Share

บทที่ 5 ไปส่งหน่อย

Auteur: Tawan miki
last update Dernière mise à jour: 2026-01-24 22:54:53

บทที่ 5 ไปส่งหน่อย

พ้นจากเหตุการณ์ชวนประสาทเสียที่คาเฟ่ของถ่านไฟเก่า ลลินก็ตัดสินใจกักตัวอยู่แต่ในอาณาเขตบ้านสวน เธอเลือกที่จะขลุกอยู่กับกองต้นฉบับและจินตนาการในหัวมากกว่าจะออกไปเผชิญโลกภายนอกที่เต็มไปด้วยอดีตคนรักและไอ้เด็กแสบนักเขียนสาวลากโต๊ะไม้พับตัวโปรดมาตั้งไว้ใต้ร่มเงาของต้นมะม่วงอกร่องขนาดใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาให้ความร่มเย็น ลมทุ่งพัดโชยมาเป็นระยะห่างๆ พอให้เส้นผมสลวยปลิวไสว

ทว่าความเงียบสงบที่เธออุปโลกน์ขึ้นมาก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าของคนเป็นแม่

“ลิน... ถามจริงเถอะ ไม่คิดจะขยับขยายออกไปเปิดหูเปิดตาข้างนอกบ้างหรือไงลูก”แม่ช้อยเดินเท้าสะเอวฉับๆ เข้ามาหาพลางขมวดคิ้วมุ่นมองลูกสาวตัวดีที่นั่งขลุกอยู่บนแคร่ไม้ แสงจากหน้าจอโน้ตบุ๊กสะท้อนนัยน์ตาที่จ้องเขม็งจนแทบถลนออกมานอกเบ้า สภาพของนักเขียนสาวบัดนี้ดูห่างไกลจากคำว่านางพญาไปโข เพราะเจ้าตัวเอาแต่ขยี้หัวจนฟูฟ่องแถมยังคาบปากกาค้างไว้ในปากคล้ายคนสติหลุด

“แม่!!”ลลินแหวขึ้นมาทันควันพร้อมสะดุ้งสุดตัวจนปากกาแทบหล่นจากปาก เธอละสายตาจากหน้าจอที่ยังคงมีเพียงหน้ากระดาษว่างเปล่าขาวโพลน หันมามองค้อนคนเป็นแม่วงเบ้อเร่อ

“หนูอยู่บ้านแม่ก็บ่น พอหนูออกไปข้างนอกแม่ก็บ่น สรุปจะเอาอะไรกับหนูเนี่ย! คนกำลังใช้สมาธินะแม่!”

“เอ้า! อีลูกคนนี้นี่...”แม่ช้อยยกมือขึ้นตบเข่าตัวเองฉาดใหญ่ด้วยความระอาแกมหมั่นไส้

“แม่ก็เป็นห่วง กลัวแกจะเฉาตายคาใต้ต้นมะม่วงนี่เสียก่อน เห็นนั่งนิ่งเป็นตอไม้มาตั้งแต่เช้า งานการน่ะพักไว้บ้างก็ได้ ไปหาอะไรเย็นๆ กินในตลาดนู่นไป๊ เผื่อสมองมันจะแล่นขึ้นมาบ้าง”

“วุย! แม่อ่ะ หนูไม่ได้เฉา หนูมีงานต้องทำ พล็อตมันกำลังลื่นไหลแม่เข้าใจไหม”ลลินส่งเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอพลางสะบัดหน้าหนีอย่างแง่งอนตามนิสัยลูกสาวที่ถูกตามใจจนเสียคน มือเรียวแสร้งทำเป็นรัวนิ้วลงบนคีย์บอร์ดให้เกิดเสียงดังฟังชัดเพื่อยืนยันว่าตนกำลังวุ่นอยู่กับงานชิ้นสำคัญ ทั้งที่ความจริงบนหน้าจอยังมีเพียงประโยคเดิมซ้ำๆ ที่ลบแล้วแก้มาเกือบชั่วโมง

“เออๆ กูนี่แหละอีช้อย แม่มึง! ในเมื่อว่างนัก ก็ไปซื้อน้ำตาลทรายที่ร้านค้าหน้าปากซอยให้ข้าหน่อยสิ ขนมข้าจะเสร็จอยู่แล้วแต่น้ำตาลดันหมด”แม่ช้อยท้าวสะเอวมองลูกสาวพลางพ่นลมหายใจทิ้งอย่างหมั่นไส้ กลิ่นกะทิและขนมที่ยังทำค้างไว้อวลติดมากับตัวคนพูดด้วย แต่เจ้าตัวดีกลับทำหูทวนลมเสียอย่างนั้น

“หนูไม่ว่าง!”เธอตอบปฏิเสธทันควันโดยไม่ต้องคิดหน้าคิดหลัง พร้อมกับจีบปากจีบคอทำท่าทางยุ่งเสียเต็มประดา

“แม่ไม่เห็นจะทำอะไรเลย บอกไม่ว่าง เห็นแต่ก็นั่งพิมพ์ก๊อกๆ แก๊กๆ อยู่นี่ไง แม่เห็นแกจ้องหน้าจอนี้มาตั้งแต่ไก่โห่แล้วนะ”

“นี่มันงานระดับเบสต์เซลเลอร์เลยนะแม่! ถ้ายอดขายไม่ปังแม่จะรับผิดชอบไหวเหรอ”

“เอ่อ…ไปให้ข้าแป๊บเดียวมันไม่ตายหรอกลินเอ๊ย... ไปเดี๋ยวนี้เลยนะ!”แม่ช้อยเริ่มยื่นคำขาด น้ำเสียงที่เปลี่ยนเป็นเข้มและสายตาดุๆ ที่จ้องเขม็งลงมาทำให้ลลินที่กำลังจะอ้าปากเถียงต่อถึงกับหุบปากฉับ เธอรู้ดีว่าถ้าแม่หยิบไม้เรียวในตำนานหรือฝ่ามืออรหันต์ขึ้นมาเมื่อไหร่ ต่อให้เป็นนักเขียนระดับโลกก็คงต้องยอมจำนน

“แม่อ่ะ!”ลลินส่งเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอพลางลุกขึ้นกระทืบเท้าเร่าๆ อย่างขัดใจเหมือนเด็กสาววัยรุ่น เธอคว้ากุญแจรถเบนซ์คันงามที่กันชนยังคงบุบเป็นอนุสรณ์สถานความซวย เดินปั้นปึ่งไปที่รถแต่ก็ไม่วายหันกลับมาแบมือ

“เงินล่ะแม่? ของฟรีไม่มีในโลกนะ”

“ออกไปก่อนสิลูกสาวเศรษฐีเมืองกรุง แค่น้ำตาลถุงเดียวจะงกกับแม่เชียวหรือ” แม่ช้อยโบกมือไล่เหมือนรำคาญเต็มที

“แม่อ่ะ!” ลลินพ่นลมหายใจทิ้งอย่างหงุดหงิดรอบที่ร้อย ก่อนจะกระแทกตัวลงนั่งบนเบาะหนังราคาแพงแล้วสตาร์ทรถเสียงดังกระหึ่ม

ในใจนึกเคืองทั้งน้ำตาล ทั้งแม่ และที่สำคัญที่สุดคือนึกเข่นเขี้ยวไปถึงใบหน้ากวนประสาทของเขตต์ที่ทำให้เธอไม่อยากออกไปไหนจนต้องมาติดแหง็กเป็นคนรับใช้แม่แบบนี้

ทว่าระหว่างที่ลลินกำลังเหยียบคันเร่งเพื่อรีบเอาน้ำตาลกลับไปให้แม่ช้อย สายตาก็พลันเหลือบไปเห็นมอเตอร์ไซค์เวฟสีน้ำเงินคุ้นตาจอดสงบนิ่งอยู่ริมพงหญ้าข้างทาง และร่างสูงของเด็กผู้ชายหน้ากวนประสาทที่ยืนกอดอกสำรวจรถรอบๆ ด้วยท่าทีหัวเสีย ลลินกระตุกยิ้มที่มุมปากก่อนจะเหยียบเบรกจนล้อบดกับถนนเสียงดังเอี๊ยด เธอค่อยๆ ลดกระจกไฟฟ้าลงช้าๆ พลางเลิกคิ้วมองอย่างผู้ชนะ

“รถเป็นไร”

“รถพัง”เขตต์หันมาตอบหน้าตาย แววตาคมกริบฉายแววหงุดหงิดจัดที่ต้องมาติดแหง็กอยู่กลางแดดเปรี้ยง ทันทีที่เห็นว่าเป็นใครขับเบนซ์มาจอด เขาก็แทบจะถอนหายใจออกมาเป็นคำด่า

“เหรอ... สมน้ำหน้า”ลลินหัวเราะในลำคออย่างสะใจ แกล้งทำเป็นมองสำรวจสภาพรถที่จอดตายสนิทอย่างเวทนา

“เอ้าป้า! ไม่ช่วยแล้วยังจะมาสมน้ำหน้าอีก ใจดำจังวะ”คนเด็กกว่าก้าวฉับๆ เข้ามาเกาะขอบกระจกรถเบนซ์คันงาม โน้มตัวลงจนใบหน้าเกือบจะอยู่ในระดับเดียวกับลลิน แววตาขี้เล่นปนกวนโทโสเริ่มทำงานอีกครั้ง

“บอกว่าอย่าเรียกป้า! หูมีปัญหาหรือไง”

“ก็ได้ครับ... เจ๊”เขาเปลี่ยนคำเรียกพลางยักคิ้วให้หนึ่งทีอย่างยียวน

“ไอ้เด็กเหี้ย!”

“อันนี้ก็ไม่ชอบ อันนั้นก็ไม่เอา ทำไมเรื่องมากจังครับป้า!”

“ถอย!! อยู่ตรงนี้ไปเลยคนเดียวเถอะแกน่ะ ฉันไปละ”ลลินทำท่าจะกดกระจกปิดด้วยความขัดใจ แต่เขตต์ไวพอที่จะใช้มือยันขอบประตูไว้ก่อน

“เดี๋ยวสิครับ! คุณป้า...คนสวย ไปส่งผมหน่อยนะค้าบ”เด็กหนุ่มแสร้งทำเสียงอ้อนวอนแต่ใบหน้ายังคงฉายความเจ้าเล่ห์ไม่เปลี่ยน

“ไม่! ถอยไป ฉันรีบ!”

“นะค้าบ... พี่ลลินคนสวย ไปส่งผมหน่อยนะ”

เหมือนเห็นท่าไม่ดีและรู้ว่าจุดอ่อนของหญิงสาวคือ 'คำชม' เขตต์เลยรีบเปลี่ยนสรรพนามเรียกพร้อมกับโปรยเสน่ห์ด้วยรอยยิ้มที่ทำให้ใจสั่นแบบไม่รู้ตัว

“แบบนี้ค่อยน่าฟังหน่อย ขึ้นมาสิ จะไปไหนเดี๋ยวฉันไปส่ง”ลลินพยายามกลั้นยิ้มพลางปั้นหน้าตึงใส่ ทั้งที่ในใจเริ่มอ่อนยวบกับคำว่าพี่เธอปลดล็อกประตูรถด้วยท่าทางนิ่งสงบที่สุดเท่าที่จะทำได้

“ไปส่งที่คาเฟ่หน่อยครับ เดี๋ยวให้คุณพ่อพามาเอามอไซค์”

“อืม... ขึ้นมาแล้วก็นั่งนิ่งๆ ห้ามพูดมากเข้าใจไหม” ลลินตอบเสียงสะบัดพร้อมกับเบือนหน้าหนีไปอีกทาง พยายามทำตัวให้นิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้

ทว่าทันทีที่เขตต์เปิดประตูและแทรกตัวเข้ามานั่งที่เบาะข้างคนขับ พื้นที่ภายในรถเบนซ์ที่เคยดูโอ่อ่ากว้างขวางกลับดูแคบลงไปถนัดตา ร่างสูงใหญ่ของเด็กหนุ่มวัย 18 ปีที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและความหนุ่มแน่นที่แผ่ออกมาราวกับกดทับทุกอย่างรอบข้าง ทำให้ลลินเริ่มรู้สึกอึดอัดขึ้นมาอย่างประหลาด

กลิ่นแดดจางๆ ที่ติดมากับตัวเขาผสมกับกลิ่นเหงื่ออ่อนๆ พลันฟุ้งกระจายไปทั่วห้องโดยสารที่เย็นเฉียบ มันไม่ใช่กลิ่นที่เหม็นเขียว แต่มันคือกลิ่นอายของความสดใหม่ที่ทำเอาคนขับที่เคยปากเก่งถึงกับใจสั่นไหวอย่างคุมไม่อยู่ เธอต้องแสร้งทำเป็นจ้องมองกระจกมองข้างอย่างจริงจังเพื่อปกปิดความประหม่าที่จู่ๆ ก็จู่โจมเข้ามาเสียดื้อๆ

"รถเจ๊นี่... กลิ่นหอมเหมือนตัวเจ๊เลยนะ" เสียงทุ้มต่ำที่ดังขึ้นในระยะประชิดทำเอาลลินสะดุ้งเล็กน้อย

"เงียบไปเลย! ฉันบอกห้ามพูดไง" เธอรีบเหยียบคันเร่งเพื่อให้รถเคลื่อนตัวออกไปสู่ถนนสายหลักอีกครั้ง ตัดบทสนทนาที่ชวนให้หน้าร้อนผ่าว

ภายในห้องโดยสารตกอยู่ในความเงียบที่มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศครางเบาๆ แต่บรรยากาศกลับอวลไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ เขตต์ไม่ได้นั่งนิ่งตามคำสั่งอย่างที่ปากว่า เขาถือวิสาสะเอื้อมมือไปปรับเบาะให้เอนนอนลงอย่างสบายอารมณ์

ท่าทางผ่อนคลายราวกับอยู่ในรถตัวเองนั้นทำให้ลลินค้อนขวับเข้าให้ แต่คนเด็กกว่ากลับไม่สะทกสะท้านเขตต์วางมือประสานไว้ที่ท้ายทอย พลางใช้สายตาคมกริบสำรวจการตกแต่งภายในรถหรูไล่ไปทีละจุด

ก่อนที่สายตานั้นจะมาหยุดนิ่งอยู่ที่ใบหน้าด้านข้างของหญิงสาวที่กำลังตั้งอกตั้งใจขับรถ ลำคอระหงขาวเนียนที่โผล่พ้นปกเสื้อเดรส และริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันอย่างใช้ความคิด ทำให้เด็กหนุ่มเผลอจ้องมองนานกว่าปกติจนลลินเริ่มรู้สึกตัว

"มองอะไรนักหนา ถนนอยู่ข้างหน้าโน่น" เธอแหวใส่ แต่คราวนี้กระแสเสียงกลับสั่นพร่าอย่างปิดไม่มิด

"มองคนสวยขับรถไงครับ... เพิ่งรู้นะเนี่ยว่าเวลาเจ๊ตั้งใจทำอะไรสักอย่าง หน้าตาเจ๊ดูน่ากิน เฮ้ย!..น่ารักกว่าตอนวีนเยอะเลย”

“บอกให้นั่งเงียบๆ ไง พูดมากเดี๋ยวฉันก็ถีบลงกลางทางซะหรอก” ลลินแหวใส่แต่คราวนี้โทนเสียงกลับดูอ่อนลงกว่าทุกครั้ง มือเรียวที่จับพวงมาลัยเผลอบีบแน่นขึ้นเมื่อรู้สึกถึงสายตาที่จ้องมองมาอย่างไม่วางตา

“โธ่... ดุจริงป้า เอ๊ย! พี่ลลินเนี่ย” เขตต์หัวเราะในลำคอ

“แต่ตอนพี่ขับรถเนี่ย... ดูเท่จริง ๆนะครับ สวยกว่าตอนกริ๊ดใส่ผมกลางถนนสี่แยกเยอะเลย”

“นี่แกชมหรือหลอกด่าฉันย่ะ!”

“ชมสิครับ... ชมจากใจเลย” เด็กหนุ่มขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นน้ำหอมแบรนด์เนมจางๆ จากตัวลลินผสมกับกลิ่นแอร์เย็นเยือกทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก

“ขอบคุณนะครับที่ยอมให้ขึ้นรถมาด้วย ไม่อย่างนั้นผมคงเกรียมเป็นไก่ย่างอยู่ข้างถนนแน่ๆ”

ลลินไม่ตอบแต่แอบลอบยิ้มบางๆ ที่มุมปาก ความรู้สึกขุ่นมัวที่มีต่อเด็กเปรตคนนี้ดูเหมือนจะค่อยๆ จางไปพร้อมกับคำเยินยอที่เขาสาดใส่เธอไม่หยุด ทว่าในใจลึกๆ เธอกลับเริ่มกังวล... กังวลว่าการพาเขากลับไปส่งที่คาเฟ่ครั้งนี้ เธอจะต้องเจอกับสินและของขวัญในสถานการณ์ที่ชวนให้กระอักกระอ่วนใจอีกครั้งหรือไม่

“ถึงแล้ว... ลงไปได้แล้ว”ลลินเลี้ยวรถเข้าจอดหน้าคาเฟ่นอร์ดิกที่เดิม คราวนี้เธอไม่ได้ดับเครื่องยนต์เพื่อแสดงเจตนาว่าแค่มาส่งแล้วจะไปทันที

“ไม่เข้าไปข้างในหน่อยเหรอครับ? พ่อสินน่าจะดีใจนะที่เห็นพี่มาส่งผม” เขตต์ถามขณะที่มือยังคงจับที่เปิดประตูรถ

“ไม่ล่ะ ฉันรีบเอาน้ำตาลไปให้แม่... ลงไป!”

“โอเคครับ... ไว้เจอกันนะครับ ‘พี่ลลิน’ ขอบคุณสำหรับแอร์เย็นๆ นะครับผม!”เขตต์ก้าวลงจากรถพร้อมกับทิ้งรอยยิ้มพิมพ์ใจไว้ให้ ลลินมองตามร่างสูงที่เดินผิวปากเข้าไปในร้านด้วยความรู้สึกแปลกๆ ที่แล่นพล่านอยู่ในอก เธอรีบเหยียบคันเร่งออกรถไปทันที

โดยไม่รู้ตัวเลยว่า... สายตาของเด็กหนุ่มที่มองตามรถเบนซ์สีขาวไปนั้น มันไม่ได้มีแค่ความขี้เล่นเหมือนอย่างเคย แต่มันแฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่าง

🛒 จิ้มรับน้องมาดูแลได้ที่นี่:

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTg2Mzg4NiI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjQyMDcxMyI7fQ

เนื้อหาทั้งหมด 23 ตอน

ตอนหลัก 21

ตอนพิเศษสุดฟิน 2 ตอน

ความหนา: 263 หน้า (จุใจกว่า 45,000+ คำ!)

ราคาน่ารัก: เพียง 69 บาท เท่านั้น!

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • ป้าไม่แก่แต่แพ้เด็ก   บทที่ 5 ไปส่งหน่อย

    บทที่ 5 ไปส่งหน่อยพ้นจากเหตุการณ์ชวนประสาทเสียที่คาเฟ่ของถ่านไฟเก่า ลลินก็ตัดสินใจกักตัวอยู่แต่ในอาณาเขตบ้านสวน เธอเลือกที่จะขลุกอยู่กับกองต้นฉบับและจินตนาการในหัวมากกว่าจะออกไปเผชิญโลกภายนอกที่เต็มไปด้วยอดีตคนรักและไอ้เด็กแสบนักเขียนสาวลากโต๊ะไม้พับตัวโปรดมาตั้งไว้ใต้ร่มเงาของต้นมะม่วงอกร่องขนาดใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาให้ความร่มเย็น ลมทุ่งพัดโชยมาเป็นระยะห่างๆ พอให้เส้นผมสลวยปลิวไสวทว่าความเงียบสงบที่เธออุปโลกน์ขึ้นมาก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าของคนเป็นแม่“ลิน... ถามจริงเถอะ ไม่คิดจะขยับขยายออกไปเปิดหูเปิดตาข้างนอกบ้างหรือไงลูก”แม่ช้อยเดินเท้าสะเอวฉับๆ เข้ามาหาพลางขมวดคิ้วมุ่นมองลูกสาวตัวดีที่นั่งขลุกอยู่บนแคร่ไม้ แสงจากหน้าจอโน้ตบุ๊กสะท้อนนัยน์ตาที่จ้องเขม็งจนแทบถลนออกมานอกเบ้า สภาพของนักเขียนสาวบัดนี้ดูห่างไกลจากคำว่านางพญาไปโข เพราะเจ้าตัวเอาแต่ขยี้หัวจนฟูฟ่องแถมยังคาบปากกาค้างไว้ในปากคล้ายคนสติหลุด“แม่!!”ลลินแหวขึ้นมาทันควันพร้อมสะดุ้งสุดตัวจนปากกาแทบหล่นจากปาก เธอละสายตาจากหน้าจอที่ยังคงมีเพียงหน้ากระดาษว่างเปล่าขาวโพลน หันมามองค้อนคนเป็นแม่วงเบ้อเร่อ “หนูอยู่บ้านแม่ก็บ่น พอ

  • ป้าไม่แก่แต่แพ้เด็ก   บทที่ 4 ลูกแฟนเก่า?

    บทที่ 4 ลูกแฟนเก่า?ในจังหวะที่บรรยากาศระหว่างคนรักเก่ากำลังตึงเครียดและอัดแน่นไปด้วยตะกอนความหลัง เสียงแผดคำรามของท่อไอเสียมอเตอร์ไซค์เวฟแต่งซิ่งก็ดังสนั่นมาจากหน้าร้าน เสียงนั้นกรีดผ่านความเงียบในคาเฟ่จนลลินต้องขมวดคิ้วอย่างรำคาญใจ“บรื้นนนน!”เสียงเครื่องยนต์ดับลงกะทันหันที่หน้าประตูร้าน ร่างสูงโปร่งของเด็กหนุ่มในชุดเสื้อยืดสีดำพอดีตัวก้าวลงจากรถ พลางสะบัดบ่าขยับปกเสื้อให้เข้าที่อย่างมาดมั่น สายตาคมกริบของเขาเหลือบไปเห็นรถเบนซ์สีขาวที่จอดสงบนิ่งอยู่ก่อนหน้า รอยบุบสะดุดตาตรงกันชนทำให้เขาชะงักฝีเท้าไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างนึกสนุก“คุ้นชะมัด... รอยบุบนั่นมันฝีมือเรานี่หว่า”เขตต์ สลัดความสงสัยทิ้งแล้วผลักประตูร้านเข้ามา เสียงกระดิ่งดัง กรุ๊งกริ๊ง รับกับการปรากฏตัวของเขา เขาเดินดุ่มเข้าไปหลังเคาน์เตอร์โดยไม่สนใจสายตาใคร เป้าหมายคือผู้เป็นแม่ที่กำลังง่วนอยู่กับการจัดจานของหวาน“แม่ค้าบ... เขตต์มาแล้วค้าบ” เด็กหนุ่มทิ้งตัวลงกอดอ้อนผู้เป็นแม่จากด้านหลังอย่างที่ชอบทำประจำ“ว่าไงไอ้ตัวดี ไปเล่นซนที่ไหนมาอีกฮึเรา? ดูสิ เสื้อผ้าเปื้อนฝุ่นดินแดงไปหมด” ของขวัญ หันมาเอ็ดลูกชายหั

  • ป้าไม่แก่แต่แพ้เด็ก   บทที่ 3 ยินดีที่รู้จัก

    บทที่ 3 ยินดีที่รู้จักแสงแดดจัดจ้าของเวลาเกือบเที่ยงส่องลอดผ่านรอยแยกของฝาปะกนไม้ขีดเป็นเส้นตรงลงบนเตียงนอน ลลิน ซุกหน้าลงกับหมอน ขยับกายหนีความร้อนที่เริ่มไล่ล่า แต่นั่นยังไม่เท่ากับเสียงกัมปนาทที่ดังรบกวนการนิทราอันแสนสุขปัง! ปัง! ปัง!“ลิน! ตื่นได้แล้ว จะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงไหนห๊ะ!” เสียงแม่ช้อยทั้งเคาะทั้งตะโกนอยู่หน้าห้อง จนไม้กระดานสั่นสะเทือนตามแรงอารมณ์“ตื่นแล้วค่าาา!” ลลินตะโกนตอบกลับด้วยเสียงแหบพร่า เธอพยายามขุดร่างตัวเองขึ้นจากเตียงด้วยความงัวเงีย เมื่อคืนนิ้วเจ้ากรรมดันรัวแป้นพิมพ์เขียนนิยายจนเกือบเช้า เพราะภาพเหตุการณ์ ‘ประมาทร่วม’ และใบหน้ากวนประสาทของไอ้เด็กเปรตคนนั้นมันวนเวียนอยู่ในหัวจนกลายเป็นแรงผลักดันชั้นดี“ตื่นแล้วก็ลุก! จะมานอนอุตุอยู่ทำไม”แม่ช้อยยืนอยู่หน้าห้อง มือหนึ่งเท้าสะเอว รอลูกสาวตัวดีโผล่หัวออกมาจากถ้ำ“แม่อ่ะ... หนูมาพักผ่อนนะแม่ ขอนอนหน่อยไม่ได้หรือไง”สิ้นเสียงโอดยางคาง บานประตูไม้ก็ค่อยๆ แง้มเปิดออก ลลินเดินก้าวออกมาในสภาพที่ดูไม่จืด ผมเผ้ายุ่งเหยิงฟูฟ่องรุงรังจนเกือบจะบังใบหน้า เสื้อสายเดี่ยวผ้าซาตินตัวบางที่ใส่นอนเลื่อนหลุดลงมาพาดอยู่ตรงต้นแข

  • ป้าไม่แก่แต่แพ้เด็ก   บทที่ 2 เด็กเปรต

    บทที่ 2 เด็กเปรตแสงแดดยามบ่ายทอดลำผ่านทิวสนและสวนมะม่วงสองข้างทาง ลลินลดกระจกรถลงเพื่อรับลมธรรมชาติที่หาไม่ได้ในเมืองกรุง ความเงียบสงบและกลิ่นสาบดินโชยเข้ามาช่วยให้อารมณ์ที่ขุ่นมัวจากบทสนทนาเรื่องแฟนเก่าเริ่มเบาบางลง เธอฮัมเพลงในลำคอเบาๆ พลางทอดสายตาชมวิวทิวทัศน์บ้านเกิดอย่างเพลินตา จนเผลอละเลยความระมัดระวังที่ควรจะมีบนถนนลูกรังแคบๆทว่า... ความสุนทรีย์ก็พังทลายลงในพริบตา เมื่อรถเบนซ์คันงามเคลื่อนมาถึงทางแยกดินแดงบรื้นนนน!!เสียงเบิ้ลเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์ดังสนั่นหู พร้อมกับการปรากฏตัวของกลุ่มเด็กวัยรุ่นในชุดนักเรียนขาสั้นสีน้ำเงินสามคันรวดที่ซิ่งแข่งกันมาด้วยความคึกคะนอง หนึ่งในนั้นพุ่งพรวดออกมาจากทางแยกตัดหน้าเธอในระยะกระชั้นชิด!เอี๊ยดดดดดดด!!! โครม!!!ลลินเหยียบเบรกจนตัวโก่ง เสียงยางบดไปกับพื้นดินแดงจนฝุ่นตลบอบอวล แรงกระแทกเพียงเล็กน้อยแต่ส่งเสียงบาดใจทำเอาหัวใจเธอแทบร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ทันทีที่ฝุ่นจางลง เธอรีบเปิดประตูรถก้าวลงมาดูสภาพ 'ลูกรัก' ของเธอทันทีกรี๊ดดดด! “หน้ารถฉัน!"ลลินแทบคลั่งเมื่อเห็นรอยยุบและรอยถลอกยาวบนกันชนหน้าสีขาวมุก เธอหันขวับไปหาต้นเหตุที่นอนตะแคงอยู่ไม่

  • ป้าไม่แก่แต่แพ้เด็ก   บทที่ 1 เบื่อหน่าย

    บทที่ 1 เบื่อหน่ายท่ามกลางความเงียบงันภายในคอนโดมิเนียมหรูใจกลางกรุงที่ตกแต่งด้วยสไตล์โมเดิร์น ลลิน นักเขียนนิยายวายระดับเบสต์เซลเลอร์กำลังทอดร่างระลวยอยู่บนโซฟาหนังราคาแพง ดวงตาคู่สวยที่เคยฉายแววเฉลียวฉลาดบัดนี้กลับหม่นแสงลงอย่างคนไร้จุดหมาย เธอถอนหายใจทิ้งครั้งที่ร้อยของวัน พลางจ้องมองหน้าจอแมคบุ๊กที่ว่างเปล่า มีเพียงเคอร์เซอร์กระพริบถถี่ราวกับจะเยาะเย้ยว่าสมองของเธอนั้นตันสนิท“พี่ลินเป็นอะไรคะเนี่ย นอนหมดสภาพเป็นปลาขาดน้ำเลย” ปิ่น เลขาสาวรุ่นน้องหน้าตาสะสวยเดินเข้ามาในห้องพร้อมปึกเอกสารในมือ เธอหยุดยืนมองรุ่นพี่สาววัย 35 ที่ถึงแม้จะอยู่ในชุดลำลองอยู่บ้าน แต่ทรวดทรงองเอวส่วนเว้าส่วนโค้ง โดยเฉพาะหน้าอกหน้าใจไซซ์คัพซีที่ดันรัดรูปเสื้อยืดตัวบางนั้น ก็ยังดูดีจนน่าอิจฉา“พี่เบื่อจังเลยปิ่น... เบื่อไปหมดทุกอย่าง”ลลินกระแทกเสียงใส่ด้วยความขัดใจพลางทิ้งตัวลงบนโซฟาอย่างแรงจนเกิดเสียงดังสนัน หล่อนตวัดสายตาคมกริบมองคนสนิทอย่างคาดคั้น ราวกับจะโบยตีทุกคนรอบข้างให้พินาศไปพร้อมกับความรู้สึกเบื่อหน่ายที่เจ้าตัวกำลังเผชิญ“พลอตนิยายที่วางไว้มันดูจืดชืดไปหมด คิดอะไรก็ไม่ออก สมองมันฝืดเหมือนไม่ได้

  • ป้าไม่แก่แต่แพ้เด็ก   “แวะมาทำความรู้จักกันก่อนนะครับ”

    “แวะมาทำความรู้จักกันก่อนนะครับ”สวัสดีครับนักอ่านที่น่ารักทุกท่าน วันนี้กระผม tawan miki จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับคู่รักต่างวัยที่จะมาทำให้หัวใจของทุกคนเต้นแรงปนความหมั่นไส้ เตรียมตัวพบกับความวีนเหวี่ยงระดับตัวแม่ และความแสบซนของเด็กหนุ่มวัยฮอร์โมนพลุ่งพล่านกันได้เลยครับ!นางเอก: ลลิน (เจ๊ลิน)อายุ: 35 ปี | สูง170 ซม. / 60 กก. รูปลักษณ์: หุ่นนาฬิกาทรายคัพซี สวยสะพรั่งเกินวัย การแต่งกายมีเทสต์จนเด็กหนุ่มต้องเหลียวมองอาชีพ: นักเขียนนิยายวายระดับเบสต์เซลเลอร์ (สวยและรวยมาก!) นิสัย: สายเหวี่ยง งี่เง่ายืนหนึ่ง และเอาแต่ใจเป็นที่รัก แต่ลึกๆ ขี้เหงาและใจสปอร์ตสุดๆสถานะ เจ๊สายเปย์ ผู้อุปถัมภ์ค่าเทอมให้เด็กหนุ่มจนจบปริญญาพระเอก: เขตต์ อายุ: 18 ปี | สูง 180 ซม. / 70 กก. รูปลักษณ์: สูงใหญ่ ไหล่กว้าง แข็งแรงแบบเด็กวัยรุ่นสายลุยจุดเด่นเฉพาะตัวมี ‘ทีเด็ด’ (ไซซ์ 60++) ที่พร้อมจะกำราบเจ๊สายเปย์ให้ยอมจำนน!นิสัย: อารมณ์ดี ขี้เล่น ขี้อ้อน ยิ่งโดนดุยิ่งชอบ แต่มีความรับผิดชอบและซื่อสัตย์กับความรักมาก สถานะ: เด็กเลี้ยงที่ไต่เต้ามาเป็นคู่ชีวิต พร้อมใช้แรงงานชดใช้ค่าเทอมให้เมียรุ่นพี่ตลอดชีวิต บ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status