Share

บทที่ 3

Author: อาวรณ์อาภรณ์สีชาด
หลังจากฝังศพลูกแล้ว มู่ซูหนิงยืนอยู่หน้าหลุมศพเล็กๆ ของลูกหนึ่งวันเต็มๆ

วันต่อมาเธอมีไข้สูง รู้สึกหน้ามืดตาลาย

ไม่รู้ว่าหลับไปนานขนาดไหน เมื่อมู่ซูหนิงฟื้นจากอาการเวียนหัว เธอกำลังจะขอน้ำดื่ม แต่ได้ยินเสียงพูดเบาๆ ของลู่จิ่งดังมาจากนอกห้อง คำพูดมีความเป็นผู้ใหญ่และดูเอาอกเอาใจ ซึ่งไม่เข้ากับวัยของเขาเลย

“พ่อไม่ต้องห่วง ถ้าแม่ฟื้นขึ้นมา ผมจะไม่พูดอะไรมั่วซั่ว ป้าเวยเวยอยากได้อะไร เดี๋ยวผมให้พ่อบ้านแอบส่งไปให้ รับรองว่าแม่ไม่รู้แน่นอน”

“อืม ผมรู้ว่าแม่เสียใจ แต่น้องตายแล้ว ป้าเวยเวยกับน้องชายที่อยู่ในท้องสำคัญกว่า ผมจะช่วยพ่อดูแลพวกเขาเอง......”

วินาทีนั้นมู่ซูหนิงรู้สึกเหมือนอยู่ในอุโมงค์น้ำแข็ง ความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย มันเย็นยิ่งกว่าค่ำคืนที่โดนฝนจนตัวเปียกปอน

เธอนึกว่าลูกชายแค่โดนหลอก แค่ยังไม่รู้ความ คิดไม่ถึงว่าการหลอกลวงที่ยาวนานถึงสิบปี นอกจากลูกชายเธอรู้ทุกอย่างแล้ว เขาอาจเป็นคนที่สมรู้ร่วมคิดและคนที่ปกป้องอีกฝ่ายด้วย

เหมือนลู่หยวนเฉิ่งพูดสั่งเบาๆ ไม่กี่ประโยค ตอนเขาผลักประตูเข้ามา ใบหน้ามีความกังวลและอ่อนล้าแบบที่ไม่มากไปและไม่น้อยไป ดูเป็นธรรมชาติมาก

“หนิงหนิง ฟื้นแล้วเหรอ? เป็นยังไงบ้าง?”

มู่ซูหนิงไม่ได้มองเขา สายตาจ้องไปที่ลู่จิ่งที่เดินตามเข้ามา เด็กน้อยหลบตาเธอ เธอพูดด้วยเสียงแหบพร่า “อาจิ่ง เมื่อกี้นายพูดว่าป้าเวยเวยกับน้องชายเหรอ?”

ลู่จิ่งตัวแข็งทื่อ หันไปมองพ่อทันที

สีหน้าลู่หยวนเฉิ่งเปลี่ยนไปเล็กน้อย พยายามอธิบายว่า “หนิงหนิง เธอฟังฉันอธิบายก่อน มันไม่ใช่อย่างที่เธอคิด......”

“ฉันไม่ได้ถามนาย!” มู่ซูหนิงพูดขัดเขาทันที จ้องลูกชายเขม็ง “นายรู้ตั้งแต่เมื่อไร? รู้ว่าหลินเวยคบกับพ่อนายตั้งแต่เมื่อไร?”

เป็นครั้งแรกที่ลู่จิ่งเห็นสายตาดุดันของแม่ เขาตกใจมาก พูดอย่างกล้าๆ กลัวๆ ว่า “ผมรู้มาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว พ่อบอกว่าป้าเวยเวยคือคนที่เข้าใจพ่อจริงๆ พ่อบอกว่าแค่ผมเชื่อฟัง ช่วยพ่อปิดบังเรื่องนี้ แม่ก็จะไม่ทิ้งเราไป ครอบครัวเราก็ยังอบอุ่นเหมือนเดิม......”

“ครอบครัวอบอุ่นเหรอ?” มู่ซูหนิงหัวเราะทันที เสียงหัวเราะเย็นยะเยือกและเศร้าสลด เธอหัวเราะจนน้ำตาไหลออกมา

เธอมองลูกชายที่เธอทุ่มเทแรงกายแรงใจเลี้ยงดูมา รู้สึกว่าเขาเหมือนคนแปลกหน้า

ที่แท้ครอบครัวที่เธอตั้งใจดูแลทะนุถนอมมาอย่างดีเต็มไปด้วยการโกหกหลอกลวง และคนที่แต่งเรื่องโกหกขึ้นมาก็คือคนที่เธอรักและไว้ใจที่สุด

“ถ้าอย่างนั้นนายคงคิดว่าการตายของน้องสาวนายเป็นแค่อุบัติเหตุที่ทำลายชีวิตอันสมบูรณ์แบบของพวกนายใช่ไหม?!”

ลู่หยวนเฉิ่งตำหนิเสียงแข็ง “ลู่จิ่ง! หุบปาก! นายกลับห้องไปเลย!”

ลู่จิ่งตกใจจนไม่กล้าพูดอะไร รีบวิ่งออกไปทันที

มู่ซูหนิงมองลู่หยวนเฉิ่ง ประกายความหวังอันริบหรี่ในดวงตาดับมอดลง

เธอสูญเสียลูกสาวไปแล้ว ตอนนี้เธอยังเสียลูกชายไปด้วย

เธอพยายามลุกขึ้นมานั่ง แต่พิษไข้และเรื่องสุดสะเทือนใจทำให้เธอรู้สึกหน้ามืด

ลู่หยวนเฉิ่งจะประคองเธอ แต่โดนเธอผลักออกไป

“อย่ามาแตะต้องฉัน”

จู่ๆ มู่ซูหนิงหัวเราะออกมา หัวเราะให้กับความโง่ของตัวเอง

เหตุผลสุดท้ายที่เธอยังอยู่บนโลกใบนี้ก็พังทลายลงเช่นกัน

วันนั้นเธอตัดสินใจลาโลกใบนี้

ตอนที่มู่ซูหนิงกำลังจมอยู่กับอดีตแสนเจ็บปวด เสียงเอะอะข้างนอกดึงสติเธอกลับมา

สาวใช้เคาะประตูแล้วเดินเข้ามา สีหน้าดูลำบากใจ “คุณนาย คุณผู้ชายสั่งให้คุณย้ายออกจากห้องนอนใหญ่ คุณผู้ชายบอกว่าจะให้คุณหลินย้ายมาอยู่ค่ะ”

มู่ซูหนิงที่กำลังเก็บข้าวของชะงักเล็กน้อย เธอไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองด้วยซ้ำ “โอเค”

“คุณผู้ชายยังบอกให้คุณ......เก็บของแล้วย้ายไปที่บ้านหลังเล็กที่อยู่ด้านหลังด้วยค่ะ”

“โอเค” เสียงเธอราบเรียบ เหมือนฟังสาวใช้รายงานเรื่องทั่วไปอย่างไรอย่างนั้น

เธอเอาเสื้อผ้าและของใช้จำเป็นไม่กี่อย่างใส่ลังเล็กๆ แล้วถือลังเดินไปที่ประตู

เพิ่งเดินออกจากห้องนอนใหญ่ ก็เห็นหลินเวยโดนคนใช้ล้อมหน้าล้อมหลัง ท่าทางเหมือนนายหญิงของบ้านหลังนี้

น้ำเสียงของหลินเวยดูได้ใจอย่างเห็นได้ชัด “พี่ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ”

เธอยืนขวางมู่ซูหนิง กดเสียงต่ำพูดด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความเคียดแค้น “พี่นี่ใจเด็ดจริงๆ เลยนะ ตอนนั้นบอกว่าจะไปก็ไปจริงๆ แต่น่าเสียดาย พอพี่ไปแล้ว ลูกฉันดันไม่มีบุญได้ลืมตาดูโลก พี่คงสะใจมากสินะ?”

มู่ซูหนิงชะงักปลายเท้า หันกลับมามองหน้าท้องแบนราบของเธอด้วยสายตาเย็นชา รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก “กรรมตามสนอง”

คำพูดเบาๆ เพียงไม่กี่คำ เหมือนเข็มทิ่มเข้ามาในหูหลินเวย

รอยยิ้มจอมปลอมบนใบหน้าเธอหายวับไปทันที เธอเดินมาข้างหน้าแล้วพูดเสียงแหลม “กรรมตามสนองเหรอ? ใช่ ฉันเสียลูกไป แล้วยังไงล่ะ? แต่ฉันคิดว่าเอาลูกสาวของพี่ที่กำลังอยู่ในวัยน่ารักน่าชังมาแลกกับก้อนเนื้อที่ยังไม่เป็นรูปเป็นร่างในท้องฉันมันคุ้มมากเลยนะ!”

“เพียะ!”

เสียงตบดังสนั่น ฝ่ามือฟาดลงบนหน้าหลินเวยอย่างแรง “ไม่ได้เจอกันสิบปี เธอก็ยังต่ำตมเหมือนเดิม”

หลินเวยโดนตบจนเซไปชนกับขอบประตู

มู่ซูหนิงมือสั่นเล็กน้อย เธอไม่ได้กลัว แต่ตอนนี้เธอกำลังโมโหและเจ็บปวดเป็นอย่างมาก

เธอทนการถูกทรยศได้ ทนความเย็นชาได้ แต่สิ่งเดียวที่เธอทนไม่ได้เลยก็คือการที่มีคนเอาลูกสาวที่จากโลกนี้ไปแล้วมาเป็นเครื่องมือในการโจมตีเธอ!

“พี่กล้าตบฉันเหรอ?!” หลินเวยเอามือกุมหน้า ตะโกนออกมาด้วยความตกตะลึง

ขณะนั้นลู่หยวนเฉิ่งได้ยินเสียงแล้วรีบวิ่งมา เห็นหลินเวยเอามือกุมหน้า น้ำตาไหลพราก ท่าทางน่าสงสารมาก

สีหน้าเขาขุ่นมัวทันที เขารีบเดินเข้ามาดึงหลินเวยไปหลบด้านหลังตัวเอง พูดตำหนิมู่ซูหนิงเสียงแข็ง

“มู่ซูหนิง! เธอเป็นบ้าอะไรอีก?! รีบขอโทษเวยเวยเดี๋ยวนี้!”

มู่ซูหนิงมองผู้ชายที่รีบปกป้องผู้หญิงอีกคน แล้วก็มองผู้หญิงที่อยู่ด้านหลังเขา ผู้หญิงที่ใช้ถ้อยคำหยาบคายทำร้ายจิตใจเธอ จู่ๆ เธอรู้สึกว่าทุกอย่างมันไร้สาระและตลกสิ้นดี

เธอค่อยๆ ดึงมือกลับมา ราวกับตบที่เธอใช้แรงไปทั้งหมดเมื่อกี้นี้ เอาความรู้สึกสุดท้ายที่เธอมีต่อเขาไปหมดแล้ว

เธอไม่ได้มองลู่หยวนเฉิ่ง มองผ่านเขาไปที่หลินเวย เสียงเย็นยะเยือกราวกับน้ำแข็ง

“ขอโทษงั้นเหรอ? เธอไม่คู่ควรกับคำขอโทษของฉันด้วยซ้ำ”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ปิดฉากรักลวงโลก   บทที่ 21

    หลังผ่านไปสิบกว่าปี หลินย่วนเติบโตเป็นสาวน้อยที่น่ารักและสดใส เธอจูงมือแม่ไปเก็บเปลือกหอยริมทะเล ถามเรื่องราวของ “พี่หน่วนหน่วน” ด้วยเสียงน่ารักน่าเอ็นดูผมบริเวณขมับของมู่ซูหนิงกับหลินอั้นเริ่มมีหงอกแซม แต่รอยยิ้มยังอบอุ่นเหมือนเดิม แสงอาทิตย์ยามเย็นสาดส่องลงมาบนตัวทั้งสองคนที่กำลังจูงมือกันจนเป็นเงาทอดยาวบนพื้นวันนี้อากาศดีมาก ลมทะเลพัดมาเบาๆมู่ซูหนิงพาลูกสาวกับสามีมาที่สุสานบนหน้าผาเหมือนเช่นเคยหลินย่วนเอาช่อดอกไม้ที่ทำจากดอกไม้ดอกหญ้าริมทางวางไว้ด้านหน้าป้ายหลุมศพเหมือนอย่างที่เคยทำเป็นประจำ พูดด้วยเสียงเล็กๆ ว่า “พี่หน่วนหน่วน หนูกับพ่อแม่มาเยี่ยมพี่อีกแล้ว! วันนี้หนูวาดนกนางนวลเป็นแล้วนะ ไว้คราวหน้าหนูจะวาดให้พี่ดู!”มู่ซูหนิงยิ้มบางๆ แล้วลูบหัวลูกสาว หลังจากนั้นเธอกับหลินอั้นยืนเงียบๆ อยู่ตรงนั้นพักหนึ่งลมทะเลพัดผมกับชุดเดรสของเธอจนปลิวไสว สีหน้าเธอดูสงบและสบายใจมากขณะนั้นวิญญาณที่ดูเลือนรางจนแทบมองไม่เห็นของลู่หยวนเฉิ่งที่อยู่นอกม่านป้องกันขยับเบาๆ เป็นครั้งสุดท้าย ไม่มีอารมณ์รุนแรง มีเพียงความว่างเปล่า ความเข้าใจอย่างถ่องแท้ แล้วก็......ความรู้สึกที่เบาบางมาก อาจเร

  • ปิดฉากรักลวงโลก   บทที่ 20

    เวลาหมุนไปเรื่อยๆ พร้อมกับชีวิตที่เต็มไปด้วยความสุขของมู่ซูหนิง แล้วก็เป็นช่วงเวลาสุดแสนทรมานที่ค่อยๆ กัดกินสองพ่อลูกที่อยู่นอกม่านป้องกันลูกสาวของเธอกับหลินอั้นชื่อว่าหลินย่วน แปลว่า “มีความสุขดั่งใจหวัง”เธอทุ่มเทความรักและความอบอุ่นให้ลูก ในเวลาเดียวกันเธอก็ไม่เคยลืมป้ายหลุมศพเล็กๆ ที่อยู่บนหน้าผา เธออุ้มหลินย่วนแล้วชี้ไปทางทะเลอันกว้างใหญ่ บอกเด็กน้อยว่าพี่สาวของเธออยู่ที่นั่น พี่สาวรักแม่มากๆ แต่ดันเดินทางไปไกลแสนไกลแล้วเธอสอนให้หลินย่วนเก็บดอกไม้ไปวางไว้ข้างๆ หินก้อนนั้นหลินอั้นรู้ว่าภรรยามีอดีตที่ไม่อยากพูดถึงมัน เขาไม่ได้บังคับให้เธอพูดมันออกมา แต่ใช้ความรักความเอาใจใส่มากขึ้นเป็นสองเท่า สร้างที่พักใจที่มั่นคงและอบอุ่นให้เธอเขาชอบความสุขุมและความเข้มแข็งของเธอ แล้วก็ชอบที่เธอเผลอทำตัวติดเขาเหมือนเด็กน้อยเป็นบางครั้ง ชีวิตของพวกเขาเรียบง่ายและสมบูรณ์ เต็มไปด้วยความสุขที่จับต้องได้และความรักที่งดงามราวกับบทกวีหน้าที่การงานของมู่ซูหนิงก้าวหน้าอย่างมั่นคงเช่นกันภาพวาดของเธอถูกนำไปจัดแสดงในงานเล็กๆ เป็นที่ชื่นชอบของเหล่านักสะสมเธอถ่ายทอดความเข้าใจในชีวิต ท้องทะเล ความ

  • ปิดฉากรักลวงโลก   บทที่ 19

    วันนั้นพวกเขาเห็นผู้ชายใส่เสื้อเชิ้ตสีอ่อน บุคลิกดูสะอาดสะอ้านและอบอุ่น หอบหนังสือเป็นกองเดินเข้าไปในร้านหนังสือเหมือนชายหนุ่มรู้จักมู่ซูหนิง ทั้งสองคนคุยกันไม่กี่ประโยค จู่ๆ มู่ซูหนิงก็ยิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มที่สดใสและดูเป็นธรรมชาติมาก ไม่มีความเศร้าหมองแม้แต่น้อย ก่อนชายหนุ่มจะกลับ ทั้งสองคนนัดกันว่าวันหยุดจะไปหอศิลป์ที่เพิ่งเปิดใหม่ด้วยกันวิญญาณของลู่หยวนเฉิ่งบิดเบี้ยวทันที ความอิจฉาและความหึงหวงอย่างบ้าคลั่งผุดขึ้นในใจเหมือนเถาวัลย์พิษ“เขาเป็นใคร?! เขากล้าดียังไง! หนิงหนิงเป็นของฉัน! เธอเป็นภรรยาฉัน!” เขาพยายามกระแทกม่านป้องกัน แต่ก็โดนดีดกลับมาอย่างไรเยื่อใยอีกครั้ง เขาเห็นมู่ซูหนิงยิ้มบางๆ มองผู้ชายคนนั้นเดินออกไปจนลับสายตา แววตาเธอดูมีความสุขกับการได้เข้าสังคมแบบปกติทั่วไป ซึ่งเธอไม่ได้เป็นแบบนี้มานานมากแล้วหลังจากนั้นชายคนนั้นก็โผล่มาบ่อยขึ้นเรื่อยๆ เขาชื่อหลินอั้น เป็นนักวาดภาพประกอบอิสระ แล้วก็เป็นลูกค้าประจำของร้านหนังสือเขาชื่นชมความสุขุมใจเย็นของมู่ซูหนิง รวมถึงไหวพริบที่เธอแสดงออกมาให้เห็นเป็นบางครั้ง เขาชอบขนมที่เธออบ เขาชอบคุยเรื่องหนังสือและภาพวาดกับเธอ ชวนเธอไ

  • ปิดฉากรักลวงโลก   บทที่ 18

    ม่านป้องกันของระบบเหมือนกำแพงวิปโยคที่แข็งแกร่งและไร้เสียง แยกทั้งสองโลกออกจากกันอย่างสมบูรณ์สำหรับมู่ซูหนิง ม่านป้องกันแสดงถึงความสงบทำให้ความรู้สึกเหมือนกำลังถูกจ้องมอง เสียงหลอนแปลกๆ รวมถึงฝันร้ายที่คอยรบกวนหายไปจนหมดเงาวิญญาณของลู่หยวนเฉิ่งกับลู่จิ่ง รวมถึงความอาฆาตแค้นและความเจ็บปวดอันมหาศาลของพวกเขาโดนขวางไว้ด้านนอกการรับรู้ของเธอ ไม่สามารถแตะต้องเธอได้อีกแล้วตอนนี้ชีวิตของเธอเริ่มเข้าที่เข้าทางแล้ว ได้รับอิสรภาพ มีความสุขกับร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงทว่าสำหรับสองพ่อลูกตระกูลลู่ที่อยู่อีกด้านของม่านป้องกัน มันไม่ต่างอะไรกับนรก เหมือนการทรมานที่ยาวนานและโหดร้ายยิ่งกว่าถูกไฟแผดเผาร่างกายพวกเขาถูกขังอยู่ในพื้นที่แคบๆ ที่แปลกประหลาดและมืดสลัวที่นี่ไม่มีของที่จับต้องได้ ไม่รู้วันเวลา มีเพียงความเงียบและความว่างเปล่าอย่างไม่มีที่สิ้นสุดพวกเขา “เห็น” โลกใบใหม่ที่มู่ซูหนิงใช้ชีวิตอยู่ เหมือนมีกระจกใสขนาดใหญ่กั้นอยู่ กระจกที่ไม่สามารถทะลุผ่านไปได้พวกเขาเห็นแสงสว่าง เห็นสีสัน ได้ยินเสียงที่โลกใบนั้น เห็นทุกความเคลื่อนไหวของมู่ซูหนิง เห็นสีหน้าท่าทางของเธอ แต่พวกเขาไม่สามารถ

  • ปิดฉากรักลวงโลก   บทที่ 17

    ชีวิตเหมือนคลื่นทะเลที่พัดเข้าฝั่งอย่างแผ่วเบา ก้าวไปข้างหน้าอย่างสงบสุขแต่มีปมในใจบางอย่าง แม้ถูกกั้นด้วยชีวิตและความตาย แม้อยู่กันคนละโลก มันก็ยังตามหลอกหลอนไม่เลิกมู่ซูหนิงสะดุ้งตื่นเพราะความรู้สึกเหมือนจะขาดอากาศหายใจตาย เธอลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว จากนั้นเธอถึงกับสะดุ้ง เพราะเหมือนมีเงารางๆ สองเงายืนอยู่ตรงมุมมืดในห้อง! เงาหนึ่งสูงใหญ่ ส่วนอีกเงาซูบผอมมาก โครงหน้าดูคุ้นตามาก คุ้นจนเธอรู้สึกเย็นเฉียบไปทั่วร่างกาย นั่นคือลู่หยวนเฉิ่งกับลู่จิ่ง!พวกเขาไม่ได้แต่งตัวดูดี ไม่ได้ดูเหมือนวัยรุ่นหัวดื้อเหมือนตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ แต่มาในรูปร่างประหลาด เป็นเงาเลือนราง ใบหน้าซีดเผือด แววตาว่างเปล่าและเจ็บปวด เหมือนมีรอยไหม้เกรียมบนตัวด้วยพวกเขาจ้องเธอเขม็ง อ้าปากพะงาบๆ แต่ไม่มีเสียงดังออกมา มีเพียงจิตที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง อ้อนวอน และไม่พอใจ ถาโถมใส่ประสาทสัมผัสของมู่ซูหนิงเหมือนคลื่นที่เย็นยะเยือก“หนิงหนิง......ให้อภัยฉันเถอะ......”“แม่......ผมผิดไปแล้ว......ผมสำนึกผิดแล้ว......”“แม่กลับมาเถอะ......กลับมาเถอะนะ......”“เราผิดไปแล้ว......เราได้รับกรรมแล้ว......”“ดูสิ เราตาย

  • ปิดฉากรักลวงโลก   บทที่ 16

    แสงแดดคือสิ่งแรกที่มู่ซูหนิงรู้สึกได้หลังจากฟื้นขึ้นมาความอบอุ่นและความสว่างสดใสสาดส่องลงบนใบหน้าเธอเต็มๆ แสงแดดกระทบลงบนเปลือกตาบาง ทำให้โลกทั้งใบกลายเป็นสีส้มละมุนตาไม่มีกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ ไม่มีเสียงสัญญาณจากเครื่องช่วยหายใจ แล้วก็ไม่มีความเจ็บปวดเหมือนสมองจะระเบิดที่ตามหลอกหลอนมาตลอดเธอค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา สิ่งที่เห็นคือเพดานเรียบๆ ที่ดูไม่คุ้นตารู้สึกสบายตัวอย่างเหลือเชื่อ เต็มไปด้วยพลังของคนที่มีร่างกายแข็งแรง ซึ่งเธอไม่ได้รู้สึกแบบนี้มานานแล้วเธอลองขยับนิ้ว ลองยกมือขึ้นมา ร่างกายตอบสนองต่อคำสั่งได้อย่างคล่องแคล่วรวดเร็วความรู้สึกหนักอึ้งและเหมือนกำลังจะตายจากมะเร็งสมองระยะสุดท้ายหายไปหมดแล้วเธอกอดโกศใส่อัฐิของลูกสาวแล้วลุกขึ้นนั่ง กวาดสายตามองรอบห้องห้องนี้ตกแต่งแบบเรียบๆ ให้ความรู้สึกสบายตา ขนาดไม่ใหญ่ แต่แสงแดดส่องเข้ามาแบบพอเหมาะพอดี มีกระถางต้นไม้เล็กๆ วางอยู่ริมหน้าต่างสองสามกระถาง มองดูแล้วรู้สึกสดชื่นมากกลิ่นหอมอ่อนๆ ของเครื่องนอนและแสงแดดอบอวลอยู่ในอากาศ[โฮสต์] เสียงราบเรียบของระบบดังขึ้นในหัว [ตามที่ตกลงกันไว้ ตอนนี้คุณได้รับร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงและตั

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status