Share

บทที่ 5 ไปส่งหน่อย

Penulis: Tawan miki
last update Tanggal publikasi: 2026-01-24 22:54:53

บทที่ 5 ไปส่งหน่อย

พ้นจากเหตุการณ์ชวนประสาทเสียที่คาเฟ่ของถ่านไฟเก่า ลลินก็ตัดสินใจกักตัวอยู่แต่ในอาณาเขตบ้านสวน เธอเลือกที่จะขลุกอยู่กับกองต้นฉบับและจินตนาการในหัวมากกว่าจะออกไปเผชิญโลกภายนอกที่เต็มไปด้วยอดีตคนรักและไอ้เด็กแสบนักเขียนสาวลากโต๊ะไม้พับตัวโปรดมาตั้งไว้ใต้ร่มเงาของต้นมะม่วงอกร่องขนาดใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาให้ความร่มเย็น ลมทุ่งพัดโชยมาเป็นระยะห่างๆ พอให้เส้นผมสลวยปลิวไสว

ทว่าความเงียบสงบที่เธออุปโลกน์ขึ้นมาก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าของคนเป็นแม่

“ลิน... ถามจริงเถอะ ไม่คิดจะขยับขยายออกไปเปิดหูเปิดตาข้างนอกบ้างหรือไงลูก”แม่ช้อยเดินเท้าสะเอวฉับๆ เข้ามาหาพลางขมวดคิ้วมุ่นมองลูกสาวตัวดีที่นั่งขลุกอยู่บนแคร่ไม้ แสงจากหน้าจอโน้ตบุ๊กสะท้อนนัยน์ตาที่จ้องเขม็งจนแทบถลนออกมานอกเบ้า สภาพของนักเขียนสาวบัดนี้ดูห่างไกลจากคำว่านางพญาไปโข เพราะเจ้าตัวเอาแต่ขยี้หัวจนฟูฟ่องแถมยังคาบปากกาค้างไว้ในปากคล้ายคนสติหลุด

“แม่!!”ลลินแหวขึ้นมาทันควันพร้อมสะดุ้งสุดตัวจนปากกาแทบหล่นจากปาก เธอละสายตาจากหน้าจอที่ยังคงมีเพียงหน้ากระดาษว่างเปล่าขาวโพลน หันมามองค้อนคนเป็นแม่วงเบ้อเร่อ

“หนูอยู่บ้านแม่ก็บ่น พอหนูออกไปข้างนอกแม่ก็บ่น สรุปจะเอาอะไรกับหนูเนี่ย! คนกำลังใช้สมาธินะแม่!”

“เอ้า! อีลูกคนนี้นี่...”แม่ช้อยยกมือขึ้นตบเข่าตัวเองฉาดใหญ่ด้วยความระอาแกมหมั่นไส้

“แม่ก็เป็นห่วง กลัวแกจะเฉาตายคาใต้ต้นมะม่วงนี่เสียก่อน เห็นนั่งนิ่งเป็นตอไม้มาตั้งแต่เช้า งานการน่ะพักไว้บ้างก็ได้ ไปหาอะไรเย็นๆ กินในตลาดนู่นไป๊ เผื่อสมองมันจะแล่นขึ้นมาบ้าง”

“วุย! แม่อ่ะ หนูไม่ได้เฉา หนูมีงานต้องทำ พล็อตมันกำลังลื่นไหลแม่เข้าใจไหม”ลลินส่งเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอพลางสะบัดหน้าหนีอย่างแง่งอนตามนิสัยลูกสาวที่ถูกตามใจจนเสียคน มือเรียวแสร้งทำเป็นรัวนิ้วลงบนคีย์บอร์ดให้เกิดเสียงดังฟังชัดเพื่อยืนยันว่าตนกำลังวุ่นอยู่กับงานชิ้นสำคัญ ทั้งที่ความจริงบนหน้าจอยังมีเพียงประโยคเดิมซ้ำๆ ที่ลบแล้วแก้มาเกือบชั่วโมง

“เออๆ กูนี่แหละอีช้อย แม่มึง! ในเมื่อว่างนัก ก็ไปซื้อน้ำตาลทรายที่ร้านค้าหน้าปากซอยให้ข้าหน่อยสิ ขนมข้าจะเสร็จอยู่แล้วแต่น้ำตาลดันหมด”แม่ช้อยท้าวสะเอวมองลูกสาวพลางพ่นลมหายใจทิ้งอย่างหมั่นไส้ กลิ่นกะทิและขนมที่ยังทำค้างไว้อวลติดมากับตัวคนพูดด้วย แต่เจ้าตัวดีกลับทำหูทวนลมเสียอย่างนั้น

“หนูไม่ว่าง!”เธอตอบปฏิเสธทันควันโดยไม่ต้องคิดหน้าคิดหลัง พร้อมกับจีบปากจีบคอทำท่าทางยุ่งเสียเต็มประดา

“แม่ไม่เห็นจะทำอะไรเลย บอกไม่ว่าง เห็นแต่ก็นั่งพิมพ์ก๊อกๆ แก๊กๆ อยู่นี่ไง แม่เห็นแกจ้องหน้าจอนี้มาตั้งแต่ไก่โห่แล้วนะ”

“นี่มันงานระดับเบสต์เซลเลอร์เลยนะแม่! ถ้ายอดขายไม่ปังแม่จะรับผิดชอบไหวเหรอ”

“เอ่อ…ไปให้ข้าแป๊บเดียวมันไม่ตายหรอกลินเอ๊ย... ไปเดี๋ยวนี้เลยนะ!”แม่ช้อยเริ่มยื่นคำขาด น้ำเสียงที่เปลี่ยนเป็นเข้มและสายตาดุๆ ที่จ้องเขม็งลงมาทำให้ลลินที่กำลังจะอ้าปากเถียงต่อถึงกับหุบปากฉับ เธอรู้ดีว่าถ้าแม่หยิบไม้เรียวในตำนานหรือฝ่ามืออรหันต์ขึ้นมาเมื่อไหร่ ต่อให้เป็นนักเขียนระดับโลกก็คงต้องยอมจำนน

“แม่อ่ะ!”ลลินส่งเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอพลางลุกขึ้นกระทืบเท้าเร่าๆ อย่างขัดใจเหมือนเด็กสาววัยรุ่น เธอคว้ากุญแจรถเบนซ์คันงามที่กันชนยังคงบุบเป็นอนุสรณ์สถานความซวย เดินปั้นปึ่งไปที่รถแต่ก็ไม่วายหันกลับมาแบมือ

“เงินล่ะแม่? ของฟรีไม่มีในโลกนะ”

“ออกไปก่อนสิลูกสาวเศรษฐีเมืองกรุง แค่น้ำตาลถุงเดียวจะงกกับแม่เชียวหรือ” แม่ช้อยโบกมือไล่เหมือนรำคาญเต็มที

“แม่อ่ะ!” ลลินพ่นลมหายใจทิ้งอย่างหงุดหงิดรอบที่ร้อย ก่อนจะกระแทกตัวลงนั่งบนเบาะหนังราคาแพงแล้วสตาร์ทรถเสียงดังกระหึ่ม

ในใจนึกเคืองทั้งน้ำตาล ทั้งแม่ และที่สำคัญที่สุดคือนึกเข่นเขี้ยวไปถึงใบหน้ากวนประสาทของเขตต์ที่ทำให้เธอไม่อยากออกไปไหนจนต้องมาติดแหง็กเป็นคนรับใช้แม่แบบนี้

ทว่าระหว่างที่ลลินกำลังเหยียบคันเร่งเพื่อรีบเอาน้ำตาลกลับไปให้แม่ช้อย สายตาก็พลันเหลือบไปเห็นมอเตอร์ไซค์เวฟสีน้ำเงินคุ้นตาจอดสงบนิ่งอยู่ริมพงหญ้าข้างทาง และร่างสูงของเด็กผู้ชายหน้ากวนประสาทที่ยืนกอดอกสำรวจรถรอบๆ ด้วยท่าทีหัวเสีย ลลินกระตุกยิ้มที่มุมปากก่อนจะเหยียบเบรกจนล้อบดกับถนนเสียงดังเอี๊ยด เธอค่อยๆ ลดกระจกไฟฟ้าลงช้าๆ พลางเลิกคิ้วมองอย่างผู้ชนะ

“รถเป็นไร”

“รถพัง”เขตต์หันมาตอบหน้าตาย แววตาคมกริบฉายแววหงุดหงิดจัดที่ต้องมาติดแหง็กอยู่กลางแดดเปรี้ยง ทันทีที่เห็นว่าเป็นใครขับเบนซ์มาจอด เขาก็แทบจะถอนหายใจออกมาเป็นคำด่า

“เหรอ... สมน้ำหน้า”ลลินหัวเราะในลำคออย่างสะใจ แกล้งทำเป็นมองสำรวจสภาพรถที่จอดตายสนิทอย่างเวทนา

“เอ้าป้า! ไม่ช่วยแล้วยังจะมาสมน้ำหน้าอีก ใจดำจังวะ”คนเด็กกว่าก้าวฉับๆ เข้ามาเกาะขอบกระจกรถเบนซ์คันงาม โน้มตัวลงจนใบหน้าเกือบจะอยู่ในระดับเดียวกับลลิน แววตาขี้เล่นปนกวนโทโสเริ่มทำงานอีกครั้ง

“บอกว่าอย่าเรียกป้า! หูมีปัญหาหรือไง”

“ก็ได้ครับ... เจ๊”เขาเปลี่ยนคำเรียกพลางยักคิ้วให้หนึ่งทีอย่างยียวน

“ไอ้เด็กเหี้ย!”

“อันนี้ก็ไม่ชอบ อันนั้นก็ไม่เอา ทำไมเรื่องมากจังครับป้า!”

“ถอย!! อยู่ตรงนี้ไปเลยคนเดียวเถอะแกน่ะ ฉันไปละ”ลลินทำท่าจะกดกระจกปิดด้วยความขัดใจ แต่เขตต์ไวพอที่จะใช้มือยันขอบประตูไว้ก่อน

“เดี๋ยวสิครับ! คุณป้า...คนสวย ไปส่งผมหน่อยนะค้าบ”เด็กหนุ่มแสร้งทำเสียงอ้อนวอนแต่ใบหน้ายังคงฉายความเจ้าเล่ห์ไม่เปลี่ยน

“ไม่! ถอยไป ฉันรีบ!”

“นะค้าบ... พี่ลลินคนสวย ไปส่งผมหน่อยนะ”

เหมือนเห็นท่าไม่ดีและรู้ว่าจุดอ่อนของหญิงสาวคือ 'คำชม' เขตต์เลยรีบเปลี่ยนสรรพนามเรียกพร้อมกับโปรยเสน่ห์ด้วยรอยยิ้มที่ทำให้ใจสั่นแบบไม่รู้ตัว

“แบบนี้ค่อยน่าฟังหน่อย ขึ้นมาสิ จะไปไหนเดี๋ยวฉันไปส่ง”ลลินพยายามกลั้นยิ้มพลางปั้นหน้าตึงใส่ ทั้งที่ในใจเริ่มอ่อนยวบกับคำว่าพี่เธอปลดล็อกประตูรถด้วยท่าทางนิ่งสงบที่สุดเท่าที่จะทำได้

“ไปส่งที่คาเฟ่หน่อยครับ เดี๋ยวให้คุณพ่อพามาเอามอไซค์”

“อืม... ขึ้นมาแล้วก็นั่งนิ่งๆ ห้ามพูดมากเข้าใจไหม” ลลินตอบเสียงสะบัดพร้อมกับเบือนหน้าหนีไปอีกทาง พยายามทำตัวให้นิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้

ทว่าทันทีที่เขตต์เปิดประตูและแทรกตัวเข้ามานั่งที่เบาะข้างคนขับ พื้นที่ภายในรถเบนซ์ที่เคยดูโอ่อ่ากว้างขวางกลับดูแคบลงไปถนัดตา ร่างสูงใหญ่ของเด็กหนุ่มวัย 18 ปีที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและความหนุ่มแน่นที่แผ่ออกมาราวกับกดทับทุกอย่างรอบข้าง ทำให้ลลินเริ่มรู้สึกอึดอัดขึ้นมาอย่างประหลาด

กลิ่นแดดจางๆ ที่ติดมากับตัวเขาผสมกับกลิ่นเหงื่ออ่อนๆ พลันฟุ้งกระจายไปทั่วห้องโดยสารที่เย็นเฉียบ มันไม่ใช่กลิ่นที่เหม็นเขียว แต่มันคือกลิ่นอายของความสดใหม่ที่ทำเอาคนขับที่เคยปากเก่งถึงกับใจสั่นไหวอย่างคุมไม่อยู่ เธอต้องแสร้งทำเป็นจ้องมองกระจกมองข้างอย่างจริงจังเพื่อปกปิดความประหม่าที่จู่ๆ ก็จู่โจมเข้ามาเสียดื้อๆ

"รถเจ๊นี่... กลิ่นหอมเหมือนตัวเจ๊เลยนะ" เสียงทุ้มต่ำที่ดังขึ้นในระยะประชิดทำเอาลลินสะดุ้งเล็กน้อย

"เงียบไปเลย! ฉันบอกห้ามพูดไง" เธอรีบเหยียบคันเร่งเพื่อให้รถเคลื่อนตัวออกไปสู่ถนนสายหลักอีกครั้ง ตัดบทสนทนาที่ชวนให้หน้าร้อนผ่าว

ภายในห้องโดยสารตกอยู่ในความเงียบที่มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศครางเบาๆ แต่บรรยากาศกลับอวลไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ เขตต์ไม่ได้นั่งนิ่งตามคำสั่งอย่างที่ปากว่า เขาถือวิสาสะเอื้อมมือไปปรับเบาะให้เอนนอนลงอย่างสบายอารมณ์

ท่าทางผ่อนคลายราวกับอยู่ในรถตัวเองนั้นทำให้ลลินค้อนขวับเข้าให้ แต่คนเด็กกว่ากลับไม่สะทกสะท้านเขตต์วางมือประสานไว้ที่ท้ายทอย พลางใช้สายตาคมกริบสำรวจการตกแต่งภายในรถหรูไล่ไปทีละจุด

ก่อนที่สายตานั้นจะมาหยุดนิ่งอยู่ที่ใบหน้าด้านข้างของหญิงสาวที่กำลังตั้งอกตั้งใจขับรถ ลำคอระหงขาวเนียนที่โผล่พ้นปกเสื้อเดรส และริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันอย่างใช้ความคิด ทำให้เด็กหนุ่มเผลอจ้องมองนานกว่าปกติจนลลินเริ่มรู้สึกตัว

"มองอะไรนักหนา ถนนอยู่ข้างหน้าโน่น" เธอแหวใส่ แต่คราวนี้กระแสเสียงกลับสั่นพร่าอย่างปิดไม่มิด

"มองคนสวยขับรถไงครับ... เพิ่งรู้นะเนี่ยว่าเวลาเจ๊ตั้งใจทำอะไรสักอย่าง หน้าตาเจ๊ดูน่ากิน เฮ้ย!..น่ารักกว่าตอนวีนเยอะเลย”

“บอกให้นั่งเงียบๆ ไง พูดมากเดี๋ยวฉันก็ถีบลงกลางทางซะหรอก” ลลินแหวใส่แต่คราวนี้โทนเสียงกลับดูอ่อนลงกว่าทุกครั้ง มือเรียวที่จับพวงมาลัยเผลอบีบแน่นขึ้นเมื่อรู้สึกถึงสายตาที่จ้องมองมาอย่างไม่วางตา

“โธ่... ดุจริงป้า เอ๊ย! พี่ลลินเนี่ย” เขตต์หัวเราะในลำคอ

“แต่ตอนพี่ขับรถเนี่ย... ดูเท่จริง ๆนะครับ สวยกว่าตอนกริ๊ดใส่ผมกลางถนนสี่แยกเยอะเลย”

“นี่แกชมหรือหลอกด่าฉันย่ะ!”

“ชมสิครับ... ชมจากใจเลย” เด็กหนุ่มขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นน้ำหอมแบรนด์เนมจางๆ จากตัวลลินผสมกับกลิ่นแอร์เย็นเยือกทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก

“ขอบคุณนะครับที่ยอมให้ขึ้นรถมาด้วย ไม่อย่างนั้นผมคงเกรียมเป็นไก่ย่างอยู่ข้างถนนแน่ๆ”

ลลินไม่ตอบแต่แอบลอบยิ้มบางๆ ที่มุมปาก ความรู้สึกขุ่นมัวที่มีต่อเด็กเปรตคนนี้ดูเหมือนจะค่อยๆ จางไปพร้อมกับคำเยินยอที่เขาสาดใส่เธอไม่หยุด ทว่าในใจลึกๆ เธอกลับเริ่มกังวล... กังวลว่าการพาเขากลับไปส่งที่คาเฟ่ครั้งนี้ เธอจะต้องเจอกับสินและของขวัญในสถานการณ์ที่ชวนให้กระอักกระอ่วนใจอีกครั้งหรือไม่

“ถึงแล้ว... ลงไปได้แล้ว”ลลินเลี้ยวรถเข้าจอดหน้าคาเฟ่นอร์ดิกที่เดิม คราวนี้เธอไม่ได้ดับเครื่องยนต์เพื่อแสดงเจตนาว่าแค่มาส่งแล้วจะไปทันที

“ไม่เข้าไปข้างในหน่อยเหรอครับ? พ่อสินน่าจะดีใจนะที่เห็นพี่มาส่งผม” เขตต์ถามขณะที่มือยังคงจับที่เปิดประตูรถ

“ไม่ล่ะ ฉันรีบเอาน้ำตาลไปให้แม่... ลงไป!”

“โอเคครับ... ไว้เจอกันนะครับ ‘พี่ลลิน’ ขอบคุณสำหรับแอร์เย็นๆ นะครับผม!”เขตต์ก้าวลงจากรถพร้อมกับทิ้งรอยยิ้มพิมพ์ใจไว้ให้ ลลินมองตามร่างสูงที่เดินผิวปากเข้าไปในร้านด้วยความรู้สึกแปลกๆ ที่แล่นพล่านอยู่ในอก เธอรีบเหยียบคันเร่งออกรถไปทันที

โดยไม่รู้ตัวเลยว่า... สายตาของเด็กหนุ่มที่มองตามรถเบนซ์สีขาวไปนั้น มันไม่ได้มีแค่ความขี้เล่นเหมือนอย่างเคย แต่มันแฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่าง

🛒 จิ้มรับน้องมาดูแลได้ที่นี่:

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTg2Mzg4NiI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjQyMDcxMyI7fQ

เนื้อหาทั้งหมด 23 ตอน

ตอนหลัก 21

ตอนพิเศษสุดฟิน 2 ตอน

ความหนา: 263 หน้า (จุใจกว่า 45,000+ คำ!)

ราคาน่ารัก: เพียง 69 บาท เท่านั้น!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ป้าไม่แก่ แค่แพ้เด็ก   บทที่ 21ขอบคุณนะ (จบ)

    บทที่ 21ขอบคุณนะ (จบ)ความเงียบเข้าปกคลุมห้องโถงอีกครั้ง เป็นความเงียบที่หนักอึ้งราวกับมีขุนเขานับพันลูกมาทับไว้ ของขวัญมองสบตาสินอย่างขอความเห็นและความช่วยเหลือ ในขณะที่เขตต์ยังคงกุมมือลลินไว้ไม่ยอมปล่อย... ต่อให้ต้องเผชิญกับเรื่องใหญ่แค่ไหน เขาก็จะไม่มีวันปล่อยมือจากผู้หญิงที่เขารักสุดหัวใจคนนี้อีกเป็นอันขาด“ขวัญ... พาลูกไปพักผ่อนก่อนไป พี่ขอคุยกับลินตามลำพังหน่อย”น้ำเสียงนิ่งเรียบของสินแฝงไปด้วยอำนาจที่ทำให้บรรยากาศในห้องโถงเย็นเฉียบลงฉับพลัน ของขวัญมองสบตาลูกชายด้วยความกังวลก่อนจะแตะไหล่เขตต์เบาๆ เพื่อส่งสัญญาณให้เดินออกไป เด็กหนุ่มฮึดฮัดแสดงท่าทีขัดใจ เขาไม่อยากทิ้งลลินไว้ให้เผชิญหน้ากับพ่อเพียงลำพัง ทว่าแรงบีบกระชับที่ฝ่ามือเรียวเป็นเชิงบอกว่าเธอจัดการได้ ทำให้เขตต์ยอมก้าวถอยออกไปอย่างจำใจเมื่อความวุ่นวายจางหายไป เหลือเพียงอดีตคนรักที่สถานะเปลี่ยนไปเป็นเพื่อนสนิท ความเงียบที่ปกคลุมอยู่ก็ดูจะหนาหนักขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า สินเดินไปหยุดยืนอยู่ที่ริมหน้าต่าง ทอดถอนสายตามองออกไปยังทุ่งนากว้างใหญ่ แผ่นหลังที่เคยดูแข็งแกร่งบัดนี้กลับดูเคร่งขรึมและแบกรับความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย“เธอคิด

  • ป้าไม่แก่ แค่แพ้เด็ก   บทที่ 19 ปรับความเข้าใจ 18+

    บทที่ 19 ปรับความเข้าใจ 18+ท่ามกลางความเงียบสงัดของบ้านไม้ มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรที่กรีดร้องสอดประสานกับเสียงลมพัดใบไม้ไหวรอดผ่านบานหน้าต่างเข้ามา ลลินยังคงซบใบหน้าชื้นน้ำตาอยู่กับแผงอกกว้างของเขตต์ กลิ่นหอมจางๆ จากกายหนุ่มและความอบอุ่นจากอ้อมกอดที่เคยโหยหาช่วยประคองสติที่แตกกระเจิงของเธอให้ค่อยๆ กลับคืนมา“เขตต์... ปล่อยพี่ก่อน พี่มีเรื่องต้องบอกเธอ” ลลินผละออกเล็กน้อย แม้ดวงตาจะยังบวมช้ำจากการร้องไห้อย่างหนัก แต่แววตากลับฉายแววเด็ดเดี่ยวขึ้นกว่าเดิมเขตต์ยอมคลายอ้อมกอดอย่างว่าง่าย ทว่ามือหนายังคงเกาะเกี่ยวและกุมมือเรียวของเธอไว้แน่นราวกับกลัวว่าหากปล่อยเพียงวินาทีเดียว ร่างตรงหน้าจะเลือนหายไปเหมือนความฝันตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ทั้งคู่นั่งลงบนโซฟาตัวเดิม ทว่าคราวนี้บรรยากาศคุกรุ่นด้วยโทสะกลับถูกแทนที่ด้วยความหม่นเศร้าและความจริงที่รอการเปิดเผย“ที่พี่หายไป... ที่พี่ผลักไสนายว่าเราไม่คู่ควรกัน มันไม่ใช่แค่เรื่องช่องว่างของอายุหรอกนะเขตต์” ลลินเริ่มเสียงสั่นเล็กน้อยเมื่อต้องเริ่มแตะต้องแผลเป็นในใจที่เธอซ่อนไว้ลึกที่สุด“แต่มันเป็นเพราะพี่เคย... พี่เคยคบกับพ่อของเธอมาก่อน”ประโยคสา

  • ป้าไม่แก่ แค่แพ้เด็ก   บทที่ 18 หมาโบ้

    บทที่ 18 หมาโบ้ลลินทรุดกายลงนั่งบนเบาะหนังราคาแพงภายในรถเบนซ์คู่ใจ ทันทีที่ประตูปิดสนิทตัดขาดจากโลกภายนอก กำแพงแห่งความเข้มแข็งที่เธอพยายามสร้างมาตลอดชีวิตก็พังครืนลงมาอย่างไม่เหลือชิ้นดี นางพญาผู้เคยสง่างามปล่อยโฮออกมาอย่างสุดกลั้น เสียงสะอื้นไห้ที่ดังระงมไปทั่วห้องโดยสารคือเสียงของความพ่ายแพ้เธอแพ้แล้วจริงๆ... พ่ายแพ้ต่อความขี้ขลาดของตัวเอง พ่ายแพ้ต่อกาลเวลา และพ่ายแพ้ต่อกำแพงความเหมาะสมที่เธอเป็นคนก่อมันขึ้นมาเองกับมือเวลาผ่านไปเกือบชั่วโมงที่ลลินปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งอยู่กับหยดน้ำตา ความมืดมิดภายนอกปกคลุมจนมองไม่เห็นทางข้างหน้า ไม่ต่างจากอนาคตของเธอในตอนนี้ มือเรียวที่สั่นเทาหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาเพื่อกดหาแม่ช้อย หวังเพียงจะบอกลาเพื่อกลับไปซ่อนตัวที่กรุงเทพฯ เหมือนคนขี้แพ้ที่ต้องการหลบไปเลียแผลใจก๊อก ก๊อก!เสียงเคาะกระจกที่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบทำให้ลลินสะดุ้งสุดตัว เธอรีบใช้หลังมือเช็ดน้ำตาปรกๆ พยายามสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อปรับโทนเสียงให้ปกติที่สุด ก่อนจะกดลดกระจกลงอย่างรวดเร็ว“เอ่อ... ฉันขอโทษที่จอดนานไปหน่อย ฉันกำลังจะไปเดี๋ยวนี้แหละ” ลลินรัวคำพูดออกมาโดยไม่กล้าเงยหน้าขึ้นสบตา

  • ป้าไม่แก่ แค่แพ้เด็ก   บทที่ 17 ยอมแพ้แล้ว

    บทที่ 17 ยอมแพ้แล้วความรู้สึกผิดที่กัดกินใจมาทั้งวันทำให้ลลินไม่อาจอยู่นิ่งได้ ความเงียบในบ้านสวนยามเย็นกลับยิ่งทวีคูณเสียงสะท้อนของความเย็นชาที่เขตต์มอบให้เธอเมื่อเช้า จนในที่สุดเธอก็ตัดสินใจคว้ากุญแจรถเบนซ์คู่ใจ วนกลับมาที่ร้านกาแฟของสินอีกครั้ง แม้จะรู้ดีว่าสิ่งที่รออยู่อาจเป็นเพียงกำแพงน้ำแข็งที่หนากว่าเดิม แต่หัวใจที่วูบไหวกลับสั่งให้เธอต้องลองเสี่ยงดูอีกสักตั้งทว่าเมื่อล้อรถหยุดสนิทที่หน้าร้าน บรรยากาศกลับเงียบเหงาผิดปกติ กลิ่นหอมของเมล็ดกาแฟที่เคยอบอวลจางหายไป เหลือเพียงแสงแดดสุดท้ายที่ทาบทับลงบนบานประตูไม้ที่ถูกปิดลง มีเพียง สิน และ ของขวัญ ภรรยาคนปัจจุบันของเขาที่กำลังช่วยกันเก็บเก้าอี้และคล้องกุญแจหน้าร้านอย่างขะมักเขม้น“อ้าวลิน... กลับมาสุพรรณตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย ไม่เห็นส่งข่าวเลย” สินทักขึ้นด้วยน้ำเสียงมิตรภาพและรอยยิ้มอย่างคนเคยคุ้น“เมื่อวานนี้เอง พอดีมีธุระที่บ้านนิดหน่อย” ลลินตอบเสียงแผ่ว พยายามคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น แววตาคู่สวยแอบกวาดมองผ่านกระจกร้านเข้าไปด้านในเพื่อหาเงาของเด็กหนุ่มที่เธอโหยหา แต่สิ่งที่พบกลับมีเพียงความว่างเปล่าและความมืดสลัวภายในร้าน“โทษทีนะล

  • ป้าไม่แก่ แค่แพ้เด็ก   บทที่ 16 รสชาติของการถูกเมิน

    บทที่ 16 รสชาติของการถูกเมินแสงเงินแสงทองเริ่มจับขอบฟ้าขับไล่ความมืดมิดของค่ำคืนที่แสนยาวนาน กลิ่นดินและไอน้ำค้างยามเช้าลอยอบอวลไปทั่วบ้านสวน ลลินลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่ต่างไปจากเดิม ความอ่อนล้าจากวันวานถูกแทนที่ด้วยความกระวนกระวายใจที่สั่งให้เธอรีบดีดตัวออกจากที่นอนตั้งแต่ไก่โห่เธอสลัดความง่วงงุนทิ้งไป จัดการอาบน้ำแต่งกายด้วยชุดลำลองเรียบง่ายทว่ายังคงดูสง่างาม ก่อนจะก้าวลงจากบ้านไม้ด้วยฝีเท้าที่เร่งรีบจนไปปะทะเข้ากับแม่ช้อยที่กำลังตักบาตรเสร็จพอดี“อ้าว!ตื่นเช้าก็เป็นรึ” แม่ช้อยถึงกับหยุดกะพริบตาปริบๆ มองบุตรสาวอย่างไม่เชื่อสายตา“ปกติกว่าจะคลานออกจากมุ้งได้ก็ตะวันโด่งนู่น”“จะรีบไปไหนแต่เช้าล่ะเรา?”“ไปซื้อกาแฟร้านสินจ้ะแม่” ลลินตอบเลี่ยงๆ ทว่าแก้มใสกลับขึ้นสีระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่ เธอจงใจหยิบกระเป๋าสะพายใบเก่งขึ้นมาคล้องไหล่เพื่อปกปิดอาการประหม่า“มันยังไม่ทันจะเปิดหรอก เจ้าสินน่ะเปิดร้านสายจะตายไป จะรีบไปทำไมตอนนี้” หญิงชราส่ายหน้าพลางพึมพำกับตัวเอง“เอ่อ...หนูจะไปหาสถานที่แต่งนิยายด้วยจ้ะแม่ อยู่ในห้องแล้วหัวมันไม่แล่น อยากได้บรรยากาศสดชื่นๆ หน่อย” ลลินหยิบยกงานที่เธอ

  • ป้าไม่แก่ แค่แพ้เด็ก   บทที่ 15 ทำตามหัวใจ

    บทที่ 15 ทำตามหัวใจกาลเวลาหมุนเวียนผ่านไปหนึ่งเดือนเต็ม นับตั้งแต่วันที่ลลินตัดสินใจหันหลังให้กับบ้านสวนที่สุพรรณบุรีในเย็นวันนั้น... วันที่เธอหอบเอาหัวใจที่บอบช้ำและเศษเสี้ยวความทรงจำอันกระจัดกระจายกลับสู่เมืองกรุงอย่างกะทันหันท่ามกลางความงุนงงของแม่ช้อยที่ตามอารมณ์บุตรสาวไม่ทัน ลลินเลือกที่จะขังตัวเองอยู่ในคอนโดมิเนียมหรูใจกลางกรุงเทพฯ ตัดขาดจากบรรยากาศร่มรื่นของทุ่งนาและกลิ่นอายดินที่เคยคุ้นเธอใช้แสงสีเทาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์และโลกมายาในตัวอักษรเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวเพียงอย่างเดียว เพื่อหวังจะใช้มันลบเลือนใบหน้าคมเข้มและนัยน์ตาตัดพ้อของเด็กหนุ่มที่ชื่อ 'เขตต์' ออกไปจากมโนสำนึกทว่ายิ่งหนี... เธอกลับยิ่งรู้สึกเหมือนติดอยู่ในกรงขังที่ตัวเองสร้างขึ้นเสียงฝีเท้าสม่ำเสมอของ 'ปิ่น' เลขาสาวคนสนิทดังขึ้นในห้องทำงานที่เงียบสงัดและเย็นเฉียบด้วยไอเครื่องปรับอากาศ ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหลังเจ้านายสาวที่ดูซูบเซียวลงไปถนัดตา“พี่ลิน... ไม่คิดจะออกไปไหนบ้างเลยเหรอคะ?” ปิ่นเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกังวลใจพลางมองกองเอกสารและถ้วยกาแฟที่วางระเกะระกะ “ตั้งแต่พี่กลับมาจากสุพรรณวันนั้น พี่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status