Beranda / วาย / ผมเล่นเกมจนได้หนุ่มหล่อเป็นแฟน / ตอนที่ 10 ความตื่นเต้นเข้ามาหาไม่หยุดเลย

Share

ตอนที่ 10 ความตื่นเต้นเข้ามาหาไม่หยุดเลย

Penulis: Ferylin79
last update Terakhir Diperbarui: 2025-11-24 16:29:06

ก่อนที่สายเรียกเข้าจะตัดไป ผมก็กดรับเอาในวิสุดท้ายพอดี

“ฮัลโหล”

[อยู่ไหน]

อีกฝ่ายยังคงเป็นไต้ฝุ่นคนเดิม พูดน้อย ไม่อ้อมค้อม ยิงเข้าประเด็นทันที ผมเริ่มจะชินแล้วละ

“อ่า เอ่อ แถว xx”

ด้วยความที่ขึ้นรถมาผมก็เอาแต่เหม่อ เลยไม่ได้ดูว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ตรงไหนแล้ว พอชะโงกหน้ามองออกไปนอกหน้าต่าง ถึงได้เห็นว่ายังมาได้ไม่ถึงครึ่งทางด้วยซ้ำ ช่วงเวลาเร่งด่วนกับรถเมล์ ยังไงก็ไม่มีทางเร็วไปกว่ารถเล็กได้

[ลงป้ายหน้า]

“หา?” ผมเผลอร้องออกมาเสียงดัง จนป้าที่นั่งด้านข้างหันมามอง ผมได้แต่ก้มหัวขอโทษท่านเล็กน้อย พอตั้งสติได้เลยพอจะเดาออกว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร “วันนี้มีเรียนเช้าเหรอ”

[ไม่มี อาจารย์ยกคลาส] ไต้ฝุ่นตอบกลับสั้น ๆ ก่อนถามย้ำอีกรอบ [ลงหรือยัง]

“ให้ลงทำไม จะมารับ?” ผมแกล้งยียวน

[อืม]

ชิบ นี่ก็ตรงเกิน

“ไม่ใช่แฟนกันจริง ๆ สักหน่อย ไม่ต้องดูแลขนาดนี้ก็ได้มั้ง” ผมบ่นเสียงเบา ทว่ามือก็เอื้อมไปกดออด แล้วลงที่ป้ายรถเมล์อย่างที่อีกฝ่ายต้องการ

[ฉันไม่เคยทำอะไรเล่น ๆ แล้วก็ไม่ชอบหลอกใครด้วย]

“...”

ประโยคนี้มันหลอกด่าผมปะวะ

ลงจากรถเมล์มาได้ไม่นาน รถยุโรปเงาวับคุ้นตาก็ขับเข้ามาจอดเทียบท่าทันที ไม่ต้องรออีกฝ่ายลงมาเปิดประตูเชิญแบบในละคร ผมก็รีบกระโดดขึ้นไปทันทีอย่างรู้งาน

อย่างที่ไต้ฝุ่นบอกว่าวันนี้เขาไม่มีเรียน ชุดที่ใส่เลยเป็นชุดลำลองอย่างเสื้อเชิ้ตสีดำปลดกระดุมสามเม็ด กับกางเกงยีนสีเข้มขาดตรงเข่า เครื่องประดับอะไรก็ไม่มี เรียกว่าโคตรง่าย โคตรสบาย แต่โคตรหล่อฉิบหาย

น่าหมั่นไส้จริง!

“มาไวจัง อย่างกับมาดักรอ”

ผมแซวออกไปด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ ในใจคิดว่าไต้ฝุ่นน่าจะไปทำธุระทางนี้ละมั้ง ถึงได้แวะมารับ ผมหันไปดึงสายเบลต์มาคาด พอทุกอย่างเรียบร้อยถึงได้ยินเขาตอบกลับ

“อืม”

“ฮะ?”

ผมหันขวับไปมองหน้าอีกฝ่ายอย่างตกใจ รอยยิ้มแห้งลง ผมแค่แซวเล่นนะเว้ย อย่าจริงจังขนาดนั้นดิ ใจไม่ดี

“จะไปรับที่บ้านแต่คลาดกันก่อน ดีที่นายยังไปไม่ไกล”

“...”

คำตอบนี้ทำเอาผมรีบก้มหน้างุด ไม่กล้ามองหน้าอีกฝ่าย ริมฝีปากเม้มแน่น แล้วก็ไม่ล้อเล่นต่อแล้วด้วย แม่ง

“เป็นอะไร”

“เปล่า ง่วงนิดหน่อย” ผมเฉไฉ

“เช้า ๆ แบบนี้รถค่อนข้างติด ถ้าง่วงก็นอนก่อน เดี๋ยวปลุก”

ไม่ต้องอธิบายต่อว่าผมง่วงเพราะอะไร ก็เมื่อคืนตอนตีสองเรายังคุยกันอยู่เลย และต่อให้ไม่ได้คุยกัน แค่เห็นวงสีดำใต้ตา ถ้าตาไม่บอดก็ต้องรู้ว่าผมไม่ได้นอนเลย

ครั้งนี้ผมเริ่มรู้สึกว่าตัวเองโชคดีขึ้นมานิด ๆ แล้วที่ไต้ฝุ่นมารับ เพราะถ้ายังอยู่บนรถเมล์ ต่อให้ง่วงแทบตายก็ไม่กล้าหลับอยู่ดี

แต่ก็นะ คนที่โชคดีที่สุดก็คือไอ้หน้าหล่อด้านข้างคนนี้นี่แหละ เมื่อคืนเขาบอกว่านอนไม่หลับ วันนี้ก็ไม่มีเรียน ทำธุระอะไรเสร็จก็คงกลับไปนอนอุตุต่อที่บ้าน น่าอิจฉาชะมัด!

แน่นอนว่าผมที่ง่วงจนตาเปิดได้แค่ครึ่งเดียว ย่อมต้องรับน้ำใจนี้แบบไม่เล่นตัว แขนยกกระเป๋าเป้ขึ้นมากอดแล้วฟุบหน้าลงไป สติหายวูบภายในสามวิเพราะง่วงมาก

ท่ามกลางแอร์เย็นฉ่ำ ผมถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้ง พอหันออกไปด้านนอกก็เห็นว่าตอนนี้พวกเรามาถึงมหาวิทยาลัยแล้วเรียบร้อย ผมเบนสายตามองไปยังนาฬิกาดิจิทัลหน้ารถ เป็นเวลาแปดโมงสี่สิบแล้ว อีกยี่สิบนาทีก็จะเริ่มคลาสเรียน ถือว่ามาเร็วกว่าปกติเล็กน้อย

“ขอบใจนะ”

ผมหันไปพูดกับคนขับรถกิตติมศักดิ์ มือคว้ากระเป๋าเป้กำลังจะลงจากรถ ทว่า เสียงจากคนด้านข้างกลับทำเอาผมชะงักไป

“วันนี้มีเรียนแค่ช่วงเช้าใช่ไหม เดี๋ยวตอนเที่ยงมารับ”

ผมทำตาโตมองไต้ฝุ่น แค่มาส่งตอนเช้านี่ก็เกินพอแล้วมั้ง “จะมารับทำไม”

“ก็ไม่ทำไม แค่ว่าง”

“...”

เออ รู้ว่าว่าง

แต่คำตอบนี้ไม่ใช่สิ่งที่ผมอยากรู้เลยสักนิด ผมไม่เข้าใจเขาจริง ๆ ถึงเราจะขึ้นสถานะคบกันแล้วก็เถอะ แต่พวกเราต่างรู้ดีว่ามันเป็นแค่การคบหลอก ๆ เท่านั้น ทำไมไต้ฝุ่นจะต้องจริงจังขนาดนี้ด้วย

“ลงไปได้แล้ว ไม่ไปเรียนหรือไง” ไต้ฝุ่นเอ่ยเสียงเรียบ

“อะ เอ้อ ไปสิ”

ผมลงจากรถมาด้วยอาการใจลอย ความง่วงแทบจะหายเป็นปลิดทิ้ง ระหว่างเดินขึ้นตึกเรียน จู่ ๆ ก็มีกลุ่มคนมาขวางหน้าเอาไว้

ผมที่เอาแต่เดินหาเศษเหรียญบนพื้นชะงักเท้า พอเงยขึ้นมาเห็นหน้าพวกมัน ก็ทำเอาอยากวิ่งหนีไปเสียเดี๋ยวนั้นเลย

“ไง ไอ้คิรินลูกพ่อ” เปาทักทายด้วยรอยยิ้มเย็น

“กล้ามากนะไม่รับสายกู” เซฟกดเสียงต่ำ สายตาที่มองมามีแต่แววข่มขู่

“เมื่อกี้มีคนมาส่งเหรอ?” โอบชะเง้อคอมองออกไปด้านนอก

นี่ท่าทางคงเห็นกันหมดแล้วสินะ

“แหะ แหะ”

ผมยิ้มแหยให้เพื่อนสนิทต่างคณะ คอแทบจะหดเข้าไปในเสื้ออยู่แล้ว อุตส่าห์กะว่าจะหลบหน้าเพื่อทำใจก่อน ใครจะไปคิดว่าพวกมันดันจับมือกันมาดักรอแบบนี้!

ดูท่าผมจะหนีไม่รอดแล้วละ

เซฟยืนกอดอก “กูว่าเรามีเรื่องต้องคุยกันยาว”

“พวกมึงไม่มีเรียนเหรอ” ผมถามออกไป พยายามหาทางรอดที่มีอันน้อยนิด

“กูโดด/โดด/โดดสิ” สามเสียงประสานออกมาพร้อมเพรียง

ผมมองพวกมันตาเหลือก ลำพังเซฟกับเปาก็พอเข้าใจได้ แต่ไอ้โอบนี่ผมไม่อยากจะเชื่อเลย ว่าที่หมอฟันโดดเรียนแบบนี้จะไม่เป็นไรแน่เหรอ

สุดท้ายสามเสียงย่อมชนะอยู่แล้ว ผมโดนบังคับลากตัวไปที่คาเฟ่เจ้าประจำ ซึ่งตั้งไม่ไกลจากมหาวิทยาลัย ภายในร้านตกแต่งสไตล์มินิมอลขาวล้วน เป็นที่ชื่นชอบของนักศึกษามาก ๆ

เช้าตรู่แบบนี้จึงยังไม่มีคนเข้ามานั่ง จะมีก็เพียงแค่ชาวออฟฟิศหรือนักศึกษาที่แวะมาซื้อกาแฟเท่านั้น

“อ้าว เช้านี้ไม่มีเรียนกันเหรอจ๊ะ”

พี่เจ้าของร้านเดินมารับเมนู พลางทักทายพวกผมอย่างสนิทสนม สายตาที่มองกลุ่มพวกเรามีแต่ความเอ็นดู อย่างว่าแหละ ผมก็ไม่ได้อยากจะอวดหรอกนะ แต่พวกเราก็หน้าตาดีกันทั้งแก๊งจริง ๆ นั่นแหละ

“โดดน่ะครับ” เซฟตอบอย่างไม่ปิดบัง “พวกเราเอาแบบเดิมครับ”

“แหม รู้จักโดดเรียนกันด้วย” พี่เจ้าของร้านยิ้มกว้าง

ไม่! ผมไม่ได้อยากโดดสักหน่อย ผมโดนบังคับ

ขอโทษนะครับแม่ วันนี้ผมเป็นเด็กไม่ดีซะแล้ว

ผมมองไปที่พี่เจ้าของร้านตาละห้อย ในใจอัดอั้นไปหมด ท่าทางอย่างกับคนโดนลักพาตัว จนเซฟแอบหยิกเอวผมทีหนึ่งด้วยความหมั่นไส้

“โอ๊ย” ผมลูบเอวที่โดนหยิก หันไปค้อนใส่เพื่อนวงใหญ่

“น้อย ๆ หน่อย ทำอย่างกับถูกพวกกูลักพาตัว”

“...”

แล้วไม่ใช่เหรอวะ

ประโยคนี้ผมพูดแค่ในใจ ไม่กล้าเอ่ยออกไปมากกว่านี้ แค่นี้ดวงตาเพื่อนทั้งสามก็แทบจะลุกเป็นไฟอยู่แล้ว

“สรุปว่ายังไง เล่ามาให้หมด” เปาเอ่ยขึ้นอย่างไม่รอช้า สองแขนกอดอก หลังเอนพิงโซฟา ท่าทางอย่างกับพ่อกำลังเค้นลูกชายที่แอบหนีเที่ยว

ไม่ต้องถามว่าให้เล่าเรื่องอะไร เพราะมีเรื่องเดียวนี่แหละที่ผมยังไม่ได้บอกสามคนนี้

“เอ่อ มันก็ยาวอยู่” ผมอ้อมแอ้มพูดออกไป นิ้วชี้เขี่ยโต๊ะไปมาอย่างลีลา จนโดนโอบที่นั่งอยู่ตรงข้ามเตะขาเข้าให้หนึ่งที “โอ๊ย เล่าแล้ว ๆ”

ขืนยังชักช้าผมน่าจะเจ็บตัวกว่านี้แน่นอน

ผมไม่โกรธเพื่อนหรอกที่พวกมันมีท่าทางแบบนี้กัน ถึงจะชอบแกล้งผมบ่อย ๆ แต่กลับเป็นพวกมันที่ห่วงผมที่สุด

ที่ผมไม่กล้าบอกเพื่อนตั้งแต่แรก ทั้งที่พวกมันเองก็มีส่วนเกี่ยวข้อง ส่วนหนึ่งก็เพราะตกใจ คิดเอาว่าจะไปจัดการเรื่องนี้เองเงียบ ๆ แต่ไม่ทันรู้ตัว คนนอกดันเข้าใจว่าผมคบกับไต้ฝุ่นไปแล้วเนี่ยสิ แถมยังบานปลายจนไปขึ้นสถานะบนโซเชียลกันอีกด้วย!

ทั้งสามคนนี้คือเพื่อนสนิทที่สุด ผมไม่อยากให้ความสัมพันธ์ของพวกเราเป็นการปิดบังและโกหก เพราะหากพวกมันมารู้ทีหลัง อาจจะเสียความรู้สึกเอาได้

ผมตั้งใจว่าสักวันยังไงก็ต้องบอกอยู่แล้ว แต่ใครจะไปคิดว่าพวกนี้กลับทนไม่ไหว มาดักลักพาตัวกันไวขนาดนี้!

ให้ทำใจก่อนก็ไม่ได้!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ผมเล่นเกมจนได้หนุ่มหล่อเป็นแฟน   ตอนพิเศษ รักแรกพบไม่ได้มีแค่ในนิยาย

    ท่ามกลางบรรยากาศอบอ้าวยามเย็น ชายหนุ่มร่างสูง หน้าตาหล่อเหลากำลังนั่งตบมือเชียร์ตามจังหวะเพลงด้วยความเบื่อหน่าย เมินทุกสายตาของเหล่ารุ่นพี่และเพื่อนร่วมชั้นปี ราวกับพวกเขาเป็นเพียงอากาศธาตุ“ดังอีก! เสียงมีแค่นี้เหรอวะ!!!”รุ่นพี่ปีสองที่สถาปนาตัวเองเป็นพี่ว้ากตะโกนออกมาเสียงดัง ทั้งที่จะใช้โทรโข่งก็ได้แต่กลับไม่ทำ คงเพราะต้องการให้รุ่นน้องได้เห็นถึงความน่าเกรงขามของตัวเอง ทว่าในสายตาเขามันกลับดูเหมือนฝูงลิงที่กำลังร้องแรกแหกกระเชอมากกว่า“ไอ้ฝุ่น รุ่นพี่กำลังมองมึงนะ ตั้งใจหน่อย”ทัพ เพื่อนสนิทที่ตามมาเรียนด้วยกันเอนตัวมากระซิบเสียงเบา ส่วนใบหน้ายังคงยิ้มแย้มประหนึ่งว่าชอบไอ้กิจกรรมนี่นักหนา“เออ”ไต้ฝุ่นถอนหายใจ เปล่งเสียงดังขึ้นกว่าเดิมอีกเล็กน้อย ย้ำว่าเล็กน้อย เรื่องอะไรที่เขาต้องมาคอแตกกับกิจกรรมบ้านี่ด้วย ไม่นึกว่ายุคนี้ก็ยังต้องโดนบังคับมาทำกิจกรรมรับน้องอยู่อีกอยากรู้จริง ๆ ว่าที่ประเทศอื่นมีกิจกรรมแบบนี้กันไหม นี่ถ้าไม่ติดว่าต้องอยู่ช่วยงานพี่ฝน เขาก็ไม่คิดจะเร

  • ผมเล่นเกมจนได้หนุ่มหล่อเป็นแฟน   ตอนพิเศษ รับน้ำวันสงกรานต์

    ขึ้นชื่อว่าวันสงกรานต์ แน่นอนว่าต้องเล่นน้ำอยู่แล้ว!วันนี้ผมและเดอะแก๊ง รวมถึงไต้ฝุ่นกับทัพจึงนัดกันมาเล่นน้ำใจกลางกรุงเทพ ผู้คนจากทุกสารทิศพากันหลั่งไหลมารวมตัวกันที่นี่อย่างอุ่นหนาฝาคั่ง แม้แต่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ตั้งใจบินมาเล่นน้ำที่ไทยก็มีเยอะมาก“ทำหน้าดี ๆ หน่อย” ผมยิ้มกว้าง พลางยกมือไปหยิกแก้มไต้ฝุ่นเบา ๆคุณชายที่ไม่ชอบความแออัดกลับทำหน้าบูดยิ่งกว่าเดิม “กลับกัน”“อะไรวะ เพิ่งมากันเองนะ” ทัพพูดขึ้นมา ก่อนหันไปเล่นกับพวกเซฟ เลิกสนใจพวกผมที่ยืนง้องอนกันอยู่ “พวกกูจะไปทางนู้นนะ”“เฮ้ย ไปด้วยดิ” ผมดึงมือไต้ฝุ่นที่ไม่ค่อยเต็มใจนักให้รีบตามไปแม้ร่างกายจะเคล็ดขัดยอกบ้างเล็กน้อย แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อการเล่นของผมหรอกนะส่วนสาเหตุที่เคล็ดขัดยอกน่ะเหรอ ก็เพราะไอ้คนด้านข้างนี่ไงล่ะ!พอผมบอกว่าจะไปเล่นน้ำกับเพื่อน นอกจากจะไม่ยอมให้ไปแล้ว ยังจับผมกินไปอีกหลายยกจนหนำใจตอนจะออกจากบ้าน พอเห็นว่าผมใส่แค่เสื้อกล้ามตัวบางกับกางเกงขาสามส่ว

  • ผมเล่นเกมจนได้หนุ่มหล่อเป็นแฟน   ตอนพิเศษ ยังชอบอยู่ไหม

    วันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ ผมและผองเพื่อนนัดกันไว้ว่าจะไปเที่ยวสวนสนุกด้วยกัน แน่นอนว่ารวมท่านชายไต้ฝุ่นด้วย รายนั้นต่อให้ไม่ชวนก็พาตัวเองตามมาประกบผมไม่ห่างอยู่แล้วทว่าเมื่อมาถึงทางเข้า ผมก็ได้รับข่าวร้ายโอบต้องไปติวหนังสือให้รุ่นน้องที่มาขอร้องกะทันหัน เปาต้องไปต่างจังหวัดกับที่บ้าน ส่วนทัพรายนี้ไม่ได้ตกลงมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ตอนนี้จึงเหลือแค่ผม ไต้ฝุ่น และเซฟ“ฉิบ” ผมสบถเสียงเบาเราสามคนยืนมองหน้ากันไปมาอย่างไม่รู้จะพูดอะไร ลำพังถ้าผมมาแค่กับไต้ฝุ่นสองคนหรือมากับเซฟแค่สองคนก็ไม่เป็นไรหรอก แต่ตอนนี้ตรงหน้าผมราวกับมีเสือสองตัวอยู่ด้วยกันอย่างไรอย่างนั้นถึงทั้งสองคนจะไม่ได้ด่ากันให้ผมได้ยินนานแล้ว แต่ลึก ๆ ผมก็มองออกว่าพวกเขายังคงมีเขม่นกันอยู่บ้าง โดยเฉพาะไต้ฝุ่นที่ไม่รู้ทำไมถึงดูตั้งแง่กับเซฟนัก“เปลี่ยนไปกินข้าวแล้วแยกย้ายไหมล่ะ เหลือแค่นี้จะไปสนุกอะไร” เซฟกอดอก แม้ไม่ได้พูดออกมาแต่ดูก็รู้ว่าไม่อยากอยู่กันสามคนแบบนี้ส่วนไต้ฝุ่นรายนี้ไม่ต้องไปสนใจหรอก เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับผมล้วน ๆ ถ้าผมก

  • ผมเล่นเกมจนได้หนุ่มหล่อเป็นแฟน   ตอนพิเศษ  ความลับไม่มีในโลก แต่นี่มันก็ไวไปไหม?

    ผมตื่นขึ้นมาอีกครั้งเพราะเสียงโทรศัพท์ที่ดังไม่หยุด ร่างกายระบมตั้งแต่หัวยันนิ้วเท้ากันเลยทีเดียว ผมยกมือขยี้หัวอย่างหงุดหงิด ก่อนจะเอื้อมไปคว้าโทรศัพท์มาเวลาบนหน้าจอคือสิบเอ็ดโมง ส่วนคนที่โทรมาก็เป็นเซฟ“ฮัลโหล” ผมกรอกเสียงแหบ ๆ ลงไป[ทำไมเสียงเป็นงั้นวะ]ผมกระแอมคอเล็กน้อย “มึงมีอะไร”[จะมีอะไรล่ะ ก็จะโทรมาชวนไปกินข้าวเที่ยงเนี่ย อย่าบอกนะว่ามึงยังไม่ตื่น]“อือ” ผมตอบกลับตามตรง ก็ยังไม่ตื่นจริง ๆ นี่[นอนบ้าอะไรขนาดนั้นวะ แล้วไต้ฝุ่นล่ะ] เซฟทำน้ำเสียงเหลือเชื่อ“...” ผมเงียบไปเล็กน้อย ดวงตาเหลือบมองคนรักที่กำลังนอนกอดเอวตัวเองอยู่ “ไต้ฝุ่นก็นอน เมื่อคืนเมามาก”ใครจะไปบอกล่ะวะว่าเมื่อคืนตัวเองเข้าหอกับไต้ฝุ่นไปจนเกือบเช้า ถ้าพวกมันรู้เข้าละก็ มีหวังผมต้องโดนล้อแน่[แต่เมื่อคืนมันไม่ได้ดูเมาขนาดนั้นนี่หว่า คนที่เมาน่าจะมีแค่มึงนี่] เซฟยังคงพูดต่อแล้วมึงจะสงสัยอะไรนักหนาวะ บอกว่าเมาก็คือเมาสิ!“มันเมาไม่แสด

  • ผมเล่นเกมจนได้หนุ่มหล่อเป็นแฟน   ตอนพิเศษ ไม่นอนกับคนสกปรก

    ผมกับไต้ฝุ่น รวมทั้งแก๊งเพื่อน จัดปาร์ตี้กันเหมือนคนตายอดตายอยาก กินกันไม่ยั้งชนิดที่อาหารทะเลไม่พอจนต้องไปซื้อเพิ่มกันเลยทีเดียว แถมไม่รู้ใครมันเอาเหล้าขึ้นมาอีกด้วยหนุ่มวัยรุ่นที่บรรลุนิติภาวะแล้วย่อมที่จะพุ่งใส่เหมือนเสือกระหาย กินกันเละเทะ จากที่เป็นคนอยู่ดี ๆ ก็เริ่มกลายร่างเป็นหมากันเลยทีเดียว“ม่ายอาว จา กิน อีก เอิ๊ก” ผมโวยวาย แข้งขาอ่อนแรง ตาเริ่มโฟกัสเบื้องหน้าไม่ได้ แต่ก็รู้ว่าคนที่ลากตัวเองอยู่คือคนรัก เพราะจำกลิ่นน้ำหอมของเขาได้“พอเถอะ นี่มันจะเที่ยงคืนแล้วนะ” ไต้ฝุ่นถอนหายใจ ผมเห็นราง ๆ ด้วยซ้ำว่าเขาหันไปเตะเซฟที่ยืนพิงทัพอยู่ “ใครใช้ให้เอาเหล้ามา”“กูใช้เอง” เซฟตอบเสียงยานคาง ดวงตาปรือปรอย ยังคงมีสติอยู่มากทีเดียว ไม่ได้มีทีท่าว่าจะโกรธที่โดนไต้ฝุ่นเตะ “พวกมึงก็กินกันอร่อยนี่”พูดไปแล้วก็จริงนั่นแหละ พวกผมกินกันสนุก แม้แต่ไต้ฝุ่นก็ยังกระดกไปหลายแก้วเลย เห็นแบบนั้นเขาจึงไม่ได้ต่อล้อต่อเถียง แต่ลากผมกลับเข้าห้องด้วยความรวดเร็วไต้ฝุ่นเพิ่งป

  • ผมเล่นเกมจนได้หนุ่มหล่อเป็นแฟน   ตอนที่ 39 ตลอดไปนี่นานขนาดไหน

    “เสร็จแล้วเหรอ” ผมถามพลางมองเขาที่แต่งตัวเต็มยศแล้วเรียบร้อยใบหน้าที่ปกติก็หล่อเหลาอยู่แล้ว ตอนนี้ถูกแต่งด้วยเครื่องสำอางอ่อน ๆ เส้นผมที่เคยปรกหน้าผากถูกเสยเก็บขึ้นไปอย่างเรียบร้อย ขับให้วงหน้าของเขาดูหล่อคมมากกว่าเดิม ไม่เหมือนคนอายุยี่สิบ แต่กลับเหมือนนักธุรกิจไฟแรงแทนร่างกายสูงโปร่ง มีความกำยำจากการออกกำลังกายเป็นประจำ พอมาอยู่ในชุดสูททางการสีขาวแล้วโคตรเข้ากันสุด ๆ ให้ตายสิ ผมชักจะหวงแล้วนะ“อืม” ไต้ฝุ่นยืนล้วงกระเป๋าพลางพยักหน้า“เอ่อ น้องคิรินก็ใกล้จะเสร็จแล้วจ้ะ ไต้ฝุ่นไปหาที่นั่งรอก่อนนะจ๊ะ” พี่คนหนึ่งพูดขึ้นด้วยอาการเหงื่อตก ท่าทางหวั่นเกรงเล็กน้อย เพราะเมื่อกี้พวกเขาเมาท์แฟนผมกันโขมงโฉงเฉงเลยนี่นา“รีบหน่อยนะครับ คิรินต้องกินข้าวก่อนถ่ายรูป” ไต้ฝุ่นพยักหน้า พูดจบก็เดินออกไปทันที“แหม ประเสริฐเหลือเกินพ่อคุณ” คล้อยหลังไต้ฝุ่นไป เหล่าช่างแต่งหน้าที่เมื่อกี้เกร็งจนแทบลืมหายใจก็พากันจีบปากจีบคอต่อ ทั้งยังหันมาคุยกับผมด้วย “ผัวพี่ไม่เห็นดูแลด

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status