LOGINชายหนุ่มจัดการถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกให้พ้นกาย เผยให้เห็นร่างกายกำยำสมส่วน แผ่นอกกว้างแน่นตึงและลอนซิกแพกสวย มือบางลูบสัมผัสเบาๆ แต่หญิงสาวใจกล้าต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อมือหนาที่ลูบวนสะโพกมนขยับเลื่อนมายังเนินเนื้อ ก่อนจะเกี่ยวเอาแพนตี้ตัวจิ๋วของเธอให้พ้นทาง
“ถามจริง ครั้งแรกเหรอ” ”ใครบอก ใหญ่กว่าของพี่ก็เคยเจอมาแล้ว แค่นี้ทำอะไรหนูไม่ได้หรอก“ คำตอบปากกล้าไม่ยอมคน ทำเอาชายหนุ่มถึงกับหลุดขำในลำคอด้วยความเอ็นดูปนมันเขี้ยว ยิ่งเธอเฉไฉเก่งเท่าไร อาการสั่นระริกของร่างกายที่ปิดไม่มิดก็ยิ่งฟ้องชัดเจนว่ายัยตัวแสบตรงหน้ากำลังโม้กู้หน้าตัวเองสุดฤทธิ์ "ใหญ่กว่าของพี่ก็เคยเจอมาแล้ว" แตมทวนคำเสียงกลั้วหัวเราะ นัยน์ตาคมกริบฉายแววพราวระยับอย่างรู้ทัน นิ้วแกร่งขยับสัมผัสแตะต้องจุดอ่อนไหวอย่างแผ่วเบาแต่เน้นย้ำความนุ่มนวล เพื่อไม่ให้ร่างเล็กตื่นตกใจ "ปากดีให้ตลอดรอดฝั่งนะสาวน้อย... แต่อย่าให้เห็นว่าตอนพี่เอาจริงแล้วมาร้องไห้ขอให้หยุดก็แล้วกัน" "ใครจะร้อง... หนูไม่ใช่นางเอกละครหลังข่าวนะ" อุ้มเชิดหน้าเถียงสู้ฟอร์มจัด สองมือเรียวเผลอจิกเกร็งลงบนท่อนแขนล่ำของเขาแน่นขึ้นเรื่อยๆ เมื่อความวาบหวามแล่นริ้วไปทั่วร่าง กายสาวสะท้านไหวจนลมหายใจเริ่มติดขัด แตมโน้มตัวลงมาประชิดจนหน้าผากแทบชนกัน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ประดับมุมปากอย่างคนที่ถือไพ่เหนือกว่าทุกประตู "งั้นมาดูกัน... ว่าคนปากเก่งที่เคยเจอมาเยอะ จะทนของพี่ได้สักกี่น้ำ" น้ำเสียงทุ้มพร่ากระซิบหยอกเย้าข้างใบหู ก่อนที่แตมจะค่อยๆ ปรับจังหวะสัมผัสให้ลึกซึ้งและอ่อนโยนยิ่งขึ้น ชายหนุ่มสอดแทรกเรียวนิ้วยาวสู่ช่องทางรักคับแคบที่ปิดสนิท บ่งบอกชัดเจนว่าไม่เคยมีใครได้ย่างกรายเข้ามาสัมผัสมาก่อน ‘บอกว่าผ่านมาเยอะ... งั้นก็ลองของไอ้แตมหน่อยเป็นไร’ “อ่ะ... อ๊า... พี่...” อุ้มสะดุ้งสุดตัวเมื่อสิ่งแปลกปลอมเข้ามาทักทายพื้นที่หวงแหนที่เธออุตส่าห์รักษาไว้มาตลอด “กลัวเหรอ” “กลัวที่ไหนกัน พี่ทำต่อสิ หนูกำลังฟิน” แตมหลุดขำออกมาเบาๆ กับความปากแข็งไม่ยอมรับความจริง ทั้งที่ช่องทางรักทั้งคับแคบและตอดรัดแน่นขนาดนี้ ยัยตัวแสบก็ยังกล้าอวดดีบอกว่ากำลังฟิน "ปากบอกว่ากำลังฟิน แต่ขาสั่นจนเตียงจะหักอยู่แล้วเนี่ยนะ" แตมกระซิบแซวชิดริมหูขาวผ่อง ลมหายใจร้อนระอุเป่ารดจนคนตัวเล็กต้องเอียงคอหนี นิ้วยาวเริ่มขยับหมุนวนช้าๆ เพื่อช่วยปรับสภาพและเบิกทางอย่างใจเย็น สัมผัสที่ลึกซึ้งขึ้นเรื่อยๆ ทำเอาอุ้มเผลอแอ่นกายขึ้นรับอย่างลืมตัว สองมือเล็กจิกผ้าปูที่นอนแน่นจนยับยู่ยี่ ‘ฟินบ้าอะไรล่ะ หัวใจจะวายตายอยู่แล้วอีตาบ้า’ อุ้มแอบกรีดร้องในใจ สติแทบจะกระเจิดกระเจิงไปกับความรู้สึกแปลกใหม่ที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง กายสาวบิดเร้าไปตามจังหวะที่เขาเป็นคนควบคุม แตมมองใบหน้าสวยที่หลับตาพริ้ม กัดริมฝีปากล่างจนห้อเลือดเพื่อกลั้นเสียงร้อง นัยน์ตาคมกริบของเขาวาววับด้วยความพึงพอใจอย่างที่สุด เขาค่อยๆ ถอนนิ้วออกอย่างอ้อยอิ่ง แล้วเลื่อนกายขึ้นมาทาบทับเต็มตัว แววตาที่จ้องมองเธอนั้นร้อนแรงดั่งเปลวไฟ "ในเมื่อบอกว่าฟิน... งั้นรอบต่อไปเตรียมรับของจริงนะน้องอาย" ชายหนุ่มถอดชั้นในของตัวเองออกให้พ้นทาง เผยตัวตนที่ขยายใหญ่ตระหง่านต่อหน้าสาวน้อย ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ‘เชี่ย จะเข้าได้เหรอเนี่ย’ “ใหญ่พอไหมล่ะ” “แค่นี้เอง ทำเป็นบอกว่าใหญ่ ใหญ่กว่านี้ก็เจอมาแล้ว แค่นี้จิ๊บๆ” หญิงสาวปากกล้ายังคงท้าทายไม่หยุด ชายหนุ่มหยิบคอนดอมไซซ์หกสิบขึ้นมา ใช้ฟันฉีกซองอย่างรวดเร็วแล้วสวมใส่ทันทีอย่างชำนาญ สายตาคมกริบของยศวรรธมองดูยัยตัวแสบที่กลืนน้ำลายลงคอดังเอื๊อก แต่ปากยังคงจ้อไม่หยุดด้วยความขบขันและมันเขี้ยวระคนกัน "จิ๊บๆ งั้นเหรอ..." แตมกระตุกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาวาววับฉายแววอันตราย มือหนาจับสองขาเรียวให้แยกกว้างขึ้น ก่อนจะค่อยๆ กดปลายส่วนหัวที่ห่อหุ้มด้วยปราการบางเฉียบเข้าหาช่องทางรักอันคับแคบอย่างเชื่องช้า เพียงแค่ส่วนปลายสัมผัสและเริ่มดันตัวเข้าไปได้เพียงนิดเดียว ความตึงแน่นและความคับแคบที่ตอดรัดราวกับไม่เคยต้องมือชายใดมาก่อน ก็ทำเอากรามแกร่งของชายหนุ่มขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน "อ๊ะ! อื้อ... เจ็บ!" อุ้มเผลอร้องครางเสียงหลง มือเล็กทั้งสองข้างยกขึ้นดันหน้าท้องแกร่งของเขาไว้ ร่างบางเกร็งสะท้านจนแทบหยุดหายใจ "ไหนบอกว่าจิ๊บๆ ไงหืม" แตมก้มลงกระซิบชิดริมฝีปากอิ่มที่กำลังสั่นระริก เขายังไม่ยอมดันเข้าไปจนสุด แต่หยุดแช่นิ่งไว้เพื่อให้เธอได้ปรับตัว มือหนาข้างหนึ่งเลื่อนขึ้นไปลูบไล้กลุ่มผมนุ่มและเกลี่ยข้างแก้มเนียนเบาๆ เพื่อปลอบประโลม "อย่าเกร็ง... ผ่อนคลายหน่อยคนเก่ง ถ้าเธอยิ่งเกร็ง มันจะยิ่งเจ็บนะ" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เปลี่ยนจากดุดันมาเป็นนุ่มนวลและอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด ทำเอาหัวใจดวงน้อยของอุ้มเต้นระทึกไม่เป็นจังหวะ ทั้งเจ็บ ทั้งหวาดหวั่น แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าความอบอุ่นและสายตาของเขาที่มองลงมา มันช่างมีเสน่ห์จนทำให้เธอแทบจะยอมสยบแต่โดยดีแตมเดินทางมาถึงไร่พราวตะวัน จังหวัดเชียงใหม่“เย้! อาแตมมาแล้ว พล็อตเตอร์คิดถึงที่สุดเลยครับ”เด็กชายวัยสองขวบเศษวิ่งโร่เข้ามากอดขาเขาแน่นด้วยความดีใจ“อาซื้อของเล่นชุดใหญ่มาฝาก ไปเปิดดูกันดีกว่าครับ” ชายหนุ่มยิ้มกว้าง อุ้มหลานชายตัวน้อยขึ้นมาแนบอกอย่างเอ็นดูจนกระทั่งถึงเวลางานเลี้ยงเปิดตัวทายาทอัศวธารากุลของต้นและน้ำตาล แตมคอยยืนดูแลเพลิงกับครอบครัวไม่ห่างกายตามสัญชาตญาณบอดี้การ์ดเก่า บรรยากาศดำเนินไปอย่างชื่นมื่นจนใกล้จบงาน เขาจึงเลี่ยงเดินออกไปเข้าห้องน้ำสายตาของรองประธานหนุ่มเหลือบไปเห็นหญิงสาวร่างเล็กที่คุ้นตาอย่างอั้ม กำลังยืนหยอกล้ออยู่กับปลัดธาวินสองต่อสองตรงมุมทางเดิน แตมถึงกับชะงัก รีบกระแอมเบาๆ เพื่อเตือน ธาวินกับอั้มสะดุ้งรีบผละออกจากกัน“เฮ้ย ไอ้วิน เบาได้เบาเว้ย ระวังเถอะ ท่านนายอำเภอเดินตามหาลูกสาวตาเขียวปั๊ดอยู่หน้างานนู่นน่ะ ถ้าท่านมาเห็นเข้ามึงโดนยิงหัวแบะแน่”สิ้นเสียงเตือน เสียงฝีเท้าหนักแน่นของนายอำเภออารักษ์ก็ดังใกล้เข้ามาจนถึงหน้าโถงทางเดินพอดี“ยัยอั้ม! มาทำอะไรตรงนี้ พ่อตามหาตั้งนาน แล้วนี่คุยอยู่กับใคร” นายอำเภอขมวดคิ้วจ้องลูกสาวตาเขม็งธาวินอาศัยจังหวะชุลม
“ไม่ได้เป็นอะไรกัน แต่ดูเธอแคร์ไอ้หมอนั่นนะ” ชายหนุ่มแค่นหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงประชดประชันออกนอกหน้าจนบรรยากาศรอบโต๊ะเริ่มเย็นยะเยือก “ก็คนมันเคยคบกันนี่คะ ตอนนั้นมันบอกเลิกหนูเพราะมันว่าหนูอกเล็ก” อุ้มตอบตามตรงด้วยความน้อยใจที่ยังแอบฝังลึก “มันเคยมาจับหรือไง” แตมถามสวนขึ้นมา แววตาวาวโรจน์อย่างน่ากลัว “ไม่เคยค่ะ!” อุ้มปฏิเสธ “แล้วจะไปแคร์คำพูดมันทำไม” แตมจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโต “ก็หนูไม่ชอบให้ใครมาว่านี่นา หรือว่าหนูควรจะไปทำศัลยกรรมเสริมหน้าอกให้มันดูตูมๆ ดีคะ เวลาไปไหนมาไหนจะได้มีคนหันมาสนใจบ้างไง” อุ้มเอ่ยพลางก้มมองหน้าอกตัวเองอย่างจริงจัง “หยุดความคิดนั้นเดี๋ยวนี้เลยนะ” แตมสั่งเสียงเข้ม คิ้วเข้มขมวดมุ่นเข้าหากันแทบเป็นปม “เคยได้ยินข่าวซิลิโคนเน่าไหม อยากเป็นอย่างนั้นหรือไง” “พี่แตมก็พูดเกินไป คลินิกดีๆ สมัยนี้มีเยอะแยะไปค่ะ” แตมโน้มตัวข้ามโต๊ะเข้ามาใกล้ ใบหน้าหล่อเหลาจริงจังจนอุ้มเผลอหดคอหนี นัยน์ตาคมกริบหลุบมองทรวงอกอวบอิ่มใต้เสื้อไหมพรมของเธอก่อนเลื่อนกลับมาสบตา กระซิบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและแหบพร่า “ของเดิมที่แม่ให้มามันเต็มไม้เต็มมือและสวยมากอยู่แล้ว คนอื่นมอ
วันหยุดสุดสบายเริ่มต้นขึ้นด้วยบรรยากาศแสนผ่อนคลาย อุ้มเลือกหยิบเสื้อไหมพรมแขนกุดสีครีมเข้ารูปแมตช์กับกระโปรงยีนส์สั้นเหนือเข่า แต่งหน้าโทนส้มพีชบางเบาขับผิวขาวเนียนน่ารักจนน่ามอง ส่วนแตมสวมเสื้อยืดสีดำพอดีตัวทับด้วยแจ็กเก็ตยีนส์และกางเกงสแล็กสีเข้ม ลุคลำลองสุดเท่ที่เปลี่ยนเสือร้ายมาดขรึมให้กลายเป็นหนุ่มหล่อกระชากใจจนสาวๆ แถวนั้นเหลียวมองตามกันตาเป็นมัน อุ้มเลือกตั๋วหนังแนวโรแมนติกคอมเมดี้ฟีลกู๊ดที่เพิ่งเข้าฉาย ตลอดสองชั่วโมงในโรงหนัง ทั้งคู่หัวเราะไปกับมุกตลกเบาสมอง แตมคอยชำเลืองมองเสี้ยวหน้าหวานข้างกายอยู่บ่อยครั้ง เสียงหัวเราะสดใสและท่าทางเป็นธรรมชาตินั้นช่างมีเสน่ห์ เธอไม่เคยเสแสร้ง ชอบก็บอกว่าชอบ ไม่ชอบก็พูดตรงไปตรงมาจนเขารู้สึกสบายใจอย่างประหลาด ลึกๆ ในสายตานักสืบของเขา เขายังรู้สึกได้รางๆ ว่ายัยตัวแสบคนนี้ยังมีความลับบางอย่างซุกซ่อนอยู่ เมื่อเดินเคียงกันออกจากโรงหนัง แสงไฟวิบวับของโซนตู้เกมก็ดึงดูดสายตาของอุ้มเข้าอย่างจัง “พี่แตม หนูอยากได้ตุ๊กตา คีบให้หนูหน่อยสิคะ อยากรู้จังว่านอกจากยิงปืนแม่นแล้ว พี่จะคีบตุ๊กตาได้แม่นเหมือนกันหรือเปล่า” อุ้มส่งสายตาอ้อน พลางชี้ไปที่ตู้
อำพลแอบกระตุกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ เพราะเมื่อคืนเขาเพิ่งสั่งให้ลูกน้องลบไฟล์หลักฐานและแอบยัดไฟล์ใบเสร็จปลอมใส่เข้าไปในคอมพิวเตอร์เครื่องกลางเพื่อจัดฉากให้แตมเป็นคนรับผิดชอบ ก่อนเจ้าหน้าที่จะลงมือยกเครื่อง แตมก็เอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นดังกังวานไปทั่วห้อง “เพื่อความถูกต้องและโปร่งใสที่สุด คุณอารียา ส่งแฟลชไดรฟ์กับเอกสารในมือคุณให้สารวัตรทีสิ” อุ้มก้าวออกมาข้างหน้า ยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลและแฟลชไดรฟ์ที่แตมเตรียมไว้ให้ตั้งแต่เมื่อวานส่งให้เจ้าหน้าที่ “นี่คือข้อมูลสำรองและประวัติบันทึกระบบย้อนหลังทั้งหมด รวมถึงรหัสประจำเครื่องทุกเครื่องในแผนกนี้ ที่ระบบเซิร์ฟเวอร์กลางของผมบันทึกไว้แบบเรียลไทม์ครับสารวัตร” แตมปรายสายตาคมกริบไปหยุดที่อำพลซึ่งเริ่มหน้าถอดสี “ในนี้จะระบุชัดเจนหมดเลยครับว่า ไฟล์ใบเสร็จปลอมพวกนั้นถูกสร้างขึ้นจากเครื่องไหน ใครเป็นคนกดแก้ไข และเพิ่งแอบส่งเข้ามาในระบบเมื่อคืนนี้ตอนเวลาห้าทุ่มสี่สิบห้านาที” สิ้นเสียงของแตม ทั่วทั้งห้องบัญชีก็เงียบกริบลงราวกับป่าช้า อำพลตาเบิกโพลง ขาสองข้างสั่นพั่บๆ เหงื่อผุดพรายเต็มหน้าผากราวกับคนจับไข้ เมื่อรู้ตัวว่ากับดักที่ตัวเ
มื้อค่ำดำเนินไปอย่างเรียบง่ายทว่าอบอุ่นบนโต๊ะอาหารตัวเดิม ทั้งสองคนนั่งฝั่งตรงข้าม แลกเปลี่ยนเสียงหัวเราะและคำกัดจิกกันตลอดมื้อ แตมตักเนื้อหมูชิ้นโตใส่จานให้อุ้ม ส่วนเธอก็คอยค้อนสายตาวิบวับที่เขาคอยส่งมาป่วนหัวใจไม่หยุด กระทั่งช่วยกันเก็บล้างจานชามเสร็จ แตมก็คว้าข้อมือเธอจูงตรงดิ่งไปยังระเบียงกว้างที่มองเห็นวิวแสงสีของกรุงเทพฯ ยามราตรี ลมเย็นพัดเอื่อยๆ พัดพาปอยผมสลวยให้ปลิวกระจาย ชายหนุ่มดึงร่างเล็กให้นั่งลงบนเก้าอี้หวายตัวยาวก่อนที่เขาจะทิ้งตัวลงนั่งซ้อนด้านหลัง โอบกอดเธอไว้ในวงแขนแกร่ง “พรุ่งนี้เจอของจริงแล้วนะอาย” แตมเอ่ยเสียงนิ่งลึก ลมหายใจอุ่นเป่ารดขมับเนียน อุ้มเอนหลังพิงอกเขาอย่างผ่อนคลาย มือเล็กกุมมือหนาที่วางทาบอยู่บนหน้าท้องของเธอไว้ “พี่แตมกังวลเหรอคะ” “คนอย่างฉันไม่เคยกลัวพวกขี้ขลาดที่เล่นลับหลังหรอก” แตมยกยิ้มเย็น แววตาเด็ดขาดสะท้อนแสงไฟเบื้องล่าง “แต่ฉันแค่เป็นห่วง... ถ้าเรื่องมันบานปลาย เธอจะต้องยืนข้างฉันและอาจจะโดนเพ่งเล็งไปด้วย” คำพูดที่เจือกระแสความห่วงใยอย่างจริงใจทำเอาหัวใจดวงน้อยเต้นแรงผิดจังหวะ อุ้มหันใบหน้ากลับไปสบตากับเขาในความมืดสลัว “หนูไม่ได้อ่อ
รถสปอร์ตคันหรูแล่นเลียบไปตามถนนยามเย็น ก่อนที่สายตาของอุ้มจะเหลือบไปเห็นแสงไฟและบรรยากาศอันคึกคักของตลาดนัดริมทาง “พี่แตม... เราแวะไปเดินเล่นคลองถมกันก่อนไหมคะ อายอยากได้ของนิดหน่อย” แตมหักพวงมาลัยชะลอรถ เหลือบมองใบหน้าหวานที่ส่งสายตาเป็นประกายอ้อนวอนแล้วก็ใจอ่อนยวบ “อือ ไปสิ พี่ก็ไม่ได้เดินตลาดแบบนี้นานแล้วเหมือนกัน” ทั้งคู่หาที่จอดรถแล้วพากันเดินลัดเลาะเข้าไปในตลาดนัดคลองถม อุ้มดูตื่นตาตื่นใจเป็นพิเศษ เดินแวะร้านนู้นออกร้านนี้ตามประสาผู้หญิง ได้ของกระจุกกระจิกติดไม้ติดมือมาเพียบ ทั้งกิ๊บติดผมลายการ์ตูน ยางรัดผม และต่างหูแฟชั่นคู่ละร้อยกว่าบาท แตมยืนกอดอกมองต่างหูโลหะชุบวิบวับในมือเล็กพลางขมวดคิ้วมุ่น “ทำไมเธอถึงซื้อต่างหูแบบนี้มาใส่ มันดูไม่ค่อยทนเลยนะ” “มันก็สวยดีนี่คะ อีกอย่างมันก็ไม่แพง ใครๆ เขาก็ใส่กันทั้งนั้นแหละ” อุ้มยกต่างหูขึ้นทาบกับใบหูตัวเองแล้วยิ้มแป้นอย่างภูมิใจในของราคาประหยัด “ไว้วันหลังฉันจะซื้อให้ใหม่ เอาของดีๆ ไปเลย” ชายหนุ่มส่ายหัวเบาๆ อย่างเอ็นดู ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าถุงของฝากมาถือไว้ให้เอง “เรารีบไปซื้อของสดกันเถอะ... อีกอย่าง ของสำคัญก็หมดแล้วด้วย”







