LOGINในคืนวันที่ผมสารภาพรักกับแฟนสาว เธอร้องไห้ออกมาอย่างหนัก เธอบอกว่าเธอเห็นอนาคต และอยากจะทำสัญญากับผม ผมถามเธอว่าทำไม? เธอทำเพียงแค่พูดว่า “ฉันจำไม่ได้แล้ว จำได้แค่ว่าในอนาคตตัวเองเสียใจมาก เสียใจเหลือเกิน อาโน ต่อจากนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น คุณต้องให้โอกาสฉันสามครั้งได้ไหม” ด้วยความที่ผมรักชูเฉียวเอ๋อร์มาก ผมจึงตอบตกลงไปโดยไม่ลังเล แต่ในเวลาต่อมา ดูเหมือนเธอจะลืมเรื่องนี้ไปแล้ว ในตอนที่เธอกำลังสวีทหวานชื่นกับผู้ช่วยชายของเธอ ผมถึงได้รู้ว่านี่คือเหตุผลทำไม เพราะในวินาทีที่ผมเซ็นชื่อลงบนใบหย่า ผมก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยเสียงหนึ่ง นั่นคือเสียงของชูเฉียวเอ๋อร์ในวัยสิบเก้าปี เธอกำลังร้องไห้แล้วพูดว่า “อาโน คุณเคยสัญญาไว้กับฉันแล้วใช่ไหมล่ะ ว่าจะให้โอกาสฉันสามครั้ง”
View Moreผมหัวเราะจนเสียงแหบพร่า“ชูเฉียวเอ๋อร์ คุณรู้ไหม? ตอนที่ผมได้ยินประโยคนั้น ผมบอกกับตัวเองประโยคหนึ่ง คุณรู้ไหมว่าประโยคนั้นคืออะไร?”ชูเฉียวเอ๋อร์มองมาที่ผมอย่างเหม่อลอย ในดวงตาเต็มไปด้วยความหวัง“อะ อะไรเหรอ?”ผมมองใบหน้าที่ยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนของเธอแต่ในตอนนี้ ใบหน้านั้นกลับถูกแต่งแต้มไปด้วยเครื่องสำอางอย่างประณีต“ผมบอกว่า ผมไม่เคยเสียใจที่ได้เจอคุณ และผมยินดีที่จะให้โอกาสคุณเป็นครั้งสุดท้าย”ผมพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยชูเฉียวเอ๋อร์ร่างกายสั่นเทา ดวงตาเป็นประกาย เหมือนจะดีใจมากแต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้อ้าปากพูด ผมก็พูดต่ออีกว่า“แต่โอกาสครั้งนี้ คุณใช้มันหมดไปแล้ว”“ขนาดตอนขอโทษ คุณก็ยังไม่เคยปล่อยมือจากฉินเฟิงเลย”“ตอนที่ผมกลับบ้านไปจนถึงตอนที่ออกจากบ้านไป มีเวลาตั้งสองชั่วโมง แล้วตัวคุณอยู่ที่ไหนกัน?”พูดจบผมก็กดกริ่งเรียกพยาบาลที่ข้างเตียงทันทีหลังจากพยาบาลเข้ามา ผมก็พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า“รบกวนช่วยเชิญผู้หญิงคนนี้ออกจากห้องผู้ป่วยของผมด้วยครับ ผมไม่อยากเห็นหน้าเธออีกต่อไปแล้ว และคลิปวิดีโอนี้ รบกวนส่งให้ตำรวจแทนผมด้วย”“อานั่ว อย่าทำแบบนี้เล
แต่ผมยังคงกัดฟันอดทนอย่างสุดชีวิต ยิ่งถ่วงเวลาได้นานขึ้นเท่าไหร่ โอกาสที่ผมจะได้รับการช่วยเหลือก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้นมีดเล่มนั้นแทงทะลุต้นแขนซ้ายของผมทีละแผล ผมไม่อาจควบคุมตัวเองได้อีกต่อไป ลำคอเริ่มส่งเสียงคำรามด้วยความเจ็บปวดฉินเฟิงพยายามบีบคั้นให้ผมอ้อนวอนขอชีวิตซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ผมจะก้มหัวอ้อนวอนเขาไปทำไมกัน?แผลค่อยๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ต้นแขนซ้ายของผมไร้ความรู้สึกสติสัมปชัญญะของผมเริ่มเลือนรางพอคิดถึงความเจ็บปวดอีกมากมายที่รอผมอยู่ ใจผมก็รู้สึกห่อเหี่ยวขึ้นมาใครจะไปคิดว่าจู่ๆ ฉินเฟิงกลับโยนมีดในมือทิ้งไป“น่าเบื่อจริงๆ ช่างเถอะ ฆ่าทิ้งเลยดูจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า”ประโยคนั้นทำให้หัวใจของผมหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มฉินเฟิงเลิกทรมานผมแล้ว คนตัวใหญ่ที่อยู่ข้างหลังเขาก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก“พวกแก ลงมือซะ”ฉินเฟิงตบมือเบาๆ แล้วหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดมือเหล่าชายฉกรรจ์เดินเข้ามาใกล้ และล้วงเอาบางอย่างออกมาจากในเสื้อผมหลับตาลงช้าๆ เตรียมพร้อมที่จะยอมรับความตายแต่ในวินาทีที่ผมหลับตาลงนั่นเองจู่ๆ ผมก็ได้ยินเสียงหน้าต่างแตกกระจายจากนั้นแรงสั่นสะเทือนมหาศาลและแสงสีขาวก็พุ
“ฉินเฟิง ที่นี่คือที่ไหนกัน?”ผมพยายามควบคุมน้ำเสียงของตัวเองให้ดีที่สุด เพราะกลัวจะไปกระตุ้นอารมณ์คนบ้าที่อยู่ตรงหน้า“ฮ่าๆๆ เฉินนั่ว แกมันคนฉลาด นี่แกดูไม่ออกจริงๆ เหรอ?”แน่นอนว่าผมดูออก แต่ตอนนี้การพยายามทำให้ฉินเฟิงสงบลงคือหนทางที่ถูกต้องที่สุดผมยังไม่ทันคิดว่าจะพูดอะไรออกไป คนที่อยู่ข้างกายเขาก็พูดภาษาจีนที่ฟังดูตะกุกตะกักขึ้นมา“หัวหน้า เร็ว ๆ หน่อย ฆ่าเลยเถอะ ลานสกี เดี๋ยวมีคนเจอ เกิดเรื่อง ไม่ดี”แต่คำพูดนี้เหมือนจะทำให้ฉินเฟิงโกรธจัด“หุบปาก! ฉันให้เงินพวกแกไปตั้งเท่าไหร่ แล้วลานสกีนี้ก็กว้างขนาดนี้ หายไปสักคนจะเป็นไรไป?”ฉินเฟิงตวาด ก่อนจะตบลงบนหน้าผมอย่างแรงตามแรงนั้น เขาคว้าเส้นผมของผมไว้แน่น“เฉินนั่ว ไอ้สารเลว แกรู้อะไรไหมว่ากว่าฉันจะพิชิตใจยัยผู้หญิงแพศยาชูเฉียวเอ๋อร์นั่นได้ ฉันต้องทุ่มเทแค่ไหน?”“ฉันต้องก้มหัวแทบเท้า ล้างเท้าให้เธอ นวดให้ ทำตัวเป็นหมารับใช้ แม้แต่ชุดชั้นในของเธอ ฉันก็ยังต้องซักมือให้เอง”“หลายปีมานี้ ฉันทำตัวเหมือนเป็นทาสไม่ผิด”“สุดท้ายแค่เพราะแกคุกเข่าขอแต่งงาน ฉันก็โดนทิ้งแบบนี้!”“แต่ไม่เป็นไรหรอก ขอแค่แกตาย ตายด้วยอุบัติเหตุในลานสก
ชูเฉียวเอ๋อร์ที่หัวหมุนติ้วด้วยฤทธิ์สุราตัดสินใจทุบประตูห้อง“เฉินนั่ว เปิดประตูสิ ฉันกลับมาแล้ว”“เฉินนั่ว ฉันรู้ว่าเธอยังอยู่ในบ้าน”“เฉินนั่ว ฉันรู้แล้วว่าฉันผิด เปิดประตูก่อนเถอะนะ”“เฉินนั่ว คุณจะเอาอะไรอีก ฉันขอโทษเธอแล้วนะ”ชูเฉียวเอ๋อร์ยิ่งทุบประตูก็ยิ่งโมโห ความมึนเมาเริ่มจางหายไปไม่น้อยสงสัยคงจะทุบจนเหนื่อย เธอจึงนึกขึ้นได้แล้วเปิดโทรศัพท์ดู ไม่นานเธอก็หาประวัติแชทที่ผมเคยส่งรหัสผ่านให้เธอเจอแต่เมื่อเธอกดรหัสผ่านที่ถูกต้องเข้าไป ร่างกายเธอก็สร่างเมาขึ้นมาทันทีเพราะรหัสผ่านก็ยังคงผิดอยู่ดีเธอถึงได้รู้ตัวว่าผมเปลี่ยนรหัสผ่านไปแล้วชูเฉียวเอ๋อร์ที่เริ่มรู้ตัวว่ามีบางอย่างผิดปกติรีบโทรหาผมทันที“ขออภัยค่ะ เลขหมายที่คุณเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้”ไม่ว่าจะตะโกนหรือโทรศัพท์ก็ไม่มีประโยชน์ สุดท้ายชูเฉียวเอ๋อร์ถึงขั้นทุบกระจกคฤหาสน์แล้วปีนเข้าไป“เฉินนั่ว คุณอย่าให้มากเกินไปนะ”เธอพุ่งตัวขึ้นไปบนห้องนอนชั้นสองด้วยความโกรธเกรี้ยว แต่กลับไม่พบร่องรอยของผม ในไม่ช้าสายตาของเธอก็ไปสะดุดเข้ากับใบหย่าที่ผมเซ็นทิ้งไว้วินาทีที่เห็นใบหย่า ชูเฉียวเอ๋อร์ยืนแทบไม่อยู่ เซถอ





