แชร์

บทที่ 6

ผู้เขียน: อาวรณ์อาภรณ์สีชาด
หลังจากนั้นสภาพอาหารที่คนเอามาให้มู่ซูหนิงแย่ลงเรื่อยๆ แถมบางครั้งยังลืมเอามาให้ด้วย

พวกเขาใช้เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ทรมานเธออย่างเย็นชา พยายามเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของมู่ซูหนิงที่หลงเหลืออยู่เพียงน้อยนิด

แต่เธอไม่สนใจอะไรแล้ว

ความเจ็บปวดจากมะเร็งสมองระยะสุดท้ายทรมานเธอทุกวันทุกคืน เวียนหัวและอาเจียนจนเป็นเรื่องปกติ จริงๆ เธอกลืนอาหารสภาพแย่ๆ พวกนั้นไม่ลงด้วยซ้ำ

แต่หลังจากเธอโดนขังมาสิบห้าวัน ก็เกิดเรื่องที่ทำให้เธอสะเทือนใจมาก

วันนั้นลู่หยวนเฉิ่งพาหลินเวยกับลู่จิ่งมาที่บ้านหลังเล็ก

“พี่หนิงหนิง” หลินเวยพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่แฝงไปด้วยความร้ายกาจเหมือนเข็มอาบยาพิษ “ฉันมีเรื่องอยากปรึกษาพี่หน่อย พี่ลู่คิดว่าห้องของลูกสาวพี่ที่ชั้นสองทิ้งไว้ก็เสียเปล่า ห้องนั้นมีแสงธรรมชาติส่องเข้ามาพอดีด้วย เลยอยากเปลี่ยนเป็นห้องแต่งตัวของฉัน ยังไงตอนนี้ก็ไม่มีคนใช้ห้องนั้นแล้วใช่ไหม?”

มู่ซูหนิงตัวเซเล็กน้อย

ตั้งแต่การตกแต่งไปจนถึงของเล่นทุกชิ้นที่อยู่ในห้องนั้น เธอตั้งใจเตรียมให้ลูกสาวด้วยความรักจากหัวใจ

กำแพงสีชมพู เพดานลายกาแล็กซี ตุ๊กตาที่กองอยู่ตรงมุม มันคือสิ่งที่ทำให้นึกถึงลูกสาว สิ่งที่หลงเหลืออยู่ซึ่งเธอพอจะจับต้องมันได้บ้าง

“ไม่ได้” เสียงเธอแหบแห้งแต่หนักแน่นมาก

“ทำไมไม่ได้ล่ะ?”

ลู่หยวนเฉิ่งเดินเข้ามาจ้องหน้าเธอ เหมือนจะหาร่องรอยความเจ็บปวดบนใบหน้าเธอ “แค่ห้องว่างห้องเดียว เวยเวยมีความจำเป็นต้องใช้ห้อง”

“ห้องนั้นไม่ใช่ห้องว่าง!” มู่ซูหนิงเงยหน้าขึ้นมาทันที ดวงตาเธอแดงก่ำ “นั่นเป็นห้องของลูกสาวฉัน!”

“ลูกสาวพี่ตายไปแล้ว!” หลินเวยพูดอย่างสะใจ “ข้าวของคนตายอยู่ในห้องที่ทำเลดีที่สุด มีแต่ความอัปมงคล! พี่ลู่ว่าถูกต้องไหม?”

ลู่หยวนเฉิ่งไม่คัดค้านแม้แต่น้อย เขามองมู่ซูหนิง พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ให้ความรู้สึกโหดร้ายมาก “หนิงหนิง ชีวิตต้องเดินไปข้างหน้า ห้องว่างมีแต่จะทำให้คนที่มีชีวิตอยู่ทรมาน ปรับเปลี่ยนให้มันใช้งานได้ ยังไงก็ดีกับทุกคน”

ดีกับทุกคนอย่างนั้นเหรอ?

มู่ซูหนิงมองผู้ชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจ เธอรู้สึกเย็นเยียบไปทั้งตัว

เขาไม่ได้เย็นชา แต่เขาคิดว่าการมีอยู่ของลูกสาวไม่มีค่าอะไรเลย

“ยังมีอีกเรื่อง” หลินเวยไม่กล้าสบตาเธอ แต่น้ำเสียงร้ายกาจกว่าเดิม “ท่านอาจารย์ที่ฉันนับถือบอกว่าลูกอาภัพของฉันอยู่อย่างโดดเดี่ยว เขาหวาดกลัว พี่ลู่สงสารเขา จะให้ฝังเขาไว้กับลูกสาวของพี่หนิงหนิง เด็กสองคนจะได้อยู่ด้วยกัน หน่วนหน่วนจะได้ไม่เหงาด้วย”

ฝังไว้ด้วยกันเหรอ?

มู่ซูหนิงลมหายใจขาดห้วง รู้สึกเย็นเยียบไปทั้งตัว เหมือนถูกแช่แข็งอย่างไรอย่างนั้น

ฆาตกรที่ฆ่าลูกสาวเธอจะเอาเด็กชั่วคนนั้นฝังไว้กับลูกสาวผู้ใสซื่อบริสุทธิ์ของเธองั้นเหรอ?

จะใช้ป้ายหลุมศพเดียวกัน? จะใช้หลุมศพเล็กๆ ด้วยกันงั้นเหรอ?

“พวกนาย......กล้าดียังไง!” เธอพูดลอดไรฟัน ตัวสั่นเทาเพราะโกรธจัดและรู้สึกขยะแขยง

“ทำไมฉันจะทำไม่ได้?” ในที่สุดลู่หยวนเฉิ่งก็เห็นเธอโกรธแล้ว ดวงตาเขาฉายแววสับสน แต่ที่มากกว่านั้นคือความดื้อรั้นที่แทบจะเรียกได้ว่าสุดโต่ง

“เธอไม่สนใจไม่ใช่เหรอ? จะทำอะไรเธอก็ไม่สนใจนิ? หนิงหนิง เธอดูสภาพตัวเองตอนนี้สิ เธอผอมแห้งเหลือแต่กระดูก เพราะลูกที่ตายไปแล้ว เพราะห้องว่างแค่ห้องเดียว เธอจะงี่เง่าไปถึงไหน?!”

ลู่จิ่งช่วยพูดด้วยเสียงเบา “แม่ น้องอยู่คนเดียวเหงามาก ฝังลูกของป้าเวยเวยไว้ด้วยกัน ถือว่า......ถือว่าช่วยปลอบใจเราได้บ้าง”

ปลอบใจเหรอ?!

มู่ซูหนิงมองใบหน้าของลูกชายที่เหมือนลู่หยวนเฉิ่งมาก เมื่อได้ยินคำพูดเย็นชาไร้เยื่อใยที่ออกมาจากปากเขา ในที่สุดสติเส้นสุดท้ายของเธอก็ขาดผึง

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ปิดฉากรักลวงโลก   บทที่ 21

    หลังผ่านไปสิบกว่าปี หลินย่วนเติบโตเป็นสาวน้อยที่น่ารักและสดใส เธอจูงมือแม่ไปเก็บเปลือกหอยริมทะเล ถามเรื่องราวของ “พี่หน่วนหน่วน” ด้วยเสียงน่ารักน่าเอ็นดูผมบริเวณขมับของมู่ซูหนิงกับหลินอั้นเริ่มมีหงอกแซม แต่รอยยิ้มยังอบอุ่นเหมือนเดิม แสงอาทิตย์ยามเย็นสาดส่องลงมาบนตัวทั้งสองคนที่กำลังจูงมือกันจนเป็นเงาทอดยาวบนพื้นวันนี้อากาศดีมาก ลมทะเลพัดมาเบาๆมู่ซูหนิงพาลูกสาวกับสามีมาที่สุสานบนหน้าผาเหมือนเช่นเคยหลินย่วนเอาช่อดอกไม้ที่ทำจากดอกไม้ดอกหญ้าริมทางวางไว้ด้านหน้าป้ายหลุมศพเหมือนอย่างที่เคยทำเป็นประจำ พูดด้วยเสียงเล็กๆ ว่า “พี่หน่วนหน่วน หนูกับพ่อแม่มาเยี่ยมพี่อีกแล้ว! วันนี้หนูวาดนกนางนวลเป็นแล้วนะ ไว้คราวหน้าหนูจะวาดให้พี่ดู!”มู่ซูหนิงยิ้มบางๆ แล้วลูบหัวลูกสาว หลังจากนั้นเธอกับหลินอั้นยืนเงียบๆ อยู่ตรงนั้นพักหนึ่งลมทะเลพัดผมกับชุดเดรสของเธอจนปลิวไสว สีหน้าเธอดูสงบและสบายใจมากขณะนั้นวิญญาณที่ดูเลือนรางจนแทบมองไม่เห็นของลู่หยวนเฉิ่งที่อยู่นอกม่านป้องกันขยับเบาๆ เป็นครั้งสุดท้าย ไม่มีอารมณ์รุนแรง มีเพียงความว่างเปล่า ความเข้าใจอย่างถ่องแท้ แล้วก็......ความรู้สึกที่เบาบางมาก อาจเร

  • ปิดฉากรักลวงโลก   บทที่ 20

    เวลาหมุนไปเรื่อยๆ พร้อมกับชีวิตที่เต็มไปด้วยความสุขของมู่ซูหนิง แล้วก็เป็นช่วงเวลาสุดแสนทรมานที่ค่อยๆ กัดกินสองพ่อลูกที่อยู่นอกม่านป้องกันลูกสาวของเธอกับหลินอั้นชื่อว่าหลินย่วน แปลว่า “มีความสุขดั่งใจหวัง”เธอทุ่มเทความรักและความอบอุ่นให้ลูก ในเวลาเดียวกันเธอก็ไม่เคยลืมป้ายหลุมศพเล็กๆ ที่อยู่บนหน้าผา เธออุ้มหลินย่วนแล้วชี้ไปทางทะเลอันกว้างใหญ่ บอกเด็กน้อยว่าพี่สาวของเธออยู่ที่นั่น พี่สาวรักแม่มากๆ แต่ดันเดินทางไปไกลแสนไกลแล้วเธอสอนให้หลินย่วนเก็บดอกไม้ไปวางไว้ข้างๆ หินก้อนนั้นหลินอั้นรู้ว่าภรรยามีอดีตที่ไม่อยากพูดถึงมัน เขาไม่ได้บังคับให้เธอพูดมันออกมา แต่ใช้ความรักความเอาใจใส่มากขึ้นเป็นสองเท่า สร้างที่พักใจที่มั่นคงและอบอุ่นให้เธอเขาชอบความสุขุมและความเข้มแข็งของเธอ แล้วก็ชอบที่เธอเผลอทำตัวติดเขาเหมือนเด็กน้อยเป็นบางครั้ง ชีวิตของพวกเขาเรียบง่ายและสมบูรณ์ เต็มไปด้วยความสุขที่จับต้องได้และความรักที่งดงามราวกับบทกวีหน้าที่การงานของมู่ซูหนิงก้าวหน้าอย่างมั่นคงเช่นกันภาพวาดของเธอถูกนำไปจัดแสดงในงานเล็กๆ เป็นที่ชื่นชอบของเหล่านักสะสมเธอถ่ายทอดความเข้าใจในชีวิต ท้องทะเล ความ

  • ปิดฉากรักลวงโลก   บทที่ 19

    วันนั้นพวกเขาเห็นผู้ชายใส่เสื้อเชิ้ตสีอ่อน บุคลิกดูสะอาดสะอ้านและอบอุ่น หอบหนังสือเป็นกองเดินเข้าไปในร้านหนังสือเหมือนชายหนุ่มรู้จักมู่ซูหนิง ทั้งสองคนคุยกันไม่กี่ประโยค จู่ๆ มู่ซูหนิงก็ยิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มที่สดใสและดูเป็นธรรมชาติมาก ไม่มีความเศร้าหมองแม้แต่น้อย ก่อนชายหนุ่มจะกลับ ทั้งสองคนนัดกันว่าวันหยุดจะไปหอศิลป์ที่เพิ่งเปิดใหม่ด้วยกันวิญญาณของลู่หยวนเฉิ่งบิดเบี้ยวทันที ความอิจฉาและความหึงหวงอย่างบ้าคลั่งผุดขึ้นในใจเหมือนเถาวัลย์พิษ“เขาเป็นใคร?! เขากล้าดียังไง! หนิงหนิงเป็นของฉัน! เธอเป็นภรรยาฉัน!” เขาพยายามกระแทกม่านป้องกัน แต่ก็โดนดีดกลับมาอย่างไรเยื่อใยอีกครั้ง เขาเห็นมู่ซูหนิงยิ้มบางๆ มองผู้ชายคนนั้นเดินออกไปจนลับสายตา แววตาเธอดูมีความสุขกับการได้เข้าสังคมแบบปกติทั่วไป ซึ่งเธอไม่ได้เป็นแบบนี้มานานมากแล้วหลังจากนั้นชายคนนั้นก็โผล่มาบ่อยขึ้นเรื่อยๆ เขาชื่อหลินอั้น เป็นนักวาดภาพประกอบอิสระ แล้วก็เป็นลูกค้าประจำของร้านหนังสือเขาชื่นชมความสุขุมใจเย็นของมู่ซูหนิง รวมถึงไหวพริบที่เธอแสดงออกมาให้เห็นเป็นบางครั้ง เขาชอบขนมที่เธออบ เขาชอบคุยเรื่องหนังสือและภาพวาดกับเธอ ชวนเธอไ

  • ปิดฉากรักลวงโลก   บทที่ 18

    ม่านป้องกันของระบบเหมือนกำแพงวิปโยคที่แข็งแกร่งและไร้เสียง แยกทั้งสองโลกออกจากกันอย่างสมบูรณ์สำหรับมู่ซูหนิง ม่านป้องกันแสดงถึงความสงบทำให้ความรู้สึกเหมือนกำลังถูกจ้องมอง เสียงหลอนแปลกๆ รวมถึงฝันร้ายที่คอยรบกวนหายไปจนหมดเงาวิญญาณของลู่หยวนเฉิ่งกับลู่จิ่ง รวมถึงความอาฆาตแค้นและความเจ็บปวดอันมหาศาลของพวกเขาโดนขวางไว้ด้านนอกการรับรู้ของเธอ ไม่สามารถแตะต้องเธอได้อีกแล้วตอนนี้ชีวิตของเธอเริ่มเข้าที่เข้าทางแล้ว ได้รับอิสรภาพ มีความสุขกับร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงทว่าสำหรับสองพ่อลูกตระกูลลู่ที่อยู่อีกด้านของม่านป้องกัน มันไม่ต่างอะไรกับนรก เหมือนการทรมานที่ยาวนานและโหดร้ายยิ่งกว่าถูกไฟแผดเผาร่างกายพวกเขาถูกขังอยู่ในพื้นที่แคบๆ ที่แปลกประหลาดและมืดสลัวที่นี่ไม่มีของที่จับต้องได้ ไม่รู้วันเวลา มีเพียงความเงียบและความว่างเปล่าอย่างไม่มีที่สิ้นสุดพวกเขา “เห็น” โลกใบใหม่ที่มู่ซูหนิงใช้ชีวิตอยู่ เหมือนมีกระจกใสขนาดใหญ่กั้นอยู่ กระจกที่ไม่สามารถทะลุผ่านไปได้พวกเขาเห็นแสงสว่าง เห็นสีสัน ได้ยินเสียงที่โลกใบนั้น เห็นทุกความเคลื่อนไหวของมู่ซูหนิง เห็นสีหน้าท่าทางของเธอ แต่พวกเขาไม่สามารถ

  • ปิดฉากรักลวงโลก   บทที่ 17

    ชีวิตเหมือนคลื่นทะเลที่พัดเข้าฝั่งอย่างแผ่วเบา ก้าวไปข้างหน้าอย่างสงบสุขแต่มีปมในใจบางอย่าง แม้ถูกกั้นด้วยชีวิตและความตาย แม้อยู่กันคนละโลก มันก็ยังตามหลอกหลอนไม่เลิกมู่ซูหนิงสะดุ้งตื่นเพราะความรู้สึกเหมือนจะขาดอากาศหายใจตาย เธอลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว จากนั้นเธอถึงกับสะดุ้ง เพราะเหมือนมีเงารางๆ สองเงายืนอยู่ตรงมุมมืดในห้อง! เงาหนึ่งสูงใหญ่ ส่วนอีกเงาซูบผอมมาก โครงหน้าดูคุ้นตามาก คุ้นจนเธอรู้สึกเย็นเฉียบไปทั่วร่างกาย นั่นคือลู่หยวนเฉิ่งกับลู่จิ่ง!พวกเขาไม่ได้แต่งตัวดูดี ไม่ได้ดูเหมือนวัยรุ่นหัวดื้อเหมือนตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ แต่มาในรูปร่างประหลาด เป็นเงาเลือนราง ใบหน้าซีดเผือด แววตาว่างเปล่าและเจ็บปวด เหมือนมีรอยไหม้เกรียมบนตัวด้วยพวกเขาจ้องเธอเขม็ง อ้าปากพะงาบๆ แต่ไม่มีเสียงดังออกมา มีเพียงจิตที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง อ้อนวอน และไม่พอใจ ถาโถมใส่ประสาทสัมผัสของมู่ซูหนิงเหมือนคลื่นที่เย็นยะเยือก“หนิงหนิง......ให้อภัยฉันเถอะ......”“แม่......ผมผิดไปแล้ว......ผมสำนึกผิดแล้ว......”“แม่กลับมาเถอะ......กลับมาเถอะนะ......”“เราผิดไปแล้ว......เราได้รับกรรมแล้ว......”“ดูสิ เราตาย

  • ปิดฉากรักลวงโลก   บทที่ 16

    แสงแดดคือสิ่งแรกที่มู่ซูหนิงรู้สึกได้หลังจากฟื้นขึ้นมาความอบอุ่นและความสว่างสดใสสาดส่องลงบนใบหน้าเธอเต็มๆ แสงแดดกระทบลงบนเปลือกตาบาง ทำให้โลกทั้งใบกลายเป็นสีส้มละมุนตาไม่มีกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ ไม่มีเสียงสัญญาณจากเครื่องช่วยหายใจ แล้วก็ไม่มีความเจ็บปวดเหมือนสมองจะระเบิดที่ตามหลอกหลอนมาตลอดเธอค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา สิ่งที่เห็นคือเพดานเรียบๆ ที่ดูไม่คุ้นตารู้สึกสบายตัวอย่างเหลือเชื่อ เต็มไปด้วยพลังของคนที่มีร่างกายแข็งแรง ซึ่งเธอไม่ได้รู้สึกแบบนี้มานานแล้วเธอลองขยับนิ้ว ลองยกมือขึ้นมา ร่างกายตอบสนองต่อคำสั่งได้อย่างคล่องแคล่วรวดเร็วความรู้สึกหนักอึ้งและเหมือนกำลังจะตายจากมะเร็งสมองระยะสุดท้ายหายไปหมดแล้วเธอกอดโกศใส่อัฐิของลูกสาวแล้วลุกขึ้นนั่ง กวาดสายตามองรอบห้องห้องนี้ตกแต่งแบบเรียบๆ ให้ความรู้สึกสบายตา ขนาดไม่ใหญ่ แต่แสงแดดส่องเข้ามาแบบพอเหมาะพอดี มีกระถางต้นไม้เล็กๆ วางอยู่ริมหน้าต่างสองสามกระถาง มองดูแล้วรู้สึกสดชื่นมากกลิ่นหอมอ่อนๆ ของเครื่องนอนและแสงแดดอบอวลอยู่ในอากาศ[โฮสต์] เสียงราบเรียบของระบบดังขึ้นในหัว [ตามที่ตกลงกันไว้ ตอนนี้คุณได้รับร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงและตั

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status