Short
หล่นสัญญา

หล่นสัญญา

By:  มูลี่Completed
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
9Chapters
111views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

ในคืนวันที่ผมสารภาพรักกับแฟนสาว เธอร้องไห้ออกมาอย่างหนัก เธอบอกว่าเธอเห็นอนาคต และอยากจะทำสัญญากับผม ผมถามเธอว่าทำไม? เธอทำเพียงแค่พูดว่า “ฉันจำไม่ได้แล้ว จำได้แค่ว่าในอนาคตตัวเองเสียใจมาก เสียใจเหลือเกิน อาโน ต่อจากนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น คุณต้องให้โอกาสฉันสามครั้งได้ไหม” ด้วยความที่ผมรักชูเฉียวเอ๋อร์มาก ผมจึงตอบตกลงไปโดยไม่ลังเล แต่ในเวลาต่อมา ดูเหมือนเธอจะลืมเรื่องนี้ไปแล้ว ในตอนที่เธอกำลังสวีทหวานชื่นกับผู้ช่วยชายของเธอ ผมถึงได้รู้ว่านี่คือเหตุผลทำไม เพราะในวินาทีที่ผมเซ็นชื่อลงบนใบหย่า ผมก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยเสียงหนึ่ง นั่นคือเสียงของชูเฉียวเอ๋อร์ในวัยสิบเก้าปี เธอกำลังร้องไห้แล้วพูดว่า “อาโน คุณเคยสัญญาไว้กับฉันแล้วใช่ไหมล่ะ ว่าจะให้โอกาสฉันสามครั้ง”

View More

Chapter 1

บทที่ 1

“ท่านประธานเฉิน ผมคิดว่าคนใจกว้างอย่างคุณ คงจะปล่อยให้ผมกับชูเฉียวเอ๋อร์รักกันดี ๆ ใช่ไหมครับ”

ข้อความนี้ถูกส่งมาจาก ฉินเฟิง ผู้ช่วยชายของชูเฉียวเอ๋อร์บนหน้าจอโทรศัพท์

นอกจากประโยคนี้แล้ว ที่เหลือก็เป็นวิดีโอและรูปถ่ายทั้งหมด

ภาพการโอบกอดกันอย่างเร่าร้อนภายใต้หอไอเฟล

ภาพความหวานชื่นหน้าภาพเขียนฝาผนังในพิพิธภัณฑ์ลูฟร์

ที่หนักกว่านั้นคือภาพเปลือยกายบนหาดทรายที่มัลดีฟส์

กระทั่งภาพการมีความสุขกันอย่างเต็มที่หน้าหน้าต่างบานใหญ่ก็ยังมี

จนถึงวินาทีนี้ ผมถึงเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า ชูเฉียวเอ๋อร์คนนี้ไม่ใช่ชูเฉียวเอ๋อร์ที่ผมเคยรักอีกต่อไปแล้ว

เราสองคนรู้จักกันมาตั้งแต่ตอนที่ยังไม่มีอะไร เพื่อความฝันด้านการแสดงของเธอ ผมทำงานงกๆ ตั้งแต่เช้ามืดจนดึกดื่น เงินที่หามาได้ทั้งหมดถูกนำไปใช้กับการแสดงของเธอ ใช้ไปกับการพาเธอวิ่งรอกตามกองถ่าย

ตลอดเจ็ดปีมานี้ ผมเหนื่อยจนหลับคาขบวนรถไฟใต้ดินตอนกลับบ้าน และดื่มเหล้าจนกระเพาะเลือดออกในงานสังสรรค์

กว่าจะค่อยๆ สร้างบริษัทขึ้นมาได้ขนาดนี้

และชูเฉียวเอ๋อร์ก็โด่งดังไปทั่วสารทิศ กลายเป็นนางเอกระดับตัวแม่ที่มีแต่คนคอยติดตาม

สิ่งที่พวกเราเคยเฝ้าฝันไว้ด้วยกัน สุดท้ายเธอกลับเลือกที่จะไปทำร่วมกับผู้ช่วยตัวน้อยของเธอ

ผมไม่ลังเลอีกต่อไป แล้วร่างใบหย่าขึ้นมา

ในขณะที่กำลังจะเซ็นชื่อลงไป เสียงที่คาดไม่ถึงเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นข้างหูผม

“อาโน อย่าเลยนะ คุณเคยสัญญาว่าจะให้โอกาสฉันสามครั้งใช่ไหม”

เมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคยนี้ ผมราวกับถูกสายฟ้าฟาด ร่างกายสั่นสะท้านไปหมด

พอหันกลับไปมอง ชูเฉียวเอ๋อร์ในวัยสิบเก้าปียืนอยู่ตรงหน้าผม รูปร่างเลือนราง สวมชุดกระโปรงราคาไม่ถึงหนึ่งพันห้าร้อยบาทที่ผมเจียดเวลาไปทำงานพิเศษมาซื้อให้

เธอในชุดกระโปรงตัวนี้ คือภาพที่สวยที่สุดในความทรงจำของผม

ผมมองชูเฉียวเอ๋อร์วัยสิบเก้าปีอย่างเหม่อลอย ก่อนจะหัวเราะออกมา

“ได้เลย งั้นผมให้โอกาสสามครั้ง”

ในตอนนั้นเอง โทรศัพท์ของผมก็ดังขึ้นอีกครั้ง

“เฉินนั่ว! ฉันบอกคุณกี่ครั้งแล้วว่าอย่ารังแกฉินเฟิงอีก เขาเป็นแค่ผู้ช่วยของฉัน ทุกวันวิ่งตามฉันไปทั่วก็เหนื่อยพอแล้ว!”

“ถ้าคุณยังทำตัวงี่เง่าอีก เรื่องที่ตกลงว่าจะไปทะเลด้วยกัน ก็ถือว่ายกเลิก!”

สายโทรศัพท์ถูกกดรับ ผมเปิดลำโพงทิ้งไว้ เสียงเกรี้ยวกราดของชูเฉียวเอ๋อร์ก้องกังวานอยู่ในห้อง

ผมหันไปมองชูเฉียวเอ๋อร์วัยสิบเก้าปีแวบหนึ่ง แล้วเผยรอยยิ้มที่อ่อนโยนให้เธอ ในขณะที่บนใบหน้าของเธอฉายแววโกรธเคือง

“เธอทำแบบนี้กับคุณได้ยังไง! เธอพูดกับคุณแบบนี้ได้ยังไงกัน!”

ตัวเธอในวัยสิบเก้าปีตัวสั่นด้วยความโกรธ ในขณะที่ตัวเธอในวัยยี่สิบเจ็ดปีกลับเย็นชาอย่างถึงที่สุด

“เฉินนั่ว เริ่มมีปีกกล้าขาแข็งแล้วสินะ เดี๋ยวนี้กล้ามีผู้หญิงอยู่ข้างตัวแล้วเหรอ ให้เวลาคุณครึ่งชั่วโมงมาที่ตึกเฟิงอวี้ ไม่อย่างนั้น...”

ชูเฉียวเอ๋อร์วัยสิบเก้าปีวางสายไปทันที ส่วนผมทำเพียงพูดเบาๆ ว่า

“นี่คือโอกาสครั้งที่หนึ่งนะ ชูเฉียวเอ๋อร์”

ผมก็แยกไม่ออกว่า ประโยคนี้พูดให้ชูเฉียวเอ๋อร์วัยสิบเก้าปีฟัง หรือพูดกับตัวเองกันแน่

ผมขับรถมาถึงตึกเฟิงอวี้ ก็ผ่านไปสี่สิบนาทีแล้ว
Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
9 Chapters
บทที่ 1
“ท่านประธานเฉิน ผมคิดว่าคนใจกว้างอย่างคุณ คงจะปล่อยให้ผมกับชูเฉียวเอ๋อร์รักกันดี ๆ ใช่ไหมครับ”ข้อความนี้ถูกส่งมาจาก ฉินเฟิง ผู้ช่วยชายของชูเฉียวเอ๋อร์บนหน้าจอโทรศัพท์นอกจากประโยคนี้แล้ว ที่เหลือก็เป็นวิดีโอและรูปถ่ายทั้งหมดภาพการโอบกอดกันอย่างเร่าร้อนภายใต้หอไอเฟลภาพความหวานชื่นหน้าภาพเขียนฝาผนังในพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ ที่หนักกว่านั้นคือภาพเปลือยกายบนหาดทรายที่มัลดีฟส์ กระทั่งภาพการมีความสุขกันอย่างเต็มที่หน้าหน้าต่างบานใหญ่ก็ยังมีจนถึงวินาทีนี้ ผมถึงเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า ชูเฉียวเอ๋อร์คนนี้ไม่ใช่ชูเฉียวเอ๋อร์ที่ผมเคยรักอีกต่อไปแล้วเราสองคนรู้จักกันมาตั้งแต่ตอนที่ยังไม่มีอะไร เพื่อความฝันด้านการแสดงของเธอ ผมทำงานงกๆ ตั้งแต่เช้ามืดจนดึกดื่น เงินที่หามาได้ทั้งหมดถูกนำไปใช้กับการแสดงของเธอ ใช้ไปกับการพาเธอวิ่งรอกตามกองถ่าย ตลอดเจ็ดปีมานี้ ผมเหนื่อยจนหลับคาขบวนรถไฟใต้ดินตอนกลับบ้าน และดื่มเหล้าจนกระเพาะเลือดออกในงานสังสรรค์กว่าจะค่อยๆ สร้างบริษัทขึ้นมาได้ขนาดนี้ และชูเฉียวเอ๋อร์ก็โด่งดังไปทั่วสารทิศ กลายเป็นนางเอกระดับตัวแม่ที่มีแต่คนคอยติดตามสิ่งที่พวกเราเคยเฝ้าฝันไว้ด้วย
Read more
บทที่ 2
สภาพการจราจรโดยรอบตึกหนาแน่นมาก รถติดหนักอย่างที่สุดจนกระทั่งผมมาถึงห้องทำงานชั้นบนสุดที่เป็นของชูเฉียวเอ๋อร์ ทันทีที่ผลักประตูเข้าไป เสียงของชูเฉียวเอ๋อร์ก็ดังขึ้น“เฉินนั่ว ฉันเตือนคุณแล้วนะ ให้ปรากฏตัวต่อหน้าฉันภายในสามสิบนาที แต่นี่...”“อืม”ผมขัดจังหวะเธอด้วยท่าทีเฉยเมย ก่อนจะหันไปนั่งลงบนโซฟาอย่างไม่สนใจขณะนี้ฉินเฟิง ผู้ช่วยคนสนิทของชูเฉียวเอ๋อร์ก็อยู่ในห้องทำงานด้วย เขาก้มหน้าขอบตาแดงก่ำ มือขวาคอยกุมข้อมือซ้ายของตัวเองไว้ท่าทีที่เย็นชาของผมดูเหมือนจะกระตุ้นอารมณ์ของชูเฉียวเอ๋อร์ เธอตบโต๊ะเสียงดังสนั่น“เฉินนั่ว นี่คุณเป็นคนแบบไหนกันแน่! จนป่านนี้คุณก็ยังไม่ยอมรับผิดอีกเหรอ?”แต่ผมยังไม่ทันได้อ้าปากพูด ฉินเฟิงก็พูดขึ้นมาเสียก่อน“พี่ชูเฉียวเอ๋อร์ ไม่เป็นไรครับ แค่นาฬิกาเรือนเดียว ผมไม่โทษพี่เฉินนั่วหรอกครับ”สิ้นเสียงของฉินเฟิง ชูเฉียวเอ๋อร์กลับยิ่งโกรธจัด แต่เธอกลับพยายามกดความโกรธเอาไว้ แล้วพูดกับฉินเฟิงด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“ไม่โทษเขาอะไรกัน เขาใจแคบถึงขนาดแย่งของขวัญวันเกิดที่ฉันให้นายไป นายวางใจเถอะ ฉันไม่เข้าข้างเขาหรอก”พูดจบเธอหันหัวมา น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นดุด
Read more
บทที่ 3
ผมพูดจบด้วยน้ำเสียงเย็นชา แล้วก้าวเท้าเดินออกจากห้องทำงานไปทันทีแต่ชูเฉียวเอ๋อร์ในวัยสิบเก้าปีกลับพุ่งเข้ามากอดแขนผมไว้โดยไม่ทันตั้งตัว“อาโน อาโน อย่าเลยนะ เราเอาเจ้านาฬิกาเรือนนั้นกลับมาเถอะนะ ได้ไหม มันเป็นเรือนที่ฉันให้คุณนะ”เธอมีขอบตาที่แดงก่ำ แต่น้ำเสียงกลับเต็มไปด้วยความระวัง เหมือนกลัวผมจะโกรธผมมองใบหน้าสวยใสที่ไร้เครื่องสำอางนั้น ใจผมก็อ่อนลงทันที“ได้สิ แต่นี่ถือเป็นโอกาสครั้งที่สองแล้วนะ คุณแน่ใจแล้วใช่ไหมว่าจะใช้มัน?”ชูเฉียวเอ๋อร์ในวัยสิบเก้าปีพยักหน้าอย่างหนักแน่นโดยไม่ลังเลแม้แต่นิดเดียวผมลูบศีรษะของเธอเบาๆ แล้วเดินย้อนกลับไปที่หน้าลิฟต์เมื่อผลักประตูห้องทำงานเข้าไปอีกครั้ง ใครจะไปคิดว่าจะได้เห็นภาพที่ทำให้ชูเฉียวเอ๋อร์วัยสิบเก้าปีถึงกับระเบิดอารมณ์ออกมาผมเห็นฉินเฟิงกำลังโอบกอดชูเฉียวเอ๋อร์ไว้ในอ้อมแขน พร้อมกระซิบกระซาบอะไรบางอย่างอยู่ข้างหูเธออย่างสนิทสนมพอเห็นผมผลักประตูเข้ามา ทั้งสองก็รีบผลักออกจากกันทันที“เฉินนั่ว คุณหัดไม่มีมารยาทแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่! ไม่รู้เหรอว่าเข้าห้องทำงานคนอื่นต้องเคาะประตูก่อน?”ผมชายตามองเธออย่างเฉยเมย แล้วเดินตรงไปตรงห
Read more
บทที่ 4
ชูเฉียวเอ๋อร์ในวัยสิบเก้าปีหลั่งน้ำตาออกมาอีกหยดหนึ่ง“ดังนั้นในคืนวันพรุ่งนี้ เธอจะต้องเสียใจ”แต่พวกเราไม่มีใครคาดคิดเลยว่า ชูเฉียวเอ๋อร์ในวัยยี่สิบเจ็ดปีจะปรากฏตัวที่ชายหาดจริงๆแต่เธอไม่ได้มาเพื่อตามนัดของเรา“เฉินนั่ว คุณแอบสะกดรอยตามฉันจนถึงที่นี่เลยเหรอ ดี ดีมาก!”ชายหาดที่เราเคยสัญญากันไว้ว่าจะใช้เป็นที่ขอแต่งงาน ตอนนี้ถูกประดับประดาไปด้วยกุหลาบเต็มไปหมด ด้านหลังกุหลาบยังมีดอกไม้ไฟหลากหลายรูปแบบเตรียมไว้และท่ามกลางหมู่มวลดอกไม้คือชูเฉียวเอ๋อร์วัยยี่สิบเจ็ดปี ต่อให้เห็นผมอยู่ตรงหน้า เธอก็ยังไม่ยอมปล่อยมือจากฉินเฟิงเลย“โอกาสสามครั้งใช้หมดแล้วนะ ชูเฉียวเอ๋อร์”ผมพึมพำเบาๆ ชูเฉียวเอ๋อร์วัยสิบเก้าปีข้างกายผมเขย่าแขนผมอย่างหมดหวัง“อาโน อาโน อย่าทำแบบนี้เลยนะ บางทีเธออาจจะเตรียมไว้ให้คุณก็ได้ เราเข้าไปดูกันก่อนดีไหม”เสียงของเธอในวัยสิบเก้าปีแทบจะเหมือนการอ้อนวอนในขณะที่เสียงของเธอในวัยยี่สิบเจ็ดปีกลับเย็นชา“เฉินนั่ว คุณมานี่!”ผมหันไปมองชูเฉียวเอ๋อร์วัยสิบเก้าปีอย่างอ่อนโยน ก่อนจะก้าวเท้าเดินเข้าไปหา“เฉินนั่ว! คุณยังจะเอาอะไรอีก คุณเอานาฬิกาของฉินเฟิงไป ฉันว่าฉันไ
Read more
บทที่ 5
ผมเหลือบมองคนทั้งสองอย่างเฉยเมย แล้วหันหลังเตรียมจะจากไปชูเฉียวเอ๋อร์วัยสิบเก้าปีไม่มีวันกลับมาอีกแล้ว และผมก็ไม่มีความจำเป็นต้องไปข้องเกี่ยวกับคนทั้งสองอีกต่อไปแต่ยังเดินไปได้ไม่ถึงสองก้าว เสียงของชูเฉียวเอ๋อร์ก็ดังขึ้น“อาโน อย่า อย่าไปเลยนะ”อาจเพราะคำเรียกพิเศษนี้ยังมีความหมายในใจผมอยู่บ้าง ผมจึงอยากรู้ว่าเธอจะพูดอะไรต่อพอเห็นผมหยุดเดิน ชูเฉียวเอ๋อร์ก็เผยสีหน้าดีใจ“อาโน ฉันขอโทษ ฉันลืมไปแล้ว ฉันจะรีบให้คนไปเตรียมใหม่เดี๋ยวนี้ ดีไหม?”“อาโน ฉันผิดไปแล้ว ให้อภัยฉันเถอะนะ”แต่คำพูดเหล่านี้ของชูเฉียวเอ๋อร์กลับทำให้ผมรู้สึกตลกมากกว่า เพราะขนาดตอนที่เธอกำลังขอโทษ เธอก็ยังไม่ยอมปล่อยมือจากฉินเฟิงเลยหรืออาจจะเป็นเพราะเธอสังเกตเห็นสายตาของผม เธอถึงได้เพิ่งรู้สึกตัวแล้วรีบปล่อยมือฉินเฟิงทันทีชูเฉียวเอ๋อร์ตั้งท่าจะวิ่งตามมา แต่ไม่รู้ว่าฉินเฟิงดึงตัวเธอไว้แล้วพูดอะไรเข้า เธอถึงได้หยุดฝีเท้าลงผมไม่สนแล้วว่าชูเฉียวเอ๋อร์จะพูดอะไรหรือทำอะไร เพราะวินาทีที่ชูเฉียวเอ๋อร์วัยสิบเก้าปีเลือนหายไป ผมกับผู้หญิงคนนี้ก็ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีกต่อไปพอกลับมาถึงบ้าน ผมก็นอนกลิ้งไปกลิ้งมาบน
Read more
บทที่ 6
ชูเฉียวเอ๋อร์ที่หัวหมุนติ้วด้วยฤทธิ์สุราตัดสินใจทุบประตูห้อง“เฉินนั่ว เปิดประตูสิ ฉันกลับมาแล้ว”“เฉินนั่ว ฉันรู้ว่าเธอยังอยู่ในบ้าน”“เฉินนั่ว ฉันรู้แล้วว่าฉันผิด เปิดประตูก่อนเถอะนะ”“เฉินนั่ว คุณจะเอาอะไรอีก ฉันขอโทษเธอแล้วนะ”ชูเฉียวเอ๋อร์ยิ่งทุบประตูก็ยิ่งโมโห ความมึนเมาเริ่มจางหายไปไม่น้อยสงสัยคงจะทุบจนเหนื่อย เธอจึงนึกขึ้นได้แล้วเปิดโทรศัพท์ดู ไม่นานเธอก็หาประวัติแชทที่ผมเคยส่งรหัสผ่านให้เธอเจอแต่เมื่อเธอกดรหัสผ่านที่ถูกต้องเข้าไป ร่างกายเธอก็สร่างเมาขึ้นมาทันทีเพราะรหัสผ่านก็ยังคงผิดอยู่ดีเธอถึงได้รู้ตัวว่าผมเปลี่ยนรหัสผ่านไปแล้วชูเฉียวเอ๋อร์ที่เริ่มรู้ตัวว่ามีบางอย่างผิดปกติรีบโทรหาผมทันที“ขออภัยค่ะ เลขหมายที่คุณเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้”ไม่ว่าจะตะโกนหรือโทรศัพท์ก็ไม่มีประโยชน์ สุดท้ายชูเฉียวเอ๋อร์ถึงขั้นทุบกระจกคฤหาสน์แล้วปีนเข้าไป“เฉินนั่ว คุณอย่าให้มากเกินไปนะ”เธอพุ่งตัวขึ้นไปบนห้องนอนชั้นสองด้วยความโกรธเกรี้ยว แต่กลับไม่พบร่องรอยของผม ในไม่ช้าสายตาของเธอก็ไปสะดุดเข้ากับใบหย่าที่ผมเซ็นทิ้งไว้วินาทีที่เห็นใบหย่า ชูเฉียวเอ๋อร์ยืนแทบไม่อยู่ เซถอ
Read more
บทที่ 7
“ฉินเฟิง ที่นี่คือที่ไหนกัน?”ผมพยายามควบคุมน้ำเสียงของตัวเองให้ดีที่สุด เพราะกลัวจะไปกระตุ้นอารมณ์คนบ้าที่อยู่ตรงหน้า“ฮ่าๆๆ เฉินนั่ว แกมันคนฉลาด นี่แกดูไม่ออกจริงๆ เหรอ?”แน่นอนว่าผมดูออก แต่ตอนนี้การพยายามทำให้ฉินเฟิงสงบลงคือหนทางที่ถูกต้องที่สุดผมยังไม่ทันคิดว่าจะพูดอะไรออกไป คนที่อยู่ข้างกายเขาก็พูดภาษาจีนที่ฟังดูตะกุกตะกักขึ้นมา“หัวหน้า เร็ว ๆ หน่อย ฆ่าเลยเถอะ ลานสกี เดี๋ยวมีคนเจอ เกิดเรื่อง ไม่ดี”แต่คำพูดนี้เหมือนจะทำให้ฉินเฟิงโกรธจัด“หุบปาก! ฉันให้เงินพวกแกไปตั้งเท่าไหร่ แล้วลานสกีนี้ก็กว้างขนาดนี้ หายไปสักคนจะเป็นไรไป?”ฉินเฟิงตวาด ก่อนจะตบลงบนหน้าผมอย่างแรงตามแรงนั้น เขาคว้าเส้นผมของผมไว้แน่น“เฉินนั่ว ไอ้สารเลว แกรู้อะไรไหมว่ากว่าฉันจะพิชิตใจยัยผู้หญิงแพศยาชูเฉียวเอ๋อร์นั่นได้ ฉันต้องทุ่มเทแค่ไหน?”“ฉันต้องก้มหัวแทบเท้า ล้างเท้าให้เธอ นวดให้ ทำตัวเป็นหมารับใช้ แม้แต่ชุดชั้นในของเธอ ฉันก็ยังต้องซักมือให้เอง”“หลายปีมานี้ ฉันทำตัวเหมือนเป็นทาสไม่ผิด”“สุดท้ายแค่เพราะแกคุกเข่าขอแต่งงาน ฉันก็โดนทิ้งแบบนี้!”“แต่ไม่เป็นไรหรอก ขอแค่แกตาย ตายด้วยอุบัติเหตุในลานสก
Read more
บทที่ 8
แต่ผมยังคงกัดฟันอดทนอย่างสุดชีวิต ยิ่งถ่วงเวลาได้นานขึ้นเท่าไหร่ โอกาสที่ผมจะได้รับการช่วยเหลือก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้นมีดเล่มนั้นแทงทะลุต้นแขนซ้ายของผมทีละแผล ผมไม่อาจควบคุมตัวเองได้อีกต่อไป ลำคอเริ่มส่งเสียงคำรามด้วยความเจ็บปวดฉินเฟิงพยายามบีบคั้นให้ผมอ้อนวอนขอชีวิตซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ผมจะก้มหัวอ้อนวอนเขาไปทำไมกัน?แผลค่อยๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ต้นแขนซ้ายของผมไร้ความรู้สึกสติสัมปชัญญะของผมเริ่มเลือนรางพอคิดถึงความเจ็บปวดอีกมากมายที่รอผมอยู่ ใจผมก็รู้สึกห่อเหี่ยวขึ้นมาใครจะไปคิดว่าจู่ๆ ฉินเฟิงกลับโยนมีดในมือทิ้งไป“น่าเบื่อจริงๆ ช่างเถอะ ฆ่าทิ้งเลยดูจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า”ประโยคนั้นทำให้หัวใจของผมหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มฉินเฟิงเลิกทรมานผมแล้ว คนตัวใหญ่ที่อยู่ข้างหลังเขาก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก“พวกแก ลงมือซะ”ฉินเฟิงตบมือเบาๆ แล้วหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดมือเหล่าชายฉกรรจ์เดินเข้ามาใกล้ และล้วงเอาบางอย่างออกมาจากในเสื้อผมหลับตาลงช้าๆ เตรียมพร้อมที่จะยอมรับความตายแต่ในวินาทีที่ผมหลับตาลงนั่นเองจู่ๆ ผมก็ได้ยินเสียงหน้าต่างแตกกระจายจากนั้นแรงสั่นสะเทือนมหาศาลและแสงสีขาวก็พุ
Read more
บทที่ 9
ผมหัวเราะจนเสียงแหบพร่า“ชูเฉียวเอ๋อร์ คุณรู้ไหม? ตอนที่ผมได้ยินประโยคนั้น ผมบอกกับตัวเองประโยคหนึ่ง คุณรู้ไหมว่าประโยคนั้นคืออะไร?”ชูเฉียวเอ๋อร์มองมาที่ผมอย่างเหม่อลอย ในดวงตาเต็มไปด้วยความหวัง“อะ อะไรเหรอ?”ผมมองใบหน้าที่ยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนของเธอแต่ในตอนนี้ ใบหน้านั้นกลับถูกแต่งแต้มไปด้วยเครื่องสำอางอย่างประณีต“ผมบอกว่า ผมไม่เคยเสียใจที่ได้เจอคุณ และผมยินดีที่จะให้โอกาสคุณเป็นครั้งสุดท้าย”ผมพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยชูเฉียวเอ๋อร์ร่างกายสั่นเทา ดวงตาเป็นประกาย เหมือนจะดีใจมากแต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้อ้าปากพูด ผมก็พูดต่ออีกว่า“แต่โอกาสครั้งนี้ คุณใช้มันหมดไปแล้ว”“ขนาดตอนขอโทษ คุณก็ยังไม่เคยปล่อยมือจากฉินเฟิงเลย”“ตอนที่ผมกลับบ้านไปจนถึงตอนที่ออกจากบ้านไป มีเวลาตั้งสองชั่วโมง แล้วตัวคุณอยู่ที่ไหนกัน?”พูดจบผมก็กดกริ่งเรียกพยาบาลที่ข้างเตียงทันทีหลังจากพยาบาลเข้ามา ผมก็พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า“รบกวนช่วยเชิญผู้หญิงคนนี้ออกจากห้องผู้ป่วยของผมด้วยครับ ผมไม่อยากเห็นหน้าเธออีกต่อไปแล้ว และคลิปวิดีโอนี้ รบกวนส่งให้ตำรวจแทนผมด้วย”“อานั่ว อย่าทำแบบนี้เล
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status