로그인อารียาทำใจกล้ายกแขนคล้องคอเขาไว้แน่น
ริมฝีปากบางเริ่มสั่นระริกด้วยความประหม่า “หนูแค่ไม่ชินกับคนแปลกหน้าเฉยๆ” “งั้นแปลว่ายังไม่เคย” “ใครว่าไม่เคย” พูดจบสาวใจกล้าก็โน้มใบหน้าเข้าหาชายหนุ่ม เรียวปากบางประทับจูบลงบนริมฝีปากหยักหนาได้รูปสีแดงปนคล้ำอย่างไม่ประสีประสาเท่าไรนัก สัมผัสงุ่มง่ามที่ไม่ประสีประสาแต่เต็มไปด้วยความพยายามจะอวดเก่ง ทำเอามาเฟียหนุ่มใหญ่ถึงกับนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ‘เชี่ย! จูบไม่เป็น... ยังไงของเธอวะเนี่ย!’ แตมสบถลั่นในใจ นัยน์ตาคมกริบที่เคยมองเธอเป็นสาวแซ่บเจนเวทีผับหรู บัดนี้กลับไหวระริกด้วยความเอ็นดูปนความต้องการที่พุ่งสูงขึ้นเป็นเท่าตัว รูปร่างหน้าตาภายนอกดูเผ็ดร้อนสู้คน ปากกล้าท้าทายทุกคำ แต่เนื้อในกลับไร้เดียงสาจนน่าจับมากลืนกินทั้งตัว ริมฝีปากหยักหนาขยับยิ้มชิดกลีบปากนุ่ม ก่อนที่เขาจะเป็นฝ่ายเข้าควบคุมเกมทั้งหมด "ปากดีแต่จูบไม่เป็นเนี่ยนะ..." แตมกระซิบเสียงพร่าต่ำ ชิดริมฝีปากบางที่ยังคงสั่นระริก "เดี๋ยวพี่แตมจะสอนให้... ว่าของจริงเขาทำกันยังไง" ยังไม่ทันที่อุ้มจะได้อ้าปากเถียงหรือแก้ตัว ฝ่ามือหนาก็เลื่อนขึ้นมารองรับท้ายทอยของเธอไว้ แล้วบดจูบลงมาอย่างนุ่มนวลทว่าลึกล้ำ เรียกร้อง และช่ำชอง ลิ้นร้อนแทรกผ่านเข้าไปชิมความหวาน กวาดต้อนจนสาวน้อยวัยยี่สิบสองถึงกับสมองขาวโพลน แขนเรียวที่คล้องคอเขาไว้เกร็งแน่นขึ้นตามสัญชาตญาณ เสียงครางอื้ออึงในลำคอเบาๆ ของอุ้มกลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่จุดไฟในตัวพี่แตมให้ลุกโชน จากที่คิดว่าจะแค่ เช็กของ แบบวันไนต์ผ่านๆ แต่ความไร้เดียงสาที่ซ่อนอยู่ใต้ความแซ่บนี้... กำลังจะทำให้คนขรึมลุคดุดันอย่าง ยศวรรธ หลงจนหาทางออกไม่เจอ! มือเล็กเริ่มประท้วง ดันแผงอกแกร่งเบาๆ เมื่อเริ่มหายใจตามจังหวะจูบอันดุดันไม่ทัน แตมยอมถอนริมฝีปากออกอย่างเสียดาย นัยน์ตาคมกริบจ้องมองกลีบปากอิ่มที่บวมเจ่อสีแดงระเรื่อด้วยความพึงใจ อารียารีบสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด ทรวงอกกระเพื่อมไหว แต่ยังไม่ทันจะได้พักหายใจให้ทั่วท้อง กายสาวก็ต้องสะท้านเยือกเมื่อใบหน้าหล่อเหลาเลื่อนต่ำลงมาซุกไซร้ที่ซอกคอระหง กลิ่นกายหอมละมุนตามธรรมชาติของสาวน้อยวัยขบเผาะยิ่งทำให้ความต้องการของชายหนุ่มทวีความพลุ่งพล่าน สันกรามคมขบเม้มเบาๆ ลากผ่านผิวเนียนนุ่มจนร่างเล็กในอ้อมแขนเกร็งสะท้าน "พี่... ใจเย็นก่อนได้ไหม" อุ้มเอ่ยเสียงสั่นพร่า พยายามดันไหล่หนาเอาไว้ "ลีลามาก" แตมกระซิบดุชิดซอกคอ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวเนื้อเนียนจนอุ้มขนลุกซู่ไปทั้งตัว "ปากดี กล้าชวนพี่ขึ้นห้องเองแท้ๆ พอเอาเข้าจริงจะมาถอยเนี่ยนะ" มือหนาเลื่อนลงไปโอบรัดเอวคอดกิ่ว ดึงร่างบางให้เบียดชิดกับแผงอกกว้างจนสัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อแน่นตึงและความร้อนรุ่มจากตัวเขา นิ้วเรียวยาวอีกข้างค่อยๆ รูดปลดซิปด้านหลังชุดเดรสตัวสวยอย่างช่ำชอง สายตาคมกริบที่จ้องมองเธอนั้นไม่มีเค้าของความขรึมนิ่งเหมือนที่ผับอีกต่อไป เหลือเพียงสายตาของนักล่าที่พร้อมจะกลืนกินเหยื่อตัวน้อยให้หมดทั้งตัว "บอกแล้วไงว่าพี่ใจร้อน... และคืนนี้ ก็อย่าหวังว่าจะได้นอนง่ายๆ" "ก็หนูลีลาเด็ดไง พี่จะแค่จูบๆ แล้วเอาให้จบเนี่ยนะ ไม่คิดจะเล้าโลมหนูหน่อยเหรอ ถึงจะเป็นแค่วันไนต์ แต่หนูก็อยากให้พี่จำหนูได้" อุ้มรีบเชิดหน้าท้วงเสียงสั่นปนอวดดี "อีกอย่าง เสื้อผ้าหนูพี่ก็ถอดจะหมดอยู่แล้ว แต่ของพี่ยังไม่ถอดสักชิ้น แล้วหนูจะรู้ได้ยังไงว่าของพี่ใหญ่จริงหรือเปล่า" คำพูดท้าทายอย่างไม่ยอมเสียเปรียบของสาวน้อยตรงหน้า ทำเอาคนตัวโตถึงกับหลุดหัวเราะหึในลำคอ ดวงตาคมกริบเปล่งประกายวาววับทั้งขบขันและเอ็นดูปนความมันเขี้ยว ยัยตัวแสบปากเก่งจนวินาทีสุดท้าย ทั้งที่ตัวเองจูบยังไม่ประสีประสา แต่กล้ามาทวงให้เขาเล้าโลมเพราะกลัวเขาจำไม่ได้ "อยากให้จำได้ขนาดนั้นเลย" แตมกระตุกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาฉายแววอันตราย "ได้... เดี๋ยวพี่จัดให้แบบที่เธอจะลืมไม่ลงไปตลอดชีวิตเลยแล้วกัน" มือหนาที่เคยเร่งร้อนผ่อนจังหวะลงอย่างใจเย็น เปลี่ยนเป็นลากไล้ปลายนิ้วอุ่นจัดผ่านลาดไหล่เนียน สัมผัสแผ่วเบาแต่เน้นย้ำทุกจุดอ่อนไหว ปลายนิ้วเลื่อนผ่านแผ่นหลังเปลือยเปล่า ลากช้าๆ ลงมาตามส่วนโค้งเว้าของเอวคอดกิ่ว ทำเอาคนตัวเล็กสะท้านไหว ลมหายใจเริ่มขาดห้วง แตมโน้มใบหน้าลงมาอีกครั้ง คราวนี้เขาไม่ได้บดจูบอย่างดุดันเหมือนตอนแรก แต่กลับละเลียดชิมริมฝีปากอิ่มอย่างอ่อนหวานลึกล้ำ ลิ้นร้อนต้อนไล่หยอกเย้าจนอุ้มเผลอเผยอริมฝีปากรับสัมผัส มือใหญ่ค่อยๆ เลื่อนมาประคองสะโพกมน ยกกระชับร่างบางขึ้นมาแนบชิดกับตัวเขาจนไร้ช่องว่าง "แบบนี้... พอจะเรียกว่าเล้าโลมได้หรือยัง" เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบถามชิดริมฝีปากอุ่น สัมผัสแนบชิดและสายตาร้อนแรงของเขาทำเอาสาวน้อยปากเก่งใจเต้นระทึกจนแทบหลุดออกมา นอกอกแตมเดินทางมาถึงไร่พราวตะวัน จังหวัดเชียงใหม่“เย้! อาแตมมาแล้ว พล็อตเตอร์คิดถึงที่สุดเลยครับ”เด็กชายวัยสองขวบเศษวิ่งโร่เข้ามากอดขาเขาแน่นด้วยความดีใจ“อาซื้อของเล่นชุดใหญ่มาฝาก ไปเปิดดูกันดีกว่าครับ” ชายหนุ่มยิ้มกว้าง อุ้มหลานชายตัวน้อยขึ้นมาแนบอกอย่างเอ็นดูจนกระทั่งถึงเวลางานเลี้ยงเปิดตัวทายาทอัศวธารากุลของต้นและน้ำตาล แตมคอยยืนดูแลเพลิงกับครอบครัวไม่ห่างกายตามสัญชาตญาณบอดี้การ์ดเก่า บรรยากาศดำเนินไปอย่างชื่นมื่นจนใกล้จบงาน เขาจึงเลี่ยงเดินออกไปเข้าห้องน้ำสายตาของรองประธานหนุ่มเหลือบไปเห็นหญิงสาวร่างเล็กที่คุ้นตาอย่างอั้ม กำลังยืนหยอกล้ออยู่กับปลัดธาวินสองต่อสองตรงมุมทางเดิน แตมถึงกับชะงัก รีบกระแอมเบาๆ เพื่อเตือน ธาวินกับอั้มสะดุ้งรีบผละออกจากกัน“เฮ้ย ไอ้วิน เบาได้เบาเว้ย ระวังเถอะ ท่านนายอำเภอเดินตามหาลูกสาวตาเขียวปั๊ดอยู่หน้างานนู่นน่ะ ถ้าท่านมาเห็นเข้ามึงโดนยิงหัวแบะแน่”สิ้นเสียงเตือน เสียงฝีเท้าหนักแน่นของนายอำเภออารักษ์ก็ดังใกล้เข้ามาจนถึงหน้าโถงทางเดินพอดี“ยัยอั้ม! มาทำอะไรตรงนี้ พ่อตามหาตั้งนาน แล้วนี่คุยอยู่กับใคร” นายอำเภอขมวดคิ้วจ้องลูกสาวตาเขม็งธาวินอาศัยจังหวะชุลม
“ไม่ได้เป็นอะไรกัน แต่ดูเธอแคร์ไอ้หมอนั่นนะ” ชายหนุ่มแค่นหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงประชดประชันออกนอกหน้าจนบรรยากาศรอบโต๊ะเริ่มเย็นยะเยือก “ก็คนมันเคยคบกันนี่คะ ตอนนั้นมันบอกเลิกหนูเพราะมันว่าหนูอกเล็ก” อุ้มตอบตามตรงด้วยความน้อยใจที่ยังแอบฝังลึก “มันเคยมาจับหรือไง” แตมถามสวนขึ้นมา แววตาวาวโรจน์อย่างน่ากลัว “ไม่เคยค่ะ!” อุ้มปฏิเสธ “แล้วจะไปแคร์คำพูดมันทำไม” แตมจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโต “ก็หนูไม่ชอบให้ใครมาว่านี่นา หรือว่าหนูควรจะไปทำศัลยกรรมเสริมหน้าอกให้มันดูตูมๆ ดีคะ เวลาไปไหนมาไหนจะได้มีคนหันมาสนใจบ้างไง” อุ้มเอ่ยพลางก้มมองหน้าอกตัวเองอย่างจริงจัง “หยุดความคิดนั้นเดี๋ยวนี้เลยนะ” แตมสั่งเสียงเข้ม คิ้วเข้มขมวดมุ่นเข้าหากันแทบเป็นปม “เคยได้ยินข่าวซิลิโคนเน่าไหม อยากเป็นอย่างนั้นหรือไง” “พี่แตมก็พูดเกินไป คลินิกดีๆ สมัยนี้มีเยอะแยะไปค่ะ” แตมโน้มตัวข้ามโต๊ะเข้ามาใกล้ ใบหน้าหล่อเหลาจริงจังจนอุ้มเผลอหดคอหนี นัยน์ตาคมกริบหลุบมองทรวงอกอวบอิ่มใต้เสื้อไหมพรมของเธอก่อนเลื่อนกลับมาสบตา กระซิบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและแหบพร่า “ของเดิมที่แม่ให้มามันเต็มไม้เต็มมือและสวยมากอยู่แล้ว คนอื่นมอ
วันหยุดสุดสบายเริ่มต้นขึ้นด้วยบรรยากาศแสนผ่อนคลาย อุ้มเลือกหยิบเสื้อไหมพรมแขนกุดสีครีมเข้ารูปแมตช์กับกระโปรงยีนส์สั้นเหนือเข่า แต่งหน้าโทนส้มพีชบางเบาขับผิวขาวเนียนน่ารักจนน่ามอง ส่วนแตมสวมเสื้อยืดสีดำพอดีตัวทับด้วยแจ็กเก็ตยีนส์และกางเกงสแล็กสีเข้ม ลุคลำลองสุดเท่ที่เปลี่ยนเสือร้ายมาดขรึมให้กลายเป็นหนุ่มหล่อกระชากใจจนสาวๆ แถวนั้นเหลียวมองตามกันตาเป็นมัน อุ้มเลือกตั๋วหนังแนวโรแมนติกคอมเมดี้ฟีลกู๊ดที่เพิ่งเข้าฉาย ตลอดสองชั่วโมงในโรงหนัง ทั้งคู่หัวเราะไปกับมุกตลกเบาสมอง แตมคอยชำเลืองมองเสี้ยวหน้าหวานข้างกายอยู่บ่อยครั้ง เสียงหัวเราะสดใสและท่าทางเป็นธรรมชาตินั้นช่างมีเสน่ห์ เธอไม่เคยเสแสร้ง ชอบก็บอกว่าชอบ ไม่ชอบก็พูดตรงไปตรงมาจนเขารู้สึกสบายใจอย่างประหลาด ลึกๆ ในสายตานักสืบของเขา เขายังรู้สึกได้รางๆ ว่ายัยตัวแสบคนนี้ยังมีความลับบางอย่างซุกซ่อนอยู่ เมื่อเดินเคียงกันออกจากโรงหนัง แสงไฟวิบวับของโซนตู้เกมก็ดึงดูดสายตาของอุ้มเข้าอย่างจัง “พี่แตม หนูอยากได้ตุ๊กตา คีบให้หนูหน่อยสิคะ อยากรู้จังว่านอกจากยิงปืนแม่นแล้ว พี่จะคีบตุ๊กตาได้แม่นเหมือนกันหรือเปล่า” อุ้มส่งสายตาอ้อน พลางชี้ไปที่ตู้
อำพลแอบกระตุกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ เพราะเมื่อคืนเขาเพิ่งสั่งให้ลูกน้องลบไฟล์หลักฐานและแอบยัดไฟล์ใบเสร็จปลอมใส่เข้าไปในคอมพิวเตอร์เครื่องกลางเพื่อจัดฉากให้แตมเป็นคนรับผิดชอบ ก่อนเจ้าหน้าที่จะลงมือยกเครื่อง แตมก็เอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นดังกังวานไปทั่วห้อง “เพื่อความถูกต้องและโปร่งใสที่สุด คุณอารียา ส่งแฟลชไดรฟ์กับเอกสารในมือคุณให้สารวัตรทีสิ” อุ้มก้าวออกมาข้างหน้า ยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลและแฟลชไดรฟ์ที่แตมเตรียมไว้ให้ตั้งแต่เมื่อวานส่งให้เจ้าหน้าที่ “นี่คือข้อมูลสำรองและประวัติบันทึกระบบย้อนหลังทั้งหมด รวมถึงรหัสประจำเครื่องทุกเครื่องในแผนกนี้ ที่ระบบเซิร์ฟเวอร์กลางของผมบันทึกไว้แบบเรียลไทม์ครับสารวัตร” แตมปรายสายตาคมกริบไปหยุดที่อำพลซึ่งเริ่มหน้าถอดสี “ในนี้จะระบุชัดเจนหมดเลยครับว่า ไฟล์ใบเสร็จปลอมพวกนั้นถูกสร้างขึ้นจากเครื่องไหน ใครเป็นคนกดแก้ไข และเพิ่งแอบส่งเข้ามาในระบบเมื่อคืนนี้ตอนเวลาห้าทุ่มสี่สิบห้านาที” สิ้นเสียงของแตม ทั่วทั้งห้องบัญชีก็เงียบกริบลงราวกับป่าช้า อำพลตาเบิกโพลง ขาสองข้างสั่นพั่บๆ เหงื่อผุดพรายเต็มหน้าผากราวกับคนจับไข้ เมื่อรู้ตัวว่ากับดักที่ตัวเ
มื้อค่ำดำเนินไปอย่างเรียบง่ายทว่าอบอุ่นบนโต๊ะอาหารตัวเดิม ทั้งสองคนนั่งฝั่งตรงข้าม แลกเปลี่ยนเสียงหัวเราะและคำกัดจิกกันตลอดมื้อ แตมตักเนื้อหมูชิ้นโตใส่จานให้อุ้ม ส่วนเธอก็คอยค้อนสายตาวิบวับที่เขาคอยส่งมาป่วนหัวใจไม่หยุด กระทั่งช่วยกันเก็บล้างจานชามเสร็จ แตมก็คว้าข้อมือเธอจูงตรงดิ่งไปยังระเบียงกว้างที่มองเห็นวิวแสงสีของกรุงเทพฯ ยามราตรี ลมเย็นพัดเอื่อยๆ พัดพาปอยผมสลวยให้ปลิวกระจาย ชายหนุ่มดึงร่างเล็กให้นั่งลงบนเก้าอี้หวายตัวยาวก่อนที่เขาจะทิ้งตัวลงนั่งซ้อนด้านหลัง โอบกอดเธอไว้ในวงแขนแกร่ง “พรุ่งนี้เจอของจริงแล้วนะอาย” แตมเอ่ยเสียงนิ่งลึก ลมหายใจอุ่นเป่ารดขมับเนียน อุ้มเอนหลังพิงอกเขาอย่างผ่อนคลาย มือเล็กกุมมือหนาที่วางทาบอยู่บนหน้าท้องของเธอไว้ “พี่แตมกังวลเหรอคะ” “คนอย่างฉันไม่เคยกลัวพวกขี้ขลาดที่เล่นลับหลังหรอก” แตมยกยิ้มเย็น แววตาเด็ดขาดสะท้อนแสงไฟเบื้องล่าง “แต่ฉันแค่เป็นห่วง... ถ้าเรื่องมันบานปลาย เธอจะต้องยืนข้างฉันและอาจจะโดนเพ่งเล็งไปด้วย” คำพูดที่เจือกระแสความห่วงใยอย่างจริงใจทำเอาหัวใจดวงน้อยเต้นแรงผิดจังหวะ อุ้มหันใบหน้ากลับไปสบตากับเขาในความมืดสลัว “หนูไม่ได้อ่อ
รถสปอร์ตคันหรูแล่นเลียบไปตามถนนยามเย็น ก่อนที่สายตาของอุ้มจะเหลือบไปเห็นแสงไฟและบรรยากาศอันคึกคักของตลาดนัดริมทาง “พี่แตม... เราแวะไปเดินเล่นคลองถมกันก่อนไหมคะ อายอยากได้ของนิดหน่อย” แตมหักพวงมาลัยชะลอรถ เหลือบมองใบหน้าหวานที่ส่งสายตาเป็นประกายอ้อนวอนแล้วก็ใจอ่อนยวบ “อือ ไปสิ พี่ก็ไม่ได้เดินตลาดแบบนี้นานแล้วเหมือนกัน” ทั้งคู่หาที่จอดรถแล้วพากันเดินลัดเลาะเข้าไปในตลาดนัดคลองถม อุ้มดูตื่นตาตื่นใจเป็นพิเศษ เดินแวะร้านนู้นออกร้านนี้ตามประสาผู้หญิง ได้ของกระจุกกระจิกติดไม้ติดมือมาเพียบ ทั้งกิ๊บติดผมลายการ์ตูน ยางรัดผม และต่างหูแฟชั่นคู่ละร้อยกว่าบาท แตมยืนกอดอกมองต่างหูโลหะชุบวิบวับในมือเล็กพลางขมวดคิ้วมุ่น “ทำไมเธอถึงซื้อต่างหูแบบนี้มาใส่ มันดูไม่ค่อยทนเลยนะ” “มันก็สวยดีนี่คะ อีกอย่างมันก็ไม่แพง ใครๆ เขาก็ใส่กันทั้งนั้นแหละ” อุ้มยกต่างหูขึ้นทาบกับใบหูตัวเองแล้วยิ้มแป้นอย่างภูมิใจในของราคาประหยัด “ไว้วันหลังฉันจะซื้อให้ใหม่ เอาของดีๆ ไปเลย” ชายหนุ่มส่ายหัวเบาๆ อย่างเอ็นดู ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าถุงของฝากมาถือไว้ให้เอง “เรารีบไปซื้อของสดกันเถอะ... อีกอย่าง ของสำคัญก็หมดแล้วด้วย”