Masukวันเวลาในบ้านไร่ของป้าสายผ่านไปอย่างเชื่องช้า แต่ทว่าเต็มไปด้วยความเร่าร้อนซ่อนเร้นสำหรับเมษา ทุกเช้าที่ตื่นขึ้นมา แสงแดดยามเช้าสาดส่องกระทบผ้าม่านบางเบา เธอจะสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดระคนสุขสมที่ยังคงตราตรึงอยู่ในร่างกายจากการที่เธอและลุงชัชแอบลักลอบพบกันในยามค่ำคืนที่ผ่านมา
เมษาพยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุดในยามกลางวัน เธอช่วยป้าสายทำงานบ้าน ออกไปเก็บผักในสวนหลังบ้าน หรือบางครั้งก็เดินไปช่วยลุงชัชดูแลสวนมะม่วง ถึงแม้จะอยู่ต่อหน้าป้าสาย แต่ทุกครั้งที่สายตาของเธอสบเข้ากับดวงตาคมเข้มของลุงชัช ประกายไฟแห่งความปรารถนาก็จะแล่นผ่านถึงกันอย่างเงียบงัน มันเป็นเหมือนภาษากายที่ทั้งสองเข้าใจกันเป็นอย่างดี โดยที่ไม่ต้องเอ่ยคำใดออกมา
ในแต่ละวัน บทสนทนาระหว่างเมษาและลุงชัชจะถูกจำกัดอยู่เพียงเรื่องทั่วไปของงานในไร่ หรือเรื่องราวของธรรมชาติรอบตัว แต่ในทุกถ้อยคำ ทุกสายตาที่สบกัน ทุกสัมผัสที่บังเอิญแตะต้องกันโดยไม่ตั้งใจ ล้วนแฝงไปด้วยแรงดึงดูดทางกายที่รุนแรง
เมษาไม่ได้รู้สึกผูกพันทางใจลึกซึ้ง แต่เป็นความตื่นเต้นและความปรารถนาที่กำลังกัดกินเธออย่างช้าๆ มันคือความต้องการที่จะได้ปลดปล่อยและรับเอาความเร่าร้อนจากเขาเท่านั้น
ค่ำคืนคือเวลาที่ความลุขของพวกเขาเบ่งบาน พลบค่ำเมื่อป้าสายเข้านอนแล้ว เมษาจะแอบย่องออกจากห้องอย่างเงียบกริบ เธอจะตรงไปยังต้นมะม่วงใหญ่หลังบ้าน ที่ซึ่งชัชจะรอเธออยู่เสมอ
ภายใต้ความมืดมิดและแสงจันทร์สลัวๆ พวกเขาจะกอดจูบกันอย่างดูดดื่ม ปลดปล่อยความปรารถนาที่ถูกเก็บกดมาตลอดวันออกมาอย่างไม่มีขีดจำกัด เสียงลมพัดใบมะม่วงไหวระริกคลอเคล้ากับเสียงครางกระเส่าของคนทั้งคู่ ราวกับธรรมชาติรอบตัวกำลังเป็นพยานรักให้กับความสัมพันธ์ทางกายนี้
แต่แล้ว ความสงบสุขที่ถูกสร้างขึ้นอย่างเปราะบางก็เริ่มสั่นคลอน
วันหนึ่ง ขณะที่เมษากำลังช่วยป้าสายคัดแยกมะม่วงอยู่ที่ใต้ถุนบ้าน ป้าสายก็เอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่แฝงไปด้วยความหมายบางอย่าง
“หนูเมษ์… เอกเป็นอย่างไรบ้างลูก ทางนั้นสบายดีไหม” คำถามของป้าสายทำให้เมษาสะดุ้งเฮือก มือของเธอชะงักไปชั่วขณะ เธอรู้สึกเย็นวาบไปทั้งร่าง ราวกับถูกน้ำเย็นสาดเข้าใส่
เธอเงยหน้าขึ้นมองป้าสาย ใบหน้าของป้าสายยังคงสงบนิ่ง แต่ดวงตาของท่านนั้นมองลึกเข้ามาในดวงใจของเธอ ราวกับอ่านความคิดของเธอออกทั้งหมด
“สบายดีค่ะป้า” เมษาตอบเสียงสั่น
“เขา… เขาก็ทำงานของเขาตามปกติค่ะ” ป้าสายพยักหน้าช้าๆ
“ป้าก็เป็นห่วงเอกเหมือนกันนะลูก ป้าเห็นหนูมาอยู่ที่นี่นานแล้ว”
“คือ… คือเมษ์อยากช่วยงานป้าให้เต็มที่น่ะค่ะ” เมษาพยายามหาข้ออ้าง
“แล้วก็… คิดถึงป้าด้วยค่ะ” ป้าสายยิ้มบางๆ
“ป้ารู้ว่าหนูเป็นเด็กดีลูก… แต่บางเรื่องมันก็ต้องคิดให้ดีๆ นะ” คำพูดของป้าสายทำให้เมษารู้สึกเหมือนถูกบีบหัวใจ เธอรู้ว่าป้าสายกำลังเตือนเธออยู่ ท่านรู้เห็นทุกอย่าง แต่ก็เลือกที่จะไม่พูดออกมาตรงๆ ท่านเพียงแค่พยายามจะชี้ทางให้เธอได้คิด
หลังจากนั้นไม่นาน วรินท์ก็เริ่มโทรศัพท์มาหาเมษาบ่อยขึ้น น้ำเสียงของเขาบ่งบอกถึงความคิดถึงและความเป็นห่วง เขามักจะถามว่าเมษาจะกลับบ้านเมื่อไหร่ และบ่นว่าเขาเหงาที่อยู่บ้านคนเดียว
เมษารู้สึกผิดทุกครั้งที่ได้ยินเสียงของเขา มันเป็นความผิดที่กัดกินใจเธออย่างรุนแรง เธอพยายามหลีกเลี่ยงการพูดคุยกับเขาให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ก็ทำได้ยากเหลือเกิน เพราะเขาคือสามีของเธอ
เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือดังขึ้น เมษาเหลือบมองหน้าจอ เป็นชื่อของพี่เอก เธอสูดหายใจลึกๆ พยายามทำใจให้สงบ ก่อนจะกดรับสาย
“ฮัลโหลค่ะพี่เอก” เมษาพยายามปรับเสียงให้เป็นปกติที่สุด
“ที่รัก! คุณสบายดีไหม อยู่ที่นั่นเป็นยังไงบ้าง” เสียงของพี่เอกดังลอดออกมาจากปลายสาย ฟังดูอบอุ่นและคิดถึง
“สบายดีค่ะพี่เอก ที่นี่ก็เรื่อยๆ ค่ะ” เมษาตอบ พลางเหลือบมองไปทางประตูห้องราวกับกลัวว่าจะมีใครได้ยิน
“พี่คิดถึงเมษ์จะแย่แล้วรู้ไหมเนี่ย บ้านเราเงียบเหงาไปหมดเลยไม่มีเมษ์อยู่” เสียงวรินทร์เจือไปด้วยความตัดพ้อ เมษารู้สึกผิดขึ้นมาจับใจ
“เมษ์ก็… ก็คิดถึงพี่เอกค่ะ” คำพูดนั้นออกไปได้ยากเย็นแสนเข็ญ
“แล้วจะกลับเมื่อไหร่ล่ะ นี่ก็หลายวันแล้วนะ พี่เหงาจนแทบจะขาดใจอยู่แล้ว” เมษาบ่ายเบี่ยง
“คือ… เมษ์ยังอยากช่วยป้าสายไปก่อนน่ะค่ะ ป้าสายดูจะงานเยอะ”
“โธ่… ไม่เป็นไรหรอกมั้ง เมษ์มาพักผ่อนไม่ใช่เหรอ?”
“ไม่ใช่หรอกค่ะ พี่เอก เมษ์อยากอยู่ช่วยป้าสายจริงๆ ค่ะ” เมษาพยายามเน้นย้ำคำพูดของเธอให้ดูน่าเชื่อถือ
“ก็ได้ๆ ถ้าเมษ์ว่าอย่างนั้นนะ แต่พี่คิดถึงเมษ์มากจริงๆ อยากเจอหน้าเมษ์จะแย่แล้ว” วรินทร์พูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อนอีกครั้ง เมษารู้สึกเหมือนถูกบีบหัวใจ เธอพยายามจบการสนทนาให้เร็วที่สุด
“ค่ะพี่เอก เดี๋ยวเมษ์โทรหาใหม่นะคะ พอดีป้าสายเรียกแล้วค่ะ”
“โอเคจ้ะ รักนะ”
“ค่ะ” เมษาตอบสั้นๆ แล้วรีบกดวางสายทันที
เธอรู้สึกเหมือนน้ำตาจะไหลออกมา เธอรู้สึกผิดต่อพี่เอกเหลือเกิน ความรู้สึกผิดนั้นไม่ใช่เพราะเธอมีใจให้ชายอื่น แต่เป็นเพราะเธอหลอกลวงสามีและมีความสัมพันธ์ทางกายกับชายอื่นต่างหาก เธอไม่สามารถหักห้ามใจจากแรงดึงดูดทางเพศจากลุงชัชได้เลย
วันหนึ่ง วรินท์โทรศัพท์มาและบอกว่าเขาจะมาหาเมษาที่บ้านไร่ในวันหยุดสุดสัปดาห์ที่จะถึงนี้ คำพูดของเขาทำให้เมษาถึงกับมือเย็นเฉียบ เธอแทบจะทำโทรศัพท์หลุดมือ หัวใจของเธอเต้นรัวแรงด้วยความตกใจและหวาดหวั่น
“พี่เอกจะมาที่นี่เหรอคะ” เมษาถามเสียงตะกุกตะกัก
“ก็พี่คิดถึงเมษ์นี่นา เมษ์อยู่ที่นั่นนานเกินไปแล้วนะ” วริทน์ตอบด้วยน้ำเสียงออดอ้อน
“แต่… แต่ว่า… ที่นี่มันลำบากนะคะ พี่จะสะดวกรึเปล่าก้ไม่รู้ จะลำบากป้าสายรึเปล่า” เมษาพยายามหาข้ออ้างอีกครั้ง
“ไม่เป็นไรหรอก พี่โทรไปคุยกับป้าสายแล้ว ป้าสายบอกว่ายินดีต้อนรับ” วรินท์พูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ
เมษาเงียบไป เธอไม่รู้จะตอบเขาได้อย่างไร เธอรู้สึกเหมือนตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
เธอวางโทรศัพท์ลงด้วยความรู้สึกสับสน เธอเดินไปที่สวนมะม่วง มองเห็นลุงชัชกำลังยืนรดน้ำต้นไม้ใกล้ๆ หัวใจของเธอเจ็บแปลบขึ้นมาทันที ความเจ็บปวดนั้นมันคือความกังวลว่าความสัมพันธ์ทางกายที่เธอโหยหาจะถูกปิดกั้น หรือดีไม่ดีอาจจะถูกเปิดเผย เธอจะทำอย่างไรดีเมื่อวรินท์มาที่นี่ เธอจะปกปิดความลับนี้ได้อย่างไร เธอจะมองหน้าลุงชัชได้อย่างไรเมื่อวรินท์อยู่ตรงหน้า
ภายในห้องสวีตหรูหรากว้างขวางบนชั้น 21 ของโรงแรมชื่อดังย่านสุขุมวิท 22 บรรยากาศยามค่ำคืนถูกโอบล้อมด้วยความเงียบสงบและเป็นส่วนตัว เบื้องหลังผนังกระจกใสบานใหญ่จากพื้นจรดเพดานเผยให้เห็นทัศนียภาพอันตระการตาของมหานครยามค่ำคืน แสงไฟระยิบระยับจากหมู่ตึกระฟ้าสูงตระหง่านทอดประกายระยับแข่งกับดวงดาวบนฟากฟ้า ขณะที่สายธารแห่งแสงไฟจากยานพาหนะบนท้องถนนเบื้องล่างไหลรินทอดยาวเป็นเส้นสายสีส้มแดงระเรื่อ งดงามราวกับภาพวาดที่มีชีวิตใหญ่ทิ้งตัวลงนั่งไขว่ห้างเอนหลังพิงพนักโซฟาตัวใหญ่หนานุ่ม หันหลังให้กับวิวสวยริมกระจกหน้าต่างบานใหญ่ ใบหน้าคมคายประดับรอยยิ้มบาง ๆ อย่างคนคุมเกม ก่อนจะเอ่ยปากถามขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ"เอกมีข้อห้ามอะไรเป็นพิเศษไหม... เช่น เอ่อ… ห้ามประตูหลัง หรืออะไรที่น้องเมย์ไม่ชอบเป็นพิเศษหรือเปล่า..."วรินทร์ที่นั่งอยู่ใกล้กันชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะคลี่ยิ้มออกมาด้วยแววตาที่เริ่มฉายแววตื่นเต้นเร้าใจ"มีอยู่เรื่องเดียวครับพี่... อย่าบังคับฝืนใจจนเกินไป และอย่าทำให้น้องเมย์เจ็บตัวก็พอครับ... นอกนั้นพี่จัดเต็มที่ได้เลย..." วรินทร์เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่เจือความตื่นเต้นระคนกระสันซ่านอย่างปิดไม่ม
เสียงนกกาเหว่าตัวใหญ่ส่งเสียงร้องกังวานก้องกังสดาลรับอรุณรุ่งของวันหยุด ท่ามกลางบรรยากาศยามเช้าอันแสนสงบเงียบที่หาได้ยากยิ่งใจกลางกรุงเทพมหานคร สายลมธรรมชาติพัดโชยกลิ่นไอความชื้นของดินและกลิ่นหอมระรวยของมวลดอกไม้ นานาพันธุ์ที่แข่งกันผลิบานในสวนหลังบ้าน ลอดผ่านกรอบหน้าต่างบานใหญ่ที่เปิดกว้างรับอากาศบริสุทธิ์เข้ามาจนเต็มห้องเมษายืนพิงขอบหน้าต่างห้องนอน ทอดสายตามองออกไปเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกผ่อนคลาย ภาพที่ปรากฏคือความร่มรื่นเขียวขจีของสวนกว้างขนาดใหญ่หลังบ้าน ซึ่งเต็มไปด้วยแมกไม้และต้นไม้ใหญ่ขึ้นรกครึ้มหนาแน่นตามธรรมชาติ ราวกับยกผืนป่าขนาดย่อมมาไว้กลางเมืองกรุง กิ่งก้านสาขาแผ่ขยายให้ร่มเงาร่มรื่น ฝูงนกน้อยตัวเล็ก ๆ ต่างพากันบินโฉบเฉี่ยวและกระโดดโลดเต้นหยอกล้อกันจากกิ่งนั้นไปยังกิ่งนี้อย่างอารมณ์ดีมือเรียวเล็กถือแก้วกาแฟเซรามิกอุ่น ๆ ไว้ ไอความร้อนสีขาวเป็นละอองบางพวยพุ่งลอยกรุ่นขึ้นปะทะอากาศยามเช้า ริมฝีปากอวบอิ่มยกยิ้มขึ้นน้อย ๆ อย่างมีความสุข ท่ามกลางความรื่นรมย์และความสงบเงียบสงัด ที่ถูกโอบล้อมด้วยธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ซึ่งหลงเหลืออยู่เป็นพื้นที่สีเขียวอันล้ำค่า ท่ามกลางป่าคอนกรี
แสงแดดยามสายสาดส่องลอดผ่านรอยพับของผ้าม่านเนื้อบางเข้ามาภายในห้องนอน เคลื่อนตัวทาบทับลงบนผิวเนื้อและร่างที่นอนหลับสนิทของวรินทร์ ลมหายใจสม่ำเสมอยามหลับใหลค่อย ๆ สูดลึกยาวขึ้น ก่อนที่เปลือกตาหนาจะค่อย ๆ เผยอขึ้นกะพริบถี่ ๆ เพื่อปรับรับแสงสว่างจ้าที่สาดเข้ามาเขากระพริบตาถี่ ๆ หยัดกายขึ้นเล็กน้อยพร้อมกับหยีตา,มองออกไปทางหน้าต่างบานใหญ่ สายลมยามสายพัดเอื่อยนำพาความเย็นสบายเข้ามาสัมผัสผิวแก้ม ก่อนที่เขาจะพลิกตัวหันกลับมาหมายจะโอบกอดร่างบางที่เคยนอนแนบชิดกันอยู่ตลอดทั้งคืนทว่า พื้นที่บนเตียงนอนข้างกายกลับว่างเปล่า...วรินทร์ขมวดคิ้วมุ่นเล็กๆ เขากวาดสายตามองสำรวจรอบห้องนอน ก่อนจะมองผ่าบบานประตูห้องน้ำที่เปิดแง้มเอาไว้เข้าไปข้างใน แต่ภายในห้องน้ำกลับว่างเปล่าไร้เงาของภรรยาเช่นกัน"ทำไมตื่นเช้าจังนะ..." วรินทร์พึมพำกับตัวเองเบา ๆ ด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล รอยยิ้มบาง ๆ ระบายขึ้นบนมุมปากอย่างผ่อนคลายจากความอิ่มเอมใจในค่ำคืนที่ผ่านมา ความรู้สึกสบายเนื้อสบายตัวและความอบอุ่นยังคงหลงเหลืออยู่ในความรู้สึกเขาเลิกผ้าห่มผืนหนาออก ค่อย ๆ สไลด์ตัวขยับมานั่งห้อยขาลงที่ขอบเตียงนอน กวาดสายตามองบรรยากาศยามสายที่
เวลาเกือบตีสอง ภายในห้องนอนที่ควรจะสงบเงียบกลับอบอวลไปด้วยความร้อนรุ่มที่ยังคงคั่งค้างอยู่ในอกของวรินทร์ ภาพเหตุการณ์เมื่อครู่ที่ระเบียงห้องยังคงวนเวียนฉายซ้ำอยู่ในหัว สมองของเขาสั่งการให้จินตนาการถึงเรือนร่างเปลือยเปล่าของเมียรักที่ถูกชายอื่นกระหน่ำกระแทกกระทั้นจนน้ำรักพุ่งทะลัก ความเป็นชายภายใต้กางเกงนอนพองขยายและปวดหนึบบวมเป่งราวกับระเบิดเวลา แม้ว่าเขาจะเพิ่งใช้มือรูดรั้งปลดปล่อยลาวาความเร่าร้อนออกมาพร้อมกับคนทั้งคู่ไปแล้ว แต่มันก็ยังไม่เพียงพอที่จะดับไฟตัณหาที่สุมอกอยู่ดีวรินทร์สไลด์ตัวขึ้นไปนอนราบลงบนเตียง ดึงผ้าห่มผืนหนามาคลุมกาย ดวงตาวาวโรจน์แข็งค้างจ้องมองเพดานในความมืดอย่างคนนอนไม่หลับ ในขณะที่หูคอยเงี่ยฟังเสียงความเคลื่อนไหวจากภายนอก เฝ้ารอคอยว่าเมื่อไหร่เมียรักจะกลับเข้ามาในห้องนอนเสียทีแกร็ก!เสียงลูกบิดโลหะดังขึ้นแผ่วเบาที่หน้าประตู ก่อนที่บานประตูไม้จะค่อย ๆ แง้มเปิดออกอย่างไร้เสียง ร่างเปลือยเปล่าเนียนนุ่มของเมษาเร้นกายเข้ามาในห้องอย่างเงียบเชียบ เธอเหลียวกลับไปจัดการงับบานประตูห้องปิดลงอย่างระมัดระวังที่สุด โดยที่เรือนร่างระหงไม่มีเสื้อผ้าอาภรณ์ติดกายเลยแม้แต่ชิ้นเด
ชัชเร่งจังหวะสะโพกแกร่งโหมกระหน่ำซอยกระแทกกระทั้นเข้าใส่ร่างระหงอย่างดุดันและบ้าคลั่งยิ่งกว่าเดิมตั่บ! ตั่บ! ตั่บ! พรับ! พรับ!เสียงเนื้อกระทบกันดังสนั่นก้องกังวานไปทั่วระเบียงบ้านในยามวิกาล ประสานกับเสียงครางกระเส่าเร่าร้อนระรัวไม่เป็นศัพท์ของเมษา ทุกจังหวะการโถมกระหน่ำซอยยิบราวกับพายุไฟที่กำลังแผดเผาเสียงครางหวานกระเส่าและถ้อยคำร่านสวาทที่หลุดลอดออกมาจากริมฝีปากของเมียรัก ทำเอาวรินทร์ที่ยืนแอบซุ่มมองอยู่ถึงกับยืนนิ่งอยู่กับที่ไม่ได้ สองขาของเชาสั่นระริกด้วยความอัดอั้นที่ถั่งโถมอยู่ภายใน แก่นกายภายใต้กางเกงนอนปวดหนึบจนแทบจะระเบิด มือหนาต้องเอื้อมลงมากำรูดแก่นกายของตัวเองขึ้นลงตามจังหวะสวาทเบื้องหน้าอย่างลืมตัว เพื่อระบายความเสียวซ่านที่แผดเผาอยู่ในอกจนแทบทนไม่ไหว"อูยยย... ซี้ดดด... ผัวขา... เย็ดแรงอีกค่ะ... เมียชอบควยใหญ่ ๆ ของผัว... กระแทกเข้ามาให้มิดควยผัวเลยค่ะ... ซี้ดดด...!"เมษาร้องครวญครางยั่วเย้าด้วยแววตาฉ่ำเยิ้ม สองมือจิกเกร็งราวระเบียงไม้แน่นเพื่อรับแรงกระแทกที่โถมซัดเข้ามาอย่างไม่ยั้งมือ"อีร่านเอ๊ย... หีมึงนี่มันตอดรัดควยกูดีชิบหาย... ร่านนักนะมึง...!"ชัชคำรามลั่นด้วยค
เสียงกระซิบกระซาบแผ่วเบาของทั้งสองยังคงลอยมาปะทะโสตประสาทของวรินทร์เป็นระลอก ฟังได้ศัพท์บ้างไม่ได้ศัพท์บ้าง เนื่องจากน้ำเสียงที่พยายามกดให้ต่ำลงอย่างสุดกำลัง เพื่อไม่ให้ดังพอที่จะปลุกให้เขาตื่นขึ้นมารับรู้เรื่องราวอันน่าอัปยศอดสูที่กำลังดำเนินอยู่เบื้องหน้าเมื่อระแวงว่าสามีหนุ่มอาจจะรู้ตัว เมษาหันกลับมามองสำรวจท่าทีของเขาที่ยังนอนนิ่งสนิทอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบกระซาบกับชายสูงวัยด้วยแววตาที่พราวระยับไปด้วยประกายความกระสันซ่าน ทั้งคู่หยัดกายลุกขึ้นยืน นิ่งมองร่างที่ทำทีเป็นนอนหลับใหลไม่รู้เรื่องรู้ราวของเขานิ่งอยู่ชั่วครู่เพื่อความแน่ใจ ก่อนที่ภาพบาดตาจะปรากฏขึ้น—เมษาโน้มลำตัวลงประกบเรียวปากอวบอิ่มเข้ากับริมฝีปากของชายวัยดึกอย่างดูดดื่มและยาวนาน ราวกับคนหลงใหลในรสสวาทและติดตรึงในกามารมณ์ของอีกฝ่ายอย่างถอนตัวไม่ขึ้น"ไปค่ะ..." เสียงกระซิบแผ่วพร่าลอดมาจากริมฝีปากของเมีย ก่อนที่เธอจะเอื้อมมือไปจับจูงมือหนาของชายชู้ให้ค่อย ๆ ก้าวเดินออกจากห้องนอนไปอย่างเงียบเชียบ เมษาหันกลับมาจัดการงับบานประตูห้องปิดลงอย่างแผ่วเบาที่สุด โดยที่ร่างเปลือยเปล่าทั้งสองร่างไม่ได้มีเสื้อผ้าอา
วรินทร์ขึ้นหยัดกายลุกขึ้นจากโซฟาช้าๆ จงใจจัดปกเสื้อให้เรียบร้อย สายตาของเขาจดจ้องไปที่ เมษา ซึ่งบัดนี้กึ่งนั่งกึ่งนอนหมดแรงอยู่ท่ามกลางชายหนุ่มสองคน ทรวงอกอวบหยุ่นภายใต้ซาตินสีแชมเปญสะท้อนแสงไฟวิบวับตามจังหวะหอบหายใจที่ยังไม่คงที่"เดี๋ยวพี่จะออกไปซื้อของมาเติมสักหน่อย ตอนเย็นกะปิดไปหน่อย" วรินทร์พ
เมื่อตกค่ำ ชัชก็ขับรถกลับมาที่บ้านไร่ เขามองเห็นรถของวรินท์จอดอยู่หน้าบ้าน ทำให้เขารู้ว่าวรินท์ยังไม่ได้กลับไป ชัชเดินลงจากรถด้วยสีหน้าเรียบเฉย เขามองไปที่บ้านพักที่เมษาและวรินท์พักอยู่ แววตาของเขาฉายแววความไม่พอใจเล็กน้อย"เมื่อไหร่มันจะกลับวะ!!!" ชัชสบถกับตัวเองเบาๆ พลางเดินส่วยหัว ก้มหน้าเข้าครั
ห้องนอนเล็ก ๆ ในบ้านไร่ถูกกลืนกินด้วยความมืดสนิท แสงสลัวสีเทาหม่น จากนอกหน้าต่างแทรกผ่านม่านผ้าดิบบางเบาเข้ามาเพียงริบหรี่ สร้างเงาที่ยาวและบิดเบี้ยว วรินท์ไม่ได้อยู่บนเตียง แต่เลือกนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ข้างเตียง ในมุมที่เงาทอดทับเขาไว้เกือบมิด มือของเขากำแน่น บนพนักแขนจนข้อนิ้วขาวโพลน ดวงตาของเขาวาวว
ในคฤหาสน์หรูสไตล์โมเดิร์นที่ตั้งอยู่บนเนินเขาอันเงียบสงบในย่านชานเมืองกรุงเทพฯ ซึ่งโอบล้อมด้วยสวนป่าเมืองร้อนที่จัดแต่งอย่างประณีต เมษา ในวัยยี่สิบเจ็ดปี ผู้เป็นที่รู้จักกันในชื่อเล่นว่า เมษ์ ใช้ชีวิตคู่กับ วรินท์ สามีของเธอ หรือที่เมษาเรียกว่า พี่เอก ชีวิตของพวกเขาดูเหมือนสมบูรณ์แบบราวกับภาพวาดที่






![คุณเลขากับสามีทิพย์ [ Comedy 18++]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
