LOGINบทที่ 4 ลูกแฟนเก่า?
ในจังหวะที่บรรยากาศระหว่างคนรักเก่ากำลังตึงเครียดและอัดแน่นไปด้วยตะกอนความหลัง เสียงแผดคำรามของท่อไอเสียมอเตอร์ไซค์เวฟแต่งซิ่งก็ดังสนั่นมาจากหน้าร้าน เสียงนั้นกรีดผ่านความเงียบในคาเฟ่จนลลินต้องขมวดคิ้วอย่างรำคาญใจ “บรื้นนนน!” เสียงเครื่องยนต์ดับลงกะทันหันที่หน้าประตูร้าน ร่างสูงโปร่งของเด็กหนุ่มในชุดเสื้อยืดสีดำพอดีตัวก้าวลงจากรถ พลางสะบัดบ่าขยับปกเสื้อให้เข้าที่อย่างมาดมั่น สายตาคมกริบของเขาเหลือบไปเห็นรถเบนซ์สีขาวที่จอดสงบนิ่งอยู่ก่อนหน้า รอยบุบสะดุดตาตรงกันชนทำให้เขาชะงักฝีเท้าไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างนึกสนุก “คุ้นชะมัด... รอยบุบนั่นมันฝีมือเรานี่หว่า”เขตต์ สลัดความสงสัยทิ้งแล้วผลักประตูร้านเข้ามา เสียงกระดิ่งดัง กรุ๊งกริ๊ง รับกับการปรากฏตัวของเขา เขาเดินดุ่มเข้าไปหลังเคาน์เตอร์โดยไม่สนใจสายตาใคร เป้าหมายคือผู้เป็นแม่ที่กำลังง่วนอยู่กับการจัดจานของหวาน “แม่ค้าบ... เขตต์มาแล้วค้าบ” เด็กหนุ่มทิ้งตัวลงกอดอ้อนผู้เป็นแม่จากด้านหลังอย่างที่ชอบทำประจำ “ว่าไงไอ้ตัวดี ไปเล่นซนที่ไหนมาอีกฮึเรา? ดูสิ เสื้อผ้าเปื้อนฝุ่นดินแดงไปหมด” ของขวัญ หันมาเอ็ดลูกชายหัวแก้วหัวแหวนไม่จริงจังนัก พลางหยิบกระดาษทิชชู่มาเช็ดรอยเปื้อนบนหน้าลูกชาย “ป๊าวเลยครับแม่! วันนี้ผมเป็นเด็กดีระดับห้าดาวเลยนะ” เขตต์หัวเราะร่วน “แม่ล่ะไม่อยากจะเชื่อคำพูดเราเลยจริงๆ... เอาเถอะ ไหนๆ ก็มาแล้ว ช่วยแม่ทำงานหน่อย เอาเค้กจานนี้ไปเสิร์ฟเพื่อนของคุณพ่อที่โต๊ะริมหน้าต่างหน่อยไป” “จัดไปครับคุณนายของเขตต์”'ชายหนุ่มเจ้าของร่างสูงโปร่งขานรับด้วยน้ำเสียงขี้เล่นพลางคลี่ยิ้มกว้างจนเห็นลักยิ้มบุ๋มข้างแก้ม เขาเอื้อมมือไปรับจานเค้กส้มสีสดใสที่ดูน่าทานมาถือไว้อย่างคล่องแคล่ว ท่าทางยียวนแต่ก็ดูอบอุ่นในทีนั้นทำให้บรรยากาศภายในร้านกาแฟดูสว่างไสวขึ้นมาทันตา ร่างสูงหมุนตัวเดินตรงไปยังโต๊ะมุมโปรดของร้าน ที่ซึ่งแผ่นหลังกว้างของผู้เป็นพ่อนั่งคุยหัวเราะร่าอยู่กับแขกใครบางคน เขาก้าวเท้าอย่างมั่นคงพลางประคองจานเค้กในมือไม่ให้เสียทรง “เค้กมาแล้วค้าบ...”เขาเอ่ยขัดจังหวะบทสนทนาด้วยน้ำเสียงร่าเริง ทว่าทันทีที่เขาโน้มตัววางจานเค้กลงบนโต๊ะไม้ขัดเงา สายตากลับประสานเข้ากับแขกของพ่อที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามพอดี... กึก! คำพูดขี้เล่นถูกกลืนลงคอไปทันที เมื่อผู้หญิงที่นั่งตรงข้ามพ่อเงยหน้าขึ้นมาสบตา แว่นกันแดดสีเข้มที่เธอสวมอยู่ไม่อาจปิดบังความช็อกที่ฉายชัดบนใบหน้าสวยเฉี่ยวได้ “แก! ไอ้เด็กเปรต!”ลลินอุทานเสียงหลงจนคนทั้งร้านแทบจะหันมามองเป็นตาเดียว เธอผุดลุกขึ้นยืนจนเก้าอี้ไม้ครูดกับพื้นเสียงดังแสบแก้วหู มือเรียวที่ยังจับช้อนค้างอยู่สั่นเทาด้วยความโกรธระคนตกใจ ภาพความเสียหายของรถเบนซ์คู่ใจเมื่อวานซัดเปรี้ยงเข้ามาในหัวทันทีที่เห็นใบหน้ายียวนนั่นชัดๆ ในระยะประชิด “อ้าว... คุณป้า!”เขตต์เลิกคิ้วสูงทำเป็นไขสือ รอยยิ้มกวนประสาทผุดขึ้นบนใบหน้าคมเข้มทันที เขาแสร้งทำเป็นสำรวจร่องรอยความโมโหบนหน้าของหญิงสาวพลางโคลงศีรษะน้อยๆ ท่าทางไม่ได้สะทกสะท้านต่อรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาเลยแม้แต่น้อย “ไอ้เด็กเหี้ย!”คำด่าหลุดรอดออกมาจากไรฟันที่ขบกันแน่น ลลินตัวสั่นเทิ้มด้วยความเดือดดาล ลืมสิ้นซึ่งภาพลักษณ์กุลสตรีหรือนักเขียนสาวผู้แสนอ่อนหวาน เธออยากจะเอาช้อนในมือฟาดลงบนหน้าหล่อๆ นั่นให้รู้แล้วรู้รอดที่กล้าเรียกคนอย่างเธอว่าป้าต่อหน้าสาธารณชน! “เดี๋ยวๆ! นี่หยุดเลยทั้งคู่ ด่ากันทำไมเนี่ย?”สินที่นั่งงงเป็นไก่ตาแตกอยู่ท่ามกลางสงครามน้ำลายที่ปะทุขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย รีบผุดลุกขึ้นห้ามทัพ กางแขนกั้นกลางระหว่างคนทั้งสองพลางมองหน้าเพื่อนเก่าสลับกับใบหน้ายียวนของเด็กหนุ่มตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจว่าทั้งคู่ไปกินรังแตนที่ไหนมา “ก็ไอ้เด็กเหี้ยนี่ไงสิน! เมื่อวานมันซิ่งรถชนรถเราจนยุบ แล้วยังมีหน้ามาเรียกเราว่าป้าอีก!” ลลินชี้หน้าเด็กหนุ่มด้วยนิ้วที่สั่นระริกจากอารมณ์ที่พุ่งขึ้นจุดเดือด ใบหน้าที่เคยบรรจงแต่งแต้มมาอย่างดีบัดนี้บิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น เธอตะโกนด่ากราดลืมไปเสียสิ้นว่าเคยตั้งเป้าจะมาทำตัวสวยแพงเป็นนางพญาโชว์แฟนเก่า! “ลิน... ใจเย็นๆ ก่อน”สินถอนหายใจยาวพลางเอื้อมมือไปแตะแขนลลินเบาๆ เป็นเชิงปราม แววตาของเขาฉายความหนักใจระคนระอาออกมาอย่างปิดไม่มิด ก่อนจะพูดประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของลลินเหมือนจะหยุดหมุนไปชั่วขณะ “เด็กเหี้ยที่เธอว่าเนี่ย... ลูกชายเราเอง ชื่อเขตต์”คำตอบนั้นเหมือนน้ำเย็นจัดที่สาดโครมลงบนกองไฟ ลลินนิ่งงันไปทันที อ้าปากค้างขณะที่คำด่าเผ็ดร้อนยังจุกอยู่ที่ลำคอ เธอค่อยๆ หันมองไปทาง 'เขตต์' ที่บัดนี้กอดอกยิ้มกว้างอย่างเป็นต่อ แววตาพราวระยับของเขาเหมือนจะตะโกนย้ำใส่หน้าเธอว่า... เธอกำลังด่าลูกชายแฟนเก่าว่าไอ้เหี้ยต่อหน้าพ่อของเขาเอง! “ลูกเธอ!!”ลลินตาค้าง หัวสมองขาวโพลนไปชั่วขณะ เธอรู้สึกเหมือนโดนตบหน้าฉากใหญ่กลางสี่แยกที่มีคนมุงดูเป็นล้าน ความโกรธที่เคยพุ่งพล่านเมื่อครู่ถูกแช่แข็งด้วยความจริงที่แสนโหดร้าย ความจริงข้อนี้ทำให้เธอจุกจนแทบจะสำลักอากาศหายใจ ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปเป็นหินอยู่กลางร้านกาแฟ “ใช่... เขตต์ สวัสดีน้าลลินเขาสิลูก นี่เพื่อนเก่าพ่อเอง”สินเอ่ยสำทับด้วยรอยยิ้มเจื่อนๆ พยายามปรับบรรยากาศให้เป็นปกติที่สุดโดยไม่รู้เลยว่าเขากำลังโยนฟืนก้อนใหญ่เข้ากองไฟที่กำลังสุมทรวงลลินอยู่ “สวัสดีครับ...คุณน้าลลิน”เขตต์แกล้งเน้นคำว่าน้าด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและชัดเจนทุกพยางค์ พร้อมกับยกมือไหว้ด้วยท่าทางนอบน้อมที่ดูจอมปลอมที่สุดในโลก เขายอมก้มหัวลงเล็กน้อยแต่สายตายังคงช้อนมองเธอด้วยแววตาพราวระยับอย่างผู้ชนะ รอยยิ้มมุมปากนั่นบอกชัดว่าเขาสะใจแค่ไหนที่จู่ๆ สถานะของยัยป้าก็เลื่อนระดับกลายเป็นคุณน้าแฟนเก่าของพ่อไปเสียได้ “ไอ้...”ลลินเค้นเสียงออกมาได้เพียงคำเดียว มือเรียวที่ชี้ค้างอยู่สั่นกึกๆ จะด่าต่อก็ด่าไม่ออกเพราะติดที่คนพ่อยังยืนค้ำคออยู่ เธอได้แต่ขบกรามจนเป็นสันนูน จ้องมองไอ้เด็กเปรตตรงหน้าที่บัดนี้กลายเป็นลูกชายของอดีตคนรักด้วยความรู้สึกพ่ายแพ้อย่างราบคาบ! “พอเลยๆ ลิน... เราขอโทษแทนลูกชายเราด้วยนะ เจ้าเขตต์มันก็ซนตามประสาวัยรุ่น ส่วนเรื่องรถลินซ่อมเท่าไหร่ เดี๋ยวเราจัดการค่าใช้จ่ายให้เองทั้งหมด อย่าถือสาลูกเรามันเลยนะ”สินรีบตัดบทพลางโบกไม้โบกมือเป็นพัลวันก่อนที่ร้านจะแตก แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเกรงใจและเหนื่อยหน่ายใจกับเหตุการณ์ตรงหน้า มือหนายกขึ้นลูบท้ายทอยตัวเองอย่างคนทำอะไรไม่ถูก ได้แต่หวังว่าข้อเสนอเรื่องค่าซ่อมรถจะช่วยดับไฟในใจของเพื่อนเก่าลงได้บ้าง “เธอควรจะสอนมารยาทลูกชายเธอให้มากกว่านี้นะสิน ไม่ใช่ปล่อยให้มาเที่ยวเรียกคนอื่นว่าป้าปาวๆ แบบนี้!”ลลินตวัดสายตาคมกริบกลับไปหาอดีตคนรักพร้อมทิ้งระเบิดลูกใหญ่ใส่ทันที เธอพยายามเชิดหน้าขึ้นเพื่อให้ดูเป็นต่อ ทว่าทรวงอกที่กระเพื่อมไหวตามแรงอารมณ์ก็ฟ้องชัดว่าเธอยังไม่หายขุ่นเคือง ยิ่งเห็นหน้าพ่อที่ใจดีเกินไปของไอ้เด็กตรงหน้า เธอก็ยิ่งรู้สึกอยากจะสั่งสอนคนทั้งบ้านให้รู้สำนึก “ป้านั่นแหละที่ควรมีมารยาท ขับรถภาษาอะไรทางแยกไม่ชะลอ”เขตต์สวนกลับทันควันโดยไม่สนสายตาดุๆ ของพ่อที่จ้องเขม็งมา เขาขยับก้าวมาข้างหน้ากึ่งหนึ่ง ท่าทางท้าทายนั้นบ่งบอกชัดว่าเขามั่นใจในเหตุผลของตัวเอง และไม่ยอมก้มหัวให้ใครง่ายๆ เพียงเพราะอีกฝ่ายอายุมากกว่า “พอได้แล้วเจ้าตัวดี! ขอโทษน้าลลินเดี๋ยวนี้!” สินขึ้นเสียงดุจนเสียงนั้นดังก้องไปทั่วคาเฟ่ที่เคยสงบเงียบ แววตาที่เคยใจดีบัดนี้เปลี่ยนเป็นจริงจังจนน่าเกรงขาม เพื่อกำราบลูกชายตัวแสบที่กำลังจะทำให้เรื่องบานปลายไปกันใหญ่ “พ่อ!!!”เขตต์อุทานเสียงหลง ดวงตาคมเบิกกว้างด้วยความขัดใจ เขาถอนหายใจกระแทกเสียงพลางสะบัดหน้าไปทางอื่นอย่างไม่ยินยอม การถูกบังคับให้ขอโทษยัยป้าคนที่เขาเพิ่งจะมีปากเสียงด้วย คือสิ่งที่ทำลายศักดิ์ศรีลูกผู้ชายของเขาอย่างรุนแรงที่สุด! “ไม่ต้องมาเรียกพ่อเลย ขอโทษเดี๋ยวนี้เขตต์!” น้ำเสียงเด็ดขาดของสินทำเอาบรรยากาศรอบข้างเย็นเยียบลงทันที เด็กหนุ่มพ่นลมหายใจแรงๆ อย่างหงุดหงิดจนอกเพลิงไหว เขาจ้องมองใบหน้าสวยที่บัดนี้แดงก่ำด้วยแรงอารมณ์ของลลิน แววตาคมกริบกวาดมองเครื่องหน้าสละสลวยที่ดูละม้ายคล้ายนางเอกในนิยายที่เขาสลัดไม่หลุด ก่อนจะยอมปริปากพูดรอดไรฟันอย่างเสียไม่ได้ “ขอโทษครับ... คุณน้าลลิน”น้ำเสียงนั้นฟังดูแข็งกระด้างไร้ความจริงใจ ทว่ากลับมีความสั่นพร่าบางอย่างซ่อนอยู่ ลลินที่เพิ่งจะได้สติคืนมาบ้างทำเพียงแค่ส่งเสียง “อืมม์!” ในลำคอ เธอสะบัดหน้าหนีไปอีกทาง เชิดคางขึ้นเล็กรอยเพื่อรับคำขอโทษอย่างไม่เต็มใจนัก แม้ในใจจะแอบรู้สึกแปลกๆ กับสายตาที่เด็กหนุ่มจ้องมองมาเมื่อครู่ก็ตาม เขตต์กระแทกจานเค้กลงบนโต๊ะไม้จนเกิดเสียงดัง 'เคร้ง' จนช้อนสแตนเลสกระดอนขึ้นมาเล็กน้อย เขาไม่แม้แต่จะหันกลับมามองผลงานของตัวเอง แต่เลือกที่จะเดินหน้าบูดบึ้งกลับไปหาแม่ที่ยืนหน้าเสียอยู่ที่เคาน์เตอร์ ทิ้งให้บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยความอึดอัดที่หนักอึ้งจนสินเองก็ยังไม่กล้าเอ่ยปากชวนคุยต่อ ทว่าก่อนที่ร่างสูงจะลับสายตาไปหลังเคาน์เตอร์ เขตต์กลับชะงักเท้าแล้วเหลียวหลังกลับมามองอีกครั้ง สายตาที่จ้องตรงมายังลลินในคราวนี้ไม่ใช่แค่ความโกรธแค้น แต่มันกลับฉายแววท้าทายบางอย่างที่รุ่มร้อนและลึกซึ้งเกินกว่าคนเพิ่งทะเลาะกันจะใช้มองกัน มันคือสายตาของนักล่าที่เริ่มสนใจเหยื่อ... และดูเหมือนเขากำลังประกาศสงครามที่ไม่ได้ใช้เพียงแค่ฝีปากเป็นอาวุธเสียแล้ว บทที่ 4 ลูกแฟนเก่า? ในจังหวะที่บรรยากาศระหว่างคนรักเก่ากำลังตึงเครียดและอัดแน่นไปด้วยตะกอนความหลัง เสียงแผดคำรามของท่อไอเสียมอเตอร์ไซค์เวฟแต่งซิ่งก็ดังสนั่นมาจากหน้าร้าน เสียงนั้นกรีดผ่านความเงียบในคาเฟ่จนลลินต้องขมวดคิ้วอย่างรำคาญใจ “บรื้นนนน!” เสียงเครื่องยนต์ดับลงกะทันหันที่หน้าประตูร้าน ร่างสูงโปร่งของเด็กหนุ่มในชุดเสื้อยืดสีดำพอดีตัวก้าวลงจากรถ พลางสะบัดบ่าขยับปกเสื้อให้เข้าที่อย่างมาดมั่น สายตาคมกริบของเขาเหลือบไปเห็นรถเบนซ์สีขาวที่จอดสงบนิ่งอยู่ก่อนหน้า รอยบุบสะดุดตาตรงกันชนทำให้เขาชะงักฝีเท้าไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างนึกสนุก “คุ้นชะมัด... รอยบุบนั่นมันฝีมือเรานี่หว่า”เขตต์ สลัดความสงสัยทิ้งแล้วผลักประตูร้านเข้ามา เสียงกระดิ่งดัง กรุ๊งกริ๊ง รับกับการปรากฏตัวของเขา เขาเดินดุ่มเข้าไปหลังเคาน์เตอร์โดยไม่สนใจสายตาใคร เป้าหมายคือผู้เป็นแม่ที่กำลังง่วนอยู่กับการจัดจานของหวาน “แม่ค้าบ... เขตต์มาแล้วค้าบ” เด็กหนุ่มทิ้งตัวลงกอดอ้อนผู้เป็นแม่จากด้านหลังอย่างที่ชอบทำประจำ “ว่าไงไอ้ตัวดี ไปเล่นซนที่ไหนมาอีกฮึเรา? ดูสิ เสื้อผ้าเปื้อนฝุ่นดินแดงไปหมด” ของขวัญ หันมาเอ็ดลูกชายหัวแก้วหัวแหวนไม่จริงจังนัก พลางหยิบกระดาษทิชชู่มาเช็ดรอยเปื้อนบนหน้าลูกชาย “ป๊าวเลยครับแม่! วันนี้ผมเป็นเด็กดีระดับห้าดาวเลยนะ” เขตต์หัวเราะร่วน “แม่ล่ะไม่อยากจะเชื่อคำพูดเราเลยจริงๆ... เอาเถอะ ไหนๆ ก็มาแล้ว ช่วยแม่ทำงานหน่อย เอาเค้กจานนี้ไปเสิร์ฟเพื่อนของคุณพ่อที่โต๊ะริมหน้าต่างหน่อยไป” “จัดไปครับคุณนายของเขตต์”'ชายหนุ่มเจ้าของร่างสูงโปร่งขานรับด้วยน้ำเสียงขี้เล่นพลางคลี่ยิ้มกว้างจนเห็นลักยิ้มบุ๋มข้างแก้ม เขาเอื้อมมือไปรับจานเค้กส้มสีสดใสที่ดูน่าทานมาถือไว้อย่างคล่องแคล่ว ท่าทางยียวนแต่ก็ดูอบอุ่นในทีนั้นทำให้บรรยากาศภายในร้านกาแฟดูสว่างไสวขึ้นมาทันตา ร่างสูงหมุนตัวเดินตรงไปยังโต๊ะมุมโปรดของร้าน ที่ซึ่งแผ่นหลังกว้างของผู้เป็นพ่อนั่งคุยหัวเราะร่าอยู่กับแขกใครบางคน เขาก้าวเท้าอย่างมั่นคงพลางประคองจานเค้กในมือไม่ให้เสียทรง “เค้กมาแล้วค้าบ...”เขาเอ่ยขัดจังหวะบทสนทนาด้วยน้ำเสียงร่าเริง ทว่าทันทีที่เขาโน้มตัววางจานเค้กลงบนโต๊ะไม้ขัดเงา สายตากลับประสานเข้ากับแขกของพ่อที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามพอดี... กึก! คำพูดขี้เล่นถูกกลืนลงคอไปทันที เมื่อผู้หญิงที่นั่งตรงข้ามพ่อเงยหน้าขึ้นมาสบตา แว่นกันแดดสีเข้มที่เธอสวมอยู่ไม่อาจปิดบังความช็อกที่ฉายชัดบนใบหน้าสวยเฉี่ยวได้ “แก! ไอ้เด็กเปรต!”ลลินอุทานเสียงหลงจนคนทั้งร้านแทบจะหันมามองเป็นตาเดียว เธอผุดลุกขึ้นยืนจนเก้าอี้ไม้ครูดกับพื้นเสียงดังแสบแก้วหู มือเรียวที่ยังจับช้อนค้างอยู่สั่นเทาด้วยความโกรธระคนตกใจ ภาพความเสียหายของรถเบนซ์คู่ใจเมื่อวานซัดเปรี้ยงเข้ามาในหัวทันทีที่เห็นใบหน้ายียวนนั่นชัดๆ ในระยะประชิด “อ้าว... คุณป้า!”เขตต์เลิกคิ้วสูงทำเป็นไขสือ รอยยิ้มกวนประสาทผุดขึ้นบนใบหน้าคมเข้มทันที เขาแสร้งทำเป็นสำรวจร่องรอยความโมโหบนหน้าของหญิงสาวพลางโคลงศีรษะน้อยๆ ท่าทางไม่ได้สะทกสะท้านต่อรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาเลยแม้แต่น้อย “ไอ้เด็กเหี้ย!”คำด่าหลุดรอดออกมาจากไรฟันที่ขบกันแน่น ลลินตัวสั่นเทิ้มด้วยความเดือดดาล ลืมสิ้นซึ่งภาพลักษณ์กุลสตรีหรือนักเขียนสาวผู้แสนอ่อนหวาน เธออยากจะเอาช้อนในมือฟาดลงบนหน้าหล่อๆ นั่นให้รู้แล้วรู้รอดที่กล้าเรียกคนอย่างเธอว่าป้าต่อหน้าสาธารณชน! “เดี๋ยวๆ! นี่หยุดเลยทั้งคู่ ด่ากันทำไมเนี่ย?”สินที่นั่งงงเป็นไก่ตาแตกอยู่ท่ามกลางสงครามน้ำลายที่ปะทุขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย รีบผุดลุกขึ้นห้ามทัพ กางแขนกั้นกลางระหว่างคนทั้งสองพลางมองหน้าเพื่อนเก่าสลับกับใบหน้ายียวนของเด็กหนุ่มตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจว่าทั้งคู่ไปกินรังแตนที่ไหนมา “ก็ไอ้เด็กเหี้ยนี่ไงสิน! เมื่อวานมันซิ่งรถชนรถเราจนยุบ แล้วยังมีหน้ามาเรียกเราว่าป้าอีก!” ลลินชี้หน้าเด็กหนุ่มด้วยนิ้วที่สั่นระริกจากอารมณ์ที่พุ่งขึ้นจุดเดือด ใบหน้าที่เคยบรรจงแต่งแต้มมาอย่างดีบัดนี้บิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น เธอตะโกนด่ากราดลืมไปเสียสิ้นว่าเคยตั้งเป้าจะมาทำตัวสวยแพงเป็นนางพญาโชว์แฟนเก่า! “ลิน... ใจเย็นๆ ก่อน”สินถอนหายใจยาวพลางเอื้อมมือไปแตะแขนลลินเบาๆ เป็นเชิงปราม แววตาของเขาฉายความหนักใจระคนระอาออกมาอย่างปิดไม่มิด ก่อนจะพูดประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของลลินเหมือนจะหยุดหมุนไปชั่วขณะ “เด็กเหี้ยที่เธอว่าเนี่ย... ลูกชายเราเอง ชื่อเขตต์”คำตอบนั้นเหมือนน้ำเย็นจัดที่สาดโครมลงบนกองไฟ ลลินนิ่งงันไปทันที อ้าปากค้างขณะที่คำด่าเผ็ดร้อนยังจุกอยู่ที่ลำคอ เธอค่อยๆ หันมองไปทาง 'เขตต์' ที่บัดนี้กอดอกยิ้มกว้างอย่างเป็นต่อ แววตาพราวระยับของเขาเหมือนจะตะโกนย้ำใส่หน้าเธอว่า... เธอกำลังด่าลูกชายแฟนเก่าว่าไอ้เหี้ยต่อหน้าพ่อของเขาเอง! “ลูกเธอ!!”ลลินตาค้าง หัวสมองขาวโพลนไปชั่วขณะ เธอรู้สึกเหมือนโดนตบหน้าฉากใหญ่กลางสี่แยกที่มีคนมุงดูเป็นล้าน ความโกรธที่เคยพุ่งพล่านเมื่อครู่ถูกแช่แข็งด้วยความจริงที่แสนโหดร้าย ความจริงข้อนี้ทำให้เธอจุกจนแทบจะสำลักอากาศหายใจ ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปเป็นหินอยู่กลางร้านกาแฟ “ใช่... เขตต์ สวัสดีน้าลลินเขาสิลูก นี่เพื่อนเก่าพ่อเอง”สินเอ่ยสำทับด้วยรอยยิ้มเจื่อนๆ พยายามปรับบรรยากาศให้เป็นปกติที่สุดโดยไม่รู้เลยว่าเขากำลังโยนฟืนก้อนใหญ่เข้ากองไฟที่กำลังสุมทรวงลลินอยู่ “สวัสดีครับ...คุณน้าลลิน”เขตต์แกล้งเน้นคำว่าน้าด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและชัดเจนทุกพยางค์ พร้อมกับยกมือไหว้ด้วยท่าทางนอบน้อมที่ดูจอมปลอมที่สุดในโลก เขายอมก้มหัวลงเล็กน้อยแต่สายตายังคงช้อนมองเธอด้วยแววตาพราวระยับอย่างผู้ชนะ รอยยิ้มมุมปากนั่นบอกชัดว่าเขาสะใจแค่ไหนที่จู่ๆ สถานะของยัยป้าก็เลื่อนระดับกลายเป็นคุณน้าแฟนเก่าของพ่อไปเสียได้ “ไอ้...”ลลินเค้นเสียงออกมาได้เพียงคำเดียว มือเรียวที่ชี้ค้างอยู่สั่นกึกๆ จะด่าต่อก็ด่าไม่ออกเพราะติดที่คนพ่อยังยืนค้ำคออยู่ เธอได้แต่ขบกรามจนเป็นสันนูน จ้องมองไอ้เด็กเปรตตรงหน้าที่บัดนี้กลายเป็นลูกชายของอดีตคนรักด้วยความรู้สึกพ่ายแพ้อย่างราบคาบ! “พอเลยๆ ลิน... เราขอโทษแทนลูกชายเราด้วยนะ เจ้าเขตต์มันก็ซนตามประสาวัยรุ่น ส่วนเรื่องรถลินซ่อมเท่าไหร่ เดี๋ยวเราจัดการค่าใช้จ่ายให้เองทั้งหมด อย่าถือสาลูกเรามันเลยนะ”สินรีบตัดบทพลางโบกไม้โบกมือเป็นพัลวันก่อนที่ร้านจะแตก แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเกรงใจและเหนื่อยหน่ายใจกับเหตุการณ์ตรงหน้า มือหนายกขึ้นลูบท้ายทอยตัวเองอย่างคนทำอะไรไม่ถูก ได้แต่หวังว่าข้อเสนอเรื่องค่าซ่อมรถจะช่วยดับไฟในใจของเพื่อนเก่าลงได้บ้าง “เธอควรจะสอนมารยาทลูกชายเธอให้มากกว่านี้นะสิน ไม่ใช่ปล่อยให้มาเที่ยวเรียกคนอื่นว่าป้าปาวๆ แบบนี้!”ลลินตวัดสายตาคมกริบกลับไปหาอดีตคนรักพร้อมทิ้งระเบิดลูกใหญ่ใส่ทันที เธอพยายามเชิดหน้าขึ้นเพื่อให้ดูเป็นต่อ ทว่าทรวงอกที่กระเพื่อมไหวตามแรงอารมณ์ก็ฟ้องชัดว่าเธอยังไม่หายขุ่นเคือง ยิ่งเห็นหน้าพ่อที่ใจดีเกินไปของไอ้เด็กตรงหน้า เธอก็ยิ่งรู้สึกอยากจะสั่งสอนคนทั้งบ้านให้รู้สำนึก “ป้านั่นแหละที่ควรมีมารยาท ขับรถภาษาอะไรทางแยกไม่ชะลอ”เขตต์สวนกลับทันควันโดยไม่สนสายตาดุๆ ของพ่อที่จ้องเขม็งมา เขาขยับก้าวมาข้างหน้ากึ่งหนึ่ง ท่าทางท้าทายนั้นบ่งบอกชัดว่าเขามั่นใจในเหตุผลของตัวเอง และไม่ยอมก้มหัวให้ใครง่ายๆ เพียงเพราะอีกฝ่ายอายุมากกว่า “พอได้แล้วเจ้าตัวดี! ขอโทษน้าลลินเดี๋ยวนี้!” สินขึ้นเสียงดุจนเสียงนั้นดังก้องไปทั่วคาเฟ่ที่เคยสงบเงียบ แววตาที่เคยใจดีบัดนี้เปลี่ยนเป็นจริงจังจนน่าเกรงขาม เพื่อกำราบลูกชายตัวแสบที่กำลังจะทำให้เรื่องบานปลายไปกันใหญ่ “พ่อ!!!”เขตต์อุทานเสียงหลง ดวงตาคมเบิกกว้างด้วยความขัดใจ เขาถอนหายใจกระแทกเสียงพลางสะบัดหน้าไปทางอื่นอย่างไม่ยินยอม การถูกบังคับให้ขอโทษยัยป้าคนที่เขาเพิ่งจะมีปากเสียงด้วย คือสิ่งที่ทำลายศักดิ์ศรีลูกผู้ชายของเขาอย่างรุนแรงที่สุด! “ไม่ต้องมาเรียกพ่อเลย ขอโทษเดี๋ยวนี้เขตต์!” น้ำเสียงเด็ดขาดของสินทำเอาบรรยากาศรอบข้างเย็นเยียบลงทันที เด็กหนุ่มพ่นลมหายใจแรงๆ อย่างหงุดหงิดจนอกเพลิงไหว เขาจ้องมองใบหน้าสวยที่บัดนี้แดงก่ำด้วยแรงอารมณ์ของลลิน แววตาคมกริบกวาดมองเครื่องหน้าสละสลวยที่ดูละม้ายคล้ายนางเอกในนิยายที่เขาสลัดไม่หลุด ก่อนจะยอมปริปากพูดรอดไรฟันอย่างเสียไม่ได้ “ขอโทษครับ... คุณน้าลลิน”น้ำเสียงนั้นฟังดูแข็งกระด้างไร้ความจริงใจ ทว่ากลับมีความสั่นพร่าบางอย่างซ่อนอยู่ ลลินที่เพิ่งจะได้สติคืนมาบ้างทำเพียงแค่ส่งเสียง “อืมม์!” ในลำคอ เธอสะบัดหน้าหนีไปอีกทาง เชิดคางขึ้นเล็กรอยเพื่อรับคำขอโทษอย่างไม่เต็มใจนัก แม้ในใจจะแอบรู้สึกแปลกๆ กับสายตาที่เด็กหนุ่มจ้องมองมาเมื่อครู่ก็ตาม เขตต์กระแทกจานเค้กลงบนโต๊ะไม้จนเกิดเสียงดัง 'เคร้ง' จนช้อนสแตนเลสกระดอนขึ้นมาเล็กน้อย เขาไม่แม้แต่จะหันกลับมามองผลงานของตัวเอง แต่เลือกที่จะเดินหน้าบูดบึ้งกลับไปหาแม่ที่ยืนหน้าเสียอยู่ที่เคาน์เตอร์ ทิ้งให้บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยความอึดอัดที่หนักอึ้งจนสินเองก็ยังไม่กล้าเอ่ยปากชวนคุยต่อ ทว่าก่อนที่ร่างสูงจะลับสายตาไปหลังเคาน์เตอร์ เขตต์กลับชะงักเท้าแล้วเหลียวหลังกลับมามองอีกครั้ง สายตาที่จ้องตรงมายังลลินในคราวนี้ไม่ใช่แค่ความโกรธแค้น แต่มันกลับฉายแววท้าทายบางอย่างที่รุ่มร้อนและลึกซึ้งเกินกว่าคนเพิ่งทะเลาะกันจะใช้มองกัน มันคือสายตาของนักล่าที่เริ่มสนใจเหยื่อ... และดูเหมือนเขากำลังประกาศสงครามที่ไม่ได้ใช้เพียงแค่ฝีปากเป็นอาวุธเสียแล้ว 📢 ประกาศจากใจไรท์! E-Book "ป้าไม่แก่ แค่แพ้เด็ก" วางแผงแล้วจ้าาา! 💖 สวัสดีครับนักอ่านที่รักทุกคน! วันนี้ที่รอคอยมาถึงแล้ว น้องวางขายบน M*B เรียบร้อยแล้วนะ ใครที่รอเก็บเล่มเต็มไปฟินยาวๆ ห้ามพลาดเลย! 🛒 จิ้มรับน้องมาดูแลได้ที่นี่: https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTg2Mzg4NiI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjQyMDcxMyI7fQ เนื้อหาทั้งหมด 23 ตอน ตอนหลัก 21 ตอนพิเศษสุดฟิน 2 ตอน ความหนา: 263 หน้า (จุใจกว่า 45,000+ คำ!) ราคาน่ารัก: เพียง 69 บาท เท่านั้นบทที่ 21ขอบคุณนะ (จบ)ความเงียบเข้าปกคลุมห้องโถงอีกครั้ง เป็นความเงียบที่หนักอึ้งราวกับมีขุนเขานับพันลูกมาทับไว้ ของขวัญมองสบตาสินอย่างขอความเห็นและความช่วยเหลือ ในขณะที่เขตต์ยังคงกุมมือลลินไว้ไม่ยอมปล่อย... ต่อให้ต้องเผชิญกับเรื่องใหญ่แค่ไหน เขาก็จะไม่มีวันปล่อยมือจากผู้หญิงที่เขารักสุดหัวใจคนนี้อีกเป็นอันขาด“ขวัญ... พาลูกไปพักผ่อนก่อนไป พี่ขอคุยกับลินตามลำพังหน่อย”น้ำเสียงนิ่งเรียบของสินแฝงไปด้วยอำนาจที่ทำให้บรรยากาศในห้องโถงเย็นเฉียบลงฉับพลัน ของขวัญมองสบตาลูกชายด้วยความกังวลก่อนจะแตะไหล่เขตต์เบาๆ เพื่อส่งสัญญาณให้เดินออกไป เด็กหนุ่มฮึดฮัดแสดงท่าทีขัดใจ เขาไม่อยากทิ้งลลินไว้ให้เผชิญหน้ากับพ่อเพียงลำพัง ทว่าแรงบีบกระชับที่ฝ่ามือเรียวเป็นเชิงบอกว่าเธอจัดการได้ ทำให้เขตต์ยอมก้าวถอยออกไปอย่างจำใจเมื่อความวุ่นวายจางหายไป เหลือเพียงอดีตคนรักที่สถานะเปลี่ยนไปเป็นเพื่อนสนิท ความเงียบที่ปกคลุมอยู่ก็ดูจะหนาหนักขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า สินเดินไปหยุดยืนอยู่ที่ริมหน้าต่าง ทอดถอนสายตามองออกไปยังทุ่งนากว้างใหญ่ แผ่นหลังที่เคยดูแข็งแกร่งบัดนี้กลับดูเคร่งขรึมและแบกรับความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย“เธอคิด
บทที่ 19 ปรับความเข้าใจ 18+ท่ามกลางความเงียบสงัดของบ้านไม้ มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรที่กรีดร้องสอดประสานกับเสียงลมพัดใบไม้ไหวรอดผ่านบานหน้าต่างเข้ามา ลลินยังคงซบใบหน้าชื้นน้ำตาอยู่กับแผงอกกว้างของเขตต์ กลิ่นหอมจางๆ จากกายหนุ่มและความอบอุ่นจากอ้อมกอดที่เคยโหยหาช่วยประคองสติที่แตกกระเจิงของเธอให้ค่อยๆ กลับคืนมา“เขตต์... ปล่อยพี่ก่อน พี่มีเรื่องต้องบอกเธอ” ลลินผละออกเล็กน้อย แม้ดวงตาจะยังบวมช้ำจากการร้องไห้อย่างหนัก แต่แววตากลับฉายแววเด็ดเดี่ยวขึ้นกว่าเดิมเขตต์ยอมคลายอ้อมกอดอย่างว่าง่าย ทว่ามือหนายังคงเกาะเกี่ยวและกุมมือเรียวของเธอไว้แน่นราวกับกลัวว่าหากปล่อยเพียงวินาทีเดียว ร่างตรงหน้าจะเลือนหายไปเหมือนความฝันตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ทั้งคู่นั่งลงบนโซฟาตัวเดิม ทว่าคราวนี้บรรยากาศคุกรุ่นด้วยโทสะกลับถูกแทนที่ด้วยความหม่นเศร้าและความจริงที่รอการเปิดเผย“ที่พี่หายไป... ที่พี่ผลักไสนายว่าเราไม่คู่ควรกัน มันไม่ใช่แค่เรื่องช่องว่างของอายุหรอกนะเขตต์” ลลินเริ่มเสียงสั่นเล็กน้อยเมื่อต้องเริ่มแตะต้องแผลเป็นในใจที่เธอซ่อนไว้ลึกที่สุด“แต่มันเป็นเพราะพี่เคย... พี่เคยคบกับพ่อของเธอมาก่อน”ประโยคสา
บทที่ 18 หมาโบ้ลลินทรุดกายลงนั่งบนเบาะหนังราคาแพงภายในรถเบนซ์คู่ใจ ทันทีที่ประตูปิดสนิทตัดขาดจากโลกภายนอก กำแพงแห่งความเข้มแข็งที่เธอพยายามสร้างมาตลอดชีวิตก็พังครืนลงมาอย่างไม่เหลือชิ้นดี นางพญาผู้เคยสง่างามปล่อยโฮออกมาอย่างสุดกลั้น เสียงสะอื้นไห้ที่ดังระงมไปทั่วห้องโดยสารคือเสียงของความพ่ายแพ้เธอแพ้แล้วจริงๆ... พ่ายแพ้ต่อความขี้ขลาดของตัวเอง พ่ายแพ้ต่อกาลเวลา และพ่ายแพ้ต่อกำแพงความเหมาะสมที่เธอเป็นคนก่อมันขึ้นมาเองกับมือเวลาผ่านไปเกือบชั่วโมงที่ลลินปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งอยู่กับหยดน้ำตา ความมืดมิดภายนอกปกคลุมจนมองไม่เห็นทางข้างหน้า ไม่ต่างจากอนาคตของเธอในตอนนี้ มือเรียวที่สั่นเทาหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาเพื่อกดหาแม่ช้อย หวังเพียงจะบอกลาเพื่อกลับไปซ่อนตัวที่กรุงเทพฯ เหมือนคนขี้แพ้ที่ต้องการหลบไปเลียแผลใจก๊อก ก๊อก!เสียงเคาะกระจกที่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบทำให้ลลินสะดุ้งสุดตัว เธอรีบใช้หลังมือเช็ดน้ำตาปรกๆ พยายามสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อปรับโทนเสียงให้ปกติที่สุด ก่อนจะกดลดกระจกลงอย่างรวดเร็ว“เอ่อ... ฉันขอโทษที่จอดนานไปหน่อย ฉันกำลังจะไปเดี๋ยวนี้แหละ” ลลินรัวคำพูดออกมาโดยไม่กล้าเงยหน้าขึ้นสบตา
บทที่ 17 ยอมแพ้แล้วความรู้สึกผิดที่กัดกินใจมาทั้งวันทำให้ลลินไม่อาจอยู่นิ่งได้ ความเงียบในบ้านสวนยามเย็นกลับยิ่งทวีคูณเสียงสะท้อนของความเย็นชาที่เขตต์มอบให้เธอเมื่อเช้า จนในที่สุดเธอก็ตัดสินใจคว้ากุญแจรถเบนซ์คู่ใจ วนกลับมาที่ร้านกาแฟของสินอีกครั้ง แม้จะรู้ดีว่าสิ่งที่รออยู่อาจเป็นเพียงกำแพงน้ำแข็งที่หนากว่าเดิม แต่หัวใจที่วูบไหวกลับสั่งให้เธอต้องลองเสี่ยงดูอีกสักตั้งทว่าเมื่อล้อรถหยุดสนิทที่หน้าร้าน บรรยากาศกลับเงียบเหงาผิดปกติ กลิ่นหอมของเมล็ดกาแฟที่เคยอบอวลจางหายไป เหลือเพียงแสงแดดสุดท้ายที่ทาบทับลงบนบานประตูไม้ที่ถูกปิดลง มีเพียง สิน และ ของขวัญ ภรรยาคนปัจจุบันของเขาที่กำลังช่วยกันเก็บเก้าอี้และคล้องกุญแจหน้าร้านอย่างขะมักเขม้น“อ้าวลิน... กลับมาสุพรรณตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย ไม่เห็นส่งข่าวเลย” สินทักขึ้นด้วยน้ำเสียงมิตรภาพและรอยยิ้มอย่างคนเคยคุ้น“เมื่อวานนี้เอง พอดีมีธุระที่บ้านนิดหน่อย” ลลินตอบเสียงแผ่ว พยายามคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น แววตาคู่สวยแอบกวาดมองผ่านกระจกร้านเข้าไปด้านในเพื่อหาเงาของเด็กหนุ่มที่เธอโหยหา แต่สิ่งที่พบกลับมีเพียงความว่างเปล่าและความมืดสลัวภายในร้าน“โทษทีนะล
บทที่ 16 รสชาติของการถูกเมินแสงเงินแสงทองเริ่มจับขอบฟ้าขับไล่ความมืดมิดของค่ำคืนที่แสนยาวนาน กลิ่นดินและไอน้ำค้างยามเช้าลอยอบอวลไปทั่วบ้านสวน ลลินลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่ต่างไปจากเดิม ความอ่อนล้าจากวันวานถูกแทนที่ด้วยความกระวนกระวายใจที่สั่งให้เธอรีบดีดตัวออกจากที่นอนตั้งแต่ไก่โห่เธอสลัดความง่วงงุนทิ้งไป จัดการอาบน้ำแต่งกายด้วยชุดลำลองเรียบง่ายทว่ายังคงดูสง่างาม ก่อนจะก้าวลงจากบ้านไม้ด้วยฝีเท้าที่เร่งรีบจนไปปะทะเข้ากับแม่ช้อยที่กำลังตักบาตรเสร็จพอดี“อ้าว!ตื่นเช้าก็เป็นรึ” แม่ช้อยถึงกับหยุดกะพริบตาปริบๆ มองบุตรสาวอย่างไม่เชื่อสายตา“ปกติกว่าจะคลานออกจากมุ้งได้ก็ตะวันโด่งนู่น”“จะรีบไปไหนแต่เช้าล่ะเรา?”“ไปซื้อกาแฟร้านสินจ้ะแม่” ลลินตอบเลี่ยงๆ ทว่าแก้มใสกลับขึ้นสีระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่ เธอจงใจหยิบกระเป๋าสะพายใบเก่งขึ้นมาคล้องไหล่เพื่อปกปิดอาการประหม่า“มันยังไม่ทันจะเปิดหรอก เจ้าสินน่ะเปิดร้านสายจะตายไป จะรีบไปทำไมตอนนี้” หญิงชราส่ายหน้าพลางพึมพำกับตัวเอง“เอ่อ...หนูจะไปหาสถานที่แต่งนิยายด้วยจ้ะแม่ อยู่ในห้องแล้วหัวมันไม่แล่น อยากได้บรรยากาศสดชื่นๆ หน่อย” ลลินหยิบยกงานที่เธอ
บทที่ 15 ทำตามหัวใจกาลเวลาหมุนเวียนผ่านไปหนึ่งเดือนเต็ม นับตั้งแต่วันที่ลลินตัดสินใจหันหลังให้กับบ้านสวนที่สุพรรณบุรีในเย็นวันนั้น... วันที่เธอหอบเอาหัวใจที่บอบช้ำและเศษเสี้ยวความทรงจำอันกระจัดกระจายกลับสู่เมืองกรุงอย่างกะทันหันท่ามกลางความงุนงงของแม่ช้อยที่ตามอารมณ์บุตรสาวไม่ทัน ลลินเลือกที่จะขังตัวเองอยู่ในคอนโดมิเนียมหรูใจกลางกรุงเทพฯ ตัดขาดจากบรรยากาศร่มรื่นของทุ่งนาและกลิ่นอายดินที่เคยคุ้นเธอใช้แสงสีเทาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์และโลกมายาในตัวอักษรเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวเพียงอย่างเดียว เพื่อหวังจะใช้มันลบเลือนใบหน้าคมเข้มและนัยน์ตาตัดพ้อของเด็กหนุ่มที่ชื่อ 'เขตต์' ออกไปจากมโนสำนึกทว่ายิ่งหนี... เธอกลับยิ่งรู้สึกเหมือนติดอยู่ในกรงขังที่ตัวเองสร้างขึ้นเสียงฝีเท้าสม่ำเสมอของ 'ปิ่น' เลขาสาวคนสนิทดังขึ้นในห้องทำงานที่เงียบสงัดและเย็นเฉียบด้วยไอเครื่องปรับอากาศ ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหลังเจ้านายสาวที่ดูซูบเซียวลงไปถนัดตา“พี่ลิน... ไม่คิดจะออกไปไหนบ้างเลยเหรอคะ?” ปิ่นเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกังวลใจพลางมองกองเอกสารและถ้วยกาแฟที่วางระเกะระกะ “ตั้งแต่พี่กลับมาจากสุพรรณวันนั้น พี่


![Evil Engineerร้ายรักวิศวะเลว [ไนต์]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




