปก็ได้”

มู่ซูหนิงมองเค้กครีมสดหน้าตาดูดีชิ้นนั้น เหมือนเห็นเศษซากความย่อยยับของความรักและชีวิตคู่ของตัวเอง

“เอาออกไป”

“แม่!” ลู่จิ่งโมโหมาก รู้สึกเหมือน “ความหวังดี” ของตัวเองถูกเหยียบย่ำ

“ทำไมแม่ต้องทำให้คนอื่นเสียความรู้สึกด้วย? ป้าเวยเวยอุตส่าห์บอกให้แบ่งมาให้แม่ แม่จะได้รับสิ่งดีๆ ไปด้วย!”

มู่ซูหนิงหลับตาลง ไม่อยากเห็นหน้าเขา ไม่อยากเห็นพลุที่เต็มไปด้วยความจอมปลอมนอกหน้าต่างกับความหวังดีชวนอ้วกที่อยู่ตรงหน้าเธอ

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • ปิดฉากรักลวงโลก   บทที่ 21

    หลังผ่านไปสิบกว่าปี หลินย่วนเติบโตเป็นสาวน้อยที่น่ารักและสดใส เธอจูงมือแม่ไปเก็บเปลือกหอยริมทะเล ถามเรื่องราวของ “พี่หน่วนหน่วน” ด้วยเสียงน่ารักน่าเอ็นดูผมบริเวณขมับของมู่ซูหนิงกับหลินอั้นเริ่มมีหงอกแซม แต่รอยยิ้มยังอบอุ่นเหมือนเดิม แสงอาทิตย์ยามเย็นสาดส่องลงมาบนตัวทั้งสองคนที่กำลังจูงมือกันจนเป็นเงาทอดยาวบนพื้นวันนี้อากาศดีมาก ลมทะเลพัดมาเบาๆมู่ซูหนิงพาลูกสาวกับสามีมาที่สุสานบนหน้าผาเหมือนเช่นเคยหลินย่วนเอาช่อดอกไม้ที่ทำจากดอกไม้ดอกหญ้าริมทางวางไว้ด้านหน้าป้ายหลุมศพเหมือนอย่างที่เคยทำเป็นประจำ พูดด้วยเสียงเล็กๆ ว่า “พี่หน่วนหน่วน หนูกับพ่อแม่มาเยี่ยมพี่อีกแล้ว! วันนี้หนูวาดนกนางนวลเป็นแล้วนะ ไว้คราวหน้าหนูจะวาดให้พี่ดู!”มู่ซูหนิงยิ้มบางๆ แล้วลูบหัวลูกสาว หลังจากนั้นเธอกับหลินอั้นยืนเงียบๆ อยู่ตรงนั้นพักหนึ่งลมทะเลพัดผมกับชุดเดรสของเธอจนปลิวไสว สีหน้าเธอดูสงบและสบายใจมากขณะนั้นวิญญาณที่ดูเลือนรางจนแทบมองไม่เห็นของลู่หยวนเฉิ่งที่อยู่นอกม่านป้องกันขยับเบาๆ เป็นครั้งสุดท้าย ไม่มีอารมณ์รุนแรง มีเพียงความว่างเปล่า ความเข้าใจอย่างถ่องแท้ แล้วก็......ความรู้สึกที่เบาบางมาก อาจเร

  • ปิดฉากรักลวงโลก   บทที่ 20

    เวลาหมุนไปเรื่อยๆ พร้อมกับชีวิตที่เต็มไปด้วยความสุขของมู่ซูหนิง แล้วก็เป็นช่วงเวลาสุดแสนทรมานที่ค่อยๆ กัดกินสองพ่อลูกที่อยู่นอกม่านป้องกันลูกสาวของเธอกับหลินอั้นชื่อว่าหลินย่วน แปลว่า “มีความสุขดั่งใจหวัง”เธอทุ่มเทความรักและความอบอุ่นให้ลูก ในเวลาเดียวกันเธอก็ไม่เคยลืมป้ายหลุมศพเล็กๆ ที่อยู่บนหน้าผา เธออุ้มหลินย่วนแล้วชี้ไปทางทะเลอันกว้างใหญ่ บอกเด็กน้อยว่าพี่สาวของเธออยู่ที่นั่น พี่สาวรักแม่มากๆ แต่ดันเดินทางไปไกลแสนไกลแล้วเธอสอนให้หลินย่วนเก็บดอกไม้ไปวางไว้ข้างๆ หินก้อนนั้นหลินอั้นรู้ว่าภรรยามีอดีตที่ไม่อยากพูดถึงมัน เขาไม่ได้บังคับให้เธอพูดมันออกมา แต่ใช้ความรักความเอาใจใส่มากขึ้นเป็นสองเท่า สร้างที่พักใจที่มั่นคงและอบอุ่นให้เธอเขาชอบความสุขุมและความเข้มแข็งของเธอ แล้วก็ชอบที่เธอเผลอทำตัวติดเขาเหมือนเด็กน้อยเป็นบางครั้ง ชีวิตของพวกเขาเรียบง่ายและสมบูรณ์ เต็มไปด้วยความสุขที่จับต้องได้และความรักที่งดงามราวกับบทกวีหน้าที่การงานของมู่ซูหนิงก้าวหน้าอย่างมั่นคงเช่นกันภาพวาดของเธอถูกนำไปจัดแสดงในงานเล็กๆ เป็นที่ชื่นชอบของเหล่านักสะสมเธอถ่ายทอดความเข้าใจในชีวิต ท้องทะเล ความ

  • ปิดฉากรักลวงโลก   บทที่ 19

    วันนั้นพวกเขาเห็นผู้ชายใส่เสื้อเชิ้ตสีอ่อน บุคลิกดูสะอาดสะอ้านและอบอุ่น หอบหนังสือเป็นกองเดินเข้าไปในร้านหนังสือเหมือนชายหนุ่มรู้จักมู่ซูหนิง ทั้งสองคนคุยกันไม่กี่ประโยค จู่ๆ มู่ซูหนิงก็ยิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มที่สดใสและดูเป็นธรรมชาติมาก ไม่มีความเศร้าหมองแม้แต่น้อย ก่อนชายหนุ่มจะกลับ ทั้งสองคนนัดกันว่าวันหยุดจะไปหอศิลป์ที่เพิ่งเปิดใหม่ด้วยกันวิญญาณของลู่หยวนเฉิ่งบิดเบี้ยวทันที ความอิจฉาและความหึงหวงอย่างบ้าคลั่งผุดขึ้นในใจเหมือนเถาวัลย์พิษ“เขาเป็นใคร?! เขากล้าดียังไง! หนิงหนิงเป็นของฉัน! เธอเป็นภรรยาฉัน!” เขาพยายามกระแทกม่านป้องกัน แต่ก็โดนดีดกลับมาอย่างไรเยื่อใยอีกครั้ง เขาเห็นมู่ซูหนิงยิ้มบางๆ มองผู้ชายคนนั้นเดินออกไปจนลับสายตา แววตาเธอดูมีความสุขกับการได้เข้าสังคมแบบปกติทั่วไป ซึ่งเธอไม่ได้เป็นแบบนี้มานานมากแล้วหลังจากนั้นชายคนนั้นก็โผล่มาบ่อยขึ้นเรื่อยๆ เขาชื่อหลินอั้น เป็นนักวาดภาพประกอบอิสระ แล้วก็เป็นลูกค้าประจำของร้านหนังสือเขาชื่นชมความสุขุมใจเย็นของมู่ซูหนิง รวมถึงไหวพริบที่เธอแสดงออกมาให้เห็นเป็นบางครั้ง เขาชอบขนมที่เธออบ เขาชอบคุยเรื่องหนังสือและภาพวาดกับเธอ ชวนเธอไ

  • ปิดฉากรักลวงโลก   บทที่ 18

    ม่านป้องกันของระบบเหมือนกำแพงวิปโยคที่แข็งแกร่งและไร้เสียง แยกทั้งสองโลกออกจากกันอย่างสมบูรณ์สำหรับมู่ซูหนิง ม่านป้องกันแสดงถึงความสงบทำให้ความรู้สึกเหมือนกำลังถูกจ้องมอง เสียงหลอนแปลกๆ รวมถึงฝันร้ายที่คอยรบกวนหายไปจนหมดเงาวิญญาณของลู่หยวนเฉิ่งกับลู่จิ่ง รวมถึงความอาฆาตแค้นและความเจ็บปวดอันมหาศาลของพวกเขาโดนขวางไว้ด้านนอกการรับรู้ของเธอ ไม่สามารถแตะต้องเธอได้อีกแล้วตอนนี้ชีวิตของเธอเริ่มเข้าที่เข้าทางแล้ว ได้รับอิสรภาพ มีความสุขกับร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงทว่าสำหรับสองพ่อลูกตระกูลลู่ที่อยู่อีกด้านของม่านป้องกัน มันไม่ต่างอะไรกับนรก เหมือนการทรมานที่ยาวนานและโหดร้ายยิ่งกว่าถูกไฟแผดเผาร่างกายพวกเขาถูกขังอยู่ในพื้นที่แคบๆ ที่แปลกประหลาดและมืดสลัวที่นี่ไม่มีของที่จับต้องได้ ไม่รู้วันเวลา มีเพียงความเงียบและความว่างเปล่าอย่างไม่มีที่สิ้นสุดพวกเขา “เห็น” โลกใบใหม่ที่มู่ซูหนิงใช้ชีวิตอยู่ เหมือนมีกระจกใสขนาดใหญ่กั้นอยู่ กระจกที่ไม่สามารถทะลุผ่านไปได้พวกเขาเห็นแสงสว่าง เห็นสีสัน ได้ยินเสียงที่โลกใบนั้น เห็นทุกความเคลื่อนไหวของมู่ซูหนิง เห็นสีหน้าท่าทางของเธอ แต่พวกเขาไม่สามารถ

  • ปิดฉากรักลวงโลก   บทที่ 17

    ชีวิตเหมือนคลื่นทะเลที่พัดเข้าฝั่งอย่างแผ่วเบา ก้าวไปข้างหน้าอย่างสงบสุขแต่มีปมในใจบางอย่าง แม้ถูกกั้นด้วยชีวิตและความตาย แม้อยู่กันคนละโลก มันก็ยังตามหลอกหลอนไม่เลิกมู่ซูหนิงสะดุ้งตื่นเพราะความรู้สึกเหมือนจะขาดอากาศหายใจตาย เธอลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว จากนั้นเธอถึงกับสะดุ้ง เพราะเหมือนมีเงารางๆ สองเงายืนอยู่ตรงมุมมืดในห้อง! เงาหนึ่งสูงใหญ่ ส่วนอีกเงาซูบผอมมาก โครงหน้าดูคุ้นตามาก คุ้นจนเธอรู้สึกเย็นเฉียบไปทั่วร่างกาย นั่นคือลู่หยวนเฉิ่งกับลู่จิ่ง!พวกเขาไม่ได้แต่งตัวดูดี ไม่ได้ดูเหมือนวัยรุ่นหัวดื้อเหมือนตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ แต่มาในรูปร่างประหลาด เป็นเงาเลือนราง ใบหน้าซีดเผือด แววตาว่างเปล่าและเจ็บปวด เหมือนมีรอยไหม้เกรียมบนตัวด้วยพวกเขาจ้องเธอเขม็ง อ้าปากพะงาบๆ แต่ไม่มีเสียงดังออกมา มีเพียงจิตที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง อ้อนวอน และไม่พอใจ ถาโถมใส่ประสาทสัมผัสของมู่ซูหนิงเหมือนคลื่นที่เย็นยะเยือก“หนิงหนิง......ให้อภัยฉันเถอะ......”“แม่......ผมผิดไปแล้ว......ผมสำนึกผิดแล้ว......”“แม่กลับมาเถอะ......กลับมาเถอะนะ......”“เราผิดไปแล้ว......เราได้รับกรรมแล้ว......”“ดูสิ เราตาย

  • ปิดฉากรักลวงโลก   บทที่ 16

    แสงแดดคือสิ่งแรกที่มู่ซูหนิงรู้สึกได้หลังจากฟื้นขึ้นมาความอบอุ่นและความสว่างสดใสสาดส่องลงบนใบหน้าเธอเต็มๆ แสงแดดกระทบลงบนเปลือกตาบาง ทำให้โลกทั้งใบกลายเป็นสีส้มละมุนตาไม่มีกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ ไม่มีเสียงสัญญาณจากเครื่องช่วยหายใจ แล้วก็ไม่มีความเจ็บปวดเหมือนสมองจะระเบิดที่ตามหลอกหลอนมาตลอดเธอค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา สิ่งที่เห็นคือเพดานเรียบๆ ที่ดูไม่คุ้นตารู้สึกสบายตัวอย่างเหลือเชื่อ เต็มไปด้วยพลังของคนที่มีร่างกายแข็งแรง ซึ่งเธอไม่ได้รู้สึกแบบนี้มานานแล้วเธอลองขยับนิ้ว ลองยกมือขึ้นมา ร่างกายตอบสนองต่อคำสั่งได้อย่างคล่องแคล่วรวดเร็วความรู้สึกหนักอึ้งและเหมือนกำลังจะตายจากมะเร็งสมองระยะสุดท้ายหายไปหมดแล้วเธอกอดโกศใส่อัฐิของลูกสาวแล้วลุกขึ้นนั่ง กวาดสายตามองรอบห้องห้องนี้ตกแต่งแบบเรียบๆ ให้ความรู้สึกสบายตา ขนาดไม่ใหญ่ แต่แสงแดดส่องเข้ามาแบบพอเหมาะพอดี มีกระถางต้นไม้เล็กๆ วางอยู่ริมหน้าต่างสองสามกระถาง มองดูแล้วรู้สึกสดชื่นมากกลิ่นหอมอ่อนๆ ของเครื่องนอนและแสงแดดอบอวลอยู่ในอากาศ[โฮสต์] เสียงราบเรียบของระบบดังขึ้นในหัว [ตามที่ตกลงกันไว้ ตอนนี้คุณได้รับร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงและตั

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status