LOGINธีร์เป็นคนมีเพื่อนฝูงค่อนข้างมาก สังคมของเขาแตกต่างจากสังคมของเธอราวฟ้ากับเหว และเธอไม่คิดว่าจะมีเพื่อนของเขาจำเธอได้ด้วย น้อยครั้งที่เขาแนะนำเธอกับเพื่อนๆ หญิงสาวรู้ฐานะของตนเองดี เธอแต่งงานกับธีร์ด้วยภาวะจำยอมและมีกำหนดเวลา แม้ท้ายที่สุดแล้วเลิกราหย่าร้างกันไปตามที่ได้ตกลงกัน เธอจะเป็นคนที่สูญเสียมากที่สุดก็ตาม
“คุณณิชง่วงแล้วหรือครับ”
“ยังค่ะ ณิชว่าจะเข้าไปดูเด็กๆในครัวหน่อย”
“ออกไปนั่งคุยด้วยกันสิครับ คนอื่นๆอยากรู้จักผู้หญิงที่สยบนายธีร์ได้ทั้งนั้น”
สยบที่ไหน ก็แค่จดทะเบียนสมรสด้วยเหตุผลทางธุรกิจ ไม่ได้มีความรักเข้ามาพัวพัน น่าภูมิใจอย่างไร ณิชาค่อนอยู่ในอก แล้วบอกปัดอย่างสุภาพ
“ณิชคุยไม่เก่งค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะ”
มีแววผิดหวังในดวงตาของชายที่เรียกตัวเองว่าเก้าอย่างแจ่มชัด ก่อนที่เขาจะรับคำอย่างยอมจำนนในที่สุด “ครับ”
ณิชายิ้มให้อีกฝ่ายแล้วขอตัวเดินเข้าไปในครัวจากนั้น
ชายหนุ่มมองตามหลังของณิชาจนลับสายตา ถึงเดินกลับไปยังโต๊ะ กระแทกตัวลงนั่ง คว้าแก้วขึ้นดื่มด้วยสีหน้าเซ็งๆ เมื่อนึกได้ก็ถามขึ้นลอยๆกับเพื่อนผู้เป็นเจ้าของบ้าน
“แปลกนะ ยัยลีอาไม่มาด้วย”
“ติดธุระมั้ง”
“อย่างยัยนั่นมีธุระอะไรสำคัญกว่าปาร์ตี้วะ” เก้าบอกขำขำ ก่อนถามต่อด้วยน้ำเสียงอ่อนลง ลอบสังเกตสีหน้าของเจ้าของบ้านไปพลาง ถามอย่างเกรงๆ “ว่าแต่ ได้ข่าวลิลลาบ้างไหม”
“ได้ยิน...เห็นว่าท้องลูกแฝด”
“เอ้ย นายรู้แล้วหรือ”
“ลีอาบอก”
“ยัยนี่ไวกว่ากูอีก” เก้าถามหยั่งเชิงอีกที “ตัดใจได้หรือยังวะคุณธีร์”
คนถูกถามยักไหล่ไม่ว่าอะไร ไม่ตอบคำถามให้รู้ สายตาก็ดูเรียบนิ่งจนคาดเดาไม่ออกว่าคิดเห็นเป็นประการใด เมื่อคนรักที่เลิกรากันไปแล้วนั่นท้องกับเศรษฐีชาวดูไบแถมยังได้ลูกฝาแฝดในครรภ์อีกด้วย
ยกเหล้าขึ้นจิบอีกรอบ บ่นเสียงไม่ดังไม่เบานัก
“เสียดายคุณณิชไม่มานั่งคุยด้วย”
ธีร์ชะงักหน่อยเดียว ด้วยความรู้สึกยากจะบรรยายที่มีคนกล่าวถึงณิชาด้วยอาการห่วงหาฉันท์ชู้สาวเช่นนี้ แม้จะเป็นลูกพี่ลูกน้องที่สนิทกันมากอย่างเก้าก็ตาม ถามขรึมๆออกไป “เจอ?”
“เออ เดินชนกันเมื่อกี๊ คุณธีร์ครับ กูบอกตามตรงเลยนะ คุยกันแมนๆ มึงเบื่อคุณณิชเมื่อไรกูขอเถอะ”
รอยยิ้มของธีร์กระตุกขึ้นในเสี้ยววินาที ไม่ใช่ยิ้มด้วยอารมณ์ที่ดีนักตรงข้ามเสียด้วยซ้ำ พร้อมกับหัวใจที่เหมือนถูกช็อตด้วยไฟฟ้าแรงสูงหลังจากได้ยินว่ามีคนสนใจเมียตัวน้อยของเขา สายตาคมปราบนั่นก็ดูผิดไปจากที่พูดจาถึงลิลลาอย่างเห็นได้ชัด แค่นเสียงถาม มีแววเยาะในน้ำเสียงมาด้วย
“ของเหลือเนี่ยนะ”
“ก็กูชอบ มึงแม่งทำไมได้แต่ของดีดีวะ ทำบุญด้วยอะไรบอกกูดิ๊”
ธีร์ยิ้มให้กับคำพูดกระแหนะกระแหนแล้วบอกถึงสิ่งที่เพื่อนเองก็มีดีไม่ต่างกัน “เด็กคุณสวยๆทั้งนั้นนี่ครับคุณเก้า”
“แต่กูชอบแบบเมียมึง” บอกพร้อมกับวางแก้วในมือลง สบตาเพื่อนถามด้วยน้ำเสียงที่ลดความดังลงมาเกินครึ่ง “อีกนานไหมวะ แผนมึงถึงจะบรรลุน่ะ”
ธีร์เมินสายตาไปทางอื่น ยกแก้วในมือขึ้นจิบค่อยตอบ
“ไม่เกินสิ้นปี”
“เยส! ขอบใจมากเว้ยคุณธีร์”
สายตาดำเข้มของธีร์เป็นประกายวาววับ ก่อนยิ้มมุมปากคิดถึงเรื่องที่เขาทำมาบางส่วนและกำลังเดินหน้าทำมันต่อไป โดยมีณิชาเป็นหมากตัวหนึ่งในเกมของตนเองอย่างสาสะใจ
ณิชายังไม่ได้ปลีกตัวไปไหน หญิงสาวยังวนเวียนอยู่ช่วยเด็กรับใช้เก็บของและดูแลอาหารพร้อมเครื่องดื่มที่ในห้องครัวอยู่จนงานเลี้ยงเริ่มซาแขกเหรื่อร่อยหรอลง เหลือบมองดูเวลาก็เห็นว่าล่วงเข้าวันใหม่ไปกว่าสามสิบนาทีแล้ว ความเหนื่อยล้าและง่วงงุนเข้าครอบงำจึงสั่งงานเด็กๆให้เก็บส่วนที่เหลือจากที่ตนเองจัดแจงไว้แล้ว ถึงได้กลับห้องของตนเองเพื่ออาบน้ำเข้านอน เธอไม่คิดจะไปรอธีร์ที่ห้องอย่างที่เขาสั่งการเอาไว้ เพราะเห็นหลังไวไวว่าขึ้นรถขับออกไปกับหญิงสาวแสนสวยคนนั้นที่นั่งคุยกันหลังจากที่เธอลุกจากตักเขามาแล้ว
คืนนี้คงไปจบที่ห้องของหญิงสาวคนที่ขับรถออกไปด้วยกัน
ดีแล้ว เธอจะได้นอนหลับให้สบาย หลังจากที่เตรียมงานเลี้ยงให้เขามาทั้งวัน
ณิชาแทบหลับในทันทีที่ทิ้งศรีษะลงบนหมอน จากที่หลับสนิทก็ฝันไปว่าตนเองกำลังจมลงในทะเลลึก เธอว่ายน้ำหนีพวกปลาตัวใหญ่และดุร้ายในท้องทะเลกว้างแล้วก็ถูกปลาหมึกยักษ์รัดเสียแน่นหายใจแทบไม่ออก เสียงหวานครางประท้วงออกมาเบาๆในลำคอ
“ฮื้อ”
นอกจากอึดอัด ร่างกายของเธอยังร้อนวูบวาบขึ้นอีกด้วย หลังจากถูกปลาหมึกยักษ์ร้ายกาจตัวนั้นรัดเสียแน่น นี่มันอะไรกัน ความฝันแบบนี้ทำให้เธอเหมือนหายใจไม่ออก สิ่งใดกันแน่ที่กำลังรบกวนการนอนของเธออยู่ แว่วเสียงเรียกชื่อของเธอดังมาจากที่ไหนสักที่ไกลๆ
“ณิช หนูณิช”
เสียงเรียกนั่นมาพร้อมกับแรงรัดปลุกเร้าบนเรือนร่างของเธอ ณิชาขานรับอย่างมึนงง สับสนไปหมดว่าความฝันหรือความจริงกันแน่ ได้ยินเสีงตนเองขานตอบออกไปด้วย
“คะ”
“ผมบอกว่าให้ไปรอที่ห้องไง”
เสียงบอกนั่นคุ้นเสียจนเธอเห็นหน้าของคนก่อกวนลอยเข้ามาในโสตประสาทแล้ว ณิชาพลิกตัวหนี แต่อย่างไรก็หนีไม่พ้นเสียที งึมงำบอกด้วยความงัวเงีย
“ณิชง่วง”
“ผัวไม่นอน นอนก่อนผัวได้ยังไงกัน อกตัญญู”
“คุณธีร์ อื้อม์ ไม่นะคะ”
เสียงหวานที่ครางประท้วงด้วยความง่วงงุนแปรปรวนเป็นครวญด้วยกระสันรัญจวนหลังถูกปลุกเร้าอย่างหนักหน่วง กลิ่นเหล้าที่ปะปนมากับลมหายใจอุ่นจัดถูกป้อนมาพร้อมกับจุมพิตและเรียวลิ้นแสนร้อนผ่าว
“ผมจะไม่อยู่สามวันเชียวนะ ต้องให้คุ้มหน่อยสิ”
ได้ยินเรื่องคุ้มไม่คุ้มก็เหมือนกับเป็นแรงปลุกชั้นดี ความโกรธพุ่งพล่านเข้ามาแทนที่ความง่วงงุน หญิงสาวตื่นตัวในที่สุดกระแทกหมัดเล็กๆใส่นักลงทุนตัวเอ้ที่กำลังตักตวงรสสวาทจากเธอเต็มแรง
“อะไร”
ธีร์ถามสวนกลับมา คล้ายจะเห็นครู่หนึ่งว่าเขาขำแทนที่จะโกรธที่เธอกระแทกหมัดไร้พิษสงใดๆใส่แผงอกของเขา
“คิดแต่จะเอาเปรียบกัน คุ้มตั้งแต่เดือนแรกที่คุณธีร์แต่งงานแล้วล่ะค่ะ”
“ดูพูดจา ชักร้ายใหญ่นะเรา แล้วนี่ต่อยผมทำไม หืมม์”
ธีร์ว่าเธอพร้อมหัวเราะในลำคออย่างกับว่าถูกใจอะไรนักหนา เขาถามแต่ไม่ยักรอคำตอบของเธอ เสียงงึมๆงำๆอะไรนั่นเธอไม่ได้ยินมันอีกแล้ว เพราะถูกเขาปั่นป่วนด้วยประสบการณ์อัน
มากล้น หัวสมองของเธอชะงักงัน ความง่วงถูกตีจนกระเจิดกระเจิงด้วยความรู้สึกอื่น
“ก็บอกแล้วไงว่าถึงเช้า”
“ณิชไม่ไหวค่ะ ณิชง่วง”
ณิชายังคงสู้อุตส่าห์ต่อต้านเขา รู้ว่าสู้รบกับอีกฝ่ายไม่ได้ และธีร์ไม่เคยขืนใจเธอแม้เพียงครั้ง
“แต่ผมยังไหว”
ธีร์งึมงำบอกชิดริมฝีปากของเธอ เปลี่ยนอาการง่วงงุนให้เป็นความเร่าร้อนลุกฮือแผดเผากันและกันได้อย่างง่ายดายจนเช้าอย่างที่เขาว่าเอาไว้จริงๆ
“ได้โปรดค่ะ ณิช ณิช...”ครางเสียงแผ่วคล้ายขาดใจ ผวาเข้ารับแรงกระแทกกระทั้นไม่หวาดหวั่น ดวงตาของธีร์หรี่ปรือสะท้อนบ่งบอกว่าอารมณ์สมในรสสวาทของเขานั้นเกือบสุดทางแล้ว ทั้งสองกอดรัดปลดปล่อยเมื่อได้รับการปลดปล่อยพร้อมๆกันในจังหวะเดียวนั่นเอง เสียงครางยาวระบายความซ่านสุขหลั่งรินจนหมดสิ้นความต้องการในนาทีนั้นธีร์รู้ตัวในลมหายใจที่กำลังดำรงอยู่ว่าเขามีความสุขจากเรือนกายของณิชามากขนาดไหน แนบร่างลงหาอีกครั้งทั้งที่ยังไม่ถอดถอนตัวตนที่ยังขึงแข็งออกมาจากเธอ ณิชาสะดุ้งเฮือกขึ้นสุดตัว หญิงสาวพร้อมกับบทรักของเขาขึ้นอีก เธอบดเบียดตัวเข้าหาบอกให้รู้ด้วยภาษากายว่ายินยอมกับศึกในสนามกามารมณ์ที่ก่อตัวขึ้นอีกครั้ง ครั้งนี้ยาวนานจนเหงื่อโชกชุ่มไปทั้งเรือนร่างก่อนถูกปลุกเร้าขึ้นใหม่ให้ชุ่มขึ้นอีกครั้งอยู่เป็นนานจนหญิงสาวนอนพับไปกับอกแกร่งๆของชายผู้เป็นสามีในเวลาต่อมา“ผมเคยคิดนะว่าอยากไปอยู่บนเกาะส่วนตัว โดยไม่ต้องมีใครมาคอยวุ่นวายด้วย” เสียงเขาบอกขณะไล้นิ้วเกลี่ยไปบนผิวนวลเนียนของคนในอ้อมกอด เผลอตัวดอมดมแก้มนุ่มอย่างมันเขี้ยว ณิชาหลับๆตื่นๆครางรับเขางึมงำเบาแสนเบาแต่เพราะใกล้กันมากชนิดที่เนื้อแนบเนื้อจึงได
คงเพราะความอ่อนเพลีย เหนื่อยอ่อนในใจจึงทำให้ณิชาหลับสนิทตลอดคืน หญิงสาวลืมตาตื่นขึ้นก็พบว่าตนเองนอนอยู่เพียงลำพังในห้องนอนไม่กว้างมาก ค่อยๆดันตัวขึ้นนั่งแล้วมองไปรอบๆก็ระลึกได้ว่าธีร์ฉุดเธอลงเรือมาตั้งแต่เมื่อคืนนี้แล้วต้องรอให้เขาอารมณ์เย็นลง เธอไม่เขลาขนาดที่ว่าจะกระโดดเรือแล้วว่ายน้ำกลับฝั่งไปในตอนนี้ นั่นเท่ากับฆ่าตัวตายชัดๆเดินเข้าไปในห้องน้ำ พบว่าแปรงสีฟัน สบู่เหลว เครื่องใช้ข้าวของส่วนตัวของเธอในนั้นพร้อมสรรพ จึงจัดแจงล้างหน้าอาบน้ำให้สดชื่นค่อยเดินออกมายังด้านนอก เห็นว่าธีร์ยืนนิ่งตรงดาดฟ้า เลยออกไปเมียงมองว่าเขาทำอะไรที่ตรงนั้น“ตื่นเสียที ผมแขวนท้องรอคุณจนไส้กิ่ว”“รอทำไมคะ หิวก็ไม่กินอะไรไปก่อน” บอกด้วยน้ำเสียงเรียบๆไม่ให้แสดงอารมณ์ใดๆออกไปเขาวางคันเบ็ดลงแล้วคว้าข้อมือของเธอตรงไปยังห้องอาหาร กินอาหารเช้าด้วยกันแล้วก็เป็นเวลาเกือบๆสิบเอ็ดนาฬิกาแล้ว เรียบร้อยเขาเอ่ยปากชวน เหเหมือนไม่เคยมีเรื่องราวบาดหมางอะไรกันมาก่อน“ไปตกปลากัน”“ไม่ค่ะ ไม่ชอบตกปลา”“มาเถอะ”เขาไม่ได้ชวนแต่น่าจะเป็นคำสั่งมากกว่า ธีร์ถนัดอยู่แล้วเรื่องบังคับพอรู้มาบ้างว่าธีร์โปรดปรานกีฬาอยู่หลายชนิด ด้วยอ
“อ้อ คุณธีร์อยู่สินะ ตอนเจอพี่หนึ่งน่ะ”“อือ” ณิชาพยักหน้ารับ“ไม่ใช่ว่า…” ปารมีวิเคราะห์อย่างที่เห็นความน่าจะเป็นณิชาถาม เมื่อเพื่อนไม่พูดให้จบ “อะไรหรือปา”“หึงน่ะสิ”ณิชาเบ้หน้า ส่ายศรีษะช้าๆ บอกอย่างหนักแน่น “ไม่มีทาง คุณธีร์ไม่ได้รู้สึกแบบนั้นกับณิชแน่นอน”“อ้าว ว่าได้เหรอ ผู้ชายบางคนนะหนูณิช ปากแข็งจะตาย ท่ามาก ฟอร์มเยอะไง”ณิชาเชื่อว่าผู้ชายอย่างที่ปารมีว่ามา แต่ไม่ใช่ธีร์แน่นอน แล้วเอ่ยแซ็วไป “อย่างกับตัวเองมีแฟนมาเยอะแยะ โสดไม่ใช่?”สองสาวคุยกันอีกไม่กี่คำ ดนัยก็มาปรากฏตัวขึ้นที่ร้าน เขามองเห็นณิชาในแวบแรกที่กวาดสายตาหา แล้วตรงมาที่โต๊ะทันที ปารมีทักยิ้มๆ“มาไวจังพี่หนึ่ง”“พักข้างบนนี่เอง แล้วเราพักที่ไหนกัน”บอกชื่อที่พักไป ดนัยก็ว่า“หนูณิชไม่ได้พักที่นั่นหรือคะ” ดนัยเอ่ยชื่อโรงแรมดังที่เขาพบณิชากับธีร์ที่นั่น ณิชามีสีหน้าแปรเปลี่ยนไป ปารมีจึงรับขัดขึ้น เพราะเดี๋ยวเพื่อนรักจะเกิดอาการบ่อน้ำตาตื้นขึ้นมาอีก“พี่หนึ่งมาทีหลังต้องเลี้ยงนะ”ดนัยยิ้มก่อนมองทางณิชาด้วยสายเปิดเปลือยความในใจ“ได้ครับ เลี้ยงตลอดชีวิตเลยก็ยังได้”ดนัยหยอดทันทีที่มีจังหวะ แต่แล้วปารมีก็จะขัดอยู่ตลอดเ
“เราแต่งงานกัน ต้องรู้จักการให้เกียรติซึ่งกันและกัน นี่อะไร”ได้ยินเขาพูดมาแบบนั้นแล้วพลันนึกหยันธีร์ในใจ ให้เกียรติอย่างนั้นหรือ ใครกันแน่ที่ควรร้องขอกับเรื่องการให้เกียรตินี่ ก่อนผุดความจริงเรื่องหนึ่งขึ้นมาในหัวโต้เขาเสียงสั่น“อย่างนั้นหรอกหรือคะ นึกว่าเพราะฉันเคยสนิทกับพี่หนึ่งมาก่อนเสียอีก คุณถึงพาลอย่างกับเด็กไม่มีเหตุผล”ธีร์ยิ้มพรายทีเดียวเมื่อเห็นภรรยา คนที่เคยเงียบมาตลอด เปิดปากเถียง นึกสนุกขึ้นในนาทีนั้น “นั่นก็อีกเหตุผล”“นึกไว้ไม่ผิด” บอกด้วยใบหน้ามัวหมองลง พ้อเสียงเบาหวิวอย่างลืมตัวเพราะความโกรธ ความอัดอั้นผสมปนเปกันจนไม่เป็นตัวของตัวเองเท่าไรนัก “ฉันไม่น่าแต่งงานกับคุณตั้งแต่แรก”ได้ยินเสียงหวานตัดพ้อ เกิดเสียววาบขึ้นในอก เธอพูดออกมาได้อย่างไรว่าไม่น่าแต่งงานกับเขาตั้งแต่แรก ธีร์ถามอย่างกับจะหาเรื่อง“ทำไม!”“…” ณิชานิ่งไม่ตอบ เขาก็ยั่วเธอ“...หรือที่คิดว่าผมเลือกแต่งงานด้วยนี่เพราะผมแอบหลงรักคุณตั้งแต่แรกเจอ เอ...หรือคิดว่าพอได้อยู่ด้วยกัน ผมจะใจอ่อนเห็นความดีของคุณ” เสียงเขาเย้าโทสะได้ดีนัก ณิชาทำได้เพียงแค่นยิ้มเมื่อสิ่งที่เขากล่าวมานั้น มันมีส่วนที่เคยคิดอยู่บ้าง แ
ณิชาปิดประตูห้องลงแล้วยืนพิงพร้อมพ่นลมหายใจอย่างโล่งอก เธอเกิดอาการแปลกๆขึ้นมาได้อย่างไร เพียงแค่เห็นแผงอกของธีร์พลันให้เกิดความรู้สึกพลุ่งพล่านอย่างกับพวกสาวร้อนรัก ใช่ว่าไม่เคยเห็น อิงแอบแนบชิดกันเสียหน่อย เธอกับธีร์เป็นสามีภรรยาร่วมเตียงมานานหลายเดือนแล้วด้วย ร่วมเรียงเคียงเพียงกายไร้ซึ่งความรักจากหัวใจของเขาแล้วรีบปัดความคิดว้าวุ่นนั่นออก จัดแจงนำเสื้อผ้าออกมาแขวนไว้ในตู้ นึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้เก็บของให้ธีร์เลยตรงไปที่ประตู เปิดออกอย่างไวก็พบว่าธีร์ยืนนิ่งอยู่ตรงหน้าประตูห้องของเธอแล้ว ท่าทางเขาดูตกใจเมื่อเห็นเธอเปิดประตูออกมาพอดี ธีร์ชะงักไปเพียงนิดเดียวก่อนเอ่ยปากขอ...“ผมปวดหัว คุณมียามาด้วยไหม”“สักครู่นะคะ”ว่าแล้วหันกลับไปเปิดกระเป๋าหายาสามัญประจำบ้านที่มักติดไปไหนมาไหนด้วยเสมอ เดินตรงมาที่เขายืนส่งให้“นี่ค่ะ” แล้วเอียงตัวหลบเขาไปทางมินิบาร์บอกขึ้น “เดี๋ยวณิชไปรินน้ำให้นะคะ”ไม่นานก็ได้แก้วน้ำมาให้เขา ธีร์รับไปถือแล้วเลยนึกขึ้นได้ “ณิชไปเก็บเสื้อผ้าให้นะคะ”เขาพยักหน้าอย่างแกนๆมองตามหลังไปไม่ได้พูดอะไรอีก เธอปรนนิบัติเขาอย่างดีข้อนี้ธีร์ไม่เถียง แต่ไอ้เรื่องที่อยากให้ทำทำไ
“โฮ...น่าเสียดายมากหนูณิช” เคยไปที่นั่นไม่กี่ครั้ง แต่จำบรรยากาศได้แม่นยำ อากาศดีมาก หากมีเงินหนาแน่นลงทุนดีดีเสียหน่อย รับรองว่าก่อรายได้ไม่น้อยทีเดียว“ขายไปร้อยล้าน”ณิชาบอกเสียงหงอยๆ เจ้าหล่อนเองยิ่งกว่าเสียดายเสียอีก ตอนนี้ก็ได้แต่ทำใจ นึกเสียว่าที่ตรงนั้นไม่ใช่ของของเรา “คุณธีร์ซื้อให้หนูณิชหรือเปล่า” “ไม่มีทาง” ณิชาสวนออกมาทันที ธีร์ไม่ทำอะไรแบบนั้นแน่“ไม่แน่นะ เชื่อปาไหมว่าคุณธีร์ต้องใจอ่อนหลงรักความน่ารักของเพื่อนปา”ณิชาฝืนยิ้ม ตาหวานปนโศกเศร้ามากกว่าเดิมเมื่อคิดว่าที่ปารมีพูดนั้นเป็นไปไม่ได้เลยสักเรื่องเดียวไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เขาซื้อที่ที่เคยเป็นของมารดาเพื่อเอามามอบให้เธอ หรือลงทุนให้อะไรก็แล้วแต่ แล้วก็เรื่องที่เขาอาจใจอ่อนหลงรักเธอ ไม่มีทางเป็นไปได้เลยแม้แต่เรื่องเดียว แยกย้ายจากปารมีแล้วก็ตรงกลับบ้านในทันที ก่อนกลับเพื่อนรักของเธอยังพาไปเดินแถวโซนชุดว่ายน้ำแล้วก็ยัดเยียดชุดว่ายน้ำวาบหวิวมาให้เธออีกสามชุด แต่ละชุดนั่นไม่ได้ต่างจากชุดนอนที่เคยให้มาคราวนั้นแม้แต่น้อยจากวันที่เธอพบธีร์ควงสาวเข้าร้านเพชรก็ไม่ได้พบเขาอีกเลยจนถึงคืนหนึ่งก่







