Masuk[เราคบกันแล้วใช่ไหม]
ประโยคคำถามนี้ ราวกับเพื่อยืนยันให้แน่ใจถึงสถานะของพวกเรา ผมจ้องข้อความนี้ตาค้าง สมองประมวลผลไม่หยุด
ถ้าบอกว่า อ๋อใช่ เราคบกัน แล้วภายหลังไต้ฝุ่นรู้ความจริงเข้าล่ะ หมอนี่จะไม่รู้สึกเหมือนถูกล้อเล่นอยู่เหรอ ไม่ต้องพูดถึงแฟนคลับพวกนั้นเลย ผมคงโดนเขาเกลียดแน่นอน
ผมไม่ได้ชอบไต้ฝุ่นในเชิงนั้นก็จริง แต่ก็ไม่ได้อยากถูกเกลียดหรอกนะ อย่างน้อยในแง่ของเพื่อน ผมก็ชอบเขาอยู่บ้าง
อันที่จริงแล้วผมเป็นคนโกหกไม่เก่งเลย ถ้าให้โกหกในแชตน่ะได้ เพราะอีกฝั่งไม่ได้เห็นสีหน้าและน้ำเสียง แต่ถ้าอยู่ต่อหน้าแล้วเรื่องที่ต้องตอบมีคำโกหก ท่าทางผมมันจะออกจนอีกฝ่ายจับได้
แน่นอนว่าด้วยสถานะของเราตอนนี้ ผมคงไม่สามารถโกหกไต้ฝุ่นไปได้ตลอด และจะต้องถูกจับได้แน่นอน
ถ้าอย่างงั้นควรบอกเลยดีไหมนะ ดีกว่าปล่อยให้เขารู้จากปากคนอื่น
ระหว่างที่ผมกำลังครุ่นคิดถึงเหตุผลต่าง ๆ นานา โดยไม่ได้ตอบอะไรกลับไป จู่ ๆ หน้าจอก็มีสายเรียกเข้าขึ้นมา
เป็นไต้ฝุ่น...
ผมลังเลอยู่ประมาณห้าวิ จากนั้นก็กดรับสาย ยังไม่ทันได้พูดอะไรออกไป อีกฝ่ายกลับเอ่ยถามมาเสียงเรียบ
[ทำไมไม่ตอบแชตล่ะ]
ก็กำลังคิดอยู่ไง
ผมสูดลมหายใจเข้าลึก โอเค เอาไงเอากัน!
“ฉันขอโทษ ที่จริงแล้วฉันแค่เล่นเกมกับเพื่อน”
จากนั้นผมก็ไม่รอให้ไต้ฝุ่นได้พูดอะไรต่อ แต่ชิงสาธยายความผิดของตัวเองในเรื่องที่ทำวันนั้นกับกลุ่มเพื่อนให้ฟังแบบละเอียดยิบทุกเม็ด เตรียมใจพร้อมรับคำด่ากลับเต็มที่
[เพราะงั้นนายจะบอกเลิก?]
คำถามนี้ราวกับลูกดอกปักเข้าเป้า ไม่คิดว่าเขาจะเป็นคนตรงขนาดนี้ ทำเอาผมถึงกับเหงื่อตกไปเล็กน้อย สมองแล่นเร็วจี๋ครุ่นคิดหาคำตอบดี ๆ ทว่าก็คิดไม่ออก เลยได้แต่ตอบไปตามตรง
“อะ อ่า ก็คิดว่าจะหาจังหวะบอก”
[ฉันไม่เลิก]
“...”
เอ๊ะ
[แค่มาหลอกฉันมันก็แย่แล้ว แต่นายยังจะทิ้งฉันหลังจากที่คนอื่นรู้ว่าเราคบกันทันทีแบบนี้ มันจะไม่หักหน้ากันไปหน่อยเหรอ]
ประโยคนี้นับว่าเป็นคำพูดที่ยาวที่สุดของไต้ฝุ่นตั้งแต่รู้จักกันมาเลยก็ว่าได้ ผมจุกจนพูดไม่ออกกันเลยทีเดียว ถ้าไต้ฝุ่นด่ามาหยาบ ๆ สักประโยค ผมคงไม่รู้สึกผิดมากขนาดนี้
“ขอโทษนะ นายจะให้ฉันชดใช้ยังไงก็ได้”
[ไม่เลิก]
“ตะ แต่จะดีเหรอ หรือนายบอกเลิกฉันก็ได้นะ ให้ฉันเป็นคนโดนทิ้งไง”
[แบบนั้นฉันไม่ยิ่งดูแย่หรือไง]
“อ่า...”
พอคิดดี ๆ แล้วมันก็จริงนั่นแหละ
ผมไม่คิดว่าไต้ฝุ่นที่ดูไม่แยแสอะไรคนนี้จะห่วงหน้าตาตัวเองด้วย
อย่างว่าแหละ ถ้าเป็นผมก็คงหนักใจอยู่บ้าง มีแฟนทั้งทีคนรู้กันไปทั่ว วันเดียวประกาศเลิกเลย คงได้เป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ประวัติติดตัวตลอดชีวิตแน่นอน
ถ้าไต้ฝุ่นบอกเลิกผม ก็เหมือนเขาเป็นคนใจง่ายคบแล้วทิ้ง ถ้าผมบอกเลิกไต้ฝุ่น คนก็คงมองว่าเขาแย่ จนผมทนไม่ได้แล้วขอเลิกอะไรทำนองนี้แน่นอน ไม่ว่ามองจากมุมไหนคนที่เสียเปรียบสุด ๆ ก็คือไต้ฝุ่น
สุดท้ายในเมื่อเรื่องราวมันเป็นแบบนี้ ผมที่โคตรรู้สึกผิดก็เลยตกลงกับไต้ฝุ่นว่าจะคบ (หลอก ๆ) กับเขาต่อไป แต่ก็ยังมีเรื่องหนักใจอีกอย่างคือ วันนั้นที่ผมสตรีมกับเพื่อน คนที่รู้เห็นมีเป็นพัน เรื่องนี้ยังไงก็ปิดไม่มิดแน่นอน
[นายก็บอกไปสิว่าชอบฉันจริง ๆ]
“หา!”
[หรือนายมีคำแก้ตัวอื่น]
“ไม่มี”
เป็นอย่างที่ไต้ฝุ่นว่านั่นแหละ คำตอบอะไรก็ไม่ดีเท่ากับผมต้องบอกไปว่าผมชอบเขาอยู่แล้ว แต่ผมก็โกหกไม่เก่งด้วยสิ เอาเป็นว่าถ้าไม่โดนเค้น ผมก็จะไม่พูดแล้วกัน
[ในเมื่อตกลงได้แล้วก็รับด้วย]
“รับอะไร”
[เข้าเฟx]
ผมเข้าแอปสีฟ้าตามที่อีกคนบอก ครั้งนี้ผมเพิ่งสังเกตเห็นว่าช่องแจ้งเตือนขึ้นมา 99+ ทว่าอะไรก็ไม่สามารถดึงดูดความสนใจของผมไปได้เท่ากับคำขอขึ้นสถานะที่อยู่บนสุดนั่นหรอก
เชี่ย
ไต้ฝุ่นมันจะเล่นใหญ่ไปไหนวะ แบบนี้ก็เหมือนประกาศเปิดตัวเลยนะ ไหนว่าคบหลอก ๆ ไง แล้วจะเลิกกันยังไงเนี่ย
[รับ]
“...เอ้อ”
คำพูดสั้น ๆ ทำให้ผมตอบรับเสียงเบา นิ้วเลื่อนไปกดยอมรับสถานะอย่างจำยอม ผมจะไปทำอะไรได้ล่ะ หาเรื่องใส่ตัวแท้ ๆ เขาใจดีแค่ไหนแล้วที่ไม่เอาผมมาประจานให้คนรุมสาปเนี่ย
กดตอบรับเสร็จ ได้เห็นหน้าไทม์ไลน์เด้งชื่อแอ็กของผมกับไต้ฝุ่นว่าคบกัน ผมก็ราวกับคนโดนน้ำร้อนสาดหน้า รีบร้อนบอกปลายสายว่ากดรับแล้วเรียบร้อย ตอนนี้ง่วงมาก ขอไปนอนก่อนนะ แล้วก็รีบกดวางสายไปโดยที่ไต้ฝุ่นยังไม่ทันได้พูดอะไร
ผมปิดโทรศัพท์อย่างปอดแหก ไม่กล้าดูผลลัพธ์หลังจากนั้น ก่อนปิดจอก็ยังทันเห็นว่ามีคนกดไลก์แล้วด้วย
ยังไม่ถึงสิบวิเลยนะ พวกเขาไม่นอนกันหรือไง!
“ฮู่ว”
ผมพ่นลมหายใจออกมาเสียงดัง ยกมือขึ้นจับหน้าอก สัมผัสได้ถึงหัวใจที่กำลังเต้นกระหน่ำไม่หยุดมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว แบบนี้แย่แน่ มีแต่เรื่องทำให้ตกใจเต็มไปหมด
ผมนอนครุ่นคิดถึงแจ้งเตือนที่มองผ่าน ๆ ก่อนหน้านี้แต่ไม่ได้กดเข้าไปดู เดาว่ามันต้องเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับไต้ฝุ่นแน่นอน แล้วยิ่งผมกับเขาขึ้นสถานะด้วยกัน ไม่ต้องเดาเลยว่าอะไรจะเกิดขึ้น ก็คนที่ผมไปคบด้วยเป็นถึงคนดังเลยนะเว้ย
ถามว่าทำไมถึงดังน่ะเหรอ
แค่หน้าตาดีอย่างเดียวอาจไม่ทำให้เขาดังได้ขนาดนี้หรอก แต่ที่ทำให้ดังน่ะมาจากครอบครัวเขาล้วน ๆ
บ้านของไต้ฝุ่นเป็นตระกูลที่ทำธุรกิจอยู่ในแวดวงอสังหาฯ พี่สาวคนโตเป็นดีไซเนอร์ชื่อดัง พี่สาวคนรองเป็นนักแสดงหน้าใหม่มาแรงอยู่ที่จีน ส่วนตัวเขาก็เป็นนายแบบประจำให้กับแบรนด์เสื้อผ้าของพี่คนโต
สรุปสั้น ๆ เลยก็คือ ครอบครัวนี้เป็นคนดังและรวยมาก รวยแบบต้องย้ำถึงสามครั้ง! รวย รวย รวย!
พอคิดไปถึงครอบครัวอีกฝ่าย จู่ ๆ ผมก็หน้าซีดขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ เอ่อ…แล้วเด็กกะโปโลอย่างผมไปคบกับลูกชายคนเล็ก น้องคนเล็กของพวกเขาแบบนี้ มันจะไม่เป็นไรแน่เหรอ
ทายาทชายเพียงคนเดียวคบผู้ชาย แล้วอนาคตอาจจะต้องโดนผู้ชายทิ้งด้วย
เชี่ยแล้ว!
หาเรื่องตายแท้ ๆ เลยนี่หว่า ไอ้พวกเพื่อนเวรเอ๊ย ไม่น่าเล่นตามแฟนคลับเลย
สุดท้าย นายคิรินหนุ่มน้อยผู้น่ารักในสายตาของมารดาก็นอนไม่หลับทั้งคืน
ผมลุกขึ้นมาอาบน้ำด้วยอาการสะโหลสะเหลอย่างคนไม่มีแรง มองหน้าตัวเองผ่านกระจกในห้องน้ำ เห็นวงสีดำเด่นหราขึ้นมาใต้ตา ด้วยความที่ผมเป็นลูกครึ่งญี่ปุ่น ผิวเลยค่อนข้างขาวกว่าผิวคนไทยหลายเฉด พอใต้ตาคล้ำมันเลยโคตะระเด่น!
สวัสดี เราชื่อคิริน เป็นหมีแพนด้าสายพันธุ์ใหม่
ถุย! ยังจะมีอารมณ์เล่นอีก
วันนี้มีคลาสเรียนช่วงเช้า ต่อให้เมื่อคืนนอนไม่หลับและตอนนี้ก็ง่วงจนแทบจะหลับตาเดิน แต่สุดท้ายผมก็ต้องไปเรียนอยู่ดี
“น้องริน ไม่กินข้าวเช้าเหรอลูก”
เสียงแม่บังเกิดเกล้าตะโกนออกมาจากในครัว ผมที่อยู่หน้าประตูบ้านเตรียมจะออกแล้ว จึงหันไปตะโกนกลับด้วยเสียงอย่างกับคนไม่มีแรง
“ไม่กินฮะ”
“ทำไมเสียงแบบนั้นล่ะ”
“นอนไม่ค่อยหลับน่ะ เดี๋ยวรินไปแล้วนะ”
แล้วก็เหมือนเดิม ผมไม่ได้ต้องการให้แม่มาซักไซ้อะไรเพราะรู้ตัวเองดีว่าเป็นคนโกหกไม่เก่ง โดยเฉพาะเมื่ออยู่ต่อหน้าแม่แล้วด้วย ผมพูดจบก็รีบเปิดประตูออกจากบ้านไปทันที
Rrrrrr
ระหว่างนั่งเหม่อบนรถประจำทาง โทรศัพท์ที่กลับเข้าสู่โหมดโฟกัสแล้วพลันดังขึ้นมา ผมสะดุ้งเล็กน้อยก่อนควักขึ้นมาดู หน้าจอแสดงสายเรียกเข้าเป็นชื่อของเซฟ ปกติถ้าเพื่อนโทรมาผมจะรับไวเสมอ แต่ครั้งนี้ผมกลับนั่งจ้องหน้าจอนิ่งอย่างวัวสันหลังหวะ
ทำไมผมจะไม่รู้ล่ะว่ามันโทรมาด้วยเรื่องอะไร!
สายเรียกเข้าดับไปแล้ว ยังไม่ทันที่ผมจะได้ถอนหายใจ หน้าจอก็ปรากฏสายเรียกเข้าขึ้นมาอีกครั้ง หนนี้เป็นไต้ฝุ่น
“...”
ทำไมรู้สึกช่วงนี้ฮอตจัง ใคร ๆ ก็โทรหา
คงเพราะได้บอกความจริงกับเขาไปแล้ว จึงทำให้ผมค่อนข้างโล่งอกและไม่กดดันเท่ากับช่วงแรก หากเทียบกันแล้ว ระหว่างคนที่ผมยังไม่ได้เล่าอะไรให้ฟังอย่างพวกเพื่อนสามคน กับคนที่ผมสารภาพบาปหมดแล้วอย่างไต้ฝุ่น แน่นอนว่าตอนนี้ผมย่อมเลือกจะคุยกับคนหลังก่อน
อันที่จริงผมก็อยากจะบอกพวกเพื่อนไปตรง ๆ เหมือนกันว่า ผมแค่คบกับไต้ฝุ่นแบบหลอก ๆ แต่พอคิดอีกทีผมก็ไม่กล้าบอกอยู่ดี เห็นแบบนี้แต่เพื่อนสามคนนั้นค่อนข้างห่วงผม เหมือนห่วงน้องชายอะไรแบบนั้น
ถ้าบอกไป ผมกลัวว่าพวกมันจะไม่เห็นด้วย แล้วแล่นมาหาเรื่องไต้ฝุ่น ทั้งที่ความจริงแล้วคนผิดก็คือพวกเรานี่แหละ
ผมยังต้องเรียนกับไต้ฝุ่นอีกสองปีกว่า ไหนจะการที่เขามีแฟนคลับเยอะด้วย ถ้าเลี่ยงได้ก็ไม่อยากให้มีเรื่องกันเลย
อีกอย่างมันก็น่าอายอยู่นะ มีแฟนทั้งทีดันเป็นผู้ชายเนี่ย!
ถึงจะปลอม ๆ ก็เหอะ...
ท่ามกลางบรรยากาศอบอ้าวยามเย็น ชายหนุ่มร่างสูง หน้าตาหล่อเหลากำลังนั่งตบมือเชียร์ตามจังหวะเพลงด้วยความเบื่อหน่าย เมินทุกสายตาของเหล่ารุ่นพี่และเพื่อนร่วมชั้นปี ราวกับพวกเขาเป็นเพียงอากาศธาตุ“ดังอีก! เสียงมีแค่นี้เหรอวะ!!!”รุ่นพี่ปีสองที่สถาปนาตัวเองเป็นพี่ว้ากตะโกนออกมาเสียงดัง ทั้งที่จะใช้โทรโข่งก็ได้แต่กลับไม่ทำ คงเพราะต้องการให้รุ่นน้องได้เห็นถึงความน่าเกรงขามของตัวเอง ทว่าในสายตาเขามันกลับดูเหมือนฝูงลิงที่กำลังร้องแรกแหกกระเชอมากกว่า“ไอ้ฝุ่น รุ่นพี่กำลังมองมึงนะ ตั้งใจหน่อย”ทัพ เพื่อนสนิทที่ตามมาเรียนด้วยกันเอนตัวมากระซิบเสียงเบา ส่วนใบหน้ายังคงยิ้มแย้มประหนึ่งว่าชอบไอ้กิจกรรมนี่นักหนา“เออ”ไต้ฝุ่นถอนหายใจ เปล่งเสียงดังขึ้นกว่าเดิมอีกเล็กน้อย ย้ำว่าเล็กน้อย เรื่องอะไรที่เขาต้องมาคอแตกกับกิจกรรมบ้านี่ด้วย ไม่นึกว่ายุคนี้ก็ยังต้องโดนบังคับมาทำกิจกรรมรับน้องอยู่อีกอยากรู้จริง ๆ ว่าที่ประเทศอื่นมีกิจกรรมแบบนี้กันไหม นี่ถ้าไม่ติดว่าต้องอยู่ช่วยงานพี่ฝน เขาก็ไม่คิดจะเร
ขึ้นชื่อว่าวันสงกรานต์ แน่นอนว่าต้องเล่นน้ำอยู่แล้ว!วันนี้ผมและเดอะแก๊ง รวมถึงไต้ฝุ่นกับทัพจึงนัดกันมาเล่นน้ำใจกลางกรุงเทพ ผู้คนจากทุกสารทิศพากันหลั่งไหลมารวมตัวกันที่นี่อย่างอุ่นหนาฝาคั่ง แม้แต่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ตั้งใจบินมาเล่นน้ำที่ไทยก็มีเยอะมาก“ทำหน้าดี ๆ หน่อย” ผมยิ้มกว้าง พลางยกมือไปหยิกแก้มไต้ฝุ่นเบา ๆคุณชายที่ไม่ชอบความแออัดกลับทำหน้าบูดยิ่งกว่าเดิม “กลับกัน”“อะไรวะ เพิ่งมากันเองนะ” ทัพพูดขึ้นมา ก่อนหันไปเล่นกับพวกเซฟ เลิกสนใจพวกผมที่ยืนง้องอนกันอยู่ “พวกกูจะไปทางนู้นนะ”“เฮ้ย ไปด้วยดิ” ผมดึงมือไต้ฝุ่นที่ไม่ค่อยเต็มใจนักให้รีบตามไปแม้ร่างกายจะเคล็ดขัดยอกบ้างเล็กน้อย แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อการเล่นของผมหรอกนะส่วนสาเหตุที่เคล็ดขัดยอกน่ะเหรอ ก็เพราะไอ้คนด้านข้างนี่ไงล่ะ!พอผมบอกว่าจะไปเล่นน้ำกับเพื่อน นอกจากจะไม่ยอมให้ไปแล้ว ยังจับผมกินไปอีกหลายยกจนหนำใจตอนจะออกจากบ้าน พอเห็นว่าผมใส่แค่เสื้อกล้ามตัวบางกับกางเกงขาสามส่ว
วันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ ผมและผองเพื่อนนัดกันไว้ว่าจะไปเที่ยวสวนสนุกด้วยกัน แน่นอนว่ารวมท่านชายไต้ฝุ่นด้วย รายนั้นต่อให้ไม่ชวนก็พาตัวเองตามมาประกบผมไม่ห่างอยู่แล้วทว่าเมื่อมาถึงทางเข้า ผมก็ได้รับข่าวร้ายโอบต้องไปติวหนังสือให้รุ่นน้องที่มาขอร้องกะทันหัน เปาต้องไปต่างจังหวัดกับที่บ้าน ส่วนทัพรายนี้ไม่ได้ตกลงมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ตอนนี้จึงเหลือแค่ผม ไต้ฝุ่น และเซฟ“ฉิบ” ผมสบถเสียงเบาเราสามคนยืนมองหน้ากันไปมาอย่างไม่รู้จะพูดอะไร ลำพังถ้าผมมาแค่กับไต้ฝุ่นสองคนหรือมากับเซฟแค่สองคนก็ไม่เป็นไรหรอก แต่ตอนนี้ตรงหน้าผมราวกับมีเสือสองตัวอยู่ด้วยกันอย่างไรอย่างนั้นถึงทั้งสองคนจะไม่ได้ด่ากันให้ผมได้ยินนานแล้ว แต่ลึก ๆ ผมก็มองออกว่าพวกเขายังคงมีเขม่นกันอยู่บ้าง โดยเฉพาะไต้ฝุ่นที่ไม่รู้ทำไมถึงดูตั้งแง่กับเซฟนัก“เปลี่ยนไปกินข้าวแล้วแยกย้ายไหมล่ะ เหลือแค่นี้จะไปสนุกอะไร” เซฟกอดอก แม้ไม่ได้พูดออกมาแต่ดูก็รู้ว่าไม่อยากอยู่กันสามคนแบบนี้ส่วนไต้ฝุ่นรายนี้ไม่ต้องไปสนใจหรอก เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับผมล้วน ๆ ถ้าผมก
ผมตื่นขึ้นมาอีกครั้งเพราะเสียงโทรศัพท์ที่ดังไม่หยุด ร่างกายระบมตั้งแต่หัวยันนิ้วเท้ากันเลยทีเดียว ผมยกมือขยี้หัวอย่างหงุดหงิด ก่อนจะเอื้อมไปคว้าโทรศัพท์มาเวลาบนหน้าจอคือสิบเอ็ดโมง ส่วนคนที่โทรมาก็เป็นเซฟ“ฮัลโหล” ผมกรอกเสียงแหบ ๆ ลงไป[ทำไมเสียงเป็นงั้นวะ]ผมกระแอมคอเล็กน้อย “มึงมีอะไร”[จะมีอะไรล่ะ ก็จะโทรมาชวนไปกินข้าวเที่ยงเนี่ย อย่าบอกนะว่ามึงยังไม่ตื่น]“อือ” ผมตอบกลับตามตรง ก็ยังไม่ตื่นจริง ๆ นี่[นอนบ้าอะไรขนาดนั้นวะ แล้วไต้ฝุ่นล่ะ] เซฟทำน้ำเสียงเหลือเชื่อ“...” ผมเงียบไปเล็กน้อย ดวงตาเหลือบมองคนรักที่กำลังนอนกอดเอวตัวเองอยู่ “ไต้ฝุ่นก็นอน เมื่อคืนเมามาก”ใครจะไปบอกล่ะวะว่าเมื่อคืนตัวเองเข้าหอกับไต้ฝุ่นไปจนเกือบเช้า ถ้าพวกมันรู้เข้าละก็ มีหวังผมต้องโดนล้อแน่[แต่เมื่อคืนมันไม่ได้ดูเมาขนาดนั้นนี่หว่า คนที่เมาน่าจะมีแค่มึงนี่] เซฟยังคงพูดต่อแล้วมึงจะสงสัยอะไรนักหนาวะ บอกว่าเมาก็คือเมาสิ!“มันเมาไม่แสด
ผมกับไต้ฝุ่น รวมทั้งแก๊งเพื่อน จัดปาร์ตี้กันเหมือนคนตายอดตายอยาก กินกันไม่ยั้งชนิดที่อาหารทะเลไม่พอจนต้องไปซื้อเพิ่มกันเลยทีเดียว แถมไม่รู้ใครมันเอาเหล้าขึ้นมาอีกด้วยหนุ่มวัยรุ่นที่บรรลุนิติภาวะแล้วย่อมที่จะพุ่งใส่เหมือนเสือกระหาย กินกันเละเทะ จากที่เป็นคนอยู่ดี ๆ ก็เริ่มกลายร่างเป็นหมากันเลยทีเดียว“ม่ายอาว จา กิน อีก เอิ๊ก” ผมโวยวาย แข้งขาอ่อนแรง ตาเริ่มโฟกัสเบื้องหน้าไม่ได้ แต่ก็รู้ว่าคนที่ลากตัวเองอยู่คือคนรัก เพราะจำกลิ่นน้ำหอมของเขาได้“พอเถอะ นี่มันจะเที่ยงคืนแล้วนะ” ไต้ฝุ่นถอนหายใจ ผมเห็นราง ๆ ด้วยซ้ำว่าเขาหันไปเตะเซฟที่ยืนพิงทัพอยู่ “ใครใช้ให้เอาเหล้ามา”“กูใช้เอง” เซฟตอบเสียงยานคาง ดวงตาปรือปรอย ยังคงมีสติอยู่มากทีเดียว ไม่ได้มีทีท่าว่าจะโกรธที่โดนไต้ฝุ่นเตะ “พวกมึงก็กินกันอร่อยนี่”พูดไปแล้วก็จริงนั่นแหละ พวกผมกินกันสนุก แม้แต่ไต้ฝุ่นก็ยังกระดกไปหลายแก้วเลย เห็นแบบนั้นเขาจึงไม่ได้ต่อล้อต่อเถียง แต่ลากผมกลับเข้าห้องด้วยความรวดเร็วไต้ฝุ่นเพิ่งป
“เสร็จแล้วเหรอ” ผมถามพลางมองเขาที่แต่งตัวเต็มยศแล้วเรียบร้อยใบหน้าที่ปกติก็หล่อเหลาอยู่แล้ว ตอนนี้ถูกแต่งด้วยเครื่องสำอางอ่อน ๆ เส้นผมที่เคยปรกหน้าผากถูกเสยเก็บขึ้นไปอย่างเรียบร้อย ขับให้วงหน้าของเขาดูหล่อคมมากกว่าเดิม ไม่เหมือนคนอายุยี่สิบ แต่กลับเหมือนนักธุรกิจไฟแรงแทนร่างกายสูงโปร่ง มีความกำยำจากการออกกำลังกายเป็นประจำ พอมาอยู่ในชุดสูททางการสีขาวแล้วโคตรเข้ากันสุด ๆ ให้ตายสิ ผมชักจะหวงแล้วนะ“อืม” ไต้ฝุ่นยืนล้วงกระเป๋าพลางพยักหน้า“เอ่อ น้องคิรินก็ใกล้จะเสร็จแล้วจ้ะ ไต้ฝุ่นไปหาที่นั่งรอก่อนนะจ๊ะ” พี่คนหนึ่งพูดขึ้นด้วยอาการเหงื่อตก ท่าทางหวั่นเกรงเล็กน้อย เพราะเมื่อกี้พวกเขาเมาท์แฟนผมกันโขมงโฉงเฉงเลยนี่นา“รีบหน่อยนะครับ คิรินต้องกินข้าวก่อนถ่ายรูป” ไต้ฝุ่นพยักหน้า พูดจบก็เดินออกไปทันที“แหม ประเสริฐเหลือเกินพ่อคุณ” คล้อยหลังไต้ฝุ่นไป เหล่าช่างแต่งหน้าที่เมื่อกี้เกร็งจนแทบลืมหายใจก็พากันจีบปากจีบคอต่อ ทั้งยังหันมาคุยกับผมด้วย “ผัวพี่ไม่เห็นดูแลด






![หวนคืนลิขิตรัก [Mpreg]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
