แชร์

บทที่ 5

ผู้เขียน: อาวรณ์อาภรณ์สีชาด
หลังเรื่องวุ่นวายในวันครบรอบผ่านไปไม่กี่วัน ลู่หยวนเฉิ่งให้ทนายเอาเอกสารการโอนหุ้นและเปลี่ยนแปลงอำนาจปกครองบุตรมาให้เธอ

ทนายพูดแจกแจงเป็นข้อๆ ด้วยสีหน้าเย็นชา ต้องการให้มู่ซูหนิงสละหุ้นทั้งหมดของลู่ซื่อกรุ๊ปที่อยู่ในชื่อของเธอ และยกให้หลินเวยกับลูกของหลินเวยในอนาคต

“คุณลู่สัญญาว่าถ้าคุณยอมเซ็นชื่อและปรับปรุงตัว คุณหลินเวยจะย้ายออกทันที คุณจะได้กลับไปอยู่ที่บ้านหลังใหญ่ ทุกอย่างจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม” ทนายเอ่ยเสียงเรียบ

มู่ซูหนิงถือเอกสารฉบับนั้น มือเธอไม่สั่นแม้แต่น้อย

เอาเรื่องหุ้นมาขู่? เปลี่ยนอำนาจปกครองบุตร? สำหรับคนที่นับถอยหลังรอวันตายอย่างเธอ คนที่ต้องการแค่ความสงบอย่างเธอ เรื่องพวกนี้ไม่มีความหมายอะไรเลย

เหมือนละครตลกเรื่องหนึ่ง ละครที่ต้องการแสดงความเป็นเจ้าของและการลงโทษที่สายไปแล้ว

“ปากกา” เธอยื่นมือออกไป เอ่ยเสียงเรียบ

เห็นได้ชัดว่าทนายอึ้งเล็กน้อย เหมือนคิดไม่ถึงว่าจะง่ายขนาดนี้

เขาลังเลเล็กน้อยแล้วยื่นปากกาให้เธอ

มู่ซูหนิงไม่ได้อ่านเงื่อนไขต่างๆ ด้วยซ้ำ เธอเซ็นชื่อตัวเองที่มุมด้านล่างกระดาษทันที

เธอเซ็นอย่างมั่นใจ ไม่มีความลังเลสักนิด

“เสร็จแล้ว” เธอยื่นเอกสารคืนให้ทนาย เหมือนเซ็นรับพัสดุทั่วไปอย่างไรอย่างนั้น

หลังจากทนายเดินออกไปด้วยสีหน้าตกตะลึงได้ไม่นาน จู่ๆ ประตูก็เปิดออกอย่างแรง!

ลู่หยวนเฉิ่งพุ่งเข้ามาทันที เขาถือเอกสารที่มู่ซูหนิงเพิ่งเซ็นเมื่อกี้ ใบหน้าบิดเบี้ยวเพราะความโกรธ

เขาก้าวฉับๆ มาข้างหน้ามู่ซูหนิง แล้วก็ปาเอกสารใส่หน้าเธออย่างแรง!

“มู่ซูหนิง! เธอเซ็นแล้วเหรอ?! เธอกล้าดียังไง?!”

เสียงตวาดของเขาดังก้องไปทั่วห้อง “เธอรู้ไหมว่านี่คืออะไร? นี่คือหุ้นของเธอ! คืออนาคตของอาจิ่ง! เธอโยนมันทิ้งง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ?! เธอไม่แคร์เลยเหรอ?! ไม่แคร์ฉัน ไม่แคร์ครอบครัว แม้แต่ของที่เป็นของลูกชายเธอ เธอก็ยอมยกให้คนอื่นง่ายๆ แบบนี้งั้นเหรอ?!”

ลู่จิ่งวิ่งตามเข้ามา สีหน้าเขาซีดเผือด แววตาเต็มไปด้วยความโกรธและตกใจที่โดนหักหลัง

เขาวิ่งมาข้างหน้ามู่ซูหนิง ตะโกนเสียงแหลม

“แม่บ้าไปแล้วหรือไง?! แม่ยกทรัพย์สินของผมให้ลูกของผู้หญิงนั้นได้ยังไง?! แม่ไม่คิดถึงผมเลยเหรอ?! แม่บอกว่ารักผมที่สุดในโลกไม่ใช่หรือไง? โกหกทั้งนั้น! แม่ไม่ได้รักผมเลย! แม่รักแค่ศักดิ์ศรีน่าสมเพชของตัวเอง!”

มู่ซูหนิงเงยหน้าขึ้นมามองสองพ่อลูกที่กำลังอาละวาดเหมือนหมาจนตรอก

พวกเขาดูโกรธมาก แต่ก็ตลกมากเช่นกัน

พวกเขาขู่เธอด้วยการยึดสิทธิและทรัพย์สิน คิดว่าเธอจะรู้สึกเจ็บปวดและยอมอ่อนข้อ คงนึกไม่ถึงสินะว่าเธอจะยอมทิ้งทุกอย่างจริงๆ

“แล้วจะให้ทำยังไง?” มู่ซูหนิงเอ่ยเสียงเรียบ น้ำเสียงอ่อนเพลียแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ “คนหนึ่งเอาวันครบรอบมาหยามฉัน อีกคนเอาอนาคตมาขู่ฉัน เพราะต้องการบีบให้ฉันยอมก้มหัวให้ไม่ใช่เหรอ?”

เธอมองลู่หยวนเฉิ่งแล้วพูดอย่างชัดเจน “ตอนนี้ฉันทำตามที่นายต้องการแล้ว ฉันไม่ต้องการหุ้น เกียรติอันสูงส่งของการเป็นคุณนายตระกูลลู่ฉันก็ไม่ต้องการเหมือนกัน”

เธอหันไปมองลู่จิ่ง หัวใจด้านชาจนไม่รู้สึกอะไรแล้ว “นายอายุสิบแปดปีแล้ว ไม่ใช่เด็กน้อยที่ต้องให้ใครมาปกครองดูแล ต่อไปนายจะยอมรับใครเป็นแม่ก็เรื่องของนาย”

เธอยิ้มอย่างเฉยเมยและเย็นชามาก “แบบนี้พวกนายคงพอใจแล้วใช่ไหม? ปล่อยให้ฉันอยู่อย่างสงบได้หรือยัง?”

ท่าทางไม่แยแสของเธอ คำพูดเหมือนไม่เห็นค่าสิ่งที่พวกเขาให้ความสำคัญที่สุด ราวกับน้ำมันเดือดๆ ราดลงบนไฟโกรธในใจพวกเขา

ลู่หยวนเฉิ่งง้างมือขึ้นมา ทำท่าเหมือนจะตบหน้าเธอ แต่มือที่สั่นเทาของเขาค้างอยู่กลางอากาศ สุดท้ายเขาก็ซัดหมัดลงบนกำแพงด้านข้างอย่างแรงจนเกิดเสียงดังสนั่น

เขาจ้องเธอด้วยดวงตาแดงก่ำ เหมือนราชสีห์ที่กำลังโมโหแต่ไม่สามารถระบายออกมาได้

ลู่จิ่งทรุดลงบนพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง “ทำไมแม่เป็นแบบนี้! แม่อย่าเป็นแบบนี้สิ! แม่อาละวาดสิ! โวยวายสิ! เมื่อก่อนแม่ไม่ได้เป็นแบบนี้!”

พวกเขาต้องการมู่ซูหนิงที่รู้จักต่อต้าน รู้จักความเจ็บปวด มู่ซูหนิงที่อาละวาดบ้านแตกเพราะโดนพวกเขาเอาเปรียบ

พวกเขารับไม่ได้ที่มู่ซูหนิงไม่ขัดขืนแม้แต่น้อย รับไม่ได้ที่มู่ซูหนิงทำเหมือนพวกเขาไม่มีตัวตน

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ปิดฉากรักลวงโลก   บทที่ 21

    หลังผ่านไปสิบกว่าปี หลินย่วนเติบโตเป็นสาวน้อยที่น่ารักและสดใส เธอจูงมือแม่ไปเก็บเปลือกหอยริมทะเล ถามเรื่องราวของ “พี่หน่วนหน่วน” ด้วยเสียงน่ารักน่าเอ็นดูผมบริเวณขมับของมู่ซูหนิงกับหลินอั้นเริ่มมีหงอกแซม แต่รอยยิ้มยังอบอุ่นเหมือนเดิม แสงอาทิตย์ยามเย็นสาดส่องลงมาบนตัวทั้งสองคนที่กำลังจูงมือกันจนเป็นเงาทอดยาวบนพื้นวันนี้อากาศดีมาก ลมทะเลพัดมาเบาๆมู่ซูหนิงพาลูกสาวกับสามีมาที่สุสานบนหน้าผาเหมือนเช่นเคยหลินย่วนเอาช่อดอกไม้ที่ทำจากดอกไม้ดอกหญ้าริมทางวางไว้ด้านหน้าป้ายหลุมศพเหมือนอย่างที่เคยทำเป็นประจำ พูดด้วยเสียงเล็กๆ ว่า “พี่หน่วนหน่วน หนูกับพ่อแม่มาเยี่ยมพี่อีกแล้ว! วันนี้หนูวาดนกนางนวลเป็นแล้วนะ ไว้คราวหน้าหนูจะวาดให้พี่ดู!”มู่ซูหนิงยิ้มบางๆ แล้วลูบหัวลูกสาว หลังจากนั้นเธอกับหลินอั้นยืนเงียบๆ อยู่ตรงนั้นพักหนึ่งลมทะเลพัดผมกับชุดเดรสของเธอจนปลิวไสว สีหน้าเธอดูสงบและสบายใจมากขณะนั้นวิญญาณที่ดูเลือนรางจนแทบมองไม่เห็นของลู่หยวนเฉิ่งที่อยู่นอกม่านป้องกันขยับเบาๆ เป็นครั้งสุดท้าย ไม่มีอารมณ์รุนแรง มีเพียงความว่างเปล่า ความเข้าใจอย่างถ่องแท้ แล้วก็......ความรู้สึกที่เบาบางมาก อาจเร

  • ปิดฉากรักลวงโลก   บทที่ 20

    เวลาหมุนไปเรื่อยๆ พร้อมกับชีวิตที่เต็มไปด้วยความสุขของมู่ซูหนิง แล้วก็เป็นช่วงเวลาสุดแสนทรมานที่ค่อยๆ กัดกินสองพ่อลูกที่อยู่นอกม่านป้องกันลูกสาวของเธอกับหลินอั้นชื่อว่าหลินย่วน แปลว่า “มีความสุขดั่งใจหวัง”เธอทุ่มเทความรักและความอบอุ่นให้ลูก ในเวลาเดียวกันเธอก็ไม่เคยลืมป้ายหลุมศพเล็กๆ ที่อยู่บนหน้าผา เธออุ้มหลินย่วนแล้วชี้ไปทางทะเลอันกว้างใหญ่ บอกเด็กน้อยว่าพี่สาวของเธออยู่ที่นั่น พี่สาวรักแม่มากๆ แต่ดันเดินทางไปไกลแสนไกลแล้วเธอสอนให้หลินย่วนเก็บดอกไม้ไปวางไว้ข้างๆ หินก้อนนั้นหลินอั้นรู้ว่าภรรยามีอดีตที่ไม่อยากพูดถึงมัน เขาไม่ได้บังคับให้เธอพูดมันออกมา แต่ใช้ความรักความเอาใจใส่มากขึ้นเป็นสองเท่า สร้างที่พักใจที่มั่นคงและอบอุ่นให้เธอเขาชอบความสุขุมและความเข้มแข็งของเธอ แล้วก็ชอบที่เธอเผลอทำตัวติดเขาเหมือนเด็กน้อยเป็นบางครั้ง ชีวิตของพวกเขาเรียบง่ายและสมบูรณ์ เต็มไปด้วยความสุขที่จับต้องได้และความรักที่งดงามราวกับบทกวีหน้าที่การงานของมู่ซูหนิงก้าวหน้าอย่างมั่นคงเช่นกันภาพวาดของเธอถูกนำไปจัดแสดงในงานเล็กๆ เป็นที่ชื่นชอบของเหล่านักสะสมเธอถ่ายทอดความเข้าใจในชีวิต ท้องทะเล ความ

  • ปิดฉากรักลวงโลก   บทที่ 19

    วันนั้นพวกเขาเห็นผู้ชายใส่เสื้อเชิ้ตสีอ่อน บุคลิกดูสะอาดสะอ้านและอบอุ่น หอบหนังสือเป็นกองเดินเข้าไปในร้านหนังสือเหมือนชายหนุ่มรู้จักมู่ซูหนิง ทั้งสองคนคุยกันไม่กี่ประโยค จู่ๆ มู่ซูหนิงก็ยิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มที่สดใสและดูเป็นธรรมชาติมาก ไม่มีความเศร้าหมองแม้แต่น้อย ก่อนชายหนุ่มจะกลับ ทั้งสองคนนัดกันว่าวันหยุดจะไปหอศิลป์ที่เพิ่งเปิดใหม่ด้วยกันวิญญาณของลู่หยวนเฉิ่งบิดเบี้ยวทันที ความอิจฉาและความหึงหวงอย่างบ้าคลั่งผุดขึ้นในใจเหมือนเถาวัลย์พิษ“เขาเป็นใคร?! เขากล้าดียังไง! หนิงหนิงเป็นของฉัน! เธอเป็นภรรยาฉัน!” เขาพยายามกระแทกม่านป้องกัน แต่ก็โดนดีดกลับมาอย่างไรเยื่อใยอีกครั้ง เขาเห็นมู่ซูหนิงยิ้มบางๆ มองผู้ชายคนนั้นเดินออกไปจนลับสายตา แววตาเธอดูมีความสุขกับการได้เข้าสังคมแบบปกติทั่วไป ซึ่งเธอไม่ได้เป็นแบบนี้มานานมากแล้วหลังจากนั้นชายคนนั้นก็โผล่มาบ่อยขึ้นเรื่อยๆ เขาชื่อหลินอั้น เป็นนักวาดภาพประกอบอิสระ แล้วก็เป็นลูกค้าประจำของร้านหนังสือเขาชื่นชมความสุขุมใจเย็นของมู่ซูหนิง รวมถึงไหวพริบที่เธอแสดงออกมาให้เห็นเป็นบางครั้ง เขาชอบขนมที่เธออบ เขาชอบคุยเรื่องหนังสือและภาพวาดกับเธอ ชวนเธอไ

  • ปิดฉากรักลวงโลก   บทที่ 18

    ม่านป้องกันของระบบเหมือนกำแพงวิปโยคที่แข็งแกร่งและไร้เสียง แยกทั้งสองโลกออกจากกันอย่างสมบูรณ์สำหรับมู่ซูหนิง ม่านป้องกันแสดงถึงความสงบทำให้ความรู้สึกเหมือนกำลังถูกจ้องมอง เสียงหลอนแปลกๆ รวมถึงฝันร้ายที่คอยรบกวนหายไปจนหมดเงาวิญญาณของลู่หยวนเฉิ่งกับลู่จิ่ง รวมถึงความอาฆาตแค้นและความเจ็บปวดอันมหาศาลของพวกเขาโดนขวางไว้ด้านนอกการรับรู้ของเธอ ไม่สามารถแตะต้องเธอได้อีกแล้วตอนนี้ชีวิตของเธอเริ่มเข้าที่เข้าทางแล้ว ได้รับอิสรภาพ มีความสุขกับร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงทว่าสำหรับสองพ่อลูกตระกูลลู่ที่อยู่อีกด้านของม่านป้องกัน มันไม่ต่างอะไรกับนรก เหมือนการทรมานที่ยาวนานและโหดร้ายยิ่งกว่าถูกไฟแผดเผาร่างกายพวกเขาถูกขังอยู่ในพื้นที่แคบๆ ที่แปลกประหลาดและมืดสลัวที่นี่ไม่มีของที่จับต้องได้ ไม่รู้วันเวลา มีเพียงความเงียบและความว่างเปล่าอย่างไม่มีที่สิ้นสุดพวกเขา “เห็น” โลกใบใหม่ที่มู่ซูหนิงใช้ชีวิตอยู่ เหมือนมีกระจกใสขนาดใหญ่กั้นอยู่ กระจกที่ไม่สามารถทะลุผ่านไปได้พวกเขาเห็นแสงสว่าง เห็นสีสัน ได้ยินเสียงที่โลกใบนั้น เห็นทุกความเคลื่อนไหวของมู่ซูหนิง เห็นสีหน้าท่าทางของเธอ แต่พวกเขาไม่สามารถ

  • ปิดฉากรักลวงโลก   บทที่ 17

    ชีวิตเหมือนคลื่นทะเลที่พัดเข้าฝั่งอย่างแผ่วเบา ก้าวไปข้างหน้าอย่างสงบสุขแต่มีปมในใจบางอย่าง แม้ถูกกั้นด้วยชีวิตและความตาย แม้อยู่กันคนละโลก มันก็ยังตามหลอกหลอนไม่เลิกมู่ซูหนิงสะดุ้งตื่นเพราะความรู้สึกเหมือนจะขาดอากาศหายใจตาย เธอลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว จากนั้นเธอถึงกับสะดุ้ง เพราะเหมือนมีเงารางๆ สองเงายืนอยู่ตรงมุมมืดในห้อง! เงาหนึ่งสูงใหญ่ ส่วนอีกเงาซูบผอมมาก โครงหน้าดูคุ้นตามาก คุ้นจนเธอรู้สึกเย็นเฉียบไปทั่วร่างกาย นั่นคือลู่หยวนเฉิ่งกับลู่จิ่ง!พวกเขาไม่ได้แต่งตัวดูดี ไม่ได้ดูเหมือนวัยรุ่นหัวดื้อเหมือนตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ แต่มาในรูปร่างประหลาด เป็นเงาเลือนราง ใบหน้าซีดเผือด แววตาว่างเปล่าและเจ็บปวด เหมือนมีรอยไหม้เกรียมบนตัวด้วยพวกเขาจ้องเธอเขม็ง อ้าปากพะงาบๆ แต่ไม่มีเสียงดังออกมา มีเพียงจิตที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง อ้อนวอน และไม่พอใจ ถาโถมใส่ประสาทสัมผัสของมู่ซูหนิงเหมือนคลื่นที่เย็นยะเยือก“หนิงหนิง......ให้อภัยฉันเถอะ......”“แม่......ผมผิดไปแล้ว......ผมสำนึกผิดแล้ว......”“แม่กลับมาเถอะ......กลับมาเถอะนะ......”“เราผิดไปแล้ว......เราได้รับกรรมแล้ว......”“ดูสิ เราตาย

  • ปิดฉากรักลวงโลก   บทที่ 16

    แสงแดดคือสิ่งแรกที่มู่ซูหนิงรู้สึกได้หลังจากฟื้นขึ้นมาความอบอุ่นและความสว่างสดใสสาดส่องลงบนใบหน้าเธอเต็มๆ แสงแดดกระทบลงบนเปลือกตาบาง ทำให้โลกทั้งใบกลายเป็นสีส้มละมุนตาไม่มีกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ ไม่มีเสียงสัญญาณจากเครื่องช่วยหายใจ แล้วก็ไม่มีความเจ็บปวดเหมือนสมองจะระเบิดที่ตามหลอกหลอนมาตลอดเธอค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา สิ่งที่เห็นคือเพดานเรียบๆ ที่ดูไม่คุ้นตารู้สึกสบายตัวอย่างเหลือเชื่อ เต็มไปด้วยพลังของคนที่มีร่างกายแข็งแรง ซึ่งเธอไม่ได้รู้สึกแบบนี้มานานแล้วเธอลองขยับนิ้ว ลองยกมือขึ้นมา ร่างกายตอบสนองต่อคำสั่งได้อย่างคล่องแคล่วรวดเร็วความรู้สึกหนักอึ้งและเหมือนกำลังจะตายจากมะเร็งสมองระยะสุดท้ายหายไปหมดแล้วเธอกอดโกศใส่อัฐิของลูกสาวแล้วลุกขึ้นนั่ง กวาดสายตามองรอบห้องห้องนี้ตกแต่งแบบเรียบๆ ให้ความรู้สึกสบายตา ขนาดไม่ใหญ่ แต่แสงแดดส่องเข้ามาแบบพอเหมาะพอดี มีกระถางต้นไม้เล็กๆ วางอยู่ริมหน้าต่างสองสามกระถาง มองดูแล้วรู้สึกสดชื่นมากกลิ่นหอมอ่อนๆ ของเครื่องนอนและแสงแดดอบอวลอยู่ในอากาศ[โฮสต์] เสียงราบเรียบของระบบดังขึ้นในหัว [ตามที่ตกลงกันไว้ ตอนนี้คุณได้รับร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงและตั

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status