Share

บทที่ 7

Penulis: อาวรณ์อาภรณ์สีชาด
เส้นตายหนึ่งเดือน การนับถอยหลังสู่ความตาย เทียบไม่ได้กับความโกรธแค้นและสิ้นหวังอย่างมากมายมหาศาลในตอนนี้

จู่ๆ เธอหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะแหบพร่า ฟังดูคล้ายเสียงลำโพงเก่าๆ ที่ใช้งานมานานจนใกล้พัง

เธอหัวเราะไปเรื่อยๆ จู่ๆ น้ำตาก็ทะลักออกมา

“ทำเป็นบอกว่าชีวิตต้องเดินไปข้างหน้า ทำเป็นบอกว่าลูกจะได้อยู่เป็นเพื่อนกัน”

เธอค่อยๆ ลุกขึ้นยืน กวาดตามองหน้าพวกเขาทีละคน ความไร้เยื่อใยของสามี ความร้ายกาจของศัตรูหัวใจ ความเย็นชาของลูกชาย

“ลู่หยวนเฉิ่ง” เสียงเธอนิ่งจนน่ากลัว แต่แฝงด้วยพลังที่สามารถทำลายทุกอย่างได้ “นายเอาเถ้ากระดูกลูกสาวมาขู่ฉัน คิดว่าฉันจะยอมก้มหัวให้นายเหรอ? คิดว่าจะลบล้างเรื่องที่นายทรยศฉัน เรื่องที่นายทำให้ลูกตายได้เหรอ? นายคิดว่าฉันจะยอมให้ผู้หญิงต่ำตมกับลูกชั่วของเธอทำให้ลูกสาวผู้บริสุทธิ์ของฉันแปดเปื้อนเหรอ?!”

“นายคิดผิดแล้วล่ะ”

เมื่อสิ้นเสียง เธอเหมือนสัตว์ตัวเมียที่ถูกต้อนจนหมดทางหนี กระโจนเข้าไปหาหลินเวยที่ยืนอยู่ใกล้ที่สุด!

“กรี๊ดดด!” หลินเวยตกใจจนกรี๊ดออกมา

“มู่ซูหนิง! หยุดเดี๋ยวนี้!” สีหน้าลู่หยวนเฉิ่งเปลี่ยนไปทันที เขารีบเข้าไปขวางแล้วกระชากเธอออกไป

มู่ซูหนิงโดนเขาเหวี่ยงลงบนพื้น หัวกระแทกกับพื้นกระเบื้องเย็นเฉียบ ทำให้เธอรู้สึกมึนเล็กน้อย

แต่วินาทีต่อมา เธอเจอปากกาที่หล่นลงมาจากกระเป๋าเสื้อสูทของลู่หยวนเฉิ่งตอนที่ยื้อยุดฉุดกระชากกันเมื่อกี้

เธอไม่มีความลังเล ไม่ร้องตะโกน ใช้แรงเฮือกสุดท้ายเอาปลายปากกาอันแหลมคมแทงไปที่คอเขา!

ลู่หยวนเฉิ่งเอียงตัวหลบด้วยความตกใจ ปลายปากกาแทงเข้าไปที่หัวไหล่ของเขา ความเจ็บแผ่ซ่านมาทันที

มู่ซูหนิงไม่สนใจว่าเขาจะเป็นยังไง อาศัยจังหวะชุลมุนวิ่งสุดชีวิตออกไปข้างนอก

เธอไม่ได้หนี เธอจะไปดูลูกสาวของเธอ!

เธอจะไปเฝ้าหลุมฝังศพของลูกสาว! ใครก็ห้ามมาแตะต้องลูกของเธอ!

เหมือนเนื้อร้ายในสมองแผลงฤทธิ์ในตอนนี้ การมองเห็นกลายเป็นสีแดงก่ำ ความเจ็บและเวียนหัวอย่างรุนแรงทำให้เธอแทบยืนไม่ไหว แต่พลังใจสุดอัศจรรย์คอยพยุงร่างกายเธอไว้ เธอเดินโซซัดโซเซออกจากลานบ้าน วิ่งไปที่ต้นมะกอกที่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามเย็น

ดินที่ใต้ต้นมะกอกโดนขุดแล้ว โกศใส่อัฐิสีขาวถูกวางทิ้งไว้ด้านข้าง แล้วก็มีกล่องสีดำที่ดูเล็กและใหม่กว่าวางอยู่ด้วย มันคือกล่องที่เตรียมไว้ให้ลูกของหลินเวย

มู่ซูหนิงวิ่งไปหยิบโกศสีขาวมากอดไว้แนบอก ใช้ตัวบังกล่องสีดำใบนั้น ราวกับการทำแบบนี้สามารถขัดขวางไม่ให้สิ่งชั่วร้ายเข้ามากล้ำกราย

ขณะนั้นเสียงเตือนของระบบดังขึ้นในหัวเธอ

[โฮสต์ พื้นที่มิติเข้าสู่ความสงบเรียบร้อยแล้ว ตามข้อตกลงของเรา คุณจะได้ชีวิตใหม่ที่สมบูรณ์แข็งแรง ความปรารถนาของคุณใกล้จะเป็นจริงแล้ว]

รอยยิ้มโล่งใจค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของมู่ซูหนิงที่เต็มไปด้วยคราบเลือดและคราบน้ำตา รอยยิ้มสวยแฝงความเศร้าและความเด็ดขาด

“ฉันจะเอาเถ้ากระดูกของลูกกลับไปโลกแห่งความจริงด้วย”

เธอทิ้งหน่วนหน่วนให้อยู่ในสถานที่เลวร้ายแบบนี้ไม่ได้

[ได้] ระบบตอบตกลงอย่างรวดเร็ว

“หน่วนหน่วน” มู่ซูหนิงก้มหน้าลง เอาแก้มอันเย็นเฉียบแนบกับโกศใส่อัฐิที่เย็นไม่ต่างจากแก้มของเธอ น้ำเสียงเธออ่อนโยนอย่างเหลือเชื่อ “ไม่ต้องกลัวนะ แม่มาแล้ว แม่จะพาลูกกลับบ้าน......”

จู่ๆ กลิ่นคาวเลือดพุ่งขึ้นมาที่คอ เลือดสดทะลักออกมาจากปากและจมูกของเธอ เปื้อนโกศสีขาวที่เธอกอดไว้แนบอก หยดลงบนดินใต้ต้นไม้จนเป็นสีแดง

สติของเธอเริ่มเลือนราง เรี่ยวแรงหายไปจนหมด เธอค่อยๆ ทรุดลงใต้ต้นไม้ แต่แขนทั้งสองข้างยังกอดโกศใส่อัฐิของลูกสาวเอาไว้แน่น

ก่อนจะหมดสติ เธอเห็นท่าทางตกใจสุดขีดกับใบหน้าเหลอหลาของลู่หยวนเฉิ่ง รวมถึงเสียงตะโกนแทบขาดใจ เหมือนเสียงโหยหวนจากนรกอย่างไรอย่างนั้น

“หนิงหนิง!!!”

แต่มันสายไปแล้วล่ะ

เวลาหนึ่งเดือนหมดลงแล้ว

ในที่สุดเธอก็พาลูกสาวไปจากที่นี่ได้แล้ว

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ปิดฉากรักลวงโลก   บทที่ 21

    หลังผ่านไปสิบกว่าปี หลินย่วนเติบโตเป็นสาวน้อยที่น่ารักและสดใส เธอจูงมือแม่ไปเก็บเปลือกหอยริมทะเล ถามเรื่องราวของ “พี่หน่วนหน่วน” ด้วยเสียงน่ารักน่าเอ็นดูผมบริเวณขมับของมู่ซูหนิงกับหลินอั้นเริ่มมีหงอกแซม แต่รอยยิ้มยังอบอุ่นเหมือนเดิม แสงอาทิตย์ยามเย็นสาดส่องลงมาบนตัวทั้งสองคนที่กำลังจูงมือกันจนเป็นเงาทอดยาวบนพื้นวันนี้อากาศดีมาก ลมทะเลพัดมาเบาๆมู่ซูหนิงพาลูกสาวกับสามีมาที่สุสานบนหน้าผาเหมือนเช่นเคยหลินย่วนเอาช่อดอกไม้ที่ทำจากดอกไม้ดอกหญ้าริมทางวางไว้ด้านหน้าป้ายหลุมศพเหมือนอย่างที่เคยทำเป็นประจำ พูดด้วยเสียงเล็กๆ ว่า “พี่หน่วนหน่วน หนูกับพ่อแม่มาเยี่ยมพี่อีกแล้ว! วันนี้หนูวาดนกนางนวลเป็นแล้วนะ ไว้คราวหน้าหนูจะวาดให้พี่ดู!”มู่ซูหนิงยิ้มบางๆ แล้วลูบหัวลูกสาว หลังจากนั้นเธอกับหลินอั้นยืนเงียบๆ อยู่ตรงนั้นพักหนึ่งลมทะเลพัดผมกับชุดเดรสของเธอจนปลิวไสว สีหน้าเธอดูสงบและสบายใจมากขณะนั้นวิญญาณที่ดูเลือนรางจนแทบมองไม่เห็นของลู่หยวนเฉิ่งที่อยู่นอกม่านป้องกันขยับเบาๆ เป็นครั้งสุดท้าย ไม่มีอารมณ์รุนแรง มีเพียงความว่างเปล่า ความเข้าใจอย่างถ่องแท้ แล้วก็......ความรู้สึกที่เบาบางมาก อาจเร

  • ปิดฉากรักลวงโลก   บทที่ 20

    เวลาหมุนไปเรื่อยๆ พร้อมกับชีวิตที่เต็มไปด้วยความสุขของมู่ซูหนิง แล้วก็เป็นช่วงเวลาสุดแสนทรมานที่ค่อยๆ กัดกินสองพ่อลูกที่อยู่นอกม่านป้องกันลูกสาวของเธอกับหลินอั้นชื่อว่าหลินย่วน แปลว่า “มีความสุขดั่งใจหวัง”เธอทุ่มเทความรักและความอบอุ่นให้ลูก ในเวลาเดียวกันเธอก็ไม่เคยลืมป้ายหลุมศพเล็กๆ ที่อยู่บนหน้าผา เธออุ้มหลินย่วนแล้วชี้ไปทางทะเลอันกว้างใหญ่ บอกเด็กน้อยว่าพี่สาวของเธออยู่ที่นั่น พี่สาวรักแม่มากๆ แต่ดันเดินทางไปไกลแสนไกลแล้วเธอสอนให้หลินย่วนเก็บดอกไม้ไปวางไว้ข้างๆ หินก้อนนั้นหลินอั้นรู้ว่าภรรยามีอดีตที่ไม่อยากพูดถึงมัน เขาไม่ได้บังคับให้เธอพูดมันออกมา แต่ใช้ความรักความเอาใจใส่มากขึ้นเป็นสองเท่า สร้างที่พักใจที่มั่นคงและอบอุ่นให้เธอเขาชอบความสุขุมและความเข้มแข็งของเธอ แล้วก็ชอบที่เธอเผลอทำตัวติดเขาเหมือนเด็กน้อยเป็นบางครั้ง ชีวิตของพวกเขาเรียบง่ายและสมบูรณ์ เต็มไปด้วยความสุขที่จับต้องได้และความรักที่งดงามราวกับบทกวีหน้าที่การงานของมู่ซูหนิงก้าวหน้าอย่างมั่นคงเช่นกันภาพวาดของเธอถูกนำไปจัดแสดงในงานเล็กๆ เป็นที่ชื่นชอบของเหล่านักสะสมเธอถ่ายทอดความเข้าใจในชีวิต ท้องทะเล ความ

  • ปิดฉากรักลวงโลก   บทที่ 19

    วันนั้นพวกเขาเห็นผู้ชายใส่เสื้อเชิ้ตสีอ่อน บุคลิกดูสะอาดสะอ้านและอบอุ่น หอบหนังสือเป็นกองเดินเข้าไปในร้านหนังสือเหมือนชายหนุ่มรู้จักมู่ซูหนิง ทั้งสองคนคุยกันไม่กี่ประโยค จู่ๆ มู่ซูหนิงก็ยิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มที่สดใสและดูเป็นธรรมชาติมาก ไม่มีความเศร้าหมองแม้แต่น้อย ก่อนชายหนุ่มจะกลับ ทั้งสองคนนัดกันว่าวันหยุดจะไปหอศิลป์ที่เพิ่งเปิดใหม่ด้วยกันวิญญาณของลู่หยวนเฉิ่งบิดเบี้ยวทันที ความอิจฉาและความหึงหวงอย่างบ้าคลั่งผุดขึ้นในใจเหมือนเถาวัลย์พิษ“เขาเป็นใคร?! เขากล้าดียังไง! หนิงหนิงเป็นของฉัน! เธอเป็นภรรยาฉัน!” เขาพยายามกระแทกม่านป้องกัน แต่ก็โดนดีดกลับมาอย่างไรเยื่อใยอีกครั้ง เขาเห็นมู่ซูหนิงยิ้มบางๆ มองผู้ชายคนนั้นเดินออกไปจนลับสายตา แววตาเธอดูมีความสุขกับการได้เข้าสังคมแบบปกติทั่วไป ซึ่งเธอไม่ได้เป็นแบบนี้มานานมากแล้วหลังจากนั้นชายคนนั้นก็โผล่มาบ่อยขึ้นเรื่อยๆ เขาชื่อหลินอั้น เป็นนักวาดภาพประกอบอิสระ แล้วก็เป็นลูกค้าประจำของร้านหนังสือเขาชื่นชมความสุขุมใจเย็นของมู่ซูหนิง รวมถึงไหวพริบที่เธอแสดงออกมาให้เห็นเป็นบางครั้ง เขาชอบขนมที่เธออบ เขาชอบคุยเรื่องหนังสือและภาพวาดกับเธอ ชวนเธอไ

  • ปิดฉากรักลวงโลก   บทที่ 18

    ม่านป้องกันของระบบเหมือนกำแพงวิปโยคที่แข็งแกร่งและไร้เสียง แยกทั้งสองโลกออกจากกันอย่างสมบูรณ์สำหรับมู่ซูหนิง ม่านป้องกันแสดงถึงความสงบทำให้ความรู้สึกเหมือนกำลังถูกจ้องมอง เสียงหลอนแปลกๆ รวมถึงฝันร้ายที่คอยรบกวนหายไปจนหมดเงาวิญญาณของลู่หยวนเฉิ่งกับลู่จิ่ง รวมถึงความอาฆาตแค้นและความเจ็บปวดอันมหาศาลของพวกเขาโดนขวางไว้ด้านนอกการรับรู้ของเธอ ไม่สามารถแตะต้องเธอได้อีกแล้วตอนนี้ชีวิตของเธอเริ่มเข้าที่เข้าทางแล้ว ได้รับอิสรภาพ มีความสุขกับร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงทว่าสำหรับสองพ่อลูกตระกูลลู่ที่อยู่อีกด้านของม่านป้องกัน มันไม่ต่างอะไรกับนรก เหมือนการทรมานที่ยาวนานและโหดร้ายยิ่งกว่าถูกไฟแผดเผาร่างกายพวกเขาถูกขังอยู่ในพื้นที่แคบๆ ที่แปลกประหลาดและมืดสลัวที่นี่ไม่มีของที่จับต้องได้ ไม่รู้วันเวลา มีเพียงความเงียบและความว่างเปล่าอย่างไม่มีที่สิ้นสุดพวกเขา “เห็น” โลกใบใหม่ที่มู่ซูหนิงใช้ชีวิตอยู่ เหมือนมีกระจกใสขนาดใหญ่กั้นอยู่ กระจกที่ไม่สามารถทะลุผ่านไปได้พวกเขาเห็นแสงสว่าง เห็นสีสัน ได้ยินเสียงที่โลกใบนั้น เห็นทุกความเคลื่อนไหวของมู่ซูหนิง เห็นสีหน้าท่าทางของเธอ แต่พวกเขาไม่สามารถ

  • ปิดฉากรักลวงโลก   บทที่ 17

    ชีวิตเหมือนคลื่นทะเลที่พัดเข้าฝั่งอย่างแผ่วเบา ก้าวไปข้างหน้าอย่างสงบสุขแต่มีปมในใจบางอย่าง แม้ถูกกั้นด้วยชีวิตและความตาย แม้อยู่กันคนละโลก มันก็ยังตามหลอกหลอนไม่เลิกมู่ซูหนิงสะดุ้งตื่นเพราะความรู้สึกเหมือนจะขาดอากาศหายใจตาย เธอลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว จากนั้นเธอถึงกับสะดุ้ง เพราะเหมือนมีเงารางๆ สองเงายืนอยู่ตรงมุมมืดในห้อง! เงาหนึ่งสูงใหญ่ ส่วนอีกเงาซูบผอมมาก โครงหน้าดูคุ้นตามาก คุ้นจนเธอรู้สึกเย็นเฉียบไปทั่วร่างกาย นั่นคือลู่หยวนเฉิ่งกับลู่จิ่ง!พวกเขาไม่ได้แต่งตัวดูดี ไม่ได้ดูเหมือนวัยรุ่นหัวดื้อเหมือนตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ แต่มาในรูปร่างประหลาด เป็นเงาเลือนราง ใบหน้าซีดเผือด แววตาว่างเปล่าและเจ็บปวด เหมือนมีรอยไหม้เกรียมบนตัวด้วยพวกเขาจ้องเธอเขม็ง อ้าปากพะงาบๆ แต่ไม่มีเสียงดังออกมา มีเพียงจิตที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง อ้อนวอน และไม่พอใจ ถาโถมใส่ประสาทสัมผัสของมู่ซูหนิงเหมือนคลื่นที่เย็นยะเยือก“หนิงหนิง......ให้อภัยฉันเถอะ......”“แม่......ผมผิดไปแล้ว......ผมสำนึกผิดแล้ว......”“แม่กลับมาเถอะ......กลับมาเถอะนะ......”“เราผิดไปแล้ว......เราได้รับกรรมแล้ว......”“ดูสิ เราตาย

  • ปิดฉากรักลวงโลก   บทที่ 16

    แสงแดดคือสิ่งแรกที่มู่ซูหนิงรู้สึกได้หลังจากฟื้นขึ้นมาความอบอุ่นและความสว่างสดใสสาดส่องลงบนใบหน้าเธอเต็มๆ แสงแดดกระทบลงบนเปลือกตาบาง ทำให้โลกทั้งใบกลายเป็นสีส้มละมุนตาไม่มีกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ ไม่มีเสียงสัญญาณจากเครื่องช่วยหายใจ แล้วก็ไม่มีความเจ็บปวดเหมือนสมองจะระเบิดที่ตามหลอกหลอนมาตลอดเธอค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา สิ่งที่เห็นคือเพดานเรียบๆ ที่ดูไม่คุ้นตารู้สึกสบายตัวอย่างเหลือเชื่อ เต็มไปด้วยพลังของคนที่มีร่างกายแข็งแรง ซึ่งเธอไม่ได้รู้สึกแบบนี้มานานแล้วเธอลองขยับนิ้ว ลองยกมือขึ้นมา ร่างกายตอบสนองต่อคำสั่งได้อย่างคล่องแคล่วรวดเร็วความรู้สึกหนักอึ้งและเหมือนกำลังจะตายจากมะเร็งสมองระยะสุดท้ายหายไปหมดแล้วเธอกอดโกศใส่อัฐิของลูกสาวแล้วลุกขึ้นนั่ง กวาดสายตามองรอบห้องห้องนี้ตกแต่งแบบเรียบๆ ให้ความรู้สึกสบายตา ขนาดไม่ใหญ่ แต่แสงแดดส่องเข้ามาแบบพอเหมาะพอดี มีกระถางต้นไม้เล็กๆ วางอยู่ริมหน้าต่างสองสามกระถาง มองดูแล้วรู้สึกสดชื่นมากกลิ่นหอมอ่อนๆ ของเครื่องนอนและแสงแดดอบอวลอยู่ในอากาศ[โฮสต์] เสียงราบเรียบของระบบดังขึ้นในหัว [ตามที่ตกลงกันไว้ ตอนนี้คุณได้รับร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงและตั

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status